Thursday, May 9, 2013

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน3 ละคร ช่อง3




ตอนที่ 3

เช้าตรู่วันเดียวกัน คุณนายใบบัวไปที่บ้านท่านพินิจเพื่อรายงานอาการของกรองแก้วและรับเงินงวดแรกจากการส่งตัว ท่านพินิจย้ำกับคุณนายใบบัวว่าต้องให้กรองแก้วเต็มใจและพ่อแม่ไม่มีปัญหาเพราะไม่อยากเป็นข่าวฉาวในหนังสือพิมพ์

“อุ๊ย...เด็กยิ่งกว่าเต็มใจอีกค่ะ ส่วนพ่อเด็กก็ไม่ต้องห่วง รายนี้แม่อิงอรเขาจัดการอยู่หมัด เด็กก็ปลาบปลื้มชื่นชมท่านมาก พ่อเด็กฝากฝังลูกไว้กับท่านนี่ล่ะค่ะ”

“ฮ่ะๆๆ จริงเหรอ” นายพลหัวเราะชอบใจ ยื่นซองหนาให้ “เอ้า...เอาไปให้อิงอร เป็นเงินก้อนแรกให้เขาอุ่นใจแล้วถ้าหนูแก้วมาเป่ากระหม่อมเสร็จแล้วค่อยมารับที่เหลือ แล้วนี่...ของเธอใบบัว อย่าไปมั่วซองกันล่ะ ฮ่ะๆๆ”

คุณนายใบบัวรับซองไปยิ้มหน้าบาน รีบไปที่โรงพยาบาล พบอิงอรก็ยื่นซองให้บอกว่านี่คือส่วนแบ่งงวดแรก แล้วบอกอิงอรว่า ท่านย้ำมากเรื่องเด็กต้องเต็มใจเพราะกลัวมีเรื่องขึ้นมาท่านจะถูกครหานินทาหรือถูกหนังสือพิมพ์ด่า แล้วเราก็จะชวดเงินอีกครึ่งหนึ่งทันที

“ฉันรับรองว่านังกรองแก้วมันเต็มใจ” ส่วนกิตติพ่อของกรองแก้วนั้น อิงอรบอกว่า “ฉันเตรียมเงินไว้ยัดปากมันให้เงียบอยู่แล้ว”

“หวังว่าคงเป็นเงินส่วนของคุณนะที่ยัดปากใครต่อใคร ไม่ใช่เงินฉัน แล้วก็จำไว้ว่า ทุกอย่างต้องราบรื่น อย่าให้ท่านโมโห ไม่งั้น...จบเห่กันทุกคน”

อิงอรทำหน้าเซ็ง ส่วนสุนันท์ที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็ได้แต่อึ้ง

ooooooo

ชายภัทรรออยู่หน้าห้องน้ำจนกรองแก้วออกมา จึงพาไปนอนที่เตียงรูดม่านปิดเพื่อดูแผล ตรวจแล้วพูดอย่างพอใจ

“อืม...เนื้อสมานกันดีนะครับ เหลือแค่รอยบวมและช้ำตรงที่เกิดจากการกระแทก โดยรวมแล้วดีนะครับ ไม่น่าจะอักเสบติดเชื้อ วันนี้น่าจะกลับบ้านได้”

“กลับบ้าน!” กรองแก้วหน้าซีดเผือด ชายภัทรทำความสะอาดแผลไปก็ถามไปว่าไม่ดีใจหรือที่จะได้กลับบ้าน “ฉัน...ขอ...ไม่กลับบ้านวันนี้...ไม่ได้เหรอ”

ชายภัทรถามว่าเป็นอะไรของเธอ กรองแก้วทำเป็นเจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง บอกว่าตนยังเจ็บแผลอยู่กลับบ้านไปแล้วเดินไม่สะดวก บ้านก็อยู่ไกลไม่มีใครดูแล อ้อนวอนขอค้างที่โรงพยาบาลอีกคืนได้ไหม พลางทำท่าจะกราบ

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ผมถามจริงๆ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถ้าอยากให้ผมช่วยก็บอกได้พูดมาเถอะ ถือว่าผมคือหมอประจำตัวคุณ อะไรที่ช่วยคนไข้ได้ ผมยินดี”

ขณะกรองแก้วกำลังจะเล่านั่นเอง มารตีก็เข้ามาขัดจังหวะพูดเหน็บชายภัทรว่าเป็นห่วงคนไข้พิเศษหรือ เลยถูกชายภัทรดุว่าตนก็เป็นห่วงคนไข้ทุกคนอยู่แล้ว มารตีเลยเงียบไป ชายภัทรจึงหันมาถามกรองแก้วต่อว่า

“ว่าไงครับคุณกรองแก้ว บอกผมมาเถอะ ทำไมคุณถึงไม่อยากกลับบ้าน”

กรองแก้วเห็นมารตีจ้องเขม็งอยู่เลยเปลี่ยนใจไม่พูดความจริง ปดว่าตนไม่มีเงิน จะขอพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้เงินจากการประกวด ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายโรงพยาบาล

มารตีขัดขึ้นทันทีว่าเรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องห่วงเพราะท่านพินิจจ่ายให้ทุกบาททุกสตางค์อยู่แล้วและตอนนี้ญาติก็มารอรับที่ด้านนอกแล้วด้วย กรองแก้วหน้าซีดเผือด และชายภัทรก็หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุตามเคย

ooooooo

เมื่อชายภัทรออกจากห้อง มารตีรีบตามประกบ ชี้ให้ดูอิงอร คุณนายใบบัว และสุนันท์ที่แต่งตัวเว่อร์ บอกว่านั่นคือญาติของกรองแก้ว สุนันท์ดี๊ด๊าเข้ามาทักชายภัทรอย่างอ่อนหวานหยดย้อยพยายามพูดราชาศัพท์จนชายภัทรต้องบอกว่า ตนเป็นแค่หม่อม ราชวงศ์ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ ให้พูดธรรมดาก็ได้ สุนันท์ชมอย่างปลื้มสุดๆว่า

“ทรงไม่ถือพระตัวเลย”

อิงอรบอกว่ามารับกรองแก้วกลับ แม้ชายภัทรจะรู้สึกลำบากใจแต่ก็ไม่ท้วงติง แต่พอแยกกันออกไป มารตีก็ติงว่า

“พี่ชายภัทรดูไม่ค่อยอยากจะอนุญาตให้คนไข้วีไอพีกลับบ้านเลยนะคะ”

“ทำไมพี่จะไม่อยาก” ชายภัทรทำเสียงแข็ง มองหน้าดุๆ มารตีไม่กล้าตอบแต่แอบค้อน

ชายภัทรกลับไปที่ห้องทำงาน เขียนใบสั่งยาและวันนัดตรวจให้มารตีเอาไปซื้อยาให้กรองแก้ว มารตีฮึดฮัดขัดใจถามว่าทำไมถึงต้องนัดมาตรวจเอง ชายภัทรตอบอย่างหงุดหงิดว่าตนเป็นเจ้าของไข้ ดุว่าอย่าเซ้าซี้ ทำตามที่บอกก็พอ

มารตีมองอย่างไม่ชอบใจ วางแผนใส่ไฟอิงอรและกรองแก้ว แกล้งถามว่ารู้ไหมว่าอิงอรมีอาชีพอะไร ชายภัทรถามว่าทำร้านตัดเสื้อไม่ใช่หรือ

“ค่ะ...แต่นั่นเป็นแค่ฉากหน้าค่ะ เพราะเบื้องหลัง คุณอิงอรเป็นแมวมองที่คอยหาเด็กสาวๆส่งให้กับท่านนายพล ใครๆก็รู้ดีว่านางงามศรีสยามทุกปี จะต้องไปให้ท่านเป่ากระหม่อม แล้วก็จะได้รถได้บ้านคนละหลัง คุณอิงอรถึงได้ร้อนใจอยากจะมารับแม่กรองแก้วกลับไปให้ได้ยังไงคะ”

ชายภัทรนิ่งฟังอย่างหาข้อมูล

“พี่ชายไม่เคยสนใจแวดวงนางงาม พี่ชายไม่รู้หรอกว่าที่เห็นเบื้องหน้าสวยๆงามๆ เบื้องหลังฟอนเฟะแค่ไหน คุณสุนันท์บอกน้องเองว่า ยัยกรองแก้วน่ะ เห็นหน้าใสๆเรียบร้อยอย่างนั้น แต่จริงๆแก่แดดแก่ลมมาก ดั้นด้นมาจากบ้านนอกเพื่อเข้าประกวด ตั้งใจอยากจะเป็นอนุของท่านนายพลให้ได้ เพราะเห็นว่าเป็นทางสบาย จะได้มีคนใหญ่คนโตอุ้มชู...ความคิดความอ่านสกปรกมาก ผู้หญิงพรรค์นี้ ใครคิดไปรักไปชอบจริงๆก็โง่เต็มที”

มารตีใส่ไฟ ปั้นน้ำเป็นตัวอย่างมันปาก จนชายภัทรตัดบทว่า

“เอาเถอะ...คุณกรองแก้วจะเป็นยังไงก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว พี่ไม่ขอยุ่ง”

“คิดอย่างนั้นถูกต้องแล้วค่ะ พี่ชายเป็นถึงหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร จุฑาเทพ เกียรติและศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลต้องมาก่อนสิ่งใด พี่ชายเป็นคนฉลาด คงจะไม่หลงมารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงพรรค์นั้นนะคะ”

เป่าหูใส่ไฟจนชายภัทรนิ่งไปแล้ว มารตีก็เดินเชิดออกไป ปล่อยให้ชายภัทรยืนโกรธอย่างไม่รู้สาเหตุอีกแล้ว...

ooooooo

ฝ่ายกรองแก้วเครียดหนักคิดหาทางหนี แต่พอแอบมองจากหน้าต่างออกไปเห็นชายชุดดำยืนเกร่อยู่แถวหน้าห้องก็ไม่กล้า แต่พอฉุกคิดอีกที ก็บอกตัวเองว่าหนีไม่ได้ต้องรอได้เงินรางวัลเอาไปรักษาพ่อก่อน กลับมานั่งกินอาหารเช้าที่พยาบาลเอามาให้อย่างฝืดคอ

กินได้ไม่กี่คำ อิงอรก็เข้ามาพร้อมสุนันท์บอกให้หยุดกินได้แล้ว รีบมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัว เพราะเดี๋ยวจะมีของกินดีกว่านี้เยอะแยะ แล้วจัดแจงจับกรองแก้วแต่งหน้าแต่งตัว เสร็จแล้วยืนเล็งชมว่าสวยจริงๆ ชวนรีบกลับกันดีกว่า

กรองแก้วตัดสินใจถามว่าเมื่อไรทางกองประกวดถึงจะให้เงินรางวัลตน

“ตามตารางงาน มันคือวันเสาร์ปลายเดือนไง ที่จะมีงานใหญ่เป็นพิธีมอบของรางวัลทั้งหมด ก็อีกราว 2 อาทิตย์ ถามทำไมหรือ” กรองแก้วตอบซึมๆว่าเปล่า แค่อยากทราบว่าจะพาพ่อไปรักษาตัวได้เร็วแค่ไหน เลยถูกอิงอรตำหนิว่าเธออยากเซ่อเองทำไม “ถ้าไม่ป่วยเสียอย่างนี้ บางทีเผลอๆวันนี้อาจมีคนส่งพ่อเธอเข้าโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วก็ได้”

“ใครคะ” กรองแก้วสงสัย สุนันท์ตอบแทนแม่กลั้วเสียงหัวเราะคิกคักว่าก็ลูกเขยของพ่อเธอไงล่ะ เลยถูกอิงอรทุบหลังด่าว่าพูดจาไร้สาระ บอกกรองแก้วอย่าไปฟัง ยัยนี่มันบ้าๆบอๆ

