| โดย อาจารย์ รุ่งทิพย์ อมรวชิรวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผลิตภัณฑ์พิมพ์สกรีนเสื้อผ้า หจก. เอส. เค. สีและเคมี ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมบล็อกสกรีน นำบล็อกสกรีนที่ขึงผ้าสกรีนเสร็จแล้ว มาทำความสะอาดไขผ้าและฝุ่นละอองที่ติดตามผ้าสกรีนให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างไขผ้าสกรีน วิธีทำความสะอาด ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาล้างไขผ้า 2 ชิ้น บิดให้แห้งหมาด นำผ้าประกบบล็อกที่ขึงผ้าแล้ว ใช้ผ้าที่ชุบนำยาขัดถูเป็นวงกลมไม่ต้องออกแรงมากเพราะอาจจะทำให้ผ้าสกรีนที่ขึงแล้วหย่อนได้ ข้อสังเกต ทั้งนี้อาจจะใช้ทินเนอร์ทำความสะอาดแทนก็ได้ แต่ทินเนอร์เป็นสารละลายโซเว้นท์ที่อาจจะทำลายโครงสร้างของผ้าสกรีนได้ ซึ่งจะทำให้ความตึงของผ้าสกรีนไม่เสถียรเท่าที่ควรและไม่ทนทานต่อการใช้งานนานๆ ขั้นตอนที่ 2 การโค้ตกาวถ่ายบล็อกเลือกกาวถ่ายบล็อกให้เหมาะสมกับประเภทของสีที่ต้องการใช้ เช่น กาวถ่ายบล็อกสีฟ้าและกาวถ่ายบล็อกสีม่วงเหมาะสำหรับสีพิมพ์สูตรน้ำ ส่วนกาวถ่ายบล็อกสีชมพูเหมาะกับสีพิมพ์สูตรน้ำมัน วิธีผสมกาวถ่ายกับน้ำยาไวแสง การผสมกาวถ่ายบล็อกกับน้ำยาไวแสง โดยทั่วไปจะใช้อัตราส่วนผสม 1 ต่อ 10 หรือ 1 ต่อ 5 ขึ้นอยู่กับความข้นเหลวของกาวและความเข้มข้นของมวลสารในสารละลายไวแสง ผกผันกันดังนี้ กรณีที่ใช้เครื่องถ่ายบล็อกลมดูด หลอดไฟเมททัลฮาร์ไลท์ 3,000 วัตต์ 1. บล็อกสกรีนที่ต้องการพิมพ์หลายสี
2. บล็อกสกรีนที่ต้องการพิมพ์ออฟเซ็ท
ข้อสังเกต 1. ควรผสมกาวแล้วคนเบาๆ ช้า ๆ เพื่อไม่ให้ฟองอากาศเข้าไปในกาวมากนัก 2. ควรผสมกาวและไวแสง ก่อนใช้ 15 นาที เป็นอย่างน้อย 3. กาวที่ผสมไวแสงแล้วเก็บไว้ได้ถึง 7 วัน 4. แหล่งกำเนิดแสง ระยะห่างของหลอดไฟกับกระจก มีผลต่อการกำหนดอัตราส่วนของไวแสงและระยะเวลาถ่าย ซึ่งอาจจะต้องกำหนดขึ้นมาเองตาม สัดส่วนที่ผกผันกัน 5. ในกาวถ่ายชนิดเดียวกัน เราสามารถลดหรือเพิ่มไวแสงและเวลาซึ่งกันและกันได้ เช่น ถ้าใส่ไวแสงมากเวลาก็จะใช้น้อยลง และถ้าใส่ไวแสงน้อยก็ต้อง เพิ่มเวลาถ่ายบล็อก เป็นต้น วิธีโค้ตกาวถ่ายบล็อกให้ได้กาวถ่ายบล็อก ขั้นตอนที่ 3 การอบบล็อกสกรีนก่อนถ่าย นำบล็อกสกรีนที่โค้ตกาวแล้วมาอบที่เครื่องอบบล็อกสกรีน วิธีอบบล็อกสกรีน บล็อกสกรีนหลายสีจะใช้เวลาอบบล็อกมากกว่าบล็อกสกรีนเม็ดสกรีนออฟเซ็ท
ข้อสังเกต 1.หากไม่มีเครื่องอบบล็อกให้ใช้พัดลมเป่าก็ได้ แต่จะต้องระวังไม่ให้ฝุ่นละอองปลิวมาติดกาวถ่ายเพราะอาจจะทำให้กาวถ่ายที่โค้ตไว้เป็นเม็ด ซึ่งจะมีผลเสียต่อการถ่ายบล็อก 2.หากใช้พัดลมเป่าแทนเครื่องอบบล็อกจะต้องอบบล็อกสกรีนหลายสีให้แห้ง แต่บล็อกออฟเซ็ทควรแห้งหมาดเท่านั้น เพราะถ้าให้แห้งมากจะไม่สามารถล้าง ลายออกได้ดี ขั้นตอนที่ 4 การวางตำแหน่งแบบในบล็อกสกรีน บริเวณที่ผ้าสกรีนขึงบนบล็อกทุกตารางนิ้วจะมีความตึงไม่เท่ากันอย่างทั่วถึง บริเวณที่ใกล้กับกรอบจะมีความตึงสูงกว่าบริเวณพื้นที่ส่วนกลางบล็อก เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่จะใช้วางจะต้องกำหนดพื้นที่วางลายพิมพ์ที่เหมาะสม วิธีโค้ตกาวถ่ายบล็อก 1. นำบล็อกสกรีนที่ขึงผ้าสกรีนเรียบร้อยมาวางพาดด้านในบล็อกขึ้นโดยบล็อกวางเฉียงกับพื้นโต๊ะปราณ45º | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 2. นำกาวถ่ายบล็อกที่ผสมน้ำยาไว้แล้วเทใสรางปาดกาวเป็นแนวยาวตามรางปาดกาวที่เตรียมไว้ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 2. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3. นำรางปาดกาวแนบกับผ้าสกรีนด้านในบล็อกบริเวณด้านล่างแล้วลากรางปาดกาวขึ้น เมื่อปาดเสร็จให้ช้อนกาวกลับเข้าไปในรางเช่นเดิมแล้วนำรางปาดกาวถ่าย บล็อกเช่น ตอนแรกทำเช่นนี้ 2-3 เที่ยว | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 5. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 4. พลิกบล็อกสกรีนด้านหลังบล็อกขึ้นมา แล้วนำรางปาดกาวที่ใส่กาวถ่ายบล็อกไว้แล้วปาดกาวลงไปเช่นเดียวกับข้อ 3 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 7. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 9. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อสังเกต 1. การโค้ตกาวถ่ายบล็อกจะต้องโค้ตกาวจากด้านในบล็อกก่อนด้านในบล็อก 2. การโค้ตกาวจะโค้ตกาวเพียงทางเดียวคือโค้ตกาวขึ้นจากล่างขึ้นบนเท่านั้น 3. การโค้ตกาวให้เรียบเนียนจะมีผลดีในการถ่ายบล็อก วิธีวางตำแหน่งแบบในบล็อกสกรีน ให้วางตำแหน่งลายที่ต้องการถ่าย ให้ห่างจากกรอบด้านข้างทั้งสองด้านและด้านบนมากกว่า 2.5 นิ้ว ส่วนด้านล่างควรห่างอย่างต่ำ 4 นิ้ว | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อสังเกต การวางตำแหน่งลายพิมพ์ชิดกรอบมากเกินไป อาจจะทำให้ลายพิมพ์สกรีนที่บริเวณใกล้กับกรอบบิดเบี้ยวได้ ขั้นตอนที่ 5 การถ่ายบล็อกด้วยแสง การถ่ายบล็อกด้วยแสง หมายถึง การที่ให้ลำแสงจากหลอดไฟพุ่งผ่านฟิล์มที่บังไว้ไปกระทบกับกาวถ่ายบล็อกที่เคลือบอยู่บนบล็อกสกรีนให้กาวถ่ายบริเวณที่ถูกแสงแข็งตัว ส่วนกาวถ่ายบล็อกที่มีเงาดำของลายพิมพ์บนฟิล์ม แสงจะไม่วิ่งผ่านทำให้กาวที่บริเวณนี้ไม่แข็งตัว | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ปัจจัยการถ่ายบล็อกสกรีน 1. ถ่ายบล็อกจากแหล่งกำเนิดแสงหลายจุด หลอดที่มีแหล่งกำเนิดแสงหลายจุดส่วนใหญ่จะเป็นหลอดที่มีกำลังไฟต่ำ เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ การที่หลอด มี กำลังไฟต่ำจึงทำให้ต้องใช้หลอดหลายๆ หลอด ซึ่งในแต่ละหลอดจะพุ่งแสงที่หักเหกันไม่เป็นระเบียบ และเมื่อมีหลายหลอดจึงทำให้ลำแสงที่พุ่งออกมาไม่ เป็นระเบียบมากขึ้น และจะทำให้แสงส่องเฉียงเข้าไปในขอบที่ฟิล์มดำบังอยู่ ซึ่งจะเป็นเหตุให้ลายพิมพ์ไม่คมชัด | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 2. ถ่ายบล็อกจากแหล่งกำเนิดแสงจุดเดียว หลอดที่มีแหล่งกำเนิดแสงจุดเดียวได้แก่หลอดเมททัลฮาร์ไลด์ แสงที่พุ่งออกมาจะเป็นระเบียบ ซึ่งแสงจะสามารถ ส่องเฉียงเข้าไปในขอบฟิล์มดำได้เล็กน้อย ทำให้ได้ลวดลายที่คมชัดมากกว่าการถ่ายบล็อกจากหลอดที่มีแหล่งกำเนิดแสงหลายจุด และแหล่งกำเนิดแสงชนิด นี้ก็มีกำลังไฟสูงจึงไม่ต้องใช้หลอดไฟหลายหลอด | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3. ถ่ายบล็อกด้วยตู้ถ่ายบล็อกไม่มีลมดูด จะได้บล็อคที่ไม่คมชัด เนื่องจากแสงจะสะท้อนหักเหไปมาได้ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 4. ถ่ายบล็อกด้วยเครื่องถ่ายบล็อกมีลมดูด จะได้ลายบนบล็อกสกรีนที่คมชัดกว่า เนื่องจากแสงจะไม่สามารถหักเหได้เลย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วิธีการถ่ายบล็อกสกรีนหลายสีและออฟเซ็ท 1. ทำความสะอาดหน้ากระจกเครื่องถ่ายบล็อกก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้คราบสกปรกหรือฝุ่นละอองติดไปกับการถ่ายบล็อก นำหลักบังคับ 2 หลัก ไปวางบนหน้ากระจกให้บล็อกที่มีบังคับบล็อกแล้วสามารถสอดใส่ได้พอดี 2. นำฟิล์มที่เตรียมไว้วางบนหน้ากระจกแล้วติดเทปใสกันฟิล์มเคลื่อนไว้ด้วย 3. นำบล็อกที่ใส่บังคับบล็อกและอบกาวแห้งแล้วมาวางหงายบนฟิล์ม โดยให้ตำแหน่งฟิล์มอยู่กึ่งกลางบล็อก ระวังให้ส่วนล่างของลายห่าง จากกรอบสกรีนมากกว่า 4 นิ้ว เสมอ เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับพักสีได้ 4. ปิดฝาเครื่องถ่ายบล็อก เปิดสวิทช์ลมดูด ให้บล็อกแนบกับกับฟิล์ม 5. ตั้งเวลาการถ่ายบล็อกตามชนิดของกาว ตามตารางเรื่องการผสมกาวและไวแสง 6. นำบล็อกไปล้างลายออกที่เครื่องล้างบล็อก 7. ตัดมาร์คฟิล์มแผ่นแรกที่ถ่ายแล้ว ให้ค้างไว้ที่หน้ากระจก แล้วนำฟิล์มแผ่นต่อไปที่ต้องการถ่ายมาวาง ให้มาร์คของฟิล์มใหม่ทับมาร์คของฟิล์ม เก่าให้สนิท 8. นำบล็อกใบต่อไปใส่ในหลักบังคับที่หน้ากระจก แล้วเปิดสวิทช์ลมดูด ตั้งเวลา และถ่ายแสงเช่นเดียวกับการถ่ายบล็อกใบแรก ทำเช่นนี้จนครบ ทุกบล็อก ข้อสังเกต 1.จำนวนบล็อกที่จะต้องถ่ายจะขึ้นอยู่กับจำนวนฟิล์มที่แยกสีออกมา 2.เวลาในการถ่ายบล็อกแต่ละประเภทจะไม่เท่ากัน ให้ดูเรื่องเวลาที่ใช้ในการถ่ายบล็อกในตารางการผสมกาวกับน้ำยาไวแสง 3.เวลาที่ใช้ในการถ่ายลายเล็กจะใช้น้อยกว่าลายใหญ่ ๆ เช่น ลายเล็กถ่าย 10 วินาที ลายใหญ่ถ่าย 20 วินาที เป็นต้น 4.เวลาที่ใช้ถ่ายลายที่มีรายละเอียดมากๆ จะใช้เวลาน้อยกว่าลายที่มีรายละเอียดหยาบ ๆ 5.แหล่งกำเนิดแสงจากหลอดเมลทัลฮาร์ไลด์ถ่ายบล็อกได้ดีกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ เพราะจะได้ภาพที่คมชัดกว่า 6.เครื่องถ่ายบล็อกที่มีลมดูดจะทำให้ถ่ายได้คมชัดกว่าเครื่องถ่ายบล็อกที่ไม่มีลมดูด เพราะฟิล์มและบล็อกในเครื่องถ่ายบล็อกที่มีลมดูดจะแนบสนิทกันกระจก ทำให้ ไม่เกิดการหักเหของแสงได้เลย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ขั้นตอนที่ 6 การล้างลาย เป็นการล้างเอากาวถ่ายบล็อกที่ยังไม่ถูกแสงเนื่องจาถูกฟิล์มดำบังไว้ออก โดยการใช้น้ำฉีดออก ให้เหลือเฉพาะบริเวณที่ทำปฏิกิริยากับแสงแล้ว ซึ่งเมื่อกาวที่ถูกล้างออกไปแล้วก็จะเกิดเป็นลายฉลุโปร่ง สีหรือหมึกพิมพ์สามารถลอดผ่านไปได้ วิธีล้างลาย 1.อย่าเพิ่งเปิดไฟ ให้ใช้น้ำชโลมบล็อกให้เปียกก่อนแล้วเปิดไฟ จะสังเกตเห็นว่าบล็อกที่เปียกน้ำแล้วบริเวณที่เป็นลายสกรีนจะบวมน้ำขึ้น ให้ใช้น้ำในเครื่อง ล้างบล็อกล้างลายออก ควบคุมอย่าให้น้ำแรงมาก หรือจะใช้กระบอกฉีดน้ำแทนก็ได้ การฉีดน้ำเพื่อล้างลายในครั้งแรกให้ฉีดหลังบล็อกก่อน แล้วกลับบล็อกมา ฉีดอีกด้านหนึ่ง เปิดไฟหลังเครื่องล้างบล็อก ตรวจเช็คดูว่ากาวถ่ายบล็อกออกหมดแล้วหรือยัง ถ้ายังเห็นว่ายังมีคราบกาวที่ไม่ถูกแสงเหลืออยู่ก็ให้ฉีดซ้ำได้ ไม่ควรใช้น้ำแรงในขั้นตอนนี้ หรืออาจจะใช้กระบอกฉีดน้ำฉีดออกก็ได้ 2.นำบล็อกไปอบที่เครื่องอบบล็อกให้แห้งสนิท ที่อุณหภูมิ 80-90 0c เวลา 20 นาที หากไม่มีให้ใช้พัดลมหรือไดร์เป่าให้แห้งสนิท | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อสังเกต 1.หลังจากถ่ายบล็อกเสร็จแล้ว ถ้าหากเปิดไฟเลย แสงจากหลอดนีออนจะทำปฏิกิริยากับไวแสงของบล็อกต่อได้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้กาวแข็งตัวขึ้นได้ ทั้ง บริเวณที่โดนแสงแล้วในเครื่องถ่ายบล็อกและบริเวณที่ไม่โดนแสง 2.หากล้างลายที่เป็นงานเม็ดสกรีนออฟเซ็ท อย่าใช้แรงน้ำที่แรงมาก การใช้กระบอกฉีดน้ำฉีดออกดูเหมือนว่าจะเหมาะสมกว่าการใช้แรงน้ำจากหัวฉีดน้ำของ เครื่องล้างบล็อก ขั้นตอนที่ 7 การเคลือบบล็อก เป็นการเคลือบบล็อกด้วยสารเคมีเพื่อให้กาวถ่ายบล็อกมีความคงทนขึ้น วิธีเคลือบบล็อก การเคลือบบล็อกชั่วคราว1.ใส่ถุงมือกันสารเคมีกัด 2.นำผ้าชุบน้ำยาเคลือบบล็อก เช็ดด้านหน้าและด้านหลังบล็อกให้ทั่ว 3.อบบล็อกให้แห้ง โดยใช้อุณหภูมิ 120 0c เวลา 25 นาที จะล้างน้ำออกหรือไม่ล้างน้ำก็ได้ การเคลือบบล็อกถาวร 1.ใส่ถุงมือกับสารเคมีกัด 2.นำผ้าชุบน้ำยาไวแสง เช็ดด้านหน้าและด้านหลังบล็อกให้ทั่ว 3.อบบล็อกให้แห้ง โดยใช้อุณหภูมิ 50 0c เวลา 20 นาที แล้วนำเข้าเครื่องถ่ายบล็อกอีกครั้ง ถ่ายแสง ทั้งสองข้าง ข้างละ 10 วินาที 4.ล้างน้ำออกให้สะอาด ข้อสังเกต 1.น้ำยาเคลือบบล็อกที่มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีกลิ่น มีคุณสมบัติเป็นกรด ทำให้ต้องสวมถุงมือยางเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยากัดมือ 2.การเคลือบบล็อกด้วยน้ำยาเคลือบบล็อกเป็นการเคลือบบล็อกเพื่อให้บล็อกทนน้ำในการพิมพ์สกรีนด้วยสีพิมพ์สกรีนสูตรน้ำ 3.