Thursday, May 9, 2013

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน5 ละครช่อง3




ตอนที่ 5
ขณะเกษราจะโทร.บอกชายภัทรนั้น แก้วตามมาขอร้องไม่ให้บอกเพราะไม่อยากเป็นตัวปัญหาให้เขามากกว่านี้อีก

“แก้วคิดเหรอว่า การรับผิดชอบทุกอย่างเอาไว้เองคนเดียวมันจะถูกต้อง แน่ใจเหรอว่าจะไม่ทำให้คุณชายยิ่งต้องวุ่นวายเดือดร้อนถ้าแก้วถูกท่านเอาตัวไป” เกษราติงให้คิด ชินกรก็เตือนว่าถ้าแก้วห่วงคุณชายจริงๆ ก็ต้องคิดถึงความรู้สึกของคุณชายด้วย

“แก้วขอยืนยันว่า แก้วจะพยายามเอาตัวรอดให้ได้โดยไม่รบกวนคุณชายค่ะ”

เกษรากับชินกรสบตากันอย่างหนักใจ แล้วเกษราก็พยายามโทร.ไปอีกชายภัทรกำลังจะรับสายก็มีงานด่วนตามตัวไป

เกษรายังเพียรโทร.อีกเมื่อชายภัทรไม่อาจรับสายได้จึงฝากพยาบาลที่รับสายว่า

“ฝากบอกว่า...ดิฉันเกษราโทร.มา ช่วยติดต่อกลับทันทีที่สะดวกด้วยนะคะ”

ooooooo

ที่สวนหน้าบริเวณสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีป้ายผ้าขนาดใหญ่ขึงไว้ระหว่างตึก ว่า

“งานการกุศลเพื่อเด็กกำพร้าไทยรวมใจเมตตาน้อง” และ “ทำบุญร่วมกับกรองแก้ว บุญมี นางสาวศรีสยาม 2502”

ในบริเวณงานมีร้านค้ามากมายขายสินค้าที่ผลิตโดยฝีมือเด็กๆในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ มีร้านอาหารและของกินเล่นมากมายที่ติดป้ายไว้ว่า “ของว่างอร่อยๆ อภินันทนาการโดยท่านพินิจ และคุณหญิง”

ทีมงานกำลังเตรียมงานกันอย่างเร่งรีบ เด็กๆที่มีการแสดงก็แต่งตัวสวย น่ารัก เตรียมแสดงกันเต็มที่

ส่วนบรรดาคุณหญิงคุณนายที่มาร่วมงานล้วนแต่งตัวหรูยืนให้ช่างภาพถ่ายรูปกันยิ้มแย้มแจ่มใส

ที่อีกมุมหนึ่ง อิงอรมองไปที่วัยรุ่นหน้าเถื่อนๆ เพื่อนของไกรฤกษ์ถามว่า

“แกบอกเพื่อนๆขี้คุกของแกหรือเปล่าว่าถ้าอยากได้เงินก็ห้ามทำยัยแก้วชํ้า บุบสลายแม้แต่นิดเดียว เข้าใจไหม”

ไกรฤกษ์รับปากส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง ส่วนบรรดาเพื่อนหน้าเถื่อนของเขาหัวเราะกันหึๆ อย่างไม่ใส่ใจ

ยศวินกับมารตีเป็นตัวแทนจากโรงพยาบาลมาตรวจสุขภาพให้เด็กๆที่นี่ ยศวินเห็นพวกอิงอรก็ชี้ให้

มารตีดูบอกว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน มารตีบอกว่าเป็นญาติของกรองแก้วแต่ที่จริงคือพวกแม่เล้า แล้วมารตีก็สาธยายอย่างรู้ดีว่า พวกนางงามทุกคน จะต้องโดนแม่เล้าใส่พานไปให้ท่านพินิจทั้งนั้น

ยศวินติงว่ากรองแก้วคงไม่ได้เป็นอย่างนั้น มารตีเหยียดปากดูถูกว่าพวกงานหนักไม่เอางานเบาไม่สู้แบบนี้จะไปทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้นได้ นอกจากแต่งตัวสวยๆ หาวิธีทำให้ผู้ชายรักผู้ชายหลง แล้วชวนหมอไปดูเด็กที่ป่วยกันดีกว่า ยศวินเดินตามมารตีไปแต่ก็ยังอดหันมองที่งานไม่ได้ เห็นไกรฤกษ์กับเพื่อนหน้าเถื่อนๆ พากันหลบไปทางเวทีท่าทางเหมือนโจร

ไม่นาน คุณหญิงดาราภริยาของท่านพินิจก็มาถึง คุณหญิงลงจากรถเดินเข้าไปในงานอย่างสง่า สวยงามท่ามกลางบรรดาช่างภาพที่ตามถ่ายรูปกันเป็นพรวน ปรากฏว่าคุณหญิงมาคนเดียวเพราะท่านติดธุระด่วนในกระทรวง

ooooooo

ชินกรยังกังวลเรื่องความปลอดภัยของแก้ว ถามเกษราว่ามีแผนอะไร อย่างไรบ้าง

“แผนของฉันก็คือ เราจะไปส่งแก้วที่งานแล้วรอรับแก้วกลับมาก่อนที่ใครจะมาชิงตัวแก้วไป”

ส่วนเรื่องคนที่จะมาช่วยปกป้องคุ้มกันแก้วนั้น เกษราให้ชินกรเช็กว่าเพื่อนอาจารย์ของเขามีใครมาร่วมงานบ้าง ชินกรเช็กแล้วบอกว่า มีสามคนล้วนแต่คงแก่เรียนใส่แว่นหนาเตอะทั้งนั้น ติงว่าถ้าแผนของเกษรามีแค่นี้ตนเห็นว่าเสี่ยงเกินไป

การปรึกษากันยุติลงเมื่อแก้วเดินลงมาในชุดสวยที่เกษราตัดไว้แต่ยังไม่เคยใส่เพราะยังไม่มีงานหรูที่เหมาะกับชุด แต่แก้วใส่ได้พอดิบพอดีราวกับวัดตัวตัด เกษราชมว่าสวยมากแล้วพาแก้วไปแต่งหน้า

ที่โรงพยาบาล ชายภัทรผ่าตัดใหญ่เสร็จกำลังจะไปผ่าตัดเล็กอีกสองรายซึ่งไม่ด่วนนัก พยาบาลมาบอกว่ามีโทรศัพท์จากเกษราฝากบอกคุณชายให้โทร.กลับ ชายภัทรก็จะไปโทร. แต่ถูกท่านพินิจเดินมาทักขอคุยด้วย ชายภัทรจึงไม่ทันได้โทร.

ท่านพินิจตำหนิติเตียนชายภัทรที่อนุญาตให้กรองแก้วกลับโดยไม่บอกตน ทั้งที่รู้ว่าตนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กรองแก้วเหมือนญาติคนหนึ่ง

ชายภัทรชี้แจงว่าอาการของกรองแก้วดีขึ้นและเธอเองก็เป็นคนยืนยันจะกลับบ้านตนจึงอนุญาตให้กลับ ส่วนจะต้องแจ้งให้ญาติคนไหนทราบควรจะเป็นเรื่องของคนไข้เอง

“คุณชาย! อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้อะไรหน่อยเลย เรื่องราวในสังคมคุณชายก็คงจะรู้ไม่น้อย แต่คุณชายเลือกทำตัวไม่มีมารยาท ไม่เคารพธรรมเนียมปฏิบัติของคนในประเทศนี้” น้ำเสียงท่านแข็งกร้าวเกรี้ยวกราดเยี่ยงผู้มีอำนาจที่ไม่ได้ดั่งใจ

“ผมเป็นหมอ ผมมีจริยธรรมและจรรยาแพทย์ที่หมอทุกคนยึดถือ ก็คือการกระทำทุกอย่าง เราทำเพื่อประโยชน์สุขของคนไข้เป็นสำคัญ อาจจะไม่ถูกใจใครบ้าง แต่ผมยืนยันว่า ทุกสิ่งที่ผมได้ทำไปอยู่บนพื้นฐานที่ว่านี้ครับ”

เมื่อชายภัทรไม่สะทกสะท้านกับท่าทีข่มขู่ ท่านพินิจก็เปลี่ยนเป็นลำเลิกเรื่องทุนวิจัยด้านสมองที่ให้ไปขู่ๆว่ากำลังจะพิจารณาทุนพิเศษแต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าหมอที่นี่จะทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่จริงๆ จ้องหน้าพูดว่า

“คุณชายช่วยให้เหตุผลที ว่าทำไมผมถึงควรสนับสนุนโรงพยาบาลนี้ต่อไป”

ขณะชายภัทรอึ้งอยู่นั้น ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง ท่าทีท่านพินิจก็เปลี่ยนไป ถามลูกน้องว่า

“จริงเหรอ...หนูแก้วมาออกงานช่วยเหลือเด็กกำพร้าจริงๆเหรอ งั้นรีบไป” ก่อนไปยังหันปรามชายภัทรว่า “ผมไม่ชอบเรื่องที่เกิดขึ้น และหวังว่าต่อจากนี้ไปคุณชายคงจะแยกแยะได้ว่า อะไรควร อะไรไม่ควร”

ท่านพินิจถามลูกน้องว่ากรองแก้วไปงานกุศลที่ไหนแล้วรีบพากันไป ส่วนชายภัทรก็มีพยาบาลมารายงานว่าคนไข้รอในห้องผ่าตัดเล็กแล้ว ชายภัทรรีบเดินไปแต่ในใจยังอดกังวลเรื่องที่กรองแก้วมาออกงานไม่ได้

ooooooo

ชินกรกับเกษราพาแก้วมาถึงบริเวณจัดงาน เกษราให้แก้วรอที่รถก่อนถึงเวลาค่อยลงไป ย้ำว่าแก้วจะปรากฏตัวตามกำหนดและกลับตามกำหนด ไม่มีเวลาเหลือเผื่อให้ใครมาเอาตัวเธอไปได้
เกษราถามถึงเพื่อนอาจารย์ของชินกรที่มางานนี้ เมื่อเขาชี้ให้ดู เธอบอกว่าดูน่าเกรงขามดี  ย้ำกับแก้วว่าต้องพยายามอยู่กับเพื่อนๆของชินกรหรือไม่ก็ให้มีคนห้อมล้อมไว้ตลอด อย่าอยู่คนเดียว อย่าให้ใครเข้าถึงตัวได้ ตนกับชินกรจะจอดรถรออยู่ตรงนี้ ทันทีที่เสร็จงานให้รีบออกมาที่นี่

“ค่ะ” แก้วรับคำแล้วนั่งในรถ รอเวลาเข้าไปในบริเวณงาน

เมื่อถึงเวลา กรองแก้วปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความโล่งอกของอิงอรและทีมงานทุกคน ส่วนกรองแก้วเห็นคุณหญิงดารามาลำพังคนเดียวก็แอบโล่งใจ แต่ไม่ถึงอึดใจก็ใจหายวาบเมื่อเห็นท่านพินิจเดินเข้ามาท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน คุณหญิงเองก็แปลกใจแต่รีบลุกไปรับพามานั่ง ทำเนียนราวกับนัดกันไว้แล้ว

ส่วนอิงอร พอเห็นท่านพินิจมาก็เรียกไกรฤกษ์มาบอกยกเลิกการจับตัวกรองแก้วเพราะขืนทำต่อหน้าท่านมีหวังถูกจับได้ว่ากรองแก้วถูกบังคับมาเป็นอนุของท่าน พลันก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อท่านพินิจเดินมาถามว่าทำไมไม่บอกว่ากรองแก้วมางานนี้ด้วย คิดปกปิดอะไรตนหรือ

“ไม่เลยค่ะท่าน อิงอรก็เพิ่งจะทราบก่อนหน้าท่านแป๊บเดียวเอง แล้วที่ไม่ได้แจ้งท่านก็เพราะอิงอรตั้งใจไว้ว่าจะพาหนูแก้วไปเซอร์ไพรส์ท่านที่วิมานสีชมพูคืนนี้เลยค่ะ”
ท่านพินิจบอกว่าไม่ต้องเซอร์ไพรส์อะไรทั้งสิ้น เพราะตนดีใจเก้อกับคำพูดแบบนี้มาหลายครั้งแล้วจ้อง หน้าถามว่า

“คืนนี้ฉันจะไม่ผิดหวังอีกใช่ไหม คุณอิงอร”

“ค่ะ...คืนนี้ท่านได้เป่ากระหม่อมแม่แก้วแน่นอน ค่ะ” อิงอรดี๊ด๊าหน้าบานกลบเกลื่อนพิรุธของตน

ooooooo

ท่านพินิจประมูลของไปมากมาย กรองแก้วต้องเป็นผู้นำของประมูลไปให้ เมื่อรับของประมูลชิ้นสุดท้าย ท่านพินิจยื้อเวลาไว้เพื่อจะเอาตัวเธอกลับไปด้วยกัน

