Thursday, May 9, 2013

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน1 ละคร ช่อง3




ตอนที่ 1

ม.ร.ว.พุฒิภัทร จุฑาเทพ หรือชายภัทร เป็นลูกของแม่หยก หม่อมคนที่สามของหม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพ เป็นคุณชายคนที่สาม รองจากชายใหญ่และชายรุจ เป็นศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดีผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดสมองจบจากอังกฤษ

บุคลิกส่วนตัว เป็นคนเงียบขรึม เป็นสุภาพบุรุษ เชื่อมั่นตัวเอง และที่สำคัญ มีอุดมการณ์ในการรักษาคนไข้สูง

บนโต๊ะทำงานของชายภัทร มีรูปพระบิดาในกรอบทองสวยงาม ชายภัทรจะอ่านข้อความใต้ภาพทุกเช้าก่อนทำงานเหมือนคัมภีร์สอนใจ

“ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง

ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์”

วันนี้ หลังจากผ่าตัดสมองซึ่งเป็นเคสที่ยากมาก ชายภัทรได้รับเสียงปรบมือและคำชมเชยจากแพทย์และพยาบาลอย่างมาก แต่สิ่งที่ชายภัทรบอกเพียงพรหัวหน้าพยาบาลคือ

“ญาติคนไข้อกจะแตกตายแล้วมั้งป่านนี้ รีบไปบอกข่าวดีก่อนเถอะ”

การดูแลคนไข้ ห่วงใยความรู้สึกของญาติคนไข้และคนรอบข้าง เป็นความละเอียดอ่อนที่ชายภัทรไม่เคยละเลย จนเพียงพรเอ่ยยิ้มๆว่า

“คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอเลยนะคะ” แล้วรีบออกไปบอกข่าวดีแก่ญาติคนไข้

ooooooo

ที่ศาลาท่าน้ำใกล้แลนด์มาร์คอยุธยา กรองแก้ว ลูกสาวกิตตินักการภารโรงโรงเรียนแห่งหนึ่ง กำลังรอขายพวงมาลัยดอกมะลิให้แขกที่มารับประทานอาหาร บางรายก็ซื้อแต่บางรายก็เดินผ่านไปไม่แม้แต่จะมอง

แขกขึ้นจากเรือเดินผ่านไปแล้ว กรองแก้วนั่งที่ศาลารอแขกรายใหม่ เอาชายผ้าขาวม้าที่คล้องคอขึ้นมาซับเหงื่อ จึงเผยให้เห็นใบหน้าสวยสะอาดเกลี้ยงเกลาภายใต้ผมมวยเปีย

ขณะนั้นเอง คนเรือที่คุ้นเคยกันก็มาบอกกรองแก้วว่าให้รีบไปดูพ่อเร็วๆ เธอโดดแผล็วลงเรือ เมื่อไปถึงท่าเรือโทรมๆ ที่บ้านก็กระโดดขึ้นเดินอ้าวไปตามแผ่นไม้กระดานอย่างคล่องแคล่วด้วยความเป็นห่วงพ่อ ไปถึงเจอพ่อฟุบอยู่เชิงบันได บิดตัวอย่างทรมานใกล้สิ้นสติ กรองแก้วรีบพาพ่อส่งโรงพยาบาลทันที

ชายภัทรเพิ่งขับรถออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับวังจุฑาเทพ ได้ยินเสียงไซเรนดังหวีดหวิวมา ก็เปลี่ยนใจย้อนกลับไปโรงพยาบาลเพื่อรอรับคนไข้หนัก เพียงพรติงว่า

“คุณชายหมอ เอ่อ...แพทย์เวรกำลังมาแล้ว คุณชายหมอกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

“คนไข้กำลังรอหมออยู่ตรงหน้า คุณจะให้ผมหันหลังให้เหรอ” เป็นคำถามและคำตอบในตัว จนเพียงพรนิ่งไป

กิตติได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องส่งไปผ่าตัดที่พระนคร กรองแก้วที่กระวน กระวายเป็นห่วงพ่ออยู่ข้างนอกตกใจมาก เวลานั้นได้แต่ภาวนาขอพ่ออย่าเป็นอะไรเลย

เมื่อรู้ว่าพ่อต้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเป็นเรือนหมื่น แก้วที่เวลานี้แทบไม่มีเงินติดกระเป๋าเลย จึงบากหน้าไปหาป้าจิกเมียกำนันในตำบลที่มีอาชีพขายของและปล่อยเงินกู้

ป้าจิกเปิดดูบัญชีของแก้วที่มาเชื่อของกินของใช้ไปก่อนแล้ว เงยหน้าถามว่า

“แก้วจะกู้เงินไปรักษาพ่อเหรอ ก็ดีที่เป็นลูกกตัญญูอย่างนี้ แล้วแก้วมีอะไรมาจำนองล่ะ บ้านกับสวนของแก้วก็ติดจำนองธนาคารอยู่ ป้าไม่รับหรอกนะ”

กรองแก้วหนักใจไม่รู้จะทำอย่างไร ป้าจิกแนะนำให้หาคนค้ำประกัน แต่ถ้าแก้วหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทันก็จะไปเก็บกับคนค้ำประกัน แก้วคิดหนัก ยิ่งเมื่อเห็นลูกหนี้สองรายมาจ่ายดอกช้าถูกป้าจิกคิดดอกทบต้น แก้วก็ถึงกับยืนสยอง...

ooooooo

พ่อป่วย รอผ่าตัดต้องใช้เงินเป็นหมื่น ทรัพย์สินก็ไม่เหลือ เงินเก็บก็ไม่มี ทำให้กรองแก้วมืดแปดด้านไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร แต่ด้วยความเป็นห่วงงานภารโรงที่พ่อทำอยู่ แก้วจึงไปทำแทนพ่อ

บุษบาเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน คุ้นเคยกับทั้งกิตติและแก้วเป็นอย่างดี เห็นความลำบากของแก้วแล้วรับปากว่าจะช่วยหางานให้ทำ เพราะเธอไม่เคยเลือกงานอยู่แล้ว

งานที่แก้วได้ทำเป็นงานแรก คือเป็นแม่ครัวทำอาหารในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ ซิลวี สาวไฮโซนักเรียนนอก เพื่อนของชายภัทรสมัยเรียนที่อังกฤษ แก้วทำขนมจีบอร่อยเป็นที่ถูกใจของคุณชายทั้ง 5 ที่มาร่วมงาน

ชายเล็กชิมก่อนเพื่อน แล้วชวนชายภัทรลองชิมดู พอชายภัทรชิมอย่างตั้งใจ ก็สบตาชายเล็กจิ้มชิมให้แน่ใจอีกที แล้วถามซิลวีว่าใครทำ หรือว่าสั่งมาจากร้านไหน

“สั่งเด็กนักเรียนในจังหวัดนี่ล่ะค่ะ มาทำให้ อร่อยมากใช่ไหมคะ” ซิลวีสาวไฮโซแต่งตัวราวกับนางแบบคุยอวด

กรองแก้วมาทำอาหาร จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ กำลังสั่งงานก่อนจะรีบกลับไปทำความสะอาดที่โรงเรียน ระหว่างนั้นบริกรเข้ามาเอาเงินให้ 100 บาทบอกว่าแขกติ๊บให้เธอ กรองแก้วถามงงๆ ว่าติ๊บอะไรหรือ

“เงินพิเศษไง...คุณชายอะไรพัดๆ สักอย่างนี่แหละ เขาชอบขนมจีบของแก้วมากเลย อ่ะ...เขาฝากมาให้รางวัล”

แก้วรับเงิน 100 บาท เอามือที่เพิ่งหยิบถ่านโรยใส่เตาปิ้งหมูสะเต๊ะลูบๆ แปะๆ หน้าอย่างดีใจ หน้าเลยเปื้อนผงถ่านดำเป็นปื้ดไม่รู้ตัว แก้วรีบลาเพื่อไปทำความสะอาดที่โรงเรียน เพื่อนๆ จะบอกก็ไม่ทัน

ไม่ว่าคุณชายคนไหนได้ชิมขนมจีบของแก้วก็ชมว่าอร่อย ชายภัทรบอกว่าคงเป็นสูตรเดียวกับของแม่หยก ชมกันจนซิลวีเล่าเพิ่มเติมอย่างภูมิใจว่า

“เด็กมัธยม ลูกภารโรงด้วยนะ เก่งค่ะหน้าตาดีด้วย แกยากจนแต่มีวิชาดี รับสั่งทำอาหาร ทำดอกไม้ จัดสถานที่”

“ว้า...เสียดายเป็นเด็กมัธยม ไม่งั้นพี่ชายภัทรไม่น่าจะให้รางวัลแค่หนึ่งร้อยบาทนะ ควรจะขอดูตัวเสียเลย นี่ต้องเป็นกุลสตรีที่พี่ใฝ่ฝันแน่ๆ ทำอาหาร จัดดอกไม้” ชายพีร์หยอกประสาคนสนุก

“พูดจาน่าเกลียดมาก ชายพีร์” ชายภัทรทำเสียงดุ ขณะนั้นเองคนรับใช้บ้านซิลวีก็มารายงานชายภัทรว่ามีโทรศัพท์จากโรงพยาบาล ชายภัทรจึงขอตัวรีบกลับไปด้วยความเป็นห่วงว่าอาจมีเคสฉุกเฉิน

ooooooo

กรองแก้วมายืนรอเรืออยู่ที่ท่าน้ำ ข้างๆ นั้นมีเรือหรูสีขาวลำหนึ่งจอดอยู่ ซิลวีพาชายภัทรเดินเร็วๆ มา คนของซิลวีเดินนำคอยเบิกทางให้