การเคลือบบล็อกด้วยไวแสง ไวแสงเป็นสารอันตรายก่อมะเร็งได้ จึงต้องสวมถุงมือก่อนที่จะสัมผัสโดยตรง 4.กาวถ่ายบล็อกสีชมพูไม่นิยมใช้กับน้ำยาเคลือบบล็อก เพราะกาวถ่ายบล็อกสีชมพูจะใช้ในการพิมพ์สกรีนสีน้ำมัน ซึ่งการพิมพ์สีน้ำมันจะใช้ผ้าสกรีนที่มีความละเอียด เส้นใยเล็ก ดังนั้น น้ำยาเคลือบบล็อกที่มีคุณสมบัติเป็นกรด จึงอาจจะทำให้ผ้าสกรีนขาดได้ และหากต้องการที่จะเคลือบบล็อกให้ทนทานขึ้น จึงนิยมใช้น้ำยาไวแสงเคลือบบล็อกแทน ขั้นตอนที่ 8 การเก็บบล็อกเพื่อเตรียมพิมพ์ เป็นขั้นตอนที่จะต้องเก็บกรอบที่มีรอยแม็กช์ยิงให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้คราบสีไปเกาะตามรอยแม็กช์ยิง ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้สีที่ค้างอยู่ไปทำให้ชิ้นงานอื่นที่ต้องการพิมพ์เปื้อนได้ รวมถึงเพื่อให้ถือบล็อกได้สะดวก และรักษาผ้าที่มีรอยแม็กช์ยิงขาดบางส่วนให้คงทนขึ้น ในกรณีที่ใช้กาวทากรอบบล็อกแทนก็ต้องเก็บงานที่กรอบให้เรียบร้อยเช่นกัน เพราะกาวทากรอบบล็อกไม่ทนน้ำมัน ถึงจะทนน้ำก็ไม่มากนัก วิธีการติดเทป 1. ติดเทป OPP สีน้ำตาล หรือกระดาษกาวน้ำขนาดกว้าง 2 นิ้ว โดยติดด้านในทั้งสี่ด้านก่อน ให้ปิดเลยกรอบในของบล็อกสกรีนเข้าไปบริเวณที่ผ้าขึงไว้ 1 นิ้ว โดยให้ปิดด้านในก่อน | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 5. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 7. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 2. ติดเทปหรือกระดาษด้านหลังบล็อกทั้งสี่มุม โดยให้ขอบเทปหรือกระดาษด้านนี้ตรงกับอีกด้านหนึ่ง | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 9. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 11. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 13. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 15. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3.ติดกรอบนอกทั้งสี่ด้านให้มิดชิด | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 17. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ข้อสังเกตเทปหรือกระดาษที่เลือกใช้ควรเป็นชนิดดีหรือเหนียวมาก เพราะบล็อกที่ทำงานเสร็จแล้วจะต้องใช้น้ำมันหรือน้ำล้างเป็นประจำ ขั้นตอนที่ 9 การล้างกาวถ่ายบล็อกออกเป็นการล้างกาวถ่ายบล็อกออก เพื่อนำบล็อกกลับมาใช้ใหม่ การล้างนี้จะใช้ได้เฉพาะการกาวถ่ายบล็อกที่ยังไม่ได้เคลือบหรือที่เคลือบแบบชั่วคราวมาเท่านั้น วิธีการล้างกาวถ่ายบล็อกออก1. ล้างโดยใช้คลอรีน ทำบล็อกสกรีนให้เปียกน้ำก่อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โรยคลอรีนด้านในบล็อกเพียงด้านเดียวให้ทั่ว สวมถุงมือยางเกลี่ยคลอรีนให้ทั่ว ทิ้งไว้ 25 นาที ล้างน้ำออก สวมถุงมือยางขัดถูด้วย 2. ล้างโดยคลอรีนและโซดาไฟ ให้ผสมคลอรีนและโซดาไฟ ในอัตราส่วน 70 ต่อ 30 ให้เข้ากัน โรยให้ทั่ว สวมถุงมือยางเกลี่ยให้ทั่วบล็อก ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างน้ำออก สวมถุงมือยางขัดถูด้วย3. ล้างด้วยผงล้างบล็อกสังเคราะห์ ใช้มือเปล่าในการโรยผงล้างบล็อกหรือจะสวมถุงมือยางก็ได้ เมื่อโรยเสร็จแล้วสามารถล้างกาวถ่ายบล็อกออกได้เลย4. หากบล็อกยังมีคราบกาวถ่ายบล็อกติดอยู่บ้างให้ใช้น้ำยาขัดบล็อกขัดคราบกาวเบา ๆ ออกได้ ข้อสังเกต1. ผงล้างบล็อกเป็นสารล้างบล็อกที่มีความปลอดภัยที่สุด ไม่กัดมือ ไม่มีกลิ่น และมีคุณสมบัติในการกัดกาวถ่ายบล็อกได้ดีมาก บล็อกใสไม่เป็นฝ้าขาวที่เส้นใย2. หากใช้คลอรีนแช่นานเกินไป จะเกิดฝ้าขาว ๆ ที่ผ้าสกรีน จะต้องใช้น้ำยาขัดบล็อกเช็ดออก *ข้อมูลทั้งหมดที่ระบุไว้ในบทความข้างต้นนี้ รวมทั้งคำแนะนำต่าง ๆ ล้วนแต่มีพื้นฐานมาจากความรู้และความเข้าใจในปัจจุบันของผู้เขียนทั้งสิ้น และถือได้ว่าความรู้ดังกล่าวมีความถูกต้องแม่นยำแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนยังไม่สามารถให้การรับประกันความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลและคำแนะนำดังกล่าวได้ในทุก ๆ กรณี เนื่องจากผู้เขียนไม่อาจคาดคะเนได้ว่าผู้อ่านจะนำข้อมูลหรือคำแนะนำ ไปใช้เมื่อใด ทางด้านใดบ้าง และมีปัจจัยอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและผู้เขียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูล และคำแนะนำข้างต้นตลอดเวลาด้วยโดยไม่มีการแจ้างให้ทราบล่วงหน้า* ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก |
เพ้นท์เสื้อขาย( ้hands made shirt )Pages
Wednesday, August 10, 2011
วิีธีการถ่ายบล็อกสกรีนและการอัดกาวอย่างมืออาชีพ
ถาม ตอบ เกี่ยวกับการอัดบล็คสกรีน
ถาม ผมอยากรู้ว่าด้านหน้าด้านหลังของบล็อคคือส่วนไหนและเวลาใช้นำฉีดด้านไหนครับขอบคุณครับ
ตอบ เวลาคุณพิมพ์งาน คุณเห็นด้านไหน ด้านนั้นก็คือ ด้านหน้านั่นแหล่ะครับ ด้านไหนที่คุณมองไม่เห็นเวลาทำงานนั่นก็คือด้านหลัง
เวลาฉีดบล็อก บอกไม่ได้ว่าฉีดด้านไหน มันขึ้นอยู่กับเหตุผลของงานนั้นๆ ครับ
อย่างเช่น อัดบล็อกพิมพ์งานกากเพชร ผมมักให้กาวอัดอยู่ด้านหน้าหรือ (ด้านใน) เพราะ เม็ดกากเพชรจะได้ไม่ติดบล็อกเยอะ และจะพิมพ์ลื่นกว่าเพราะไม่มีร่องคลื่นของเส้นด้ายผ้าซิลค์ แถมยังถนอมการสึกกร่อนของยางปาดอีกด้วย
แต่บางคนก็มักเอากาวอัดไว้ด้านหลังหรือ(ด้านนอก) เพราะเวลาที่มีการเยิ้มการเลอะเทอะหรือการตัน มันเช็ดง่ายและสะอาดไว
การฉีดบล็อก คุณปาดกาวด้านไหนคุณก็ฉีดด้านนั้นแหล่ะครับ
จำไว้เลยว่า กาวหลุดมี2เหตุผล 1.กาวไม่แห้ง
2. ไฟไม่พอ
ถาม ทำแล้วไม่เห็นได้เรื่องเลย กาวไม่แข็งพออัดไฟเสร็จนำไปล้าง ลายหลุดหมด ไม่ได้เรื่องเลยวิธีนี้
ตอบ กาวอัดไม่แข็ง ลายหลุด มี 2เหตุผลครับ
1. คุณใส่น้ำเยอะเกินไปจนไม่มีความหนืด ทำให้กาวอัดไม่มีการยึดเกาะ
2. ระยะเวลาถ่ายบล็อกสกรีน ของคุณน้อยเกินไปกับอัตราส่วนผสมของคุณที่ใช้ และคุณคงอบบล็อกไม่แห้งดีนั่นเอง
เป็นอันว่า ถ้าอยากรู้อยากเห็น และอยากทำได้จริงๆ ติดต่อ สีสวรรค์มา ผมจะให้มาดูที่โรงงานผม
รับรอง ง่ายจนแทบจะบอกว่า คนที่ไม่เคยมีความรู้ก็ทำได้ครับ
การทำสกรีน ก็เหมือนการทำอาหารนั่นแหล่ะครับ
ต่อให้คุณรู้สูตรวิธีการทำ ก็ไม่ใช่ว่า รสชาติและหน้าตาจะเหมือน ต้นตำหรับเสมอไป ไม่เช่นนั้น เขาจะมีหลักสูตรการเรียนการสอนหรือครับ ถูกต้องไหมครับ
ตอบ เวลาคุณพิมพ์งาน คุณเห็นด้านไหน ด้านนั้นก็คือ ด้านหน้านั่นแหล่ะครับ ด้านไหนที่คุณมองไม่เห็นเวลาทำงานนั่นก็คือด้านหลัง
เวลาฉีดบล็อก บอกไม่ได้ว่าฉีดด้านไหน มันขึ้นอยู่กับเหตุผลของงานนั้นๆ ครับ
อย่างเช่น อัดบล็อกพิมพ์งานกากเพชร ผมมักให้กาวอัดอยู่ด้านหน้าหรือ (ด้านใน) เพราะ เม็ดกากเพชรจะได้ไม่ติดบล็อกเยอะ และจะพิมพ์ลื่นกว่าเพราะไม่มีร่องคลื่นของเส้นด้ายผ้าซิลค์ แถมยังถนอมการสึกกร่อนของยางปาดอีกด้วย
แต่บางคนก็มักเอากาวอัดไว้ด้านหลังหรือ(ด้านนอก) เพราะเวลาที่มีการเยิ้มการเลอะเทอะหรือการตัน มันเช็ดง่ายและสะอาดไว
การฉีดบล็อก คุณปาดกาวด้านไหนคุณก็ฉีดด้านนั้นแหล่ะครับ
จำไว้เลยว่า กาวหลุดมี2เหตุผล 1.กาวไม่แห้ง
2. ไฟไม่พอ
ถาม ทำแล้วไม่เห็นได้เรื่องเลย กาวไม่แข็งพออัดไฟเสร็จนำไปล้าง ลายหลุดหมด ไม่ได้เรื่องเลยวิธีนี้
ตอบ กาวอัดไม่แข็ง ลายหลุด มี 2เหตุผลครับ
1. คุณใส่น้ำเยอะเกินไปจนไม่มีความหนืด ทำให้กาวอัดไม่มีการยึดเกาะ
2. ระยะเวลาถ่ายบล็อกสกรีน ของคุณน้อยเกินไปกับอัตราส่วนผสมของคุณที่ใช้ และคุณคงอบบล็อกไม่แห้งดีนั่นเอง
เป็นอันว่า ถ้าอยากรู้อยากเห็น และอยากทำได้จริงๆ ติดต่อ สีสวรรค์มา ผมจะให้มาดูที่โรงงานผม
รับรอง ง่ายจนแทบจะบอกว่า คนที่ไม่เคยมีความรู้ก็ทำได้ครับ
การทำสกรีน ก็เหมือนการทำอาหารนั่นแหล่ะครับ
ต่อให้คุณรู้สูตรวิธีการทำ ก็ไม่ใช่ว่า รสชาติและหน้าตาจะเหมือน ต้นตำหรับเสมอไป ไม่เช่นนั้น เขาจะมีหลักสูตรการเรียนการสอนหรือครับ ถูกต้องไหมครับ
2. การปาดกาวอัด การปาดการเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน มีเหตุผลข้อดีข้อเสียเยอะมาก ผมจะยกตัวอย่างง่ายสองสามข้อ เช่น
การปาดกาวสำหรับการพิมพ์กากเพชร ควรให้กาวปาดอยู่ด้านในหรือด้านนอกของบล็อก การปาดงานเม็ดสกรีนควรจบ
การปาดที่ด้านไหน และฉีดบล็อกด้านไหน การปาดสีสำหรับพิมพ์งานสียาง สีมุก แตกต่างกันยังไง เหตุผลหลายๆอย่างขึ้น
อยู่กับ อากาศ หรือสภาพสถานที่การทำงาน และอุปกรณ์ ต่างๆในระบบการทำงานของแต่ละโรงสกรีน ต้องปรับไปเรื่อยๆ
ดังนั้น หากอยากทราบข้อมูลและวิธีการละเอียดแนะนำ vcd เทคนิคช่างสกรีนดีกว่าครับ น่าจะละเอียดกว่า กำลังจะวางขายเร็วๆนี้ครับ
3. การเป่าหรือการอบบล็อกสกรีน การอบคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้บล็อกสกรีนอัดลายออกหรือไม่ นานไปด้านแน่ๆ
น้อยไปลายหลุดแน่ กาวไม่แน่ ส่วนใหญ่ใหม่ๆ มักใช้ไดร์ หรือไม่ก็พัดลมเป่าให้แห้ง แต่มักมีปัญหาสำหรับลายเม็ดสกรีน หรือ
ลายบางลายที่ต้องการงานเต็มบล็อก ซึ่งอัดลายแล้วมักไม่คมหรือชอบเปลื่อย หลังๆมางานสกรีนมักมีขนาดใหญ่ ดังนั้นเปลี่ยนมาทำ
ตู้สำหรับอบบล็อกแทน ซึ้งทำให้อบบล็อกได้แห้งเสมอกันดี แห้งทั่วกรอบบล็อก แถมยังแน่นอนอัดบล็อกง่าย ถ่ายสี่นาทีขึ้นไปยังไงก็ออก
ฉีดบล็อกก็ง่ายไม่ต้องมาไล่เก็บลายละเอียดเลยครับ จับสายยางแล้วฉีดได้เลยครับ ใส่เต็มที่ไม่ต้องกลัวเม็ดหลุด ยังไงก็คม ถ้าแบบมาดี
การปาดกาวสำหรับการพิมพ์กากเพชร ควรให้กาวปาดอยู่ด้านในหรือด้านนอกของบล็อก การปาดงานเม็ดสกรีนควรจบ
การปาดที่ด้านไหน และฉีดบล็อกด้านไหน การปาดสีสำหรับพิมพ์งานสียาง สีมุก แตกต่างกันยังไง เหตุผลหลายๆอย่างขึ้น
อยู่กับ อากาศ หรือสภาพสถานที่การทำงาน และอุปกรณ์ ต่างๆในระบบการทำงานของแต่ละโรงสกรีน ต้องปรับไปเรื่อยๆ
ดังนั้น หากอยากทราบข้อมูลและวิธีการละเอียดแนะนำ vcd เทคนิคช่างสกรีนดีกว่าครับ น่าจะละเอียดกว่า กำลังจะวางขายเร็วๆนี้ครับ
3. การเป่าหรือการอบบล็อกสกรีน การอบคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้บล็อกสกรีนอัดลายออกหรือไม่ นานไปด้านแน่ๆ
น้อยไปลายหลุดแน่ กาวไม่แน่ ส่วนใหญ่ใหม่ๆ มักใช้ไดร์ หรือไม่ก็พัดลมเป่าให้แห้ง แต่มักมีปัญหาสำหรับลายเม็ดสกรีน หรือ
ลายบางลายที่ต้องการงานเต็มบล็อก ซึ่งอัดลายแล้วมักไม่คมหรือชอบเปลื่อย หลังๆมางานสกรีนมักมีขนาดใหญ่ ดังนั้นเปลี่ยนมาทำ
ตู้สำหรับอบบล็อกแทน ซึ้งทำให้อบบล็อกได้แห้งเสมอกันดี แห้งทั่วกรอบบล็อก แถมยังแน่นอนอัดบล็อกง่าย ถ่ายสี่นาทีขึ้นไปยังไงก็ออก
ฉีดบล็อกก็ง่ายไม่ต้องมาไล่เก็บลายละเอียดเลยครับ จับสายยางแล้วฉีดได้เลยครับ ใส่เต็มที่ไม่ต้องกลัวเม็ดหลุด ยังไงก็คม ถ้าแบบมาดี
ถาม พอจะมีวิธีอัดบล็อกที่แนนอนไหมครับ
ตอบ การอัดบล็อกถ้าจะให้แน่นอนก็มีส่วนประกอบอยู่ 3 อย่างด้วยกันครับ
1. กาวอัด การผสมกาวอัดจะต้องมีวิธีผสมที่แน่นอนเหมือนกันทุกครั้ง และที่สำคัญความข้นเหลวของกาวอัดมีผลต่อการอบ หรือการเป่าให้แห้ง ดังนั้น ก่อนปาดกาวทุกครั้งให้คุณใช้ช้อนตักดูถึงความข้นเหลว ก่อนทุกครั้ง รวมถึงความหนาของการปาดจะสังเกตุได้จากความโปร่งแสงของกาวอัด ห้องปาดกาวควรใช้หลอดไฟที่ไม่มีผลกระทบกับกาวอัดบล็อกน้อยที่สุด คือสีแดง แต่ทั่วไปมักใช้สีเหลือง เพราะจะสว่างมากกว่าทำให้ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ความข้นเหลวของกาวอัดเราควบคุมได้ยากครับ ผมแนะนำอย่างที่ผมทำอย่างนี้ครับว่า ให้คุณผสมกาวอัด สองกระป๋อง
กระป๋องแรกให้คุณผสมกาวอัดและไวแสงตามปกติ แล้วเติมน้ำ 20% ครับ แล้วทิ้งไว้ 24 ชม.