กรองแก้วสิ้นหวังกับเงินรางวัลที่จะเอาไปรักษาพ่อแต่ที่ต้องเผชิญเห็นๆ ตอนนี้คือต้องถูกเอาตัวไปให้ท่านนายพล เธอทำหน้าเจ็บปวดบอกอิงอรว่าตอนนี้ตนยังเจ็บแผลอยู่อาจอักเสบหรือเน่าไปเลยก็ได้ เสนอว่า

“ความจริง ถ้าจะแน่นอน แก้วขอนอนค้างอีกคืนได้ไหมคะ”

อิงอรหน้าตึงทันทีอ้างว่าคุณชายหมอบอกว่าเธอหายแล้ว ทำเสียงน่าเห็นใจว่าเงินตนก็ไม่ค่อยมี ดีที่ท่านเป็นคนจ่ายให้ทั้งหมด ฉะนั้นต้องสำนึกบุญคุณท่าน ตอนนี้ให้แวะไปให้ท่านเป่ากระหม่อมก่อน

ไม่ว่ากรองแก้วจะอ้างอะไรอย่างไร อิงอรก็ยืน กระต่ายขาเดียวว่าต้องพาไปให้ท่านเป่ากระหม่อม ส่วนที่ปวดแผลจนเดินไม่ได้ สุนันท์ก็เสนอให้ยืมรถเข็นของโรงพยาบาลเพราะท่านบริจาคเงินให้โรงพยาบาลมากมาย แค่รถเข็นคันเดียวคงไม่มีปัญหา

กรองแก้วต้องเงียบไปอย่างหาข้อต่อรองไม่ได้อีก ต้องยอมให้มารตีเข็นพาไปส่งที่รถซึ่งจอดอยู่หน้า โรงพยาบาล

มารตีเข็นกรองแก้วมาถึงหน้าโรงพยาบาลก็บอก ให้รอตรงนี้ก่อนตนจะไปเอายามาให้ กรองแก้วตัดสินใจดันรถเข็นตัวเองตกลงไปข้างล่างอย่างยอมเจ็บเป็นเจ็บตายเป็นตาย เมื่อดันลงไปรถล้มตัวเองกระเด็นออกไป แผลแตกเลือดไหลเปื้อนกระโปรง แม้จะเจ็บมากแต่เธอ ก็ยิ้มดีใจ

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ อยู่ในสายตาของชายภัทรที่เดินอยู่บนตึกมองลงมาอย่างแปลกใจ เห็นเธอตกลงไปบาดเจ็บก็ลังเลว่าจะทำอย่างไรดี

ส่วนกิตติอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ เป็นห่วงลูกจึงไปหาครูบุษบาที่โรงเรียน ครูบุษบาปลอบใจว่า

“ข่าวเขาก็บอกแล้วนี่จ๊ะ ว่าได้ให้นายแพทย์หม่อมราชวงศ์อะไรที่เก่งมากมาเย็บแผลให้ ระดับนางสาว ศรีสยามแล้วทางกองประกวดเขาคงไม่ปล่อยให้มีอันตราย หรอก ป่านนี้คงหายสบายแล้ว แต่คงต้องทำภารกิจต่างๆ

ให้ประเทศชาติอยู่น่ะสิ  แก้วเขามีเวลาเมื่อไหร่ เขาต้องรีบกลับมาพานายกิตติไปหาหมอแน่ อย่าร้อนใจไปเลยนะ”

กิตติเงียบไปด้วยความเกรงใจครูบุษบาทั้งที่ในใจยังกังวลอยู่มาก

ooooooo

ในที่สุด ชายภัทรก็ต้องมาผ่าตัดให้กรองแก้วโดยคำสั่งของผู้อำนวยการและผู้อุปถัมภ์เธอ ต้องทิ้งคนไข้ ที่รอการผ่าตัดในอีกแค่ครึ่งชั่วโมง ตำหนิกรองแก้วว่า

“คุณควรจะเกรงใจคนไข้ของผม...ที่เขากำลังทรมานด้วยโรคร้ายจริงๆบ้าง”

กรองแก้วขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ชายภัทรพูดอย่างมั่นใจว่า

“คุณตั้งใจ จงใจที่จะทำให้ตัวเองบาดเจ็บมากขึ้นๆๆ เพื่อจะได้อยู่ในโรงพยาบาลต่อไปให้ได้ ทำไมคุณไม่พูดกับผมตรงๆ ผมบอกแล้วไงว่ามีอะไรให้ปรึกษาผมได้ แต่คุณก็ไม่ยอม”

ชายภัทรดุเสียจนกรองแก้วซีดสนิท ชายภัทรลงมือเย็บแผลโดยการฉีดยาชาให้ ทั้งยังบอกว่าจะทำแผลให้เธอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย บ่นว่าถ้าไม่คิดทำอะไรพิเรนท์แบบนี้ ป่านนี้ก็ได้กลับไปนอนบ้านแล้ว

“แปลว่า...ฉันไม่ต้องกลับบ้านใช่ไหม ฉันค้างที่นี่ได้อีกคืนใช่ไหม” กรองแก้วดีใจมาก

“นี่ใช่ไหม คือสิ่งที่เธอต้องการ” ชายภัทรจ้องหน้าถาม

กรองแก้วเผลอพยักหน้า ยอมรับว่าตนทำให้เขากับคนที่โรงพยาบาลลำบาก แต่ตนมีปัญหาจริงๆ ชายภัทรถามว่าเธอมีปัญหาอะไร กรองแก้วกำลังจะบอกก็มีพยาบาลเข้ามาถามว่าอาจารย์หมอต้องการอะไรอีกหรือเปล่า

“ไม่มี บอกทางห้องใหญ่ว่าเดี๋ยวผมจะไปไม่เกิน 1 ชั่วโมง” ชายภัทรสั่ง เมื่อพยาบาลออกไปแล้ว ชายภัทรบอกให้กรองแก้วพูด เธอกลับเงียบ เขาไม่คาดคั้นแต่เตือนว่าเธอไม่ควรทำตัวเองบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้ เพราะว่า “ถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมา อาจเป็นเรื่องใหญ่ อยากมีแผลเป็นเหมือนตะขาบตัวโตๆแล้วเสียโฉมไปตลอดชีวิตเหรอ”

กรองแก้วนิ่งฟัง แล้วก็ดีใจสุดๆ เมื่อชายภัทรบอกว่าไหนๆ เธอก็ลงทุนถึงขนาดนี้แล้ว ก็จะให้นอนที่โรง– พยาบาลอีกคืนหนึ่ง แต่พรุ่งนี้ต้องกลับบ้านไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กรองแก้วดีใจมากพนมมือน้ำตาไหลพรากๆ

“ขอบพระคุณค่ะ คุณหมอ ขอบพระคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ คุณหมอไม่ทราบหรอกว่าได้ทำบุญกับสัตว์ผู้ยากขนาดไหน ฉันจะไม่ลืมบุญคุณของหมอครั้งนี้เลยค่ะ”

ชายภัทรมองกรองแก้วเห็นทั้งความสวยและความน่าสงสารของเธอ กรองแก้วพยายามยิ้มประจบให้ดูน่าสงสารทั้งที่น้ำตายังไหลพราก

เมื่อชายภัทรออกมาเจออิงอรที่ทางเดิน อิงอรพยายามถามว่าทำไมต้องให้กรองแก้วนอนที่โรงพยาบาลอีก ขอพากลับไปนอนบ้านพวกตนจะได้ดูแลได้เต็มที่

“ถ้านอนพัก ก็ให้นอนที่โรงพยาบาลอีกสองวันจะเป็นไรไปครับ ค่าใช้จ่ายก็มีคนดูแลอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ พรุ่งนี้ หลังเปิดแผลแล้วอาการเป็นยังไงค่อยว่ากันใหม่”

อิงอรยังตื๊อจะพากรองแก้วกลับให้ได้ ชายภัทรตัดบทขู่ๆ ว่า

“คุณนายดูแลเองไม่ได้หรอกครับ เพราะแผลคุณกรองแก้วลึกมาก ดีไม่ดีโดนเชื้อบาดทะยักเข้าหรือไปติดเชื้อในกระแสโลหิตเข้าละก็...ถึงตายได้นะครับ หรืออย่างเบาะๆ ถ้าแผลเป็นเกิดเน่าขึ้นมา ผมก็ต้องรับผิดชอบอีก หรือคุณนายจะรับผิดชอบ”

เจอไม้นี้เข้า อิงอรก็ใบ้กินสนิท รีบไปที่ร้านเสริมสวยที่ท่านพินิจไปเสริมหล่อรอรับกรองแก้วคืนนี้ แต่พอรู้ว่ากรองแก้วบาดเจ็บต้องอยู่โรงพยาบาล อิงอรกล่าวโทษว่าเพราะพยาบาลที่เข็นกรองแก้วมาไม่ระวังเลยทำตกลงมาบาดเจ็บ

ท่านพินิจเป็นห่วงกรองแก้วและอาฆาตพยาบาลคนนั้นว่า

“มันต้องโดน มันทำให้หนูแก้วเจ็บ ก็สมควรที่จะต้องได้รับกรรมอยู่ดี!”

ooooooo

เมื่อมารตีขัดขวางกระทั่งใส่ร้ายกรองแก้วแล้วยังหยุดชายภัทรไม่ให้รักษากรองแก้วได้ จึงโทร.ไปฟ้องหม่อมเอียดว่าชายภัทรกำลังถูกคนไข้ที่เป็นนางงามมาอ่อย ทำเป็นป่วยไม่ยอมหาย ท่าทางจงใจทอดสะพานให้ชายภัทร

หม่อมเอียดร้อนใจทนไม่ได้ นอกจากจัดแจงไปถึงโรงพยาบาลชวนชายภัทรกับมารตีทานข้าวกลางวันด้วยกันแล้ว ยังเอาบัตรเชิญดูภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เรื่องแม่นากพระโขนงมาสองใบให้ชายภัทรพามารตีไปดู

มารตีดี๊ด๊าอยากดูมาก ชายภัทรจึงจำต้องรับปากหม่อมเอียด แต่พอกลับถึงวังจุฑาเทพก็เครียด เล่นเปียโนแบบสับสนวุ่นวาย จนชายใหญ่ถามว่านอนไม่หลับหรือ ชายภัทรจึงเล่าให้ฟังว่าหม่อมย่าให้ตนพามารตีไปดูหนัง

“ใจเย็นๆ หม่อมย่าท่านเป็นคนมีเหตุผล แม้ท่านจะเข้มงวดแต่ก็ไม่เคยบังคับจิตใจ”

“แต่ครอบครัวเรามีสัญญากับครอบครัวเทวพรหม ตอนนี้พี่ชายใหญ่กับพี่ชายรุจมีคู่กันไปแล้ว ก็เหลือแต่ผมกับน้องอีกสองคน” ชายภัทรพูดด้วยสีหน้าทุกข์ใจ ชายใหญ่ถามว่าไม่ได้รักมารตีใช่ไหม ชายภัทรตอบทันทีว่า “ไม่เลยสักนิด”

ชายใหญ่ถามว่าหรือชายภัทรมีคนอื่น ชายภัทรลังเลนิดหนึ่งก่อนตอบว่าไม่มี ตนกับกรองแก้วก็แค่หมอกับคนไข้ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่ไม่ทราบเธอมีปัญหาอะไร เธอจึงแกล้งตกเตียง ตกรถเข็น เพื่อไม่ต้องกลับบ้าน

