Friday, September 9, 2011

เรื่องย่อ ในรอยรัก ตอน3 ละครช่อง 7






เรื่องย่อ ละคร ในรอยรัก ช่อง7
1  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 1  ช่  อ  ง   7    
2  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7    
8  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7    
9  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7    
10  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน10  ช่  อ  ง   7   

11  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7   
ตอน 3


กุเทพขับรถไปเล่นบีบีไปด้วย พอมีสายเข้าอีกเครื่องที่กานนถืออยู่ กุเทพจึงให้ช่วยรับสายที กานน รับแล้วต้องใจหายวาบเพราะได้ยินเสียงคุ้นหู

“ขอโทษทีค่ะ มัสแต่งตัวอยู่เลยไม่ได้รับสาย พี่กุรู้มั้ยคะว่ามัสเจอใครก่อนเข้ามาทํางาน”

กานนบุ้ยใบ้ให้รู้ว่าทางนั้นคิดว่าตนคือกุเทพ ม่านมัสลินส่งเสียงถามว่าฟังอยู่หรือเปล่า
“เอ่อ...ฟังอยู่ครับ”
“วันนี้มาแปลก ไม่สะดวกคุยรึเปล่าคะ หรือว่าอยู่ในห้องนํ้า” ม่านมัสลินหัวเราะ
“ครับ เอ๊ย ไม่ใช่ คือ...ผมไม่ใช่กุเทพหรอกนะครับ เป็นอาเขา”
ม่านมัสลินรีบขอโทษ กานนบอกจะให้กุเทพโทร.กลับ แต่เธอบอกไม่ได้มีธุระอะไร เห็นโทร.มาจึงโทร.กลับเท่านั้น ม่านมัสลินรู้สึกคุ้นเสียงกานนจึงถามว่าเราเคยคุยกันมาก่อนหรือเปล่า กานนก็รู้สึก แต่เขาอาจเคยรับสายแทนกุเทพมาก่อน กานนเห็นกุเทพเหล่มองจึงขอวางสาย
“ถึงกับเหม่อลอยเหรอครับ มัสลินของผมน่ารักสมคําคุยใช่มั้ยล่ะ” กุเทพกระเซ้า
“ฉันคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ต่างหาก มัสลินเสียงเหมือนคนที่ฉันรู้จัก...เหมือนมาก”
“งั้นเหรอฮะ ไม่แน่นะฮะ บางทีอาปลิวกับมัสอาจจะรู้จักกันอยู่แล้วก็ได้”
“ไอ้บ้ากุ ฉันไม่ได้แก่ขนาดจะจําไม่ได้นะว่าฉันรู้จักใคร ขับรถไป...”
ม่านมัสลินเองก็เหม่อลอยคิดถึงนํ้าเสียงกานน เกวลิน มาเห็นกระเซ้าว่ายิ้มคนเดียวได้ด้วย ม่านมัสลินรู้สึกว่าเกวลินเหมือนมีเรื่องในใจจึงถาม แต่เธอผลัดขอคุยหลังเลิกงาน เธอแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ เอยืนมองสองสาวคุยกันอย่างหมายมาด คิดถึงแผนร้ายที่พินสุดาสั่งมา
ในงานมีนักข่าวมากมาย กุเทพเห็นแล้วแขยงชักไม่อยากเข้าไป เกรงเจอกับพินสุดา แต่กานนเตือนว่าไม่ทันแล้ว เพราะเห็นมธุรินเดินคุยกับพินสุดา มธุรินยังไม่เห็นกานน
“ฉันคุยกับเขาว่าจะจบเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน แต่ฉัน ก็เผลอปากเล่าให้แกฟัง ฉันไม่คิดว่าจะเจอเขาแบบนั้นนี่ แถมแกยังไปด่าเขาซะลั่นอีก เฮ้อ...” มธุรินรู้สึกผิดต่อม่านมัสลิน
พินสุดาเอ็ดว่าเพี้ยนไปแล้วที่ไปเห็นใจม่านมัสลิน กานนกับกุเทพลอบมองสองสาวคุยกัน กุเทพบอกว่า เขาจะ เข้าไปจัดการซื้อนาฬิกาแล้วกลับเลย แต่กานนรู้สึกเป็นห่วงมธุรินว่ามีเรื่องอะไรกัน ดูท่ามธุรินจะปลีกตัวแต่พินสุดารั้งเธอไว้ กานนจึงเดินเข้าไปหา กุเทพจําต้องตาม
สุดท้ายกานนกับกุเทพเข้ามานั่งในงานคู่กับมธุรินและพินสุดา กุเทพนั่งนิ่งไม่สนใจพินสุดาจนเธอต้องชวนคุย
“เราไม่ได้ออกงานด้วยกันอย่างนี้มานานเท่าไรแล้ว เซอร์ไพรส์กิ๊บเหรอคะ” พอเห็นกุเทพนั่งนิ่งจึงแขวะ “รอดูนังมัสลินเหรอคะ”
“ถามจริงเถอะกิ๊บ เมื่อไหร่คุณจะเลิกคิดอคติกับมัสเขาซะที” กุเทพหันมาจ้องหน้า