กระป๋องแรกนี้ห้ามขาดคุณต้องผสมทิ้งไว้ใช้งานตลอดเพื่อเป็นตัวผสมเหลว
กระป๋องที่สอง คือกระป๋องที่คุณผสมกาวอัดตามอัตราส่วนของกาวอัดบริษัทสีที่คุณใช้ครับ แล้วคนให้เข้ากันครับ แล้วนำกาวอัดกระป๋องแรกมาผสมในกาวอัดที่สอง เติมไปทีละนิดแล้วคนดู จนกว่าความหนืดของกาวอัดเกือบไม่มีความหนืดนันแหละครับ คุณก็จะได้กาวอัดที่บาง แน่น ลายคม เม็ดคม ฉีดบล็อกง่าย แต่เวลาปาดให้ปาดด้านหลังช้าๆสองรอบนะครับถึงจะไม่มีตามด อัด สี่นาทีขึ้นไป ของหลอดไฟบ้านปกติ
ขอบอกก่อนว่า วิธีที่ผมแนะนำนี้เป็นวิธีการแก้ปัญหาสำหรับงานอัดเม็ด ที่เด็กมักอัดไม่ออก เม็ดหลุด เม็ดตัน แต่พอผมให้เด็กใช้วิธีนี้เด็กที่ร้านอัดกันได้ทุกคนจึงไม่จำเป็นต้องมีช่างอัดบล็อกเลยครับ แต่ถ้าเป็นงานแปลน หรือสีตาย ก็อัดบล็อกโดยวิธีเบื้องต้นก็ง่ายดีกว่าครับ
ตอบ การอัดบล็อกถ้าจะให้แน่นอนก็มีส่วนประกอบอยู่ 3 อย่างด้วยกันครับ
1. กาวอัด การผสมกาวอัดจะต้องมีวิธีผสมที่แน่นอนเหมือนกันทุกครั้ง และที่สำคัญความข้นเหลวของกาวอัดมีผลต่อการอบ หรือการเป่าให้แห้ง ดังนั้น ก่อนปาดกาวทุกครั้งให้คุณใช้ช้อนตักดูถึงความข้นเหลว ก่อนทุกครั้ง รวมถึงความหนาของการปาดจะสังเกตุได้จากความโปร่งแสงของกาวอัด ห้องปาดกาวควรใช้หลอดไฟที่ไม่มีผลกระทบกับกาวอัดบล็อกน้อยที่สุด คือสีแดง แต่ทั่วไปมักใช้สีเหลือง เพราะจะสว่างมากกว่าทำให้ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ความข้นเหลวของกาวอัดเราควบคุมได้ยากครับ ผมแนะนำอย่างที่ผมทำอย่างนี้ครับว่า ให้คุณผสมกาวอัด สองกระป๋อง
กระป๋องแรกให้คุณผสมกาวอัดและไวแสงตามปกติ แล้วเติมน้ำ 20% ครับ แล้วทิ้งไว้ 24 ชม.
กระป๋องแรกนี้ห้ามขาดคุณต้องผสมทิ้งไว้ใช้งานตลอดเพื่อเป็นตัวผสมเหลว
กระป๋องที่สอง คือกระป๋องที่คุณผสมกาวอัดตามอัตราส่วนของกาวอัดบริษัทสีที่คุณใช้ครับ แล้วคนให้เข้ากันครับ แล้วนำกาวอัดกระป๋องแรกมาผสมในกาวอัดที่สอง เติมไปทีละนิดแล้วคนดู จนกว่าความหนืดของกาวอัดเกือบไม่มีความหนืดนันแหละครับ คุณก็จะได้กาวอัดที่บาง แน่น ลายคม เม็ดคม ฉีดบล็อกง่าย แต่เวลาปาดให้ปาดด้านหลังช้าๆสองรอบนะครับถึงจะไม่มีตามด อัด สี่นาทีขึ้นไป ของหลอดไฟบ้านปกติ
ขอบอกก่อนว่า วิธีที่ผมแนะนำนี้เป็นวิธีการแก้ปัญหาสำหรับงานอัดเม็ด ที่เด็กมักอัดไม่ออก เม็ดหลุด เม็ดตัน แต่พอผมให้เด็กใช้วิธีนี้เด็กที่ร้านอัดกันได้ทุกคนจึงไม่จำเป็นต้องมีช่างอัดบล็อกเลยครับ แต่ถ้าเป็นงานแปลน หรือสีตาย ก็อัดบล็อกโดยวิธีเบื้องต้นก็ง่ายดีกว่าครับ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจากhttp://www.seesawan.com
Tuesday, August 9, 2011
เรื่องย่อ ตะวันเดือด ตอน3 ละคร ช่อง3
ร้านโอมสกรีน รับสกรีนเสื้อ หลากหลายแบบ ตามแนวความคิดของท่าน
*รับตัดเสื้อ โปโล **ขายส่งเสื้อยืดคอกลม cotton เบอร์ 20/ 30
ด้วยความชำนาน ประสบการนานนับสิบปี สนใจ โทรมาคุยกันก่อน0802591675
แผนที่ร้านโอมสกรีน
ดู ร้าน โอมสกรีน ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
*รับตัดเสื้อ โปโล **ขายส่งเสื้อยืดคอกลม cotton เบอร์ 20/ 30
ด้วยความชำนาน ประสบการนานนับสิบปี สนใจ โทรมาคุยกันก่อน0802591675
แผนที่ร้านโอมสกรีน
ดู ร้าน โอมสกรีน ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
เรื่องย่อ ตะวันเดือด ตอน3 ละคร ช่อง3
ตอนที่ 3
ยศออกมารับหน้าจรัญกับนายอำเภอและสมุน จรัญเห็นยศถือปืนทหารม้าของสาโรจน์ก็จำได้ กระชากปืนไปควงแล้วใช้พานท้ายตบยศจนสลบ
เฮียเส็งไม่พอใจที่ถูกจรัญมาเหยียบจมูกถึงถิ่น ทำฮึดฮัดจะเอาเรื่อง ครกสะกิดเตือนตามเคยว่าอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลย เฮียเส็งจึงวางปืนลง จรัญพยักหน้าให้ลูกน้องบุกไปหาสาโรจน์ข้างบน
สาโรจน์กำลังเผชิญหน้ากับศักดาอยู่ สาโรจน์ท้าศักดาให้ฆ่าตนเหมือนอย่างที่ฆ่าภูผาเลย ศักดายืนยันว่าตนไม่อยากฆ่าแต่ภูผาบังคับให้ตนลงมือ สาโรจน์ย้อนถามว่าแล้วที่ส่งคนไปฆ่าตนกับภูตะวันใครบังคับ
ศักดาบอกว่าสาโรจน์เข้าใจผิด ทันใดนั้นศักดาเสียสมาธิเพราะเหลือบเห็นคนย่องมาที่หน้าประตู สาโรจน์อาศัยจังหวะนั้นถีบศักดาจนหงายไปทั้งเก้าอี้ แล้วชักปืนตัวเองออกมายิงทะลุประตูออกไป
จรัญสั่งสมุนล้อมเข้าไปทั้งทางประตูและหน้าต่าง แต่ไม่ว่าทางไหนก็ถูกสาโรจน์สอยร่วงหมด วันชัยยังนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็น มันไม่เชื่อว่าจรัญจะล้อมจับสาโรจน์ได้
สาโรจน์ลากศักดาเป็นตัวประกันลงมาข้างล่าง เปิดฉากยิงใส่พวกจรัญหูดับตับไหม้ พวกสมุนของจรัญปอดแหกหลับหูหลับตายิง ศักดาตะโกนว่า “อย่ายิง...อย่า นี่ฉันเอง ศักดา”
ปรากฏว่า ศักดาปลอดภัยส่วนสมุนของจรัญถูกสอยเรียบ
ooooooo
ที่ข้างล่างของโรงแรม ทั้งจรัญ วันชัย ก้อนและสมุน รวมทั้งนายอำเภอกับผู้ช่วยถาวรและสมใจคอยฟังข่าวอยู่ มีเฮียเส็งกับครกมองลุ้นๆ
จรัญสั่งก้อนให้ขึ้นไปดูข้างบน ไม่ทันที่ก้อนจะขึ้นไป สาโรจน์ก็ลงมาโดยมีศักดาเป็นตัวประกัน จรัญอุทานเรียกสาโรจน์ แต่สาโรจน์ไม่รู้จักจรัญถามว่าแกชื่อจรัญใช่ไหม ศักดารีบบอกจรัญว่า
“อย่าทำอะไรบ้าๆนะจรัญ ถ้าฉันตายไปละก็แกเดือดร้อนแน่” แล้วหันบอกนายอำเภอ “นายอำเภอปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง คุณรับผิดชอบไหวหรือ”
นายอำเภอจึงสั่งถาวรให้ไปเจรจากับคนร้ายตามเคย ถาวรหน้าเหลือสองนิ้วเดินหงอเข้าไปหาสาโรจน์แนะนำตัวเอง ว่าเป็นผู้ช่วยนายอำเภอของภูพระกาฬ ถามว่า “พี่มีอะไร
จะให้ผมรับใช้บ้างครับ”
“ทุกคนหลีกทางให้ฉัน ถ้าใครขวางละก็นายศักดาหัวกระจุยแน่” สาโรจน์ประกาศกร้าวแล้วคุมตัวศักดาฝ่าวงล้อมของพวกจรัญและนายอำเภอไป เฮียเส็งฉวยโอกาสนั้นโยนปืนที่สาโรจน์ฝากไว้ให้เขา จรัญมองหน้าเฮียเส็งอย่างไม่พอใจ เฮียหันมองยักคิ้วแผล็บทำนองว่า “มีอะไรไหม?”
วันชัยมองสาโรจน์ที่คุมตัวศักดาออกไปอย่างอาฆาตแค้น ส่วนเพชรรุ้งจะตามไปช่วยพ่อ ศักดาบอกว่าให้เพชรรุ้งกับพลอยขวัญถอยไปเสียเรื่องนี้ลูกไม่เกี่ยว สาโรจน์ได้ยินชื่อพลอยขวัญก็ชะงัก ศักดาบอกว่าเธอคือลูกสาวของภูผา ตนรับปากกับอุษาไว้ว่าจะเลี้ยงเหมือนลูกแท้ๆเฮียเส็งไม่พอใจที่ถูกจรัญมาเหยียบจมูกถึงถิ่น ทำฮึดฮัดจะเอาเรื่อง ครกสะกิดเตือนตามเคยว่าอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลย เฮียเส็งจึงวางปืนลง จรัญพยักหน้าให้ลูกน้องบุกไปหาสาโรจน์ข้างบน
สาโรจน์กำลังเผชิญหน้ากับศักดาอยู่ สาโรจน์ท้าศักดาให้ฆ่าตนเหมือนอย่างที่ฆ่าภูผาเลย ศักดายืนยันว่าตนไม่อยากฆ่าแต่ภูผาบังคับให้ตนลงมือ สาโรจน์ย้อนถามว่าแล้วที่ส่งคนไปฆ่าตนกับภูตะวันใครบังคับ
ศักดาบอกว่าสาโรจน์เข้าใจผิด ทันใดนั้นศักดาเสียสมาธิเพราะเหลือบเห็นคนย่องมาที่หน้าประตู สาโรจน์อาศัยจังหวะนั้นถีบศักดาจนหงายไปทั้งเก้าอี้ แล้วชักปืนตัวเองออกมายิงทะลุประตูออกไป
จรัญสั่งสมุนล้อมเข้าไปทั้งทางประตูและหน้าต่าง แต่ไม่ว่าทางไหนก็ถูกสาโรจน์สอยร่วงหมด วันชัยยังนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็น มันไม่เชื่อว่าจรัญจะล้อมจับสาโรจน์ได้
สาโรจน์ลากศักดาเป็นตัวประกันลงมาข้างล่าง เปิดฉากยิงใส่พวกจรัญหูดับตับไหม้ พวกสมุนของจรัญปอดแหกหลับหูหลับตายิง ศักดาตะโกนว่า “อย่ายิง...อย่า นี่ฉันเอง ศักดา”
ปรากฏว่า ศักดาปลอดภัยส่วนสมุนของจรัญถูกสอยเรียบ
ooooooo
ที่ข้างล่างของโรงแรม ทั้งจรัญ วันชัย ก้อนและสมุน รวมทั้งนายอำเภอกับผู้ช่วยถาวรและสมใจคอยฟังข่าวอยู่ มีเฮียเส็งกับครกมองลุ้นๆ
จรัญสั่งก้อนให้ขึ้นไปดูข้างบน ไม่ทันที่ก้อนจะขึ้นไป สาโรจน์ก็ลงมาโดยมีศักดาเป็นตัวประกัน จรัญอุทานเรียกสาโรจน์ แต่สาโรจน์ไม่รู้จักจรัญถามว่าแกชื่อจรัญใช่ไหม ศักดารีบบอกจรัญว่า
“อย่าทำอะไรบ้าๆนะจรัญ ถ้าฉันตายไปละก็แกเดือดร้อนแน่” แล้วหันบอกนายอำเภอ “นายอำเภอปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง คุณรับผิดชอบไหวหรือ”
นายอำเภอจึงสั่งถาวรให้ไปเจรจากับคนร้ายตามเคย ถาวรหน้าเหลือสองนิ้วเดินหงอเข้าไปหาสาโรจน์แนะนำตัวเอง ว่าเป็นผู้ช่วยนายอำเภอของภูพระกาฬ ถามว่า “พี่มีอะไร
จะให้ผมรับใช้บ้างครับ”
“ทุกคนหลีกทางให้ฉัน ถ้าใครขวางละก็นายศักดาหัวกระจุยแน่” สาโรจน์ประกาศกร้าวแล้วคุมตัวศักดาฝ่าวงล้อมของพวกจรัญและนายอำเภอไป เฮียเส็งฉวยโอกาสนั้นโยนปืนที่สาโรจน์ฝากไว้ให้เขา จรัญมองหน้าเฮียเส็งอย่างไม่พอใจ เฮียหันมองยักคิ้วแผล็บทำนองว่า “มีอะไรไหม?”
สาโรจน์หันมองพลอยขวัญเต็มตาก่อนบอกศักดาว่า
“ถือว่าดวงแกยังดีศักดา แต่ถ้ามีคราวหน้าอีกละก็ฉันเด็ดหัวแกแน่” พูดแล้วผลักศักดาล้มลง กระหน่ำยิงใส่พวกจรัญในโรงแรม วิ่งออกมาเป่านกหวีดดังลั่น พริบตานั้นม้าคู่ใจของเขาก็วิ่งมาหา เขากระโดดขึ้นหลังทั้งที่มันยังวิ่งอยู่ ควบตะบึงไปอย่างเร็ว พลอยขวัญยกปืนจะยิงสาโรจน์ ศักดาร้องห้าม
“พลอยขวัญ อย่ายิงเขา ห้ามใครทำร้ายเขาเด็ดขาด นี่เป็นคำสั่ง”
สาโรจน์ควบม้าหายไปในความมืด วันชัยสั่งสมุนให้ออกรถขับตามม้าของสาโรจน์ไปกระชั้นชิด แต่ขณะที่จรัญชักปืนจะตามไป ถูกศักดาชักปืนออกมาขวางไว้ จรัญยกปืนเล็งตวาดว่า
“แกมีสิทธิ์อะไรมาขวางฉัน”
เมื่อหัวหน้าประจันหน้ากันเช่นนี้ ลูกน้องและพวกของทั้งสองฝ่ายก็ชักปืนออกมาเล็งใส่กัน จรัญปรามศักดาว่าเขากำลังปกป้องคนร้ายอยู่ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า
“ฉันไม่สน เขาเป็นเพื่อนฉัน ถ้าใครแตะต้องเขา ฉันยิงแน่”
จรัญมองศักดาอย่างแค้นใจ ข้างๆจรัญ เพชรรุ้งง้างนกปืนเล็งใส่และข้างหลังเฮียเส็งก็เล็งปืนใส่หัวพร้อมจะยิง เฮียเส็งอยากเหนี่ยวไกใจแทบขาด แต่ติดที่ตัวเองก็ถูกก้อนลูกน้องจรัญจ่อปืนใส่อยู่เช่นกัน
รานีรู้ข่าวจากหลงว่าสาโรจน์มาที่โรงแรมสันติภาพ เธอวิ่งออกไปด้วยความดีใจ แต่ช้าไปแล้วไม่มีแม้แต่เงาของสาโรจน์อยู่ที่นั่น
สถานการณ์ที่โรงแรมตึงเครียด เพราะการเล็งปืนคุมเชิงกันอยู่ของฝ่ายศักดากับจรัญ นายอำเภอหดหัวอยู่หลังโต๊ะ สั่งถาวรให้ไปเจรจากับสองฝ่าย ถาวรหน้าซีดเป็นไก่ต้ม สมใจจึงออกไปพูดกับทุกคนว่า
“ทุกคนในฐานะที่ผมเป็นผู้รักษากฎหมายของเมืองนี้ ผมขอให้ทุกคนเชื่อใจผม ลดปืนลงเถอะครับ ผมจะเป็นพยานให้เอง ถ้ามีใครเหนี่ยวไกละก็ ผมจะถือว่าเขาเป็นคนร้ายทันที”
ทุกคนจึงยอมลดปืนลง จรัญมอง เพชรรุ้งพูดอย่างอาฆาตว่า “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน สาวน้อย”
ooooooo
ฝ่ายวันชัยที่ให้สมุนขับรถไล่ตามม้าของสาโรจน์ไป หมายเอาคืนที่ถูกสาโรจน์ทำให้ตนเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่ฝีมือโจรขี้ยาอย่างวันชัยหรือจะสู้ทหารเก่านักฆ่ามือฉกาจอย่างสาโรจน์ วันชัยใช้ทั้งปืนทั้งระเบิดหมายให้สาโรจน์กลายเป็นจุล ระดมยิงใส่หูดับตับไหม้ แต่พอสิ้นเสียงปืนสาโรจน์ก็ชักม้าผงาดขึ้นมาอีก
ครั้นวันชัยใช้ระเบิด พอควันจางร่างสาโรจน์ก็หายไปแล้ว มาโผล่อีกทีที่ข้างหลังของวันชัยนั่งเอง แต่ระเบิดลูกที่สอง ทำให้สาโรจน์บาดเจ็บขาหักกระดูกแทงทะลุเนื้อออกมา วันชัยหัวเราะอย่างผู้ชนะ ย่างสามขุมพร้อมดาบในมือจะชำแหละสาโรจน์เสียให้สาแก่ใจ
แม้จะบาดเจ็บสาหัส จนลุกไม่ขึ้น แต่ม้าแสนรู้ของสาโรจน์ก็ช่วยเขาจนลุกขึ้นนั่งได้ สาโรจน์คว้าปืนใกล้มือยิงสวนดาบของวันชัยทะลุไประเบิดหัวมันกระจุย แต่เขาเองก็แน่นิ่งไป ไม่มีใครรู้ว่าเป็น...หรือตาย...
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้นจากรัตติกาลอันหฤโหด...เจ้าสายฟ้าม้าแสนรู้ของสาโรจน์ กลับมาหาเจ้าของ พยายามเอาจมูกดุนให้เขารู้สึกตัว แต่ดูเหมือนจะไร้วี่แวว...
