Saturday, July 30, 2011

ลายพิมพ์สกรีน

 > ทางลัดการออกแบบลายพิมพ์ผ้า..... 001/101
การออกแบบลายพิมพ์สกรีนผ้าทางลัด คือ การนำคลิปอาร์ต(Crip Art) สำเร็จรูปที่มีอยู่อย่างมากมายตามที่ต้องการและเห็นว่าเหมาะสมมามีส่วร่วมในการออกแบบลายพิมพ์ผ้า ซึ่งจะทำให้การออกแบบง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปแยกสีได้เลยทันที


> การเพิ่มความดำของฟิล์ม.....002/101
หลังจากพริ้นฟิล์มหรือไขจากเครื่องเลเซอร์พริ้นเตอร์ หากฟิล์มยังดำไม่เข้มเพียงพอ ให้ใช้สเปร์พ่นเร่งความดำได้ สเปร์ชนิดนี้เรียกว่า D-toner Spray พ่นฟิล์มด้านหมึกดำ หมึกจะดำขึ้นมาทันที ซึ่งจะทำให้ฟิล์มหรือไขใช้ในการถ่ายบล็อกได้ดีขึ้น


> การแยกสีแบบฮาล์ฟโทน.....003/101
แต่เดิมจะใช้วิธีการแยกสีแบบภาพเหมือนจริงแบบ CMYK ซึ่งจะได้ฟิล์มสี่สี ซึ่งการแยกสีแบบเดิมจะพิมพ์ได้เฉพาะบนผ้าขาว หากต้องการพิมพ์ผ้าสีหรือผ้าดำจะต้องทำบล็อกรองพื้น ทำให้สีที่พิมพ์สกรีนลงไปแข็งกระด้างไม่นุ่ม และทำให้สสีที่พิมพ์สกรีนแต่ละชิ้นมีสีที่แตกต่างกัน ยากต่อการควบคุมสีลายพิมพ์ให้เหมือนกันทุกชิ้น จึงมีการใช้วิธีการแยกสีแบบฮาล์ฟโทน ในการแก้ไขเรื่องนี้ การแยกสีแบบนี้จึงเป็นที่นิยมและนำมาใช้การพิมพ์สกรีนผ้ามากขึ้น การแยกสีแบบนี้จะแยกสีตามสีของลายพิมพ์ เช่นลายพิมพ์มีสีเขียวก็ดึงสีเขียวเหมือนต้นแบบมาใช้เลย ไม่ต้องใช้วิธีสอดสีแบบ CMYK



> การยิงฟิล์มแทนไขในงานหลายสีและงานเม็ดสกรีน.....004/101
การยิงฟิล์มในงานหลายสีและงานเม็ดสกรีน เช่นงานไล่แกรเดี้ยน (Gradient) งานฟิล์มสอดสี (CMYK) และงานฮาล์ฟโทน(Halftone)หากต้องการงานคุณภาพควรใช้ฟิล์มแทนการใช้กระดาษไข เพราะกระดาษไขแต่ละสีที่พริ้นออกมาจะหดไม่เท่ากันและเม็ดสกรีนที่ยิงได้ก็ไม่กลมมนเหมือนยิงด้วยฟิล์มด้วย
ขอบคุณ  ข้อมูลดีๆจาก
http://www.skcolorchem.co.th


น้ำยาผสมสียาง

ถ้าเป็นสีสกรีนเสื้อเชื้อน้ำ หรือ สีสกรีนเสื้อ เมื้อสีเกิดการหนืด ง่ายๆๆ  ก็ผสมน้ำลงไปในสีสกรีน ดูว่า มันเลิกหนืดหรือยัง จากประสบการจริง ใช้ได้ จริง
            ในกรณีที่สีแห้ไวมาก ติดบล็อคสกรินไปไม่ถึงสิบตัว สีแห้งคาบล็คซะแล้ว นั้นอาจเกิดจากสีที่ เสื่อมคุณภาพแล้ว  ทางที่ดี ตอนซื้อสี ควรตรวจ สอบปีที่ผลิต วันเดือนปี ควรไม่เกิด หกเดือน นะเวลานั้น
      สี ที่ดี  ควรเป็นวุ้นเหมือน ขนมวุ้น  จะต้องไม่เป็นเม็ดในเนื้สี สกรีน

วิธีใช้น้ำยาเคลือบบล็อค


> การทำบล็อกหนา .....017/101การทำบล็อกสกรีนให้หนาเพื่อประโยชน์ของการพิมพ์งานให้หนาขึ้น ทำได้ 3 วิธี
1. โค้ตกาวถ่ายบล็อกด้านหลังบล็อก (ด้านสัมผัสกับแป้นพิมพ์สกรีน) ให้มากรอบขึ้น การโค้ตกาวให้
รูดจากด้านล่างขึ้นบน ในลักษณะทิศทางเดียว และรูดรางปาดกาวช้า ๆ กาวถ่ายบล็อกที่เตรียมเพื่อกาว
โค้ตกาวควรมีความข้นสูงจะทำให้กาวหนาขึ้นได้ง่ายขึ้นอีก และช่วยให้ไม่ต้องโค้ตกาวมากรอบอีกด้วย
วิธีนี้อาจจะทำให้ถ่ายแสงล้างลายยาก
2. ใช้กาวถ่ายบล็อกเฉพาะ คือ กาวถ่ายบล็อกหนา SK-G โค้ต จะทำให้โค้ตกาวได้หนาง่ายและสะดวก
ขึ้น และเมื่อนำไปถ่ายแสง ก็จะล้างลายได้ง่ายขึ้น
3. ใช้ฟิล์มถ่ายบล็อกสำเร็จรูปติดบนด้านหลังบล็อก วิธีนี้จะต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก และแผ่นฟิล์มที่ปะติด
อาจไม่ทนทานมากนัก