ชายใหญ่พูดถึงท่านพินิจที่จะรวบตัวเธอเข้าวิมาน ทำให้ชายภัทรฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่านี่คงเป็นเหตุให้เธอพยายามหนีด้วยการหาทางนอนที่โรงพยาบาล ชายภัทรขอบคุณชายใหญ่ที่ทำให้ตนตาสว่าง แต่พอชายใหญ่บอกว่าถ้าชายภัทรมั่นใจคนนี้ก็อย่าให้หลุดมือไปเด็ดขาด ชี้ให้คิดว่า

“ถ้าเราแน่ใจว่าเขาคือนางในฝันของเรา เราก็ควรจะเดินหน้าตามหัวใจตัวเองสิ นายเป็นคนมีเหตุผลมาก ก็เก็บเอาไว้ใช้ทำงานเถอะ เรื่องของความรักน่ะ ฟังเสียงหัวใจอย่างเดียวก็พอ”

“ดึกมากแล้ว ผม...ผมไปนอนดีกว่า” ชายภัทรขอตัวไปอย่างปลอดโปร่งร่าเริง

ทันทีที่ชายภัทรเดินไป อีก 3 คุณชายที่แอบฟังอยู่ ก็โผล่มาหัวเราะกันอย่างถูกอกถูกใจ ชายพีร์ดีใจกว่าเพื่อนบอกพี่ๆทุกคนว่า ตนชนะพนันแน่คราวนี้

“เอ้อ...ช่างเป็นไปได้นะคนเรา เหลือเชื่อจริงๆ ใครจะคิดว่า คนอย่างชายภัทร จะรักผู้หญิงที่เป็นนางงามจริงๆด้วย” ชายใหญ่พูดอย่างทึ่ง แล้วคุณชายทั้ง 4 ก็เฮฮากันอย่างเบิกบานใจ

ooooooo

เช้านี้ แก้วนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงด้วยความกังวล กลัวว่าจะถูกส่งตัวกลับบ้าน เพียงพรเข็นรถเข้ามาทักทายยิ้มแย้มเยี่ยงพยาบาลที่ดีเดินไปตรวจดูน้ำเกลือถามว่ายังรู้สึกเจ็บแผลหรือเปล่า พลางจะเข้ามาดูแผล

กรองแก้วชักเท้าไว้ไม่ยอมให้ดู ถามว่าคุณชายหมอล่ะ เพียงพรบอกว่าวันนี้ท่านไม่มีเวรถ้าไม่มีอะไรก็คงจะไม่เข้ามา “แต่ท่านสั่งไว้นะคะว่า ถ้าคุณกรองแก้วอาการดีขึ้นแล้ว ไม่เจ็บแผลอะไรก็รอให้น้ำเกลือหมดแล้วกลับบ้านได้”

“แต่ฉันยังเจ็บอยู่เลย” กรองแก้วบอกไปทันที ทั้งยังทำหน้าเจ็บปวด จนเพียงพรมองหน้าอย่างรู้ทัน แต่กรองแก้วไม่สนใจ ทำหน้าเจ็บปวดทั้งยังวินิจฉัยเป็นฉากๆ ว่าแผลต้องติดเชื้อแน่ๆ ยังไงก็ต้องรอคุณหมอมาดูแผลพรุ่งนี้ก่อน ครั้นเพียงพรจะขอดูแผลก็ไม่ยอมให้ดู เพียงพรจึงขู่ๆอย่างรู้ทันว่า

“คุณแก้วคะ วันนี้โรงพยาบาลมีสัมมนาหมอและพยาบาลนะคะ อาจจะไม่มีใครมาอยู่ดูแลคุณได้ตลอดเหมือนทุกวัน” แต่กรองแก้วยังคร่ำครวญว่าปวดแผลจริงๆ เพียงพรมองอย่างหนักใจบอกว่า “ค่ะ...เดี๋ยวดิฉันจะเอายาแก้ปวดมาให้”

พอเพียงพรเดินออกไป กรองแก้วก็หยุดคร่ำครวญ หน้าเครียดคิดหาทางถ่วงเวลาที่จะนอนโรงพยาบาลต่อ

เพียงอึดใจเดียวที่วอร์ดหน้าห้องพักของกรองแก้ว พยาบาลที่กำลังทำงานกันอยู่ต่างก็ต้องชะงักกับเสียงแผดร้องของเธอ ทุกคนชะงักมองหน้ากันละเหี่ยใจ ต่างรู้กันว่านางงามคนไข้แผลงฤทธิ์อีกแล้ว บ่นพฤติกรรมของนางงามจอมโวยกันเบาๆ เพียงพรมาได้ยินเลยตำหนิว่าเห็นทีจะต้องจัดอบรมจรรยาผู้ประกอบวิชาชีพใหม่กันแล้ว พวกพยาบาลเลยพากันจ๋อย

“ฉันต้องเข้าผ่าตัดใหญ่ จะกลับมาอีกทีตอนเย็น คุณกรองแก้วยังไม่ได้ล้างแผล และต้องการยาแก้ปวด พวกเธอช่วยจัดการด้วย” เพียงพรสั่งงาน

ระหว่างนั้นกรองแก้วก็ยังแผดร้องจนเสียงลั่นออกมานอกห้อง พยาบาลต่างมองหน้าแล้วเกี่ยงกัน ไม่มีใครอยากเข้าไปรองรับอารมณ์ของเธอ

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน ชายภัทรแต่งตัวเหมือนจะไปโรงพยาบาล ลงมาสั่งถนอมให้เอารถออก ถนอมฟังคำสั่งยิ้มแหยๆไม่กล้าขยับ ก็พอดีหม่อมเอียดถามขึ้นว่าจะไปโรงพยาบาลทำไม วันนี้รับปากจะพามารตีไปดูหนังรอบปฐมทัศน์ไม่ใช่หรือ

ชายภัทรบอกว่าตนไม่ลืม แต่อยากแวะไปที่โรงพยาบาลดูว่ามีเหตุฉุกเฉินอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีจะได้ไปอย่างสบายใจ

“ถ้าไม่แวะไปมันก็ไม่มี หรือถึงมี หมอคนอื่นตั้งเยอะแยะจัดการกันเองได้” แล้วบอกให้ไปรับมารตี พอชายภัทรจะขึ้นรถ ก็สั่งอีกว่าให้ไปเปลี่ยนชุดใหม่ด้วย ชายภัทรพูดได้คำเดียว “ครับ...ครับ...” ทำตามคำสั่งอย่างว่านอนสอนง่าย

เวลาเดียวกัน ที่วังเทวพรหม มารตีแต่งสวยสุดฤทธิ์ นอกจากใส่ชุดสวยทันสมัยแล้วยังขอยืมสร้อยมุกของเกษรามาใส่ด้วย บ่นๆว่าความจนนี่มันแย่จริงๆ อยากได้อะไรเหมือนชาวบ้านก็ไม่ได้ ยืนส่องกระจกดูตัวเองอย่างพอใจ มีวิไลรัมภาคอยป้อยอแอบจิกนิดๆว่า

“เอาน่า...ใจเย็นๆ แต่งงานกะพี่ชายภัทรเมื่อไหร่ พี่มารตีก็จะรวยแล้ว รอบปฐมทัศน์หนังดังระดับแม่นาคพระโขนง จะต้องมีนักข่าวเยอะแน่ๆ คืนนี้อกเขาพระวิหารอย่างปรียา รุ่งเรือง ก็ไม่น่าสนใจกว่าการควงกันไปดูหนังผีของหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร จุฑาเทพ กับหม่อมหลวงมารตี เทวพรหม”

ทันใดนั้น เสียงรถของชายภัทรก็เข้ามาในบ้าน มารตีดี๊ด๊าดีใจจะวิ่งไปรับจนลืมกระเป๋าถือต้องย้อนกลับมาเอาแล้วเดินนวยนาดไปพูดเตือนตัวเองว่า “เราเป็นหม่อมหลวง กิริยามารยาทงดงาม ค่อยๆเดิน”

สองพี่น้องควงกันลงมาอย่างสง่างาม ส่งมารตีให้ชายภัทรแล้ว วิไลรัมภากระเซ้าพี่สาวอย่างรู้กันว่า


“ดูหนังให้สนุก ไม่ต้องรีบกลับหรอกนะคะ ไปรับประทานไอศกรีมต่อกันแทนน้องด้วยนะ” แล้วหัวเราะกันคิกคัก

ชายภัทรฟังนิ่งๆแต่แอบเซ็ง

เมื่อมาถึงโรงหนังเฉลิมกรุง มีนักข่าวมากมายกำลังรุมสัมภาษณ์ผู้กำกับอยู่ ชายภัทรจะเลี่ยงไปแต่มารตีกลับส่งเสียงดังเรียกความสนใจจนบรรดานักข่าวกรูกันมาขอถ่ายรูป ขอสัมภาษณ์ โดยเฉพาะเรื่องแผนการแต่งงานของทั้งคู่

มารตีตอบทันทีว่าเร็วๆนี้ ในขณะที่ชายภัทรบอกว่ายังครับ ทำให้มารตีเสียหน้ามาก เมื่อหลบนักข่าวเข้าโรงหนัง แล้ว เธอตัดพ้อชายภัทรว่าทำไมตอบนักข่าวไปแบบนั้น

“ถ้าพี่บอกว่าจะแต่งสิน้องมารตีจะลำบาก น้องก็รู้ว่าข่าวในพระนครกระพือเร็วจะตาย ยิ่งเราให้สัมภาษณ์นักข่าวทุกคนก็ยิ่งจับตามอง แล้วถ้าเกิดพี่ต้องไปดูงานหลายปี น้องอยู่ทางนี้จะทำยังไง และถ้าข่าวเช่นนี้ออกไป ผู้ชายคนไหนจะกล้าเข้ามาจีบน้อง”

มารตีบอกว่าตนไม่ต้องการให้ใครมาจีบ จะบอกว่าตนรักชายภัทรก็ไม่กล้าเกรงจะไม่งาม

“มารตี คนเราถ้าจะแต่งงานกัน ก็ต้องเรียนรู้นิสัยใจคอกันมากกว่านี้ การให้สัมภาษณ์ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะอนาคตมันก็เป็นเรื่องของเราสองคน น้องมารตีทั้งสวยและเป็นกุลสตรีจะปิดตัวเองเพื่ออนาคตที่ไม่แน่นอนงั้นหรือ ไม่แน่ พี่อาจจะไปดูงานต่างประเทศแล้วไม่กลับมาเลยก็ได้”

ชายภัทรพูดเสียจนมารตีพูดไม่ออก เธอมองหน้าอุทานเรียกอย่างตัดพ้อ ชายภัทรเอื้อมมือบีบไหล่เธอเบาๆ ให้กำลังใจว่า “ตอนนี้น้องยังคิดแบบเด็กๆ อาจจะยังไม่เห็นดีเห็นงาม ในอนาคตน้องจะเข้าใจ ที่พี่ทำไปทั้งหมดเพราะเห็นแก่น้อง...ไป...เข้าโรงหนังกันเถอะ”

มารตีเดินงอนๆตามเข้าไป แอบพึมพำ “ไม่...มารตีไม่ยอม ไม่ยอมเด็ดขาดถ้าไม่ได้แต่งกะพี่ชายภัทร มารตีก็ต้องจมอยู่กับความจนสิ”

ระหว่างดูหนัง เหมือนหนังผีจะเป็นใจให้มารตีมารยาทำเป็นหวาดกลัวเกาะแขนกระทั่งซบไหล่ชายภัทร แต่ชายภัทรกลับไม่รู้สึกอะไร เพราะตาดูหนังแต่ใจคิดถึงกรองแก้ว คิดถึงแววตาที่อ้อนวอนขอความช่วยเหลือ คิดถึงที่เธอไหว้ขอบคุณที่อนุญาตให้นอนโรงพยาบาลว่าเป็นการทำบุญให้แก่สัตว์ผู้ยากและจะไม่ลืมบุญคุณเลย

แต่ถูกมารตีกระแซะจนรู้สึกตัว จึงค่อยๆ แกะมือเธอออก เมื่อเธออ้อนว่าหนาว ก็ถอดเสื้อสูทให้ใส่ แต่มารตีไม่เอาขอกอดอยู่อย่างนั้น

ในที่สุดชายภัทรขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เมื่อปลีกตัวออกไปได้แล้ว ชายภัทรเดินวนไปมาเฝ้าถามตัวเองว่า

“เราเป็นอะไร...ไม่ๆๆ ที่เราคิดถึงเขาเพราะเราเป็นหมอที่มีความรับผิดชอบ เราก็แค่ห่วงคนไข้ ก็แค่นั้น... ใช่...มันต้องเป็นอย่างนั้น...เราควรจะโทร.ไปโรงพยาบาลสักหน่อยตามประสาหมอที่มีความรับผิดชอบ” แต่พอเข้าไปที่โทรศัพท์ก็กลับชะงัก “แต่ถ้าเราโทร.ไป คนอื่นจะมองว่าเราใส่ใจนางงามออกนอกหน้าหรือเปล่า ไม่ดีกว่า แต่ถ้ามีอะไรฉุกเฉินล่ะ?”