“หลีกหน่อยหนู” ชายคนนั้นมาสะกิดแก้ว เธอจึงเบี่ยงตัวหลบซิลวีแต่ไปบังชายภัทรที่เดินคู่กันมา พอหลบอีกทีมือป่ายไปโดนชายเสื้อนอกสีขาวของชายภัทรดำเป็นปื้น แต่ความเร่งรีบไม่มีใครสนใจ แก้วตกใจแต่ไม่กล้าเอะอะ

“เชิญครับ รับรองว่าไปทางนี้จะถึงภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงครับคุณชายภัทร” คนของซิลวีส่งกุญแจเรือให้ ชายภัทรรับกุญแจกระโดดลงเรือสตาร์ตแล้วขับพุ่งไปอย่างเท่

กรองแก้วได้ยินคนของซิลวีเรียกชายภัทรก็นึกถึงคนที่ให้ติ๊บตน หยิบเงินออกมาดูทึ่งๆ ก็พอดีเรือมาถึงจึงลงเรือไป พอถึงโรงเรียนก็รีบทำความสะอาด เพื่อหาเงินไปรักษาพ่อ

“กรองแก้ว...มาพอดี ครูกำลังรออยู่เลย” ครูบุษบาโผล่จากห้องพักครูมาเรียก “แก้ว เข้ามานี่สิ มีคนอยากเห็นแก้ว”

กรองแก้ววางไม้กวาดเดินเข้าไปงงๆ ทั้งที่หน้ายังเปื้อนผงถ่านดำเป็นปื้นอยู่

ooooooo

ในห้องพักครู บุษบานั่งอยู่กับอิงอรเพื่อนสนิทที่มีร้านเสริมสวย และเป็นแมวมองหาสาวงามเข้าประกวดนางงามศรีสยามปีนี้ด้วย พอแก้วเข้าไปในสภาพหน้าดำๆ อิงอรแทบเบือนหน้าหนีถามบุษบาว่า นี่หรือเด็กที่สวยที่สุดของเธอ

บุษบาจึงเห็นหน้ากรองแก้วเปื้อนถ่าน บอกให้ไปล้างหน้าล้างตา และไปหยิบชุดกีฬาโรงเรียนจากตู้ให้เปลี่ยนแทนชุดทำงานที่แก้วเอาของพ่อมาแก้ใส่ทั้งหลวมทั้งเก่า

ระหว่างรอกรองแก้ว อิงอรบ่นเพื่อนว่างานของตนจะทำเป็นเล่นไม่ได้ เพราะหมายถึงชื่อเสียงและกิจการของร้าน ถ้าส่งคนเข้าประกวดแล้วได้รางวัลก็จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมากมาย บ่นไม่ทันเสร็จ แก้วในชุดกีฬาของโรงเรียนก็เข้ามาในสภาพหน้าใส ผิวขาวเนียน ช่วงขายาวเรียว ลำแขนกลมกลึง ทำเอาอิงอรมองตะลึง

ooooooo

ชายภัทรไปถึงท่าน้ำที่โรงพยาบาล บุญสมวิ่งมารับ รายงานว่าชายพีร์โทร.ไปสั่งตนให้มารอรับชายภัทรที่นี่ เห็นชายเสื้อนอกดำเป็นปื้น ถามว่าไปโดนดินหม้อที่ไหนมา

“ไม่รู้เหมือนกัน ช่างมันเถอะ รีบเอาเรือไปคืนคุณซิลวีเลย ขอบใจมากนะบุญสม” พูดแล้วรีบเดินเข้าไปเลย

เรื่องกลายเป็นว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลต้องการให้ชายภัทรมาคุยกับนายพลพินิจและคุณหญิงดารา เรื่องจะตั้งมูลนิธิเพื่อให้ทุนกับบุคลากรที่ทำงานด้านสมองและศัลยประสาท

“ยินดีมากเลยครับ” ชายภัทรดีใจมาก เพราะแพทย์ทางด้านนี้มีน้อยมาก และการรักษาทางด้านนี้ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนยากจนทั่วไปมีโอกาสเข้าถึงได้ยากมากด้วย “มันเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยิ่งเลยครับท่าน”

ทั้งนายพลพินิจและคุณหญิงดาราฝากให้ชายภัทรช่วยรับผิดชอบแทนด้วย ทั้งเรื่องการจัดตั้งมูลนิธิและเรื่องทุนการวิจัยสำหรับพัฒนาบุคลากร

“ด้วยความยินดีครับท่าน ผมจะรีบร่างเอกสารทันทีเลยครับ” ชายภัทรตื่นเต้นดีใจกับโครงการนี้มาก

ชายภัทรเดินไปส่งนายพลกับคุณหญิง ระหว่างทาง นายพลมองบรรดาพยาบาลสาวๆ ด้วยสายตากรุ้มกริ่มเป็นประกายวิบวับเมื่อเจอคนสวย จนพยาบาลซุบซิบกันว่า

“น่ากลัวนะ สมกับที่ได้ยินเลยว่าอะไรๆก็ดีหรอก แต่ท่านบ้าผู้หญิงมาก”

ส่งนายพลกับคุณหญิงแล้ว ชายภัทรจะเดินกลับ ก็เจอมารตีที่ย้ายมาอยู่โรงพยาบาลเดียวกับชายภัทรมาคาดคั้นถามด้วยความหึงหวงว่า วันนี้ไปงานวันเกิดของซิลวีมาหรือ...หม่อมย่าทราบไหมว่าชายภัทรยังคบค้าสมาคมกับซิลวีอยู่...

“นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องส่วนตัว...ให้มันมีกาลเทศะหน่อยนะน้อง พี่เห็นเธอเป็นน้องสาวหรอกนะถึงไม่อยากจะถือสา...ขอโทษนะ พี่จะไปทำงาน พี่กำลังจะตั้งมูลนิธิ หาทุนทำวิจัยให้แผนกของพี่ นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับวิชาชีพของเรา”

พูดแล้วชายภัทรเดินเลี่ยงไป มารตียืนมองตาค้าง เพียงพรเข้ามาถามว่า “คุณเข้าเวรอยู่ตึกโน้นไม่ใช่หรือมารตี”

มารตีชักสีหน้าบอกว่ามาพูดธุระกับคู่หมั้นนิดหน่อยไม่น่าจะมีปัญหา เพียงพรเลยตอกหน้าว่าให้ได้หมั้นกันเสียก่อนค่อยตีฆ้องร้องป่าวว่าเป็นคู่หมั้น แล้วเดินผละไป มารตีจิกตามองอย่างเจ็บใจ แต่ไม่กล้าเถียง หันหลังเดินฉับๆกลับไป

ooooooo

เมื่ออิงอรเห็นความงามของกรองแก้ว จึงเริ่มหว่านล้อมให้เธอเข้าประกวดนางงามศรีสยาม กรองแก้วปฏิเสธอย่างตกใจว่าตนคงทำไม่ได้

แต่ด้วยความเคารพนับถือครูบุษบาและอิงอรเองก็เอารางวัลมากมายที่จะได้จากงานประกวดมาหว่านล้อมว่า เธอจะได้เงินมากมายและรวดเร็วเอามารักษาพ่อที่กำลังป่วย ข้อเสนอนี้ทำให้แก้วนิ่งอึ้งไป

เพียงเท่านี้อิงอรผู้มีประสบการณ์อย่างโชกโชนก็ยิ้มกับบุษบาอย่างสมหวัง แต่บอกกรองแก้วว่า กลับไปคิดดูก็แล้วกัน

เมื่อแก้วกลับไปเล่าให้พ่อฟัง กิตติบอกว่าถ้าไม่อยากประกวดก็ไม่ต้องไป แก้วบอกพ่อว่าตนรับปากกับครูบุษบาและครูก็ฝากฝังตนกับเพื่อนแล้ว ยังไงก็ต้องทำเพราะอยากได้เงิน

“พ่อไม่อยากให้แก้วคิดหาเงินมารักษาพ่อด้วยวิธีนี้” กิตติท้วงติง

“พ่อ...ถ้าแก้วได้รางวัลมงกุฎกับขันน้ำพานรองเป็นทอง...ป้าจิกอาจจะยอมให้แก้วกู้เงิน ไหนจะรางวัลที่ได้จากการประกวดอีก แบบนี้แก้วจะล้มเลิกไม่ได้หรอกค่ะ แก้วจะตั้งใจพยายามชิงเอารางวัลชนะเลิศมาให้ได้ พ่อจะได้ผ่าตัด แล้วจะไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป”

ความมุ่งมั่นของแก้วทำให้กิตติอึ้งพูดไม่ออก

ooooooo

ที่ห้องโดมอันเป็นที่ชุมนุมของคุณชายทั้งห้าแห่งวังจุฑาเทพ วันนี้มีเรื่องให้ตื่นเต้น เมื่อชายพีร์เจอข่าวการประกวดนางสาวศรีสยาม ก็เจ้ากี้เจ้าการปลุกระดมพี่ๆให้ชวนชายภัทรไปดูขาอ่อนเผื่อจะตบะแตกบ้าง

“ไม่มีทาง” ชายใหญ่ฟันธง มองชายภัทรที่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือบนโต๊ะ แล้วท้าน้องๆว่าพนันกันได้เลย

ชายเล็กกับชายพีร์เชื่อว่า ถ้าชายภัทรได้ไปดูต้องตบะแตกแน่ๆ แต่ชายรุจกับชายใหญ่เชื่อว่าไม่มีทาง สี่พี่น้องจึงท้าพนันกัน รสาที่มาร่วมวงด้วยถามว่าชนะแล้วจะได้อะไร