กรองแก้วรู้ตัวว่าอยู่ในภาวะคับขัน ระหว่างนั้น เพื่อนของชินกรเข้ามาแนะนำตัวกับแก้ว เธอบอกว่ามีเรื่องอยากปรึกษา ชวนเดินคุยไปด้วยกัน เมื่อมาถึงกลุ่มนักข่าวและช่างภาพ เธอแทรกเข้าไปทำทีให้สัมภาษณ์และถ่ายรูป ทั้งท่านพินิจและอิงอรต่างพยายามที่จะเข้าไปฉกแก้วออกมา

อิงอรโผล่พรวดมาขวาง กันแก้วออกจากกลุ่มนักข่าว อ้างว่าตนเป็นผู้ปกครองของแก้วจะพาเธอกลับ แก้วแก้สถานการณ์ด้วยการแนะนำอิงอรกับสุนันท์แก่พี่ๆ นักข่าวว่าเป็นผู้ส่งตนเข้าประกวดและสอนตนเดินประกวด พวกนักข่าวจึงหันไปสัมภาษณ์ทั้งสอง แก้วฉวยโอกาสนี้หลบออกไปอีกทาง

ปรากฏว่าอิงอรสั่งไกรฤกษ์ให้ไปดักทางไว้แล้ว แก้วจึงถูกจับตัวไว้ โชคดีที่เจอเด็กๆ นักแสดงเธอรีบเข้าไปในหมู่เด็กจนไกรฤกษ์ไม่กล้าทำอะไรประเจิดประเจ้อ อิงอรบอกไกรฤกษ์ให้ไปดักที่ทางออก ทางนี้ตนกับสุนันท์จะดูเอง แก้วเห็นท่าไม่ดีตัดสินใจทิ้งเด็กๆ วิ่งตัดสนามไปอีกทาง

แก้ววิ่งไปชนยศวินเข้าอย่างจัง เขารีบลากเธอหลบไปอีกทางแล้วเอาเสื้อกาวน์ให้คลุมเอาแฟ้มให้ถือ พาเธอหลบออกไปอย่างกลมกลืนกับพวกหมอและพยาบาล
อิงอรวิ่งไล่ตามมา เจอยศวินถามว่าเห็นกรองแก้วไหม หมอบอกว่าเมื่อกี้เห็นเดินขึ้นตึกไป สงสัยจะไปห้องน้ำ

บังเอิญทีมงานมาเจอท่านพินิจ พากันแสดงความยินดีคิดว่ามาเยี่ยมเด็กป่วย พาเข้าไปเยี่ยมพวกเด็กๆ ท่านพินิจจำต้องตามทีมงานไปอย่างอึดอัดขัดใจ

ooooooo

ชายภัทรผ่าตัดรายเล็กเสร็จ อีกรายเกิดความดันโลหิตสูงมากผ่าตัดไม่ได้ ชายภัทรรีบออกจากโรงพยาบาลมาที่งานด้วยความเป็นห่วงแก้ว

เมื่อถามทีมงานรู้ว่าแก้วกลับไปแล้ว ถามว่ากลับไปกับอิงอรหรือเปล่า ทีมงานอีกคนบอกว่าอิงอรก็มางานนี้ด้วย ชายภัทรก็ยิ่งกระวนกระวายใจ พอดีมารตีมาเจอ เธอดี๊ด๊าถามว่ามารับตนหรือ เสร็จงานพอดีเรากลับกันเลยดีไหม

“พี่มีธุระ...เธอกลับไปก่อนเถอะ” ชายภัทรบอกแล้วเดินแยกไปอย่างเร่งรีบ จนมารตีสงสัยเดินไปถามทีมงานคนนั้นว่าเมื่อครู่นี้ชายภัทรมาถามอะไรหรือ

“อ๋อ...ถามหาคุณกรองแก้วค่ะ ถามว่ากลับไป กับใคร”

“นี่เหรอธุระของพี่!” มารตีจิกตามองตามอย่าง เจ็บใจ

แก้วรอดจากเงื้อมมือกักขฬะของท่านพินิจมาได้ด้วยการช่วยเหลือของยศวิน เขาพาเธอมาส่งถึงหน้าบ้านเกษรา พูดอย่างรับไม่ได้ว่า ไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านพินิจจะทำอย่างนี้กับผู้หญิงได้

เมื่อมาถึงบ้าน แก้วขอบคุณยศวินด้วยความซาบซึ้งใจที่พาตนหนีพ้นขุมนรกมาได้ ยศวินมองบ้านแล้วถามว่านี่บ้านเธอหรือบ้านใคร

“บ้านคุณเกษรา ผู้ปกครองแก้วค่ะ ท่านคงร้อนใจ ป่านนี้ท่านต้องเป็นห่วงแก้วมากแน่เลย”

ooooooo

ชายภัทรรีบกลับมาที่บ้านเกษราด้วยสีหน้าสิ้นหวัง พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของแก้วกับเกษราแว่วมา ชายภัทรเดินลิ่วไปตามเสียงจนถึงห้องอาหาร เห็นแก้วกับเกษรากำลังนั่งคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

“สวัสดีครับคุณเกษรา ขอโทษนะครับ ขออนุญาต” ชายภัทรตรงเข้าไปลากแขนแก้วอย่างลืมตัวถามหน้า เครียด “ฉันได้ยินว่าเธอไปออกงานการกุศลที่ท่านพินิจและใครต่อใครที่จ้องตัวเธออยู่ไปด้วย ทำไมเธอไม่บอกฉันสักคำ”

เกษรารีบดึงแก้วออกมาแล้วเอาตัวแทรกกลางชี้แจงว่า

“พวกเราพยายามโทร.หาคุณชายแล้วค่ะ  แต่คุณชายอยู่ในห้องผ่าตัดตลอด”

ชายภัทรรู้สึกตัวอารมณ์เย็นลงแต่ยังวางปึ่งพูดขรึมว่า

“ฉันไม่โกรธเธอหรอก ฉันเป็นห่วงเธอมากกว่า แก้ว...เธออย่าทำอย่างนี้อีกได้ไหม รู้ไหมว่าฉัน...ฉันไม่สบายใจแค่ไหนตอนที่รู้ว่าเธอไม่อยู่ที่งานแล้ว”

“ค่ะ...แก้วจะไม่ทำอย่างนี้อีก” แก้วหลบสายตาดุๆ นั้นอย่างรู้สึกผิด

เกษราชวนชายภัทรอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน ก็พอดีชินกรกับยศวินช่วยกันยกอาหารออกมา ชายภัทรอุทาน “ยศวิน” มองงงๆ ถามว่ามาได้ยังไง แก้วจึงชี้แจงว่า

“คุณชายคะ...คุณหมอยศวินเป็นคนช่วยแก้วออกมาจากงานการกุศลวันนี้ค่ะ แล้วก็อาสาพามาส่งบ้าน แก้วเลยชวนทานอาหาร”

“ไม่ต้องห่วงนะครับคุณชาย  คุณแก้วกับคุณเกษราย้ำผมนักหนาแล้วว่าเรื่องคุณแก้วอาศัยอยู่ที่นี่จะต้อง

ปิดเป็นความลับ รับรองไม่มีกระเด็นออกจากปากผมแน่ ไม่ต้องห่วงว่าคุณมารตีจะรู้...ผมสัญญาด้วยเกียรติของแพทย์เลย”

ชายภัทรอึ้ง หน้าชาที่ยศวินเอ่ยพาดพิงถึงมารตี เขาค่อยๆ ก้าวถอยออกไปจนทุกคนงง แก้วตามไปถาม ว่าเป็นอะไร โกรธตนหรือ

“ฉันไม่เข้าใจเธอ ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อปกป้องเธอจากอันตราย ฉันว้าวุ่นไม่เป็นอันทำงานก็เพราะเป็นห่วงเธอ แต่เธอทำทุกอย่างที่ต้องเสี่ยงอันตราย ทั้งเรื่องที่เธอไปออกงานแล้วก็ยังเรื่อง...” แก้วถามว่าเรื่องอะไร ชายภัทรพูดอย่างผิดหวังว่า “ที่นี่เป็นที่เดียวที่ฉันวางใจว่าเธอจะอยู่ได้อย่างปลอดภัย ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอซ่อนตัวอยู่ทีี่นี่ มันอันตรายกับตัวเธอ”

แก้วติงว่ายศวินเป็นคนดีไว้ใจได้ไม่ใช่หรือ ชาย ภัทรยอมรับว่าใช่ ครั้นแก้วถามว่าแล้วเขาโกรธตนเรื่องอะไร “ถ้าเป็นเรื่องหมอยศวิน แก้วว่าดีออกค่ะ ต่อไปเวลาแก้วต้องการความช่วยเหลืออะไร แก้วจะได้ไม่ต้องรบกวนคุณชายคนเดียวไงคะ คุณชายจะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยเพื่อแก้วมาก”

ชายภัทรหันมองแก้วเต็มตา พูดอย่างตัดพ้อ “แก้ว...ถ้าเธอคิดว่าสิ่งที่เธอเป็นมันรบกวนสร้างความลำบากให้ฉันมาก งั้นต่อไปนี้ฉันก็จะไม่มาที่นี่อีก เธอจะได้ไม่ต้องเกรงใจ”

แก้วตกใจบอกว่าเขามีพระคุณกับตนมากมายจนไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร เลยพยายามไม่นำเรื่องไปทำให้ปวดหัวอีก

“ผู้มีพระคุณ...ฉันถูกยกย่องเทิดทูนมาตั้งแต่เกิดแล้ว ขอได้ไหมแก้ว อย่าตอกย้ำฉันด้วยชาติกำเนิด ฉันอยากเป็นเพื่อน อยากเป็นคนธรรมดาที่คู่ควรกับเธอ ฉันขอแค่นี้เองแก้ว ให้ฉันหน่อยได้ไหม” พูดแล้วเดินจากไปอย่างผิดหวัง...

ooooooo 

เมื่อกรองแก้วหายตัวไปจากงาน ท่านพินิจหันมาเอาเรื่องกับอิงอร ลากตัวไปเหวี่ยงลงกับพื้น หาว่าโกหกหลอกเอาเงินตน สร้างวิมานให้ตนคิดว่าจะได้กรองแก้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า เข้าไปจับตัวเขย่าจนอิงอรคอแทบหักตะคอก

“แกกล้าโกหกฉัน แกคงไม่รู้ใช่ไหมว่าไอ้พวกที่ดีแต่ปาก มันจะต้องเจอกับอะไร” แล้วแสดงความเหี้ยมโหดป่าเถื่อน จนสุนันท์ทนไม่ได้เข้าไปขวาง เผชิญหน้า

“แม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านได้เสพสุขกับนังแก้วแล้ว ท่านจะทำอะไรแม่ไม่ได้ มันไม่ยุติธรรม...ท่านใจร้าย คนที่ทำเพื่อท่านแค่มันไม่สำเร็จ ต้องฆ่าต้องแกงกันเลยหรือ นี่เหรอที่มาของอำนาจท่าน”

“เธอกล้าว่าฉันเหรอ” ท่านพินิจกระชากสุนันท์เข้าไป สุนันท์จ้องหน้าอย่างท้าทาย อิงอรตกใจอ้อนวอน

“ท่านคะ อย่าทำอะไรยัยนันท์เลย”

ท่านพินิจมองหน้าสุนันท์ มองโลมเลียไล่ลงไปเรื่อย แววตากร้าวกลายเป็นหื่น ยิ้มที่มุมปากผลักสุนันท์ออกไป บอกอิงอรว่า “ฉันจะให้โอกาสแกแก้ตัวอีกครั้งก็ได้”

“จริงเหรอคะท่าน ขอบคุณมากค่ะ” อิงอรดีใจจนก้มกราบ

“แต่...คืนนี้ ฉันไม่ยอมนอนกับพวกของเก่าๆ แน่” พูดแล้วจ้องสุนันท์ตาเป็นมัน อิงอรตกใจตาเหลือก ส่วนสุนันท์แทบช็อกกับสายตาหื่นคู่นั้น

ooooooo

ที่วังจุฑาเทพ...คืนนี้ ชายภัทรกลับมาเล่นเปียโนระบายอารมณ์ จนชายพีร์กับชายใหญ่เดินออกมาดูด้วยความสงสัย

“ฟังดนตรีสิพี่ชายใหญ่...สับสน แปรปรวน เต็มไปด้วยอารมณ์กลับไปกลับมา เดี๋ยวสงบเดี๋ยวดุเดือด ความรู้สึกอย่างนี้ คนกำลังมีความรักเท่านั้น” ชายพีร์พูดอย่างกูรูแล้วมองชายภัทรที่ยังเล่นเปียโนเหมือนจะไม่มีวันจบอย่างห่วงใย

ส่วนมารตีกลับไปฟ้องเทวพันธ์เรื่องที่ชายภัทรไปตามหากรองแก้ว เทวพันธ์เดือดเป็นฟืนเป็นไฟ พูดเสียงดังลั่น

“พ่อไม่ยอม!!! ชายภัทรรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองกับลูกเป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน แต่กลับไปเที่ยวตามหาผู้หญิงอื่นในที่สาธารณะ แล้วผู้หญิงคนนั้น ยังเป็นผู้หญิงโชว์ขาอ่อนอีก...มันไม่ไว้หน้ากันเลย!”