ชายภัทรคิดวนเวียนอยู่อย่างนั้นไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี แต่พอตัดสินใจจะโทร.ก็พอดีมีคนใช้โทรศัพท์อยู่ สุดท้ายก็เดินเข้าห้องน้ำไป

ooooooo

ที่ห้องพักโรงพยาบาล...กรองแก้วคิดเครียดหาทางที่จะนอนพักที่โรงพยาบาล ร้องโวยวายก็ไม่มีใครสนใจเพราะพยาบาลต่างคิดว่าเธอมารยา

จู่ๆประตูห้องก็เปิดออก กรองแก้วดีใจนึกว่าพยาบาลมาแล้ว แต่กลายเป็นไกรฤกษ์เดินยิ้มตาเป็นมันเข้ามา บอกว่าถ้าเธออยากกลับบ้านตนช่วยได้ กรองแก้วถอยกรูดก็ถูกไกรฤกษ์ดึงเข้าไปกอดซุกไซ้อย่างหื่นจัดกลัดมัน

กรองแก้วตกใจดิ้นก็ไม่หลุด เลยกัดไหล่ไกรฤกษ์ แต่ก็หนีไม่พ้น ตัดสินใจคว้าแจกันฟาดหัวไกรฤกษ์จนเลือดออก ไกรฤกษ์ด่าจ้องหน้าอย่างดุร้าย ความตกใจกลัวทำให้กรองแก้วพุ่งทะลวงไปเปิดประตูหนีออกไป วิ่งเตลิดไปถึงหน้าโรงพยาบาล  เจอท่านพินิจกับอิงอรและสุนันท์เข้าอย่างจัง!

“หนูแก้ว ไหนเธอบอกว่าเจ็บมากลุกไม่ไหวไม่ใช่เหรอ” ท่านพินิจถาม อิงอรรีบบอกว่าแสดงว่าหายดีแล้ว “งั้นหนูแก้วก็กลับบ้านได้แล้วสิ  นึกว่าจะมาเยี่ยมดูอาการนางสาวศรีสยามสักหน่อย  ไม่นึกเลยว่าจะได้รับเธอกลับไปด้วยตัวเอง”

ท่านพินิจยิ้มแย้มยินดีจะเข้าประคอง  กรองแก้วถอยกรูด  พลันก็ทรุดกุมท้องร้องโอดโอย  ไม่เพียงเท่านั้นแกล้งเอามือกุมก้นทำเสียงผายลมปู้ดๆ แค่ได้ยินเสียงปู้ดๆราวกับท่อไอเสียแตก ท่านพินิจ อิงอร และสุนันท์เบือนหน้าหนีอย่างสยอง

ท่านพินิจแข็งใจบอกให้อดทนหน่อยอย่าให้เสียภาพพจน์นางสาวศรีสยาม  ส่วนสุนันท์กับอิงอรมองอย่างรู้ทันว่ากรองแก้วโกหก อิงอรกระซิบบอกสุนันท์ว่า

“ฉันรู้  แต่แกให้ท่านพินิจรู้ไม่ได้ว่าเราบังคับนังแก้ว ประเดี๋ยวก็ได้ชวดเงินทั้งหมดหรอกนังโง่”

ooooooo

เพราะกรองแก้วเล่นละครตีบทแตกจนพยาบาลต้องรีบมาพากลับไปที่ห้อง เธอก็ยังร้องครวญครางตลอดเวลา  แต่พอพยาบาลจะขอดูก็ไล่ตะเพิดไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้

“นี่คุณพยาบาล! หมออยู่ไหน เมื่อไหร่จะมา จะให้หนูแก้วขาดใจหรือยังไง หา!” ท่านพินิจไม่พอใจ พยาบาลบอกว่ากำลังตามหมอ  ท่านก็ระบุอย่างดุดันว่า “หนูแก้วต้องการหมอที่เก่งที่สุดของโรงพยาบาล  คุณชายหมอพุฒิภัทรคนเดียวเท่านั้น”

“แต่วันนี้คุณชายไม่มีเวร” เพียงพรชี้แจง

“ฉันไม่สน  ถ้าในอีกชั่วโมงนึงคุณชายหมอไม่โผล่หัวมา  ฉันจะเล่นงานพวกคุณทุกคน” ท่านพินิจเกรี้ยวกราด

เพียงพรวิ่งออกไปถามพยาบาลที่โทร.ติดต่อชายภัทร พยาบาลรายงานว่าโทร.ไปที่บ้านแล้วแต่ท่านไม่อยู่  พยาบาลอีกคนบอกว่าคุณชายไปดูหนังแม่นาคพระโขนงรอบปฐมทัศน์กว่าจะกลับก็คงค่ำ

ขณะเพียงพรและพยาบาลกำลังหนักใจนั้น  ท่านพินิจก็โวยวายตะโกนเรียกพยาบาลวุ่นไปหมด

โชคดีที่ชายภัทรโทร.เข้ามาพอดี  เพียงพรดีใจ อุทานเหมือนรอดตาย “คุณชายหมอ!!!!”

ชายภัทรทำเฉไฉว่ามีธุระกับหมอวศิน  แต่เพียงพรไม่สนใจรีบบอกว่าคนไข้กำลังต้องการคุณหมออย่างมาก “คุณแก้วน่ะค่ะ เธอปวดท้องหนักมาก  ต้องการแต่คุณชายหมอคนเดียว”

“แก้ว...” ชายภัทรอุทาน  วางโทรศัพท์แล้ววิ่งออกไปทันที

เวลาเดียวกัน ที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล พออิงอรรู้ว่าไกรฤกษ์บุกมาปล้ำกรองแก้วก็ด่าเช็ด ไกรฤกษ์เสนอว่าให้รีบหาทางจับส่งให้ท่านเสีย รับเงินจากท่านมาแล้วไม่ใช่หรือ ถ้ากรองแก้วหนีไปได้แม่ซวยแน่ๆ

“ไม่ใช่แค่ฉัน...พวกแกก็ซวยด้วย” อิงอรขู่กลับเพราะทั้งไกรฤกษ์และสุนันท์ต่างแบมือรอรับส่วนแบ่งอยู่

ooooooo

ชายภัทรมาถึงโรงพยาบาล ท่านพินิจตรงเข้าขอร้องให้ช่วยกรองแก้วด้วย  แล้วหันไปบอกกรองแก้วให้คุณชายหมอตรวจอาการหน่อย

“ไม่ค่ะ...ไม่ต้อง” กรองแก้วบ่ายเบี่ยงอย่างตระหนก เพราะขืนให้หมอตรวจความแตกแน่

ขณะนั้นเอง อิงอรกับสุนันท์เดินเข้ามา พอเห็นชายภัทรก็ผงะ  สุนันท์รีบจัดแต่งทรงผมให้ดูดี  แต่ชายภัทรขอร้องทุกคนให้ออกไปรอข้างนอก  ท่านพินิจฝากชายภัทรให้ดูแลกรองแก้วแล้วออกไปอย่างเป็นห่วง

“เอาล่ะ ทีนี้คุณก็หยุดดิ้นแล้วเล่าอาการให้ผมฟังได้แล้ว” ชายภัทรทำเสียงใจดีมองอย่างเป็นห่วง

กรองแก้วนิ่งอึ้งคิดไม่ทันว่าจะทำอย่างไรดี  รู้แต่ว่า ถ้าโดนจับได้ว่าโกหก ซวยแน่ๆ!

กรองแก้วยังนอนบิดร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ชายภัทรขอให้หยุดดิ้นเพื่อตรวจอาการ

“ไม่ค่ะ...ฉันไม่ตรวจ แค่ให้ฉันนอนค้างอีกสักคืนก็คงจะหายดี”

กรองแก้วยืนกรานไม่ยอมให้ตรวจ ทั้งยังอ้างหมอที่อยุธยาว่าเคยตรวจตนแล้ว หมอบอกว่าเป็นไส้เลื่อน ชายภัทรยิ่งมั่นใจว่ากรองแก้วต้องมีปัญหาอื่นแน่ๆจึงแกล้งให้เพียงพรออกไปเอาเครื่องวัดความดัน แล้วหว่านล้อมกรองแก้วว่า

“คุณแก้ว ไม่มีใครแล้ว คุณลองบอกผมมาสิว่าคุณเป็นอะไรกันแน่ ผมขอความจริงนะ” แล้วชายภัทรก็บอกเธอว่าการเป็นไส้เลื่อนนั้นจะเป็นกันแต่ในผู้ชาย ผู้หญิงไม่ค่อยเป็นกันหรอก ดักคออย่างรู้ทันว่า คิดหรือว่าโรคนี้จะถ่วงเวลาให้เธออยู่โรงพยาบาลได้เป็นอาทิตย์

ชายภัทรใช้ทั้งความเมตตาและจิตวิทยา หว่านล้อมจนกรองแก้วยกมือไหว้สารภาพว่าตนผิดไปแล้ว

“คุณกรองแก้ว ผมและทุกคนวุ่นวายกับคุณมากพอแล้วนะ แล้วมันก็มากเกินไปที่ผมจะทนได้อีก โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรมที่คุณนึกอยากจะอยู่ก็อยู่ คุณเลือกมา จะให้ผมส่งคุณกลับบ้านหรือพูดความจริงว่าคุณมีปัญหาอะไรกันแน่ ถ้าคุณไม่เห็นผมเป็นหมอ ก็เห็นผมเป็นเพื่อนคนนึงก็ได้ นะครับ...”

เมื่อกรองแก้วยังลังเล ชายภัทรเลยใช้ไม้ตายบอกว่าถ้าไม่ยอมบอกก็จะออกไปบอกท่านพินิจกับอิงอรว่าเธอแกล้งป่วย กรองแก้วรีบคว้าแขนไว้อ้อนวอนอย่าทำอย่างนั้น ชายภัทรดักคออีกว่าที่เธอแกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจและโก่งค่าตัวใช่ไหม

กรองแก้วเจ็บช้ำหัวใจกับคำกระทบกระแทกของชายภัทร พูดประชดไปทั้งที่น้ำตานองหน้าว่า

“ใช่สิ...คุณคือนายแพทย์ผู้สูงศักดิ์ ส่วนแก้วมันก็คือนางงามกระจอกๆ ที่อยากจะอวดเนื้อหนังเอาตัวเองปรนเปรอให้คนแก่คราวพ่อแลกกับเงินทองจนตัวสั่น ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นอย่างนั้น คุณก็ส่งฉันไปให้ท่านเลยสิคะ”

ชายภัทรนิ่งอึ้ง มองกรองแก้วที่ร้องไห้น้ำตาไหลพราก ต้องห้ามใจตัวเองสุดกำลังไม่ให้เข้าไปกอดปลอบ...