“ได้รับเลี้ยงดินเนอร์อาหารทะเลที่ชายทะเลหัวหิน” ชายเล็กเสนอ

“เยสสสส...เลี้ยงสกี และล่องเรือไปเที่ยวเกาะขามด้วย” ชายพีร์เพิ่มเติม

“ดีลลลล...” เสียงชายใหญ่ทำให้น้องๆเฮกันอย่างครื้นเครง

จากนั้นทุกคนก็วางแผนแบ่งหน้าที่กัน บ้างหว่าน ล้อม บ้างออดอ้อน กระทั่งตัดพ้อให้ชายภัทรไปงานประกวดนางสาวศรีสยาม โดยชายพีร์เป็นตัวการทำทีชวนใครก็ไม่มีใครไปอ้างว่าติดงาน ติดธุระ ติดนัด สุดท้ายเลยอ้อนชายภัทรให้ไปเป็นเพื่อน เมื่อถูกปฏิเสธก็ปรามาสตามแผนว่า ไม่กล้า ทำให้ชายภัทรฮึดขึ้นมาตัดรำคาญใจว่า

“ทำไมจะไม่กล้า...โอเค...เราจะไปกับนาย จบหรือยัง”

“จบบบบบบบ” ทุกคนตอบพร้อมกันหันจับมือเขย่ากันอย่างดีอกดีใจ แล้วสลายตัวแยกย้ายกันไปท่ามกลางความงุนงงของชายภัทร

ooooooo

หลังจากตัดสินใจจะประกวดนางสาวศรีสยามแล้ว กรองแก้วเก็บเสื้อผ้าเก่าๆที่ใส่อยู่ทุกวัน หิ้วกระเป๋าโทรมๆ เดินทางไปบ้านอิงอร กว่าจะหาบ้านเจอก็เป็นลมที่หน้าบ้าน ทั้งเพราะเมารถและท้องว่างมาแต่เช้า

คนในบ้านช่วยกันหิ้วปีกเข้าข้างใน อิงอรกลับมาเห็นกรองแก้วก็ดีใจบอกว่านึกว่าจะเบี้ยวเสียแล้ว จะให้ไปนอนกับสุนันท์ลูกสาวจอมแสบ สุนันท์ไม่ยอมให้นอนด้วยจึงจัดให้ไปนอนที่ห้องพักสาวงามที่มาเก็บตัวที่หลังบ้าน ปรากฏว่ามีกรองแก้วคนเดียวที่พักที่นั่น เพราะอีกสามคนเป็นลูกผู้ดีมีสกุล เป็นลูกข้าราชการ กลับไปนอนบ้านกันหมด

“พวกลูกที่มีเกียรติแบบนั้น ทำไมเขาถึงมาประกวดนางงามล่ะคะ” กรองแก้วถามสุนันท์งงๆ

“ใครๆก็อยากจะโก่งค่าตัวกันทั้งนั้นแหละ ก็เหมือนกับหล่อนนั่นแหละ” กรองแก้วบอกว่าตนประกวดเพื่อหาเงินไปรักษาพ่อ ก็ถูกสุนันท์หัวเราะเยาะพูดประชดว่าลูกกตัญญู แล้วแนะนำว่า “ถ้าพ่อหล่อนป่วยจริงๆ ฉันขอแนะนำว่า อีกหน่อยให้หาผู้ชายรวยๆมาเลี้ยงสิ ได้ทั้งบ้าน รถ ค่ารักษา ค่าเทอม คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”

ฟังสุนันท์พูดแล้วกรองแก้วยิ่งงง ขณะสุนันท์กำลังสาวไส้วงการนางงามอยู่นั้น อิงอรก็มาปราม ไล่จะไปไหนก็ไป แล้วตัวเองก็หว่านล้อมกรองแก้วว่า

“ขอให้หนูเชื่อฉัน...รับรองว่าหนูต้องได้เป็นนางสาวศรีสยามแน่ๆ แล้วคอยดูสิ ชีวิตของหนูแก้วจะเปลี่ยนไป โลกทั้งโลกจะเป็นของหนู ลาที ชีวิตจนๆ ฉันจะพาหนูไปสู่ชีวิตใหม่ ฉันสัญญาจ้ะ”

กรองแก้วฟังอิงอรกล่อมจนเคลิ้มกับชีวิตที่จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตา

รุ่งขึ้น กรองแก้วกับสาวงามที่จะเข้าประกวด ก็ถูกจัดให้มาซ้อมเดิน โดยต้องใส่รองเท้าส้นสูงถึง 4 นิ้ว กรองแก้วไม่คุ้นทำให้เดินเท้าพลิก ข้อเท้าบวมเป่งแต่กรองแก้วก็กัดฟันจะฝึกต่อ มะลิไม่ให้ฝึกจะไปเอาน้ำแข็งที่ตู้เย็นมาประคบให้ ก็ถูกสุนันท์มาใช้ให้ไปทำอาหารเช้าให้ตนกับไกรฤกษ์พี่ชาย มะลิจึงให้กรองแก้วไปเอาน้ำแข็งที่ตู้เย็นเอง

เมื่อกรองแก้วไปเอาน้ำแข็ง ก็ถูกไกรฤกษ์ที่จ้องอยู่เข้ามาทำเจ้าชู้ยักษ์ใส่ พยายามจะลวนลามจนกรองแก้วต้องหาทางมุดออกมา วิ่งกะเผลกๆหนีหลุดไปได้หวุดหวิด ไกรฤกษ์ไม่ตาม แต่หัวเราะขำๆ เหมือนมองลูกไก่ในกำมือ

ooooooo

ที่ลานหลังบ้าน บรรดาสาวงามที่จะเข้าประกวด กำลังนุ่งกระโจมอกให้มะลิกับอิงอรขัดผิวทั้งด้วยเกลือ มะขามและขมิ้น

ไกรฤกษ์ยืนมองจากหน้าต่างห้องตัวเองตาเป็นมัน โดยเฉพาะกรองแก้วถูกจ้องไม่วางตา

ส่วนกรองแก้ว มาอยู่ที่บ้านอิงอรและเริ่มมีการฝึกเดิน ขัดผิว เธอเขียนจดหมายไปบอกพ่อว่า ไม่ต้องห่วงเพราะอิงอรดูแลตนดี ย้ำให้พ่อพักผ่อนให้มาก กินอาหาร กินยาตามเวลาจะได้แข็งแรงและผ่าตัดได้อย่างไม่มีอันตราย

เพิ่งเขียนจดหมายไปหยกๆ คืนนี้ก็เจอดีจนได้ ขณะกรองแก้วเดินไปห้องน้ำที่อยู่แยกจากห้องนอน ก็ถูกไกรฤกษ์ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมานุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวไปซุ่มในห้องน้ำ พอกรองแก้วเปิดประตูเปิดไฟ ไกรฤกษ์ก็ทำเสียง “จ๊ะเอ๋...” ทำเอากรองแก้วผงะ รีบขอโทษ หันหลังกลับ

“จะรีบไปไหนล่ะครับ คุยกันก่อนสิ ผมอยากรู้จักกับคุณ” ไกรฤกษ์ในสภาพเมาก้าวออกมากางมือกั้นไว้ กรองแก้วตกใจคิดหาทางเอาตัวรอด ทำอุบายเหมือนจะสมยอม พอไกรฤกษ์เผลอก็เอาขันที่ใส่เครื่องอาบน้ำประเคนใส่หน้าแล้ววิ่งกลับห้องปิดประตูลงกลอน ยืนตัวสั่น

ไกรฤกษ์มาทุบประตูโครมๆ ตะโกน “แก้ว... แก้ว...เปิดนะ บอกให้เปิด ไม่งั้นเดี๋ยวฉันจะให้แม่ไล่เธอออกจากบ้าน”

“คุณ...คุณเมามากแล้ว...กลับไปสงบสติอารมณ์ก่อนเถอะ”

“ฉันไม่ได้เมา ออกมา เปิดประตู ถ้าไม่เปิดฉันจะพังประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้”

กรองแก้วตกใจกลัวตัวสั่น เอามือปิดปากร้องไห้ไม่รู้จะทำอย่างไร รีบไปเลื่อนโต๊ะมาขวางประตูไว้

โชคดีที่มะลิเดินมา ไกรฤกษ์มองตาขวาง เห็นว่าทำอะไรไม่ได้เลยเดินกลับไปอย่างหัวเสีย มะลิมองตามอย่างสมเพช ส่วนกรองแก้วยังร้องไห้อย่างขวัญเสียอยู่ในห้อง...

ooooooo

วันนี้เป็นวันประกวดนางสาวศรีสยามแล้ว ที่ห้องแต่งตัวบ้านอิงอรจึงวุ่นวายกับการแต่งตัวให้บรรดาสาวงามที่จะเข้าประกวด

กรองแก้วมาช้ากว่าเพื่อน เธอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอิดโรยเพราะไม่ได้นอนทั้งคืน อิงอรตกใจถามว่าทำไมดูตาบวมๆ

“เมื่อคืนแก้วนอนไม่หลับค่ะ” เธอตอบเพลียๆ

“คงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับล่ะสิ” มะลิกระเซ้า

อิงอรจับกรองแก้วไปนั่งเพื่อให้ช่างแต่งตัว ระหว่างนั้น สุนันท์หิ้วรองเท้าเข้ามาพูดประชด

“เอ้า...นี่แม่แก้ว รองเท้าของหล่อน แหม...ยังไม่ทันอะไรเลยทำเดินตัวเปล่าเป็นคุณนาย ฉันไม่ใช่บ่าวของหล่อนนะยะ ที่ต้องคอยถือรองเท้าเดินตามน่ะ” พูดแล้วโยนรองเท้าโครมไปตรงหน้า

“ขอโทษนะคะคุณนันท์” กรองแก้วขอโทษทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร

ระหว่างนั่งให้ช่างทำผมนั้น ช่างทำผมทำไปก็ชมไปกับมะลิว่า


“แหม...น้องกรองแก้วเนี่ย ช่างสวยสมกับที่คุณอิงอรไปคุยไว้เลยว่าท่านยอมทุ่มไม่อั้น”

