Monday, October 17, 2011

เรื่องย่อ เกมร้าย เกมรัก ตอน2 ละครช่อง3


ตอนที่ 2

สายชลร้องเรียก วิ่งตามหานางฟ้า ยิ่งคิดถึงคำเตือนของนาราที่ว่า อย่าปล่อยนางฟ้าออกนอกสายตาแล้วก็ยิ่งร้อนใจ ขยี้หัวตัวเองสบถอย่างหัวเสีย “โธ่เว้ย... ไม่น่าเลยกู”

ยาซะอุ้มนางฟ้าที่หมดสติ พลางกวาดตามองไปรอบๆ ราวกับกลัวใครเห็น แต่ไม่นาน นางฟ้าก็รู้สึกตัว เธอตกใจมากดิ้นสุดแรงตะโกนให้ปล่อย...ปล่อยตนเดี๋ยวนี้

ยาซะกลัวเธอจะตกจึงวางลง นางฟ้าถอยหนีอย่างหวาดกลัว เธอตื่นกลัวจนสะดุดล้มลง ยาซะรีบเข้าประคอง พูดปลอบโยนว่า ตนไม่ทำอะไรเธอหรอก ตนกำลังจะช่วยเธอ

“สายชล...สายชล...” นางฟ้าร้องสุดเสียง ยาซะชะงักเมื่อได้ยินชื่อนี้

ทันใดนั้น มือหนึ่งจากข้างหลังก็กระชากไหล่ยาซะหันไป เงื้อหมัดจะชก แต่แล้วก็ชะงักกึกเป็นฝ่ายตกใจเสียเอง อุทาน “พี่ยาซะ”

สายชลนั่นเอง

ส่วนนางฟ้าก็ยังร้องขอให้สายชลช่วย พลางวิ่งไปหลบข้างหลังเขา ยาซะถามสายชลว่าเมียเขาหรือ สายชลรีบบอกว่าไม่ใช่

“ไม่ใช่เมีย แล้วเป็นใคร” ยาซะมองนางฟ้าอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา

ooooooo

เมื่อพากันไปนั่งคุยที่ริมหาด สายชลเล่าเรื่องนางฟ้าให้ยาซะฟังตั้งแต่ต้น บอกว่าถึงตอนนี้แล้วเธอก็ยังจำอะไรไม่ได้ จำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง

ยาซะมองหน้านางฟ้าพึมพำ “น่าสงสาร ยังเด็กอยู่แท้ๆ” แล้วบอกสายชลว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ตนยินดีช่วยเต็มที่ แล้วเดินออกไป

สายชลถามนางฟ้าที่นั่งตัวสั่นอยู่ว่ากลัวเขาหรือ นางฟ้าถามว่าเขาคนนั้นอยู่ที่นี่หรือ

“เปล่า พี่ยาซะ เป็นพ่อค้า เขาจะมารับซื้อของบนเกาะเราประมาณอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง นางฟ้าไม่ต้องกลัวเขา พี่เขาเป็นคนดี”

ฟังสายชลแล้ว นางฟ้าสบายใจขึ้น แต่ลึกๆแล้วก็ยังไม่หายกลัว

ฝ่ายยาซะยิ้มกริ่มกลับท่าเรือ จนหมึกถามว่าอารมณ์ดีอะไรมา

“ข้าเจอมุกงามบนเกาะเข้าให้แล้วน่ะสิวะ” ยาซะยิ้ม แววตาร้าย

ooooooo

นางฟ้ายังจำอะไรไม่ได้ กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวันก็ดูช่างไร้เดียงสา ไม่ประสาอะไรเลย วันนี้ เมื่อเธอเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมอาบน้ำ ก็ชวนสายชลเข้าไปอาบด้วยกัน สายชลสอนว่า ต้องเข้าคนเดียวและปิดประตูให้ดีด้วย

แต่พอเข้าห้องน้ำ เธอตกใจวิ่งอ้าวออกมาเพราะเจอตุ๊กแกอยู่ในห้องน้ำ บอกให้สายชลช่วยเอาออกให้ที เขาหัวเราะขำๆ หยอกว่า “แค่ตุ๊กแกจะกลัวอะไร” แล้วเดินมาดแมนเข้าไปจะจับตุ๊กแกให้

ปรากฏว่ามัวแต่ไปยืนส่งเสียงไล่ ชิ้ว...ชิ้ว อยู่ ตุ๊กแกตกใจกระโดดลงมาเกาะที่หัว สายชลตกใจสะบัดหัวแผดเสียงลั่น นางฟ้าหัวเราะขำกลิ้ง ล้อเลียนเสียงและคำพูดของเขาว่า “แค่ตุ๊กแกจะกลัวอะไร” แล้วหัวเราะต่อ สายชลตีหน้าไม่ถูก เลยเก๊กบอกว่าเลิกขำได้แล้ว แล้วก็ไปนอนเสีย

เห็นสายชลไปนอนที่พื้น นางฟ้าชวนมานอนด้วยกันบนเตียง เขาทำหน้าระอาบอกว่าตนนอนพื้นได้ไม่ต้องห่วง มีอะไรเรียกก็แล้วกัน

ปรากฏว่านางฟ้านอนไม่หลับ มองไปนอกหน้าต่างเห็นเงาต้นไม้ไหวเอนเพราะแรงลม เธอกลัวไม่กล้านอน ลุกไปซุกตัวเบียดสายชลที่พื้น

จนรุ่งเช้า สายชลตื่นขึ้นมาตกใจแทบช็อกเมื่อพบว่าตัวเองนอนกอดนางฟ้าอยู่ ลุกพรวดขึ้นถามว่ามานอนตรงนี้ได้ยังไง นางฟ้าบอกว่าตนกลัวไม่กล้านอนคนเดียว อ้อนขอนอนด้วยคน

“ไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงฉันเป็นผู้ชาย นอนด้วยกันไม่ได้” นางฟ้าถามว่าทำไมผู้หญิงกับผู้ชายนอนด้วยกันไม่ได้ ไม่เห็นเข้าใจเลย “ไม่เห็นเข้าใจก็ไม่ต้องเข้าใจ เอาเป็นว่า ไม่ได้ก็แล้วกัน วันหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”

สายชลลุกไปแล้ว เขารีบเข้าห้องน้ำเอาน้ำราดหัวเหมือนจะดับแรงรุ่มร้อนในความรู้สึกของตัวเอง ราดไปกี่ขัน...

กี่ขัน ก็ไม่อาจดับความรุ่มร้อนภายในได้...

ooooooo

หลังจากนั้น สายชลจะออกเรือไปหาปลามาทำอาหาร นางฟ้าจะตามไปด้วย เมื่อเขาไม่ให้ไป เธอก็ทำทีไปนอน แต่แอบไปซ่อนตัวในเรือ เอาผ้าใบคลุมตัวไว้ ความแตกเมื่อสายชลไปนั่งทับเข้า พอรู้ว่านางฟ้าแอบมาในเรือเขาก็เอาเรือกลับเข้าฝั่ง สั่งให้กลับบ้านเสีย เธอทำดื้อตาใสไม่ยอมกลับ

สุดท้าย สายชลต้องจับตัวพาดบ่าแบกไป นางฟ้าดิ้นกระแด่วบนบ่าบอกให้หยุด สายชลไม่ยอมหยุดทั้งเอามือตบก้นเธอเพียะขู่ว่า ถ้าไม่หยุดดิ้นจะตีก้นไปจนถึงบ้านเลย สุดท้ายนางฟ้าก็ต้องหยุดดิ้น ปล่อยให้เขาแบกเดินไปแต่โดยดี

กลับถึงบ้าน สายชลไม่รู้จะทำอย่างไรดี พอดีปีร์กะใช้มามิเอายามาให้ สายชลเลยฝากมามิให้ช่วยดูแลนางฟ้าให้ด้วย

มามิจับนางฟ้าถักเปียทำให้ดูน่ารักสะอาดสะอ้านขึ้น แล้วพาไปเดินเล่น ไปเจอสวยเล่นน้ำอยู่กับเด็ก มามิคุยข่มว่าสายชลไว้ใจตนให้ดูแลนางฟ้าแทน สวยทนไม่ได้หยุดเล่นน้ำตามมาหาเรื่อง เลยได้ตบตีกันใครห้ามก็ไม่ฟัง

จนกระทั่งนาราวิ่งตะโกนให้ช่วยกันจับหมูที่หนีมาทางนี้ สองสาวเลยเลิกตบตีช่วยกันจับหมู แต่หมูเจ้ากรรมก็ไวทายาดหนีรอดไปจนได้

นางฟ้าเห็นดังนั้น วิ่งไล่ตามหมูเข้าไปในป่า แต่มันก็หายไปแล้ว...

ooooooo

สายชลกับแตลอยไปหาปลากลับมา หิ้วกระป๋องปลาจะกลับบ้าน ผ่านนํ้าตกเลยลงไปล้างตัวกันก่อน เพราะอยู่กลางป่า แตลอยเลยแก้ผ้าโดดนํ้าเล่น สองหนุ่มเล่นนํ้ากันสนุกสนานไม่รู้ว่านางฟ้ามาแอบดูอยู่ เธอนึกสนุกเลยแก้ผ้าลงเล่นนํ้ากับเขาบ้าง

สายชลกับแตลอยแข่งกันดำนํ้า สายชลขี้โกง พอแตลอยดำลงไปตัวเองก็โผล่ขึ้นมาคอยอำตอนแตลอยโผล่แล้วตัวเองค่อยดำหวังชนะ แต่พอโผล่ขึ้นมาเห็นนางฟ้าก็ตกใจ ถามว่ามาได้ยังไง นางฟ้าไม่ตอบ พอดีแตลอยจะโผล่ขึ้นมา สายชลรีบดึงนางฟ้าให้ไปแอบข้างหลังตน

แตลอยชะเง้อมองถามว่าเอาอะไรซ่อนไว้ข้างหลัง สายชลทำหน้าตายบอกว่าไม่มีอะไร แต่นางฟ้ากลับโผล่หน้ามาร้องเสียงใส “จ๊ะเอ๋...” สายชลเซ็งอยากจะบ้าตาย เลยทำเก๊กไล่แตลอยให้ปิดตาแล้วขึ้นไปเสีย แตลอยทำอิดออด แต่พอถูกขู่ว่าถ้าไม่ขึ้นจะโดนชก เลยหันหลังให้เดินงุดๆขึ้นไป

สายชลหันมาสั่งนางฟ้าให้รีบขึ้นไป เธอยังเอ้อเร้อเอ้อเต่อชวนขึ้นไปด้วยกัน สายชลโมโหเลยเสียงดังไล่ให้ขึ้นไปเดี๋ยวนี้ พลางตัวเองก็หันหลังให้ทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นสํ่า ร้อนรุ่มไปทั้งกายทั้งที่ยืนแช่อยู่ในนํ้า

ooooooo

เมื่อพากันเดินกลับมาตามริมหาด สายชลดุนางฟ้าว่าวันหลังห้ามทำแบบนี้อีก นางฟ้าเถียงเสียงใสว่าทำไมจะทำไม่ได้ก็ในเมื่อตนยังเด็กอยู่ เด็กกว่าเขาตั้งเยอะ ทำให้สายชลรู้สึกแปลกๆ กับความนึกคิดของเธอ

เดินกลับมาเจอมามิวิ่งตามหานางฟ้า มีแสงดาวกับ   ซะละและอีกหลายคนตามมา มามิถามว่าหายไปไหนมา นางฟ้าชี้เข้าไปในป่าบอกว่าวิ่งไล่หมูเข้าไปในนั้น แสงดาวกับนาราต่างโล่งอก ถามนางฟ้าว่าทำไมถึงเปียก ไปทำอะไรกันมา

สายชลรีบบอกว่า ตนไปเจอนางฟ้าตกนํ้าเลยลงไปช่วย แสงดาวตกใจบอกว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไร วันหลังระวังหน่อยก็แล้วกัน

แตลอยเพิ่งวิ่งตามมาถึง พอเจอนางฟ้าก็ยิ้มร่าร้องชวนว่า วันหลังมาแก้ผ้าเล่นนํ้าตกกับตนอีกก็ได้นะ

“แก้ผ้าเล่นนํ้าตก” ทุกคนตกใจร้องพร้อมกัน สายชลทำหน้าไม่ถูก อยากฆ่าไอ้แตลอยนัก!