ฝ่ายมารตีถูกทิ้งให้คอยอยู่ในโรงหนังจนหนังเลิก ออกมาเจอถนอมบอกว่าชายภัทรกลับไปแล้วสั่งให้ตนพาเธอไปส่งที่วังเทวพรหมด้วย มารตีแทบจะกรี๊ดออกมา

เมื่อกลับถึงวังพร้อมเสื้อสูทของชายภัทร วิไลรัมภาถามว่าทำไมชายภัทรไม่มาส่ง มารตีเดินอ้าวขึ้นข้างบนคำรามอย่างแค้นใจ

“อย่าถามได้ไหม...พี่เจ็บใจ!เจ็บใจๆๆๆ! เนี่ยตัวหายไปเหลือแต่เสื้อ เดี๋ยวแม่ก็เอามาเผาซะเลย!”

ooooooo

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน2 ละคร ช่อง3



ตอนที่ 2

กรองแก้วถูกจับไปเปลี่ยนชุด แล้วจึงมาให้ช่างเติมหน้า มะลิมาช่วยจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ดูดี มองหน้ากรองแก้วบอกว่าจะปัดมาสคาร่าเพิ่มให้

“ไม่ต้องค่ะ ตาแก้วหนักมากจนจะปิดอยู่แล้ว”

มะลิบอกว่าร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ต้องเอารองพื้นกลบแทบแย่ สาวเบอร์ 7 ได้ยินพูดแทรกขึ้นว่าร้องไห้ทำไม ใครๆ ก็ว่าเบอร์ 8 เป็นตัวเก็งทั้งนั้น หรือว่ากลัวแพ้ตน พูดแล้วหัวเราะคิกคัก มะลิหมั่นไส้เลยบอกว่าให้เธอได้ที่ 1 ไปก็แล้วกัน กรองแก้วเอาแค่ที่ 2 ก็พอเพราะที่ 1 ต้องไปเป็นอนุของท่านพินิจ

“เป็นอนุท่านพินิจสิดี ท่านให้บ้าน ให้รถ ให้ชีวิตใหม่ เราจะไม่ต้องยากจนอีกต่อไป มีเพชร มีทอง มีทุกสิ่งทุกอย่าง ที่สองได้แค่ 5 หมื่นเอง ที่ 1 ได้แสนบาท แล้วก็จะมีทุกอย่างที่ต้องการ” พูดแล้วเดินบิดสะโพกไปประจำที่

“ที่ 1 ได้ 1 แสน ที่ 2 ได้ 5 หมื่น...ต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลยเหรอ” กรองแก้วพึมพำ นิ่งไปอึดใจแล้วบอกมะลิทันที “พี่มะลิคะ ปัดขนตาให้แก้วเพิ่มอีกเถอะค่ะ”

การเปลี่ยนใจกะทันหันของกรองแก้ว ทำเอามะลิงง...

ooooooo

ที่หน้าเวที พิธีกรเริ่มประกาศรายชื่อผู้เข้าประ-กวดตามเบอร์... ชายพีร์ขยับตัวอย่างกระปรี้กระเปร่าขณะที่ชายภัทรนั่งกอดอกเซ็งๆ ทำท่าจะหลับเสียด้วยซ้ำ

เมื่อพิธีกรประกาศเบอร์ 8 สาวงามจากอยุธยา ร้านเสริมสวยอิงอรส่งเข้าประกวด

กรองแก้วเดินออกมาไหว้อย่างสวยงาม อ่อนช้อย แล้วเดินโชว์ตัวไปบนเวที เป็นจังหวะที่ชายภัทรดื่มน้ำโซดาหมดขวดกำลังก้มลงวางขวดที่พื้น พอเงยหน้าขึ้นเห็นกรองแก้วมองมาพอดี ชายภัทรถึงกับตะลึงงันกับความสวยงามของกรองแก้วตรงหน้า ชายพีร์เห็นอาการของพี่ชายก็แกล้งสะกิดแซว ยิ้มอย่างสมหวังที่พาชายภัทรมาตะลึงพรึงเพริดได้สมใจ

อิงอรเห็นท่านพินิจมองกรองแก้วตาเป็นมัน ก็กระซิบกับคุณนายใบบัวขอขึ้นค่าตัวกรองแก้ว คุณนายกระหยิ่มยิ้มย่องรับรองว่า ไม่ต้องห่วง เห็นอาการของท่านพินิจแล้ว ตอนนี้เราจะเอาอะไรท่านยอมหมดแน่ๆ

“ดิฉันขอเป็น 2 เท่าจากราคาเดิม พร้อมส่งยายแก้วถึงเตียงท่านคืนนี้” อิงอรเสนอทันที

“เจ็ดสิบสามสิบนะค้า...ฮ่าๆๆ” คุณนายใบบัวย้ำส่วนแบ่งแล้วจับมือกันหัวเราะคิกคักเบิกบานใจ

ระหว่างที่ช่างภาพรุมกันถ่ายภาพกรองแก้วมือเป็นระวิงนั้น ท่านพินิจลุกขึ้นประกาศกับพวกช่างภาพว่า

“นี่ๆ ช่างภาพทุกคน ถ่ายรูปน้องกรองแก้วแล้วอย่าลืมเอาลงหน้า 1 ฉบับพรุ่งนี้เช้าทุกฉบับนะ แล้วอั๊วจะให้รางวัลจุใจทุกฉบับเลย”

ชายพีร์เลยแกล้งพูดลองใจชายภัทรว่าท่านพินิจเชียร์ออกนอกหน้าขนาดนี้เธอคงไม่รอดแน่ ชายภัทรหน้าตึงโดยไม่รู้สาเหตุ บอกชายพีร์ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเราอย่าไปพูดถึงดีกว่า

“อ้าว...พี่ชายภัทรไม่รู้สึกอะไรหรือครับ พี่ชอบว่าพวกนางงามว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ สาเหตุมันก็เพราะมีคนอย่างท่านคนนี้ไงครับ ที่เป็นตัวการทำให้วงการนางงามเขาเสื่อมเสียน่ะ” ชายพีร์แกล้งแหย่ เลยถูกพี่ชายดุว่า

“ถ้าผู้หญิงพวกนั้นไม่ยอม ก็ควรจะปฏิเสธท่านสิ นี่ทุกคนก็อยากสบายทางลัด ไม่รักเกียรติ ไม่รักศักดิ์ศรีของตัวเอง เราอย่าไปสนใจเลย”

“ไม่สนใจจริงอ้ะ...” ชายพีร์แกล้งยั่ว จนชายภัทรหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่น่าเป็น

ooooooo

โชว์ตัวเสร็จ พวกนางงามพากันเดินมาที่หลังเวที กรองแก้วถอดรองเท้าพักขา มะลิรีบเอาน้ำมาให้ดื่ม อิงอรเข้ามาถามอย่างอ่อนหวานเอาใจว่าเจ็บหรือ แล้วสั่งให้มะลิช่วยนวดให้ ตัวเองก็หว่านล้อม พูดหวานเสียจนเลี่ยนว่า

“โอ๋ๆ ทนอีกนิดนะจ๊ะ หนูแก้วคนดี๊...คนดี เจ็บเท้าก็ต้องอดทนอย่าให้ใครรู้นะคะ หนูสวยที่สุด หวานที่สุด รูปร่างดีที่สุดบนเวทีนี้แล้ว เหลืออีกอย่างเดียว รอบสัมภาษณ์ หนูต้องแสดงความฉลาด และความงามของจิตใจออกมา...”

“ความฉลาด และความงามของจิตใจ?” กรองแก้วทวนคำทำหน้างง

“ใช่...พูดอะไรก็ได้ ให้ดูว่าเราการศึกษาสูง รู้อะไรลึกซึ้ง แต่ก็ต้องอ่อนหวาน น้ำใจงาม รักธรรมชาติ สายลม แสงแดด ไม่ดูถูกคนจน โดยเฉพาะเด็ก คนแก่และคนพิการ จำไว้ล่ะ ห้ามทำตัวบ้านนอก หรือทำตัวเห็น แก่เงิน หรืออยากเด่นอยากดังเด็ดขาด ไปล่ะ...ฉันจะไปคอยเอาใจช่วย เธอทำได้อยู่แล้ว...อ้อ...อย่าลืม ยิ้มตลอดเวลา อย่าทำหน้าบึ้งหน้างอ ยิ้มหวานๆให้ท่านด้วย ท่านนั่งแถวหน้าสุด ตรงกลางเลย ให้มองแล้วโปรยยิ้มไปแถวนั้นเป็นพิเศษล่ะ”

เข้ามาเอาอกเอาใจ สอน สั่ง แล้วอิงอรก็รีบออกไป กรองแก้วพึมพำกับตัวเอง “แถวกลาง...หน้าสุดเหรอ...”

มะลิเข้ามาบอกกรองแก้วว่า ยังมีทางให้เลือกเวลาให้สัมภาษณ์ก็แกล้งตอบโง่ๆไปคะแนนจะได้ตก เพราะว่า

“อย่างน้อย ได้ที่ 2 ก็รอดแล้ว เพราะท่านพินิจไม่ชอบพวกรองๆ ต้องครองมงกุฎเท่านั้น เข้าใจไหม ตอบโง่ๆว่าไม่ทราบค่ะ คิดไม่ออกค่ะ อะไรแบบนี้ไปเลย อาจรอด”

“ตอบว่าไม่ทราบ...คิดไม่ออก...แล้วอาจรอดเหรอ” กรองแก้วพึมพำอย่างสับสน

พอดีพวกนางงามในชุดราตรีเดินผ่านไป มะลินึกได้ลากกรองแก้วให้รีบไปเปลี่ยนเป็นชุดราตรีแทบไม่ทัน

ooooooo

เมื่อกรองแก้วออกไปโชว์ในชุดราตรี ก็ยิ่งได้รับเสียงเชียร์กึกก้อง กรรมการต่างก็กาเบอร์ 8 ราวนัดกันไว้

กรองแก้วตื่นเต้น ตึงเครียดยิ่งเมื่อมองไปที่แถวหน้าตามที่อิงอรย้ำเตือน เห็นแววตาเสือผู้หญิงของท่านพินิจก็ยิ่งผวา ใจสั่น แต่พอมองชายภัทรที่นั่งข้างๆท่านพินิจ กรองแก้วก็ใจชื้น เมื่อเห็นดวงตาใต้แว่นและใบหน้าที่ดูอ่อนโยน ดีงาม ที่กำลังมองมา เธอนึกให้กำลังใจตัวเองว่า

“เออ...คุณคนนี้หน้าตาท่าทางใจดีจัง ดูเขาน่าจะเป็นคนดีจริงๆด้วยสิ”

ชายพีร์จับตาดูอยู่ แกล้งกระทุ้งบอกชายภัทรว่า เบอร์ 8 ยิ้มให้พี่ ทำเอาชายภัทรหูแดงทำเสียงแข็งถามว่า ใครจะมายิ้มให้ตน พอถูกชายพีร์กระเซ้ามากเข้าก็ขู่จะกลับ

ส่วนท่านพินิจดี๊ด๊าจนลืมตัว ลุกขึ้นหันมองชายภัทร พูดเสียงดังลั่น

“เห็นไหม...เห็นไหมเบอร์ 8 ยิ้มให้ผม ฮ่ะๆๆ”

ชายภัทรมองอึ้ง คอแข็งขึ้นมาทันที ชายพีร์แอบดูอยู่เลยแอบขำพี่ชาย

พิธีกรขึ้นประกาศอย่างตื่นเต้นว่า ต่อไปจะประกาศ 5 คนสุดท้าย ขอให้เบอร์ที่ได้รับการเรียกชื่อก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว จากนั้นก็เรียกไปทีละเบอร์