> การวางตำแหน่งลายบนบล็อกสกรีน .....018/101
การวางตำแหน่งลายพิมพ์บนบล็อกสกรีน ให้วางที่จุดกึ่งกลางของบล็อกเสมอ แต่จะต้องให้ขอบของลาย
พิมพ์สกรีน อยู่ห่างจากขอบในด้านข้างทั้งสองข้างและด้านบนไม่ต่ำกว่า 2.5 นิ้ว เพราะแรงตึงของผ้าสกรีน
ใกล้ขอบบล็อกจะมีความตึงมากกว่า ซึ่งอาจจะทำลายพิมพ์ไม่ได้คุณภาพตามที่ต้องการก็ได้ ส่วนด้านล่าง
ให้ห่างจากขอบล่างไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว เพื่อพักสี


> การโค้ตกาวถ่ายบล็อกให้เรียบเนียน.....019/101
การโค้ตกาวถ่ายบล็อกให้เรียบเนียนจะทำให้บล็อกสกรีนมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เทคนิคการโค้ตกาวให้เรียบ
เนียนขั้นต้น อยู่ที่การมีรางปาดโค้ตกาวที่มีคุณภาพ เหมาะกับมือ ปากรางปาดตัดตรงสม่ำเสมอ ไม่มีฟันปลา
และมีขนาดยาวพอดีกับหน้าผ้าสกรีน ที่ขึงแล้วในบล็อก ขั้นต่อไป คือความชำนาญของการโค้ตกาว ผู้ที่มี
ความชำนาญเวลาโค้ตกาวจะโค้ตจากข้างล้างขึ้นข้างด้วยความเร็ว ที่สม่ำเสมอ แรงกดรางปาดกาวที่สมำเสมอ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นลักษณะของแต่ละบุคคล รวมถึงการฝึกฝนอย่างมีทักษะด้วย การโค้ตกาวถ่ายบล็อกบน
ผ้าสกรีนที่มีความถีห่างของผ้าสกรีนต่างกันก็จะไม่เหมือนกัน การโค้ตกาวถ่ายบล็อกผ้าสกรีนที่มีความถี่ ของผ้า
สกรีนมากจะโค้ตกาวถ่ายบล็อกได้ง่ายกว่าผ้าสกรีนที่มีความห่างของผ้าสกรีนมาก การโค้ตกาวถ่ายบล็อกบน
ผ้าสกรีนที่มีรูผ้าสกรีน ห่าง ๆ เช่น ผ้าสกรีนพิมพ์กากเพชร จะต้องโค้ตกาวมากรอบกว่า จังหวะการรูดรางปาด
กาวขึ้นก็ต้องช้า ๆ และสม่ำเสมอ ถ้าจะให้ง่าย ก็ควรจะใช้กาวถ่ายบล็อกเฉพาะ คือ กาวถ่ายบล็อกหนาแทนกาว
ถ่ายบล็อกทั่วไปได้ เพราะกาวถ่ายบล็อคชนิดนี้จะปิดรูถ่าง ของผ้าสกรีนได้ง่ายและทันทีในรอบแรก
> พิชิตบล็อกถ่ายยาก .....020/101

พิชิตบล็อกถ่ายยาก ปัญหาบล็อกสกรีนถ่ายลายยากมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของกาวถ่ายบล็อก
ที่ใช้ การแห้งตัวของกาวที่โค้ตลงไป ปริมาณของไวแสงที่ใส่ลงไป กำลังไปที่ใช้ระยะเวลาในการถ่ายแสง
การฉีดน้ำเพื่อล้างลาย และความชำนาญของผู้ทำงาน เป็นต้น ดังนั้นผู้ถ่ายจะต้องศึกษาและสัมผัสกับงานนี้
ให้ได้ด้วยการเรียนรู้และฝึกหัด***อย่างถูกต้อง เมื่อมีความเข้าใจอย่างลึกซึ่ง ก็จะทำให้ผู้ใช้สามาถพิซิต
เรื่องนี้ได้เอง
> เทคนิคการถ่ายบล็อกง่าย ๆ .....021/101

การถ่ายบล็อกที่ง่ายที่สุด คือการถ่ายบล็อกโดยใช้แสงนีออน เพราะแสงนีออนมีอยู่ทั่วไป เพียงแต่ว่าเราจะ
จัดวางแสงนีออนให้อยู่ในตำแหน่งใด จะให้อยู่ใต้บล็อกหรือเหนือบล็อกสกรีนก็สามารถถ่ายได้ทั้งนั้น เพียง
แต่ควรระวังไม่ให้บล็อกที่โค้ตกาวแล้วโดนแสงที่ไม่ได้ใช้ในการถ่ายบล็อกเพราะอาจจะทำให้ไวแสงบางส่วน
ไปทำปฏิกิริยากับแสงก่อน การถ่ายบล็อกก็จะยากขึ้น สำหรับการถ่ายบล็อกโดยใช้แสงอาทิตย์ก็อาจจะทำได้
แต่จะยากกว่าการถ่ายโดยใช้หลอดนีออน เพราะแสงอาทิตย์เราไม่สามารถเปิดปิดได้ตามต้องการ และเป็น
แสงที่ไม่นิ่งและต้องรอเวลาที่แสงแดดมีกำลังแสงมากพอด้วย
> การใช้กำลังแสงในการถ่ายบล็อก ....022/101