“ดีค่ะ เพราะมารตีก็สุดทนแล้ว พ่อต้องจัดการให้มารตีด้วย” วิไลรัมภารีบพูดแทรกขอให้ทั้งพี่สาวและพ่อใจเย็นๆ มารตีหันขวับสวนทันควันว่า “รัมภา! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ชายภัทรหยามเกียรติพี่ จำตอนที่พี่ถูกทิ้งไว้คนเดียวในโรงหนังได้ไหมล่ะ”

“พ่อจำได้...ต่อให้มีคนไข้ด่วนแค่ไหน ก็ไม่น่าให้อภัย ไป! มารตี ไปกับพ่อ!!” เทวพันธ์ฮึดฮัดออกไป

พลันทุกคนก็ชะงัก เมื่อเสียงรถของเกษราขับเข้ามาจอดที่หน้าร้าน เกษราลงจากรถไหว้พ่อแล้วเอ่ยฝาก

“คุณพ่อ เกษเอาขนมที่เพิ่งเสร็จหมาดๆมาให้วางขายค่ะ คุณพ่อกับน้องมารตีจะรีบไปไหนกันหรือเปล่า ลูกอยากรบกวนให้ช่วยชิมหน่อยค่ะ”

“คุณพ่อคะ...พี่มารตีขา...รัมภาขอแนะว่า ถ้างั้น พ่อควรจะเอาขนมของพี่เกษไปเป็นของขวัญติดไม้ติดมือไปฝากหม่อมย่าเอียดดีกว่า แล้วก็อ้างว่า มาเพื่อนำขนมมาให้พวกผู้ใหญ่ท่านจะได้ชอบ แล้วก็เอ็นดูพี่มารตียิ่งขึ้น” วิไลรัมภาแนะ

“จริงด้วย...ไหน ยัยเกษ มีขนมอะไรอร่อยๆ บ้าง” เทวพันธ์ตรงไปรื้อหาขนมจากกล่องที่เกษราเอามาอย่างไม่อินังขังขอบ เกษราได้แต่มองอย่างระอาใจ

ooooooo

เมื่อพากันไปถึงวังจุฑาเทพ เทวพันธ์ลงจากรถท่าทางเซ็งๆแต่พอเห็นถนอมกับสมบุญยืนอยู่ก็แอ็กท่าทันที กระชับเสื้อสูทให้เข้าที่บ่นลอยๆจงใจให้ถนอมกับสมบุญได้ยิน

“พ่อบอกแล้วไงว่าให้เอารถคันใหม่มาก็ไม่เชื่อ”

ถนอมกับสมบุญได้ยินถามว่าคุณชายซื้อรถใหม่แล้วหรือ? รถอะไร? เทวพันธ์ตอบเบ่งๆว่าโอลด์สโมบิ้ล สมบุญอุทานอย่างตื่นเต้นถามว่าสีอะไร รุ่นไหนหรือ มารตีเห็นทีตอบไปจะพลาดท่าเลยทำเสียงแข็งจิกถาม

“แล้วมันกงการอะไรของพวกขี้ข้าล่ะ” เทวพันธ์ผสมโรงด่าว่าพวกนี้คุยด้วยแล้วลามปาม ชวนรีบเข้าไปดีกว่า

“นี่นายสมบุญ เอาถุงขนมในรถไปให้ในครัวเร็วๆ ด้วย บอกให้เขารีบจัดออกมาเป็นของว่างให้หม่อมย่าด้วยล่ะ” มารตีสั่งแล้วสองพ่อลูกก็เดินหน้าเชิดคอแข็งเข้าไป

หม่อมเอียดและย่าอ่อนรับแขกที่เก้าอี้นั่งเล่นริมสนาม สมศรีจัดขนมจีบใส่จาน และจานแบ่งให้ครบทุกคน ส่วนกลิ่นเสิร์ฟน้ำชา

“ขนมจีบนี่สูตรเด็ดฝีมือมารตีเองค่ะ” มารตีพูดอย่างไม่กระดากปาก หม่อมเอียดพูดทึ่งว่าไม่นึกว่ามารตีจะเข้าครัวทำอาหารด้วย มารตีจีบปากจีบคอเล่าว่า “เดิมทีก็ทำไม่เป็นหรอกค่ะ แต่เพราะ...เพราะ...เอิ่มม...” เธอทำเขินพูดไม่ออก เทวพันธ์เลยพูดแทนให้เข้าทางว่า

“เพราะยัยมารตีอยากเตรียมตัวเอาไว้ พอถึงเวลานั้น จะได้ทำหน้าที่แม่บ้านอย่างดีที่สุดอย่างไรครับ”

ขณะนั้น คุณชายรัชชานนท์หรือชายเล็กกับคุณชายรณพีร์เดินผ่านมา เลยแวะมาทักทายหม่อมย่า และไหว้เทวพันธ์ ชายพีร์ยื่นหน้าเข้าไปดูที่โต๊ะทำเสียงอร่อยว่า

“ขนมจีบ...ผมขออนุญาตชิมได้ไหมครับหม่อมย่า” ย่าอ่อนบอกให้นั่งทานเป็นกิจจะลักษณะ แล้วเอาจานแบ่งตรงหน้าให้ทั้งสองคน สั่งสมศรีกับกลิ่นให้ไปจัดจานแบ่งมาเพิ่มให้ครบคนพร้อมน้ำชา

ชายพีร์ไหว้ขอบคุณแล้วตักชิมอย่างเอร็ดอร่อยหิวโหย ทำหน้าทึ่งแบบรสเคยลิ้น

ชายเล็กเลยลองชิมบ้าง ทักอย่างรู้สึกคุ้นเหมือนกันว่า “เอ๊ะ...นี่คุณมารตีไปซื้อขนมจีบร้านนี้มาจากไหนครับ”

“มารตีทำเองค่ะ” ตอบทันทีอย่างมั่นใจ พอหม่อมย่าถามชายเล็กกับชายพีร์ว่าทำไมทำเสียงแบบนี้ฟังดูแปลกๆ มารตีรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะถูกจับได้ ทำเป็นถามเทวพันธ์ว่ามีอะไรจะคุยกับหม่อมย่าใช่ไหม พอมารตีชงมา เทวพันธ์ก็รับลูกทันที

“จริงๆ แล้วก็เรื่องคุณชายพุฒิภัทรนั่นแหละครับ”

พอเอ่ยถึงเจ้าตัวก็ขับรถเข้ามาพอดี สมบุญรีบมาบอกว่าถ้าไม่มีอะไรต้องทำที่วังก็ไปขับรถเล่นที่ไหนก่อนดีไหม

ทันใดนั้นเอง เสียงย่าอ่อนก็เรียกชื่อเต็มยศดุๆ “ชายพุฒิภัทร พ่อตัวดี มีอะไรจะแก้ตัวไหม”

ooooooo

ชายภัทรถูกเรียกไปแก้ข้อหาทันที หม่อมเอียดถามขึ้นก่อนว่า

“ชายภัทร ตอบย่ามาซิ เรื่องที่คนเขาพูดว่าชายภัทรไปติดพันนางสาวศรีสยามปีนี้ เรื่องจริงหรือไม่”

“ชายภัทร ที่ลุงกับน้องต้องมาบอกหม่อมเอียดก็เพราะลุงไม่อยากเห็นชายภัทรคิดอะไรตื้นๆ แล้วทำลายชื่อเสียงของสกุลจุฑาเทพโดยไม่รู้ตัว” เทวพันธ์พูดออกตัวเมื่อชายภัทรมองหน้าเชิงถาม

ย่าอ่อนทั้งเตือนและตำหนิว่า ชายภัทรเป็นหม่อม ราชวงศ์ไปสนิทชิดเชื้อกับสาวโชว์ขาอ่อน แค่คิดย่าก็ไม่อยากคิดแล้ว ชายภัทรยืนเป็นจำเลยถามท่ามกลางวงล้อมของโจทก์ว่า “มารตีมาฟ้องหม่อมย่าอย่างนั้นหรือครับ”

“พี่ชายภัทรทำอย่างนั้นจริงๆนี่คะ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ใครก็เห็นว่าพี่ชายไป ทั้งๆที่พี่ชายไม่มีหน้าที่ที่นั่นสักหน่อย ใครๆก็รู้ว่านางงามมีมงกุฎจะต้องถูกส่งตัวไปให้ท่านพินิจทุกคน แล้วพี่ชายภัทรยังอยากจะไปแย่งผู้หญิงกับท่านพินิจหรือคะ ถ้าเป็นเรื่องขึ้นมา จะงามหน้ามาถึงหม่อมย่าด้วย” มารตีพูดฉอดๆซ้ำยังดึงหม่อมย่าเข้ามาเกี่ยวด้วย

ชายพีร์ถามว่าแล้วทำไมชายภัทรจะไปไหนมาไหน ไปหาใคร หรือสนใจใครไม่ได้

หม่อมเอียดตัดบทจี้ชายภัทรให้ตอบต่อหน้าทุกคนให้หายข้องใจเสีย

“ใช่ครับ ผมไปตามหาคุณกรองแก้วจริง”

ย่าอ่อนยกมือทาบอกตกใจ ชายพีร์ถามว่าในเมื่อกรองแก้วเป็นคนไข้ของชายภัทรแล้วทำไมชายภัทรจะไปติดตามอาการไม่ได้ มารตีสวนไปทันทีว่า กรองแก้วหายดีแล้วออกจากโรงพยาบาลก็ตระเวนหัวหกก้นขวิดแข็งแรงกว่าตนด้วยซ้ำ

“ผมไปหาคุณกรองแก้วในฐานะของเพื่อนคนนึงครับ” ชายภัทรชี้แจง เลยยิ่งถูกย่าอ่อนตำหนิที่ไปคบค้าสมาคมกับนางงามซึ่งอยู่คนละขั้วกับเรา ย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือเป็นแค่คนรู้จักก็ไม่สมควร ชี้ให้เห็นว่า

“ชายภัทรเองก็ใช่ว่าจะไร้พันธะใดๆ มันไม่สมควรที่จะพูดออกมาว่าเป็นห่วงคนอื่นต่อหน้ามารตี”

มารตีบีบน้ำตามารยาเต็มที่ เทวพันธ์ก็กอดปลอบโยนบอกลูกอย่าให้น้ำตาไหลออกมาเพราะเรามีเกียรติและศักดิ์ศรีพอ

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนนั่งเครียด ในขณะที่ชายเล็กกับชายพีร์สบตากันทำหน้าคลื่นไส้ ส่วนชายภัทรเมินหน้าไปทางอื่นอย่างไม่อยากมองหน้าใคร

ooooooo
เครียดกันจนถึงกลางคืน เมื่อมานั่งกันที่ห้องนั่งเล่น หม่อมเอียดประกาศิตว่า

“ชายภัทร ย่าขอสั่งให้ลูกเลิกติดต่อกับนางงามคนนั้นเด็ดขาด ย่าไม่รับฟังข้ออ้างใดๆเข้าใจไหม ผู้หญิงคนเดียวที่ชายภัทรควรจะใส่ใจคือหนูมารตี”

ไม่เพียงเท่านั้น ย่าอ่อนยังสั่งให้ชายภัทรไปงานลีลาศการกุศลที่วังของท่านชายเกริก เป็นงานเต้นรำเพื่อหาเงินช่วยเหลือทหารชายแดนประจำปี

“ปีนี้หลานจะต้องพาหนูมารตีไปเต้นรำในงานนี้ เข้าใจไหม ย่าเชิญหนูมารตีและขออนุญาตคุณชายเทวพันธ์ แล้ว หลานจะทำให้ย่าทั้งสองเสียผู้ใหญ่ก็ลองดู” หม่อมเอียด ตอกย้ำเสียงเข้ม จนชายภัทรจำต้องตอบรับเสียงแผ่ว

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนสบตากันแบบต้องกระหนาบอย่างไม่ยอมให้หลุดรอดไปได้

“เฮ้อ...ท่าทางจะไม่รอด สงสารชายภัทรจริงๆ” ชายพีร์พึมพำกับชายเล็กที่แอบฟังกันอยู่ ถูกชายเล็กโยน กลองว่า งั้นชายพีร์ก็แต่งงานกับมารตีแทนชายภัทรสิ เลยถูกชายพีร์เกทับว่า “นายสิ นายแก่กว่าต้องรับผิดชอบก่อน”

ooooooo

สุนันท์นอนอยู่ใต้ผ้าห่มกับท่านพินิจ พอตื่นลุกขึ้นมา เธอก็เดินเชิดระเหิดระหงออกจากห้องไปราวกับเป็นนางพญาในชั่วข้ามคืน

ที่นอกห้อง บรรดาอนุของท่านทั้งรุ่นใหญ่รุ่นกลางกำลังซ้อมเต้นรำบอลรูมจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงกันอยู่ สุนันท์เดินไปปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงอย่างไม่แคร์ใคร สั่งอย่างยิ่งใหญ่

“นี่ใครก็ได้ ไปเอาน้ำชาอุ่นๆมาให้ฉันทีซิ”

อนุสูงวัยคนหนึ่งบอกว่าครัวอยู่ข้างหลังให้ไปเอาเอง พวกตนไม่ใช่คนใช้

“อ้อ...เหรอ...นางบำเรอปลดระวางแต่ไม่มีทางไป เลยอยู่รับใช้ท่านจนกลายเป็นหินงอกหินย้อยประดับวิมานสีชมพูเหรอ...ไปเอาชามา!”