อิงอรลุ้นสุดตัวเชียร์เบอร์ 8 สุนันท์เสนอทันทีว่าถ้ากรองแก้วได้แม่ต้องทำห้องนอนใหม่ติดแอร์ให้ตน ไกรฤกษ์ก็เสนออยากได้มอเตอร์ไซค์เวสป้า ส่วนอิงอรบอกว่า

“ฉันจะปรับปรุงร้าน ให้เป็นบรรยากาศฝรั่งเศสและขายเครื่องสำอางฝรั่งเศสเท่านั้น”

พอพิธีกรประกาศเรียกนางสาวกรองแก้วที่ร้านเสริมสวยอิงอรส่งเข้าประกวดออกมา อิงอรกับคุณนายใบบัวก็กรี๊ดกันลั่นกระโดดปรบมืออย่างลืมตัว

ท่านพินิจปรบมือเป่าปากปล่อยแก่ทั้งน่าขำและน่าสมเพช

คุณชายพุฒิภัทรนั่งตัวตรง เกร็ง ส่วนชายพีร์ลืมดูพี่ชายเพราะมัวแต่ดีใจพลอยเป่าปากไปกับท่านพินิจด้วย

กรองแก้วก้าวออกมายืน สวยสง่าอยู่กลางเวทีมองไปเห็นท่านพินิจกำลังดีใจเต็มที่ก็ยิ่งกลัว หันมองไปทางอิงอร สุนันท์ และไกรฤกษ์ทุกคนกระโดดโลดเต้นดีใจสุดๆ กรอง–แก้วหน้าสลดเมื่อคิดถึงสถานะของตัวเองในเวลานี้ว่า...

“เราเป็นม้าแข่งของคนพวกนี้สินะ ถ้าเราชนะเขาคงรวย แล้วถ้าเราแพ้...เขาจะทำยังไงกับเรา...แต่ถ้าเราชนะ เราต้องถูกขายให้ท่านพินิจคนนั้น!” กรองแก้วมองชายภัทรด้วยแววตาขอความช่วยเหลือ ในใจก็ภาวนา “คุณคนดีคะ คุณจะช่วยแก้วได้ไหม คุณได้นั่งที่ของพวกผู้ดีมีเงินด้วยนี่คะ...คุณต้องมีอำนาจวาสนาไม่แพ้ท่านคนนั้นแน่ๆ คุณจะช่วยไม่ให้เขาซื้อขายแก้วเหมือนแก้วไม่ใช่คน...ได้ไหมคะ...”

ชายภัทรเห็นแววตาเศร้าคู่นั้นที่จ้องมองตนอยู่ก็เหงื่อแตก หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อมือสั่นอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ที่หน้าเวที พิธีกรดำเนินรายการต่อเนื่อง เริ่มสัมภาษณ์สาวงามเบอร์ 7 ก่อน ซึ่งเธอก็ตอบได้เป็นที่ประทับใจทุกคน คนต่อไปคือเบอร์ 8 นางสาวกรองแก้ว ชายภัทรลุ้นอย่างตึงเครียดนั่งตัวตรงเกร็งมือสองข้างจับบีบกันแน่นอย่างไม่รู้ตัว

“คุณกรองแก้วครับ พร้อมไหมครับ” พิธีกรถามเมื่อเห็นเธอตื่นเต้น

“พร้อมค่ะ” ตอบทั้งที่เสียงประหม่ามาก

“หลังจากคุณชนะการประกวดในคืนนี้ คุณจะทำอะไรบ้าง และในฐานะที่เป็นนางสาวศรีสยาม คุณจะทำอะไรให้กับประเทศบ้างครับ”

“ทำไมถามยากแบบนี้ล่ะ” ชายภัทรเผลอพึมพำ ชายพีร์เห็นด้วย ในขณะที่กรองแก้วเงียบไป มองไปทางอิงอรเห็นออกท่าทางลุ้นแกมกดดัน

กรองแก้วนึกถึงที่อิงอรเข้าไปสอนและสั่งในห้องแต่งตัวและสุดท้ายจำได้ว่า อิงอรบอกให้มองไปที่ท่านที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดและโปรยยิ้มไปแถวนั้นเป็นพิเศษ กรอง–แก้วว้าวุ่นใจ แต่พอมองไปที่ชายภัทรเห็นเขามองอย่างเอาใจช่วย เธอก็มีกำลังใจมั่นใจมีสติขึ้น เธอยิ้มออกมา แววตาอ่อนโยน ตอบคำถามอย่างฉะฉาน...

“แก้วมาประกวดนางสาวศรีสยาม ก็เพื่อพ่อค่ะ หลังจากชนะการประกวดในคืนนี้แล้ว แก้วจะได้รางวัล แก้วก็จะเอารางวัลที่เป็นเงินไปเป็นค่ารักษาพ่อที่ป่วย เพราะในชีวิตนี้ แก้วมีพ่ออยู่คนเดียว พ่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของแก้ว ถ้าแก้วสามารถทำอะไรเพื่อช่วยพ่อได้ แก้วก็ยินดีทำอย่างเต็มใจค่ะ”

ทุกคนอึ้ง อิงอรขมวดคิ้วมองเขม็ง ท่านพินิจมองงงๆ ส่วนชายภัทรกับชายพีร์ปรบมือพร้อมกับทุกคน เสียงปรบมือกึกก้องไปทั้งงาน ชายพีร์ชมเสียงดังว่า

“เยี่ยม! คนกตัญญูแบบนี้ ถูกใจคนไทยแน่นอน ฉลาดมาก”

กรองแก้วรอจนเสียงปรบมือซาลง เธอยิ้มอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ขณะพูดอ่อนหวานแต่จริงใจจริงจังว่า

“และในฐานะที่เป็นนางสาวศรีสยาม แก้วจะเป็นตัวแทนประเทศของเรา ทำทุกอย่างที่จะบอกให้ชาวโลกรู้ว่า บ้านของเราคือเมืองพุทธ ที่มีแต่รอยยิ้มและความโอบอ้อมอารี ถ้าใครมาประเทศไทย ก็จะได้รับน้ำใจ การต้อนรับดูแลอย่างอบอุ่น และช่วยเหลือแก้ปัญหาให้ทุกท่าน ให้ทุกคนกลับไปประเทศของตนด้วยความประทับใจในเมืองไทยและคนไทยค่ะ”

เสียงปรบมือ เสียงเฮ กึกก้องสนั่นไปทั้งงานโดยเฉพาะชายพีร์กับชายภัทรต่างแสดงความชื่นชมกันสุดใจ

“ชนะแน่ๆ เบอร์ 8 ชนะแน่ๆ” ท่านพินิจยืนขึ้นปรบมือเป่าปาก อิงอร สุนันท์ และไกรฤกษ์ผสมโรงเต็มที่

กรองแก้วเห็นความดีอกดีใจของท่านพินิจและพวกอิงอรมากเท่าไร เธอก็ยิ่งใจเสียจนหน้าซีดขาสั่นมากขึ้นเท่านั้น

ooooooo

เวลายิ่งผ่านไป กรองแก้วก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเวลาที่จะถูกผลักเข้าสู่หายนะใกล้เข้ามาทุกที ทันทีที่พิธีกรประกาศว่าเธอได้เป็นนางสาวศรีสยามประจำปี 2504 ก็เหมือนได้ฟังคำสั่งประหาร!

เมื่อเธอภาวนา ส่งกระแสจิตและสายตาขอความช่วยเหลือจากชายภัทรไม่ได้ผล กรองแก้วตัดสินใจบอกตัวเองว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เธอตัดสินใจก้าวไปยืนชิดขอบเวทีกระโดดลงไปจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่เท้า ยอมเจ็บเพราะคิดว่าคงไม่มีใครต้องการคนพิการอย่างนี้แน่

ทุกคนตกใจ ชายพีร์เสนอให้ชายภัทรพาส่งโรง– พยาบาล ท่านพินิจเรียกแพทย์สนามให้รีบมาดูแล อิงอรผสมโรงเรียกหาแพทย์สนาม

“เข้าไปเลยพี่ชาย...บอกเขาว่าเราเป็นแพทย์เลย” ชายพีร์ลุ้น

ชายภัทรนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงหันหลังเดินออกจากความวุ่นวายตรงนั้น ชายพีร์หันมาเห็นเลยวิ่งตามออกไป

กรองแก้วเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอเจ็บทั้งกายปวดทั้งใจ มองสภาพอย่างสิ้นหวัง...

ooooooo

ชายพีร์เดินจ้ำอ้าวตามชายภัทรออกมาด้วยสีหน้าตึงเครียด เพราะกลัวแพ้พนันพี่ๆ ที่วัง ถามชายภัทรว่า

“พี่ชายภัทรทำไมพี่ไม่เข้าไปช่วยคุณกรองแก้วล่ะ พี่ไม่อยากรู้จักเธอเหรอ พี่ทำไมไม่ใช้เอกสิทธิ์ความเป็นหมอล่ะครับ” ชายภัทรบอกว่าแพทย์สนามเขาก็มีขืนตนเข้าไปจะได้ถูกมองว่าเป็นหัวงู แล้วชี้แจงว่า

“พี่ทำอะไรไม่ได้ดีกว่าแพทย์สนามหรอก แผลลึกอย่างนั้น คงต้องส่งไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลอย่างเดียว”

ชายพีร์ได้ช่องยุให้ส่งไปที่โรงพยาบาลที่ชายภัทรอยู่เลย เพราะอยู่ใกล้แค่นี้เอง เร่งให้ไปบอกเขาพากรองแก้วไปส่งโรงพยาบาล ชายภัทรขัดขึ้นอย่างรู้ทันน้องชายว่า

“ชายพีร์ พี่ขอพูดชัดๆอีกทีนะ...พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางงามคนนั้น”

“แต่เขาสบตากับพี่เป็นพิเศษนะครับ ผมไม่เห็นเขามองใครเลย นอกจากพี่คนเดียว...บางที นี่อาจจะเป็นบุพเพสันนิวาสก็ได้”

“หยุดเพ้อเจ้อ! ชีวิตจริงไม่ได้มีอะไรโรแมนติกแบบในนิยายหรอก อาจจะเป็นแค่การโปรยเสน่ห์...ให้ท่า... เพื่อให้เรากระโจนเข้าไปร่วมประมูล อัพราคาค่าตัวของเขาแข่งกับท่าน...ก็แค่นั้น!”