กรองแก้วชะงักกึก เงยหน้ามองช่างกับมะลิที่คุยกันอยู่ มะลิรู้ตัวรีบจุ๊ปากไม่ให้ช่างทำผมพูดมาก แล้วบอกให้เกล้าผมเลย ย้ำทำให้สวย และเร็วด้วย เพราะ “เดี๋ยวคุณนายใบบัวจะมารับแล้ว”

ooooooo

ไม่นาน คุณนายใบบัวก็ส่งเสียงแจ่มใสก่อนเข้ามาในห้องรับแขกที่อิงอรรอต้อนรับอยู่

“ไหน...ไหน...เด็กที่ว่า ลือกันนักหนาว่าสวยแจ่ม จนฉันต้องขอตามมาดูตัวให้ชัดก่อนขึ้นเวทีสักหน่อย”

“เดี๋ยวคุณนายดูเอาเองก็แล้วกัน รับรองคนนี้ได้มงกุฎแน่ๆ ถ้าไม่สวยจริง ฉันไม่กล้าเอาไปเสนอท่านหรอก”

“เดี๋ยวก็รู้ ถ้าไม่ดีจริง ท่านมาเห็น คุณอิงอรนั่นแหละจะลำบาก”

“ขี้คร้านท่านจะให้รางวัลฉันเพิ่มละไม่ว่า...นั่นไงมาแล้วค่ะ” อิงอรมองออกไป คุณนายใบบัวมองตามสายตาอิงอร เห็นมะลิกำลังพากรองแก้วที่เกล้าผมสูงแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จแล้วเดินเข้ามา เธอสวยจนทุกคนตะลึง แม้แต่สุนันท์ก็อุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“หา! นังแก้ว...มันสวยขนาดนี้เลยเหรอ”

“โอ้โห...สวยจริงๆด้วย” คุณนายใบบัวอึ้งอยู่อึดใจ พออุทานแล้วลดเสียงเป็นกระซิบ “อิงอร...งั้นฉันจะรีบโทร.ไปเรียนท่านเดี๋ยวนี้เลยว่า...งานนี้คุ้ม คุณอิงอร...แบบนี้ท่านไม่อั้นแน่ๆ” ว่าแล้วรีบเดินไปที่เครื่องโทรศัพท์อย่างตื่นเต้นดีใจ

อิงอรมองตามคุณนายใบบัว นึกถึงเงินที่จะได้รับแล้วก็ยิ้มกริ่มอย่างเก็บไว้ไม่อยู่

ooooooo

ไม่นาน คุณนายใบบัวก็ประคองกรองแก้วไปขึ้นรถของตัวเองอย่างทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน

“หนูกรองแก้ว มานั่งรถฉันนี่เลย จะได้ไม่ต้องไปเบียดกับพวกนั้น” แล้วหันไปบอกมะลิ “ส่วนเธอรอไปพร้อมคุณอิงอร บอกด้วยว่าฉันไม่รอ ฉันจะรีบไปเจอท่าน เอ๊ย...รีบไปงาน”

คุณนายใบบัวประคองกรองแก้วขึ้นรถแล้ว มะลิจึงเห็นว่ากรองแก้วไม่ได้ใส่รองเท้าไป

“อ้าว...แก้ว...รีบร้อนจนลืมรองเท้าแล้วไหมล่ะ ไปวางเอาไว้ที่ไหน เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้”

“ไม่ต้องค่ะพี่มะลิ เดี๋ยวแก้วไปเอาเอง คงลืมไว้ที่ห้องแต่งตัวน่ะค่ะ” กรองแก้วรีบกลับไปหารองเท้า

“แล้วรีบกลับมานะจ๊ะ” คุณนายใบบัวเสียงอ่อนเสียงหวานตามหลัง

ooooooo

กรองแก้วรีบกลับมาที่ห้องแต่งตัวเพื่อเอารองเท้า มาถึงหน้าห้องก็ต้องชะงัก เห็นไกรฤกษ์กำลังทำลับๆ ล่อๆกับกระเป๋าถือของอิงอรอยู่ พอดีอิงอรกับสุนันท์เดินเข้ามาอีกทางหนึ่ง

“ไอ้ฤกษ์ ทำอะไรน่ะ” สุนันท์เอะอะอย่างรู้ทัน ไกรฤกษ์หันมาอ้อนอิงอรว่าขอตังค์หน่อย

“ว่าแล้ว! ไอ้ลูกชั่ว คนเลวๆอย่างแกจะมีอะไรนอกจากแอบขโมยเงินไปกินเหล้า” อิงอรด่าเปิง กรองแก้วได้ยินถึงกับสะอึก ส่วนสุนันท์ฟ้องฉอดๆว่า

“แม่...อย่าให้ ไอ้ฤกษ์มันเกือบทำสินค้าของแม่มีราคีรู้รึเปล่า ดีนะที่นังแก้วมันไม่เล่นด้วย ไม่งั้นท่านจับได้ว่ามันไม่สดเสียแล้ว เราจะโดนหนัก”

ไกรฤกษ์ด่าสุนันท์ว่าปากบอน อ้างว่าคราวก่อนตนก็จัดการนางงามช้างเผือกไปไม่เห็น “ไอ้แก่นั่นมันจะรู้เลย”

อิงอรด่าว่าวันๆไม่เห็นทำอะไรให้บ้านเลยทั้งๆที่รู้ว่ากิจการร้านเสื้อที่ไม่เจ๊งเพราะท่านอุปถัมภ์อยู่ แล้วพูดอย่างเต็มปากเต็มคำจนกรองแก้วที่แอบฟังอยู่หนาวเยือกว่า

“เพราะเราคอยจัดหานางงาม ดารา นางแบบให้ท่านไม่ขาด ไม่งั้นป่านนี้เราคงต้องขายบ้านไปแล้วมั้ง แกยังหน้ามืดข่มขืนเด็กนางงามที่ท่านจองได้ลงคอ อยากจะไม่มีที่ซุกหัวนอนรึไง”

ไกรฤกษ์ถามว่าแล้วอย่างกรองแก้วนี่จะได้เท่าไหร่ สวยขนาดนี้น่าจะได้มากกว่าคนปีที่แล้ว บอกอิงอรว่ายังไงก็แบ่งกันใช้บ้าง สุนันท์ตอบแทนแม่อย่างรู้ราคาดีว่า

“ถ้าได้ตำแหน่งนางสาวศรีสยาม ก็ได้เป็นแสนท่านอยากได้คนที่ครองมงกุฎ แต่ถ้าได้รองก็เหลือไม่กี่หมื่น”

“ถ้าตกรอบ ก็เหลือไม่กี่พัน” อิงอรพูดต่อ ไกรฤกษ์ตาโตถามว่าแล้วแม่ยังจะแบ่งรางวัลจากเด็กอีกหรือเปล่า “ถ้ารับจากท่านเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริง แม่ก็ไม่ใจดำพอที่จะไปหักเปอร์เซ็นต์เด็กมันอีกหรอก อย่างยายแก้วเนี่ย พ่อมันเป็นภารโรงโรงเรียนป้าบุษไง แล้วตอนนี้ป่วยเป็นอะไรที่สมองก็ไม่รู้ ถ้ามันได้ตำแหน่งก็ให้มันเอาเงินรางวัลไปรักษาพ่อได้ทั้งหมดเลย”

สามแม่ลูกคุยกันถึงเงินที่จะได้จากการขายกรองแก้วให้ท่าน แล้วพากันเดินออกจากห้องไป

กรองแก้วที่แอบฟัง ยืนหน้าซีดช็อกจนก้าวขาไม่ออก

ooooooo

ในบริเวณจัดงาน...

บนเวทีนักร้องสาวสวยกำลังครวญเพลงของสุนทราภรณ์อย่างไพเราะเพราะพริ้ง แขกเริ่มทยอยเข้ามาในงาน

คุณชายรณพีร์เดินนำคุณชายพุฒิภัทรเข้ามามองหาที่นั่งหน้าเวที พลันก็ชะงักเมื่อเห็นท่านพินิจกับคุณหญิงและคณะกำลังเดินอาดๆเข้ามา โดยมีเจ้าหน้าที่จัดงานต้อนรับอย่างนอบน้อม พินอบพิเทา

“ท่านพินิจ...มาช้อนนางงามกลับบ้านอีกแล้ว” ชายพีร์พูดเบาๆชายภัทรมองอย่างไม่ชอบใจ ชายพีร์ยังกระซิบต่ออย่างติดลมว่า “ภรรยาของท่านสวยขนาดนี้ ท่านยังไม่รู้จักพอ แย่มาก”

“แล้วภรรยาท่านก็รู้เห็นเป็นใจกับกิจกรรมแบบนี้ด้วยเหรอ”

“พี่ชายภัทร...เห็นยัยป้าชุดเขียวที่ใส่เพชรพรึบนั่นไหม”ชายพีร์ใบ้ให้ดูคุณนายใบบัวแล้วจึงเล่าต่อ “นั่นแหละนายหน้าหรือที่เรียกว่า แม่เล้าของท่านก็ได้ ยัยนี่ทำหน้าที่เป็นสเก๊าท์...แมวมอง...เที่ยวล่าหาหญิงสาวสวยมาป้อนวิมานสีชมพูของท่านพินิจ”

ชายพีร์พูดไม่ทันขาดคำ คุณนายใบบัวก็ปรี่เข้าไปรับท่านพินิจอย่างนอบน้อม บอกว่านางงามในชุดว่ายน้ำกำลังจะออกมาโชว์ตัวพอดี ถูกคุณหญิงหางตาใส่ปรามาสคุณนายเบาๆว่าอย่าให้มันประเจิดประเจ้อนัก

“อุ๊ย...แหม...คุณหญิงขา...เดี๋ยนไม่กล้าหรอกค่ะ...ท่านขา เชิญค่ะ ที่นั่งของท่านอยู่ตรงกลาง หน้าสุดเลยค่ะ”

คุณนายใบบัวพาท่านพินิจกับคุณหญิงไปเจอชายภัทรกับชายพีร์ที่ตรงกลางหน้าเวทีพอดี ท่านพินิจมองชายภัทรอย่างจำได้ ชายภัทรกับชายพีร์จึงยกมือไหว้