กำลังและเวลาในการถ่ายบล็อกสกรีนเป็นเรื่องที่ผกผันกัน คือถ้าตู้ถ่ายบล็อกมีกำลังแสงมากก็จะใช้เวลาน้อย
ในการถ่ายแสง และถ้าตู้ถ่ายบล็อกมีกำลัแสงน้อยก็ต้องใช้เวลาในการถ่ายบล็อกมากขึ้นและนอกจากนี้น้ำยา
ไวแสงที่เติมลงไปในกาวถ่ายบล็อกสกรีนปริมาณมากน้อยก็มีผลกับการถ่ายแสงด้วยเหมือนกัน คือการเติม
น้ำยาไวแสงมากก็จะใช้เวลาถ่ายน้อยลงแต่ถ้าเติมน้ำยาไวแสงน้อยก็ต้องใช้เวลาถ่ายแสงมากขึ้น ดังนั้นผู้ถ่าย
บล็อกก็ต้องคำนวนเรื่องเหล่านี้ไว้ทำงานด้วย
> ล้างลายในบล็อกสกรีนอย่างง่ายๆ .....023/101

การล้างลายหลังจากถ่ายบล็อกสกรีนเสร็จแล้ว อาจจะพบว่าบางที่ล้างลาบออกง่ายเกินและบางทีก็ล้างลายยาก
เกินไป ปัจัจยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะว่า กำลังไปที่ถ่ายแสงและเวลาผกผันกันอย่างไม่เหมาะสม
อีกสาเหตหนึ่งก็คือ ความเข้มข้นของน้ำยาไวแสงที่ใช้หรืออัตราการใสน้ำยาไวแสงสำหรับสาเหตุประการสุดท้าย
คือ กาวถ่ายบล็อกสกรีนแห้งเกินไปนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ล้างลายง่าย ๆ คือ การหาค่าที่ลงตัวระหว่าง กำลังไฟ
เวลา น้ำยาไวแสง การแห้งตัวของกาว ซึ่งสามารถคาดคะเนการทำงานได้ดังนี้ หากตู้ถ่ายบล็อกมีกำลังไฟสูง
ก็ต้องใช้เวลาน้อยลง หากใสน้ำยาไวแสงมากกาวไวต่อแสงมาก อยู่แล้ว เวลาและกำลังไฟก็ต้องลดลง สำหรับ
กาวถ่ายบล็อกหากอบให้แห้งมากเกินไปพื้นที่ที่มีฟิล์มดำบังไว้จะไม่บวมน้ำ ทำให้ล้างลายยาก
> การเคลือบบล็อกสกรีนให้ทนทาน .....024/101

เทคนิคการเคลือบบล็อกให้ทนทานมากๆ ให้ใขน้ำยาไวแสงเคลือบบล็อกได้เลย เคลือบบนกาวถ่ายบล็อกได้
ทุกชนิด วิธีเคลือบบล็อกให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาไวแสงเช็ดด้านหน้าและด้านหลังบล็อก แล้วเป่าแห้งหลังจากแห้งดี
แล้ว ให้นำไปถ่ายแสงที่ตู้ถ่ายบล็อค หรือนำไปตากแดดก็ได้ การถ่ายแสงหรือการถ่ายบล็อกจะวิธีที่ทำให้น้ำยา
ไวแสง ไปทำปฏิกิริยากับแสง ซึ่งจะทำให้กาวถ่ายบล็อกแข็งแกร่งขึ้น ทนทานต่อการพิมพ์สกรีนสูงวิธีนี้จะล้าง
กาวถ่ายบล็อคออก เพื่อนำบล๊อดสกรีนมาถ่ายลายใหม่ไม่ได้ ซึ่งจะต้องทำการขึงผ้าสกรีนใหม่เท่านั้น
> เคลือบบล็อกแล้วผ้าสกรีนขาด .....025/101