ที่กระท่อมของสาโรจน์ นกเหยี่ยวตัวนั้นมาร้องอยู่หน้าบ้านจนภูตะวันตื่น เขานิ่งฟังเสียงนกเหยี่ยวอย่างสังหรณ์ใจ ออกมาดูเห็นนกเหยี่ยวร้องไม่หยุด เขาพึมพำ... “อาสาโรจน์”
รานีขี่ม้ามาถึงบริเวณที่สาโรจน์ปะทะกับวันชัย เธอรีบลงจากหลังม้าหลบหลังหินก้อนใหญ่แอบดูเห็นจรัญ ก้อน และสมุน กำลังรุมดูศพของวันชัยอยู่ จรัญคำรามคลั่งถามหาคนที่ฆ่าพี่ชายตน ก้อนบอกว่าคงหนีไปไกลแล้ว พวกตนกำลังตามอยู่
“ฆ่ามัน...ไอ้สาโรจน์ ทุกคนที่อยู่กับมัน ทุกคนที่สนิทกับมัน ฆ่าให้หมด มึงได้ยินไหม ฆ่าให้หมด!”
รานีเห็นและได้ยินความอาฆาตพยาบาทของจรัญ เธอหวั่นใจ นึกเป็นห่วงสาโรจน์ขึ้นจับใจ กลับไปนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจที่สาโรจน์เข้าภูพระกาฬแต่ไม่ยอมบอกตน จนเวลานี้ตนไม่รู้จะตามหาเขาได้ที่ไหน...
ศักดาถูกเอาตัวไปขังไว้ที่ว่าการอำเภอจนกว่าจะทราบแน่ชัดว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น สมใจถามว่า บอกได้ไหมว่ามือปืนที่ชื่อสาโรจน์มาที่นี่ทำไม และเรื่องอะไรที่เขาต้องปกป้องสาโรจน์
“เขาเป็นเพื่อนของฉัน แค่นั้นพอจะเป็นเหตุผลได้รึเปล่าคุณผู้ช่วย”
ขณะนั้นเอง จรัญกลับเข้ามา ตรงไปหาศักดาบอกว่าเมื่อคืนพี่ชายตนถูกฆ่าตายตอนออกตามล่าสาโรจน์ แต่สาโรจน์หนีไปได้ ศักดาแสดงความเสียใจด้วย ถูกจรัญตวาดว่า
“ฉันต่างหากที่ต้องพูดประโยคนั้น” แล้วจรัญก็พล่ามว่าที่ผ่านมาตนนับถือและเกรงใจศักดามาตลอด แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเพื่อนเขาฆ่าพี่ชายตนแล้วพูดใส่หน้าว่า “กูจะฆ่ามึง!”
“คนของไร่ฟ้ารุ่งต้องไม่ปล่อยแกไว้แน่ ที่สำคัญฉันเองก็พอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง แล้วแกจะฆ่าฉันโดยไม่ติดคุกได้ยังไง” ศักดาถาม
“กูมีวิธี มึงคอยดูก็แล้วกัน” จรัญตะคอก จากนั้นก็ไปที่ว่าการอำเภอสั่งถาวรให้บอกนายอำเภอไปหาตนที่บ้านเดี๋ยวนี้ เมื่อนายอำเภอไปหา จรัญคร่ำครวญถึงวันชัยผู้เป็นพี่ชายว่าเคยอดมื้อกินมื้อมาด้วยกัน เคยปกป้องดูแลตนมาตั้งแต่เล็ก แต่ต้องมาตายอย่างน่าอนาถด้วยฝีมือของศักดากับสาโรจน์
เรื่องย่อ ละคร ตะวันเดือด
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน1
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน2
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน4
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน5
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน6
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน7
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน8
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน9
ดูละครย้อนหลัง
ละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน1 คลิก
Saturday, August 6, 2011
เรื่องย่อ ตะวันเดือด ตอน2
ตอนที่ 2
ที่หน้าเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาเดินมาหาจรัญมอบถุงหนังเล็กๆให้ใบหนึ่ง บอกจรัญว่า ให้จำไว้ว่าภูผาตายเพราะถูกโจรปล้นบ้าน ถ้าเรื่องระหว่างเราแพร่งพรายออกไป จรัญเดือดร้อนแน่
จรัญบอกว่าตนรู้ เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งก็เป็นของเขาแล้วไม่ต้องการผู้ช่วยบ้างหรือ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า
“รู้ไหมจรัญ ถ้าไม่จำเป็น ฉันคงไม่คบค้ากับคนชั่วอย่างแกเด็ดขาด กลับไปเสียหมดธุระของแกแล้ว”
“ย่อมได้ เกลียดตัวแต่กินไข่ก็ไม่ว่ากัน แต่จะบอกให้นะ อย่างน้อยผมก็ยังดีกว่าคุณ เพราะผมไม่เคยลอบกัดเพื่อนของตัวเอง” จรัญพูดอย่างไม่ยี่หระเช่นกัน
ขณะที่จรัญกำลังเดินออกไปนั้น ยศพาเดชามาหาศักดาตามที่สมุนของเขาไปบอก เห็นจรัญเดินออกมาก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงหยุดอยู่ตรงนั้น ได้ยินจรัญหันไปเอ่ยกับศักดาว่า
“เออ จริงสิ ลูกชายของไอ้ภูผาถูกคนชื่อสาโรจน์เอาตัวไป มันฝากบอกด้วยว่า เรื่องของคุณกับภูผามันไม่เกี่ยว แต่ห้ามคุณแตะต้องเด็กนั่นเด็ดขาด” เมื่อศักดาบอกว่ารู้แล้ว จรัญถามต่อ “บอกหน่อยได้ไหมว่าไอ้สาโรจน์เป็นใคร”
“ในสมรภูมิเขาเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้เขาเป็นเพชฌฆาต”
“อ้อ...มิน่า” จรัญชักม้าออกไป เขาแปลกใจเมื่อเห็นยศกับเดชายืนอยู่มุมหนึ่ง เดชาจ้องจรัญอย่างแค้นใจ
ระหว่างเดินทางกลับจากไร่ฟ้ารุ่งด้วยกันกับก้อนนั้น จรัญเอะใจเอาถุงหนังที่ศักดาให้มาแกะดูในนั้นเป็นพลอยดิบ ที่ยังไม่ได้เจียระไน แถมยังมีคราบโคลนติดอยู่ด้วย ถามก้อนว่า
“เอ็งสงสัยไหมวะไอ้ก้อน ว่าทำไมไอ้ศักดาถึงสั่งเก็บไอ้ภูผา”
จรัญบอกว่าตนรู้ เวลานี้ไร่ฟ้ารุ่งก็เป็นของเขาแล้วไม่ต้องการผู้ช่วยบ้างหรือ ศักดาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า
“รู้ไหมจรัญ ถ้าไม่จำเป็น ฉันคงไม่คบค้ากับคนชั่วอย่างแกเด็ดขาด กลับไปเสียหมดธุระของแกแล้ว”
“ย่อมได้ เกลียดตัวแต่กินไข่ก็ไม่ว่ากัน แต่จะบอกให้นะ อย่างน้อยผมก็ยังดีกว่าคุณ เพราะผมไม่เคยลอบกัดเพื่อนของตัวเอง” จรัญพูดอย่างไม่ยี่หระเช่นกัน
ขณะที่จรัญกำลังเดินออกไปนั้น ยศพาเดชามาหาศักดาตามที่สมุนของเขาไปบอก เห็นจรัญเดินออกมาก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงหยุดอยู่ตรงนั้น ได้ยินจรัญหันไปเอ่ยกับศักดาว่า
“เออ จริงสิ ลูกชายของไอ้ภูผาถูกคนชื่อสาโรจน์เอาตัวไป มันฝากบอกด้วยว่า เรื่องของคุณกับภูผามันไม่เกี่ยว แต่ห้ามคุณแตะต้องเด็กนั่นเด็ดขาด” เมื่อศักดาบอกว่ารู้แล้ว จรัญถามต่อ “บอกหน่อยได้ไหมว่าไอ้สาโรจน์เป็นใคร”
“ในสมรภูมิเขาเคยเป็นทหาร แต่ตอนนี้เขาเป็นเพชฌฆาต”
“อ้อ...มิน่า” จรัญชักม้าออกไป เขาแปลกใจเมื่อเห็นยศกับเดชายืนอยู่มุมหนึ่ง เดชาจ้องจรัญอย่างแค้นใจ
ระหว่างเดินทางกลับจากไร่ฟ้ารุ่งด้วยกันกับก้อนนั้น จรัญเอะใจเอาถุงหนังที่ศักดาให้มาแกะดูในนั้นเป็นพลอยดิบ ที่ยังไม่ได้เจียระไน แถมยังมีคราบโคลนติดอยู่ด้วย ถามก้อนว่า
“เอ็งสงสัยไหมวะไอ้ก้อน ว่าทำไมไอ้ศักดาถึงสั่งเก็บไอ้ภูผา”
“ก็มันอยากครองไร่ฟ้ารุ่ง อยากเป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดไงพี่” ก้อนตอบตื้นๆตามประสา
“แน่ใจเหรอวะ” ถามแล้ว จรัญดีดพลอยเม็ดหนึ่งให้ ก้อนตะปบไว้ พูดอย่างคาดเดาว่า “ถึงขนาดเพื่อนรักต้องฆ่ากันตาย ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่...ต้องมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในไร่ฟ้ารุ่ง ขุมทรัพย์ที่มีแต่ไอ้ศักดากับไอ้ภูผาเท่านั้นที่รู้”
ฟังจรัญแล้วก้อนเห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงนกเหยี่ยวร้องก้องกังวาน
ooooooo
นกเหยี่ยวบินมาเกาะที่ระเบียงเรือนเล็กของยศ เขารีบไปปลดเอาจดหมายออกจากกระบอกที่คอเหลือบเหลียวมองรอบๆก่อนเปิดจดหมายออกอ่าน
“คุณภูตะวันปลอดภัย” ยศอ่านแล้วพึมพำ “ขอบคุณมากสาโรจน์ ที่ช่วยให้คุณภูผาตายตาหลับ”
เวลาเดียวกันนั้น สาโรจน์พาภูตะวันไปพักที่กระท่อมของเขา ภูตะวันเดินสำรวจไปรอบห้องเห็นบรรยากาศของทหารเก่าจากเครื่องของภายในห้อง เห็นรูปถ่ายของสาโรจน์สมัยที่ยังเป็นทหารถ่ายร่วมกับภูผาและศักดาประดับอยู่หลายรูป
สาโรจน์เข้ามาถามว่าค่อยยังชั่วแล้วหรือ แล้วเรียกภูตะวันให้มาดูอะไร พลางนั่งรอจนภูตะวันเดินเข้ามาเขาจึงล้วงจดหมายส่งให้บอกว่า “พ่อของแกฝากจดหมายนี่เอาไว้” ภูตะวันรีบคว้าจดหมายไปอ่าน
“ภูตะวันลูกรัก ลุงสาโรจน์คือเพื่อนที่พ่อไว้ใจมากที่สุด ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเมื่อไหร่ ขอให้ลูกไปหาเขาและจงเชื่อฟังคำพูดของเขา เหมือนกับที่ลูกเชื่อฟังคำพูดของพ่อ ที่สำคัญก็คือ...อย่ากลับไปที่ไร่ฟ้ารุ่งอีกเป็นอันขาด บ้านของลูกไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว รัก จากพ่อของลูก”
ภูตะวันน้ำตาไหล เงยมองสาโรจน์ เขาย้ำกับภูตะวันว่า
“แน่ใจเหรอวะ” ถามแล้ว จรัญดีดพลอยเม็ดหนึ่งให้ ก้อนตะปบไว้ พูดอย่างคาดเดาว่า “ถึงขนาดเพื่อนรักต้องฆ่ากันตาย ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่...ต้องมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในไร่ฟ้ารุ่ง ขุมทรัพย์ที่มีแต่ไอ้ศักดากับไอ้ภูผาเท่านั้นที่รู้”
ฟังจรัญแล้วก้อนเห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงนกเหยี่ยวร้องก้องกังวาน
ooooooo
นกเหยี่ยวบินมาเกาะที่ระเบียงเรือนเล็กของยศ เขารีบไปปลดเอาจดหมายออกจากกระบอกที่คอเหลือบเหลียวมองรอบๆก่อนเปิดจดหมายออกอ่าน
“คุณภูตะวันปลอดภัย” ยศอ่านแล้วพึมพำ “ขอบคุณมากสาโรจน์ ที่ช่วยให้คุณภูผาตายตาหลับ”
เวลาเดียวกันนั้น สาโรจน์พาภูตะวันไปพักที่กระท่อมของเขา ภูตะวันเดินสำรวจไปรอบห้องเห็นบรรยากาศของทหารเก่าจากเครื่องของภายในห้อง เห็นรูปถ่ายของสาโรจน์สมัยที่ยังเป็นทหารถ่ายร่วมกับภูผาและศักดาประดับอยู่หลายรูป
สาโรจน์เข้ามาถามว่าค่อยยังชั่วแล้วหรือ แล้วเรียกภูตะวันให้มาดูอะไร พลางนั่งรอจนภูตะวันเดินเข้ามาเขาจึงล้วงจดหมายส่งให้บอกว่า “พ่อของแกฝากจดหมายนี่เอาไว้” ภูตะวันรีบคว้าจดหมายไปอ่าน
“ภูตะวันลูกรัก ลุงสาโรจน์คือเพื่อนที่พ่อไว้ใจมากที่สุด ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเมื่อไหร่ ขอให้ลูกไปหาเขาและจงเชื่อฟังคำพูดของเขา เหมือนกับที่ลูกเชื่อฟังคำพูดของพ่อ ที่สำคัญก็คือ...อย่ากลับไปที่ไร่ฟ้ารุ่งอีกเป็นอันขาด บ้านของลูกไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว รัก จากพ่อของลูก”
ภูตะวันน้ำตาไหล เงยมองสาโรจน์ เขาย้ำกับภูตะวันว่า
ภูตะวันพยักหน้าทั้งน้ำตา สาโรจน์ไม่กอดไม่ปลอบ แต่มองนิ่งๆรอให้ภูตะวันหายเศร้าไปเอง
เมื่อเห็นภูตะวันเข้มแข็งขึ้นแล้ว สาโรจน์สอนวิชาการต่อสู้ให้ ทั้งมีด หมัดมวย รวมถึงสอนการดูแลและตรวจตราอาวุธต่างๆอย่างพิถีพิถัน จริงจัง พร่ำบอกภูตะวันเสมอว่า
“จำไว้ภูตะวัน สิ่งที่ฉันสอนแก ไม่ใช่การฆ่า แต่มันคือการปกป้องตัวเอง เมื่อไม่มีฉัน แกจะต้องยืนหยัดต่อไปและไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำให้แกฝันร้ายได้อีก”
ภูตะวันร่ำเรียนวิชาที่สาโรจน์สอนให้อย่างจริงจัง เขาสามารถยิงปืนได้แม่นฉมังราวกับจับวาง เขาเล็งปืนเหนี่ยวไกอย่างที่สาโรจน์สอนอย่างเคร่งครัด สิ่งหนึ่งที่กรุ่นอยู่ในใจ ทำให้ภูตะวันพัฒนาวิทยายุทธ์อย่างรวดเร็ว คือความแค้นที่พ่อแม่ถูกฆ่า!
ooooooo
14 ปีต่อมา
วันนี้ที่ไร่ฟ้ารุ่ง เกิดเรื่องใหญ่เมื่อมีศพชาวบ้านชายหญิงสองคนถูกมัดมือและยิงตายมาทิ้งไว้ที่ไร่ เดชาเข้ามารายงาน เพชรรุ้งจึงขี่ม้านำพลอยขวัญกับยศมายังที่พบศพ
เมื่อมาถึง เดชาบอกว่ามีคนงานเจอศพอยู่ในไร่ คงถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วลากมาทิ้งที่นี่ ยศจำได้ว่าเป็นนายขาวกับเมียที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆกับไร่ฟ้ารุ่งของเรา
“เมื่ออาทิตย์ก่อน นายขาวเพิ่งมาปรึกษาคุณศักดาเรื่องที่ถูกพ่อเลี้ยงจรัญบังคับให้ขายที่” เดชาเล่า
พลอยขวัญโพล่งออกมาว่าต้องเป็นฝีมือของจรัญแน่ๆ
เมื่อกลับมาที่เรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาฟังรายงานแล้วถามว่าแน่ใจว่าเป็นครอบครัวนายขาวนะ ยศยืนยัน เดชาเชื่อว่าพวกมันเอาศพมาทิ้งในไร่ของเราแสดงว่าต้องการข่มขู่พวกเราแน่ๆ
“มันคงคิดจะบีบให้พวกเราขายที่เหมือนกับพวกชาวบ้าน” เพชรรุ้งพึมพำ
“พลอยว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาคืนค่ะพ่อ ขืนปล่อยไว้พวกมันจะยิ่งได้ใจ” พลอยขวัญเสนอ ซึ่งเพชรรุ้งไม่เห็นด้วย เมื่อศักดาถามว่าคิดยังไง เพชรรุ้งเสนอเป็นขั้นตอนว่า
“อย่างแรก รุ้งว่าเราต้องแจ้งเรื่องนี้กับทางการ อย่างน้อยจะได้มีพยานว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็ค่อยนัดเจรจากับพ่อเลี้ยงจรัญ”
พลอยขวัญไม่เห็นด้วยถามว่ามันทำกับเราขนาดนี้ยังต้องเจรจากันอีกหรือ ส่วนเดชาพูดอย่างเอาใจเพชรรุ้งว่า ตอนนี้จรัญมีคนมากกว่าเรา ขืนสู้ไปเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เลยถูกพลอยขวัญตวาดเสียจนหุบปากเงียบกริบ
“ใจเย็นๆก็ได้พลอยขวัญ พ่อว่าลองเจรจาดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา” ศักดาตัดบทแล้วหันไปถามยศ “เห็นด้วยไหมนายยศ”
ยศมองหน้าพลอยขวัญอย่างเกรงใจก่อนพยักหน้าให้ศักดา พลอยขวัญมองเพชรรุ้งอย่างขัดใจ เมื่อไปเจอกันที่ ทางเดินหน้าห้องทำงานในเรือนใหญ่ พลอยขวัญบ่นใส่เพชรรุ้งว่า ให้พ่อไปเจรจากับจรัญเหมือนลดตัวลงไปหาพวกสวะ
“พี่แค่ไม่อยากเห็นการนองเลือด” เพชรรุ้งชี้แจง พลอยขวัญเสียงแข็งว่าพวกมันเป็นฝ่ายผิดก็ต้องชดใช้ เพชรรุ้งเตือนสติน้องว่า “บ้านเมืองมีกฎหมายนะพลอยขวัญ จะทำอะไรอย่าลํ้าเส้น”
แม้พลอยขวัญจะเงียบไป แต่ใจไม่ยอมแพ้ มองตามพี่สาวไปอย่างขัดใจ
ooooooo
“ไอ้พวกจรจัด! ห้ามสู้กันในโรงแรมสันติภาพโว้ย ถ้าจะฆ่ากันให้ไปที่ทางเสือผ่านโน่น”
“ทางเสือผ่าน” ที่เฮียเส็งเอ่ยถึง เป็นซอกตึกที่มีขนาดไม่กว้างนัก กลายเป็นที่ดวลกันของคู่อาฆาต โดยมีเฮียเส็งเป็นกรรมการ เฮียเส็งประกาศกติกาการดวลว่า
“ที่ทางเสือผ่าน พวกมึงจะดวลยังไงก็ได้ จะกี่คนกี่ยกไม่มีเกี่ยง กติกามีข้อเดียวคือ ต้องทิ้งทรัพย์สินมีค่าเอาไว้ เพราะมันคือรางวัลสำหรับคนที่ชนะ และเป็นค่าทำศพของคนแพ้”
เฮียเส็งเป็นกรรมการ เมื่อทั้งสองฝ่ายถอดของมีค่าโยนลงพื้นแล้ว เฮียเส็งล้วงเหรียญเงินออกมาประกาศกร้าว “เมื่อเหรียญตกถึงพื้นเมื่อไหร่ ให้เริ่มยิงได้ทันที!”