เมื่อพากันกลับมาที่บ้านปีร์กะ พอทุกคนรู้เรื่องการแก้ผ้าเล่นนํ้าตกกัน นาราร้องอย่างไม่เชื่อว่า นางฟ้าต้องบ้าแน่ๆ คนสติดีๆที่ไหนจะแก้ผ้าเล่นนํ้าโทงๆ มามิตั้งข้อสังเกตว่า ดูๆนางฟ้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย หรือจะบ้าไปแล้วจริงๆ

สายชลจึงเสนอปีร์กะให้ช่วยตรวจให้ทีได้ไหม เพราะหลังจากนางฟ้าฟื้นขึ้นมาแล้วก็ดูแปลกๆ ทำตัวเหมือนเด็ก ช่างซักช่างถาม แถมยังบอกว่าตัวเองเด็กกว่าตนเสียอีก

แสงดาวเห็นด้วยเพราะตนกับซะละก็รู้สึกเหมือนกัน

มามิตั้งข้อสังเกตว่าหรือเจ้าป่าเจ้าเขาจะไม่พอใจนางฟ้า เพราะปกติเกาะเราไม่เคยมีคนนอกเข้ามาอยู่

“แต่เราทำพิธีขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาไปแล้ว มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง” ปีร์กะติง แล้วเสนอว่า “ข้าว่าที่นางฟ้ามานอนสลบอยู่ที่ริมหาด หัวมันคงไปกระทบโดนอะไรแรงๆเข้า ก็เลยทำให้สมองเลอะเลือนไปบางส่วน จนไม่รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ หรืออะไรที่เคยทำได้ก็จำไม่ได้ว่าทำยังไง” ปีร์กะที่มีอาชีพเป็นหมอผี แต่วิเคราะห์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ บอกว่าแบบนี้แค่ความจำบางส่วนหายไปเท่านั้น

ซะละเสนอว่าถ้าอย่างนี้ พวกเราต้องช่วยกันสอนนางฟ้า เพราะถ้าขืนปล่อยให้ไปแก้ผ้าเล่นน้ำกับผู้ชายคนอื่นแบบที่ทำกับสายชล นางฟ้าจะเป็นอันตราย ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับหัวหน้าเกาะ

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ มีงานเปิดโรงแรม Hip Hotelโรงแรมหรูกลางกรุง หญิง หุ้นส่วนคนหนึ่งของโรงแรมกำลังโพสท่าให้นักข่าวถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน พลันก็ชะงักเมื่อชมพูแพรหุ้นส่วนใหญ่เพื่อนรักของหญิง นั่งรถเก๋งหรูเข้ามา บรรดานักข่าวและช่างภาพที่ถ่ายรูปหญิงอยู่ กรูกันไปหาชมพูแพรทันที

“ขอโทษนะคะทุกคนที่แพรมาช้า” ชมพูแพรในชุดหรูดูไฮโซ ยิ้มอ่อนโยนทักทายอ่อนหวาน นักข่าวพากันชมว่าวันนี้เธอแต่งตัวสวยมาก งานไหนงานนั้นพวกตนไม่เคยผิดหวังเลย แล้วขอสัมภาษณ์

หญิงยืนเหวอไปนิดหนึ่งที่ถูกแย่งซีนไปในพริบตา เธอไม่ยอม เข้าไปขอถ่ายรูปกับชมพูแพรอ้างว่าตนก็เป็นเจ้าของโรงแรมนี้เหมือนกัน แล้วเข้าไปยืนโพสท่าถ่ายคู่กัน

ครู่หนึ่งมีพนักงานร้านดอกไม้ถือช่อดอกไม้สดสวยงามเข้ามาถามหาคนชื่อชมพูแพร พอเจอตัวก็เอาดอกไม้ให้บอกว่า “ดอกไม้จากคุณหมอวัฒนาครับ”

นักข่าวพากันฮือฮาว่าขนาดเจ้าตัวไม่มายังหวานได้ขนาดนี้ ถามว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี ชมพูแพรตอบตามแบบฉบับคนดังทั้งหลายว่า ยังอยากทำงานอยู่ แต่งเมื่อไหร่จะบอกทุกคนแน่นอน

หญิงมองนักข่าวที่ห้อมล้อมชมพูแพรอย่างขัดใจ ที่ตัวเองถูกแย่งซีนไปถึงสองครั้งติดๆกัน

ooooooo

เสร็จงาน ชมพูแพรไปหาหมอวัฒนาที่โรงพยาบาล ขอบคุณหมอสำหรับดอกไม้ช่อสวย บอกว่าตนชอบมาก หมอยิ้มใจดีอบอุ่นบอกว่า “ผมดีใจนะครับที่แพรชอบ แสดงว่าผมยังรู้ใจแพรอยู่”

เธอแกล้งกระตุกเนกไทหมอเบาๆทำหน้าเข้มพูดขู่ว่า “ก็ลองไม่รู้ใจแพรสิคะ พี่หมอได้มีเรื่องกับแพรแน่”

หมอวัฒนาถามว่าเธอมาคนเดียวหรือ แพรชมพูบอกว่าพ่อกับแม่และน้องไม่ได้มางานเปิดตัวโรงแรม แล้วพูดเสียงน้อยใจว่า “พวกเขาคงสนุกจนลืมวันสำคัญของแพร ทั้งๆที่...รับปากว่าจะมา” พูดแล้วตัดบทว่า ช่างเถอะตนชินแล้วกับการที่เป็นคนถูกลืม

ระหว่างนั้นเอง เธอก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่า มีคนพบศพพ่อกับแม่ที่ชายหาดกระบี่ ส่วนน้องสาวเธอคือ ฟ้า ฟ้าลดายังไม่เจอตัวไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง เธอร้องไห้จับแขนหมอวัฒนาบอกว่า

“ถ้าเกิดยัยฟ้าเป็นอะไรขึ้นมา แพรจะทำยังไง...จะทำยังไง” เธอร้องไห้โฮๆ จนหมอต้องปลอบให้ใจเย็นๆ “แพรไม่อยากให้น้องเป็นอะไรไปอีกคน พี่หมอช่วยแพรด้วยนะคะ พี่หมอช่วยแพรด้วย...”

หมอวัฒนาได้แต่กอดเธอไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

หลายวันต่อมา เช้านี้ท้องฟ้าแจ่มใสมาก นางฟ้าตื๊อขอตามสายชลไปหาปลาจนได้ แต่พอเรือออกทะเลเจอคลื่นลมเรือโคลงไปโคลงมา นางฟ้ากลัวจนกำมือแน่น เธอบอกสายชลว่าให้พาตนกลับบ้าน สายชลบอกว่า

“มาไกลขนาดนี้แล้วกลับไม่ได้แล้ว ถ้าส่งเธอกลับไปแล้วต้องออกมาอีก วันนี้ไม่ได้ปลาแน่ๆ”

เรื่องย่อ เกมร้าย เกมรัก ตอน1 ละครช่อง3




ตอนที่ 1

ที่เกาะมิน บริเวณริมหาดอึกทึกคึกคักด้วย

เสียกลอง พวกผู้ชายพากันตีกลองให้จังหวะอย่างสนุกสนานเร้าใจ ส่วนหญิงสาวหลายคนก็พากันเต้นระบำฮาวายส่ายสะโพกพลิ้วเอวอ่อน เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั้งหาด

“สายชล...สายชล...สายชล...”

เสียงเชียร์ของมามิกับสวย สองสาวชาวเกาะคู่แข่งที่หมายตาสายชลดังแหลมออกมากว่าใครเพื่อน แต่พอหันมาเจอกันต่างก็สะบัดหน้าใส่กันแล้วร้องเชียร์ต่อ

ไกลออกไป มีแพลอยอยู่กลางทะเล ไกลออกไปอีกนิด ร่างชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังว่ายน้ำแหวกพุ่งมาอย่างเร็ว พอมาถึงก็เกาะแพดึงตัวขึ้นไป วิ่งไปคว้าธงสีสดใสที่ปักอยู่ตรงกลางชูขึ้นโบกสะบัด หันหน้าไปทางริมหาดยิ้มเต็มหน้าอย่างผู้ชนะ

“มีคนได้ธงแล้วแม่” เสียงซะละหัวหน้าเกาะ ร้องบอก แสงดาวผู้เป็นเมียที่ยืนเชียร์อยู่ข้างๆ แสงดาวถามว่าใครได้

ทุกคนเขม้นมองไปที่แพว่าใครได้ธงไป แล้วนาราผัวของอารีฟะก็ตะโกนบอกทุกคนอย่างตื่นเต้นว่า

“ไอ้สายชล...ไอ้สายชลได้ธงเว้ย”

พวกสาวๆพากันกรี๊ดด้วยความดีใจ รวมทั้งอารีฟะด้วย เลยถูกนาราหันมองตาเขียวเอ็ดเบาๆว่า ผัวอยู่นี่จะกรี๊ดทำไม อารีฟะยิ้มแหยๆบอกว่า “ก็มันดีใจอ่ะ”

นาราหันไปมองสายชลแล้วแผดเสียงออกมาบ้าง บอกว่าตนก็ดีใจเหมือนกัน สองผัวเมียกอดกันกระโดดด้วยความดีใจสุดขีด ท่านกลางเสียงร้องเชียร์ “สายชล...สายชล...สายชล...”

ooooooo

สายชลยืนโบกธงยิ้มกว้างอยู่พบแพ จู่ๆหนุ่มชาวเกาะอีกสามคนก็ว่ายมาถึงพากันโหนขึ้นแพ ตรงไปห้อมล้อมสายชลไว้เพื่อแย่งธง สายชลเบี่ยงตัวหลบ บอกทั้งสามว่า

“อะไรที่อยู่ในมือฉันแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้ง่ายๆหรอกเว้ย”

สามหนุ่มชาวเกาะมองหน้ากันแล้วพุ่งเข้าจะแย่งธงจากสายชล แต่แย่งไม่ได้เพราะสายชลหลบได้คล่องแคล่วว่องไวราวกับปลาในสายน้ำ...

พวกที่ริมหาดเห็นการแย่งธงกันบนแพ ซะละถามแสงดาวว่า ในนั้นมีไอ้ลอยลูกชายเราไหม แสงดาวเขม้นมองบอกว่าไม่มี ถามอย่างกังวลว่า “แล้วไอ้ลอยอยู่ไหน”

ไอ้ลอยที่ทั้งสองถามถึงคือแตลอย ลูกชายของพวกเขานั่นเอง

ที่แพ แตลอยเพิ่งว่ายน้ำมาถึงเขาเกาะขอบแพจะดึงตัวขึ้นไป ทำให้แพเอียงวูบ หนุ่มชาวเกาะทั้งสามที่กำลังแย่งธงจากสายชลเสียหลักตกน้ำไปทั้งสามคน แต่สายชลขืนตัวไว้ยืนอยู่บนแพได้อย่างเท่เพียงคนเดียว

ooooooo

หลังจากนั้น สายชลถือธงมายื่นให้ซะละผู้เป็นหัวหน้าเกาะ ซะละรับธงจากสายชลชูขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความดีใจ พร้อมเสียงตะโกนเป็นจังหวะ “สายชล สายชล สายชล”

ซะละยกมือขึ้นเชิงให้หยุด เมื่อเสียงเชียร์เงียบลง ซะละชูธงในมือขึ้นประกาศชัยชนะ

“ข้า ซะละ หัวหน้าเกาะมินขอประกาศว่า สายชลได้ผ่านพิธีแย่งธง ซึ่งหมายความว่าสายชลเป็นชายหนุ่มเต็มตัว” ซะละเดินไปตบบ่าสายชล ยิ้มกรุ่มกริ่มก่อนประกาศเสียงดังกว่าเก่าว่า “พร้อมมีเมียได้แล้ว”

มามิกับสวย สองสาวคู่แข่งกรี๊ดลั่น แตลอยทำหน้าเซ็งๆที่ตนพลาดโอกาสนี้ไป สายชลหันไปเห็นมามิ

สวย และสาวชาวเกาะที่รายล้อม ทุกคนยิ้มหวานเสนอตัวบ้างโพสท่ายั่วยวน กระตุ้นต่อมหนุ่มของสายชลเต็มที่

สายชลมองพวกสาวๆเหล่านั้นอย่างสยอง ที่ตนกลายเป็นกวางน้อยในหมู่เสือสาวที่กำลังกระหายไปแล้ว

บรรดาชาวเกาะที่ห้อมล้อมพากันหัวเราะกับบรรยากาศขำๆรอบตัว ซะละกระเซ้าสายชลว่า

“ดูท่าจะมีผู้หญิงให้เอ็งเลือกเป็นเมียหลายคน แต่อย่าลืมว่า ชายชาวเกาะมิน...”

“ต้องรักเดียวใจเดียว มีเมียเดียวไปจนวันตาย” สายชลพูดต่อทันทีอย่างรู้ประเพณีของชาวเกาะมินดี

พวกสาวๆพากันปลื้มสุดๆแตลอยเบ้หน้าโพล่งออกไปว่า

“หมั้นไส้โว้ย ไอ้สายชลมันหล่อกว่าฉันตรงไหนวะ”

“ก็ตรงที่แกไม่มียังไงล่ะไอ้แตลอย” มามิหมั้นไส้เลยตอบกระแทกกลับไป

“นังมามิ!” แตลอยฉุนขาด แต่แล้วก็ชะงัก เกาหัวถามตัวเองงงๆ “มันหมายความว่ายังไงวะ”

ระหว่างนั้น ปีร์กะ หมอผีประจำเกาะ ถือไม้เท้าเดิน ออกมาท่าทางน่าเกรงขาม ทุกคนเงียบกริบ บรรยากาศจริงจังขึ้นมาทันที ปีร์กะเดินมาหยุดตรงหน้าสายชล ยื่นสร้อยเส้นหนึ่งออกไป พูดกับสายชลว่า

“สายชล...วันใดที่เจ้าเจอคู่ครอง จงมอบสร้อยนี้ให้กับคู่ของเจ้า แล้วพวกเจ้าจะไม่มีวันพรากจากกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ปีร์กะสวมสร้อยให้สายชล เขาก้มมองสร้อยที่คอ ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องครืนๆเมฆดำกลุ่มใหญ่ลอยมาทางเกาะ สายฟ้าฟาดเปรี้ยง พลันลมก็พัดโหมฮือเข้ามาอย่างแรง ข้าวของปลิวกระจุยกระจาย ทุกคนต้องยกมือป้องหน้าบังลมไว้

นารากับอารีฟะคว้าลูกไปกอดไว้แน่น แสงดาวเข้ามายืนข้างซะละบอกว่าท่าทางจะเป็นพายุใหญ่ สายชลบอกว่าอีกไม่นานพายุต้องมาถึงที่นี่แน่ เสนอให้รีบหาที่หลบกันดีกว่า

นาราถามอย่างกังวลว่าที่ทางออกโล่งโจ้งแบบนี้ เราจะหลบไปที่ไหน สายชลนิ่งไปนิดหนึ่ง นึกออก บอกว่าบนเขามีถ้ำใหญ่พอที่จะให้พวกเราทุกคนไปหลบพายุได้ พวกเรารีบไปที่นั่นกันก่อนดีกว่า ซะละเห็นด้วย เรียกทุกคนให้รีบไปที่ถ้ำกัน