การเคลือบบล็อกสกรีนมีอยู่ 2 วัตถุประสงค์ คือเคลือบเพื่อให้บล็อกสกรีนทนต่อสีพิมพ์สกรีนสูตรน้ำ การเคลือบ
แบบนี้นิยมเคลือบบน กาวถ่ายบล็อกสีฟ้าและกาวถ่ายบล็อกสีม่วง ผ้าสกรีนทีใช้ในการพิมพ์สกรีนสีพิมพ์สกรีนสูตร
น้ำจะเป็นผ้าสกรีนเส้นใหญ่ และมีรูผ้าสกรีนระหว่าง 100-135 รู/นิ้ว เมื่อถูกเคลือบบล็อกทีมีสภาะเป็นกรดผ้า
สกรีนเหล่านี้จะทนทานต่อสภาวะกรดดังกล่าวได้ ผ้าจะไม่ขาด อีกวัตถุประสงค์หนึ่งที่ต้องเคลือบบล็อกคือ ต้อง
การเคลือบบล็อกให้ทนทานต่อการใช้งานอย่างถาวร วิธีนี้จะใช้เคลือบ น้ำยาไวแสงเคลือบแทน ซึ่งการเคลือบ
บล็อกในลักษณะนี้จะใช้เคลือบได้กับกางทุกประเภท ถึงแม้นว่าจะเคลือบที่กาวถ่าบล็อกสีชมพู จะสามารถเคลือบ
ได้ผ้าสกรีนจะไม่ขาด แต่ที่เคลือบบล็อกแล้วบล็อกสกรีนขาด อาจจะเป็นเพราะว่านำน้ำยาเคลือบบล็อกไปเคลือบ
บนผ้าสกรีนที่มีเส้นในเล็กบาง ๆ ส่วนใหญ่ผ้าสกรีนชนิดนี้มักจะถูกใช้กับกาวถ่ายบล็อกสีชมพู ซึ่งเป็นการเคลือยบล็อก
ผิดประเภทนั่นเอง โดยทั้วไปผ้าสกรีนเส้นเล็ก ๆ และลเอียด ๆ มักจะใช้ในการพิมพ์สีนำมัน ดังนั้นการใช้กาวถ่าย
บล็อกสีชมพู จึงไม่จำเป็นต้องเคลือบบล็อก เพราะไม่ได้ใช้พิมพ์สีพิม

 ขอบคัณ ขอ้มมูลดีๆ จาก
http://www.skcolorchem.co.th     







 ขอบคุณ  ข้อมูลดีๆจาก 

                                                                            


   






 ขอบคุณ  ข้อมูลดีๆจาก 
                                                                            http://www.skcolorchem.co.th   

เส้นทางอาชีพ ถ่ายบล็อคสกรีน ไม่ติดทำไงดี

การถ่ายบล็อตสกรีน

การพิมพ์สกรีนขั้นพื้นฐาน

การพิมพ์สกรีน
เป็นระบบการพิมพ์ที่ใช้หลักการปาดสีหรือหมึกพิมพ์ผ่านผ้าสกรีนที่ขึงตึงบนกรอบที่ทำขึ้น โดยปิดและเปิดบริเวณรูผ้าสกรีนให้มีลายภาพตามความต้องการ การพิมพ์นี้สามารถพิมพ์ได้กับวัสดุหลายชนิด เช่น กระดาษ สติกเกอร์ ไม้ ผ้า กระจก กระเบื้อง เซรามิค พลาสติก โลหะ ฯลฯ และหลายรูปทรง เช่น วัสดุพื้นราบ ทรงกระบอก และวัสดุรูปทรงไข่ เป็นต้น ทั้งที่มีขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่โดยไม่จำกัด
ปัจจุบันระบบการพิมพ์สรีนเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ และวงการศึกษามากขึ้น เช่น ใช้พิมพ์สินค้าให้สวยงามน่าใช้ ใช้พิมพ์ป้าย งานสื่อโฆษณา - ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ เป็นต้น และนับว่าเป็นระบบการพิมพ์งาน์ที่ใช้ลงทุนน้อยโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ - เครื่องมือเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชนิดก็สามารถพิมพ์ได้
กระบวกการพิมพ์สกรีน เป็นระบบการพิมพ์ที่มีขั้นตอนการทำงานที่ง่าย
สามารถจำแนกออกได้ 3 ขั้นตอน คือ
1. การเตรียมแม่พิมพ์สกรีน (Pre - Stencil) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนคือ
- การขึงสกรีน
- การทำความสะอาดสกรีน
2. การสร้างแม่พิมพ์สกรีน (Stencil) สามารถสร้างได้ 2 วิธี คือ
- สร้างแม่พิมพ์โดยไม่ใช้แสง (Non- Exposure)
- สร้างแม่พิมพ์โดยวิธีถ่ายด้วยแสง (Exposure)
3. การพิมพ์สกรีน (Printing) แบ่งตามลักษณะการพิมพ์สกรีนได้ 3 แบบ คือ
- การพิมพ์แบบสีเดียวหรือหลายสี (Single / Multi Colour ) พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์สีทึบ ซึ่งสีแต่ละสีเกิดจากการพิมพ์สีละ 1 ครั้ง โดยการพิมพ์ลายภาพที่เป็นแบบสีเดียวหรือหลายๆ สีก็ได้
- การพิมพ์แบบหมึกชุดสอดสี ( Process Colour ) พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ชุดสอดสี ใช้หมึกกึ่งโปร่งแสง ประกอบด้วย สีเหลือง สีบานเย็น สีคราม และสีดำ การพิมพ์ด้วยหมึกประเภทนี้ จะเป็นการพิมพ์โดยใช้เม็คสกรีนพิมพ์ซ้อนหรือเหลื่อมกันเพื่อให้เกิดการผสมผลานกันระหว่างหมึกพิมพ์ได้สีต่าง ๆ ออกมามากมายตามต้นฉบับ
- การพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษ ( Special Effect ) เป็นการพิมพ์ลงบนชิ้นงานบางชนิดที่ไม่สามารถพิมพ์ด้วยระบบทั่วๆ ไป เช่น การพิมพ์วัสดุรูปทรงศรี วัสดุผิวโค้ง และวัสดุผิวขรุขระ เป็นต้น