“คุณหมอ...ไม่ยักทราบ ว่าคุณหมอก็ชอบดูประกวดนางงามเหมือนกัน”

“พอดีผมได้บัตรเชิญน่ะครับ” ชายภัทรตอบยิ้มๆ

เจ้าหน้าที่มาจัดที่นั่งให้ตามเลขบัตร ท่านพินิจนั่งติดทางขวาของชายภัทรและชายพีร์นั่งติดทางซ้ายของพี่ชาย ต่างนั่งวางมาดเข้มอย่างไม่มีใครยอมใคร

ooooooo

ที่หลังเวที...บรรยากาศกำลังวุ่นวายกับการเตรียมตัว ขึ้นเวทีของผู้เข้าประกวด แต่กรองแก้วยังช็อกกับเรื่องราวที่ได้ยินสามแม่ลูกคุยกัน ยืนซุ่มอยู่ข้างเวที กำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนักว่า จะหนีหรือไม่หนีดี

มะลิเดินมาเจอ ถามว่ามาแอบอยู่ตรงนี้เอง ทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่ไปเติมหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก

“พี่มะลิ...แก้ว...” กรองแก้วดึงมะลิหลบไปที่มุมลับตาหลังเวที กราบอกมะลิน้ำตาอาบแก้ม พูดไปร้องไห้ไปว่า “แก้ว...แก้วไม่อยากประกวดแล้ว” มะลิตกใจถามว่าทำไมหรือ!

กรองแก้วเล่าสิ่งที่ได้ยินอิงอรกับลูกๆคุยกันให้มะลิฟัง บอกว่าตนกำลังจะขึ้นเวทีไปเป็นสินค้าให้เขาเอาไปเร่ขาย พูดด้วยความรู้สึกผิดหวังเสียใจที่อิงอรไม่ได้มองตนเป็นคน เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนลูกสาวตัวเองแต่กลับเห็นตนเป็นเหยื่อ เป็นสินค้าที่จะเอาไปเร่ขายเหมือนผักปลา

มะลิสะเทือนใจไปกับกรองแก้ว บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องขึ้นประกวดก็ได้ ตนจะบอกทุกคนว่าเธอไม่สบาย กรองแก้วยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ มะลิเร่งว่าให้รีบไปเสีย กรองแก้วจึงตัดสินใจวิ่งหายไปในความมืด...

เมื่อกรองแก้วหนีไปแล้ว มะลิจึงเดินมาเก็บของ ช่างเสริมสวยเข้ามาถามหากรองแก้ว มะลิกำลังจะบอกว่าไม่สบายก็พอดีอิงอรเข้ามามองหากรองแก้วเหมือนกัน บอกมะลิว่าจะพาไปให้ท่านดูตัวก่อนว่าสวยสมกับที่ท่านคาดหวังไหม

“คุณคะ...คือ...กรองแก้วเขา...ไม่...”

ขณะมะลิกำลังอึกอักนั่นเอง กรองแก้วก็เดินหน้าซีดเข้ามา แต่แววตานั้นบอกถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่แล้ว อิงอรมองหน้าถามว่าทำไมถึงยังไม่เปลี่ยนชุด มัวทำอะไรอยู่ มะลิได้แต่ยืนมองลุ้นว่ากรองแก้วจะตอบอย่างไร

“แก้ว...แก้วรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้...ค่อยยังชั่วแล้ว” หันบอกมะลิว่า “พี่มะลิ แก้ว...แก้วหายแล้ว แก้ว...จะพลาดการประกวดครั้งนี้ไม่ได้”

“ก็ใช่น่ะสิ เธอจะพลาดได้ยังไง ความสวยของเธอกินขาด ชนะเลิศทุกคน เธอต้องได้มงกุฎนางสาวศรีสยามแน่ มาแก้ว...ฉันจะแต่งตัวให้เธอเอง เร็ว ไปเปลี่ยนชุดก่อน หน้าค่อยเติมทีหลัง เดี๋ยวไม่ทันหรอก” พูดแล้วจูงกรองแก้วไปอย่างเร็ว

กรองแก้วหันมองมะลิด้วยแววตาที่เหมือนถูกจูงไปฆ่า...มะลิเองก็ได้แต่ใจหาย สงสารจับใจ...

ที่หน้าเวที ชายภัทรกับชายพีร์นั่งดื่มน้ำโซดากันคนละขวด ส่วนท่านพินิจดื่มบรั่นดีกับน้ำเย็น ทักทายพูดคุยกันเท่าที่จำเป็น จนเมื่อคุณนายใบบัวมากระซิบกระซาบให้ท่านพินิจจับตาดูเบอร์ 8 มาจากอยุธยาเป็นเด็กของอิงอร อวดว่าสวยมาก ได้ครองมงกุฎนางสาวศรีสยามแน่ ทั้งยังรับรองว่า คุ้มค่ากับราคาที่ท่านจ่ายแน่ๆ

ชายภัทรเอนตัวมาพูดกับชายพีร์อย่างแขยงแขงขนว่า

“ได้ยินไหม ว่านางงามพวกนี้ มาประกวดเพื่อจะได้ขายตัวได้ราคาดี เท่านั้นเอง”

ooooooo

อ่านต่อ  เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน2 ละคร ช่อง3

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนจบ ละคร ช่อง3



ตอนที่ 12

เป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาอีก เมื่อย่าอ่อนมา ได้ยินชายรุจคุยกับชายภัทรว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับ กระถิน ย่าอ่อนก้าวเข้าไปจ้องหน้าตาพองถามว่า

“นี่เรายังจะดื้อด้านไม่ยอมแต่งงานกับกระถินอีกงั้นเหรอ” ชายรุจยืนยันว่าตนไม่อาจแต่งงานกับคนที่ไม่รักได้ ย่าอ่อนคาดคั้นว่า “เพราะเรายังหวังจะเด็ดดอกฟ้าดึงท่านหญิงแต้วให้ลงต่ำมาแต่งงานกับเรางั้นสิ!”

“เปล่าเลยครับย่าอ่อน เรื่องของผมกับท่านหญิงจบลงไปแล้ว เช่นเดียวกับเรื่องของกระถิน ผมขออยู่ลำพังและไม่ต้องการมีความรักกับใครอีก”

“ไม่ได้ ย่าไม่ยอม แกต้องแต่งงานกับหนูกระถิน มันเป็นพระประสงค์ของท่านพ่อของแก ถ้าไม่เชื่อฟังแกก็ไม่สมควรเป็นจุฑาเทพอีกต่อไป” พูดแล้วทำท่าลมตีขึ้นจะเป็นลม จนชายภัทรต้องรีบเอายาให้ดม กระนั้นก็ยังเรอเอิ้กอ้าก...

เสียงย่าอ่อนดังไปถึงเรือนใหญ่ ชายเล็กกับชายพีร์เดินไปดูที่ศาลา เห็นชายภัทรกำลังชี้แจงกับย่าอ่อนว่ากระถินมีคนรักอยู่แล้วคือนายคล้าวที่ปลอมตัวมารับจ้างที่นี่ ย่าอ่อนก็คร่ำครวญอีกว่ามีแต่คนปกปิดความจริงตน

ชายใหญ่มาถึงย่าอ่อนก็ตีโพยตีพายเรื่องชายรุจไม่ยอมแต่งงานกับกระถินให้ฟัง ลามปามไปถึงเรื่องวาดดาวว่าเป็นลูกพ่อค้า และทิ้งชายรุจไปคว้าฝรั่งแก่ก็เพราะหวังสมบัติ เมื่อฝรั่งตายแล้วก็จะกลับมาหาชายรุจอีก

หม่อมเอียดได้ยินเสียงโวยวายของย่าอ่อน จึงให้สมศรีพาไปที่ศาลา เรื่องทั้งหมดจึงถูกเปิดเผย ว่าที่แท้ย่าอ่อนเป็นคนดุด่าวาดดาวจนเธอทิ้งชายรุจไป ทั้งที่หม่อมเอียดรับปากจะให้แต่งงานกับชายรุจแล้ว

เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน ย่าอ่อนอ้างความหวังดีกับชายรุจ เพราะวาดดาวไม่สมเกียรติกับจุฑาเทพ

“เธอเห็นแก่ชายรุจหรือเห็นแก่ตัวเองกันแน่...เธอมีปมด้อยเรื่องหญิงต่ำศักดิ์มาแย่งชายคนรักของเธอไป เธอถึงลำเอียง เกลียดหญิงทุกคนที่เธอเห็นไม่คู่ควรจะเป็นสะใภ้จุฑาเทพ เธอเกลียด...โดยที่เธอไม่ได้ดูเนื้อแท้ของคนคนนี้แม้สักนิด”

“ไม่จริงค่ะคุณพี่” ย่าอ่อนเถียงเสียงแผ่วปนสะอื้น

“จริง! นอกจากนั้น เธอยังลงโทษชายรุจ กีดกันความรักของเขามากกว่าหลานชายคนอื่นๆ เพราะชายรุจเกิดจากช้องนาง หญิงต่ำศักดิ์อีกคนที่เธอรังเกียจ พอทีเถอะแม่อ่อน อย่าได้ทำร้ายและทำลายความรักของใครเขาเพื่อแก้ปมให้ตัวเองอีกเลย”

ชายรุจขอร้องหม่อมเอียดอย่าตำหนิย่าอ่อนเลย ย่าอ่อนทำไปเพราะความรักและหวังดีกับตน แล้วตรงไปกราบแทบเท้าขอบคุณความหวังดีของย่าอ่อน ชายรุจเอ่ยเสียงเครืออย่างสะเทือนใจว่า