เฮียเส็งโยนเหรียญขึ้นกลางอากาศ ทันทีที่เหรียญตกถึงพื้น เสียงปืนก็แผดขึ้น ทั้งคู่สาดกระสุนใส่กันไม่ยั้ง สุดท้ายตายทั้งคู่ เฮียเส็งให้ครกไปเก็บทรัพย์สินของทั้งสองคน ครกถามว่าถ้าอย่างนั้นทรัพย์สินนี้ก็จ่ายเป็นค่าทำศพหมดเลยหรือเปล่า
“ค่าทำศพมันไม่มีอัฐหรอกโว้ย พวกนี้มันต้องจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมต่างหาก” เฮียเส็งประกาศแล้วฉกทรัพย์สินไปทั้งหมด พูดอย่างสะใจ “สมน้ำหน้า เสือกพังร้านกูดีนัก”
ว่าแล้วเฮียเส็งก็เดินไปพร้อมทรัพย์สินของคนตายทั้งสอง ครกหันมองสองศพนั้นอย่างสมเพช หลังจากนั้น ศพของคนจรทั้งสองก็ถูกลูกจ้างชั่วคราวของทางอำเภอมาขนออกไปจากทางเสือผ่าน
ooooooo
วิไลบาร์อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมสันติภาพ รานีปัก หลักคอยการกลับมาของสาโรจน์อยู่ที่นี่และดูแลบาร์
วันนี้ ที่โรงแรมสันติภาพมีชายบึกบึนสามคนเดินฝ่าแดดเปรี้ยงตรงมา ทั้งสามเป็นพ่อลูกกัน โดยคนเป็นพ่อแบกขวานนำหน้าลูกชายสองคน คนหนึ่งแบกปืนของตัวเอง อีกคนแบกทั้งของตัวเองและของพ่อ เขาคือนายไม้กับลูกนั่นเอง ทั้งหมดบ่ายหน้ามาที่วิไลบาร์
ภายในบาร์ จรัญกำลังดวลเหล้าดูบุหลันเต้นโชว์อย่างร้อนแรงอยู่บนโต๊ะ
เมื่อนายไม้มาถึงหน้าบาร์ ลูกชายส่งปืนให้พ่อ นายไม้ ยิงปืนขึ้นฟ้าตะโกนท้า
“ไอ้จรัญ ไอ้สารเลว เอ็งโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้!”
ครู่เดียว จรัญกับสมุนอาวุธครบมือก็เดินออกมา ต่างชะงักเมื่อมีเสียงขวับๆๆ แล้วขวานเล่มหนึ่งก็บินมาปักที่ประตูร้านอย่างแม่นยำ นายไม้ถามทันทีว่า “เอ็งใช่ไหมที่ส่งคนไปฆ่าไอ้ขาวกับเมีย”
เห็นจรัญทำไขสือ นายไม้ด่าว่าไม่ต้องมาทำไก๋เพราะชาวบ้านรู้กันหมดแล้วว่าเขาเที่ยวกว้านซื้อที่แถวนี้เพื่อจะยึดไร่ฟ้ารุ่ง จรัญยังทำหน้าตายถามว่า “แล้วไง”
นายไม้ประกาศกร้าวว่าตนไม่ขายและไม่รอให้จรัญลงมือก่อนด้วย วันนี้มาท้าดวลกันให้ตายไปข้างหนึ่งเลย จรัญทำเป็นใจเย็นบอกว่าไม่อยากเห็นใครต้องมาเลือดตกยางออกกันที่นี่ นายไม้ด่าอย่างโกรธจัดว่า
“ไอ้ขี้ขลาด เอ็งกลัวสิไม่ว่า เฮ้ย...ไอ้จรัญมันหางจุกก้น มันไม่กล้าดวลกับข้าเว้ย” นายไม้ป่าวร้อง แต่เสียงไม่ทันขาดก็ถูกจรัญยิงรัวใส่ นายไม้กับลูกสองคนช่วยกันยิงตอบโต้
ตัวนายไม้บาดเจ็บพยายามคลานไปหยิบปืน ถูกจรัญถือปืนเดินเข้ามาถีบหน้านายไม้หงายขึ้น นายไม้พยายามด่ากระท่อนกระแท่นว่าจรัญยิงตนทีเผลอ แต่จรัญไม่แยแสตวัดเท้าใช้สเปอร์เฉือนหน้านายไม้จนเลือดพุ่ง เท่านั้นไม่พอจรัญยิงซํ้าจนนายไม้ตายแล้วประกาศแก่ทุกคนที่นั่นว่า
“ทุกคนจำไว้ ที่นี่คือเมืองภูพระกาฬ ที่นี่มีความยุติธรรมและมีกฎหมายแต่มันต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน นายจรัญ ที่เป็นเจ้าของเมืองนี้และเป็นเจ้าชีวิตของพวกแกทุกคน”
เรื่องย่อ ละคร ตะวันเดือด
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน1
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน3
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน4
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน5
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน6
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน7
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน8
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน9
ดูละครย้อนหลัง
ละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน1 คลิก
เรื่องย่อ ตะวันเดือด ตอน1
“ภูพระกาฬ” ดินแดนแห่งความรักและความแค้น...
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในยามที่บ้านเมืองต้อง กลียุค เงินคือพระเจ้า กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวได้อีกต่อไป ชีวิต...มีอยู่สองทางเลือก คือการเข่นฆ่าเพื่อให้ได้มาและการตกเป็นเหยื่อ ผู้คนมีลมหายใจอยู่ได้ด้วยการเอารัด เอาเปรียบ กินเลือดกินเนื้อซึ่งกันและกัน
และนี่คือเรื่องราวของดินแดนที่ได้ชื่อว่า “ภูพระกาฬ”
ณ ดินแดนแห่งนี้ คือที่ตั้งของไร่ฟ้ารุ่ง...
ท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพรที่เขียวชอุ่ม ชีวิตหนึ่ง กำลังจะถูกพรากไปจากอีกชีวิตหนึ่งที่เป็นคนรัก
ภูตะวัน...กอดร่างโชกเลือดของเพชรรุ้งไว้ในอ้อมแขนกระชับในร่างที่ชุ่มเลือดของตัวเอง...เลือดกับเลือด โชกชุ่มกันอยู่ จนไม่รู้ว่าเป็นเลือดเขาหรือเลือดเธอ...
ท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งกายและใจอย่างสาหัสนี้ภูตะวันรำพันความเจ็บร้าวกับร่างในอ้อมกอด...
“เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกนี้ ก็คือความรัก กับความแค้น เพราะมันสามารถผลักดันให้คนเราทำเรื่องราวได้ทุกอย่าง...ในหัวใจของผม เคยเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกเหล่านั้น จนกระทั่ง...เมื่อใครบางคนจากไป ทุกอย่าง...ก็จบสิ้นลง...”
ภูตะวันร่ำไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง โหยหวน เมื่อมือของเพชรรุ้งที่กอดเขาอยู่ร่วงหล่นลงข้างกาย...ภูตะวันกอดร่างที่ไร้ลมหายใจของเพชรรุ้งอย่างเดียวดาย...
ooooooo
เมื่อ 14 ปีก่อน
ที่กระท่อมกลางป่า นกเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงมาเกาะที่ขอบระเบียง สาโรจน์ อดีตทหารผู้ผันตัวมาเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจ เพื่อนรักของภูผาพ่อของภูตะวัน ออกจากกระท่อมมาปลดจดหมายออกจากกระบอกทองเหลืองเล็กๆที่ขาของมัน
อ่านจดหมายแล้ว สาโรจน์รำพึงออกมาด้วยแววตา คมกล้า
“ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึงจนได้...ศักดา ภูผา”
ooooooo
ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาและภูผาที่ถูกเอ่ยถึง ขี่ม้ายืนคู่กันอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ทอดสายตามองฝูงวัวที่คนงานกำลังต้อนกลับเข้าคอกอย่างอิ่มเอมใจ...ไร่ฟ้ารุ่งในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับสวรรค์บนดินของคนทั้งสอง
“ที่นี่ยังคงงดงามเหมือนเดิม แกว่าไหมศักดา เหมือนเมื่อสิบปีก่อนตอนที่เรามาบุกเบิกด้วยกัน” ภูผาเอ่ย ศักดาพยักหน้ารำพึงถึงอดีตว่า ตอนนั้นมันเป็นแค่ที่ดินรกร้างผืนหนึ่งเท่านั้น
ภูผาหันมองหน้าเพื่อนบอกว่า แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ศักดาหันสบตาเอ่ยทันที “ระหว่างแกกับฉันก็เหมือนกัน”
“แกคิดแบบนั้นเหรอเพื่อน” ภูผาถาม ศักดาไม่ตอบแต่มองภูผาอย่างปวดร้าว ต่างมองหน้ากันเงียบงัน
ครู่หนึ่ง ศักดาล้วงบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ภูผา มันคือพลอยที่ยังไม่ได้เจียระไนและยังมีคราบโคลน
ติดอยู่ ภูผามองอึ้งนิดๆ จนเมื่อศักดาแบ่งพลอยให้ภูผาครึ่งหนึ่ง แต่ภูผากลับหยิบเอาไปทั้งหมด
ศักดาแค่นหัวเราะแค้นออกมา มองเพื่อนรักด้วยสายตาอำมหิต ขณะประเมินเพื่อนรักว่า
“ธาตุแท้ของแก มันก็เหมือนกับพลอยเม็ดนี้ภูผา
สวยงามแต่ดักดาน ต่างกันแค่ว่าพลอยมันเจียระไนได้ แต่เดรัจฉานอย่างแก...ไม่มีวันเป็นแบบนั้น”
คำพูดและแววตาของศักดา เสมือนประกาศปิดฉากมิตรภาพที่เคยมีต่อกันอย่างสิ้นเยื่อไม่เหลือใย!
ooooooo
ไร่ข้าวโพดในไร่ฟ้ารุ่ง ข้าวโพดกำลังออกฝัก ต้นข้าวโพดสูงท่วมหัว เป็นสถานที่ที่พวกเด็กๆชอบมาเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนาน
ด.ช.ภูตะวัน ลูกชายภูผา ด.ญ.เพชรรุ้ง ลูกสาวศักดา ในวัยไล่เลี่ยที่โตมาด้วยกันกำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ เพชรรุ้งไปซ่อนถูกภูตะวันจับได้ก็บ่นกระปอดกระแปดว่า เพิ่งซ่อนแป๊บเดียวเอง ภูตะวันขัดว่าแพ้แล้วอย่าโกง
เล่นกันทีไรก็งอนใส่กันทุกที แต่ภูตะวันก็มีวิธีเอาใจให้เพชรรุ้งหายงอน ด้วยการทำกังหันลมจากใบข้าวโพดให้ แค่นั้น เพชรรุ้งก็ตื่นเต้นจนหายงอนสนิท
ขณะนั้นเอง ด.ช.พรลูกคนงานในวัยเดียวกันมาตะโกนเรียกบอกว่าคุณผู้หญิงให้มาตาม เด็กทั้งสองจึงชวนกันกลับ
คุณผู้หญิงที่พรเอ่ยถึงคือ อุษาแม่ของภูตะวันนั่นเอง เมื่อเด็กๆกลับมาถึงเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง อุษาที่กำลังท้องแก่ก็เอาขนมมาตั้งที่โต๊ะตรงระเบียง เรียกเด็กๆให้มาทานขนมกัน ภูตะวันกับเพชรรุ้งวิ่งขึ้นไป พรเลียปากแผล็บพึมพำ “ลาภปากมาแล้ว”
ขณะเด็กๆกำลังทานขนมกันนั่นเอง ศักดาขี่ม้ามายืนอยู่แถวนั้นร้องเรียกเพชรรุ้งให้กลับบ้าน อุษาเอะใจกับท่าทีแข็งกระด้างของศักดา เธอยิ้มและเชิญชวนมาทานของว่างด้วยกัน ศักดาตอบประชดว่า
“เก็บให้ภูผามันกินคนเดียวเถอะ ตะกละตะกลามอย่างมัน ไม่เคยอิ่มกับเขาหรอก”
ภูตะวันกับอุษามองหน้ากันงงๆ ศักดาไม่สนใจฉุดเพชรรุ้งขึ้นหลังม้าขี่ออกไปโดยไม่ร่ำลาสักคำ อุษาใจหายกับท่าทีนั้น เธอมองไปทางเนินเขาอย่างสังหรณ์ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างศักดากับภูผาสามีตัวเอง
ooooooo
ภูผายังอยู่ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง เขานั่งบนหลังม้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด ครู่หนึ่งยศที่ปรึกษาคนสนิทขี่ม้ามาสมทบ ภูผาถามว่าส่งข่าวถึงสาโรจน์หรือยัง ยศพยักหน้าบอกว่าสาโรจน์กำลังจะมาที่นี่ รับปากว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องทุกอย่างให้
“ไม่ทันแล้วยศ บอกสาโรจน์ว่าเขาต้องเลือกข้างระหว่างฉันกับศักดา ไม่อย่างนั้นก็ให้กลับไปเสีย”
ยศนิ่งอึ้ง ขณะที่ภูผาทอดสายตาไปข้างหน้าแววตาเหี้ยม
ที่ชายป่า ศักดาขี่ม้าพาเพชรรุ้งกลับบ้าน เจอคนกลุ่มหนึ่งโผล่จากที่ซ่อนในป่าข้างทาง เพชรรุ้งตกใจกลัว ศักดาปลอบลูกว่าไม่มีอะไรเพื่อนพ่อเอง
กลุ่มคนที่โผล่จากป่าข้างทาง คือจรัญ พ่อเลี้ยงผู้มีอิทธิพลในภูพระกาฬกับวันชัยผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง ทั้งสองโดดเด่นอยู่ในกลุ่มที่ตามมา เมื่อพบกัน ศักดาพยักหน้าทักทายแล้วบุ้ยหน้าไปข้างหลังถามว่าพร้อมรึยัง
จรัญบอกว่าตนกับพี่ชายพร้อมแน่ทันทีที่ได้รับมัดจำก้อนแรก ศักดาโยนถุงหนังเล็กๆให้ จรัญรับไปเปิดดูในนั้นมีพลอยดิบหลายเม็ด
“ที่เหลือฉันจะจ่ายหลังจากเสร็จงาน” ศักดาบอก จรัญถามว่าจะให้ลงมือเมื่อไร “คืนนี้!” ศักดาตอบสั้นๆแต่เข้ม...เหี้ยม
เวลาเดียวกัน ที่ห้องรับแขกเรือนเล็กของภูผา ยศคนสนิทของเขากำลังจะออกจากบ้าน ถูกผกาผู้เป็นเมียตำหนิต่อว่าถามว่าจะไปไหน วันๆมีแต่งานไม่เคยสนใจลูกเมียเลย
ด.ช.เดชาลูกติดของผกามองผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างหวาดกลัว ยศบ่นว่าข้างนอกกำลังวุ่นวายจะมาชวนทะเลาะอะไรกันตอนนี้ ผกาตวาดสวนไปว่า “แต่ฉันเป็นเมียคุณนะ ไม่ใช่ นางบำเรอ”
“นี่เธอ แม่ม่ายลูกติดอย่างเธอ ได้แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วอย่าเรียกร้องนักเลย” พูดแล้วยศคว้าหมวกมองจิกไปทางเดชาแวบหนึ่งก่อนผละไป
ผกาโวยวายให้ยศกลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน เมื่อไม่สำเร็จก็หันมองเดชาระบายอารมณ์ใส่ว่า
“แกได้ยินแล้วใช่ไหมเดชา เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นเมีย ไม่เคยเห็นแกเป็นลูกเสียด้วยซ้ำ ชิ! ใช่สิ ก็แค่แม่ม่าย ลูกติดที่เขาชุบเลี้ยงเอาไว้”
เดชาหน้าจ๋อยก้มหน้าหลบสายตาแม่ จมดิ่งอยู่กับปมด้อยและความไร้ค่าของตัวเอง...
ooooooo
ในเมืองภูพระกาฬ สาโรจน์จูงม้าผ่านประตูเมืองเข้ามา เห็นเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างดูสงบร่มรื่น เขามองภาพเบื้องหน้าอย่างประทับใจ จูงม้าเดินมาจนถึงหน้าโรงแรมสันติภาพ
เฮียเส็งเจ้าของโรงแรมยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าอย่างรอคอยใครบางคน พอเห็นสาโรจน์ก็ทักอย่างประชดประสาคนคุ้นเคยว่า นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก สาโรจน์ย้อนกลับประสาคนคุ้นเคยเช่นกันว่า คงต้องรอให้เฮียเส็งตายไปก่อน เฮียหัวเราะร่วน บอกว่ายาก เพราะหมอดูเคยบอกว่าตนดวงแข็ง
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในยามที่บ้านเมืองต้อง กลียุค เงินคือพระเจ้า กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวได้อีกต่อไป ชีวิต...มีอยู่สองทางเลือก คือการเข่นฆ่าเพื่อให้ได้มาและการตกเป็นเหยื่อ ผู้คนมีลมหายใจอยู่ได้ด้วยการเอารัด เอาเปรียบ กินเลือดกินเนื้อซึ่งกันและกัน
และนี่คือเรื่องราวของดินแดนที่ได้ชื่อว่า “ภูพระกาฬ”
ณ ดินแดนแห่งนี้ คือที่ตั้งของไร่ฟ้ารุ่ง...