กนกลักษณ์สะอึกออกมาด่าว่า “นังคางคกขึ้นวอ” บรรดาอนุพากันหัวเราะเยาะจนสุนันท์ชักเสียวแต่ยังทำอวดดีบอกว่าไม่อยากทะเลาะด้วย ออมแรงไว้ปรนนิบัติท่านคืนนี้ดีกว่า

“คืนนี้คิวฉันย่ะ” กนกลักษณ์สวนไป สุนันท์ยิ้ม เยาะว่าพวกเธอถูกปลดระวางแล้ว ตนต่างหากที่เป็นคนโปรดแล้วเดินเชิดจะเข้าห้อง ถูกกนกลักษณ์พุ่งเข้าคว้าเหยือกสาดน้ำใส่ เลยจิกตบกันกลิ้งที่พื้น ท่ามกลางเสียงเชียร์ของบรรดาอนุ

“เสียงดังอะไรกัน” ท่านพินิจออกมาตวาด ทุกคนเงียบกริบ สุนันท์ร้องไห้อ้อนออเซาะให้ท่านช่วยตนด้วย

ท่านพินิจโยนกลองให้คุณหญิงมาจัดการกับบรรดาอนุ คุณหญิงไม่อยากจัดการแต่พอดีลูกน้องเข้ามารายงานว่ามีแขกมาขอพบ ท่านพินิจเลยมีข้ออ้างว่าตนมีแขกต้องจัดการปัญหาระดับชาติก่อน แล้วชิ่งไปเลย

คุณหญิงนั่งบนโซฟามองบรรดาอนุที่คุกเข่ากับพื้นอย่างระอาใจ

“จะให้นันท์คุกเข่าอีกนานแค่ไหนคะ เข่าด้านหมดแล้ว” สุนันท์ถามอย่างผยอง แต่พอพูดถูกสายตาคมกริบของคุณหญิงตวัดมาก็จ๋อย หุบปากเงียบ แต่ยังมีกระฟัด กระเฟียด ในขณะที่กนกลักษณ์ผู้เก๋ากึ้กนั่งหน้านิ่งสวยสง่าอย่างไม่แยแส

ooooooo

แขกที่มาขอพบท่านพินิจคือใบบัวนั่นเอง ใบบัวมาใส่ไฟอิงอรว่าโกหกพกลมเล่นเล่ห์กับตนและท่านมาตลอด แม้แต่เรื่องที่กรองแก้วไปงานการกุศลที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ไม่บอกตนสักคำ

ใบบัวยังใส่ไฟว่า อิงอรคิดจะเอากรองแก้วไปเวียน เทียนก่อนมาให้ท่าน ยุให้เฉดหัวอิงอรออกไป ต่อไปมีอะไรให้เรียกใช้ตนคนเดียว รับรองว่าตนจะทำให้กรองแก้วเห็นว่าท่านน่ารักและมีน้ำใจจนต้องยอมท่านอย่างสมัครใจ

เมื่อท่านพินิจสนใจ ใบบัวเสนอว่า อีกไม่กี่วันจะมีงานลีลาศการกุศลประจำปีที่วังแสงอรุณของท่านชายเกริก ตนจะทูลเสนอให้ท่านเชิญกรองแก้วไปร่วมงานด้วยเพื่อให้มีการประมูลเต้นรำกับนางสาวศรีสยาม วางแผนอย่างกระหยิ่มว่า

“แล้วท่านก็จะเป็นคนประมูลเต้นรำนั้นได้ ทีนี้ท่านก็จะมีโอกาสคุยกันสองต่อสองกับหนูแก้ว ใบบัวเชื่อว่าท่านจะทำให้หนูแก้วปลื้มได้อย่างแน่นอนค่ะ”

“ทุกวันนี้หนูแก้วทำตัวลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน กับใคร แล้วเธอจะทำยังไงให้หนูแก้วมาร่วมงานนี้”

“ท่านไม่ต้องห่วงคะ นางสาวศรีสยามย่อมไม่ปฏิเสธงานมอบรางวัลประจำตำแหน่ง...ที่จะจัดรวมในงานเต้นรำ ทำประโยชน์ให้กับทหารชายแดนของชาติ ไม่ใช่เหรอคะ” ใบบัวยิ้มอย่างมั่นใจ ทำให้ท่านพินิจมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

ooooooo

แก้วทุ่มเททั้งหัดทำขนมไทยกับเกษราและแนะนำการทำขนมจีบจนเป็นที่เลื่องลือติดอกติดใจของวังจุฑาเทพและลูกค้าทั่วไป

ขณะแก้วกับเกษรากำลังทำขนมกันอยู่นั้น ชินกรเอาหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวงานลีลาศการกุศลที่วังแสงอรุณมาให้ดู เกษราเคยไปงานนี้มาแล้ว รับหนังสือพิมพ์ไปอ่านให้แก้วฟังด้วย

“ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติซื้อบัตรเข้างานเพื่อร่วมประมูลเต้นรำครั้งหนึ่งในชีวิตกับนางสาวศรีสยาม พุทธศักราช 2502 นางสาวกรองแก้ว บุญมี โดยในงานนี้จะมีพิธีมอบเงินรางวัลแก่ผู้ชนะประกวดนางสาวศรีสยามด้วย”
แก้วตกใจเพราะไม่เคยมีใครติดต่อเรื่องนี้มาเลย ชินกรคาดว่าทางกองประกวดคงติดต่อแก้วไม่ได้เลยใช้วิธีนี้ส่งข่าวให้แก้วติดต่อกลับไปเหมือนคราวก่อน ป้าแย้มติงว่าแก้วอย่าไปเลย แต่เกษราเห็นต่างว่า

“ไม่ไปได้ยังไง เงินรางวัลเป็นสิทธิ์ของแก้ว ถึง คุณชายพุฒิภัทรจะช่วยดูแลพ่อของแก้วให้ แต่แก้วก็ยังจำเป็นต้องมีเงินสำรองเอาไว้ดูแลพ่อในอนาคต แล้วที่สำคัญ งานนี้ไม่ใช่งานธรรมดา แต่เป็นงานเลี้ยงสโมสรของท่านชายเกริกเชียวนะ ลงประกาศหนังสือพิมพ์ขนาดนี้ ถ้าแก้วไม่ไปคนที่เสียชื่อก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากท่านชายเกริก ท่านเจ้าภาพน่ะสิจ๊ะ”

แก้วถามว่าตนต้องไปงานนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหม เกษราปลอบใจว่างานนี้มีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ชนชั้นสูงเท่านั้น พวกอิงอรกับลูกมาร่วมงานไม่ได้แน่ แก้วถามอย่างกังวลว่าแล้วท่านพินิจล่ะ แก้วตัดสินใจว่าถ้าเลี่ยงไม่ได้ตนก็จะไป แต่เกษราต้องช่วยสอนเต้นรำให้เพราะตนเต้นไม่เป็น

ooooooo

เพื่อไม่ให้ชายภัทรหลบเลี่ยงได้ หม่อมเอียดกับย่าอ่อนสั่งให้ชายภัทรสอนมารตีเต้นรำเตรียมไปงานที่วังแสงอรุณ

ชายภัทรบอกว่าถึงตนเคยหัดเรียนเต้นรำตอนเด็กแต่เพราะไม่ค่อยได้เต้นเลยเต้นไม่คล่อง แต่หม่อมเอียดยืนยันว่า ในบรรดาพี่น้อง ชายภัทรเต้นได้เชี่ยวชาญกว่าเพื่อน แล้วย่าอ่อนก็จัดแจงเรียกมารตีให้มาฝึกกับชายภัทร วาดหวังว่าทั้งสองจะเป็นคู่ที่โดดเด่นเหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายในคืนนั้นทีเดียว เสียงลือต่างๆ จะได้หมดไปเสียที
ชายภัทรบอกว่าตนไม่ได้เต้นนานลืมไปหมดแล้ว ย่าอ่อนเสียงเข้มว่า

“ลืมอะไร เดี๋ยวดนตรีมา ลีลาก็ไปเองแหละ” แล้วให้เปิดแผ่นเสียงเลย

ชายเล็กกับชายพีร์ขี่ม้าขาวมาช่วยชายภัทรได้ทันท่วงที ชายเล็กเสนอตัวว่า ตนเชี่ยวชาญการเต้นรำที่สุดในบรรดาพี่น้อง อาสาจะสอนให้มารตีเอง แล้วดึงมือมารตีไปเลย มารตีขืนตัวไว้ หม่อมเอียดถามปรามๆ ว่าทำอะไรกัน ชายพีร์รับรองว่า มารตีเรียนกับชายเล็กรับรองเป็นเร็วกว่าและมาตรฐานถูกต้องตามทฤษฎีด้วย ว่าแล้วก็เปิดแผ่นจังหวะชะชะช่าที่คึกคักทันที

“ผมขอตัวไปโทรศัพท์ถึงโรงพยาบาลสักครู่นะครับ” ชายภัทรฉวยโอกาสฉากหลบไป

ชายเล็กจับมารตีเต้นเน้นจังหวะหมุนๆๆ จนมารตีเวียนหัวจะอ้วกเบี่ยงตัวออกไปเซๆ ไม่ยอมเต้นอีก ยืนกรานไม่ฝึกแล้ว ตนจะฝึกกับชายภัทรคนเดียวเท่านั้น ย่าอ่อนถามหาชายภัทร ชายพีร์บอกว่าคงไปเข้าห้องน้ำกระมัง แล้วอาสาจะฝึกให้มารตีแทนชายเล็ก มารตีไม่ยอมฝึก

“แล้วชายภัทรหนีหายไปแล้วใช่ไหมเนี่ย ฮึ่มๆ” หม่อมเอียดพึมพำอย่างไม่พอใจ

ooooooo

ชายภัทรหนีจากวังจุฑาเทพ ไปที่บ้านเกษรา เห็นเกษรากำลังสอนแก้วเต้นรำ จึงอาสาจะสอนให้ แก้วเขิน เกษราก็ติงว่าตนสอนเองดีกว่า

“ผู้หญิงสอนผู้หญิงด้วยกันจะสอนได้แค่ท่า...แต่ถ้าจะเต้นให้เข้าใจและคล่อง ต้องหัดกับคู่เต้นผู้ชายที่เก่งๆ ขอมือฉันสิแก้ว” ชายภัทรชี้แจงและส่งมือออกไป แก้ววางมือลงบนมือชายภัทรเขินๆ ทั้งสองได้สัมผัสและอยู่ในวงแขนของกันและกันต่างเขินและตื่นเต้นไม่น้อยกว่ากัน

“วางมือสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง เชิดหน้าสิแก้ว อย่ามองเท้า ต้องหลังตรงถึงจะสวย” ชายภัทรอธิบาย สอนและมองหน้าแก้วไม่วางตา แก้วเขินจนไม่กล้าสบตาก็ถูกเตือนว่า “สบตาฉันสิแก้ว”

แม้ว่าการสอนแก้วจะมีการพลาดพลั้งเหยียบเท้ากัน บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องขำๆ สนุกๆ ที่ทำให้ฝึกเต้นกันจนลืมเวลา

จังหวะหนึ่ง ชายภัทรเหยียบเท้าแก้วอย่างแรงจนเธอทรุด ชายภัทรรีบประคองไปทายาให้ แก้วดึงเท้าไว้จะทาเอง บอกว่ามันเป็นของต่ำ และตนก็เป็นเด็กบ้านนอกไม่มีสกุลรุนชาติ

“แล้วไง...ฉันเป็นคุณชาย ผู้สูงส่งล่ะสิ ฉันล่ะเบื่อเต็มทีกับเหตุผลนี้ ถ้าอยากแบ่งชนชั้นนัก ก็ไปเกิด สมัยอยุธยานั่นไป นี่สมัยประชาธิปไตย เท้าที่เจ็บต้องได้รับการเยียวยาไม่ใช่เท้าสามัญชนถ้าเจ็บขึ้นมาก็ช่างหัวมัน”

ชายภัทรเริ่มมีอารมณ์ทำแรงจนแก้วร้องเจ็บ ชายภัทรจึงรู้สึกตัวเบามือลง ทายาเสร็จก็พากันไปฝึกต่อ

ทั้งชินกรและเกษรานั่งดูอยู่ ต่างชื่นชมว่างามอย่างกับภาพในฝัน เหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายในนิทาน ส่วนป้าแย้มเปรียบเทียบแบบชาวบ้านว่าเหมือนกิ่งทองใบหยก
ยิ่งฝึกเต้นแก้วก็ยิ่งสนุก จนชายภัทรชวนว่าถ้าเธอชอบจะพาไปเต้นทุกงานที่เธออยากไป

จนเกือบสองทุ่ม ชินกรกับเกษราจึงเสนอให้อยู่ทานข้าวเย็นกันก่อน ชินกรปรบมือให้ทั้งสอง พูดอย่างมั่นใจว่า

“สวยมาก เต้นกันสวยจริงๆ ถ้ามีประกวด นักลีลาศคู่นี้น่าจะสมัครเข้าแข่งขันชิงถ้วยนะ”

ส่วนเกษราก็ชมชายภัทรว่าเก่งมาก ทำให้ลูกเป็ดน้อยๆ ของเรากลายเป็นนางหงส์ไปแล้วจริงๆ พูดอย่างภูมิใจว่า

“งานเต้นรำคราวนี้ กรองแก้ว บุญมี คงทำให้วงสังคมตกตะลึงเป็นแน่”

ooooooo

ที่วังเทวพรหม...