เพียงเริ่มออกเดิน สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆตลอดทางอย่างน่ากลัว

แต่พอไปถึงถ้ำ อารีฟะร้องอย่างตกใจเมื่อหนูแดงลูกสาววัยสองขวบหายไป สวยลูกสาวคนโตรีบเดินหาแต่ไม่เจอ สายชลอาสาจะไปตามหาหนูแดงให้ ว่าแล้ววิ่งออกไปทันที ทุกคนได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง

ปีร์กะ พนมมือภาวนา “เทวดาเจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยคุ้มครองให้สายชลพาหนูแดงกลับมาโดยปลอดภัยด้วยเถอะ”

สายชลออกไปตามหา จนบ่ายเจอหนูแดงร้องไห้อยู่ใต้กองกิ่งไม้ สายชลรีบอุ้มออกมาพากลับถ้ำโดยเร็ว

ทุกคนดีใจมาก โดยเฉพาะอารีฟะโผเข้ารับหนูแดงไปอุ้มกอดไว้แน่น นาราขอบใจสายชลด้วยความซาบซึ้งใจ

สายชลมองสามพ่อแม่ลูกกอดกัน ยิ้มอย่างดีใจ รู้สึกดีๆกับความเป็นครอบครัว...

ooooooo

เย็นแล้ว ที่ริมหาด สายชลเดินกลับบ้าน พลันก็ชะงักเมื่อมามิเดินมาหา เขาถามว่าทำไมยังไม่กลับบ้านอีก มามิเดินยั่วเข้าหา ชวนเป็นผัวเมียกันดีกว่าเพราะไหนๆวันนี้เขาก็ผ่านพิธีมาแล้ว ว่าแล้วโผเข้ากอดแน่น

“เฮ้ย! ไม่ได้!” สายชลพยายามแกะมือมามิออก มามิกอดแน่นเป็นตุ๊กแก แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเสียงของสวยแทรกเข้ามาอย่างไม่พอใจ

“หยุด...ถ้าจะเอาพี่สายชลเป็นผัว ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”

มามิไม่ยอมถอยยกมือเท้าเอวด่าสวยว่า ตัวแค่นี้คิดจะมีผัว เอานิ้วจิ้มหน้าผากสวยจนหงายบอกให้ไปดูหนังหน้าตัวเองเสียก่อน สวยไม่ยอมถอยเท้าเอวยื่นหน้าเข้าไปเถียงมามิว่า อีกไม่นานตนก็โตทันเธอแล้ว

“เชอะ...ถึงโตทัน สายชลเขาก็ไม่เอาแกทำเมียหรอก” มามิมองเย้ย ทั้งสองมัวแต่ทะเลาะแย่งสายชลกัน เขาเลยฉวยโอกาสย่องหนีไป แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเจอสาวๆอีกกลุ่มหนึ่งดักอยู่ ต่างกรูกันเข้าหา มามิกับสวยหันมาเห็น รีบแย่งกันมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของสายชล รุมกันดึงทึ้ง จนสายชลแทบฉีกออกเป็นสองซีก เขาร้องอย่างฉุนเฉียว

“โว้ย!!” พวกสาวๆพากันหยุดกึก สายชลวางแผน บอกทุกคนว่า คนที่จะมาเป็นเมียตนนั้นต้องมีสะโพกผายจึงจะเหมาะแก่การมีลูกไว้สืบสกุลมากๆทั้งหัวปี กลางปี ท้ายปี บอกให้ทุกคนหันหลังโชว์บั้นท้ายตัวเอง

พวกสาวๆหลงเชื่อพากันหันหลังโก้งโค้งโชว์ บ้างดึงดูดใจส่ายสะโพกดิ๊กๆ

สายชลฉวยโอกาสที่สาวๆหันหลังให้เดินหนีไป

พวกสาวๆที่หันหลังโชว์บั้นท้ายกันจนเมื่อย สวยร้องถามขึ้นก่อนว่าเลือกได้หรือยัง ปรากฏว่าเงียบกริบ ทุกคนเลยเอะใจ หันมองไม่มีสายชลอยู่ตรงนั้นแล้วแต่เห็นวิ่งอ้าวอยู่ข้างหน้า เลยพากันวิ่งไล่กวดไปเป็นพรวน

สายชลวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งไปบ่นไป “ซวยจริงๆ เล้ย ไอ้สายชล” ถึงจะเหนื่อยแต่หยุดไม่ได้ ขืนหยุดมีหวังโดน รุมทึ้งแน่

ทันใดนั้น เสียงสาวๆที่วิ่งตามมาพากันร้องกรี๊ด สายชลนึกว่ากรี๊ดตน หันมองกลายเป็นว่าพวกสาวๆกรี๊ดตกใจที่

เห็นสาวน้อยนางหนึ่งในชุดดำน้ำนอนหมดสติอยู่

สายชลรีบเข้าไปดู เขาปัดผมที่บังหน้าหญิงสาวออก พอเห็นหน้าเต็มๆ เขาถึงกับตะลึงอึ้งในความสวยน่ารักของเธอ ที่หน้าผากเธอมีรอยแตกยาว

ooooooo

สายชลตัดสินใจอุ้มร่างหญิงสาวไปที่บ้านปีร์กะ วางร่างเธอไว้บนแคร่หน้าบ้าน ครู่หนึ่งปีร์กะออกมาจับชีพจร แตลอยเดินกินปลาย่างผ่านมาเห็นคนมุงดูกันก็เข้ามาดูบ้าง พอเห็นหน้าหญิงสาวถึงกับอุทาน “สวย...”

“เรียกฉันทำไม” สวยที่ยืนดูอยู่ก่อนแล้วหันมาถาม แตลอยบอกว่าตนไม่ได้เรียกเธอ แต่หมายถึงผู้หญิงคนนั้นสวย

ปีร์กะจับชีพจรแล้วส่ายหน้าบอกสายชลว่าชีพจรเต้นอ่อนมากสงสัยจะไม่รอด ทุกคนตกใจ สายชลขอร้องปีร์กะว่า

“ป้าปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตายไม่ได้นะ ป้าต้องช่วยเขา”

ปีร์กะให้พวกที่มุงอยู่ไปตามทุกคนมารวมตัวกันที่ลานหมู่บ้าน แล้วให้สายชลอุ้มร่างหญิงสาวตามตนไปที่ลานหมู่บ้าน  เมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้วปีร์กะให้มายืนล้อมหญิงสาว ไว้ ตัวเองไปยืนข้างหญิงสาว บอกทุกคนว่า

“ข้าจะอ้อนวอนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายออกจากนางผู้นี้ ขอให้พวกเราทุกคนรวมพลังช่วยข้าด้วย” ปีร์กะพูดแล้วให้ทุกคนพูดตามว่า “ความชั่วร้ายจงออกไป ความชั่วร้ายจงออกไป”

ปีร์กะทำพิธีจนเสร็จ แล้วเข้าไปจับชีพจรหญิงสาวอีกครั้ง บอกอย่างสิ้นหวังว่า

“ธาตุไฟของนางกำลังจะแตก มันเป็นชะตาของฟ้า”

สายชลถามอย่างตกใจว่าเราช่วยผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆหรือ ปีร์กะส่ายหน้า

สายชลคิดไม่ตก ใจไม่ยอมแพ้ พยายามหาทางช่วยเธอ ฉุกคิดขึ้นมาได้หันไปถามทุกคนว่า

“แล้วถ้าเราเอาผู้หญิงคนนี้เข้ากระโจมอบสมุนไพรล่ะ กระโจมสมุนไพรช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น บางทีวิธีนี้อาจจะช่วยผู้หญิงคนนี้ได้”

“สายชล เอ็งจะฝืนชะตาฟ้าไปทำไม ร่างกายของผู้หญิงคนนี้อ่อนแอจนเกินจะเยียวยาแล้ว” ปีร์กะติง

“ผู้หญิงคนนี้ ถูกพามาที่เกาะมิน นั่นหมายความว่าเกาะเลือกที่จะให้พวกเราช่วยเธอ แล้วเราจะปล่อยให้เธอตายโดยที่เราจะไม่พยายามทำอะไรเลยเหรอป้า” สายชลถามปีร์กะ พยายามโน้มน้าวใจ

แสงดาวเห็นด้วย พูดกับปีร์กะว่าเราจะปล่อยให้คนคนหนึ่งตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไง ซะละเสนอว่าเราจะลองดูก็ไม่เสียหายอะไร ทำให้ปีร์กะพูดอย่างตัดสินใจแล้วว่า “เอาวะ เป็นไงเป็นกันเว้ย...”

ooooooo

ทุกคนช่วยกันเตรียมกระโจมอบสมุนไพรขึ้นที่ลานหมู่บ้าน เสร็จแล้วปีร์กะสั่งการว่า พวกเราต้องช่วยกันเติมสมุนไพรอย่าให้พร่อง ทุกคนพยักหน้ารับแข็งขัน โดยแตลอยเป็นคนคอยเติมฟืน สายชลคอยเติมสมุนไพร ส่วนคนอื่นๆ คอยลุ้นเอาใจช่วยกันเต็มที่

แต่จนกระทั่งยามสองก็ยังไม่ได้ผล ปีร์กะบอกสายชลว่า เราช่วยนังหนูนี่ไม่ได้แล้ว เราจะช่วยได้อีกทางคือ ช่วยกันสวดภาวนาให้นางไปอย่างสงบ และไม่ทรมาน

ทุกคนเศร้ามาก สายชลไปยืนตรงหน้าร่างหญิงสาวอุ้มเธอขึ้น หันบอกทุกคนว่า

“ฉันเคยปล่อยให้พ่อกับแม่ตายไปตรงหน้า โดยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาตายตรงหน้าฉันอีก...ตราบใดที่ผู้หญิงคนนี้ยังมีลมหายใจ พวกเราก็ยังมีความหวัง ฉันจะช่วยผู้หญิงคนนี้ให้ถึงที่สุด”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย สายชลหันมองปีร์กะ ถามว่า “การช่วยเหลือคน มันไม่ใช่เรื่องที่เหนื่อยอะไรไม่ใช่เหรอป้า” ปีร์กะได้แต่มองสายชลนิ่ง

ooooooo

สายชลพาร่างหญิงสาวไปที่บ้านตน วางบนเตียงแล้วนั่งข้างๆ จับมือเธอกุมไว้ เอาอีกมือแตะที่หน้าผากพร่ำพูดไม่ขาดปากซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า

“ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆ จงเข้ามา ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆ จงเข้ามา...”

ไม่นานนักเมฆดำก็เคลื่อนมาบังพระจันทร์ สายชลยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม พูดประโยคเดิม ทันใดนั้น เธอกระอักน้ำออกมาแล้วชัก สายชลตกใจจับตัวเธอไว้ พูดประโยคเดิมเร็วขึ้น ครู่หนึ่งเธอค่อยสงบลง เขาถอนใจโล่งอก ยิ่งมุ่งมั่นที่จะพูดประโยคนั้นต่อไป

สายชลพร่ำพูดตั้งแต่กลางคืน...จนเช้า...กระทั่งสาย บ่าย จนเย็น โดยไม่ยอมแตะต้องอาหารและน้ำดื่มที่ปีร์กะกับมามิเอามาให้ ไม่ยอมแตะต้องอาหาร ไม่ยอมพูด ท่องประโยคนั้นอย่างมีสมาธิ ตลอดวัน ตลอดคืน

จนกระทั่งเช้าวันต่อมาเขาก็ยังท่องประโยคนั้นอยู่อย่างไม่ย่อท้อ ชาวบ้านพากันมายืนลุ้นที่หน้าบ้านสายชลด้วยความเป็นห่วง ปีร์กะเดินออกมาส่ายหน้าให้รู้ว่าไม่มีความหวัง

ความห่วงใยหญิงสาวของชาวบ้าน บัดนี้กลายเป็นห่วงใยสายชลเกรงเขาจะเป็นอะไรไป แสงดาวให้แตลอยเฝ้าที่หน้าบ้าน เผื่อสายชลเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ช่วยทัน

สายชลยังคงท่องประโยคนั้นอย่างมีสมาธิ จนกระทั่งสังเกตเห็นสีหน้าหญิงสาวมีเลือดฝาด ริมฝีปากมีสีเลือดขึ้น เขาดีใจสุดชีวิต อุ้มเธอวิ่งออกไปหน้าบ้าน ตะโกนบอก

ทุกคนว่า “ผู้หญิงคนนี้รอดแล้ว”

ทุกคนที่คอยฟังข่าวอยู่เฮกันด้วยความดีใจ แตลอยรีบมาดู เป็นจังหวะที่สายชลซึ่งอ่อนเพลียมากเซจะล้ม แตลอยรีบประคองไว้ แต่สายชลไม่ได้สนใจตัวเองเลย เขายังคงหันมองหน้าหญิงสาวอย่างปลื้มปีติไม่วางตา

ปีร์กะชมสายชลว่า “เพราะเอ็งแท้ๆสายชล เอ็งทำให้นังหนูนี้ได้เกิดใหม่”

มามิที่คลั่งไคล้ใหลหลงสายชล ชมเสียงดังลั่นว่า “สายชลเก่งที่สุด มามิดีใจที่จะได้สายชลเป็นผัว”

สายชลร้องเฮ้ยที่ถูกตู่เอาดื้อๆ ส่วนปีร์กะยกไม้เท้าเคาะหัวมามิดังโป๊ก ด่าหลานสาวว่าวันๆมีแต่คิดจะหาผัว

มามิเถียงว่าถ้าตนไม่หาก็มีหวังขึ้นคานแน่ ถูกปีร์กะปรามเลยงอนเดินหนีไป ปีร์กะบอกสายชลว่าให้ไปกินข้าวกินปลาเสียก่อนเดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน แล้วเดินกลับบ้าน

ooooooo

คืนนี้ สายชลหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนกระทั่งเช้า หญิงสาวตื่นขึ้นมามองรอบตัวงงๆ แล้วลุกเดินเปิดประตูออกไป ไม่เห็นสายชลที่นอนคุดคู้ที่พื้น

ลมพัดประตูปิดดังปัง ทำให้สายชลตกใจตื่น มองไปที่เตียงไม่เห็นหญิงสาวแล้ว เขายิ่งตกใจรีบเดินหาตามห้อง เมื่อไม่เจอจึงวิ่งออกไปดูข้างนอก เจอเธอยืนเซๆ จะล้มเพราะหมดสตินอนมาหลายวัน เขาพุ่งเข้ารับตัวเธอไว้ในอ้อมแขน จมูกเกือบแตะกันสายชลถึงกับตะลึง ที่เห็นหญิงสาวในระยะใกล้ยิ่งเห็นความงามไม่มีที่ติของเธอ

หญิงสาวร้องหิวน้ำ สายชลรีบเอาน้ำให้ดื่ม เธอดื่มอย่างกระหาย จากนั่นถามคำถามมากมายว่า ที่นี่ที่ไหนตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตนหมดสติได้ยังไง ครั้นสายชลบอกเธอก็ได้แต่ฟังงงๆ

แต่พอสายชลถามว่าเธอชื่ออะไร เธอกลับบอกว่าไม่รู้ ถามว่าจำอะไรได้บ้าง เธอจำอะไรไม่ได้เลย ถามสายชลอย่างสับสนว่า

“ทำไมฉันนึกอะไรไม่ออก ทำไมฉันจำไม่ได้ว่าตัวเอง เป็นใคร ทำไม...ทำไม...”