เอกสารประกอบชุดการฝึกทำสกรีน สำหรับผู้เริ่มต้น..
ปัจจุบันระบบการพิมพ์สรีนเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ และวงการศึกษามากขึ้น เช่น ใช้พิมพ์สินค้าให้สวยงามน่าใช้ ใช้พิมพ์ป้าย งานสื่อโฆษณา - ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ เป็นต้น และนับว่าเป็นระบบการพิมพ์งาน์ที่ใช้ลงทุนน้อยโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ – เครื่องมือเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชนิดก็สามารถพิมพ์ได้ และสามารถทำให้ท่านนำไปประกอบอาชีพได้โดยลงทุนไม่มากนักแต่ ทำเงินได้เกินพอเชียวล่ะ
เช่น..ลองพิมพ์เสื้อยืดไว้ขาย หรือ พิมพ์วัสดุต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้านั้นๆ
1.อุปกรณ์ การทำสกรีนเบื้องต้น (สำหรับผู้ฝึกทำใหม่)
1.กาวอัดสกรีน 1 ขวด
2.น้ำยาไวแสง 1 ขวด
3.บล็อกสกรีน 1 บล็อก
4.ยางปาดสี 1 อัน
5.กระจกใส  1  แผ่น
6.สีสกรีนผ้า  1  ขวด
7.ผงล้างบล็อกสกรีน 1  ขวด
8.เอกสารประกอบ"สอนการทำบล็อกสกรีน แบบปฏิบัติจริง"
2. การเตรียมสร้างแบบสกรีน(ต้นฉบับสำหรับพิมพ์เสื้อ)
1. นำกระดาษขาว เอ 4 ธรรมดา วางลงบนโต๊ะ
2. วาดแบบอะไรก็ได้ตามต้องการ แต่ต้องวาดด้วยหมึกสีดำ
หรือปากกาหมึกดำ และต้องวาดด้านเดียว หรือจะใช้อิงค์เจ็ทพิมพ์แบบสี
ดำลงบน กระดาษ เอ4 ก็ได้ (ต้องเน้นใช้หมึกดำนะครับ ห้ามใช้สีอื่น)
3. นำกระดาษขาวที่วาดแบบแล้ว วางลงบนกระจกใสที่ให้มา เอาสำลีจุ่ม
น้ำมันพืชที่หาได้ในครัว ถูทาให้ทั่วแผ่นกระดาษ (เพื่อให้กระดาษนั้นใส
ขึ้น แต่ต้นแบบของเราต้องไม่ซึมนะครับ)

3.การเริ่มต้นทำบล็อกสกรีน(เบื้องต้น)
1. เทกาวอัดลงในภาชนะ ประมาณ 5 ช้อน
2. เทน้ำยาไวแสง 1 ช้อน
3. ผสมกาวอัดและน้ำยาไวแสงเข้าด้วยกัน คนให้เข้ากัน(จะออกสีน้ำตาลๆ)
4. นำกาวอัดที่ผสมเสร็จแล้ว เทลงหลังบล็อกสกรีนให้ปริมาณพอควร
5. เอายางปาดสกรีนที่เช็ดแห้งแล้ว ปาดกาวอัด ขึ้นและลงให้ทั่วๆบล็อกสกรีน
และพยายามให้กาวอัด ราบเรียบ อย่าให้กาวดูแล้วหนานะครับ
6. เศษกาวอัดที่ด้านข้างๆของบล็อกสกรีน หาเศษผ้ามาเช็ดทิ้งไป อย่าให้เยิ้มเป็น
ก้อน อาจจะมีปัญหาเวลาเป่าบล็อกแล้วมันไม่ค่อยจะแห้ง
7. จากนั้น ก็นำเอาไดร์เป่าผม มาเป่าบล็อกสกรีนดังกล่าวให้แห้ง (ขณะที่เป่าควรทำในที่มืดๆ พยายามอย่าให้โดนแสงสว่าง และห่างประมาณ 1 ฟุต) วิธีสังเกตว่าบล็อกแห้ง หรือยังนั้น ควรดูว่า กาวที่ฉาบลงไปนั้น มีสีที่ใสขึ้นแล้วหรือยัง (สีสันมันจะดูใสๆแบบลูกโป่งที่เราเป่าให้พองโต)
8. เมื่อเป่าบล็อกสกรีนด้วยลมร้อนจนแห้งดีแล้ว..
จงจำไว้ว่า กาวอัดบนบล็อกสกรีนที่แห้งแล้วนั้น เปรียบเสมือน ฟิลม์ถ่ายรูปดีๆนี่เอง..ดังนั้นจึงต้องระวังอย่าให้ถูกแสงที่สว่างจ้าขณะที่เก็บบล็อกไว้ เพื่อการเตรียมอัดบล็อกสกรีนต่อไป

4. การอัดบล็อกสกรีน เพื่อสร้างแม่แบบ บล็อกสกรีน
1. นำกระจกใสที่เราเอาแบบวาดหรือแผ่นกระดาษ ซึ่งชุบทาถูน้ำมันพืชไว้
เรียบร้อยแล้วนั้น มาวางทาบกับด้านหลังของบล็อกสกรีนตามลำดับ(ดังรูป)
  •   กระจก
  • กระดาษต้นฉบับ
  • บล็อกสกรีน
  • กระดาษดำ(ใช้กระดาษคาร์บอนก็ได้)
  • หนังสือหนาๆ
                 