มารตีกลับมาอย่างหงุดหงิดที่ชายภัทรหลบหน้าไป ไม่ยอมสอนตนเต้นรำ วิไลรัมภาเตือนสติพี่สาวตามเคยแต่ถูกมารตีวีนใส่ วิไลรัมภาเลยพูดตรงๆว่า

“ถ้าพี่มารตีกับคุณพ่อไม่เข้าใจข้อนี้ ก็อย่าหวังเลยว่า จะประสบความสำเร็จ”

“ฉันต้องได้พี่ชายภัทรสิ เราคู่กัน มันคือคำมั่นสัญญาที่มิอาจจะละเมิดได้”

“ไม่มีใครอยากถูกจับ ไม่มีใครอยากมีเจ้าของไม่มีผู้ชายคนไหนอยากเป็นคนโดนล่า แต่เขาต้องเป็นผู้ล่ายิ่ง เขารู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เป็นสัญญาที่ละเมิดมิได้อย่างที่พี่ว่า เขาก็จะยิ่งเกลียด ยิ่งต่อต้าน”

“พอเถอะ แกเองก็ไม่ได้วิเศษอะไรมาจากไหน อย่ามาทำเป็นรู้ดี”

“พี่มารตี ถ้าพี่อยากชนะ พี่ต้องใช้สมอง”

“บ้า...แล้วอีนังกรองแก้วมันใช้อะไร...ใช้ขาอ่อน ทรวดทรงองเอว กับรอยยิ้มดัดจริตทั้งนั้น และทุกอย่างที่ว่ามา ฉันก็มีเหมือนกัน!”

“ถ้าพี่มารตีเป็นแบบนี้ ถึงไม่มียายกรองแก้วโผล่มาข้องเกี่ยว พี่ชายภัทรก็ไม่เอาพี่อยู่ดี”

มารตีเลือดขึ้นหน้าตบน้องฉาดใหญ่ด่าตาขวาง เสียงเขียว

“แก...แกขัดขวางฉัน ดูถูกฉัน ที่จริงก็บอกมาเถอะว่าแกอิจฉาฉัน คอยดูนะ แล้วฉันจะทำให้แกเห็นว่า พี่ชายภัทรจะเป็นของใครไม่ได้ นอกจากฉันเท่านั้น!!”

มารตีตบหน้าด่าอย่างเกรี้ยวกราดแล้วเดินผละไป วิไลรัมภากุมแก้มที่ถูกตบ มองตามอย่างเจ็บใจ น้ำตาไหล

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น...

คุณชายพุฒิภัทร ในชุดทำงานลงบันไดมา ผิวปากเพลงเต้นรำอย่างร่าเริงเดินพลิ้วลงมาราวกับอยู่ในฟลอร์ พอลงมาก็ชะงักกึก เมื่อเห็นหม่อมย่านั่งขรึมรออยู่

“หม่อมย่าครับ ย่าอ่อน” ชายภัทรไหว้ทั้งสอง หม่อมเอียดพูดเป็นการเป็นงานทันทีว่า

“ตั้งแต่นี้ไป เลิกงานแล้ว ห้าโมงเย็น หลานจะต้องกลับมาถึงวัง เพื่อสอนมารตีเต้นรำ พามารตีกลับมาในรถของหลานเอง ทุกวัน ห้ามขาดสักวันเดียว”

“อ้าว...แล้ว...ถ้าผมมีผ่าตัด หรือมีคนไข้ฉุกเฉิน”

“หากวันไหนจำเป็น มีธุระสำคัญ จำเป็นต้องหยุดการซ้อม ให้หลานโทร.มาขออนุญาต” ย่าอ่อนย้ำ

“ใช่...ขออนุญาตและแจกแจงเหตุผลที่แท้จริง เพื่อให้ย่าพิจารณาเป็นวันๆไป เข้าใจไหม” หม่อมเอียดเสริม

ชายภัทรก้มหน้าถามว่าวิธีนี้คิดว่าจะทำให้ตนรัก มารตีได้หรือ หม่อมเอียดย้อนถามว่าแล้วมารตีมีอะไรไม่ดีที่ไม่สมควรรัก ตำหนิว่าชายภัทรเล่นบทเด็กดื้อตอนโตส่วนย่าอ่อนก็ปรามให้สำนึกถึงความดีของเทวพรหมให้ นึกถึงบุญคุณ และรู้จักกตัญญู ลูกผู้ชายที่แท้จริงต้องรักษาคำพูดของพ่อแม่

“หลานควรนึกถึงความสุขของย่าด้วย ความต้องการ ของย่าไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลย ถ้าหลานแต่งงานกับมารตี ย่ามีความสุขถ้าหลานผิดสัญญา ย่าจะมีความทุกข์...แต่ถ้าหลานไม่แคร์... ย่าก็คงหมดปัญญา ไป...แม่อ่อน” หม่อมเอียดพูดแล้วชวนย่าอ่อนลุกไป เชิดๆงอนๆ

สองย่าลุกเดินมึนตึงออกไป ทิ้งชายภัทรให้ยืนซีดอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

อ่านต่อ

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน4 ละคร ช่อง3




ตอนที่ 4
มารตีจ้ำอ้าวขึ้นไปถึงห้องนอนก็ร้องไห้โฮๆ เอาเสื้อสูทของชายภัทรมาขยำขยี้อย่างเจ็บใจ จับฉีกแต่ฉีกไม่ออก

วิไลรัมภาเข้ามาปลอบโยนขอให้ควบคุมสติเพราะเราเป็นหม่อมหลวงให้นึกถึงวงศ์ตระกูลไว้ ส่วนเสื้อสูทของชายภัทรนั้น วิไลรัมภาบอกว่าราคาแพงแบบนี้พ่อเราเห็นคงอยากได้มาก

ฟังน้องแล้ว มารตีรีบเอาเสื้อสูทมาพับวางไว้ แล้วคร่ำครวญต่ออย่างเจ็บใจ ถ้านักข่าวรู้เรื่องนี้ตนต้องเสียหน้าแน่ บอกว่าจะฟ้องหม่อมย่า วิไลรัมภาติงว่า ถ้าฟ้องหม่อมย่า ก็เข้าทางชายภัทรพอดี แล้วเตือนความจำว่า สมัยเด็กๆ เราเล่นกับพวกคุณชายถูกแกล้งเราไปฟ้อง หม่อมย่าลงโทษพวกคุณชาย จากนั้นพวกคุณชายก็ไม่เล่นกับเราอีกเลย
พอมารตีอารมณ์เย็นลง วิไลรัมภาแนะว่า

“หม่อมย่าเอียดชอบผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ตีโพยตีพาย ถ้าท่านทราบว่าพี่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่ในโรงหนังคนเดียว แต่พี่กลับเข้าอกเข้าใจความรับผิดชอบต่องานที่โรงพยาบาลของพี่ชายภัทรอีก หม่อมย่าเอียดต้องยิ่งสนับสนุนพี่ขึ้นไปอีกค่ะ”

“จริงเหรอ...” มารตียิ้มออก วิไลรัมภาเห็นแล้วยิ้มกว้างอย่างให้กำลังใจพี่สาวสุดๆ

ooooooo

ในที่สุดแก้วยอมรับความจริง เล่าให้ชายภัทรฟังอย่างไม่ปิดบังว่า

“แก้วมาประกวดเพราะแค่อยากได้เงินไปรักษาพ่อ แก้วไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะต้องถูกขาย นึกว่าโลกเจริญไปขนาดนี้แล้วยังจะมีคนทำกับคนด้วยกันแบบนี้อยู่อีก คุณหมอช่วยแก้วด้วยนะคะ ช่วยเมตตาลูกนกลูกกาด้วย” เธอยกมือไหว้น่าเวทนา

“ถ้าคุณไม่อยากกลับไปกับคนพวกนั้น ผมก็จะพยายามช่วยให้คุณได้รอดไปอีกคืน”

กรองแก้วดีใจมากกระโดดลงจากเตียงร้องไชโย ชมว่าหมอใจดีที่สุดเลย ตนจะไม่มีวันลืมบุญคุณเลย ถ้ามีอะไรจะใช้งานก็เรียกได้ทุกเมื่อ

ชายภัทรมองกรองแก้วอึ้ง ที่เธอหัวเราะได้อย่างร่าเริงทั้งที่แก้มยังเปื้อนน้ำตา ผิดกับเมื่อครู่นี้เป็นคนละคน...

หลังจากนั้น ชายภัทรออกไปบอกท่านพินิจกับอิงอรว่า กรองแก้วเป็นไส้ติ่งอักเสบอาจต้องผ่าตัดด่วนคืนนี้ ท่านพินิจถามอย่างตกใจว่าผ่าก็ต้องมีรอยตะขาบยักษ์ที่หน้าท้องใช่ไหม อิงอรก็ใจไม่ดีขอร้องอย่าให้เป็นแบบนั้น

“ผมจะพยายามเย็บให้สุดฝีมือก็แล้วกัน อาจไม่เป็นแผลตะขาบหรอกครับ แค่กิ้งกือเท่านั้น”

ทั้งท่านพินิจและอิงอรต่างกังวลกับรอยตะขาบยักษ์หรือรอยกิ้งกือโดยไม่คำนึงถึงความเจ็บป่วยของกรองแก้วเลยแม้แต่นิดเดียว เลยทำให้ชายภัทรยิ่งมั่นใจว่า พวกนี้คิดทำเรื่องไม่ดีกับกรองแก้วแน่ๆ

ooooooo

คอยจนท่านพินิจกับอิงอรกลับไปแล้ว ชายภัทรจึงเข้าไปในห้องอีกครั้ง ถามกรองแก้วว่าเธอจะโกหกและหาโรคใหม่อาการใหม่อย่างนี้เพื่อหลบอยู่โรงพยา-บาลไปตลอดชีวิตหรือ

กรองแก้วยอมรับว่าตนไม่อยากทำอย่างนี้แต่ไม่มีทางเลือกจริงๆ ชายภัทรถามถึงที่บ้าน เธอหน้าเสียเล่าเศร้าๆว่า

“บ้านแก้ว...แก้วมีพ่ออยู่คนเดียวแล้วพ่อก็ไม่สบาย แก้วไม่รู้จะติดต่อพ่อยังไง บ้านเราก็ไม่มีโทรศัพท์ ที่กรุงเทพฯก็ไม่มีญาติ” พูดแล้วรีบตีกันว่า “แต่คุณหมอไม่ต้องกลัว แก้วจะไม่รบกวนอะไรคุณหมออีกแล้ว ขอแค่...ได้หลบพวกนั้นมาได้อีกวัน แก้วก็ดีใจแล้ว แก้วสัญญา...ว่าจะไม่รบกวน ให้คุณหมอลำบากใจที่ต้องโกหกคนอื่นอีกแล้วค่ะ”

ชายภัทรมองกรองแก้วอึ้งๆ ที่ดูท่าทางเธอจะปิดกั้นตนหมดทุกทาง

ส่วนอิงอรร้อนใจ รีบไปหาคุณนายใบบัวบอกว่ากรองแก้วไส้ติ่งอักเสบยังไม่สามารถส่งตัวให้ท่านพินิจได้

“จริงเหรอ...ทำไมมันช่างเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรขนาดนี้” คุณนายหนักใจ
มะลิแอบฟังอยู่ข้างนอก นึกสงสารกรองแก้วเพราะกรองแก้วเคยเล่าความลำบากและจำเป็นที่ต้องเข้าประกวดนางสาวศรีสยามให้ฟังแล้ว

ไกรฤกษ์กับสุนันท์กลัวจะไม่ได้รับเงินงวดที่สอง ช่วยกันรับปากรับคำคุณนายใบบัวว่าจะดูแลกรองแก้วให้ดี ไกรฤกษ์บอกว่าพรุ่งนี้จะไปเฝ้าที่โรงพยาบาลแต่เช้า ถ้ากรองแก้วต้องผ่าตัดก็จะไปรอที่หน้าห้องแล้วรายงานคุณนายทันที ส่วนสุนันท์ก็รับรองว่าถ้ากรองแก้วไม่ต้องผ่าตัดตนก็จะจับขึ้นรถพาไปส่งท่านที่เซฟเฮาส์ทันทีเช่นกัน

“พรุ่งนี้ค่ะ...พรุ่งนี้จริงๆปัญหาเรื่องสุขภาพของกรองแก้วทั้งหมดจะจบลง” อิงอรยืนยันขันแข็ง