เธอรู้สึกเจ็บแผลที่หน้าผาก ยกมือไปโดนเข้ายิ่งเจ็บ สายชลบอกว่าเธอบาดเจ็บที่หน้าผาก คงเป็นสาเหตุให้เธอจำอะไรไม่ได้ ปลอบใจว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรเลย เธอพยักหน้าอย่างผ่อนคลายขึ้น


ครู่หนึ่งเธอถามสายชลว่าเขาชื่ออะไร เขาบอกว่าชื่อสายชล เธอชมว่าดีจังที่จำชื่อตัวเองได้ สายชลถามว่าระหว่าง ที่เธอยังจำชื่อตัวเองไม่ได้ ตนจะตั้งชื่อให้ใช้ไปก่อน เอาเป็นชื่อดอกไม้ดีไหม เธอส่ายหน้า สายชลเงยหน้ามองท้องฟ้า พึมพำ “ฟ้า...นางฟ้า...”

“นางฟ้า...ฉันชอบชื่อนี้”

“ถ้าเธอเป็นนางฟ้า ก็คงเป็นนางฟ้าที่ตกจากสวรรค์ลงมาในทะเลแน่ๆ” สายชลพูดติดตลก เธอฟังแล้วพลอยขำไปด้วย

สายชลดีใจสุดชีวิต วิ่งร้องตะโกนระหว่างทางไปบ้านปีร์กะว่า “นางฟ้าฟื้นแล้ว...นางฟ้าฟื้นแล้ว...” ชาวบ้านต่างพากันออกมาดูอย่างสงสัยว่านางฟ้าอะไร ซะละฟังแล้วงง ถามแสงดาวว่า “ไอ้สายชลมันพูดอะไรของมันน่ะแม่”

แสงดาวบอกว่าถ้าฟังไม่ผิดสายชลบอกว่านางฟ้าฟื้นแล้ว แตลอยได้ยินรีบวิ่งตามสายชลจะไปดู

ไปถึงหน้าบ้านปีร์กะ สายชลตะโกนบอกว่า “นางฟ้าฟื้นแล้วจ้ะป้า” ปีร์กะดีใจรีบไปดู มามิทนไม่ได้ตามไปด้วย แตลอยที่เพิ่งตามมาถึงเห็นพวกสายชลเดินกลับก็งง ถามว่าจะไปไหนกัน แล้วหันหลังกลับวิ่งตามไปด้วย

พอนางฟ้าเห็นปีร์กะที่หัวฟูหยิกหยอยถือไม้เท้าเข้ามาก็ตกใจหลบไปอยู่หลังสายชล จนเขาบอกว่าไม่ต้องกลัวปีร์กะเป็นหมอ ปีร์กะบอกให้สายชลจับตัวนางฟ้าไว้แล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาดูทั้งสองข้าง จากนั้นสั่งให้อ้าปาก แลบลิ้น ตรวจครบแล้วปีร์กะมองนางฟ้าอึ้งๆ

“สลบไปสามวันสามคืน แต่ร่างกายฟื้นเร็วขนาดนี้ไม่น่าเชื่อ นี่ถ้าเอ็งไม่ได้ไอ้สายชล เอ็งตายเป็นผีเฝ้าเกาะไปแล้ว”

ชาวบ้านที่พากันมาดูอย่างตื่นเต้นพากันเฮด้วยความดีใจ ทำให้นางฟ้ายิ่งตื่นตกใจ

“แบบนี้มันต้องฉลอง...” นาราตะโกนขึ้น ทุกคนเห็นด้วยทันที

ooooooo

พิธีฉลองจัดขึ้นที่ลาดหมู่บ้านนั่นเอง เสียงดนตรีอึกทึกคึกคัก พวกสาวชาวเกาะออกมาเต้นกันอย่างสนุกสนาน แต่นางฟ้าก็ยังตื่นกลัว สายชลต้องคอยปลอบให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลาว่า นี่เป็นพิธีที่พวกเราทุกคนจัดขึ้นเพื่อต้อนรับนางฟ้า

สายชลเลื่อนอาหารที่ซะละกับแสงดาวเอามาให้บอกให้นางฟ้ากินเยอะๆจะได้แข็งแรง เธอถามว่าของพวกนี้นางฟ้ากินได้ใช่ไหม

“ได้สิ นี่เป็นของนางฟ้าทั้งหมด”

ฟังสายชลแล้ว นางฟ้าหยิบขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง พูดอย่างตื่นเต้นว่าอร่อย เลยหยิบเอ๊า...หยิบเอาใส่เข้าเต็มปาก เคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยมีความสุข

สายชลมองนางฟ้ากิน ตัวเองพลอยมีความสุขไปด้วย ครู่หนึ่ง ซะละออกมาประกาศว่าขอให้ทุกคนสนุกสนานกันให้เต็มที่ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาและภูตทะเลที่ช่วยทำให้นางฟ้ารอดพ้นจากความตาย จากนั้น บอกชาวบ้านที่มาร่วมฉลองว่า

“ขอให้ทุกคนช่วยกันอวยพรให้นางฟ้าพบแต่ความสุข อย่าได้เจอกับเรื่องร้ายๆอีก”

ปีร์กะนำพวกแสงดาวมายืนตรงหน้านางฟ้า แล้วหอมหัวเธอ คนอื่นทยอยทำตามจนครบ เป็นการให้พรตามประเพณี สายชลมาเป็นคนสุดท้าย ขณะเขาก้มจะหอมหัวนั้น เธอเงยหน้าขึ้นพอดีเลยกลายเป็นหอมที่จมูกเธอแทน

สายชลชะงักอึ้งแล้วรีบผละออกมา พอดีนาราร้องบอกทุกคนให้มาสนุกกัน มามิกับสวยแย่งกันมาดึงสายชลออกไปเต้น สายชลปลิวไปตามมือของสองสาว หันมองนางฟ้า เห็นเธอยังนั่งอึ้งอยู่

ooooooo

ฉลองกันจนดึก ชาวบ้านเริ่มทยอยกันกลับบ้านแล้ว แต่นางฟ้ายังกินไม่หยุด ขอบปากเลอะเทอะไปด้วยอาหาร สายชลพูดอย่างเอ็นดูว่า “เธอนี่กินเหมือนเด็กๆ ไม่รู้จักอิ่ม” นางฟ้ายิ้มให้เขินๆ

ปีร์กะเดินเข้ามาหาสายชล โดยมีซะละ แสงดาว และอีกหลายคนตามมาด้วย ปีร์กะบอกสายชลว่า พรุ่งนี้จะจัดยามาให้นางฟ้าต้มให้กินวันละสามครั้งเป็นยาบำรุง สายชลถามว่ามียาบำรุงสมองไหม เพราะนางฟ้าจำอะไรไม่ได้เลย ถามปีร์กะว่า แล้วต่อไปนางฟ้าจะจำทุกอย่างได้ไหม
ปีร์กะบอกให้ดูกันไปก่อน เพราะนางฟ้าเพิ่งฟื้นก็เลยทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวยังไม่ได้

“สายชล เอ็งต้องดูแลนางฟ้าให้ใกล้ชิดหน่อยแล้ว เพราะถ้าเกิดนางฟ้าออกนอกสายตาขึ้นมาเมื่อไหร่ จะไม่ปลอดภัย” ซะละเตือน สายชลพยักหน้าแล้วหันมองนางฟ้าอย่างกังวลใจ

เมื่อได้ยาจากปีร์กะแล้ว สายชลก็ต้มให้นางฟ้าอย่าง ตั้งอกตั้งใจ ต้มแล้วเทใส่ชามเอาไปให้กิน แต่เพราะยาทั้งขมทั้งเฝื่อน สายชลต้องปะเหลาะให้กิน แต่พอกินเข้าไปเธอก็อ้วกใส่เขาเปื้อนไปหมด

เมื่อสายชลไปอาบนํ้าล้างตัว นางฟ้าก็ตามไปจะขออาบด้วยคน ทำเอาสายชลตีหน้าไม่ถูกต้องชี้แจงว่าไม่ได้ เพราะรูปร่างเราไม่เหมือนกัน สุดท้ายสายชลตัดสินใจให้

แตลอยมาช่วยสร้างห้องนํ้าให้ พอแตลอยรู้เหตุที่ทำให้สายชล ให้มาสร้างห้องนํ้าก็หัวเราะทำท่ามันเขี้ยวว่า

“ถ้าเป็นฉัน ฉันไม่ทำหรอก อาบนํ้าด้วยกันอบอุ่นดี” พูดแล้วทำหน้าทะเล้นหัวเราะเสียงคึกๆในคอ เลยถูกสายชล เอาดินป้ายปากด่า “ไอ้ลามก!” แตลอยหุบปากถุยดินทิ้ง ทำหน้าเหยเก แล้วทำงานต่อ

ooooooo

ระหว่างที่สายชลช่วยแตลอยสร้างห้องนํ้านั่นเอง นางฟ้าร้องกรี๊ดขึ้น สายชลตกใจกระโดดลงมาแล้วรีบวิ่งไปดูในบ้าน เห็นนางฟ้าที่ยังหลับอยู่ ดิ้นตะเกียกตะกาย สายชลเข้าไปปลุกให้ตื่น พอรู้สึกตัวเธอคว้ามือสายชลได้ก็จับแน่น ร้องบอกละลํ่าละลักว่า

“สายชลช่วยด้วย...นางฟ้าจมนํ้า”

สายชลลูบหัวนางฟ้าบอกว่าแค่ฝันร้ายเท่านั้น ไม่เป็นไรนะ เมื่อนางฟ้าตั้งสติได้ รู้ว่าตัวเองฝันร้ายก็ค่อยคลายความหวาดกลัวลง แตลอยที่เนื้อตัวเปื้อนโคลนเดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย พอนางฟ้าเห็นแตลอยในสภาพนั้นก็ผวาเฮือก กอดแขนสายชลแน่นร้องว่า ผี...ผีหลอก

“ไม่ใช่ผี นั่นแตลอย เพื่อนฉันเอง” สายชลบอก แตลอยยิงฟันขาวยกมือทักทาย นางฟ้าสงบลง แต่ก็ยังมองแตลอยงงๆ

เพราะนางฟ้าไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน สายชลจึงพาไปหาซะละเพื่อเอาเสื้อผ้าของแสงดาวสมัยสาวๆมาใส่ นางฟ้าหยิบเสื้อผ้าออกมาคลี่ดู เจอยกทรงก็เอาขึ้นปิดตา แสงดาวบอกว่านั่นคือยกทรง ไม่ใช่เอาไว้ปิดตา เธอก็ยังถามด้วยแววตาแสนซื่อว่า แล้วเอาไว้ทำอะไร

แสงดาวเลยบอกว่าให้เอาเก็บใส่ถุงไว้ก่อนเถอะ มองนางฟ้าที่ช่างไม่รู้อะไรเลยอย่างแปลกใจ

สายชลพยายามพานางฟ้าออกเดินเพื่อเธอจะได้รู้สึกผ่อนคลาย วันนี้พาไปเดินริมหาด ครู่หนึ่งเธอบอกเขาว่า ปวดฉี่ ยืนหนีบบิดไปบิดมาอย่างทนไม่ไหวแล้ว สายชลจึงให้เธอไปฉี่หลังต้นไม้ ตัวเองเดินเลี่ยงไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล

สายชลเดินเก็บเปลือกหอย ก้มเก็บหลังโขดหิน นางฟ้าทำธุระเสร็จเดินออกมาไม่เห็นสายชลก็ออกเดินตามหา

นางฟ้าร้องเรียก “พี่สายชล...พี่สายชล...” พลางเดินตามหา ส่วนสายชลรอจนรู้สึกนานผิดปกติ ออกตามหา พลางร้องเรียก “นางฟ้า...นางฟ้า...”