2. ด้านหน้าของบล็อกสกรีนนั้น เอากระดาษดำ(ใช้กระดาษก็อปปี้ก็ได้ครับ) หรือผ้าดำ วางทับไว้
3. ใช้มือจับนำอุปกรณ์ทั้งหมด(ดังในภาพ)หงายขึ้น แล้วส่องให้ถูกกับแสงแดด โดยใช้เวลาประมาณ 10 วินาที (กรณีแดดจ้า)
4. หลังจากนั้น ก็นำบล็อกสกรีนที่ผ่านการฉายแสงแล้ว มาล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดา หรือฉีดด้วยสายยางน้ำประปา เพื่อให้ภาพที่ถ่ายไว้ในบล็อกสกรีนปรากฏขึ้น
5. จากนั้นก็นำบล็อกสกรีนนี้ไปตากแดด หรือ เป่าด้วยลมร้อนจากไดเป่าให้แห้งสนิท
6. นำเทปกาวย่นธรรมดาที่มีขายทั่วไป ปะติดขอบบล็อกด้านนอก(ด้านหลัง)ทั้ง 4 ด้าน เป็นอันว่า เสร็จแล้วครับ.. คุณจะได้บล็อกสกรีนที่พร้อมใช้งานแล้วครับ.

5. ขั้นตอนการพิมพ์ผ้า..หรือเสื้อยืด
1. นำเสื้อ หรือ วัสดุที่เป็นประเภทผ้า มาวางไว้บนพื้นโต๊ะที่ราบเรียบ ถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้ไม้อัด หรือ แผ่น ฟิวเจอร์บอร์ด (แผ่นพาสติกลูกฟูก) ตัดให้เล็กกว่าตัวเสื้อเล็กน้อย สอดในตัวเสื้อ แล้วเอามือลูบให้ราบเรียบ(ถ้าไม่เรียบให้ซื้อกาวยึดผ้ามาทาก่อน แล้วผ้าจะเรียบไม่ย่น การพิมพ์ก็จะง่ายขึ้นครับ)
2. นำบล็อกสกรีนที่เตรียมไว้ มาวางบนเสื้อที่ต้องการจะพิมพ์
3.เทสีสกรีนที่เตรียมไว้ ลงบนบล็อกสกรีน
4.ใช้ยางปาด ปาดสีผ่านบล็อกสกรีน ไปมา 2-3 ครั้ง แล้วยกบล็อก ขึ้น ถ้าจะพิมพ์หลายๆตัว ก็ ยกบล็อกไปพิมพ์ตัวต่อไป ด้วยวิธีเดียวกัน จนหมดชิ้นงานที่จะพิมพ์

6. ขั้นตอนการล้างบล็อก
1. จำไว้นะครับ พิมพ์เสื้อเสร็จแล้ว ต้องล้างบล็อกทันที (เน้น..นะครับ ต้องล้างบล็อกทันทีที่พิมพ์เสร็จ.)
2. นำบล็อกสกรีนที่ ใช้แล้ว ปาดสีออกให้หมด
3. จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดา โดยเอาน้ำราดบล็อกทั้งสองด้าน แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งให้สะอาด เพื่อการใช้งานใช้ครั้งต่อไป.