ขณะนั้นเอง มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา อิงอรคาดว่าทางโรงพยาบาลอาจโทร.มาเรื่องกรองแก้ว แต่สุนันท์ระแวงว่าอาจเป็นพวกเจ้าหนี้ อิงอรเรียกมะลิมารับสาย กำชับว่าถ้าโทร.มาจากเจ๊หวังให้บอกว่าไม่มีใครอยู่บ้าน

มะลิรับคำแล้วไปรับโทรศัพท์ ปรากฏว่าเป็นกิตติ พ่อของแก้วโทร.มา มะลิเหลือบมองพวกอิงอรแล้วลดเสียงลง บอกกิตติว่าตอนนี้แก้วไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาล ให้รีบไปรับกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย บอกให้กิตติเตรียมจดชื่อโรงพยาบาลและห้องของแก้ว ระหว่างนั้น อิงอรถามว่าใครโทร.มา มะลิปดว่าญาติตนโทร.มาขอยืมเงิน

“ไร้สาระจริงๆพวกคุณนี่...เอางี้ดีกว่า ฉันคิดดูแล้ว เรื่องกรองแก้ว ฉันจะให้คนของท่านไปดูเอง พวกคุณอิงอรไม่ต้องลำบากอีก”
ทั้งอิงอร สุนันท์และไกรฤกษ์ ท้วงติงกันเสียงขรมว่าอย่ารบกวนท่านเลย พวกตนจะพากรองแก้วไปพบท่านเอง

มะลิฟังอยู่แอบลุ้นใจคอไม่ดีขอให้กรองแก้วรอดพ้นจากพวกนี้ไปได้ด้วยเถิด

ooooooo

กิตติขอป้าจิกกับกำนันโทร.ไปหาลูกอีกครั้ง ป้าจิกตีราคา 10 บาท และห้ามพูดนาน กิตติรับปากว่าจะถามลูกให้รู้เรื่องราวเท่านั้น แล้วหยิบโพยมาดู กดตามเบอร์ที่จดจากมะลิ

เจ้ากรรม! เป็นเวลาที่ท่านพินิจโทร.มาหากรองแก้วพอดี พอเธอรับสาย ท่านก็ถามว่าฟื้นแล้วหรือ หายปวดท้องหรือยัง กรองแก้วนึกได้รีบโอดโอยบอกว่าปวดมาก ท่านถามว่าตกลงต้องผ่าตัดไหม กรองแก้วตกใจไม่รู้จะตอบอย่างไรเลยตัดบทวางสายไป

ท่านพินิจไม่พอใจที่กรองแก้ว “บังอาจ” วางหูโทรศัพท์ ใส่ คุณนายใบบัวมาถึงพอดีเลยถูกจับไหล่เขย่าตะคอกถามว่า กรองแก้วทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร รังเกียจตนใช่ไหม “ไหนว่าพ่อเขาฝากชีวิตลูกสาวไว้กับฉันแล้ว และหนูแก้วก็เต็มใจไงล่ะ แบบนี้เธอโกหกฉันทั้งหมด หรือไง ใช่ไหม!”

คุณนายใบบัวตกใจตาเหลือกลนลานบอกว่าไม่... ไม่ใช่...เด็กป่วยจริงๆ แต่ไม่ต้องผ่าตัดแล้วเพราะกรองแก้วไม่ได้เป็นไส้ติ่งอักเสบ แค่ลำไส้อักเสบอย่างแรง เพราะกินอาหารทะเลไม่สด แล้วรีบหว่านล้อมว่า

“ท่านไม่ต้องห่วงค่ะ แค่กินยาฆ่าเชื้อโรคก็หาย...ไม่มีการผ่าให้ร่างกายต้องมีตำหนิหรือไฝฝ้าราคีอะไรมาให้ระคายสายตาหรือมือสัมผัสของท่านได้เลยค่ะ”

ooooooo

ด้วยความสงสารเห็นใจกรองแก้ว ชายภัทรกลับไปเล่าให้ชายเล็กกับชายพีร์ฟังเรื่องกรองแก้วเป็นไส้ติ่งอักเสบ สองคุณชายที่ลุ้นชายภัทรอยู่แล้วทำท่าตกอกตกใจพูดยั่วว่าแบบนี้เห็นทีจะต้องไปเยี่ยมเสียแล้ว

เมื่อชายภัทรบอกว่าเธอแกล้งทำ ก็ถูกแซวอีกว่าแกล้งทำเพราะอยากอยู่ใกล้ชายภัทรใช่ไหม ทำเอาชายภัทรเขินจนหูแดงปฏิเสธว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น เธอทำเพราะไม่อยากออกไปเป็นอนุฯของท่านพินิจต่างหาก

“ท่านคนนี้เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว แต่ผมคิดว่าพี่ชายภัทรไม่ต้องไปกลัว เพราะพวกเราไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น” ชายพีร์ยุ ชายภัทรบอกว่าตนไม่ใช่คู่แข่งของใครและกรองแก้วเองก็ดูเหมือนจะกีดกันตนออกจากเรื่องของเธอด้วย

ทั้งชายเล็กและชายพีร์ช่วยกันวิเคราะห์เป็นฉากๆว่ากรองแก้วทำเพราะรู้ว่าท่านคนนี้มีอำนาจอิทธิพลมาก เธอเลยพยายามกันชายภัทรออกไปเพื่อปกป้องและไม่ให้กระทบกระเทือนไปด้วย

“บ้า...ไม่หรอก เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขา” ชายภัทรหูแดงขึ้นมาอีก

ชายเล็กเลยแซวว่า ขนาดไม่ได้คิดถึง วันนี้พามารตีไปดูหนังไม่เห็นพูดถึงเลยสักคำ เล่าแต่เรื่องกรองแก้ว ทำให้ชายภัทรนึกขึ้นได้ ตกใจมากที่ไม่ได้โทร.ไปขอโทษเธอ แต่ก็ได้ให้คนขับรถพาเธอไปส่งที่วังแล้ว พูดเหมือนแก้ต่างให้ตัวเองว่า “พี่รับผิดชอบน่ะ”

ooooooo

กรองแก้วยังตกอกตกใจกับการโทร.มาของท่านพินิจ เมื่อเพียงพรเข้ามาจึงขอให้ยกโทรศัพท์ออกไป อ้างว่าไม่ต้องการให้มีเสียงรบกวน

“ตามใจ คุณคงคิดอะไรไม่เหมือนคนธรรมดาอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่อยากรับโทรศัพท์พ่อตัวเองล่ะคะ แปลก...” เพียงพรบ่นๆแล้วให้ช้อยเอาโทรศัพท์ออกไป

ได้ยินเพียงพรบอกว่าพ่อโทร.มา กรองแก้วตกใจรีบตามไปอ้อนวอนขอโทรศัพท์คืน พอดีสายที่เคาน์เตอร์ดังขึ้น เพียงพรจึงไปรับสายก่อน เป็นสายของกิตติที่ยกมือไหว้ป้าจิก อ้อนวอนขอโทร.อีกครั้งเพราะเป็นห่วงลูกมาก

เพียงพรมารับสายแล้วหันบอกกรองแก้วเคืองๆว่า “เอ้า...นายกิตติโทร.มา”

“พ่อ...พ่อเป็นไงมั่งจ๊ะ” กรองแก้วรับสายมือไม้สั่นเสียงตื่นเต้นจนควบคุมแทบไม่อยู่

กิตติถามด้วยความเป็นห่วงว่าทำไมตกเวทีต้องอยู่โรงพยาบาลนานขนาดนี้ ขาหักหรือเปล่า พ่อจะมารับกลับเดี๋ยวนี้ แก้วไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจบอกว่าตนไม่เป็นอะไรมาก และไม่ต้องมารับ เวลานี้ตนต้องทำหน้าที่นางสาวศรีสยามก่อน เสร็จแล้วจะรีบกลับไปหาพ่อเลย

“แก้วไม่สบายใจอะไร พ่อรู้นะ ถ้าอยู่พระนครแล้วไม่ดี แก้วก็อย่าอยู่เลยลูก เงินทองอะไรไม่ต้องไปสนใจทั้งนั้น แก้วไม่ต้องทนลำบากเพื่อพ่อเข้าใจไหมแก้ว เข้าใจไหม...โอ๊ย” กิตติพูดไม่ทันจบดีก็ร้องอย่างเจ็บปวดโทรศัพท์ตกจากมือแต่สายยังไม่ตัด

ป้าจิกกับกำนันตกใจเข้าประคองกิตติและร้องเรียก เสียงทั้งหมดเข้าไปในโทรศัพท์ กรองแก้วได้ยิน ร้องเรียกพ่ออย่างเป็นห่วง เพียงพรมองสยองๆว่าเป็นอะไรของเขาอีกแล้ว? ส่วนช้อยมองกรองแก้วอยู่อีกมุมหนึ่ง

กรองแก้วอ้อนวอนเพียงพรขอกลับบ้านเพราะพ่อไม่สบายกำลังจะตาย เพียงพรอ้างว่าตนไม่มีสิทธิ์ต้องให้คุณชายหมอมาเซ็น ครั้นกรองแก้วก้มกราบขอให้ช่วยโทร.บอกคุณชายหมอ เพียงพรบอกว่าตนไม่กล้าให้รอถึงเช้าค่อยว่ากันดีกว่า

เป็นเวลาที่ชายภัทรอยู่ในห้องนอน กำลังทบทวนเรื่องราวของกรองแก้ว เมื่อรู้ว่าเธอมีพ่ออยู่คนเดียวและกำลังไม่สบาย ก็พึมพำถามตัวเองอยู่หน้ากระจกว่า

“แก้วมีตัวคนเดียวอยู่ในโลกนะ แกจะทำใจดำไปถึงไหน”

และเมื่อคิดถึงว่ากรองแก้วถูกขายตัวให้ท่านพินิจและที่เธอสร้างปัญหาจนวุ่นไปทั้งโรงพยาบาลก็เพียงเพราะเธอต่อสู้เพื่อให้หลุดพ้นจากการตกเป็นสินค้าให้ท่านพินิจนั่นเอง

คิดแล้วชายภัทรทนไม่ได้ ลุกขึ้นหยิบแว่นใส่ฮึดฮัด

กรองแก้วกำลังอ้อนวอนเพียงพรว่า  ขอรบกวนเป็นครั้งสุดท้าย สัญญาว่า “แล้วฉันจะไม่มาเหยียบโรงพยาบาลนี้อีก ฉันจะไม่มารบกวนคุณชายของคุณอีก  จะไม่มาทำตัวให้เกะกะระคายเคืองแม้แต่ปลายเท้าของท่านเลยจริงๆ”

“แน่ใจแล้วหรือที่พูดแบบนี้” เสียงชายภัทรดังขึ้น ทุกคนหันมอง  เห็นเขายืนกอดอกทำหน้าขรึมดุอยู่ที่ประตู!

ooooooo

เมื่อชายภัทรให้กรองแก้วไปนั่งในห้องพักแพทย์ เธออ้อนวอนบอกถึงความจำเป็นที่จะต้องกลับไปคืนนี้ให้ได้  เมื่อชายภัทรถามถึงความจำเป็นเธอก็ไม่ยอมบอก เอาแต่อ้อนวอนว่า

“แก้วขอร้อง  แก้วจำเป็นจริงๆ  สำหรับเรื่องเงิน แก้วขอเอาตำแหน่งของนางสาวศรีสยามเป็นประกันว่า แก้วจะกลับมาจ่ายให้ทางโรงพยาบาลแน่ๆ”

ไม่ว่าชายภัทรจะขอให้เธอบอกเหตุผลความจำเป็นอย่างไรเธอก็ไม่ยอมบอก  อ้างว่าทุกคนย่อมมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต้องบอกคนอื่น ในที่สุดชายภัทรตัดสินใจยอมเซ็นให้เธอออกจากโรงพยาบาล บอกว่าเรื่องค่าใช้จ่ายของทางโรงพยาบาลไม่ต้องห่วง  เพราะมีคนจ่ายให้หมดแล้ว
เซ็นชื่อแล้วชายภัทรเตรียมกลับ  ขับรถออกไปได้ครู่เดียวก็เห็นรถของอิงอรกับท่านพินิจขับรถเข้ามา  ชายภัทรจอดรถนั่งกุมพวงมาลัยคิดหนัก  เมื่อนึกถึงว่ากรองแก้วกำลังตกอยู่ในอันตราย

ส่วนกรองแก้วเมื่อได้รับอนุญาตให้กลับได้แล้วก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดที่อิงอรเอามาเตรียมให้คราวก่อน รวบรวมข้าวของใส่ถุงรีบออกไป  เจอพวกอิงอรเดินดาหน้ามาก็รีบหลบ  ได้ยินสามแม่ลูกคุยกันว่า  เราต้องเฝ้ากรองแก้วไว้ให้ดี  ไม่อย่างนั้นคุณนายใบบัวมาตัดหน้าเราแน่ๆ  สุนันท์จะเฝ้าหน้าห้อง ส่วนอิงอรจะเข้าไปเฝ้าในห้องเลย