แต่เดินไปกันคนละทิศ ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างกัน...

ooooooo

ที่ท่าเรือเกาะมิน ยาซะ พ่อค้าหน้าหล่อแนวโฉด พร้อมลูกน้องสองคนคือหมึกกับฉลาม นำเรือเข้ามาจอดที่ท่า พอเด็กๆเห็นเรือของยาซะมาเทียบท่าก็วิ่งกรูกันมารับขนมที่เขามักเอามาแจกเอาใจเด็กๆ เมื่อเด็กได้ขนมแล้วก็พากันแยกย้ายไป ยาซะมองขึ้นไปบนเกาะ ยิ้มอย่างหมายมั่น

เมื่อขึ้นไปแล้ว ยาซะจ่ายเงินให้ชาวเกาะที่เอาปลามาขาย ชาวเกาะรับเงินแล้วเดินกลับไปอย่างดีใจ ยาซะหันไปทางลูกน้องทั้งสอง สั่งให้ขนของขึ้นเรือ

หมึกไปยกลังปลา อุทานอย่างตื่นเต้นว่าวันนี้ปลาตัวโตๆทั้งนั้นเลย ยาซะมองปลาพูดอย่างพอใจว่า

“ปลาตัวโต แต่ราคาถูกขนาดนี้ เอ็งสองคนเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ทำไมข้าถึงยอมถ่อมาไกลถึงที่นี่ เพราะคนที่นี่มันทั้งซื่อทั้งเซ่อไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ”

หมึกกับฉลามหัวเราะเอาใจนายไปด้วย ขณะนั้นมีสาวชาวเกาะเดินมา ยาซะมองด้วยสายตาลามกขณะพูดว่า

“ถ้าข้าได้ผู้หญิงเกาะนี้เป็นเมีย รับรองสบายไปทั้งชาติ พวกเอ็งเห็นไหม เกาะมิน เต็มไปด้วยต้นไม้ แหล่งอาหาร สัตว์นํ้า ไม่มีเกาะไหนจะอุดมสมบูรณ์เท่าที่นี่อีกแล้ว”

หมึกกับฉลามต่างสอพลอเอาใจนาย ยาซะหัวเราะชอบใจ แล้วแยกไปบอกว่าจะไปหาเมียสักหน่อย

ยาซะเดินไปตามริมหาด เขาหยุดกึกเมื่อพบร่าง

นางฟ้านอนหมดสติอยู่บนพื้นทราย เขามองนางฟ้ายิ้มมุมปากอย่างมีแผน

เรื่องย่อ รักปาฏิหาริย์ ตอน1 ละครช่อง3


ตอนที่ 1

ชีวิต ณิชมน ชุติมันต์ มรสุมกระหน่ำหนัก พ่อถูกฆ่าตาย เธอถูกมาเฟียตามล่า จึงตัดสินใจกลับเมืองไทย หวังมาพบญาติ

ระหว่างอยู่บนเครื่อง เธองีบหลับและฝันว่าถูกพวกมาเฟียไล่ล่าเอาชีวิต แต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาช่วยเอาไว้แล้วหายตัวไป ทิ้งไว้เพียงผ้าพันคอ เธอสะดุ้งตื่นมองไปรอบๆตัวก็เห็นชายหนุ่มที่นั่งข้างๆมองมาอย่างกรุ้มกริ่ม แล้วเริ่มสานสัมพันธ์เพราะคิดว่า เธอเป็นนักศึกษากลับมาเที่ยวบ้านช่วงปิดเทอม

ณิชมนเห็นท่าทางเขาไม่น่าไว้ใจ เธอแอบสลับแหวนจากมือขวามาใส่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างรวดเร็ว แล้วตอบชายหนุ่มว่า เธอกลับมาแต่งงานพลางชูมือให้ดู

“คู่หมั้นของฉันเป็นตำรวจค่ะ ยิงปืนแม่นแล้วก็ขี้หึงมาก เมื่อเดือนก่อนเราเพิ่งไปเที่ยวเมืองบาธกัน แค่มีผู้ชายมาขอถ่ายรูปฉัน เขาซ้อมนายคนนั้นจนเกือบตาย อุ๊ย อย่าคิดว่า เค้าเป็นคนโหดร้ายนะคะ จริงๆแล้วเค้าเป็นคนไนซ์มากๆดูรูปแล้วคุณจะรู้ คุณจะดูรูปเขาไหมคะ” ณิชมนทำทีจะหยิบรูปจากกระเป๋าขึ้นมาให้ดู

“ไม่เป็นไรครับๆ” ชายหนุ่มปฏิเสธแล้วเฉไฉหันไปทางแอร์โฮสเตส แล้วขอไวน์ดื่ม

ณิชมนหันหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเก่าๆเยินๆมาอ่านหาข้อมูลเมืองไทย

เวลาเดียวกันนั้น ม.ร.ว.บุรธัชซึ่งอยู่ในเครื่องบินลำเดียวกัน กำลังคุยกับ ม.ร.ว.รวิภาสน้องชายเรื่องเรียนต่อเพราะพาไปดูมาหลายประเทศแล้ว แต่ไม่ถูกใจน้องชายสักที แถมเจ้าตัวดียังยืนกรานจะไม่ยอมเรียนต่อปริญญาโทอีกด้วย

“แกไม่เรียนต่อโท แล้วแกจะทำอะไร” บุรธัชชักเหลืออด

“ไม่รู้ ยังไม่อยากคิด” รวิภาสตอบพลางหยิบหูฟังขึ้นมาฟังเพลงแล้วหลับตาเหมือนจะหลับไปในทันที

“นายภาส” บุรธัชมองรวิภาสไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ooooooo

หลังเครื่องลงสนามบินสุวรรณภูมิ ณิชมนแบกกระเป๋าเป้ออกมาพร้อมๆกับกลุ่มผู้โดยสาร เธอมองรอบๆตัวเห็นผู้คนมายืนรอรับญาติกันคับคั่ง แต่ตัวเองกลับยืนนิ่งอย่างโดดเดี่ยว เธอแอบหวังว่าเมื่อได้พบญาติที่อยู่ในเมืองไทยพวกเขาคงยินดีต้อนรับเธอและลืมเรื่องเลวร้ายในอดีตที่พ่อกับแม่ของเธอทำไว้

หญิงสาวเดินใจลอยคิดหาทางออกในชีวิตมาตามทางเดิน ชายสามคนทำทีรีบร้อนพรวดพราดเข้ามาชน เธอเซหนังสือในมือหลุดกระเด็นไป ทั้งสามรีบเข้าประคองพลางขอโทษ ก่อนชิ่งออกไป

รวิภาสเห็นหนังสือหล่นมาตรงหน้า จึงก้มลงเก็บแล้วเดินไปส่งคืนให้อย่างคนมีน้ำใจ บุรธัชตามมาดึงน้องออกไปพร้อมตำหนิ

“ไปยุ่งอะไรกับเรื่องคนอื่น แล้วที่พูดไปเขาฟังรู้เรื่องเหรอ”

“จริงด้วย ท่าทางจะไม่ใช่คนไทย ต้องกลับไปใหม่” รวิภาสจะเดินกลับไปหาณิชมน แต่บุรธัชลากตัวออกไป

ณิชมนมองตามบุรธัชกับรวิภาสอย่างไม่สนใจนัก เธอคลายผ้าพันคอออก แล้วยัดใส่กระเป๋าจึงพบว่ากระเป๋าสะพายถูกกรีดขาด ข้าวของในกระเป๋าและเงินสดหายไปเกลี้ยง เธอตกใจแทบช็อก รีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ถามถึงที่อยู่ เธอกลับลังเลเพราะไม่แน่ใจว่า คุณปู่โชติ ชุติมันต์ จะยังใช้ที่อยู่เดิมอยู่หรือไม่ จึงตัดบทด้วยการเดินเลี่ยงออกไปแล้วพึมพำบอกกับตัวเองให้ฮึดสู้อย่ายอมแพ้

เวลาเดียวกันนั้น บุรธัชพารวิภาสเข้ามานั่งรอเครื่องไปเชียงราย อยู่ในร้านกาแฟของสนามบิน รวิภาสต่อรองกับ

พี่ชายขออยู่เที่ยวกรุงเทพฯสักสองสามวัน แต่บุรธัชไม่ยอม

อ้างว่า ต้องกลับไปทำงาน

“ไร่บุริศราวัณเป็นของเราทั้งสองคน ที่จริงท่านพ่อสร้างไร่บุริศราวัณไว้ให้แกคนเดียวด้วยซ้ำ แกมีหน้าที่สานต่องานของท่าน”

“ผมยกไร่บุริศราวัณให้พี่ธัชไปเลยแล้วกัน พี่ธัชจะได้เลิกกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตผมซักที จบแล้ว ผมจะเรียนต่อหรือไม่เรียนต่อหรือจะทำงานอะไร ให้ผมเลือกเอง ชีวิตเป็นของผมไม่ใช่เป็นของพี่ธัช”

“คนที่ไม่เคยคิดถึงอนาคตอย่างแกน่ะเหรอจะเลือกชีวิตเองได้ ตราบใดที่แกยังเป็นน้องฉันอยู่ แกก็ต้องทำตามที่ฉันสั่ง” บุรธัชมองรวิภาสอย่างเหนือกว่า

ooooooo

ณิชมนขออาศัยรถจากสนามบินมาลงที่หน้าขนส่ง พลางคิดหาทางไปให้ถึงเชียงราย ครั้นได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุของแม่ค้าขายของที่อยู่บนฟุตปาทก็คิดหาทางได้

เธอขอยืมวิทยุจากแม่ค้ามาเปิดเพลงเต้น และหงายหมวกลงที่พื้นเพื่อหาเงินค่ารถ ผู้คนมามุงดูอย่างสนใจแล้วโยนเงินใส่ลงในหมวกให้ หญิงสาวพอใจในผลงาน เธอนำเงินที่ได้ไปซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไปเชียงรายและถามย้ำกับพนักงานว่า รถคันนี้ไปถึงชุติมาศใช่ไหม

“ใช่ค่ะ” พนักงานยืนยัน

ณิชมนสบายใจเดินไปนั่งที่นั่งของตัวเอง ไม่นานนักรถทัวร์กรุงเทพฯ-เชียงรายก็แล่นออกจากท่ารถ

ขณะที่ณิชมนออกเดินทาง บุรธัชกับรวิภาสก็เดินทางถึงบ้านบุริศราวัณเรียบร้อยแล้ว รวิภาสรีบร้อนลงจากรถ บุรธัชรีบตามลงมาถามว่าจะไปไหน

“จะไปซ้อมดนตรี”

“ไปซ้อมดนตรีหรือว่าไปกินเหล้า เมื่อไหร่แกจะเลิกทำตัวเหลวไหลซักที วันๆเอาแต่ไปเที่ยวมั่วสุมกับเพื่อน คนเราเกิดมาต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิต ไม่ใช่ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆอย่างแก” บุรธัชใส่เต็มแม็ก

“การหาความสุขใส่ตัว คือจุดมุ่งหมายในชีวิตของผมไงครับ พี่ธัช” รวิภาสรีบผละออกไปทันที

“คุณชายอย่าเข้มงวดกับคุณภาสนักเลยครับ เด็กวัยรุ่นก็ติดเที่ยวติดเพื่อนอย่างนี้แหละครับ เดี๋ยวเรียนจบก็คงจะรู้จักรับผิดชอบมากขึ้น” ลุงอาจที่มาช่วยถือกระเป๋าเปรย

“นายภาสไม่ใช่เด็กแล้ว ลุงอาจ ตอนที่ฉันต้องกลับมาดูแลไร่ที่นี่ ฉันอายุน้อยกว่ามันด้วยซ้ำ ไม่ต้องมีใครคอยจ้ำจี้จ้ำไชสั่งสอน ฉันก็รู้จักหน้าที่ของตัวเอง แต่นายภาสนี่ ขนาดมีฉันควบคุมดูแลอยู่ มันยังทำตัวไร้แก่นสารได้ขนาดนี้ ฉันถึงปล่อยมันไม่ได้ยังไงล่ะ”

ด้านรวิภาสเมื่อหลบพี่ชายออกมาได้ ก็มาสมทบกับเพื่อนๆที่ถนนคนเดิน เพื่อเล่นดนตรีเปิดหมวกขอรับบริจาคนำเงินไปสร้างโรงเรียนให้กับเด็กๆในชนบท กันต์คู่หูของรวิภาสนำกล่องออกไปเดินรับบริจาคอยู่พักใหญ่แต่ยังไม่ได้ยอดตามเป้า จึงกลับมาเกี่ยงให้รวิภาสออกไปบ้าง เพราะคงได้เงินจากสาวๆเพียบและอีกอย่างรวิภาสก็เป็นประธานชมรมต้องทำได้ทุกอย่าง

รวิภาสจำใจเดินถือกล่องบริจาคออกขอรับเงิน กลุ่มสาวๆรีบควักเงินส่งให้ มีทั้งเหรียญทั้งแบงก์ แล้วรวิภาสก็ชะงักเมื่อเห็นแบงก์พันกำลังจะหย่อนลงกล่อง เขามองเจ้าของเงิน เมื่อเห็นเป็น ม.ล.พิมพ์นฤมล หรือนมล ลูกสาวเจ้าของไร่คู่ปรับก็เบี่ยงตัวหลบ ไม่ให้เธอบริจาค

“ไม่ต้องพยายามเลยนะ ต่อให้เธอบริจาคกี่พันกี่หมื่น ฉันก็ไม่ให้เธอเข้าชมรมของฉัน ใครที่จะมาอยู่ชมรมฉันจะต้องเป็นคนที่ต้องการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมจริงๆไม่ใช่เข้ามาเพื่อเอาคะแนนกิจกรรม ไปข้างหน้าเลย ไป” รวิภาสเดินหนีไป

นมลยืนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันหันมาบอกกับมีนเพื่อนซี้ว่า เธอต้องเข้าชมรมค่ายอาสาให้ได้ มีนนึกสงสัยจึงล้อว่ามีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า เพราะทั้งสวยทั้งเก่งอย่างนมลจะเข้าชมรมอะไรก็ได้ นมลรีบปฏิเสธและพยายามเก็บพิรุธ

ooooooo

ดึกแล้ว ผู้โดยสารในรถพากันพักผ่อน เหลือเพียงณิชมนที่ยังนั่งเหม่อ ถือรูปถ่ายครอบครัวในมือ เพราะเป็นภาพถ่ายตอนที่เธออายุห้าหกขวบและเป็นภาพสุดท้ายในเมืองไทย เพราะหลังจากนั้นพ่อก็พาเธอกับแม่ไปอยู่อังกฤษแล้วต่อมาณัชชาแม่ของเธอก็ป่วยเป็นมะเร็งต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด แต่ไม่สำเร็จ

ณัชชาเองก็รู้ตัวว่าคงไม่รอดแน่ เธอหยิบสร้อยคอมีล็อกเกตมาสวมให้ณิชมน พลางกำชับ

“สร้อยเส้นนี้เป็นของคุณยาย เก็บไว้ให้ดีนะลูก แล้วที่อยู่ของคุณปู่ที่แม่จดไว้ให้ ก็อย่าได้ทำหายเชียวนะ ถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้น ให้ลูกกลับไปหาคุณปู่ที่เมืองไทย”

“แม่อย่าพูดเป็นลางอย่างนี้ซิคะ ยังไงแม่ก็ต้องหาย ถึงทำคีโมครั้งนี้จะไม่ได้ผล แต่ครั้งหน้าจะต้องได้ผลแน่ๆ”

“แม่จะไม่กลับไปหาหมออีกแล้ว เสียเงินเสียทองโดยเปล่าประโยชน์สู้เก็บเงินให้ลูกเรียนต่อดีกว่า”

“ณิชเรียนต่อเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ชีวิตแม่สำคัญกว่า เราติดต่อกลับไปหาคุณยายดีไหม ถ้าท่านรู้ว่าแม่เจ็บหนักท่านต้องส่งเงินมาช่วยแน่ๆ”

“คุณยายตัดขาดแม่ไปแล้ว แม่เองก็ไม่มีหน้าไปขอความช่วยเหลือจากคุณยายของลูก แม่ทำผิดกับท่านไว้มากเหลือเกิน คุณยายเป็นคนใจแข็ง พูดคำไหนคำนั้น ท่าน

ไม่มีวันยกโทษให้แม่แน่ๆ แต่คุณปู่รักพ่อของลูกมาก แม่เชื่อว่า คุณปู่จะต้องรอพ่อของลูกอยู่และท่านก็ต้องยอมรับลูกเป็นหลานแน่ๆ” ณัชชาน้ำตาคลอ

“ณัชชา ดูซิผมได้อะไรมา” ชยทัตเดินเข้ามาหาแม่ลูกพลางชูกล้องถ่ายรูปให้ดู

“ได้มาจากวงโป๊กเกอร์ใช่ไหมล่ะพ่อ” ณัชชาต่อว่าสามี

“ได้มาจากไหนก็ช่างน่า มาๆมาถ่ายรูปกัน แม่เขาบ่นว่า บ้านเราไม่ค่อยถ่ายรูปเก็บไว้เลย” ชยทัตตัดบทเดินไปขอให้ฝรั่งที่เดินผ่านมาถ่ายรูปครอบครัวให้ และนั่นก็เป็นรูปถ่ายครอบครัวรูปสุดท้าย เพราะหลังจากนั้นไม่นานณัชชาก็จากไป

หลังพิธีศพของณัชชาผ่านพ้นไป ณิชมนชวนชยทัต

กลับเมืองไทยเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่เขาไม่ยอม เพราะเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่า สร้างเนื้อสร้างตัวได้เมื่อไหร่ถึงจะกลับไป แต่ตอนนี้เขากลายเป็นคนขี้แพ้เป็นผีพนันและที่เลวร้ายกว่านั้นคือเขาไม่น่าพาณัชชาหนีมาด้วยกันจนเธอต้องมาตาย

“พ่อทำดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ แม่เคยบอกว่า แม่มีความสุขทุกวันที่ได้อยู่กับพ่ออยู่กับณิช แม่เสียใจอยู่เรื่องเดียวที่ไม่มีโอกาสได้พบคุณยายอีกซักครั้ง ณิชก็เลยอยากกลับเมืองไทย ณิชอยากไปกราบขอโทษคุณยายแทนแม่”

“พ่อก็อยากกลับไปกราบขอโทษคุณยายของลูกเหมือนกัน รออีกหน่อยนะลูก รอให้พ่อเก็บเงินได้ซักก้อน แล้วเรากลับไปตั้งตัวใหม่ที่เมืองไทย ถึงจะกลับไปสู้หน้าคุณปู่ได้ ลูกไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกนะ ลูกยังมีครอบครัวอยู่ที่เมืองไทย ลูกมีคุณปู่โชติ มีคุณยายนวลแข”

“คุณปู่โชติ คุณยายนวลแข...” ณิชมนเปิดล็อกเกตรูปไข่ล้อมมุกที่ห้อยคอออกดู เห็นมีรูปณัชชากับนวลแขอยู่

“พ่อจะพาลูกกลับไปหาครอบครัวของเรา พ่อให้สัญญา” ชยทัตโอบไหล่ณิชมนไว้

แต่ชยทัตไม่อาจทำตามคำสัญญาได้ เขาถูกพวกมาเฟียฆ่าตายเพราะติดหนี้พนัน เพื่อนบ้านรีบดึงณิชมนท่ีจะเข้าไปดูศพพ่อออกมาด้วยกลัวว่าเธอจะถูกพวกมาเฟียจับตัวไป และอาสาจะจัดการเรื่องศพของชยทัตให้เอง

ณิชมนนั่งถอนใจอยู่บนรถทัวร์คำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ดังแว่วมา

“ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วกลับไปหาคุณปู่นะลูก ไปหาคุณปู่ก่อน ให้คุณปู่ยอมรับลูกก่อน แล้วคุณยายคงจะยอมรับลูกเอง ถ้าได้พบคุณยายเมื่อไหร่ บอกท่านว่า แม่เสียใจที่ทำให้ท่านผิดหวัง... แม่เสียใจจริงๆ”

ณิชมนสูดลมหายใจฮึดสู้อีกครั้งด้วยความมุ่งมั่นเกินร้อย

เวลาเดียวกันนั้น บุรธัชยืนมองรูปถ่ายครอบครัวและนึกถึงคำสั่งเสียของบริพัตรผู้เป็นพ่ออยู่เช่นกัน

“ถ้าพ่อเป็นอะไรไป ฝากนายภาสด้วยนะ รับปากสิ นายธัช ถ้าไม่มีพ่อแล้ว แกจะต้องทำหน้าที่แทนพ่อ ดูแลนายภาสให้ดี แล้วก็รักษาไร่บุริศราวัณของเราไว้ให้ได้ รับปากพ่อสิ”

บุรธัชถอนใจพร้อมตั้งคำถามกับตัวเอง “ผมจะต้องทำหน้าที่แทนท่านพ่อไปอีกนานแค่ไหนครับ”

ooooooo

เช้าวันใหม่ พนักงานเข้ามาปลุกณิชมนที่กอดกระเป๋านอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวในรถ หญิงสาวสะดุ้งตื่นร้องถามพนักงานว่าถึงชุติมาศแล้วหรือ พนักงานว่า เลยมาแล้วเพราะรถมาสุดสายที่เทพสุธา

“แล้วชุติมาศไกลจากที่นี่มากไหมคะ แล้วฉันต้องต่อรถอะไรไป ไปต่อรถที่ไหน ค่ารถเท่าไหร่”

“ก็ไกลเหมือนกันนะคุณ ไม่ค่อยมีรถผ่านไปแถวนั้น ถ้าคุณจะไปต้องเหมารถสองแถวไป ไม่น่าเกินสามร้อยหรอกคุณ” พนักงานเดินจากไป ทิ้งให้ณิชมนนั่งอึ้งเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเงินแค่สี่สิบบาท

ณิชมนตัดสินใจเดินแบกกระเป๋าเป้ตามถนนพลางยกนิ้วโป้งโบกเรียกรถเป็นระยะๆ แต่ไม่มีใครจอดรับ เธอเริ่มเหนื่อยอ่อนและท้อแท้แต่คิดถึงคำสอนของพ่อดังขึ้นมา “คุณปู่ตั้งชื่อพ่อว่า ชยทัต แปลว่า ผู้มีชัยชนะ แต่พ่อไม่เคยชนะอะไรเลย ชีวิตพ่อมีแต่ความล้มเหลว อย่าเป็นเหมือนพ่อนะณิช ไม่ว่าจะเจอความยากลำบากแค่ไหน ลูกจะต้องไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ลูกจะต้องสู้ถึงที่สุดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย” ณิชมนฮึดลุกขึ้นอีกครั้ง เธอควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อ แบงก์ยี่สิบติดขึ้นมาปลิวหลุดมือไปที่กลางถนน

ณิชมนรีบตามตะครุบคว้าเงินได้ทันแล้วพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางถนน เป็นเวลาเดียวกับที่รถของบุรธัชแล่นเข้ามาด้วยความเร็ว หญิงสาวตกใจยืนตัวแข็ง แต่โชคดีที่บุรธัชเบรกรถได้ทัน เขารีบลงมาต่อว่าเธอ

ณิชมนเริ่มได้สติ เธอขอโทษชายหนุ่มและอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องวิ่งออกมา แต่กลับถูกเข้าใจผิดว่า เป็นพวกต้มตุ๋นแกล้งกระโดดให้รถชนเพื่อเรียกร้องค่าทำขวัญ บุรธัชตรงเข้าจับแขนณิชมนจะพาตัวไปส่งตำรวจ ณิชมนดิ้นรนหลุดออกมาแล้วเอากระเป๋าสะพายฟาดใส่จนบุรธัชมึนก่อนวิ่งหนีไป

สาวเจ้าวิ่งหน้าตื่นแบกกระเป๋าเป้หนีมาถึงศาลาริมถนน รถกระบะแล่นมาจอดตรงหน้า ดำเกิงลงมาถาม

“ประนอมใช่ไหม นัดไว้เจ็ดโมงเช้าไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่มาให้มันตรงเวลา ฉันวนรถมาดูไม่รู้กี่รอบแล้ว ไปๆไปขึ้นรถ คุณผู้หญิงรออยู่”

“คุณผู้หญิง” ณิชมนยืนงง

“เออ คุณผู้หญิงโทร.มาตามไม่รู้กี่ครั้งแล้ว รีบๆ ขึ้นรถซะไป” ดำเกิงดึงกระเป๋าเป้จากณิชมนโยนใส่ท้ายรถ

ณิชมนจะอธิบาย แต่หันเห็นรถบุรธัชแล่นตามมาไกลๆ จึงตัดสินใจขึ้นรถไปกับดำเกิงทันที

ooooooo

ดำเกิงพาณิชมนมาที่บ้านสรณาลัยพลางอธิบายความเป็นมา

“ตอนแรกๆที่นี่เรียกว่าบ้านนวพรรษ ตามนามสกุลเจ้าของบ้าน แต่คุณผู้หญิงเปลี่ยนชื่อมาเป็นบ้านสรณาลัย เพื่อเป็นที่ระลึกถึงคุณชายนฤสรณ์ ท่านเสียไปหลายปีแล้ว คุณผู้หญิงทำใจอยู่นาน ดีที่คุณผู้หญิงยังนึกถึงคุณนมลกับคุณพันสร ไม่งั้นอาจจะหนีไปบวชชีแล้วก็ได้ ที่จริงคงเป็นเพราะคุณพรพรรณมากกว่าที่ทำให้คุณผู้หญิงได้สติ เออ เธอก็น่าจะรู้แล้วว่า ที่บ้านนี้มีใครบ้าง คุณผู้หญิงสัมภาษณ์เธอทางโทรศัพท์ไปแล้วนี่ เธอนี่โชคดีจริงๆ สัมภาษณ์แค่ครั้งเดียวก็ได้งานเลย คงมีแต่คุณผู้หญิงคนเดียวมั้งท่ีรับคนเข้าทำงานง่ายๆอย่างนี้” ดำเกิงหัวเราะเบาๆพลางเดินนำณิชมนเข้าบ้าน

ณิชมนได้แต่พึมพำว่างานอะไร และเมื่อเข้ามาถึงก็ได้ยินเสียงพรพรรณต่อว่าพรรณอรพี่สาว เพราะไม่พอใจที่รับแม่บ้านใหม่โดยไม่ปรึกษา พรรณอรว่า เธอหวังดีเพราะเห็นพรพรรณบ่นว่างานล้นมือทำไม่หวาดไม่ไหว ทั้งงานดูแลบ้าน ดูแลหลานแล้วก็ยังงานที่ไร่อีก ก็เลยหาแม่บ้านมาช่วยแบ่งเบาภาระ

“พี่อรต่างหากที่ควรจะเป็นคนช่วยแบ่งเบาภาระของพร พี่อรเป็นเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของธุรกิจทุกอย่างของสรณาลัย เป็นแม่ของนมลกับพันสร” พรพรรณโต้กลับ

“โอ๊ย ไม่ได้หรอก พี่ก็มีงานของพี่ที่จะต้องทำ ไม่มีเวลาช่วยงานเธอหรอก”