“แต่คุณย่าครับ...ผมเจ็บเพราะความรักจากวาดดาวมาแล้วครั้งหนึ่ง มาเจ็บซ้ำสองกับท่านหญิงแต้ว ผู้หญิงที่ผมรักที่สุดและจะรักตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ตอนนี้ในหัวใจของผมไม่มีที่เหลือสำหรับความรักให้หญิงคนไหนอีกแล้ว คุณย่าอ่อน...อย่าบังคับผมอีกเลยนะครับ”

ย่าอ่อนน้ำตารื้น ประคองชายรุจลุกขึ้นเอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า “ย่าทำผิดกับเราแล้วครั้งหนึ่ง ย่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง”

ชายรุจกอดย่าอ่อนไว้แน่น ย่าอ่อนกอดตอบไว้เต็มแขน ทุกคนเห็นภาพนั้นแล้วยิ้มทั้งน้ำตา หม่อมเอียดถอนใจโล่งอกที่ความรักความเข้าใจกันกลับมาสู่วังจุฑาเทพอีกครั้ง...

ooooooo

เมื่อท่านหญิงออกจากโรงพยาบาล พระองค์ฉัตรไปที่วังศุภกิจเพื่อดูการเตรียมงานแต่งว่าดำเนินไปถึงไหนแล้ว ไปเจอท่านชายทัศน์กำลังอยู่กับสมรทั้งเมาทั้งสำราญสวาทกันอยู่แต่ในห้อง

พระองค์ฉัตรจึงตัดสินใจเชิญย่าอ่อนและคุณชายปวรรุจมาพบที่วังอรุณรัศมิ์

พระองค์ฉัตรบอกชายรุจว่ารู้เรื่องทั้งหมดจากย่าอ่อน แล้วถามชายรุจว่าคิดอย่างไรกับหญิงแต้ว ย้ำอย่างจริงใจว่า

“ฉันขอให้คุณชายตอบอย่างลูกผู้ชาย ไม่ต้องคิดถึงชายทัศน์ ไม่ต้องคิดถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ และชาติกำเนิด”

ชายรุจสบตาพระองค์ฉัตร ตอบอย่างกล้าหาญว่า “กระหม่อมรักท่านหญิง รักหมดหัวใจ”

“ถ้าเช่นนั้น ฉันขอฝากคุณชายดูแลหญิงแต้ว จะปฏิเสธหรือไม่...”

ชายรุจตะลึงงัน หันเห็นย่าอ่อนยิ้มปลื้ม จึงเข้าใจว่าย่าอ่อนพาตนมาที่นี่ทำไม

หลังจากนั้น ย่าอ่อนกับพระองค์ฉัตรคุยกันประสาผู้ใหญ่ ชายรุจจึงลุกเดินไปในสวน เจอท่านหญิงเข้าโดยบังเอิญท่านหญิงยังคงทักทายชายรุจอย่างเป็นทางการ แต่ชายรุจท่าทีเปลี่ยนไป บอกท่านหญิงว่าจะฟังบัญชาจากท่านหญิงทุกอย่างถ้าท่านหญิงบอกให้ไปก็จะไม่กลับมาอีก แต่ถ้าบอกให้อยู่ก็จะไม่มีวันห่างไปไหนอีกเลย

ท่านหญิงสั่งให้ชายรุจหยุดทำตามคำสั่งแต่จงพูดและทำทุกอย่างตามที่หัวใจปรารถนา ชายรุจจึงขอกอด ท่านหญิงพูดเต็มปากเต็มคำว่า “อนุญาต” ปล่อยให้ชายรุจกอดแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้นเสด็จพ่อเรียกย่าเอียดกับคุณชายมาคุยอะไร

เมื่อชายรุจเล่ารายละเอียดให้ฟัง ทั้งเล่าว่าพระองค์ฉัตรบอกว่าชายทัศน์เพิ่งมาถอนหมั้น ท่านยังถามว่า

“คุณชายจะรังเกียจลูกฉันหรือไม่ ที่เคยผ่านการหมั้นหมาย เป็นม่ายขันหมากมาแล้ว”

ท่านหญิงถามว่าคุณชายตอบเสด็จพ่อไปว่าอย่างไร ชายรุจตอบอย่างองอาจว่า


“กระหม่อมจะดูแลท่านหญิงอย่างดีที่สุด ยิ่งกว่าชีวิตของกระหม่อม สิ่งเดียวที่กระหม่อมไม่อาจรักษาให้ท่านหญิงไว้ได้ คือพระยศนำหน้าที่จะต้องถอดคืนเมื่อมาแต่งงานกับหม่อม แต่นอกจากนั้นแล้ว หม่อมจะไม่มีวันทำให้ท่านหญิงผิดหวัง จะรักและเทิดทูนท่านหญิง ทำให้ท่านหญิงทรงมีความสุขที่สุด ทุกวัน ทุกคืน ทุกวินาที จนกว่าชีวิตของกระหม่อมจะหาไม่”

ท่านหญิงมองชายรุจอย่างซาบซึ้งขณะเอ่ย “คุณชายจำประโยคนี้ไว้นะเพราะฉันอยากฟังซ้ำอีกอยากฟังไปจนแก่เลยทีเดียว” ชายรุจตอบอย่างหนักแน่นว่าสัญญาด้วยชีวิตกระหม่อม...ทั้งสองกอดกันแนบแน่นด้วยความรัก...

ooooooo

ย่าเอียดต้องไปแก้ปัญหากับเทวพันธ์ แม้เทว-พันธ์จะผิดหวังซ้ำสอง แต่ก็ยังมีความหวังกับคุณชายที่เหลือและฝั่งตนก็ยังมีมารตีกับวิไลรัมภาที่คบหากับชายภัทรและชายพีร์อยู่ เรียกมารตีมาย้ำเตือนอย่าให้ชายภัทรหลุดมือไปเป็นอันขาด

ส่วนกระถิน เมื่อชายรุจมาบอกว่าไม่ต้องแต่งงานกับตนแล้ว กระถินร้องบอกคล้าวอย่างดีใจว่า “เราจะได้เป็นผัวเมียกันแล้ว”

หลังงานแต่งงานระหว่างคุณชายปวรรุจกับหม่อม เจ้าหญิงวรรณรสาแล้ว คู่บ่าวสาวพากันไปฮันนีมูนระลึกความหลังกันที่ทะเลสาบอินเตอร์ลาเก้น ณ ที่นี้ ท่านหญิงบอกชายรุจที่ยังติดปากเรียก ‘ท่านหญิง’ ว่า ต่อไปไม่มีคำว่าท่านหญิงอีกแล้ว มีแต่รสาหญิงธรรมดาสามัญภรรยาของคุณชายปวรรุจ ชายรุจถามว่าไม่คิดถึงพระยศบ้างหรือ?

“ฉันไม่ต้องการเป็นท่านหญิง แต่ต้องการเป็นหญิงคนหนึ่งที่ได้รักและรับความรักจากผู้ชายคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจและจะ...” ชายรุจพูดต่อให้อย่างที่ใจคิดตรงกันว่า “อยู่เคียงคู่ดูแลกันและกันตลอดไปชั่วชีวิต”

กลับจากฮันนีมูนชายพีร์ถามชายรุจว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชายรุจตอบด้วยใบหน้าอิ่มสุขว่า มีความสุขที่สุดเลย แล้วถามชายภัทรว่าอยากมีความรักบ้างหรือเปล่า น่าจะคิดบ้างนะ ชายใหญ่เอะใจถามว่าทำไมพูดอย่างนี้?

“หม่อมย่ากับย่าอ่อนกำลังหมายตามารตีให้เริ่มสนิทสนมกับชายภัทรน่ะซีครับ” ชายรุจบอก

“ถ้านิสัยคุณมารตี ดีได้สักครึ่งคุณเกษราคงไม่น่าลำบากใจเท่านี้นะครับ” ชายพีร์พูดอย่างเข้าใจชายภัทร

“อะไรที่ยังไม่เกิดก็ช่างมันเถิด เอาไว้ค่อยว่ากัน เฮ้อ...มานั่งจับเจ่ากันอยู่แบบนี้ทำไม ออกไปเล่นเทนนิสกันดีกว่าเดี๋ยวฉันบุคคอร์ทให้” ชายภัทรลุกขึ้นแสร้งทำยิ้มแย้มร่าเริง โอบไหล่น้องชายทั้งสองพาออกไป

ชายใหญ่มองหน้าชายรุจอย่างเข้าใจว่าห่วงใยชายภัทร ต่างแน่ใจว่าชายภัทรจะต้องถูกย่าอ่อนเข้ามาวุ่นวายเจ้ากี้เจ้าการเลือกคู่ให้เป็นคนต่อไป...

ooooooo

จบสุภาพบุรุษจุฑาเทพ

เรื่องย่อ มายาสีมุก ตอน21 ละคร ช่อง7



จินจูกับคธาตั้งใจมาหาไข่มุกที่บ้านคีิรินทร์ นำเสื้อผ้าเด็กและหนังสือสำหรับคนท้องมาให้แล้วสอบถามอาการอย่างห่วงใย แต่ไข่มุกปฏิเสธทุกสิ่ง ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น แค่อยากได้แม่กลับคืนมา

“แม่อยู่นี่แล้วนะลูก”

“ไม่ใช่ค่ะ คุณคือปาร์คจินจู ไม่ใช่แม่หนู”

“ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะลูก”

“ปาร์คจินจูไม่ต้องการลูก แต่หนูต้องการแม่ ถ้าคุณรักชื่อเสียง รักความเป็นดาราดังของคุณ ก็ไม่ต้องสนใจหนู ขอให้คุณอยู่กับชื่อเสียงของคุณต่อไปนะคะคุณปาร์ค”