ท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพรที่เขียวชอุ่ม ชีวิตหนึ่ง กำลังจะถูกพรากไปจากอีกชีวิตหนึ่งที่เป็นคนรัก
ภูตะวัน...กอดร่างโชกเลือดของเพชรรุ้งไว้ในอ้อมแขนกระชับในร่างที่ชุ่มเลือดของตัวเอง...เลือดกับเลือด โชกชุ่มกันอยู่ จนไม่รู้ว่าเป็นเลือดเขาหรือเลือดเธอ...
ท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งกายและใจอย่างสาหัสนี้ภูตะวันรำพันความเจ็บร้าวกับร่างในอ้อมกอด...
“เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกนี้ ก็คือความรัก กับความแค้น เพราะมันสามารถผลักดันให้คนเราทำเรื่องราวได้ทุกอย่าง...ในหัวใจของผม เคยเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกเหล่านั้น จนกระทั่ง...เมื่อใครบางคนจากไป ทุกอย่าง...ก็จบสิ้นลง...”
ภูตะวันร่ำไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง โหยหวน เมื่อมือของเพชรรุ้งที่กอดเขาอยู่ร่วงหล่นลงข้างกาย...ภูตะวันกอดร่างที่ไร้ลมหายใจของเพชรรุ้งอย่างเดียวดาย...
ooooooo
เมื่อ 14 ปีก่อน
ที่กระท่อมกลางป่า นกเหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงมาเกาะที่ขอบระเบียง สาโรจน์ อดีตทหารผู้ผันตัวมาเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจ เพื่อนรักของภูผาพ่อของภูตะวัน ออกจากกระท่อมมาปลดจดหมายออกจากกระบอกทองเหลืองเล็กๆที่ขาของมัน
อ่านจดหมายแล้ว สาโรจน์รำพึงออกมาด้วยแววตา คมกล้า
“ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึงจนได้...ศักดา ภูผา”
ooooooo
ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาและภูผาที่ถูกเอ่ยถึง ขี่ม้ายืนคู่กันอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ทอดสายตามองฝูงวัวที่คนงานกำลังต้อนกลับเข้าคอกอย่างอิ่มเอมใจ...ไร่ฟ้ารุ่งในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับสวรรค์บนดินของคนทั้งสอง
“ที่นี่ยังคงงดงามเหมือนเดิม แกว่าไหมศักดา เหมือนเมื่อสิบปีก่อนตอนที่เรามาบุกเบิกด้วยกัน” ภูผาเอ่ย ศักดาพยักหน้ารำพึงถึงอดีตว่า ตอนนั้นมันเป็นแค่ที่ดินรกร้างผืนหนึ่งเท่านั้น
ภูผาหันมองหน้าเพื่อนบอกว่า แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ศักดาหันสบตาเอ่ยทันที “ระหว่างแกกับฉันก็เหมือนกัน”
“แกคิดแบบนั้นเหรอเพื่อน” ภูผาถาม ศักดาไม่ตอบแต่มองภูผาอย่างปวดร้าว ต่างมองหน้ากันเงียบงัน
ครู่หนึ่ง ศักดาล้วงบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ภูผา มันคือพลอยที่ยังไม่ได้เจียระไนและยังมีคราบโคลน
ติดอยู่ ภูผามองอึ้งนิดๆ จนเมื่อศักดาแบ่งพลอยให้ภูผาครึ่งหนึ่ง แต่ภูผากลับหยิบเอาไปทั้งหมด
ศักดาแค่นหัวเราะแค้นออกมา มองเพื่อนรักด้วยสายตาอำมหิต ขณะประเมินเพื่อนรักว่า
“ธาตุแท้ของแก มันก็เหมือนกับพลอยเม็ดนี้ภูผา
สวยงามแต่ดักดาน ต่างกันแค่ว่าพลอยมันเจียระไนได้ แต่เดรัจฉานอย่างแก...ไม่มีวันเป็นแบบนั้น”
คำพูดและแววตาของศักดา เสมือนประกาศปิดฉากมิตรภาพที่เคยมีต่อกันอย่างสิ้นเยื่อไม่เหลือใย!
ooooooo
ไร่ข้าวโพดในไร่ฟ้ารุ่ง ข้าวโพดกำลังออกฝัก ต้นข้าวโพดสูงท่วมหัว เป็นสถานที่ที่พวกเด็กๆชอบมาเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนาน
ด.ช.ภูตะวัน ลูกชายภูผา ด.ญ.เพชรรุ้ง ลูกสาวศักดา ในวัยไล่เลี่ยที่โตมาด้วยกันกำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ เพชรรุ้งไปซ่อนถูกภูตะวันจับได้ก็บ่นกระปอดกระแปดว่า เพิ่งซ่อนแป๊บเดียวเอง ภูตะวันขัดว่าแพ้แล้วอย่าโกง
เล่นกันทีไรก็งอนใส่กันทุกที แต่ภูตะวันก็มีวิธีเอาใจให้เพชรรุ้งหายงอน ด้วยการทำกังหันลมจากใบข้าวโพดให้ แค่นั้น เพชรรุ้งก็ตื่นเต้นจนหายงอนสนิท
ขณะนั้นเอง ด.ช.พรลูกคนงานในวัยเดียวกันมาตะโกนเรียกบอกว่าคุณผู้หญิงให้มาตาม เด็กทั้งสองจึงชวนกันกลับ
คุณผู้หญิงที่พรเอ่ยถึงคือ อุษาแม่ของภูตะวันนั่นเอง เมื่อเด็กๆกลับมาถึงเรือนใหญ่ไร่ฟ้ารุ่ง อุษาที่กำลังท้องแก่ก็เอาขนมมาตั้งที่โต๊ะตรงระเบียง เรียกเด็กๆให้มาทานขนมกัน ภูตะวันกับเพชรรุ้งวิ่งขึ้นไป พรเลียปากแผล็บพึมพำ “ลาภปากมาแล้ว”
ขณะเด็กๆกำลังทานขนมกันนั่นเอง ศักดาขี่ม้ามายืนอยู่แถวนั้นร้องเรียกเพชรรุ้งให้กลับบ้าน อุษาเอะใจกับท่าทีแข็งกระด้างของศักดา เธอยิ้มและเชิญชวนมาทานของว่างด้วยกัน ศักดาตอบประชดว่า
“เก็บให้ภูผามันกินคนเดียวเถอะ ตะกละตะกลามอย่างมัน ไม่เคยอิ่มกับเขาหรอก”
ภูตะวันกับอุษามองหน้ากันงงๆ ศักดาไม่สนใจฉุดเพชรรุ้งขึ้นหลังม้าขี่ออกไปโดยไม่ร่ำลาสักคำ อุษาใจหายกับท่าทีนั้น เธอมองไปทางเนินเขาอย่างสังหรณ์ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างศักดากับภูผาสามีตัวเอง
ooooooo
ภูผายังอยู่ที่เนินเขาในเขตไร่ฟ้ารุ่ง เขานั่งบนหลังม้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด ครู่หนึ่งยศที่ปรึกษาคนสนิทขี่ม้ามาสมทบ ภูผาถามว่าส่งข่าวถึงสาโรจน์หรือยัง ยศพยักหน้าบอกว่าสาโรจน์กำลังจะมาที่นี่ รับปากว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องทุกอย่างให้
“ไม่ทันแล้วยศ บอกสาโรจน์ว่าเขาต้องเลือกข้างระหว่างฉันกับศักดา ไม่อย่างนั้นก็ให้กลับไปเสีย”
ยศนิ่งอึ้ง ขณะที่ภูผาทอดสายตาไปข้างหน้าแววตาเหี้ยม
ที่ชายป่า ศักดาขี่ม้าพาเพชรรุ้งกลับบ้าน เจอคนกลุ่มหนึ่งโผล่จากที่ซ่อนในป่าข้างทาง เพชรรุ้งตกใจกลัว ศักดาปลอบลูกว่าไม่มีอะไรเพื่อนพ่อเอง
กลุ่มคนที่โผล่จากป่าข้างทาง คือจรัญ พ่อเลี้ยงผู้มีอิทธิพลในภูพระกาฬกับวันชัยผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง ทั้งสองโดดเด่นอยู่ในกลุ่มที่ตามมา เมื่อพบกัน ศักดาพยักหน้าทักทายแล้วบุ้ยหน้าไปข้างหลังถามว่าพร้อมรึยัง
จรัญบอกว่าตนกับพี่ชายพร้อมแน่ทันทีที่ได้รับมัดจำก้อนแรก ศักดาโยนถุงหนังเล็กๆให้ จรัญรับไปเปิดดูในนั้นมีพลอยดิบหลายเม็ด
“ที่เหลือฉันจะจ่ายหลังจากเสร็จงาน” ศักดาบอก จรัญถามว่าจะให้ลงมือเมื่อไร “คืนนี้!” ศักดาตอบสั้นๆแต่เข้ม...เหี้ยม
เวลาเดียวกัน ที่ห้องรับแขกเรือนเล็กของภูผา ยศคนสนิทของเขากำลังจะออกจากบ้าน ถูกผกาผู้เป็นเมียตำหนิต่อว่าถามว่าจะไปไหน วันๆมีแต่งานไม่เคยสนใจลูกเมียเลย
ด.ช.เดชาลูกติดของผกามองผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างหวาดกลัว ยศบ่นว่าข้างนอกกำลังวุ่นวายจะมาชวนทะเลาะอะไรกันตอนนี้ ผกาตวาดสวนไปว่า “แต่ฉันเป็นเมียคุณนะ ไม่ใช่ นางบำเรอ”
“นี่เธอ แม่ม่ายลูกติดอย่างเธอ ได้แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วอย่าเรียกร้องนักเลย” พูดแล้วยศคว้าหมวกมองจิกไปทางเดชาแวบหนึ่งก่อนผละไป
ผกาโวยวายให้ยศกลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน เมื่อไม่สำเร็จก็หันมองเดชาระบายอารมณ์ใส่ว่า
“แกได้ยินแล้วใช่ไหมเดชา เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นเมีย ไม่เคยเห็นแกเป็นลูกเสียด้วยซ้ำ ชิ! ใช่สิ ก็แค่แม่ม่าย ลูกติดที่เขาชุบเลี้ยงเอาไว้”
เดชาหน้าจ๋อยก้มหน้าหลบสายตาแม่ จมดิ่งอยู่กับปมด้อยและความไร้ค่าของตัวเอง...
ooooooo
ในเมืองภูพระกาฬ สาโรจน์จูงม้าผ่านประตูเมืองเข้ามา เห็นเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างดูสงบร่มรื่น เขามองภาพเบื้องหน้าอย่างประทับใจ จูงม้าเดินมาจนถึงหน้าโรงแรมสันติภาพ
เฮียเส็งเจ้าของโรงแรมยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าอย่างรอคอยใครบางคน พอเห็นสาโรจน์ก็ทักอย่างประชดประสาคนคุ้นเคยว่า นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก สาโรจน์ย้อนกลับประสาคนคุ้นเคยเช่นกันว่า คงต้องรอให้เฮียเส็งตายไปก่อน เฮียหัวเราะร่วน บอกว่ายาก เพราะหมอดูเคยบอกว่าตนดวงแข็ง
เมื่อนั่งดื่มและคุยกันที่โต๊ะ ยศคนสนิทของภูผาเอ่ยขึ้นว่า ท่าทางภูผากับศักดาคงต้องแตกหักกันแน่ เรื่องเจรจาคงไม่มีทางเป็นไปได้ สาโรจน์ถามว่าแล้วจะเอายังไง
“คุณต้องเลือก ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน” ยศทิ้งไพ่ เมื่อ สาโรจน์ลังเล ยศเปรยๆว่า “คุณโรจน์...คุณภูผาเป็นเพื่อนของคุณ เขาช่วยเหลือคุณมาตลอด”
“ศักดาก็เหมือนกัน นายจะให้ฉันช่วยภูผาแล้วฆ่าศักดางั้นเหรอ” สาโรจน์สวนไปทันควัน
“ถ้างั้นคุณก็ควรจะไปจากที่นี่ ไม่งั้นจะเป็นอันตรายเสียเปล่าๆ” ยศเสียงแข็งลุกขึ้นหยิบหมวก ล้วงจดหมาย
ฉบับหนึ่งวางไว้บนโต๊ะบอก “คุณภูผาฝากจดหมายให้คุณช่วยเก็บเอาไว้”
ยศลุกไปแล้ว สาโรจน์ยังนั่งดื่มดับกลุ้มอยู่คนเดียว ครกผู้จัดการร้านที่กำลังนั่งดีดลูกคิดเงยหน้ามองตามยศแล้วหันมองสาโรจน์อย่างเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ooooooo
เย็นนี้เองที่ชายป่า จรัญ วันชัย และก้อนกับสมุน กำลังวางแผนกันอยู่ จรัญใช้กิ่งไม้ชี้บนแผนที่ไร่ฟ้ารุ่งที่เขียนบนพื้นทรายหยาบๆ พลางอธิบายแผนการ
“พวกเราจะบุกเข้าไปทางนี้ ด่านแรกที่เจอก็คือยามเฝ้าไร่ตรงปากทาง จากนั้นพอเลยเข้าไปก็จะเป็นเรือนพักของพวกคนงาน” อธิบายแล้วเงยหน้าย้ำกับทุกคน “จำไว้ ตอนบุกเข้าไปให้ประกาศตัวว่าเราเป็นพวกโจร อย่าให้พวกมันเห็นหน้าค่าตาเด็ดขาด มีใครสงสัยอะไรไหม”
สมุนทุกคนนิ่งเงียบสีหน้าเหี้ยมเกรียม จรัญหันมาย้ำกับ วันชัยผู้เป็นพี่ชายว่า งานนี้ห้ามบุ่มบ่าม วันชัยตวาดใส่ว่ารู้แล้ว พูดอยู่ได้ จรัญพยักหน้าเอือมๆแล้วสั่งทุกคนให้เตรียมตัวได้
ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมม้าและอาวุธ จรัญยังนั่งเครียดอยู่ย้ำกับตัวเองว่า งานนี้ต้องไม่พลาดเด็ดขาด
คืนเดียวกันนี้ สาโรจน์ไปที่วิไลบาร์ ที่มีทั้งขายเหล้า เล่นการพนัน และสาวบริการพร้อม
ขณะวิไลเจ้าของบาร์กำลังนั่งดวลไพ่อยู่กับลูกค้ารายหนึ่ง เมื่อเล่นได้ก็กวาดเงินเดิมพันบนโต๊ะใส่หีบ ขณะนั้นเอง นายอำเภอ กับถาวรซึ่งเป็นผู้ช่วยเดินเข้ามา ถาวรกวาดตาไปรอบๆ แล้วเข้าไปนั่งข้างๆวิไล ทักทายอย่างรู้กัน แล้วเอาถุงผ้าสำหรับใส่เงินออกมาแหวะปากถุงรอ
“ขืนสูบเลือดกันแบบนี้ทุกเดือน บาร์ฉันเจ๊งแน่” วิไลพูดอย่างคับแค้นใจ
“มีหน้าที่จ่ายก็จ่ายมาเถอะครับคุณวิไล พวกผมมีหน้าที่ไถลูกเดียว อย่างอื่น...ไม่สน” พูดพลางพลิกไพ่บนโต๊ะเล่น “ยังมีคนอีกมากที่ต้องการลงทุนในภูพระกาฬ ถ้าแค่นี้คุณจ่ายไม่ไหว ก็ควรจะหลีกทางให้คนอื่น”
ทั้งคำพูดและด้ามปืนที่ถาวรจงใจให้โผล่จากเอว ทำให้วิไลกัดฟันเทเงินในหีบใส่ถุงของถาวร เมื่อได้ค่าส่วยสมใจแล้ว ถาวรเดินออกจากร้านไป สวนกับรานีน้องสาวของวิไลที่เดินมาส่งลูกค้าข้างล่าง
รานีชะงักเมื่อเห็นเงาแวบๆของสาโรจน์จูงม้ามายืนอยู่ ไม่นานนักทั้งสาโรจน์และรานีก็กอดก่ายกันอยู่บนเตียง ทั้งสอง เป็นคู่ขากัน เธอรักและหลงใหลสาโรจน์ อยากให้เขาพาหนีไปอยู่ด้วยกัน แต่สาโรจน์บอกว่าตนทำไม่ได้ เธอน่าจะรู้ว่าการอยู่กับมือปืนนั้นลำบากแค่ไหน
เมื่อรานีออดอ้อนมากเข้า สาโรจน์บอกว่าเอาไว้คืนนี้เสร็จเรื่องเมื่อไรจะให้คำตอบ
“ถ้างั้นฉันจะรอคุณ ต่อให้ต้องรออีกนานแค่ไหนฉันก็จะรอ ฉันเชื่อว่าคุณรักฉันคุณต้องกลับมา” รานีมองเขาอย่างมั่นใจ แต่สาโรจน์กลับรู้สึกปวดร้าวกับการรอคอยของเธอ...