ส่วนคุณนายใบบัวมากับลูกน้องท่านพินิจ  วางแผนกันว่า

“เราจะบุกเข้าไปลักพาตัวมันไปเลย ไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไส้ติ่งจริงหรือไม่จริง ฉันก็ไม่

สนใจอีกแล้ว”

กรองแก้วซุ่มอยู่จนสามแม่ลูกเดินผ่านไปแล้ว เธอจึงวิ่งอ้าวออกไปเรียกแท็กซี่ที่หน้าโรงพยาบาล  แต่เพราะดึกแล้วและต้องไปถึงอยุธยา แท็กซี่เรียก 500 บาท และต้องจ่ายก่อน เพราะดึกแล้ว และเคยโดนผู้โดยสารเบี้ยวมามาก  แก้วมึนตึ้บ เพราะไม่มีเงินติดตัว จึงขอเอาตำแหน่งนางสาวศรีสยามเป็นประกัน

ขณะกรองแก้วกำลังอ้อนวอนขอความเห็นใจจากคนขับแท็กซี่นั่นเอง ชายภัทรเดินมาบอก

“กรองแก้วไปกับผม  จะไปไหนผมก็จะไปส่ง เชิญ” กรองแก้วลังเล “คุณต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ เพราะคนพวกนั้นมากันเต็มโรงพยาบาลแล้ว” กรองแก้วบอกว่าไม่อยากให้เขาเดือดร้อน “คุณนึกว่าผมกลัวเหรอ  ถ้าผมเป็นเพื่อนคุณล่ะ คุณจะยอมให้เพื่อนช่วยคุณไหม”

กรองแก้วยังลังเล ชายภัทรเลยเปิดประตูสั่งให้ขึ้นรถ เธอพนมมือไหว้แล้วก้าวขึ้นนั่ง  ชายภัทรขับรถออกไปทันที  ครู่หนึ่งถามว่าจะให้ไปส่งที่ไหนบอกมา  กรองแก้วบอกว่าไกลมาก เขาถามประชดว่าถึงเชียงรายไหม

“อยุธยาค่ะ...แต่คุณชายหมอคะ แก้วไม่อยากรบกวนคุณชายหมอเลย  เท่าที่ได้ทำให้คุณชายหมอลำบากยุ่งยากเพราะแก้วมาหลายครั้งมันก็มากพอแล้ว”

“ไม่อยากรบกวนฉัน แล้วเธอจะไปอยุธยายังไง ดึกป่านนี้ เงินก็ไม่มี ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็ไม่มี อย่าเกรงใจไม่เข้าเรื่อง  คิดซะว่าฉันพาเธอไปขับรถเล่นพักผ่อนสบายๆของฉันก็แล้วกัน แล้วนี่...มีอะไรที่อยุธยาถึงจะต้องไปให้ได้เดี๋ยวนี้ เธอนี่...นิสัยเป็นคนเอาแต่ใจจริงๆเลยนะ จะเอาอะไรต้องเอาให้ได้ ถ้าบอกว่าเดี๋ยวนี้ก็ต้องเดี๋ยวนี้ไม่สนใจใคร ไม่กลัวอันตรายอะไรทั้งนั้น คงมีแต่คนตามใจจนเคยตัวล่ะสิ”

ชายภัทรพูดยาวเหยียด เหมือนผู้ปกครองสอนเด็ก

กรองแก้วอึ้ง พูดไม่ออก ที่เคยเถียงฉอดๆก็ใบ้กินสนิทไปเลย

ooooooo

ชายภัทรขับรถพากรองแก้วไปถึงปั๊มน้ำมันกลางทางจึงแวะเติมน้ำมันและบอกให้เธอลงไปกินข้าว

“แก้ว...ไม่หิวนะคะ แต่ถ้าคุณชายหิว...”

“ไม่หิวก็ต้องกิน...เธอเล่นบทปวดท้อง วันนี้คงไม่ได้กินอะไรมาเลยแน่ๆ เราต้องไปกันอีกสองสามชั่วโมง แล้วถ้าไปถึงอยุธยาดึก หาอะไรกินไม่ได้จะทรมานเปล่าๆ คงไม่เสียเวลามากหรอก ฉันรู้...ว่าเธอรีบ”

ชายภัทรเดินนำไปร้านอาหาร ไม่นานก็ได้ข้าวต้มไก่มาสองชาม พอเห็นอาหารท้องเจ้ากรรมก็ร้องจ๊อกกกก...อย่างไม่ไว้หน้าเจ้าของเลย แก้วกินอย่างหิวโหย ส่วน ชายภัทรกินเป็นพิธีเป็นเพื่อนเธอเท่านั้น ปล่อยให้เธอกินจนอิ่ม ชายภัทรจึงถาม...

“คุณจะไม่บอกผมสักคำหรือว่า จะไปทำอะไรที่อยุธยา”

กรองแก้วตัดบทหน้านิ่งว่าคุณชายอย่ารู้เลย ชายภัทรแกล้งทำเป็นโมโห ขู่ว่าถ้าไม่บอกก็จะทิ้งให้ล้างจานอยู่ที่นี่แหละ แล้วทำท่าลุกเดินไปจริงๆ

“แก้ว...แก้วจะไปดูพ่อ พ่อเป็นอะไรก็ไม่ทราบ ตอนค่ำ พูดๆโทรศัพท์อยู่ก็เหมือน...เหมือนล้มไป

แล้วแก้วได้ยินลุงกำนันพูดว่า...พ่อชัก...” แก้วรีบบอก

ชายภัทรหน้าเสียเมื่อรู้ว่าพ่อเธอป่วย ถามว่าทำไมไม่พาพ่อมารักษาที่กรุงเทพฯ พามาที่โรงพยาบาลตนก็ได้ แก้วตอบหน้าสลดว่าตนไม่มีเงิน พ่อต้องผ่าตัดใช้เงินเป็นแสน ตนถึงต้องมาประกวดนางงามแบบนี้

“นี่หมายความว่า...เรื่องที่เธอให้สัมภาษณ์บนเวที เป็นเรื่องจริงหรือ”

เป็นคำถามที่สะเทือนใจแก้วอย่างยิ่ง เธอเสียใจที่ถูกมองว่าตนเป็นเพียงผู้หญิงที่มาโชว์ขาอ่อนและกุเรื่องมาเล่าให้กรรมการสงสารเพื่อชิงมงกุฎและโก่งค่าตัวเท่านั้น เธอฮึดขึ้นมา ลุกเดินจากไปอย่างทระนงในศักดิ์ศรี

ชายภัทรรู้สึกผิด รีบตามไปขอโทษ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะพูดอย่างนั้น

“คุณชายไม่ต้องใส่ใจแก้วหรอกค่ะ ตำแหน่งนางสาวศรีสยาม ก็เป็นแค่ภาพลวงตา แท้จริงแล้วแก้วก็เป็นแค่นางสาวกรองแก้ว ลูกภารโรงจนๆคนนึง เทียบไม่ได้เลยกับคุณชายพุฒิภัทร แห่งราชวงศ์จุฑาเทพ ที่คุณชายดูถูกแก้วก็สมควรแล้ว”

“แก้ว...” ชายภัทรสะเทือนใจจนพูดไม่ออก

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยตอกย้ำให้แก้วอยู่กับความเป็นจริง แก้วจะได้ไม่ลืมตัว” ชายภัทรขอโทษอีกครั้งที่ดูถูกเธอ“แก้วสิคะต้องเป็นคนขอโทษที่ทำให้เกียรติของคุณชายต้องมามัวหมองเพราะแก้ว ทางที่ดีคุณชายอย่าไปส่งแก้วเลย แก้วไม่อยากรบกวน” พูดแล้วยกมือไหว้เดินไป

ชายภัทรคว้ามือเธอไว้ เอ่ยขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก ขออภัยให้ตนด้วย แล้วเปิดประตูรถให้เธอขึ้น แก้วก้าวขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา นั่งนิ่งอย่างเสงี่ยมเจียมตัวไปตลอดทาง

ooooooo

เมื่อกรองแก้วหายไปจากโรงพยาบาล คุณนายใบบัวหาว่าอิงอรเอาเธอไปซ่อน อิงอรปฏิเสธว่าตนไม่รู้เรื่อง

“โกหก!” คุณนายใบบัวตวาดแล้วหันไปทางบรรดาลูกน้องของท่านพินิจที่มาด้วย “พวกคุณเป็นพยานนะ ยัยอิงอรเอายัยแก้วไปซ่อนเพื่อจะงัดข้อกับฉัน แกนึกว่าระหว่างหล่อน กะฉัน ท่านจะเชื่อใคร หา!!”

ช้อยแอบดูการทะเลาะกันใจจดจ่ออย่างเก็บรายละเอียด

คุณนายใบบัวลิ่วไปที่เซฟเฮาส์ของท่านพินิจ ขณะกำลังกดออดหน้าบ้าน อิงอรก็ตามมาถึง อิงอรกระโดดลงจากรถตรงเข้ากระชากคุณนายใบบัว ตวาด

“หยุดนะอีใบบัว!!”

ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา สุนันท์กับไกรฤกษ์เข้าช่วยอิงอรดึงทึ้งจนเสื้อผ้าคุณนายฉีกขาดแต่ก็ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งประตูเปิดออก ท่านพินิจกับชายฉกรรจ์สองคนเดินออกมา

“ใบบัว อิงอร อะไรกัน!!” ท่านพินิจตะคอกถามอย่างไม่พอใจที่ทั้งสองมาเปิดศึกกันหน้าบ้าน

ทั้งคุณนายใบบัวและอิงอรต่างหยุดกึก เข่าอ่อนทรุดลงทันที...

เมื่อซักไซ้ไล่ความจนรู้ว่ากรองแก้วหายไป คุณนายใบบัวกับอิงอรต่างโทษกันไปมา ท่านพินิจมองทั้งสองอย่างไม่ไว้ใจ สั่งเฉียบขาดให้ไปเอาตัวกรองแก้วมาให้ได้!

ooooooo

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลที่อยุธยา แก้วรีบเข้าไปในห้องผู้ป่วยหนัก เห็นกิตตินอนไม่รู้ตัวอยู่ เธอผวาเข้าไปหาพยายามร้องเรียกพ่อ แต่กิตติก็ไม่รู้สึกตัว จนพยาบาลมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว

แก้วกอดพ่อน้ำตาไหลพราก จนชายภัทรต้องบอกว่าให้กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่ เธอไม่ยอมกลับจะเฝ้าพ่อที่นี่ ชายภัทรจึงต้องอยู่เป็นเพื่อน

ระหว่างนั้น หมอที่โรงพยาบาลเชิญชายภัทรไปคุยกันในห้องหมอ แจ้งว่าก้อนเนื้องอกของกิตติใหญ่ขึ้นมาก หมอทางนี้กำลังติดต่อโรงพยาบาลที่กรุงเทพ ยังรอคำตอบอยู่ ชายภัทรเสนอให้ส่งตัวไปเลยได้ไหมตนจะรับเป็นคนไข้เอง แนะนำตัวเองว่า “ผมคือนายแพทย์หม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร จุฑาเทพ”

“ครับๆผมได้ยินชื่อคุณชายหมอมานานแล้วครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีน่ะสิครับ” คุณหมอแสดงความยินดี

แต่เมื่อแก้วรู้ เธอไม่ยอมให้เอาพ่อไปรักษาที่กรุงเทพฯ ชายภัทรถามว่าไม่อยากให้พ่อหายหรือ

“อยากค่ะ แต่แก้วก็...เป็นห่วงคุณชายด้วย...ถ้าพ่อหายแล้วคุณชายต้องลำบาก ทั้งแก้วและพ่อต้องรู้สึกผิดไปจนตายแน่ๆมันจะต้องมีหนทางที่แก้วจะรักษาพ่อได้ และไม่ทำให้คุณชายเดือดร้อนสิคะ มันต้องมี...”

“ฉันเปลี่ยนใจเธอไม่ได้เลยใช่ไหมแก้ว” ชายภัทรถามเมื่อเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของเธอ
ooooooo
ชายภัทรนั่งเป็นเพื่อนแก้วที่โรงพยาบาล เขาไม่หลับทั้งคืน แก้วหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เธอเอนซบไหล่เขาแล้วเลื่อนไหลลงมาเป็นหนุนตักโดยไม่รู้ตัว ชายภัทรปล่อยให้เธอนอนให้สบายด้วยความสงสาร...