ไข่มุกสีหน้าเรียบนิ่ง ลุกขึ้นเดินหนี ทิ้งให้จินจูนั่งอึ้งด้วยความเสียใจ แล้วค่อยๆสะอื้นออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว คธาปลอบใจก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“ปาร์คจินจูเกิดมาในสลัม ไม่มีอะไรสักอย่าง แต่คิมแทยอนเป็นคนคว้าขึ้นมาปั้นให้เป็นดาราจนทุกวันนี้ ฉันยอมรับว่าฉันรักตัวตนของปาร์คจินจูมาก แต่ถ้าชื่อเสียงของฉันจะทำให้เสียลูกไป คราวนี้ฉันจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่มีแลกกับลูกของฉัน”

จินจูสีหน้าแน่วแน่ คธาไม่เข้าใจว่าเธอจะทำอะไร... หลังจากสองผัวเมียกลับไปแล้ว ชลลดากับภัททิมาเห็นวัฒนาโดยบังเอิญที่นอกรั้วบ้าน ที่สำคัญเขามาพบนุชนารถ ทำลับๆล่อๆไม่รู้คุยอะไรกัน สองแม่ลูกสงสัยหนักหลบเข้ามาคุยกันในห้องโดยไม่บอกให้คนในบ้านรู้

“วัฒนากลับมาทำไม จะทำอะไรอีก หรือว่าที่นังไข่เน่าโดนทำร้ายเป็นฝีมือมัน”

“เอาไงดีคะคุณแม่ แจ้งตำรวจจับเลยดีมั้ย”

“อย่าโง่สิคะลูก แจ้งไปใครจะเชื่อ หลักฐานไม่มีสักอย่าง”

“งั้นเราบอกรินทร์แทนแล้วกัน”

“โอ๊ย...โง่ซ้ำโง่ซ้อนจริงจริ๊ง ไม่ได้ความฉลาดแม่มาสักนี้ด”

“คุณแม่อ่ะ ด่าลูกไก่ทำไม” ภัททิมาทำท่าจะร้องไห้ ชลลดาเลยลดเสียงลง

“คิดนะคะลูก ใช้สมองน้อยๆของหนูคิด...ถ้าเราปล่อยให้วัฒนากับนังนุชวางแผนจัดการไข่มุกกับลูก เสร็จแล้วเราก็ตลบหลังแจ้งความจับให้ได้คาหนังคาเขา ทีนี้นังมุกก็ไปเกิดใหม่ นังนุชก็ปิ๋วเข้าคุก คุณรินทร์ก็จะกลายเป็นของหนูคนเดียว เริ่ดไหมล่ะแผนแม่”

ภัททิมาอ้าปากค้างอย่างสุดทึ่ง ส่วนชลลดาก็ยิ้มกริ่มภูมิใจมากในแผนตัวเอง

oooooooo

หลังจากมาพบไข่มุกแล้วเธอยังไม่ยอมรับความเป็นแม่ลูกกัน วันรุ่งขึ้นจินจูจึงตัดสินใจยอมรับต่อหน้านักข่าวว่าไข่มุกเป็นลูกของเธอที่เกิดกับคธา นอกจากนี้แทยอนก็ยืดอกยอมรับว่าตนเป็นต้นเหตุให้สามคนพ่อลูกต้องพลัดพรากจากกัน ไม่ใช่ความผิดของจินจู เธอไม่ได้ตั้งใจทิ้งลูกสาว

เมื่อทุกคนที่บ้านคีรินทร์เห็นข่าวนี้ต่างพากันยินดีกับไข่มุก ยกเว้นชลลดากับภัททิมาที่แอบหมั่นไส้ทั้งไข่มุกและจินจู แล้วเย็นนั้นเองไข่มุกก็ไปหาพ่อกับแม่ที่โรงแรม สามคนปรับความเข้าใจกันได้ด้วยดี ส่วนแทยอนก็มาขอโทษไข่มุกด้วยตัวเอง

หลังจากปรับความเข้าใจกันได้แล้ว คืนนั้นไข่มุกขอนอนกับพ่อแม่ที่โรงแรม วันรุ่งขึ้นคีรินทร์มาหาแต่เช้า บอกว่าคิดถึงเมีย ขออนุญาตรับกลับบ้าน

“แต่ฉันยังอยู่กับแม่ไม่หนำใจเลย”

“อย่างนี้ฉันก็แย่สิ ถูกเมียทิ้ง” คีรินทร์กระเซ้าเย้าแหย่อย่างอารมณ์ดี จินจูกับคธาเห็นแล้วพลอยยิ้มไปด้วย และไม่ว่าอะไรถ้าไข่มุกจะกลับไป แต่อยากรู้ว่าทั้งคู่จะเอายังไงต่อเพราะเด็กในท้องโตขึ้นทุกวัน คีิรินทร์ตอบหนักแน่นว่าไม่มีปัญหา ตนจะแต่งงานกับไข่มุก

นอกจากคำพูด คีรินทร์ยังแสดงความจริงใจด้วยการพาทั้งหมดไปพูดคุยกับพ่อแม่ของเขาที่บ้าน มณียินดีไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยิ้มหน้าบานและกอดหอมไข่มุกอย่างเอ็นดู

“ไม่ต้องห่วงนะคะ แต่งลูกสาวดาราดังทั้งที ดิฉันจะจัดงานให้อย่างใหญ่โตสมหน้าสมตา เดี๋ยวได้ฤกษ์เมื่อไหร่จะบอกให้รู้นะคะ แหม...ไข่มุกเขาน่ารัก ต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดแน่”

ภัททิมาหมั่นไส้มากทำท่าจะโวยวายแต่ชลลดาที่นั่งอยู่ข้างกันรีบกระซิบเตือนให้เฉยไว้ ฟังต่อไปอย่าเพิ่งโวย ส่วนนุชนารถลอบมองคีรินทร์ด้วยแววตาตัดพ้อ

“ขอบคุณคุณมณีมากนะครับ ที่เอ็นดูไข่มุก” คธาเอ่ย

“ลูกรักใคร เราก็ต้องรักด้วยสิคะ ส่วนสินสอดไม่ต้องห่วงนะคะ เครื่องเพชรเครื่องทองกี่หีบๆ ดิฉันยกให้แทบทั้งหมด ลูกสะใภ้โรงแรมใหญ่ทั้งทีน้อยกว่านี้ได้ไง”

คำพูดของมณีทำให้ชลลดาหมดความอดทนในบัดดล ลุกขึ้นแว้ดไม่สนใจหน้าไหนทั้งนั้น

“แล้วลูกไก่ล่ะคะ จะเอาไปทิ้งไว้ไหน เคยจะแต่งมาก่อน สมบัติเครื่องเพชรไม่เคยกระเด็นสักชิ้น ชลไม่ยอมนะ”

“ช้อย...ไปเอาไม้กวาดมาไล่สัมภเวสีแถวนี้หน่อยซิ ตัวอะไรนะ ชอบร้องกรี๊ดๆขอส่วนบุญ”

ชลลดาโกรธมากแต่ไม่กล้ากรี๊ด ทำทีจะฆ่าตัวตายประท้วงด้วยการถือมีดอยู่ไปมาเหมือนจะกรีดแขนตัวเอง คนอื่นๆตกใจพากันร้องห้าม มีแต่นุชนารถที่รู้ทันเกมของชลลดาจึงบอกทุกคนว่าตนขอจัดการเอง

นุชนารถเข้าสยบชลลดาแล้วแกล้งดันปลายมีดโดนแขนจนเลือดซึม แค่นั้นเองชลลดาก็กรี๊ดลั่นด้วยความตกใจกลัว

“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่อยากตาย...นังนุช แกจะฆ่าฉัน แกเอามีดเชือดแขนฉัน รถพยาบาลอยู่ไหน โอ๊ย...ลูกไก่ แม่จะเป็นลม”

“นี่ อย่ามาตายในบ้านฉันนะ แผลแค่เลือดซิบร้องจะเป็นจะตาย แล้วยังมีหน้ามาโทษคนอื่นอีก ลูกไก่พาแม่ติงต๊องเธอไปจูนสมองหน่อยไป๊”


นุชนารถลอบมองอย่างสะใจ จินจูกับคธาสบตากันอย่างเอือมระอากับความวุ่นวายในบ้านนี้ ส่วนไข่มุกนึกขยาดสองแม่ลูก ทำท่าจะไม่อยากแต่งงานกับคีรินทร์ แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนเพราะเขาให้สัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่ขอเวลาให้นุชนารถกับสองแม่ลูกเตรียมตัวเตรียมใจหน่อย

จินจูเองก็เห็นเค้าลางความยุ่งยาก จึงชวนไข่มุกไปอยู่ด้วยกันที่โรงแรม หรือถ้าทนไม่ไหวจริงๆก็ย้ายไปเกาหลี อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก แต่คธาไม่เห็นด้วย เพราะเขาแน่ใจว่าคีรินทร์รักไข่มุก เขาต้องเคลียร์ทุกอย่างได้ตามที่รับปาก...