ooooooo
ที่ทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ขณะยศกำลังทักทายหยอกล้อ กับพวกเวรยามที่ปิ้งข้าวโพดกินกันอยู่นั้น ยามคนหนึ่ง ร้องบอกอย่างตกใจพลางชี้ให้ดู
ยศมองไปเห็นขบวนของจรัญกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่ไร่ ทุกคนมีผ้าผูกอำพรางใบหน้า จรัญกับสมุนบางคนถือคบเพลิงในมือ ยศรีบสั่งยามให้ตีเกราะเร็วๆ ยามคว้าเกราะไปเคาะรัว ปากก็ตะโกน
“โจรปล้นโว้ย โจรปล้น แห่กันมาเป็นโขยงแล้ว”
เสียงเคาะเกราะและเสียงตะโกนของยามทำให้จรัญชักปืนยิงจนยามร่วมล้มทั้งยืน แล้วเล็งมาทางยศระดมยิงใส่ ยศคว้าตัว ด.ช.พรขึ้นมาควบหนีไปในไร่ มาถึงหน้าเรือนก็ปล่อยพรลงจากม้า สั่งพรให้ไปเตือนพวกคนงานให้รีบหนี บอกว่าพวกโจรมากันเยอะอย่าต่อสู้เด็ดขาด จากนั้นไปทุบประตูบ้านภูผา
“เจ้านายครับเจ้านาย เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับเจ้านาย” ภูผาถือปืนออกมาถามว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงปืน “โจรครับนาย มีพวกโจรบุกเข้ามาในไร่ของเรา แห่มาเป็นโขยงเลยครับ”
“แล้วสาโรจน์ล่ะ มาด้วยกันรึเปล่า” ภูผาถาม
ooooooo
สาโรจน์ยังนอนอยู่กับรานี เฮียเส็งไปเคาะประตูบอกว่าชาวบ้านลือกันว่าไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น บอกสาโรจน์ว่า “ฉันรู้ว่าแกไม่อยากเลือกฝ่าย แต่เมียกับลูกของภูผาไม่ควรตายแบบนี้”
เหมือนคำเตือนที่ทำให้สาโรจน์ต้องตัดสินใจ เขาคว้าปืนออกไปทันที วิไลถามว่าจะไปฆ่าใครอีก สาโรจน์ตอบอย่างไม่สนใจว่าจะไปช่วยคนต่างหาก
“แน่ใจเหรอคุณเพชฌฆาต ระวังตัวให้ดี ผู้ล่าก็อาจกลายเป็นผู้ถูกล่าเข้าสักวัน” วิไลหยัน พอรานีเรียกพี่สาวเชิงตำหนิ วิไลบอกว่า “ฉันจะขายร้านแล้วไปจากที่นี่ ไปจากภูพระกาฬ ที่มีแต่ผู้รักษากฎหมายคอยจ้องแทะเศษเนื้อพวกนอกกฎหมายเลวๆ” วิไลพูดอย่างเจ็บแค้น
ooooooo
จรัญกับวันชัยคุมสมุนตะลุยเข้าไปในบริเวณเรือนพักคนงานไร่ฟ้ารุ่ง มันยิงกราดไม่เลือกเด็กหรือผู้หญิง เผาทุกบ้านที่ผ่าน เมื่อสะใจแล้ว จรัญกับวันชัยชวนกันตามล่าภูผา ส่วนทางนี้ปล่อยให้สมุนทำกันเอง
เมื่อยศมารายงานสภาพ ภูผาพยุงอุษาที่ท้องแก่ขึ้นม้าตัวหนึ่ง ส่วนภูตะวันไปกับยศ ขณะนั้นเองยศเห็นพวกจรัญควบม้ามาแต่ไกล เร่งภูผาให้รีบไปกัน แต่ไม่พ้นสายตาของจรัญกับวันชัย พวกมันพากันไล่ตามไป
ส่วนที่เรือนพักคนงาน พวกสมุนของจรัญพากันเผาบ้าน ปล้นข้าวของยิงเด็กทิ้งและลากผู้หญิงไปข่มขืนกันอย่างบ้าคลั่ง
ภูผาเห็นพวกจรัญขี่ม้าไล่ตามและยิงไม่ยั้ง เขาตัดสินใจให้ยศพาภูตะวันแยกไปอีกทางหนึ่ง ส่วนตัวเองจะล่อพวกจรัญไปอีกทาง แต่พวกจรัญก็รู้ทัน มันแยกกันตาม โดยจรัญตามภูผา ส่วนวันชัยให้ตามยศกับภูตะวันไป ทิ้งพวกสมุนให้บ้าคลั่งกับการปล้นฆ่าข่มขืนอยู่ทางนี้
ยศลุกไปแล้ว สาโรจน์ยังนั่งดื่มดับกลุ้มอยู่คนเดียว ครกผู้จัดการร้านที่กำลังนั่งดีดลูกคิดเงยหน้ามองตามยศแล้วหันมองสาโรจน์อย่างเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ooooooo
เย็นนี้เองที่ชายป่า จรัญ วันชัย และก้อนกับสมุน กำลังวางแผนกันอยู่ จรัญใช้กิ่งไม้ชี้บนแผนที่ไร่ฟ้ารุ่งที่เขียนบนพื้นทรายหยาบๆ พลางอธิบายแผนการ
“พวกเราจะบุกเข้าไปทางนี้ ด่านแรกที่เจอก็คือยามเฝ้าไร่ตรงปากทาง จากนั้นพอเลยเข้าไปก็จะเป็นเรือนพักของพวกคนงาน” อธิบายแล้วเงยหน้าย้ำกับทุกคน “จำไว้ ตอนบุกเข้าไปให้ประกาศตัวว่าเราเป็นพวกโจร อย่าให้พวกมันเห็นหน้าค่าตาเด็ดขาด มีใครสงสัยอะไรไหม”
สมุนทุกคนนิ่งเงียบสีหน้าเหี้ยมเกรียม จรัญหันมาย้ำกับ วันชัยผู้เป็นพี่ชายว่า งานนี้ห้ามบุ่มบ่าม วันชัยตวาดใส่ว่ารู้แล้ว พูดอยู่ได้ จรัญพยักหน้าเอือมๆแล้วสั่งทุกคนให้เตรียมตัวได้
ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมม้าและอาวุธ จรัญยังนั่งเครียดอยู่ย้ำกับตัวเองว่า งานนี้ต้องไม่พลาดเด็ดขาด
คืนเดียวกันนี้ สาโรจน์ไปที่วิไลบาร์ ที่มีทั้งขายเหล้า เล่นการพนัน และสาวบริการพร้อม
ขณะวิไลเจ้าของบาร์กำลังนั่งดวลไพ่อยู่กับลูกค้ารายหนึ่ง เมื่อเล่นได้ก็กวาดเงินเดิมพันบนโต๊ะใส่หีบ ขณะนั้นเอง นายอำเภอ กับถาวรซึ่งเป็นผู้ช่วยเดินเข้ามา ถาวรกวาดตาไปรอบๆ แล้วเข้าไปนั่งข้างๆวิไล ทักทายอย่างรู้กัน แล้วเอาถุงผ้าสำหรับใส่เงินออกมาแหวะปากถุงรอ
“ขืนสูบเลือดกันแบบนี้ทุกเดือน บาร์ฉันเจ๊งแน่” วิไลพูดอย่างคับแค้นใจ
“มีหน้าที่จ่ายก็จ่ายมาเถอะครับคุณวิไล พวกผมมีหน้าที่ไถลูกเดียว อย่างอื่น...ไม่สน” พูดพลางพลิกไพ่บนโต๊ะเล่น “ยังมีคนอีกมากที่ต้องการลงทุนในภูพระกาฬ ถ้าแค่นี้คุณจ่ายไม่ไหว ก็ควรจะหลีกทางให้คนอื่น”
ทั้งคำพูดและด้ามปืนที่ถาวรจงใจให้โผล่จากเอว ทำให้วิไลกัดฟันเทเงินในหีบใส่ถุงของถาวร เมื่อได้ค่าส่วยสมใจแล้ว ถาวรเดินออกจากร้านไป สวนกับรานีน้องสาวของวิไลที่เดินมาส่งลูกค้าข้างล่าง
รานีชะงักเมื่อเห็นเงาแวบๆของสาโรจน์จูงม้ามายืนอยู่ ไม่นานนักทั้งสาโรจน์และรานีก็กอดก่ายกันอยู่บนเตียง ทั้งสอง เป็นคู่ขากัน เธอรักและหลงใหลสาโรจน์ อยากให้เขาพาหนีไปอยู่ด้วยกัน แต่สาโรจน์บอกว่าตนทำไม่ได้ เธอน่าจะรู้ว่าการอยู่กับมือปืนนั้นลำบากแค่ไหน
เมื่อรานีออดอ้อนมากเข้า สาโรจน์บอกว่าเอาไว้คืนนี้เสร็จเรื่องเมื่อไรจะให้คำตอบ
“ถ้างั้นฉันจะรอคุณ ต่อให้ต้องรออีกนานแค่ไหนฉันก็จะรอ ฉันเชื่อว่าคุณรักฉันคุณต้องกลับมา” รานีมองเขาอย่างมั่นใจ แต่สาโรจน์กลับรู้สึกปวดร้าวกับการรอคอยของเธอ...
ooooooo
ที่ทางเข้าไร่ฟ้ารุ่ง ขณะยศกำลังทักทายหยอกล้อ กับพวกเวรยามที่ปิ้งข้าวโพดกินกันอยู่นั้น ยามคนหนึ่ง ร้องบอกอย่างตกใจพลางชี้ให้ดู
ยศมองไปเห็นขบวนของจรัญกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่ไร่ ทุกคนมีผ้าผูกอำพรางใบหน้า จรัญกับสมุนบางคนถือคบเพลิงในมือ ยศรีบสั่งยามให้ตีเกราะเร็วๆ ยามคว้าเกราะไปเคาะรัว ปากก็ตะโกน
“โจรปล้นโว้ย โจรปล้น แห่กันมาเป็นโขยงแล้ว”
เสียงเคาะเกราะและเสียงตะโกนของยามทำให้จรัญชักปืนยิงจนยามร่วมล้มทั้งยืน แล้วเล็งมาทางยศระดมยิงใส่ ยศคว้าตัว ด.ช.พรขึ้นมาควบหนีไปในไร่ มาถึงหน้าเรือนก็ปล่อยพรลงจากม้า สั่งพรให้ไปเตือนพวกคนงานให้รีบหนี บอกว่าพวกโจรมากันเยอะอย่าต่อสู้เด็ดขาด จากนั้นไปทุบประตูบ้านภูผา
“เจ้านายครับเจ้านาย เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับเจ้านาย” ภูผาถือปืนออกมาถามว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงปืน “โจรครับนาย มีพวกโจรบุกเข้ามาในไร่ของเรา แห่มาเป็นโขยงเลยครับ”
“แล้วสาโรจน์ล่ะ มาด้วยกันรึเปล่า” ภูผาถาม
ooooooo
สาโรจน์ยังนอนอยู่กับรานี เฮียเส็งไปเคาะประตูบอกว่าชาวบ้านลือกันว่าไร่ฟ้ารุ่งถูกปล้น บอกสาโรจน์ว่า “ฉันรู้ว่าแกไม่อยากเลือกฝ่าย แต่เมียกับลูกของภูผาไม่ควรตายแบบนี้”
เหมือนคำเตือนที่ทำให้สาโรจน์ต้องตัดสินใจ เขาคว้าปืนออกไปทันที วิไลถามว่าจะไปฆ่าใครอีก สาโรจน์ตอบอย่างไม่สนใจว่าจะไปช่วยคนต่างหาก
“แน่ใจเหรอคุณเพชฌฆาต ระวังตัวให้ดี ผู้ล่าก็อาจกลายเป็นผู้ถูกล่าเข้าสักวัน” วิไลหยัน พอรานีเรียกพี่สาวเชิงตำหนิ วิไลบอกว่า “ฉันจะขายร้านแล้วไปจากที่นี่ ไปจากภูพระกาฬ ที่มีแต่ผู้รักษากฎหมายคอยจ้องแทะเศษเนื้อพวกนอกกฎหมายเลวๆ” วิไลพูดอย่างเจ็บแค้น
ooooooo
จรัญกับวันชัยคุมสมุนตะลุยเข้าไปในบริเวณเรือนพักคนงานไร่ฟ้ารุ่ง มันยิงกราดไม่เลือกเด็กหรือผู้หญิง เผาทุกบ้านที่ผ่าน เมื่อสะใจแล้ว จรัญกับวันชัยชวนกันตามล่าภูผา ส่วนทางนี้ปล่อยให้สมุนทำกันเอง
เมื่อยศมารายงานสภาพ ภูผาพยุงอุษาที่ท้องแก่ขึ้นม้าตัวหนึ่ง ส่วนภูตะวันไปกับยศ ขณะนั้นเองยศเห็นพวกจรัญควบม้ามาแต่ไกล เร่งภูผาให้รีบไปกัน แต่ไม่พ้นสายตาของจรัญกับวันชัย พวกมันพากันไล่ตามไป
ส่วนที่เรือนพักคนงาน พวกสมุนของจรัญพากันเผาบ้าน ปล้นข้าวของยิงเด็กทิ้งและลากผู้หญิงไปข่มขืนกันอย่างบ้าคลั่ง
ภูผาเห็นพวกจรัญขี่ม้าไล่ตามและยิงไม่ยั้ง เขาตัดสินใจให้ยศพาภูตะวันแยกไปอีกทางหนึ่ง ส่วนตัวเองจะล่อพวกจรัญไปอีกทาง แต่พวกจรัญก็รู้ทัน มันแยกกันตาม โดยจรัญตามภูผา ส่วนวันชัยให้ตามยศกับภูตะวันไป ทิ้งพวกสมุนให้บ้าคลั่งกับการปล้นฆ่าข่มขืนอยู่ทางนี้
ผกาอยู่กับเดชา ผกาถูกสมุนของจรัญลากไปปล้ำจะข่มขืน เดชาจะเข้าไปช่วยแม่ก็ถูกพวกมันลากไปท่ามกลางเสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือของผกา
ที่บ้านพร สมุนของจรัญรื้อค้นปล้นทุกอย่าง มันยิงพ่อแม่ของพรตาย พรแผดร้องอย่างโกรธแค้น ด่ามันไอ้โจรห้าร้อย พวกมันเข้ามาตบพรจนกระเด็น พอลุกได้พรวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน มันยังจะตามฆ่าให้ได้
พรถูกพวกมันตามทันคว้าตัวไว้ทำท่าจะปาดคอทิ้ง พรดิ้นรนด้วยความกลัว ทันใดนั้นเองกระสุนนัดหนึ่งพุ่งเข้าใส่มันจนเลือดกระฉูด พริบตาเดียวสาโรจน์ก็ควบม้าข้ามพงออกมายิงใส่สมุนของจรัญพวกนั้นอีกสองสามคนล้มตายทันที พรหันมองตาค้างกับผู้เข้ามาช่วยตน
ooooooo
ที่เส้นทางเลียบภูเขา ภูผากำลังพาอุษาหนีโดยมีพวกจรัญตามล่ามาติดๆ มันยิงถูกม้าของภูผาม้าตื่นสะบัดจนภูผากับอุษาตกจากหลังแล้วมันก็วิ่งควบหนีไป
เมื่อไม่มีม้า ภูผาจึงประคองอุษาพาหลบไปตามโขดหิน จรัญสั่งสมุนว่า
“มันไม่มีม้าแล้ว หนีไม่พ้นแน่ ตามไป”
อุษาตกม้าเลือดและน้ำคร่ำทะลักออกมา เธอบอกภูผา ว่าตนไม่ไหวแล้ว ภูผาพาไปหลบในถ้ำ อุษาขอร้องให้ภูผาหนีไปก่อน ถ้ามัวรอตนเราคงต้องตายกันหมดแน่เพราะตนกำลังจะคลอด ภูผาให้เธอทำใจดีๆไว้ตนจะออกไปต้านพวกมันเอง บอกให้เธอรออยู่ในนี้เดี๋ยวตนมา
ที่บ้านพร สมุนของจรัญรื้อค้นปล้นทุกอย่าง มันยิงพ่อแม่ของพรตาย พรแผดร้องอย่างโกรธแค้น ด่ามันไอ้โจรห้าร้อย พวกมันเข้ามาตบพรจนกระเด็น พอลุกได้พรวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน มันยังจะตามฆ่าให้ได้
พรถูกพวกมันตามทันคว้าตัวไว้ทำท่าจะปาดคอทิ้ง พรดิ้นรนด้วยความกลัว ทันใดนั้นเองกระสุนนัดหนึ่งพุ่งเข้าใส่มันจนเลือดกระฉูด พริบตาเดียวสาโรจน์ก็ควบม้าข้ามพงออกมายิงใส่สมุนของจรัญพวกนั้นอีกสองสามคนล้มตายทันที พรหันมองตาค้างกับผู้เข้ามาช่วยตน
ooooooo
ที่เส้นทางเลียบภูเขา ภูผากำลังพาอุษาหนีโดยมีพวกจรัญตามล่ามาติดๆ มันยิงถูกม้าของภูผาม้าตื่นสะบัดจนภูผากับอุษาตกจากหลังแล้วมันก็วิ่งควบหนีไป
เมื่อไม่มีม้า ภูผาจึงประคองอุษาพาหลบไปตามโขดหิน จรัญสั่งสมุนว่า
“มันไม่มีม้าแล้ว หนีไม่พ้นแน่ ตามไป”
อุษาตกม้าเลือดและน้ำคร่ำทะลักออกมา เธอบอกภูผา ว่าตนไม่ไหวแล้ว ภูผาพาไปหลบในถ้ำ อุษาขอร้องให้ภูผาหนีไปก่อน ถ้ามัวรอตนเราคงต้องตายกันหมดแน่เพราะตนกำลังจะคลอด ภูผาให้เธอทำใจดีๆไว้ตนจะออกไปต้านพวกมันเอง บอกให้เธอรออยู่ในนี้เดี๋ยวตนมา
แม้ภูตะวันจะเป็นห่วงยศ แต่ในภาวะเช่นนี้ จำต้องวิ่งไปท่ามกลางกระสุนที่พวกวันชัยยิงตามมาดีแต่ไม่ถูก
เวลาเดียวกันนั้น ภูผาออกมายิงต่อสู้กับจรัญ เขาถูกมันยิงจนเลือดทะลักหงายหลังล้มจมกองเลือดเป็นเวลาที่อุษาคลอดลูกออกมาพอดี เสียงทารกร้องไห้จ้าราวกับรับรู้การจากไปของผู้เป็นพ่อ...
ooooooo
ภูตะวันวิ่งสุดชีวิต ขณะกำลังจะเข้าตาจนนั่นเอง มีใครบางคนยิงใส่สมุนของวันชัยที่กำลังเล็งปืนใส่ภูตะวันจนมันตกม้าตาย วันชัยหันมาเห็นสาโรจน์ดึงตัวภูตะวันขึ้นม้าไปด้วย ก็ชักม้าไล่ตามทันที
สมุนของวันชัยบอกว่าเราตามไม่ทันเพราะม้าฝ่ายโน้นวิ่งอย่างกับพายุ วันชัยตะคอกว่าต้องทันเพราะตรงไปจะเป็นหน้าผา มันหนีไม่พ้นแน่
แต่สาโรจน์ผู้ช่ำชองในการต่อสู้ ก็สามารถควบม้าทะยานผ่านหน้าผาไปได้ วันชัยตะโกนสั่งสมุนว่า “มันทำได้เราก็ต้องทำได้สิวะ ตามไป” พร้อมกับชักปืนออกมาบังคับให้สมุนควบม้าตามไป
ผลคือ สมุนคนนั้นกับม้าทะยานไม่ผ่าน ตกเหวไปต่อหน้าต่อตา ตัววันชัยเองก็ชักม้าหยุดแทบไม่ทัน คำรามอย่างเคียดแค้น “นี่เอ็งเป็นใครกันแน่วะ มาขวางพวกข้าทำไม”
“ข้าชื่อสาโรจน์ กลับไปบอกเจ้านายของแกเสียว่าเรื่องระหว่างมันกับภูผา ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวแต่ชีวิตเด็กคนนี้เป็นของฉัน ห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด!”