“พี่อรเขียนหนังสือปีละเล่ม จะใช้เวลาซักแค่ไหนเชียว แล้วพี่อรคิดว่าจ้างแม่บ้านมา ปัญหาทุกอย่างก็จะจบเหรอคะ ปัญหายิ่งมีมากขึ้นน่ะซิไม่ว่า แม่คนนี้เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ถ้าเป็นสายให้โจรจะว่ายังไง วันดีคืนดีมันพาโจรเข้าบ้าน ได้ถูกเชือดคอตายหมดบ้านแน่”

“อุ๊ยๆ พล็อตอันนี้น่าสนใจ นางเอกเป็นนางโจรแล้วปลอมตัวไปทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านพระเอก” พรรณอรหลุดปาก แต่พอเห็นสีหน้าน้องสาวก็รีบอ้างต่อว่า แม่บ้านคนนี้อาจารย์ดาวเรืองส่งมา ทำให้พรพรรณพูดไม่ออก แต่ยังไม่วางใจ เธอเรียกหาแฟ้มประวัติของประนอมมาดู เพราะกลัวว่าจะเป็นสายที่บุรธัชส่งมา แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะภาพประนอมตัวจริงในแฟ้มถูกพันสรลูกชายคนเล็กของพรรณอรใช้สีแต่งแต้มจนไม่รู้ว่าเป็นหน้าของใคร

ขณะที่ณิชมนนั่งงงอยู่นั้น ณิชาภัทรอดีตคนรักของบุรธัชที่ถูกคุณย่าส่งตัวมาช่วยงานที่ไร่บุริศราวัณ กำลังเลือกดอกไม้สวยๆ ในไร่ให้รวิภาสที่มาขอความช่วยเหลือ บุรธัช ขับรถผ่านมาเห็นก็หยุดทักทาย และเดาว่าน้องชายตัวดีคงจะนำดอกไม้ไปแจกสาวๆ ณิชาภัทรขยับจะอธิบาย แต่รวิภาสรีบขัดเพราะรู้ดีว่าพี่ชายคงไม่เชื่อ เขารับตะกร้าดอกไม้จากณิชาภัทร แล้วเดินเลี่ยงออกไป บุรธัชสั่งกำชับ

“แล้วเย็นนี้อย่าลืมมาช่วยงานที่แปลงทดลองด้วยล่ะ”

รวิภาสไม่ตอบรับ แต่โบกมือลาโดยไม่หันหน้ากลับมา ณิชาภัทรเห็นใจช่วยพูดแทนรวิภาสเพราะรู้ดีว่าเขาเรียนหนักแค่ไหน แต่กลับโดนบุรธัชย้อนว่า คนอย่างเขาไม่เคยมองอะไรผิด

ณิชาภัทรเซ็งแต่จำต้องเจรจา หวังให้บุรธัชยอมเข้าใจและเปิดโอกาสให้รวิภาสได้เลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง

“ไม่มีใครได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ ขอบคุณที่หวังดี แต่คุณเอาเวลาที่มายุ่งเรื่องนายภาสไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม ผมเลี้ยงนายภาสมา ผมรู้ดีว่า ควรจะจัดการกับมันยังไง”

“นี่คุณหาว่าณิชายุ่งเหรอคะ”

“คุณคิดว่า คุณมีสิทธิ์พูดเรื่องนายภาสกับผมไหมล่ะ”

“ณิชานึกได้แล้วว่า ทำไมณิชาถึงได้เลิกกับคุณ ไม่มีใครเผด็จการ บ้าอำนาจ เอาแต่ใจเท่าคุณอีกแล้ว คุณชายบุรธัช” ณิชาภัทรเดินออกไป ทิ้งให้บุรธัชมองตาม

ooooooo

เมื่อพรรณพรหมดข้อโต้แย้งเรื่องแม่บ้านคนใหม่ นมลก็พาณิชมนมาดูห้องพักซึ่งอยู่ข้างๆ ห้องเธอ เพราะจะได้มาเม้าท์กันตามประสาผู้หญิงได้สะดวก ณิชมนนึกละอายออกตัวว่า เธอเป็นแค่คนใช้คงไม่เหมาะ

“พี่นอมเป็นแม่บ้านค่ะ ไม่ใช่คนใช้ ส่วนคนทำงานในบ้านคนอื่นๆเราก็ถือว่าเป็นลูกจ้าง ไม่ใช่คนใช้ คุณแม่บอกว่า บ้านเราจะต้องไม่แบ่งชั้นวรรณะ แค่มีเงินไม่ได้แปลว่า เราดีกว่าคนอื่น” นมลอธิบาย

“น้าพรบอกว่า คุณแม่เป็นพวกเพ้อเจ้อ” พันสรเข้าแทรกพลางดึงหนังสือภาษาอังกฤษที่เหน็บอยู่ที่กระเป๋าเป้ของณิชมนออกมาพลิกดู ณิชมนร้อนตัวโกหกว่า เธอเก็บได้ในรถทัวร์ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องถามนมลว่า ต้องทำอะไรบ้าง

“เดี๋ยวน้าพรคงจะมาสอนงานพี่นอมเองแหละค่ะ นมล ต้องไปเรียนแล้ว แล้วเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะคะ” นมลเดินออกแล้วนึกได้หันกลับมา “วันนี้เป็นวันจ่ายตลาดนี่ นมลฝากซื้อคัพเค้กร้านพี่ก้อยหน่อยนะคะ พี่นอมให้พี่ดำพาไป พี่เค้ารู้ว่า ร้านอยู่ตรงไหน นี่ค่ะ รายการซื้อของกับเงิน นมลเตรียมไว้ให้แล้ว นมลหยิบซองเงินบนโต๊ะในห้องส่งให้ณิชมนแล้วลากพันสรออกไปด้วยกัน

ณิชมนนับเงินในซองประมาณห้าพัน แผนหนีไปหาปู่ที่ชุติมาศผุดขึ้นมา เธอแบกกระเป๋าเป้ย่องลงมาจากข้างบนเหลียวซ้ายแลขวากลั้นใจดึงแบงก์พันออกมาจากในซองหนึ่งใบ จากนั้นก็วางซองเงินที่เหลือไว้บนโต๊ะแล้วฉีกกระดาษจากสมุดบันทึกมาเขียนโน้ตถึงนมลทิ้งไว้

ไม่นานนักณิชมนก็มาถึงบ้านชุติมันต์ เธอทำใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจกดกริ่งเรียกคนในบ้าน แสวงคนเก่าแก่ของบ้านเดินมาเปิดประตูรั้วพลางเอ่ยถามว่า มาพบใคร ณิชมนน้ำตารื้นถามหา คุณโชติ ชุติมันต์ แต่คำตอบที่ได้คือ “คุณพบท่านไม่ได้หรอกครับ ท่านเสียชีวิตไปแล้ว”

ณิชมนนิ่งอึ้งแทบล้มทั้งยืน เธอพยายามตั้งสติอ้างกับแสวงว่าเป็นคนของครูดาวเรืองเพื่อจะเข้าไปข้างใน แสวงเชื่อสนิทยอมพาณิชมนเข้าบ้านพลางบอกเล่าเรื่องราว

“คุณโชติเสียไปสามปีแล้วล่ะครับ นั่นรูปคุณโชติกับลูกชายครับ คุณชยทัตลูกชายคนเดียวของท่าน ตั้งแต่คุณชยทัตพาลูกสาวคุณหญิงนวลแขหนีไป คุณโชติก็เจ็บออดๆแอดๆมาตลอด ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร ธุรกิจก็เลยพังพินาศ ขายไร่ขายโรงงานไปหมด เหลือก็แต่บ้านหลังนี้ล่ะครับ ท่านบอกว่าจะเก็บไว้ให้คุณชยทัต ท่านรอลูกชายมายี่สิบกว่าปี ท่านจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้ลูกเนรคุณอย่างนั้นทำไมก็ไม่รู้”

“หนูขออนุญาตอยู่ในนี้ซักครู่ได้ไหมคะ”  ณิชมนน้ำตาเอ่อ

“เชิญตามสบายเลยครับ” แสวงเดินออกไป

ณิชมนเดินไปหยุดอยู่หน้ารูปปู่ เธอพนมมือไหว้ขอโทษที่เธอมาช้าไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน

“เธอเป็นใคร” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น

ณิชมนสะดุ้งหันไปมองเห็นบุรธัชยืนอยู่

“นี่เธอ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” บุรธัชเข้ามายืนประจันหน้ากับณิชมน

ooooooo

พรรณอรเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานท่าทางเริงร่าคึกคักเพราะเขียนบทเสร็จได้อย่างไหลลื่น ขณะที่พรพรรณเดินหน้าตาบอกบุญไม่รับเข้ามา บ่นว่าตามหาประนอมจนทั่วแต่ไม่พบ พันสรผ่านมาได้ยิน เด็กชายบอกกับแม่และน้าว่า ประนอมไปจ่ายตลาด

“ไปจ่ายตลาด ใครเป็นคนสั่ง เพิ่งทำงานวันแรกก็ไว้ใจให้เงินไปจ่ายตลาดแล้วเหรอ นี่มันต้องเชิดเงินหนีไปแล้วแน่ๆ บ้านเราซื้อของเข้าบ้านทีละตั้งห้าหกพัน นี่ถ้ามันไม่กลับมาภายในหนึ่งชั่วโมง ฉันจะแจ้งตำรวจจับมัน” พรพรรณท่าทางเอาจริง

เช่นเดียวกับบุรธัชที่กำลังคาดคั้นณิชมนว่า เธอเป็นใครและมาทำอะไรที่นี่ เพราะเข้าใจว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมาหลอกเงินแสวง ณิชมนฉุนจะบอกว่า เธอเป็นหลานของคุณโชติ แต่ก็เปลี่ยนใจขยับจะเดินหนี บุรธัชรีบคว้าแขนไว้จะพาส่งตำรวจ


“ปล่อยฉันนะ บอกให้ปล่อยยังไงล่ะ” ณิชมนดิ้นรนจะหยิบสเปรย์พริกไทยออกมา แต่บุรธัชรู้ทันจับมือไว้

“ปล่อยฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาจับตัวฉันไว้” ณิชมนโวยวาย

“ก็สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของบ้านยังไงล่ะ เธอบุกรุกบ้านฉัน ฉันก็มีสิทธิ์จับตัวเธอส่งตำรวจ”

“คุณโชติต่างหากที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้”

“ฉันซื้อบ้านหลังนี้จากคุณโชติแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของบ้านชุติมันต์แล้ว รู้เอาไว้ด้วย”

ณิชมนหยุดดิ้นรนทันทีอย่างงุนงง ขณะที่แสวงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาถามว่า เกิดอะไรขึ้น

“ยัยนี่เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ฉันจะจับส่งตำรวจ ลุง

แหวงถูกหลอกให้เซ็นอะไรหรือให้ซื้ออะไรหรือเปล่า พวกนี้ชอบหลอกต้มตุ๋นคนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียว ไม่ได้กลัวบาปกรรมอะไรเลย ลุงแหวงถูกหลอกไปเท่าไหร่ล่ะ” บุรธัชหันมา

“คุณชายเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ คุณคนนี้เป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองครับ ท่านคงทราบข่าวเรื่องที่คุณชายซื้อบ้านหลังนี้แล้ว ก็เลยส่งคนมาช่วยเก็บข้าวเก็บของ” แสวงอธิบาย

บุรธัชมองณิชมนอย่างไม่เชื่อแม้แต่น้อย ขยับจะโทร.ถามอาจารย์ดาวเรือง ณิชมนกลัวความลับแตกรีบบอก

“ฉันเป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองก็จริงนะคะ แต่ตอนนี้อาจารย์ส่งฉันไปเป็นแม่บ้านที่บ้านสรณาลัยแล้วค่ะ ถ้าคุณจะสอบถามเรื่องของฉัน โทร.ไปที่บ้านสรณาลัยดีกว่าค่ะ”

“เธอเป็นแม่บ้านของบ้านสรณาลัยเหรอ พวกสรณาลัยไว้ใจไม่ได้จริงๆ มากับฉันเลย” บุรธัชโกรธหนักกระชากพาณิชมนออกไปด้วยกัน

เวลาเดียวกันนั้น รวิภาสนำดอกไม้จากไร่มาให้เพื่อนๆ ในชมรมช่วยกันขายเพื่อหาเงินสร้างโรงเรียน นมล อาสาช่วยด้วย รวิภาสรู้ก็ไม่พอใจออกไปต่อว่านมล และได้ยินเธอโกงราคาขายดอกไม้แพงกว่าที่กำหนด เพราะอยากให้หาเงินเข้าชมรมเยอะ

“เธอคิดผิดแล้ว เราต้องการเงินเข้าชมรมก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ได้มาด้วยวิธีขายของเกินราคาเอาเปรียบผู้ซื้ออย่างนี้ แต่การใช้กลโกงหลอกเอาเงินคนอื่นเป็นวิธีของพวกสรณาลัย อยู่แล้วนี่” รวิภาสเปิดฉาก

“นี่นายภาส มันจะเกินไปแล้วนะ อย่างกับพวกบุริศราวัณดีนักแหละ พี่ชายนายก็ใช้กลโกงกดราคาที่ดินคนอื่นเค้าเหมือนกัน” นมลสวน

“เดี๋ยว เดี๋ยวนะคะ ตอนนี้เราเริ่มเบี่ยงเบนประเด็นกันไปไกลแล้ว ถ้าหากพี่ภาสไม่อยากให้เราช่วยขายดอกไม้ เราก็จะไม่ยุ่งแล้วล่ะค่ะ” มีนเข้าไกล่เกลี่ย

“ไม่ใช่เฉพาะเรื่องขายดอกไม้นี่ เรื่องอื่นก็ไม่ต้องมายุ่ง ฉันไม่ต้องการคุณหนูไฮโซสมองกลวงอย่างเธอมายุ่งวุ่นวายกับชมรมของฉัน”