จนรุ่งเช้า ตื่นขึ้นมา แก้วทั้งตกใจทั้งเขินที่ตัวเองนอนหนุนตักชายภัทรอยู่ รีบชวนกันไปดูพ่อเก้อๆปรากฏว่าชายภัทรเหน็บกินจนเดินไม่ถนัด ต้องช่วยกันประคับ ประคองไปกันขำๆเขินๆ

แต่แล้วแก้วก็ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นพยาบาลเข็นเตียงที่กิตตินอนออกมามีสายระโยงระยาง พยาบาลบอกว่าเมื่อเช้ากิตติความดันเลือดต่ำกะทันหันและมีอาการชัก แก้วตกใจร้องไห้อย่างหนักจนชายภัทรสงสารกอดปลอบไม่รู้ตัว

เวลาเดียวกัน มารตีมาที่โรงพยาบาลถามหาชายภัทร ช้อยที่เธอวางสายไว้ให้จับตาดูชายภัทร แอบรายงานว่า พอกรองแก้วโวยวายจะออกจากโรงพยาบาล ชายภัทรก็มาราวกับรู้กัน จากนั้นก็หายไปด้วยกันทั้งสองคน ติดต่อก็ไม่ได้

มารตีฟังช้อยรายงานแล้วเครียด ระแวงชายภัทรไปต่างๆนานา
อาการของกิตติทรุดลง ชายภัทรเสนอให้เอาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเขาอีกครั้ง แต่หมอที่นี่บอกว่าร่างกายคนไข้อ่อนแอมาก ต้องรอให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีอาการแทรกซ้อนค่อยพิจารณา ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ชายภัทรเสนอให้แก้วกลับกรุงเทพฯก่อนดีไหม เธอบอกให้เขากลับไปก่อนเพราะต้องทำงาน แต่ชายภัทรไม่มั่นใจในความปลอดภัยของเธอ เชื่อว่าเวลานี้ท่านพินิจอาจจะกำลังพลิกแผ่นดินตามหาเธออยู่

“ถ้าอย่างนั้น ทำไมแก้วต้องกลับไปพระนครอีก แก้วก็อยู่ให้ห่างจากเขาที่นี่ไม่ดีกว่าเหรอ”

“อยู่ห่างไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยนะแก้ว ท่านพินิจมีหูมีตาแทรกซึมอยู่ทั้งแผ่นดิน แก้วคิดว่าเขาจะหาไม่เจอหรือ แล้วแก้วคิดว่าแก้วคนเดียวจะดูแลตัวเองได้อย่างนั้นหรือ... ถ้าพวกนั้นรู้เรื่องพ่อแก้ว ฉันห่วงว่าพ่อแก้วจะลำบากไปด้วย”

แก้วสับสนมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ชายภัทรขอให้เธอห่วงตัวเองก่อน เพราะถ้าเธอปลอดภัยพ่อก็จะปลอดภัยและเมื่อเธอปลอดภัยแล้วจะมาเยี่ยมพ่อเมื่อไรก็ได้ รับปากว่าตนจะพาเธอมาเอง ให้ความหวังว่า

“ถ้าพ่อแก้วแข็งแรง พร้อมจะเข้ากรุงเทพฯ เมื่อไหร่ ฉันจะดูแลและผ่าตัดให้ แต่ก่อนอื่น ตัวแก้วจะต้องปลอดภัยก่อนเข้าใจไหม”

แก้วซาบซึ้งใจในความปรารถนาดีของชายภัทร ชายภัทรขอให้เธอเชื่อใจตน ไว้ใจตน และให้สัญญาว่า “ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างแก้ว จะไม่ทอดทิ้งให้แก้วต้องลำบากตามลำพังแน่นอน” เมื่อแก้วหลบตาอย่างยอมรับ ชายภัทรเสนอว่า “ก่อนอื่น ฉันจะต้องหาที่ปลอดภัย ที่คนพวกนั้นยื่นมือมาไม่ถึง ให้เธอพักอาศัยก่อน”

ooooooo

ที่ที่ปลอดภัยที่ชายภัทรพากรองแก้วไปอยู่ คือร้านขนมไทยของเกษรานั่นเอง

เกษรากับชินกรที่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับนางงามศรีสยามพอรู้เรื่องบ้าง เมื่อชายภัทรเล่ารายละเอียดให้ฟังว่าหลังได้รับตำแหน่งนางสาวศรีสยาม  เธอก็ถูกขายให้ท่านพินิจ จึงยิ่งเข้าใจ เห็นใจแก้ว

“คนที่ทำกับผู้หญิงเหมือนเป็นวัตถุสิ่งของ เหมือนผู้หญิงไม่มีหัวจิตหัวใจของความเป็นมนุษย์ คนพวกนั้นก็ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นมนุษย์เช่นกัน ไม่ต้องห่วงนะคะคุณชาย ดิฉันจะไม่ยอมให้พวกแม่เล้านายหน้าพวกนั้นมาเอาตัวแก้วไปสังเวยใครเด็ดขาด” เกษราพูดอย่างรับไม่ได้

“ส่วนกรณีของพ่อเธอ ฉันจะติดตามแล้วจะมาบอกให้เธอรู้ทุกระยะ” ชายภัทรบอกให้แก้ววางใจ

แก้วซาบซึ้งใจจนจะก้มกราบทั้งชายภัทร ชินกรและเกษรา ชายภัทรรีบจับไว้ แก้วบอกทั้งสามว่า ระหว่างอยู่ที่นี่ ตนจะเป็นลูกมือช่วยเกษราทำขนมไปด้วย

“เฮ้อ...คุณชายภัทรคะ ดิฉันเข้าใจแล้วว่า ทำไมคุณชายถึงต้องช่วยแก้ว แก้วจ๊ะ อย่าร้องไห้อีกเลย ความเข้มแข็งและวิธีต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดของเธอน่าประทับใจมาก ฉันชื่นชมเธอจริงๆ จากนี้ไป ถ้าเธออยากหลุดพ้นจากคนพวกนั้น เธอต้องมีมากกว่าความกล้าบ้าบิ่น แต่ตอนนี้ แก้วมากับฉันก่อนดีกว่า ไปล้างหน้าล้างตากัน”

เมื่อเกษราพาแก้วออกไปแล้ว ชินกรถามชายภัทรว่า แล้วมารตีว่าอย่างไรกับเรื่องนี้ ชายภัทรขออย่าให้ใครรู้ว่าแก้วมาอยู่ที่นี่โดยเฉพาะมารตี ตนไม่อยากมีปัญหา

“คุณชาย...ผมไม่เคยนึกเลยว่าคุณชายจะมีวันนี้” ชินกรหัวเราะเป็นนัย

“เอ่อ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ” ชายภัทรอึกอักหน้าแดงไม่รู้ตัว...

เขินๆกับเรื่องหัวใจไม่ทันไร ชายภัทรก็ต้องมาเผชิญหน้ากับอิงอรและลูกๆที่โรงพยาบาล อิงอรพาลูกมาคุกคามว่า ชายภัทรรู้เห็นเป็นใจเรื่องกรองแก้วหายตัวไปจากโรงพยาบาล ไกรฤกษ์ใช้นิสัยเถื่อนๆ จะเข้าทำร้ายชายภัทร ดีที่มารตีมาเจอถามว่ามีเรื่องอะไรกัน จ้องหน้าพวกอิงอรถามว่าจะทำอะไรคุณชายหมอ

อิงอรเห็นท่าไม่ดีจึงพาลูกๆกลับ และเมื่ออิงอรกลับไปแล้ว มารตีก็หันมาคาดคั้นกับชายภัทรว่าหายไปไหนมา
“ธุระส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องบอกใคร ไปทำหน้าที่ของตัวเองดีกว่าน้องมารตี” ชายภัทรตัดบทแล้วเดินแยก ไปทันที
“ทำไมถึงบอกไม่ได้ มันเป็นความลับทางราชการรึไง” มารตีฮึดฮัดแต่ไม่กล้าหือ

ooooooo

แม้ชินกรจะเห็นใจแก้ว แต่ก็กังวลใจถามเกษราว่าจะปกปิดไม่บอกใครเรื่องนี้หรือเปล่า เธอบอกว่าไม่ถ้าใครถามก็จะตอบตามตรง

“เกษไม่กลัวมีปัญหากับน้องสาวหรือ คุณมารตีคิดยังไงกับคุณชายภัทร เกษก็รู้”

“เกษไม่ได้ทำอะไรผิด เกษช่วยแก้วเพราะมนุษยธรรม ลูกกระต่ายบาดเจ็บมา จะให้เกษใจร้ายใจดำปล่อยให้ไปตายต่อหน้าต่อตาเหรอคะ ถ้ายัยมารตีจะหึงหน้ามืดตามัวอย่างนั้น เกษก็คงต้องยอมให้น้องโกรธไปค่ะ และ สำหรับคุณชายภัทร ลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับ หากบริสุทธิ์ใจแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวค่ะ”

เกษราตอบอย่างหนักแน่นมั่นใจ ชินกรถามอีกว่า คนที่ตามล่าตัวแก้วคือท่านพินิจ เธอไม่กลัวหรือ

“อำนาจของเขาเกิดจากความกลัวของคน แต่ถ้าเรายืนหยัดเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม ไม่โอนอ่อนให้อำนาจอันไม่ชอบธรรม เขาก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวอีกเลย แล้วคุณล่ะคะ กลัวไหม”

“คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้ว...ผมภูมิใจจริงๆที่แต่งงานกับคุณ”

ขณะนั้นเอง ป้าแย้มถือหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวตัวไม้ว่า “น.ส.ศรีสยามหายตัว กองประกวดพิจารณาตัดสิทธิ์” เข้ามาให้ดู เกษราให้แก้วอ่าน ถามว่าตั้งแต่ประกวดเสร็จเธอไม่ได้ไปติดต่อกับกองประกวดเลยหรือ

“ค่ะ...คือแก้วไม่อยากถูกขายให้กับท่านพินิจ ก็เลยแกล้งป่วยมาตลอด ไม่คิดว่าทางกองประกวดจะมีปัญหา แล้วถ้าเขาตัดสิทธิ์แก้วจริงๆ จะเป็นยังไงคะ” แก้วหน้าซีดตกใจ

ป้าแย้มบอกว่าเขาก็ยึดมงกุฎขันทองกับเงินรางวัลคืน แก้วยิ่งตกใจที่จะไม่มีเงินมารักษาพ่อ ชินกรปลอบใจว่าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเพราะชายภัทรรับพ่อเธอเป็นคนไข้ในความดูแลแล้ว แก้วไม่จำเป็นต้องสนใจเงินรางวัลอีก

“ใช่...แต่ยังไงฉันว่าแก้วก็ควรติดต่อกลับไป อย่าง น้อยก็ต้องขอโทษ เพราะคงจะมีคนวุ่นวายเรื่องที่แก้วหายตัวไปไม่น้อยแน่ “เกษราเสนอแนะ แก้วฟังแล้วเห็น ด้วย เพราะเธอไม่ต้องการให้ใครมาเดือดร้อนเพราะการกระทำของตน

แก้วตัดสินใจโทร.ไปที่กองประกวด พอทีมงานรู้ว่ากรองแก้วโทร.มาก็ดีใจมาก  ถามว่ารู้ไหมว่าหนูขาดงานไปกี่งานแล้ว จะกลับมาทำงานได้หรือยัง ถามว่าวันนี้เขาจะไปทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้ากันจะไปไหม

ทันใดนั้น อิงอรมาดึงโทรศัพท์จากทีมงานเดินเลี่ยงไปคุยเอง เปิดฉากด่าแก้วว่าเนรคุณ อกตัญญู วัวลืมตีน แก้วโต้ว่า ที่ตนทำเพราะอิงอรจะขายตนให้กับท่าน บอกว่าเงินที่อิงอรเคยลงทุนมาตนจะใช้ให้ทุกบาททุกสตางค์
อิงอรขู่ว่าถ้าวันนี้เธอไม่ไปงานเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า  กองประกวดจะต้องถูกปรับ คนดีๆ จะต้องมาเป็นหนี้สินเพราะเธอ และเด็กกำพร้าที่นี่ก็จะไม่ได้รับเงินบริจาคเลยสักบาทเดียว เด็กๆที่ควรจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องพังพินาศเพราะเธอ เธอมันคนเห็นแก่ตัว เอาตัวเองรอดสุขสบาย ใครจะเป็นจะตายก็ช่างมัน ใช่ไหม!

แก้วฟังแล้วใจหายบอกว่าตนไม่ใช่คนอย่างนั้น อิงอรคาดคั้นทันที “งั้นบอกมาว่าเธอจะมางานนี้หรือไม่มา!!”

วางสายแล้ว แก้วบอกเกษราว่าตนจะไปงานการกุศลเพื่อเด็กกำพร้าวันนี้ ชินกรติงว่าจะไปได้อย่างไร ท่านพินิจต้องสั่งคนมารอจับตัวเธอแน่ๆ แก้วบอกว่าถ้าตนไม่ไปจะมีคนต้องเดือดร้อนมากมาย ขอร้องชินกรให้ช่วยตนด้วย

ส่วนอิงอร พอวางสายจากกรองแก้วก็บอกกับทีมงานอย่างมั่นใจว่ากรองแก้วจะมาออกงานแน่ จากนั้นสั่งลูกทั้งสองของตนให้เตรียมคนไว้ให้พร้อม กำชับว่า “นังแก้วมันโผล่มาพวกแกต้องจับตัวมันให้ได้ อย่าให้มันหนีและอย่าให้อีนังคุณนายใบบัวตัดหน้าไปได้”

สั่งลูกทั้งสองแล้ว อิงอรพึมพำอย่างสะใจว่า “นังแก้ว...เล่นกะใครไม่เล่น คราวนี้ล่ะแก...!!”

ooooooo   

 อ่านต่อ