ข้อมูลจาก หรือดูรายละเอียด.. http://www.champ999.com/

เส้นทางอาชีพ การพิมพ์สกรีนเสื้อขั้นพื้นฐาน

------บทที่ ๑ -----
การพิมพ์สกรีนขั้นพื้นฐาน

การพิมพ์สกรีน
เป็นระบบการพิมพ์ที่ใช้หลักการปาดสีหรือหมึกพิมพ์ผ่านผ้าสกรีนที่ขึงตึงบนกรอบที่ทำขึ้น โดยปิดและเปิดบริเวณรูผ้าสกรีนให้มีลายภาพตามความต้องการ การพิมพ์นี้สามารถพิมพ์ได้กับวัสดุหลายชนิด เช่น กระดาษ สติกเกอร์ ไม้ ผ้า กระจก กระเบื้อง เซรามิค พลาสติก โลหะ ฯลฯ และหลายรูปทรง เช่น วัสดุพื้นราบ ทรงกระบอก และวัสดุรูปทรงไข่ เป็นต้น ทั้งที่มีขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่โดยไม่จำกัด
ปัจจุบันระบบการพิมพ์สรีนเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ และวงการศึกษามากขึ้น เช่น ใช้พิมพ์สินค้าให้สวยงามน่าใช้ ใช้พิมพ์ป้าย งานสื่อโฆษณา - ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ เป็นต้น และนับว่าเป็นระบบการพิมพ์งาน์ที่ใช้ลงทุนน้อยโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ - เครื่องมือเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชนิดก็สามารถพิมพ์ได้
กระบวกการพิมพ์สกรีน เป็นระบบการพิมพ์ที่มีขั้นตอนการทำงานที่ง่าย
สามารถจำแนกออกได้ 3 ขั้นตอน คือ
1. การเตรียมแม่พิมพ์สกรีน (Pre - Stencil) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนคือ
- การขึงสกรีน
- การทำความสะอาดสกรีน
2. การสร้างแม่พิมพ์สกรีน (Stencil) สามารถสร้างได้ 2 วิธี คือ
- สร้างแม่พิมพ์โดยไม่ใช้แสง (Non- Exposure)
- สร้างแม่พิมพ์โดยวิธีถ่ายด้วยแสง (Exposure)
3. การพิมพ์สกรีน (Printing) แบ่งตามลักษณะการพิมพ์สกรีนได้ 3 แบบ คือ
- การพิมพ์แบบสีเดียวหรือหลายสี (Single / Multi Colour ) พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์สีทึบ ซึ่งสีแต่ละสีเกิดจากการพิมพ์สีละ 1 ครั้ง โดยการพิมพ์ลายภาพที่เป็นแบบสีเดียวหรือหลายๆ สีก็ได้
- การพิมพ์แบบหมึกชุดสอดสี ( Process Colour ) พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ชุดสอดสี ใช้หมึกกึ่งโปร่งแสง ประกอบด้วย สีเหลือง สีบานเย็น สีคราม และสีดำ การพิมพ์ด้วยหมึกประเภทนี้ จะเป็นการพิมพ์โดยใช้เม็คสกรีนพิมพ์ซ้อนหรือเหลื่อมกันเพื่อให้เกิดการผสมผลานกันระหว่างหมึกพิมพ์ได้สีต่าง ๆ ออกมามากมายตามต้นฉบับ
- การพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษ ( Special Effect ) เป็นการพิมพ์ลงบนชิ้นงานบางชนิดที่ไม่สามารถพิมพ์ด้วยระบบทั่วๆ ไป เช่น การพิมพ์วัสดุรูปทรงศรี วัสดุผิวโค้ง และวัสดุผิวขรุขระ เป็นต้น

เอกสารประกอบชุดการฝึกทำสกรีน สำหรับผู้เริ่มต้น..
ปัจจุบันระบบการพิมพ์สรีนเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ และวงการศึกษามากขึ้น เช่น ใช้พิมพ์สินค้าให้สวยงามน่าใช้ ใช้พิมพ์ป้าย งานสื่อโฆษณา - ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ เป็นต้น และนับว่าเป็นระบบการพิมพ์งาน์ที่ใช้ลงทุนน้อยโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ – เครื่องมือเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชนิดก็สามารถพิมพ์ได้ และสามารถทำให้ท่านนำไปประกอบอาชีพได้โดยลงทุนไม่มากนักแต่ ทำเงินได้เกินพอเชียวล่ะ
เช่น..ลองพิมพ์เสื้อยืดไว้ขาย หรือ พิมพ์วัสดุต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้านั้นๆ
1.อุปกรณ์ การทำสกรีนเบื้องต้น (สำหรับผู้ฝึกทำใหม่)
1.กาวอัดสกรีน 1 ขวด
2.น้ำยาไวแสง 1 ขวด
3.บล็อกสกรีน 1 บล็อก
4.ยางปาดสี 1 อัน
5.กระจกใส  1  แผ่น
6.สีสกรีนผ้า  1  ขวด
7.ผงล้างบล็อกสกรีน 1  ขวด
8.เอกสารประกอบ"สอนการทำบล็อกสกรีน แบบปฏิบัติจริง"
2. การเตรียมสร้างแบบสกรีน(ต้นฉบับสำหรับพิมพ์เสื้อ)
1. นำกระดาษขาว เอ 4 ธรรมดา วางลงบนโต๊ะ
2. วาดแบบอะไรก็ได้ตามต้องการ แต่ต้องวาดด้วยหมึกสีดำ
หรือปากกาหมึกดำ และต้องวาดด้านเดียว หรือจะใช้อิงค์เจ็ทพิมพ์แบบสี
ดำลงบน กระดาษ เอ4 ก็ได้ (ต้องเน้นใช้หมึกดำนะครับ ห้ามใช้สีอื่น)
3. นำกระดาษขาวที่วาดแบบแล้ว วางลงบนกระจกใสที่ให้มา เอาสำลีจุ่ม
น้ำมันพืชที่หาได้ในครัว ถูทาให้ทั่วแผ่นกระดาษ (เพื่อให้กระดาษนั้นใส
ขึ้น แต่ต้นแบบของเราต้องไม่ซึมนะครับ)