ชายพีร์ถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมพูดอย่างนี้ ชายภัทรไม่ตอบตัดบทเร่งให้กลับบ้านกันได้แล้ว

“พี่ชายภัทร...ผมถามจริงๆ พี่ไม่ชอบคุณกรองแก้วสักนิดเลยเหรอ” ชายพีร์ยังพยายามต่อ แต่พอชายภัทรขยับจะพูด ก็ถูกดักคออย่างรู้ทัน “อ๊ะๆ โกหกเป็นบาป ตกนรกนะครับ”

“พี่จะกลับบ้าน!!” ชายภัทรเสียงเข้ม แล้วเข้านั่งในรถเลย ชายพีร์คอตก แต่พอออกรถอึดใจเดียว ชายภัทรก็ได้รับข้อความจากโรงพยาบาล ชายภัทรบอกชายพีร์ว่า ให้พาไปส่งที่โรงพยาบาลเลยคาดว่าอาจจะมีเคสด่วน

ชายพีร์พูดไม่ออก ได้แต่นิ่งไปอย่างเซ็งๆ เพราะแผนการทุกอย่างที่วางไว้ล้มเหลวหมด

ooooooo

กรองแก้วถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล มารตีเข้าเวรพอดี เธอกับพยาบาลจะมาทำแผลให้ กรองแก้วดิ้นสุดฤทธิ์ไม่ยอมให้ทำแผล แม้ถูกขู่ว่าถ้าไม่ให้ทำแผลเกิดติดเชื้ออาจต้องตัดขาก็ตาม

คำขู่ทำให้กรองแก้วชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ความกลัวอย่างอื่นมีมากกว่า เธอจึงดิ้นรนไม่ยอมให้ทำแผลเพื่อ ถ่วงเวลาและหาเหตุนอนโรงพยาบาล

อิงอรกับคุณนายใบบัวมาเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน อิงอรตั้งข้อสังเกตว่ากรองแก้วดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ทำเซ่อซ่ายังไงถึงตกเวทีมาได้

“อีนี่มันหลังเขาจะตายไปแม่ รองเท้าส้นสูงก็เพิ่งหัดใส่ ซุ่มซ่ามเซอะซะจะตาย” สุนันท์เหยียดปากดูถูก

แล้วทุกคนก็ต้องชะงักสำรวม เมื่อท่านพินิจเดินอ้าวมาพร้อมท่านผู้หญิง มีพวกนักข่าวและช่างภาพวิ่งตามเป็นพรวน บ้างวิ่งดักถ่ายรูปแสงแฟลชวาบ...วาบ...

ท่านพินิจพยายามแสดงตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดีบอกว่าเป็นห่วงกรองแก้วเหมือนลูกเหมือนหลาน โดยมีท่านผู้หญิงคอยเป็นลูกคู่ผสมโรงไปฝืดๆ ท่านพินิจฝากนักข่าวและช่างภาพให้รายงานข่าวและลงรูปของกรองแก้วเพื่อให้ประชาชนที่ติดตามข่าวนางงามของเขาได้สบายใจด้วย

“เราสองคน...เอ็นดูหนูกรองแก้วเหมือนลูก ท่านผู้หญิงเลยอยากให้รักษาหนูแก้วให้เต็มที่ สุดความ สามารถ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ดีที่สุด ยาที่แพงที่สุด ค่าใช้จ่ายจะกี่พันกี่หมื่นบาท ฉันรับผิดชอบเอง”

อิงอรกับคุณนายใบบัวเข้าประกบท่านพินิจ รับรอง ว่าเย็บแผลเสร็จคืนนี้จะรีบพาไปส่งให้ถึงที่ และเลียบเคียงเรื่องค่าตัว ท่านพินิจบอกว่า

“ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน จะมีรอยแผลนิดๆหน่อยๆ ผมไม่ถือ ขอแค่หนูแก้วยอมมาอยู่กับผมโดยสมัครใจ อย่าให้ต้องออกแรง คุณทำได้ใช่ไหม”

อิงอรกับคุณนายใบบัวรีบรับคำยิ้มแย้มนอบน้อม แต่พอส่งท่านพินิจกับท่านผู้หญิงขึ้นรถไปแล้ว คุณนายใบบัวก็ชักสีหน้าสั่งอิงอร

“ไปจัดการเด็กของเธอ อย่าทำให้ฉันเสียคำพูด ไม่อย่างนั้น อย่าว่าแต่ส่วนแบ่งที่เธอจะไม่ได้ ร้านเธอก็จะเจ๊งด้วย!”

อิงอรพูดไม่ออก มองตามคุณนายใบบัวไปอย่างเซ็งสุดๆ

ooooooo

กรองแก้วยังไม่ยอมให้ทำแผล พยศสุดฤทธิ์จนมารตีเรียกบุรุษพยาบาลร่างกำยำเข้ามาสองคนเพื่อ

จับเธอขึงพืดให้ทำแผล กรองแก้วตกใจแต่ข่มความกลัว ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยขู่ว่า

“ฉันเป็นนางสาวศรีสยาม ฉันเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ขาฉันต้องไม่มีริ้วรอย เพราะฉะนั้นคนที่จะเย็บแผลให้ฉันก็ต้องเป็นหมอฝีมือหนึ่งเท่านั้น เข้าใจไหม ไปตามหมอมา!!”

กรองแก้วอาละวาดจนไม่มีใครทำอะไรเธอได้ คุณนายใบบัวกับอิงอรที่รอจะพาเธอไปส่งให้ท่านพินิจ ก็เฝ้ารออย่างร้อนใจกลัวไม่ทันเวลาทำให้ท่านไม่พอใจแล้วจะถูกตัดราคา คุณนายใบบัวยื่นคำขาดกับเพียงพรว่า

“ฉันให้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงแล้วจะรับเด็กไปเลย”

เพียงพรในฐานะหัวหน้าพยาบาลรับคำแล้วรีบเข้าไปดูในห้องฉุกเฉิน เห็นมารตีใช้กำลังข่มกรองแก้วจะทำแผลให้ได้ก็ตกใจ บอกมารตีให้ออกไปสงบสติอารมณ์ด้านนอกก่อน แล้วตัวเองก็เข้าไปหว่านล้อม เอาน้ำเย็นเข้าลูบกรองแก้วว่าเลือดไหลออกไม่หยุดเลยเห็นไหม รู้ไหมว่าการทำอย่างนี้เป็นการทรมานตัวเอง ถามว่าไม่เจ็บบ้างหรือไง

“แก้วขอร้อง ช่วยไปตามหมอมานะคะ ไหว้ล่ะ นึกว่าเห็นแก่นางสาวศรีสยามคนนึงเถอะค่ะ”

พอดีพยาบาลมาบอกว่าหมอมาแล้ว กรองแก้วมองไปเห็นหมอยศวินซึ่งเป็นหมอเวรเดินเข้ามาแนะนำตัวเองว่า

“ผมนายแพทย์ยศวิน เป็นแพทย์เวรวันนี้ครับ...ให้ผมดูแผลหน่อยนะครับ”

เพียงพรหว่านล้อมว่าหมอยศวินเป็นหมอที่เก่งมาก จะเย็บแผลให้เสร็จภายในไม่ถึงชั่วโมงแล้วเธอก็จะได้กลับไปพร้อมพวกสปอนเซอร์กับพี่เลี้ยงที่รออยู่ข้างนอก ฟังแล้วกรองแก้วยิ่งตกใจ คิดหาทางเพื่อจะค้างที่โรงพยาบาลอีก โวยวายเรียกร้องขอหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาล เมื่อเห็นท่าจะไม่สำเร็จเลยร้องไห้โฮๆขู่ว่า

“ฉัน...เป็นถึงนางสาวศรีสยาม พรุ่งนี้รูปฉันจะลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ...ถ้าคุณหาหมอศัลยกรรมที่เก่งที่สุดมาไม่ได้ ฉันก็จะนั่งให้เลือดไหลหมดตัวอยู่ตรงนี้ ฉันยอมตาย แต่จะไม่ยอมมีแผลเป็นเด็ดขาดเข้าใจไหม...แล้วคอยดูสิว่า พรุ่งนี้พวกนักข่าวจะเขียนถึงโรง พยาบาลคุณว่ายังไง ฮึ!”

ฤทธิ์พยศของกรองแก้ว ทำเอาหมอกับพยาบาลปวดหัว เริ่มหมดความอดทน หมดกำลังใจ ไม่มีใครอยากตอแยกับเธออีก กรองแก้วตะกายไปยืนที่หน้าต่าง จนเพียงพรเข้ามาเห็นดุเบาๆว่า


“คุณกรองแก้ว...นี่คุณลุกเดินมาเองเหรอคะ โถ จากแผลเล็กๆแค่เย็บก็กลับบ้านได้ ประเดี๋ยวแผลได้ฉีกจนต้องนอนค้างโรงพยาบาลหรอกค่ะ”

ฟังแล้วกรองแก้วเห็นทางแก้ปัญหาของตนทันที ทำเป็นหิวน้ำให้เพียงพรไปเอาน้ำให้ดื่ม พอเพียงพรออกไปก็แกล้งไถลตัวให้ตกเตียง บอกตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“เอาให้มันพิการไปจริงๆเลย”

ooooooo

คุณชายพุฒิภัทรมาดูแลคนไข้ที่ไม่มีญาติมาเฝ้า พอเดินออกมาก็เจอหมอยศวินหน้าเครียดมาขอความช่วยเหลือเรื่องกรองแก้วอาละวาดไม่ยอมให้เย็บแผลจนทั้งหมอและพยาบาลหัวปั่นกันไปหมดแล้ว

ชายภัทรไม่อยากยุ่งด้วย ขอตัวผละไปไม่กี่ก้าวก็ถูกผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรียกด้วยรหัสฉุกเฉิน เขาเดาได้ทันทีว่า ต้องเป็นกรณีกรองแก้วแน่ๆ พึมพำประชดว่า “หึๆคนไข้คนนี้ท่าทางจะวีไอพี มากเลยนะ”

เมื่อเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ชายภัทรเห็นกรองแก้วกำลังอาละวาดไม่ยอมให้ใครเข้าแตะต้องตัว โวยวายว่า

“ไปตามหมอมา ฉันต้องการหมอที่เย็บแผลเก่งที่สุดของโรงพยาบาลนี้ ศัลยแพทย์ฝีมือดีที่สุด ไม่มีรึไง!”

“หมอที่คุณต้องการอยู่ที่นี่แล้วครับ” ชายภัทรเอ่ยขึ้น พอกรองแก้วหันมา ต่างมองกันตะลึง ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก “ผม...นายแพทย์พุฒิภัทร ศัลยแพทย์สมองประจำโรงพยาบาลนี้ครับ ไม่ทราบว่าดีพอสำหรับคุณนางสาวศรีสยามรึเปล่า”

แม้จะดีใจที่ได้เจอกันอีก แต่กรองแก้วก็ทำใจไม่ได้ที่เขาหนีไปซึ่งหน้า ขณะตนต้องการความช่วยเหลือจากเขาอย่างที่สุด จ้องหน้าชายภัทรปากคอสั่น แววตาระริกอย่างผิดหวัง

แต่ในที่สุดเธอก็ต้องยอมให้ชายภัทรเย็บแผลให้ การตรวจแผลที่ต้นขาอย่างใกล้ชิด สัมผัสที่แผ่วเบา ทำให้กรองแก้วได้มีโอกาสมองใบหน้าเขาเพลิน พอชายภัทรถามว่าเจ็บไหม เธอสะดุ้งบอกว่าไม่เจ็บ พอนึกได้ก็เปลี่ยนเป็นเจ็บมากครางออกมา คร่ำครวญว่าสงสัยขาหักแน่เลย ชายภัทรมองอย่างรู้ทันมารยา พูดหน้านิ่งว่า

“กระดูกไม่หักหรอก เพราะถ้าหัก คุณคงเดินและออกฤทธิ์ไม่ได้มากขนาดนี้ เอาเป็นว่า ผมจะฉีดยาชาแล้วก็เย็บแผลให้ จากนั้นคุณก็กลับบ้านได้”

เพียงพรขอตัวไปเตรียมห้องผ่าตัดเล็ก กรองแก้วตึงเครียดทันที ทั้งมารยาทั้งอ้อนวอนถามว่า ตนไม่กลับบ้านได้ไหม เพราะเจ็บแผลมาก ควรจะได้นอนค้างที่นี่สักคืน พอชายภัทรบอกว่าแผลแค่นี้ไม่จำเป็นต้องค้าง เธอก็เปลี่ยนจากมารยา อ้อนวอนเป็นอาละวาดทันที

“ฉัน-จะ-ค้าง!! ฉันต้องมั่นใจว่า พอเย็บแผลเสร็จแล้ว ขาฉันจะไม่มีรอยแผลเป็น คุณก็รู้ว่าฉันได้ตำแหน่งมา เรื่องนี้สำคัญกับฉันมาก”