วันต่อมา คีรินทร์ไปตรวจไซต์งานที่ตึกสาขาใหม่ของโรงแรมและไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอวัฒนาที่เข้าใจว่าตายไปแล้ว วัฒนามาพร้อมสมุนสองคน ตั้งใจทำร้ายคีรินทร์แต่ไม่สำเร็จเพราะมีคนงานเข้ามาช่วยเหลือ

เมื่อกลับมาเล่าให้คนที่บ้านฟัง ทุกคนตกใจมากเพราะคิดว่าวัฒนาตายแล้ว มีเพียงชลลดากับภัททิมาที่ดูนิ่งเฉยผิดปกติจนมณีสงสัย

“หล่อนสองคนไม่ตกใจเหรอยะ เอ๊ะ หรือว่ารู้อยู่แล้ว”

“อุ๊ย ชลกับลูกกลัวจนพูดไม่ออกต่างหากค่ะ คราวที่แล้วยังจำได้ หลอนไม่หาย กลั๊วกลัว”

“แต่ว่าวัฒนากลับมาแบบนี้ไม่รู้มีใครรู้เห็นหรือเปล่า แบบว่าคนที่เคยร่วมมือกัน...” ภัททิมาพูดไม่ทันจบ ถูกชลลดาเอามือปิดปากและถลึงตาใส่ กระซิบลอดไรฟันสั่งให้เงียบ อย่าโง่ซ้ำซาก

คนอื่นๆไม่ได้ยิน แต่ค่อนข้างงงกับท่าทีของสองแม่ลูก นุชนารถนึกรู้แต่ตีหน้าเคร่งขรึม แล้วหาโอกาสคุยกับคีรินทร์ตามลำพังเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
“นุชไม่มีทางทำร้ายคุณกับครอบครัว แค่ที่เคยทำไปก็ผิดมากพอแล้ว”

“ผมเชื่อว่าคุณไม่เกี่ยว”

“คุณเชื่อ แต่คนอื่น...คุณชลลดาคงปักใจว่านุชเป็นคนทำแน่ๆ”

“คุณชลจะว่ายังไงก็อย่าไปใส่ใจเลย เราทำอะไรรู้อยู่แก่ใจตัวเองก็พอ”

“ทุกคนดีกับนุชมาก ขอให้เชื่อนะคะว่านุชไม่มีวันทำให้พวกคุณผิดหวัง”

นุชนารถพูดทั้งน้ำตาคลอๆ คีรินทร์เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ ดึงเธอเข้ามากอด ไข่มุกกำลังจะเดินเข้ามา หยุดยืนมองด้วยความน้อยใจ จากนั้นในตอนค่ำก็ตัดพ้อต่อว่าเขาเรื่องที่รับปากจะจัดการ แต่ไม่เห็นทำอะไรสักอย่าง แถมยังเที่ยวกอดคนโน้นซบคนนี้

ขณะที่ไข่มุกต่อว่าคีรินทร์ อีกด้านหนึ่งชลลดากำลังเหวี่ยงใส่ภัททิมาด้วยความโมโห

“เมื่อไหร่แกจะฉลาดเสียที เมื่อกี้ไปพูดเรื่องนังนุชทำไมฮึ”

“อ้าว ทำไมพูดไม่ได้ล่ะคะ เราเห็นนังนั่นดักเจอวัฒนา ก็บอกทุกคนไปสิคะ จะได้ไม่ต้องว่าเราทำนังไข่เน่า”

“ตายๆๆๆๆ ทำไมฉันมีลูกโง่ขนาดนี้ จำไม่ได้เหรอที่เคยคุยกันไง ปล่อยให้ตีกันเอง พอจบปุ๊บ ตลบหลังแจ้งตำรวจ แล้วไง...เราก็ฟินาเล่ ครองทุกอย่างคนเดียว... ฉลาดขึ้นซะบ้าง ฉลาดไวๆ ไม่ได้ครึ่งของแม่เลย”

“ไม่ต้องย้ำค่ะ รู้แล้วว่าโง่...ว่าแต่นังพยาบาลรู้ว่าเราสงสัยอย่างนี้จะกล้าทำนังไข่มุกเหรอ เห็นมั้ยคราวนี้ลูกไก่ฉลาดแล้ว”

“มันไม่กล้า เราก็จัดให้แทนซะ” ชลลดาสรุปอย่างเจ้าเล่ห์

เด็กหญิงจีนแค้นเพื่อนสวยกว่า ลวงฆ่าหั่นศพ



เด็กหญิงจีนแค้นเพื่อนสวยกว่า ลวงฆ่าหั่นศพ
(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าว)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (6 พ.ค.) ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเหอฉือ ที่มณฑลก่วงซี ได้ตัดสินพิพากษาคดีที่เด็กหญิงแซ่จย่า อายุไม่ถึง 13 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ฆ่าเด็กหญิงแซ่โจว เพื่อนร่วมชั้นเรียน หลังไม่พอใจที่เพื่อนสวยกว่า และมีเพื่อนๆ ชอบเล่นด้วยมากกว่า จนสบโอกาสหลอกพาเพื่อนไปที่บ้านเพื่อลงมือฆ่า
จากคำตัดสินระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยระหว่างที่เพื่อนสาวเคราะห์ร้ายกำลังเล่นมือถือ จย่าก็ใช้ไม้ฟาดไปที่ศีรษะของเพื่อนจนหมดสติ และด้วยความกลัวว่าจะถูกฟ้อง จึงหั่นศีรษะและแขนใส่ถุงพลาสติก จากนั้นก็ทำความสะอาดบ้านล้างเลือด
ทั้งนี้ เนื่องจากอายุยังไม่ถึง 14 ปี เธอจึงไม่ต้องรับโทษทางอาญา โดยถูกส่งเข้าโรงเรียนดัดสันดาน พร้อมจ่ายค่าชดเชยรายการต่างๆ 108,000 หยวน


ที่มา  เนื้อหา http://news.sanook.com

ซวย ! คลิปโดนจับเพราะติดสินบนตำรวจ


วันที่ 9 พ.ค. พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. (ดูแลงานจราจร) ได้โพสต์คลิปการจับกุมชายคนหนึ่งที่กำลังจะติดสนบนเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับโดนแจ้งข้อหากลับ ผ่านเฟซบุ๊ก โดยเผยว่า วานนี้ นายสุธน อายุ 54 ปี ขับขี่รถทำผิดกฏจราจร ที่บริเวณใต้ทางด่วน ถนนลาดพร้าว ถูกตำรวจจราจรจับกุม


ติดสินบนตำรวจ
แต่นายสุธนฯได้ยื่นธนบัตรฉบับละ 100 บาทให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วบอก”ช่วยๆกันหน่อยนะดาบ” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงาน แต่นายสุธนฯก็ยังพูดต่อว่า “เอาเถอนะดาบ ช่วยๆกันแล้วกัน” จึงถูกจับกุมดำเนินคดีนำส่งฟ้องศาลต่อไป
โดยการกระทำของนายสุธนฯถูกกล้องขนาดเล็กที่ติดประจำเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครบาลที่ตอนนี้มีติดกันมากขึ้น บันทึกไว้ได้ การขับขี่รถ ทำผิดกฏจราจร ยอมรับผิด ให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย
อย่าไปยัดเงินให้เหมือนกับที่เคยทำกันมาในอดีต ทำผิด อย่ามาอวดเบ่งบารมี อย่ามาบอกว่าจำไม่ได้ว่าเป็นลูกใคร จะถูกถ่ายหมด ตำรวจชั่วๆที่เรียกรับเงินโดยมิชอบกับคนที่ชอบให้สินบน จะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย ตอนนี้ทุกคนในสังคมมีกล้องมีโทรศัพท์ถ่ายภาพได้กันทุกคน
พล.ต.ต.วรศักดิ์ เผยต่อว่า ตนขอวอนให้ประชาชนอย่าติดสินบนแก่เจ้าพนักงานเพื่อมิให้ตนเองถูกดำเนินคดี มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีในข้อหาให้สินบนต่อเจ้าพนักงาน แบบชายคนดังกล่าว รวมถึงกรณีที่มีผู้ถ่ายคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนา 6636 เรียกรับเงินจากคนขับขี่รถบนถนน ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้จะมีการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ถ่ายคลิปต่อไป
    แท็ก : 

    สาวร้านสะดวกซื้องง! จู่ๆ โดนกรีดแขน


    สาวร้านสะดวกซื้องง! จู่ๆ โดนกรีดแขน



    อยู่ดีๆ ก็โดนกรีดแขน! หลังลูกค้ามาขอแลกเงิน จู่ๆ ก็โดนกรดแขน ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
    เมื่อในโลกอินเทอร์เน็ต กำลังส่งต่อคลิปเตือนภัย หลังเกิดเหตุการณ์มึนงงขึ้นกับพนักงานร้านสะดวก ที่ถูกคนร้ายใช้มีดคัตเตอร์เข้ากรีดแขน ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน หรือมีเรื่องมีราวกันมาก่อน
    คลิปนี้ถูกโพสต์ โดยเพจ YouLike (คลิปเด็ด) โดยมีข้อความระบุว่า ผู้หญิงเสื้อขาวพยายามจะหาโอกาสที่จะทำร้ายพนักงานที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์แรก
    ซึ่งตอนนั้นไม่ได้เปิดให้จ่ายเงินเพราะกำลังนับเงิน ผู้หญิงเสื้อขาวพยายามขอแลกเงินอยู่หลายรอบ แล้วเดินมาหน้าเค้าท์เตอร์ พอได้โอกาสก็ใช้มีดคัตเตอร์กรีดแขนพนักงาน และเดินออกไปอย่างใจเย็นมาก
    แล้วทิ้งมีดคัดเตอร์ในพุ่มไม้ ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุนัก ตอนตามไปเก็บมีด มีดังกล่าวถูกแยกชิ้นส่วนเรียบร้อย จึงไปแจ้งความไว้ แต่ยังไม่ทราบความคืบหน้าในคดีนี้แต่อย่างใด

    ข่าวโดย : MThai

    เรดาร์ กทม. ตรวจพบกลุ่มฝนขนาดใหญ่ในหลายเขต กทม. ฝนเริ่มตกหนักในหลายพื้นที่


    เรดาร์ กทม. ตรวจพบกลุ่มฝนขนาดใหญ่ในหลายเขต กทม. ฝนเริ่มตกหนักในหลายพื้นที่
    ฝนตก
    สถานีเรดาร์ สำนักระบายน้ำ กทม. รายงานเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2556 เวลา 11.00 น. กทม. มีฝนระดับอ่อนถึงปานกลาง ในเขตดอนเมือง หลักสี่ บางซื่อ บางพลัด ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หนองจอก เคลื่อนไปบางเขน ลาดพร้าว และ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา แนวโน้มคงที่ ล่าสุด มีรายงานว่า มีฝนตกอย่างหนักในหลายพื้นที่แล้ว ส่งผลให้การจราจรลำบาก ขอให้ใช้รถอย่างระมัดระวัง
      innnews

      ที่มา เนื้อหา mthai.com