3.การเริ่มต้นทำบล็อกสกรีน(เบื้องต้น)
1. เทกาวอัดลงในภาชนะ ประมาณ 5 ช้อน
2. เทน้ำยาไวแสง 1 ช้อน
3. ผสมกาวอัดและน้ำยาไวแสงเข้าด้วยกัน คนให้เข้ากัน(จะออกสีน้ำตาลๆ)
4. นำกาวอัดที่ผสมเสร็จแล้ว เทลงหลังบล็อกสกรีนให้ปริมาณพอควร
5. เอายางปาดสกรีนที่เช็ดแห้งแล้ว ปาดกาวอัด ขึ้นและลงให้ทั่วๆบล็อกสกรีน
และพยายามให้กาวอัด ราบเรียบ อย่าให้กาวดูแล้วหนานะครับ
6. เศษกาวอัดที่ด้านข้างๆของบล็อกสกรีน หาเศษผ้ามาเช็ดทิ้งไป อย่าให้เยิ้มเป็น
ก้อน อาจจะมีปัญหาเวลาเป่าบล็อกแล้วมันไม่ค่อยจะแห้ง
7. จากนั้น ก็นำเอาไดร์เป่าผม มาเป่าบล็อกสกรีนดังกล่าวให้แห้ง (ขณะที่เป่าควรทำในที่มืดๆ พยายามอย่าให้โดนแสงสว่าง และห่างประมาณ 1 ฟุต) วิธีสังเกตว่าบล็อกแห้ง หรือยังนั้น ควรดูว่า กาวที่ฉาบลงไปนั้น มีสีที่ใสขึ้นแล้วหรือยัง (สีสันมันจะดูใสๆแบบลูกโป่งที่เราเป่าให้พองโต)
8. เมื่อเป่าบล็อกสกรีนด้วยลมร้อนจนแห้งดีแล้ว..
จงจำไว้ว่า กาวอัดบนบล็อกสกรีนที่แห้งแล้วนั้น เปรียบเสมือน ฟิลม์ถ่ายรูปดีๆนี่เอง..ดังนั้นจึงต้องระวังอย่าให้ถูกแสงที่สว่างจ้าขณะที่เก็บบล็อกไว้ เพื่อการเตรียมอัดบล็อกสกรีนต่อไป

4. การอัดบล็อกสกรีน เพื่อสร้างแม่แบบ บล็อกสกรีน
1. นำกระจกใสที่เราเอาแบบวาดหรือแผ่นกระดาษ ซึ่งชุบทาถูน้ำมันพืชไว้
เรียบร้อยแล้วนั้น มาวางทาบกับด้านหลังของบล็อกสกรีนตามลำดับ(ดังรูป)
  •   กระจก
  • กระดาษต้นฉบับ
  • บล็อกสกรีน
  • กระดาษดำ(ใช้กระดาษคาร์บอนก็ได้)
  • หนังสือหนาๆ
                  
2. ด้านหน้าของบล็อกสกรีนนั้น เอากระดาษดำ(ใช้กระดาษก็อปปี้ก็ได้ครับ) หรือผ้าดำ วางทับไว้
3. ใช้มือจับนำอุปกรณ์ทั้งหมด(ดังในภาพ)หงายขึ้น แล้วส่องให้ถูกกับแสงแดด โดยใช้เวลาประมาณ 10 วินาที (กรณีแดดจ้า)
4. หลังจากนั้น ก็นำบล็อกสกรีนที่ผ่านการฉายแสงแล้ว มาล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดา หรือฉีดด้วยสายยางน้ำประปา เพื่อให้ภาพที่ถ่ายไว้ในบล็อกสกรีนปรากฏขึ้น
5. จากนั้นก็นำบล็อกสกรีนนี้ไปตากแดด หรือ เป่าด้วยลมร้อนจากไดเป่าให้แห้งสนิท
6. นำเทปกาวย่นธรรมดาที่มีขายทั่วไป ปะติดขอบบล็อกด้านนอก(ด้านหลัง)ทั้ง 4 ด้าน เป็นอันว่า เสร็จแล้วครับ.. คุณจะได้บล็อกสกรีนที่พร้อมใช้งานแล้วครับ.

5. ขั้นตอนการพิมพ์ผ้า..หรือเสื้อยืด
1. นำเสื้อ หรือ วัสดุที่เป็นประเภทผ้า มาวางไว้บนพื้นโต๊ะที่ราบเรียบ ถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้ไม้อัด หรือ แผ่น ฟิวเจอร์บอร์ด (แผ่นพาสติกลูกฟูก) ตัดให้เล็กกว่าตัวเสื้อเล็กน้อย สอดในตัวเสื้อ แล้วเอามือลูบให้ราบเรียบ(ถ้าไม่เรียบให้ซื้อกาวยึดผ้ามาทาก่อน แล้วผ้าจะเรียบไม่ย่น การพิมพ์ก็จะง่ายขึ้นครับ)
2. นำบล็อกสกรีนที่เตรียมไว้ มาวางบนเสื้อที่ต้องการจะพิมพ์
3.เทสีสกรีนที่เตรียมไว้ ลงบนบล็อกสกรีน
4.ใช้ยางปาด ปาดสีผ่านบล็อกสกรีน ไปมา 2-3 ครั้ง แล้วยกบล็อก ขึ้น ถ้าจะพิมพ์หลายๆตัว ก็ ยกบล็อกไปพิมพ์ตัวต่อไป ด้วยวิธีเดียวกัน จนหมดชิ้นงานที่จะพิมพ์

6. ขั้นตอนการล้างบล็อก
1. จำไว้นะครับ พิมพ์เสื้อเสร็จแล้ว ต้องล้างบล็อกทันที (เน้น..นะครับ ต้องล้างบล็อกทันทีที่พิมพ์เสร็จ.)
2. นำบล็อกสกรีนที่ ใช้แล้ว ปาดสีออกให้หมด
3. จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดา โดยเอาน้ำราดบล็อกทั้งสองด้าน แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งให้สะอาด เพื่อการใช้งานใช้ครั้งต่อไป.

ข้อมูลจาก หรือดูรายละเอียด.. http://www.champ999.com/