ชายภัทรฉุนกึก ตำหนิว่าเพราะเรื่องแค่นี้เธอก็โวยวายลั่นโรงพยาบาลจนทุกคนหัวปั่นไม่เป็นอันปฏิบัติหน้าที่ แล้วคนไข้อุบัติเหตุอีกสามสี่รายต้องนั่งเจ็บรออยู่ด้านนอกเพราะความวุ่นวายของเธอคนเดียว

คำตำหนิของชายภัทรทำให้กรองแก้วรู้สึกผิด ยอมรับว่าตนไม่ได้อยากทำตัวอย่างนี้ ต้องเห็นใจตนบ้างเพราะกลัวเย็บแผลแล้วจะไม่สวยเหมือนเดิม แม้ชายภัทรจะนึกแขยงแขงขนกับความคิดของเธอแต่ก็รับปากเพื่อให้หมดเรื่องไปว่า

“ผมรับปากว่าจะเย็บแผลให้ดีที่สุด ให้มีแผลน้อยที่สุด ผมรู้ดีว่าอาชีพคุณ...จำเป็นต้องใช้ต้นขาหากิน”

“เอ่อ...ค่ะ...ขอบคุณค่ะ” กรองแก้วเสียงอ่อย แต่พอชายภัทรจะออกไป เธอก็เรียกไว้อีก “เดี๋ยว...คืนนี้ ฉันขอค้างที่โรงพยาบาลนะคะ”

ชายภัทรเห็นแววตาเว้าวอนของกรองแก้วก็สะดุดใจ ตอบอย่างมีข้อแม้ว่า เธอจะนอนก็ได้ แต่ถ้ามีคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้เตียงมากกว่า เธอก็ต้องเสียสละ กรองแก้วรีบรับคำ ชายภัทรจึงเดินไปอย่างอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเธอจึงดูสิ้นหวังขนาดนี้?

ooooooo

แต่พอมารตีมาแจ้งอิงอรว่ากรองแก้วจะค้างที่โรงพยาบาล อิงอรก็โวยวายขึ้นมา มารตีปัดว่าตนมีหน้าที่มาแจ้งเท่านั้น สงสัยอะไรก็ถามคุณชายหมอเอง

สุนันท์ได้ยินมารตีอ้าง “คุณชายหมอ” ก็เอะใจถามว่าคือคุณชายพุฒิภัทรหนึ่งในห้าสิงห์จุฑาเทพหรือเปล่า มารตียิ้มยโสบอกว่าใช่

สุนันท์ตื่นเต้นมาก พึมพำว่าถ้ารู้ว่าจะเจอคุณชายภัทรก็จะแต่งตัวให้สวยกว่านี้ แล้วชวนอิงอรกลับกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ตนไม่อยากให้คุณชายเห็นในสภาพนี้ แต่อิงอรยืนกรานจะรอจนกว่าจะพากรองแก้วกลับไปด้วยได้

“คุณคะ คุณชายหมอท่านคงเกรงว่าถ้าคุณแก้วเคลื่อนไหวมากแผลที่เย็บไว้จะปริ และอาจเป็นรอยใหญ่ พักสักคืนไม่เป็นไรหรอกค่ะ หรือคุณกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”

อิงอรบอกว่าตนไม่ได้ห่วงเรื่องเงิน สุนันท์เลยลากแม่ออกไปคุยขู่ๆว่า ขนาดแม่เล้าใบบัวยังกลับไปแล้ว และถ้าได้ตัวกรองแก้วไปคืนนี้ก็ใช่ว่าจะทำงานอะไรได้ เดี๋ยวเลือดสาดเต็มเตียงแม่จะยิ่งซวย ส่วนเรื่องกลัวกรองแก้วจะหนีก็ไม่ต้องกังวล แล้วบุ้ยใบ้ไปทางชายฉกรรจ์สองคนบอกว่า “คนของท่านเฝ้าอยู่เต็มเลยไม่เห็นเหรอ” อิงอรคิดๆแล้วจึงยอมกลับไป

มารตีเห็นสองแม่ลูกบุ้ยใบ้และมองชายฉกรรจ์สองคนนั้น จึงเดินไปถามยิ้มๆว่า พวกเขามาดูแลอารักขาคนสำคัญที่นี่หรือ และเมื่อกลับมาที่ห้องผ่าตัด เห็นชายภัทรกำลังเตรียมเย็บแผลให้กรองแก้ว เดินเข้ามาดูถามอย่างหมั่นไส้ว่า

“เย็บแผลแค่นี้ถึงกับต้องให้ยาสลบเลยเหรอคะ” แล้วบอกชายภัทร “รีบๆทำให้ยัยคนนี้ออกไปจากโรงพยาบาลเราเร็วๆเถอะค่ะ...ได้ตำแหน่งมาไม่ทันไรก็เบ่งคับเมืองเสียแล้ว แล้วนี่ท่านพินิจส่งคนมาคุมเต็มโรงพยาบาล ประเดี๋ยวเย็บแผลเสร็จก็คงถูกส่งตัวเข้าวิมานสีชมพูได้เป็นอนุท่านพินิจแล้ว ไม่รู้จะยิ่งบ้าอำนาจขนาดไหนอีก”

แม้ชายภัทรจะไม่ชอบพฤติกรรมของกรองแก้ว แต่ก็ไม่พอใจที่มารตีนินทารังเกียจคนไข้ ฉุกคิดได้ถามว่าวันนี้เธอต้องไปอยู่ข้างล่างไม่ใช่ที่ห้องฉุกเฉินไม่ใช่หรือ พอถูกจับได้มารตีก็ทำหน้างอน กระเง้ากระงอดออกไป

คืนนี้ ชายภัทรกลับถึงห้องนอนที่วังจุฑาเทพแล้วก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า กรองแก้วอยากเป็นอนุท่านนายพลมากถึงกับต้องมาประกวดนางสาวศรีสยามเลยหรือ แต่ก็แย้งตัวเองว่า

“แล้วทำไมเขาดูไม่มีความสุขเลย” คิดแล้วรู้สึกตัวเองจะเตลิดไปหน่อย บอกตัวเองว่า “พอๆๆก็แค่ผู้หญิงรักสบาย ชอบให้มีคนเลี้ยงดู จะไปคิดมากทำไม...นอน... หลับตา...นอน”

ชายภัทรทิ้งตัวนอน พยายามทำใจสงบ ข่มตาให้หลับ...

ooooooo

รุ่งขึ้น ชายภัทรแต่งตัวออกจากบ้านแต่เช้ามืด ย่องลงมาเจอชายเล็กเพิ่งกลับจากเที่ยว ชายเล็กกระเซ้าว่ากำลังจะย่องไปไหนเอ่ย

ชายภัทรบอกว่าไม่ได้ย่องแค่จะไปทำงาน ถูกดักคอว่าผ่าตัดหรือ พอชายภัทรบอกว่าจะไปเยี่ยมคนไข้ก็ถูกดักคออีก

“คนไข้? นางสาวศรีสยามสุดสวยใช่ไหมล่ะ” พูดแล้วเห็นชายภัทรชะงักจึงยื่นหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวตัวไม้ว่า ‘นางสาวศรีสยามตกเวที’ ให้ดู พูดเหมือนหยั่งท่าทีว่า “เขาส่งตัวเธอไปโรงพยาบาลพี่นี่”

ชายภัทรตอบปัดๆไปว่าไม่เกี่ยวกับตน หมอเวรมีอยู่ก็ดูแลกันไป ตนมีคนไข้ของตนไม่เกี่ยวกันสักหน่อย ชายภัทรพูดปัดพูดออกตัวเสียจนถูกชายเล็กดักคออีกว่าตนยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ชายภัทรเลยตัดบทขอไปทำงานดีกว่า แต่ชายเล็กทนไม่ไหวตามไปแซวอีกจนชายภัทรไม่อยากยุ่งด้วยขับรถออกไปทันที

“สมบุญ ท่าทางฉันกะชายพีร์จะชนะพนันพวกพี่ๆแน่เลยว่ะ” ชายเล็กพูดกับสมบุญที่เอารถมารอชายภัทร พอสมบุญถามว่าพนันอะไร “ไม่บอก...ฮ่ะๆๆ”ชายเล็กเดินหัวเราะร่าออกไป ไม่สนใจสมบุญที่มองตามงงๆ

ooooooo

ชายภัทรไปถึงห้องรวมของโรงพยาบาลที่กรองแก้วพักอยู่เมื่อคืนนี้ มองหาอย่างไรก็ไม่เห็น จนพยาบาลมาบอกว่ากรองแก้วไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว พาชายภัทรเดินไปยังตึกใหม่หรูพลางเล่า

“เมื่อคืน ท่านพินิจโทร.มา สั่งให้จัดห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุดให้กับคุณกรองแก้วค่ะ...เราเลยจำเป็นต้องย้ายให้มาพักที่ตึกนี้”

พยาบาลพามาส่งที่หน้าห้องแล้วขอตัว ชายภัทรยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน เปิดประตูเข้าไป พบกรองแก้วเพิ่งลืมตาขึ้น พอเห็นชายภัทรก็ผวาลุกขึ้นปฏิเสธลนลาน

“ไม่!! แก้วไม่ไป...ไม่ไป...ออกไป...ออกไป๊!!”

“คุณกรองแก้ว...ผมเอง...หมอของคุณ ผมไม่ได้มาทำร้าย ผมเป็นหมอ” ชายภัทรจับตัวเขย่าเรียกสติ พอกรองแก้วได้สติเห็นชัดว่าเป็นหมอก็ทิ้งตัวลงนอนดึงผ้าคลุมมาถึงคอ เอ่ยขอโทษเบาๆ ชายภัทรถามว่า “เป็นยังไงบ้าง เจ็บแผลอยู่ไหม”

“เจ็บนิดหน่อยค่ะ” ตอบแล้วรู้ตัวว่าพลาดอีกแล้วรีบกลับลำทำหน้าเจ็บปวดบอกว่าเจ็บมาก ทั้งปวดทั้งเจ็บแล้วทำตัวงอให้ดูสมจริง แต่ชายภัทรไม่สนใจมารยานั้น บอกว่าเดี๋ยวให้พยาบาลเอาอาหารเช้ามาให้ทานข้าวเสียแล้วจะได้ทานยา

ขณะนั้นเอง กรองแก้วจะลงจากเตียงแต่เซไปเกือบวูบจนชายภัทรต้องรีบประคองไว้สบตากันอย่างใกล้ชิดมาก เธออึ้งไปอึดใจ เห็นชายภัทรมองอย่างเย็นชา เฉยเมย เธอรีบผละออก บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ชายภัทรเตือนว่าเธอเพิ่งดมยาสลบไปเมื่อวานไม่ควรรีบลุกจะหน้ามืดได้ แล้วอาสาพาไปส่งที่ห้องน้ำ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเดินได้” กรองแก้วพยายามถอดถุงน้ำเกลือหิ้วไปด้วย แต่เข่าอ่อนจะทรุดจนชายภัทรต้องช่วยประคองอีกครั้ง แล้วพาเธอไปส่งหน้าห้องน้ำพร้อมกับลากเสาน้ำเกลือไปให้ด้วย แต่ขอยืนตรงหน้าห้องน้ำ บอกให้เธอแค่งับประตูไว้อย่าลงกลอนและถ้ามีอะไรให้เรียก

“ไปยืนไกลๆ หน่อยได้ไหมคะ...ไกลอีกค่ะ...ไปอีก...ไปอีก...” กรองแก้วบอกให้ชายภัทรไปไกลเสียจนเขาอดขำไม่ได้กับอาการเขินของเธอ

ooooooo

อ่านต่อ... เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร  ตอน 3  ละคร ช่อง3