ท่าทางและน้ำเสียงที่ดุดันเฉียบขาดของสาโรจน์ทำให้วันชัยชะงัก แต่พอสาโรจน์จะชักม้าไปมันก็ชักปืนออกมาทันที แต่ช้ากว่ามือฆ่าอย่างสาโรจน์เขาหันกลับยิงใส่มันทันควันกระสุนพุ่งเข้าปากกระบอกปืนวันชัยจนปืนมันระเบิด ตัวมันเองแผดเสียงร้องโหยหวนก่อนตกจากหลังม้า แขนฉีกขาดรุ่งริ่งหน้าเหวอะเพราะสะเก็ด
สาโรจน์ควบม้าพาภูตะวันหนีไปท่ามกลางเสียงคำรามอย่างเจ็บแค้นของวันชัยราวกับคนบ้าคลั่ง
ooooooo
ศักดามาถึงปากถ้ำ พอลูกน้องรายงานจรัญก็รีบคว้าหมวกมาใส่ลุกขึ้นต้อนรับ พอลงจากหลังม้าศักดาก็ซัดหมัดเข้าที่หน้าจรัญจนคว่ำ ลูกน้องจรัญพากันชักปืนจ่อศักดา จรัญชูมือห้ามให้ทุกคนใจเย็นๆ ถามศักดาว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเจ้านาย
“แกฆ่าพวกคนงานทำไม คนที่ไม่เกี่ยวข้อง แกทำร้ายเขาทำไม”
จรัญถ่มเลือดในปากทิ้ง บอกว่าปลอมเป็นโจรทั้งทีก็ต้องเล่นให้สมบทบาท ไม่งั้นชาวบ้านจะสงสัย
“แล้วอุษาล่ะ”ศักดาถาม จรัญบุ้ยให้เข้าไปดูในถ้ำ ศักดาคว้าคบเพลิงจากสมุนของจรัญเข้าไปในถ้ำ ระหว่างทางผ่านศพของภูผา ศักดาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอย่างสังเวช
เมื่อเข้าไปพบอุษาในสภาพหน้าตาซีดเซียวเอาเสื้อตัวนอกห่อลูกน้อยเอาไว้ เธอถามศักดาว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่ไหม ถามว่าภูผาทำอะไรผิดถึงต้องฆ่าเขา
“ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้อุษา แต่ถ้าฉันไม่ลงมือ ฉันเองก็ต้องถูกฆ่าเหมือนกัน”อุษาถามว่าแล้วลูกของตนต้องตายด้วยหรือเปล่า“เธอวางใจได้ ฉันจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดให้เหมือนกับลูกของฉันเอง”
“แล้วภูตะวันล่ะ”อุษาถามอีก ศักดาพยักหน้าตอบหนักแน่นว่า
“ตราบใดที่เขาไม่กลับมาที่นี่ ฉันสัญญาว่าเขาจะต้องปลอดภัย”เห็นอุษาร้องไห้ ศักดากุมมือเธอไว้เอ่ยเศร้าๆ “อโหสิให้ฉันด้วยอุษา”
“ฝังฉันไว้ในนี้ ฉันจะอยู่กับภูผาที่นี่ตลอดไป”อุษาหลับตาร้องไห้สะอื้นฮักแล้วขาดใจตรงนั้น
“อุษา...อุษา...”ศักดาพยายามกลั้นน้ำตาแต่ก็กลั้นไม่อยู่ เสียงทารกร้องทำให้เขาได้สติหันมอง...
หลังจากนั้น ศักดาสั่งจรัญให้คนมาระเบิดปากถ้ำทิ้ง เพราะไม่ต้องการให้ใครมารบกวนเพื่อนของตน กำชับให้จำไว้ ห้ามใครแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ออกไปเด็ดขาดไม่อย่างนั้นทุกคนจะต้องตาย!
หลังจากระเบิดปากถ้ำแล้ว จรัญพยักหน้าบุ้ยใบ้ให้ก้อนไปกับตน
ooooooo
สาโรจน์พาภูตะวันไปนอนพักริมลำน้ำในป่า ขณะเขาเย็บแผลให้ตัวเองอยู่นั้น ภูตะวันละเมอเรียกแม่แล้วสะดุ้งตื่น สาโรจน์หันมองถามว่าฝันร้ายหรือ
ภูตะวันชะงักเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่กับสาโรจน์ก็ลุกพรวดขึ้นบอกว่าจะไปหาพ่อกับแม่ พุ่งเข้าคว้าปืนไปกอดแน่น สาโรจน์สั่งให้เอาปืนคืนตนเดี๋ยวนี้ ภูตะวันกอดปืนทำดื้อตาใส จนสาโรจน์เดินไปเผชิญหน้าพูดดุๆ
“ฟังฉันให้ดีนะไอ้หนู พ่อแม่ของแกป่านนี้คงตายไปแล้ว ที่ฉันช่วยแกก็เพราะไม่อยากเห็นแกถูกฆ่า ไม่ใช่มาทำอะไรโง่ๆแบบนี้”พูดแล้วกลับถูกภูตะวันส่องปืนใส่ สาโรจน์ ชะงักถาม“จะทำอะไร ยิงคนที่ช่วยชีวิตแกงั้นเหรอ”
ภูตะวันยืนกรานจะไปหาพ่อกับแม่ สาโรจน์บอกว่าพวกเขาตายแล้วให้ส่งปืนมา ภูตะวันไม่เชื่อร่ำร้องจะกลับบ้าน สาโรจน์ย่างสามขุมเข้าหา จับปืนไว้แล้วถีบภูตะวันตกน้ำ
ooooooo
รานีรู้ว่ามีคนมาเยือน เธอเปิดประตูบาร์ก็เห็นเฮียเส็งกับครกยืนอยู่ เฮียเส็งส่งหีบใบเล็กๆให้รานีบอกว่าสาโรจน์ฝากของมาให้ รานีถามถึงสาโรจน์ เฮียเส็งกลับบอกว่าสาโรจน์ฝากมาบอกให้เธอไปจากที่นี่เสีย ไม่ต้องรอเขา
“ฉันจะอยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะรอสาโรจน์” รานีเด็ดเดี่ยวมาก ยิ่งเห็นนกเหยี่ยวของสาโรจน์บินร่อนอยู่บนท้องฟ้า เธอก็ยิ่งเชื่อว่าสาโรจน์จะต้องกลับมา
ส่วนวิไลตัดสินใจจะไปจากที่นี่ เมื่อรานีจะอยู่ที่นี่ วิไลบอกน้องสาวให้ดูแลตัวเองให้ดีอย่าปล่อยให้ความทุกข์กัดกินหัวใจนานเกินไป แล้วฝากหลงให้ช่วยดูแลรานีด้วยแล้วบังคับรถม้าเดินทางไปจากภูพระกาฬ
ooooooo
ยศในสภาพบาดเจ็บหนัก กุมแผลซมซานกลับมาที่ไร่ฟ้ารุ่ง เห็นสภาพเรือนพักคนงานที่ถูกเผา เห็นศพคนงานตายเกลื่อน เขามองอย่างปวดร้าว เหลือบมองไปที่บ้านตัวเองอย่างสังหรณ์ใจ
เมื่อขึ้นไปบนเรือน เห็นเดชานั่งกอดเข่าเฝ้าศพของผกาที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าถูกข่มขืนยับเยินก่อนฆ่าทารุณ เดชาไม่แม้แต่จะหันมองยศ ในขณะที่ยศมองศพผกาอุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนพุ่งเข้ากอดศพผการ้องไห้อย่างหนัก
เมื่อนำร่างของผกาไปฝังที่เนินเขา ยศกับเดชายืนมองหลุมศพเศร้า ต่างไม่พูดอะไร
ขณะนั้นเอง มีเสียงง้างนกปืนดังขึ้น แล้วสมุนของศักดาก็พูดขึ้นในขณะที่อีกคนถือปืนจ่อใส่ยศ
“คุณยศครับ คุณศักดาเชิญไปพบที่เรือนใหญ่”
เมื่อยศไปพบศักดาท่ีเรือนใหญ่อันเป็นเรือนพักของภูผา เห็นศักดากำลังทานมื้อเช้าอยู่ขรึมๆ เมื่อยศเข้ามาศักดาบอกให้นั่ง แล้วแสดงความเสียใจเรื่องผกา พร้อมทั้งสาบานว่านั่นไม่ใช่แผนของตน
ขณะที่ยศกำลังอึ้ง งงๆนั้น ศักดาเอ่ยขึ้นอีกว่า
“สงครามก็เป็นแบบนี้แหละยศ ต้องมีคนบริสุทธิ์พลอยเดือดร้อนไปด้วยเสมอ”
ยศถามอย่างไม่พอใจว่าใครอนุญาตให้เขาย้ายเข้ามาอยู่ในนี้ เพราะที่นี่เป็นบ้านของภูผาเจ้าของไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาตอบนิ่งๆว่า ภูผาตายไปแล้ว ส่วนยศกับลูกเลี้ยงยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นหว่านล้อมว่า
“ฉันรู้นิสัยแกดียศ รู้ว่าแกภักดีต่อภูผาแค่ไหน แต่ว่าตอนนี้เขาจากไปแล้ว ดังนั้นแกต้องคิดให้รอบคอบว่าจะจัดการกับตัวเองยังไง”
ยศบอกว่าตนจะไปจากที่นี่ ศักดาไม่ให้ไป เพราะ
ไร่ฟ้ารุ่งต้องการคนดูแลและตนก็ไว้ใจเขามากที่สุด บอกยศให้เสนอเงื่อนไขมาตนยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ยศยอมอยู่ที่นี่ด้วย
ขณะยศกำลังครุ่นคิดนั่นเอง มีเสียงทารกร้องไห้จ้าขึ้น ยศฟังอย่างสงสัย ครู่หนึ่งเพชรรุ้งวิ่งลงมาบอกศักดาว่าน้องร้องไห้ใหญ่แล้ว ศักดาบอกให้ไปตามคนมาดู ยศตัดสินใจถาม “เด็ก...เด็กนั่น...”
“พลอยขวัญ ต่อไปนี้เธอจะเป็นลูกสาวของฉัน”
ยศค่อยๆตระหนักถึงความจริงที่เกิดขึ้น เขาตัดสินใจเสนอเงื่อนไขโดยให้ศักดารับปากว่าทุกอย่างจะจบลงแค่นี้ ศักดาย้ำถามว่าทุกอย่างงั้นหรือ?
“ใช่...ไม่มีการแก้แค้นอีกต่อไป ไม่มีใครต้องตายอีกแล้ว มันมากพอแล้ว”
ศักดามองหน้ายศอย่างครุ่นคิดก่อนพยักหน้าเห็นด้วย
เรื่องย่อ ละคร ตะวันเดือด
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน2
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน3
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน4
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน5
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน6
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน7
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน8
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน9
ดูละครย้อนหลัง
ละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน1 คลิก
ภูตะวันชะงักเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่กับสาโรจน์ก็ลุกพรวดขึ้นบอกว่าจะไปหาพ่อกับแม่ พุ่งเข้าคว้าปืนไปกอดแน่น สาโรจน์สั่งให้เอาปืนคืนตนเดี๋ยวนี้ ภูตะวันกอดปืนทำดื้อตาใส จนสาโรจน์เดินไปเผชิญหน้าพูดดุๆ
“ฟังฉันให้ดีนะไอ้หนู พ่อแม่ของแกป่านนี้คงตายไปแล้ว ที่ฉันช่วยแกก็เพราะไม่อยากเห็นแกถูกฆ่า ไม่ใช่มาทำอะไรโง่ๆแบบนี้”พูดแล้วกลับถูกภูตะวันส่องปืนใส่ สาโรจน์ ชะงักถาม“จะทำอะไร ยิงคนที่ช่วยชีวิตแกงั้นเหรอ”
ภูตะวันยืนกรานจะไปหาพ่อกับแม่ สาโรจน์บอกว่าพวกเขาตายแล้วให้ส่งปืนมา ภูตะวันไม่เชื่อร่ำร้องจะกลับบ้าน สาโรจน์ย่างสามขุมเข้าหา จับปืนไว้แล้วถีบภูตะวันตกน้ำ
ooooooo
รานีรู้ว่ามีคนมาเยือน เธอเปิดประตูบาร์ก็เห็นเฮียเส็งกับครกยืนอยู่ เฮียเส็งส่งหีบใบเล็กๆให้รานีบอกว่าสาโรจน์ฝากของมาให้ รานีถามถึงสาโรจน์ เฮียเส็งกลับบอกว่าสาโรจน์ฝากมาบอกให้เธอไปจากที่นี่เสีย ไม่ต้องรอเขา
“ฉันจะอยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะรอสาโรจน์” รานีเด็ดเดี่ยวมาก ยิ่งเห็นนกเหยี่ยวของสาโรจน์บินร่อนอยู่บนท้องฟ้า เธอก็ยิ่งเชื่อว่าสาโรจน์จะต้องกลับมา
ส่วนวิไลตัดสินใจจะไปจากที่นี่ เมื่อรานีจะอยู่ที่นี่ วิไลบอกน้องสาวให้ดูแลตัวเองให้ดีอย่าปล่อยให้ความทุกข์กัดกินหัวใจนานเกินไป แล้วฝากหลงให้ช่วยดูแลรานีด้วยแล้วบังคับรถม้าเดินทางไปจากภูพระกาฬ
ooooooo
ยศในสภาพบาดเจ็บหนัก กุมแผลซมซานกลับมาที่ไร่ฟ้ารุ่ง เห็นสภาพเรือนพักคนงานที่ถูกเผา เห็นศพคนงานตายเกลื่อน เขามองอย่างปวดร้าว เหลือบมองไปที่บ้านตัวเองอย่างสังหรณ์ใจ
เมื่อขึ้นไปบนเรือน เห็นเดชานั่งกอดเข่าเฝ้าศพของผกาที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าถูกข่มขืนยับเยินก่อนฆ่าทารุณ เดชาไม่แม้แต่จะหันมองยศ ในขณะที่ยศมองศพผกาอุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนพุ่งเข้ากอดศพผการ้องไห้อย่างหนัก
เมื่อนำร่างของผกาไปฝังที่เนินเขา ยศกับเดชายืนมองหลุมศพเศร้า ต่างไม่พูดอะไร
ขณะนั้นเอง มีเสียงง้างนกปืนดังขึ้น แล้วสมุนของศักดาก็พูดขึ้นในขณะที่อีกคนถือปืนจ่อใส่ยศ
“คุณยศครับ คุณศักดาเชิญไปพบที่เรือนใหญ่”
เมื่อยศไปพบศักดาท่ีเรือนใหญ่อันเป็นเรือนพักของภูผา เห็นศักดากำลังทานมื้อเช้าอยู่ขรึมๆ เมื่อยศเข้ามาศักดาบอกให้นั่ง แล้วแสดงความเสียใจเรื่องผกา พร้อมทั้งสาบานว่านั่นไม่ใช่แผนของตน
ขณะที่ยศกำลังอึ้ง งงๆนั้น ศักดาเอ่ยขึ้นอีกว่า
“สงครามก็เป็นแบบนี้แหละยศ ต้องมีคนบริสุทธิ์พลอยเดือดร้อนไปด้วยเสมอ”
ยศถามอย่างไม่พอใจว่าใครอนุญาตให้เขาย้ายเข้ามาอยู่ในนี้ เพราะที่นี่เป็นบ้านของภูผาเจ้าของไร่ฟ้ารุ่ง ศักดาตอบนิ่งๆว่า ภูผาตายไปแล้ว ส่วนยศกับลูกเลี้ยงยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นหว่านล้อมว่า
“ฉันรู้นิสัยแกดียศ รู้ว่าแกภักดีต่อภูผาแค่ไหน แต่ว่าตอนนี้เขาจากไปแล้ว ดังนั้นแกต้องคิดให้รอบคอบว่าจะจัดการกับตัวเองยังไง”
ยศบอกว่าตนจะไปจากที่นี่ ศักดาไม่ให้ไป เพราะ
ไร่ฟ้ารุ่งต้องการคนดูแลและตนก็ไว้ใจเขามากที่สุด บอกยศให้เสนอเงื่อนไขมาตนยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ยศยอมอยู่ที่นี่ด้วย
ขณะยศกำลังครุ่นคิดนั่นเอง มีเสียงทารกร้องไห้จ้าขึ้น ยศฟังอย่างสงสัย ครู่หนึ่งเพชรรุ้งวิ่งลงมาบอกศักดาว่าน้องร้องไห้ใหญ่แล้ว ศักดาบอกให้ไปตามคนมาดู ยศตัดสินใจถาม “เด็ก...เด็กนั่น...”
“พลอยขวัญ ต่อไปนี้เธอจะเป็นลูกสาวของฉัน”
ยศค่อยๆตระหนักถึงความจริงที่เกิดขึ้น เขาตัดสินใจเสนอเงื่อนไขโดยให้ศักดารับปากว่าทุกอย่างจะจบลงแค่นี้ ศักดาย้ำถามว่าทุกอย่างงั้นหรือ?
“ใช่...ไม่มีการแก้แค้นอีกต่อไป ไม่มีใครต้องตายอีกแล้ว มันมากพอแล้ว”
ศักดามองหน้ายศอย่างครุ่นคิดก่อนพยักหน้าเห็นด้วย
เรื่องย่อ ละคร ตะวันเดือด
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน2
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน3
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน4
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน5
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน6
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน7
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน8
เรื่องย่อละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน9
ดูละครย้อนหลัง
ละคร ตะวันเดือด ดูละครย้อนหลัง ตอน1 คลิก
Subscribe to:
Posts (Atom)