“นายรวิภาสนึกว่าตัวเองฉลาดล้ำลึกกว่าคนทั้งโลกหรือยังไง มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินฉัน ถ้านายให้โอกาสฉัน นายก็จะรู้ว่า ฉันทั้งเก่งทั้งฉลาดทำงานอึดไม่แพ้นายหรอก แต่นายมีอคติกับฉัน นายถึงไม่ยอมให้ฉันเข้าชมรมของนาย มีอุดมการณ์แต่ไม่มีจริยธรรม คนอย่างนายไม่สมควรจะเป็นหัวหน้าชมรมเลย” นมลเดินเชิดออกไป

มีนรีบตามติดพร้อมแนะนำให้เพื่อนรักเปลี่ยนใจไปเข้าชมรมอื่นแทน เพราะเบื่อจะเป็นกรรมการห้ามมวยแล้ว แต่นมลไม่ยอมยืนกรานจะเข้าชมรมอาสาให้ได้

“ฉันว่าแกตั้งชมรมขึ้นมาใหม่จะง่ายกว่านะ แกไม่มีทางผ่านด่านพี่ภาสไปได้แน่ๆ ว่าแต่บ้านแกกับบ้านพี่ภาส

มีเรื่องอะไรกันเหรอ ดูเหมือนว่าพี่ภาสจะไม่ได้เกลียดขี้หน้าแกคนเดียว แต่เกลียดแกทั้งตระกูลเลย” มีนข้องใจ

“เรื่องมันจบไปนานแล้ว เรื่องจบ แต่คนไม่จบ มันก็เลยเป็นปัญหาอย่างที่เห็นนี่แหละ” นมลเลี่ยงที่จะตอบ

มีนเซ็งเพราะอดรู้ความจริงอีกจนได้

ooooooo

บุรธัชลากณิชมนเข้ามาในบ้านสรณาลัย เสียงสาวเจ้าโวยวายลั่น ทำให้พรรณอรกับพรพรรณต้องออกมาดู แต่เมื่อเห็นแม่บ้านคนใหม่กลับมาพร้อมบุรธัชก็แปลกใจ พรรณอรขยับจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พรพรรณรีบสรุป

“พรนึกแล้วเชียว ประนอมเป็นคนของคุณชายจริงๆ นี่คุณชายส่งแม่นี่มาสอดแนมเราใช่ไหม”

“พวกคุณต่างหากที่ส่งผู้หญิงคนนี้ไปสอดแนมผม ผมอยากรู้ว่าพวกคุณต้องการอะไร พินัยกรรมของคุณโชติก็บอกอย่างชัดเจนแล้วว่า ท่านขายบ้านให้ผมคนเดียวเท่านั้น จะบอกให้นะ ไม่ว่าจะใช้เล่ห์กลอะไร ทรัพย์สินทุกอย่างของชุติมันต์จะต้องเป็นของผม” บุรธัชโต้กลับ

“พวกฉันไม่เคยสนใจทรัพย์สินของคุณโชติ ตอนที่คุณโชติประกาศขายไร่ขายโรงงาน เราก็ไม่เคยคิดไปแย่งซื้อกับคุณชายเลย แล้วถ้าฉันจะส่งคนไปสอดแนมจริงๆนะ ฉันไม่ส่งแม่บ้านโง่ๆเซ่อๆอย่างประนอมไปหรอกค่ะ”

“งั้นแสดงว่าคุณคิดจะส่งคนไปสอดแนมจริงๆ”

“อ้าว พูดอะไรก็เข้าตัวไปหมด พี่อรช่วยพูดกับคุณชายหน่อยซิคะ” พรพรรณขอความช่วยเหลือ

“คุณชายเข้าใจผิดค่ะ ขอบคุณที่พาประนอมมาส่งนะคะ ได้เวลาโยคะพอดี ขอตัวก่อนนะคะ” พรรณอรเดินออกไปอย่างไม่รับรู้อะไรด้วย

พรพรรณขัดใจเป็นที่สุด เธอหันกลับมายืนยันกับบุรธัชว่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนฤสรณ์กับท่านพ่อของบุรธัชเป็นการเข้าใจผิดและถึงเวลาแล้วที่ทั้งสองฝ่ายต้องมาปรับความเข้าใจกัน

“ผมไม่มีเวลาฟังใครแก้ตัวหรอกครับ คราวนี้ผมจะไม่เอาเรื่อง ถ้าคราวหน้าคุณส่งคนไปบุกรุกที่ของผมอีก ผมไม่ไว้หน้าแน่” บุรธัชเดินออกไป

พรพรรณมองมาที่ณิชมนท่าทางเอาเรื่อง ณิชมน

ต่อรองขอเวลาสักครู่ แล้ววิ่งตามบุรธัชออกไป เพราะยังข้องใจเรื่องบ้านชุติมันต์ที่กลายเป็นของชายหนุ่มไปแล้ว แต่บุรธัชไม่มีคำตอบให้ เธอจึงเสนอไอเดียขอให้เขาเก็บบ้านชุติมันต์ไว้ทำพิพิธภัณฑ์อย่างในประเทศอังกฤษ

“เธอคิดว่า เธอเป็นใคร ฉันไม่ต้องการคำแนะนำของเธอ ไปบอกคุณพรรณอรด้วย ถ้าต้องการอะไรก็ให้มาพูดกันซึ่งๆหน้า ไม่ใช่ส่งคนใช้มาพูดแทน ลืมไปว่าคนบ้านนี้ทำอะไรตรงไปตรงมาไม่เป็นอยู่แล้ว แล้วเธอ หวังว่าฉันคงไม่เห็นหน้าเธออีก” บุรธัชขึ้นรถแล้วขับออกไป

ณิชมนหน้าจ๋อยเดินกลับเข้าบ้าน เธอเห็นพรพรรณจ้องมองอย่างจับผิดก็รีบแก้ตัวว่า ไปเยี่ยมลุงแหวงมา เพราะแม่ฝากปลาร้ามาให้ แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลาย พรพรรณไม่อยากเชื่อเรียกหาบัตรประชาชนมายึดไว้เป็นประกัน

“นอมไม่มีบัตรประชาชนหรอกค่ะ คือว่า...นอมถูกกรีดกระเป๋าน่ะค่ะ นี่ยังไงล่ะคะ” ณิชมนโชว์กระเป๋าสะพายที่ถูกกรีดให้ดู “มันขโมยกระเป๋าตังค์นอมไปค่ะ ทั้งเงินทั้งบัตรประชาชน บัตรอะไรต่อมิอะไรอยู่ในนั้นหมดเลยค่ะ”

“เฮ้อ ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนี่ ถึงเธอจะเป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองฉันก็ยังวางใจไม่ได้” พรพรรณเหลือบไปเห็นซองเงินกับกระดาษโน้ตของณิชมนที่โต๊ะ เธอหยิบซองเงินมาเปิดดู

“เออ เงินที่คุณนมลให้นอมไปจ่ายตลาดค่ะ นอมหยิบไปพันนึงนะคะ กะว่าจะไปเซอร์เวย์ เอ๊ย ไปดูตลาดก่อน พอให้รู้จักที่ทางแล้วค่อยไปใหม่วันหลัง” ณิชมนรีบบอกแล้วก็ถึงกับตาเหลือกเมื่อพรพรรณทำท่าจะคลี่กระดาษโน้ตอ่าน แต่ยังไม่ทันได้เห็นข้อความ พันสรก็เข้ามาแย่งกระดาษจากมือพรพรรณบอกว่า จะเอาไปพับจรวดเล่น

“เด็กคนนี้มันน่าตีจริงๆเลย” พรพรรณบ่นแล้วหันมาจัดการกับณิชมนต่อ “ฉันจะบอกให้นะ การเป็นแม่บ้านของบ้านสรณาลัยไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันจะดูซิว่า เธอจะทำงานที่นี่ไปได้ซักกี่นํ้า”

“คุณยอมรับนอมเป็นแม่บ้านแล้วใช่ไหมคะ” ณิชมนส่งยิ้มหวาน

พรพรรณพยักหน้าให้อย่างเสียไม่ได้ เธอพาณิชมนเข้าไปในครัวเพื่อแนะนำตัวกับคนงานในบ้าน

“นี่รำไพเป็นแม่ครัวของบ้านนี้ ส่วนกันยากับสายใจมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดบ้านรวมทั้งซักรีดเสื้อผ้า แล้วก็ดำเกิง คนขับรถ เธอคงจะรู้จักแล้ว” ณิชมนยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อมพลางฝากเนื้อฝากตัว ทุกคนยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน พรพรรณรีบกำชับ

“หน้าที่หลักของเธอก็คือ ควบคุมดูแลการทำงานของทุกคน อย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด” ขาดคำชัยวัฒน์ก็ปราดเข้ามาแนะนำตัว

“คุณคงเป็นแม่บ้านคนใหม่ใช่ไหมครับ ผมชัยวัฒน์ครับ ผมเป็นครูของคุณพันสรครับ ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยล่ะก็บอกได้เลยนะครับ”

“ทำงานของตัวเองให้ดีซะก่อน แล้วค่อยคิดช่วยงานคนอื่น ไป ประนอมเดี๋ยวฉันจะแจกแจงรายละเอียดให้ว่า

นอกเหนือจากงานหลักแล้ว เธอยังต้องทำอะไรอีกบ้าง” พร–พรรณเดินออกไป ณิชมนรีบตาม

“คนนี้ใช่เลย ตรงสเปกจริงๆ” ชัยวัฒน์กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีทันใด

ooooooo

ณิชมนจำต้องรับบทประนอมแม่บ้านคนใหม่ เพราะไม่มีที่ไปและไม่มีเงิน เช่นเดียวกับรวิภาสที่เข้ามาทำงานไร่บุริศราวัณตามคำสั่งของพี่ชาย แล้วเกิดมีปากเสียงกับพี่ชาย เพราะรวิภาสแกล้งยั่วจะขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าสักสองเดือน ทำให้บุรธัชไม่พอใจที่น้องไม่มีความรับผิดชอบ เขายื่นคำขาดว่า ถ้ารวิภาสไม่ยอมเรียนต่อก็ให้ออกมาทำงานที่ไร่

“ผมไม่ทำ ถ้าพี่ธัชทำคนเดียวไม่ไหว ก็ขายไร่บุริศราวัณไปซิครับ ถ้าหากท่านพ่อไม่ตาย พี่ธัชก็คงไม่กลับเมืองไทยใช่ไหมล่ะ แล้วจะมาสนใจอะไรกับไร่บ้าๆนี่ทำไม”

“ฉันไม่มีวันขายไร่บุริศราวัณแน่ ฉันจะสร้างอาณาจักร บุริศราวัณให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ แล้วแกก็มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยฉัน”

“พี่ธัชทำอย่างนี้เพื่ออะไร เพื่อที่จะเอาชนะพวกสรณาลัยงั้นเหรอครับ”

“ฉันไม่ใช่แค่ต้องการเอาชนะ ฉันจะทำให้พวก

สรณาลัยล่มจมเหมือนกับที่พวกมันเคยทำกับเรา แกก็รู้ว่า เราเคยสูญเสียทุกอย่างเพราะใคร ถ้าแกยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง แกคงรู้ว่าหน้าที่ของแกต้องทำอะไร” บุรธัชเดินออกไปสวนทางกับณิชาภัทรที่เดินเข้ามา เธอเอ่ยถามรวิภาสว่าทะเลาะกันอีกแล้วหรือ

“พี่ณิชาครับ ท่านพ่อตายเพราะพวกสรณาลัยจริงๆ เหรอครับ” รวิภาสมองณิชาภัทรอย่างรอคำตอบ

ขณะที่บุรธัชเดินดุ่มๆกลับมาที่รถ เขาหยุดเดินหันไปมองอาณาจักรกว้างใหญ่ของไร่บุริศราวัณพร้อมกับนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเมื่อสิบปีก่อน

ในวันที่บุรธัชถูกเรียกตัวกลับมาจากเมืองนอก เขาเห็นนฤสรณ์มาหาบริพัตรพ่อของเขา ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ในห้องทำงานสีหน้าไม่ดีนัก แล้วบริพัตรก็หยิบปากกาขึ้นมาจดๆจ้องๆ จะเซ็นเอกสารแต่ยังลังเลตัดใจไม่ได้

“เซ็นเถอะ นายไม่มีทางเลือกแล้ว” นฤสรณ์เดินมาตบไหล่บริพัตร

บริพัตรจดปากกาเซ็นชื่ออย่างสิ้นหวัง บุรธัชชะงักเมื่อเห็นอาการของพ่อ ขณะที่นฤสรณ์รีบดึงปึกเอกสารใส่ซอง แล้วเดินออกไปทันที บริพัตรมองตามอย่างเครียดจัด บุรธัช ร้อนใจเข้าไปถามพ่อว่า เกิดอะไรขึ้น นฤสรณ์มาทำไม

“ก็ลุงนฤสรณ์เป็นเพื่อนพ่อ ทำไมจะมาหากันไม่ได้ แล้วทำไมแกถึงเพิ่งมา” บริพัตรเปลี่ยนเรื่อง

“ผมแวะพักที่กรุงเทพฯก่อน ท่านพ่อมีธุระอะไรถึงได้เรียกตัวกลับมากะทันหันอย่างนี้ครับ ผมอยู่ได้แค่สามสี่วันเท่านั้นนะครับ อาทิตย์หน้าผมนัดกับแอดไวเซอร์คุยเรื่องเรียนต่อปริญญาโท”

“แกไม่ต้องเรียนต่อแล้ว ฉันจะให้แกกลับมาทำงานที่นี่ จะได้มาดูแลนายภาสด้วย”