พินสุดากัดฟันกรอดตอบว่า เมื่อมันตาย กุเทพทอดถอนใจ...กานนชวนมธุรินคุยให้สบายใจ พินสุดาหมั่นไส้แกล้งพูดเข้าหูกุเทพเรื่องที่มธุรินตบม่านมัสลิน กุเทพตกใจเล็กน้อย
“ผมไม่บ้าไปกับคุณหรอก แล้วถ้าคุณไม่หยุดพูดเรื่องไร้สาระ ผมจะลุกหนีให้คุณอายนักข่าวเดี๋ยวนี้เลย”
“มีคุณนั่นล่ะที่โง่คบมันอยู่คนเดียว” พินสุดาโมโห แต่พอกุเทพจะลุกขึ้น เธอรีบบอกว่า “มาโน่นแล้วแม่นางฟ้าของคุณ”
ทั้งกุเทพและกานนตะลึงมองบนเวที เห็นม่านมัสลินในชุดหรู สวมนาฬิกาเรือนสวยเดินแบบอย่างคล่องแคล่วกานนแทบช็อกเมื่อเห็นม่านมัสลิน ม่านมัสลินหยุดโพสท่า เหลือบตามาเห็นกานนก็ชะงักเช่นกัน แต่พอเห็นมธุรินคล้องแขนอยู่ข้างๆ ก็รีบเมินหน้าหนี
ระหว่างที่นางแบบอยู่บนเวที เอแอบถือถุงกระดาษมาที่ราวเสื้อผ้ากับรองเท้าของม่านมัสลิน...มธุรินเห็นกานนมองบนเวทีจึงมองตาม แล้วต้องอุทานเรียกชื่อม่านมัสลิน กานนตกใจเมื่อรู้ว่าเธอคนนั้นคือม่านมัสลิน มธุรินหน้าซีดนึกถึงคำขู่ของพินสุดาที่ว่า
“แล้วแกจะต้องขอบคุณฉัน นังมัสลินมันจะอยู่บนแคตวอล์กเลือด หึๆๆๆ”
มธุรินอยากจะบอกกานน เผอิญกุเทพขัดจังหวะถามขึ้นว่าเธอหน้าซีดไม่สบายหรือ...หลังเวที นางแบบรีบเปลี่ยนเสื้อชุดใหม่ เกวลินยืนดูม่านมัสลินอย่างชื่นชม แต่พอเธอสวมรองเท้าก็ร้องขึ้นแล้วทรุดลงกุมเท้า เลือดอาบ เกวลินเข้ามาดูรองเท้ามีเศษแก้วจึงโวยลั่นว่าใครทำ
พินสุดาได้รับข้อความว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็ยิ้มย่อง มธุรินสังเกตเห็นหวั่นใจ นางแบบพากันทยอยเดินออกมา ม่านมัสลินบอกเกวลินว่าตนต้องทำงานให้เสร็จ ยังไปโรงพยาบาลไม่ได้ขอแค่เอาผ้าพันแผลไว้ก่อน แล้วม่านมัสลินก็เดินออกมาอย่างสง่างาม พินสุดาตาเหลือก มธุรินโล่งใจที่ไม่เกิดอะไรขึ้นกับม่านมัสลิน ไม่ทันไร ม่านมัสลินกัดฟันเดินจนจะกลับเข้าหลังเวทีก็ทรุดฮวบลง กานนกับกุเทพตกใจลุกพรวดขึ้นวิ่งไปช่วย มธุรินเขม่นมอง พินสุดาหัวเราะออกมา
“ก็บอกแล้วไง เวทีเลือด ไม่เห็นเหรอ ฮ่าๆๆๆ”
หลังเวทีเกิดความวุ่นวาย นักข่าวตามมาถ่ายภาพ เกวลินประคองม่านมัสลินไปปากก็บ่นว่าใครทำ เอถือกระเป๋าม่านมัสลินเข้ามาแกล้งทำสะดุดล้ม ของกระจายออกมา มีถุงเศษแก้วรวมอยู่ด้วย แล้วทำเป็นเอะอะ “ตายแล้ว ทำไมในกระเป๋าน้องมัสลินมีของแบบนี้ล่ะคะ”
ทุกคนตกตะลึง เข้าใจว่าม่านมัสลินสร้างกระแสให้ตัวเองดัง กานนกับกุเทพเข้ามาไม่สนใจรีบพาม่านมัสลินไปหาหมอ มธุรินเกาะแขนกานนยืนช็อก กุเทพจึงเป็นคนอุ้มเธอไป
ooooooo
กานนขับรถมาส่งมธุรินที่บ้าน ท่าทางเธอกังวลใจเรื่องม่านมัสลิน เธอเล่าให้กานนฟังที่มีเรื่องกัน เพราะเกรงม่านมัสลินจะเข้าใจว่าตนทำ กานนปลอบ ถ้าบริสุทธิ์ใจจะคิดมากไปทำไมคนที่ทำยังไม่คิดเลย มธุรินตกใจที่กานนรู้ กานนเดาเอาและปลอบมธุรินที่ดูยังขวัญเสีย...ออกจากบ้านมธุริน กานนก็วกรถไปดูอาการม่านมัสลินที่โรงพยาบาลทันที
เกวลินกระวนกระวายอยู่หน้าห้องฉุกเฉินกับกุเทพ ไม่นาน ดุสิตตามมาพร้อมคิมเพราะเห็นข่าว หมอออกมา ทุกคนกรูเข้าถาม หมออธิบายว่า เคสแบบนี้น่าจะรีบมาไม่ควรปล่อยให้เสียเลือดมาก หมอได้เย็บแผลและให้ยาคนไข้ได้พักผ่อน คิมรีบถามจะเดินได้เหมือนเดิมไหม
“ถ้าดูแลแผลดี ไม่ติดเชื้อ แผลหายคนไข้ก็เดินได้ปกติ อีกสักพักพยาบาลเขาก็จะย้ายคนไข้ไปห้องพักฟื้นชั่วคราว” หมอเดินไป พยาบาลเข้ามาบอกว่าหมออนุญาตให้กลับบ้านได้
บุรุษพยาบาลเข็นม่านมัสลินออกมา คิมถลาเข้าจับแขนเธออย่างห่วงใย กุเทพไม่พอใจดึงแขนเธอออกแล้วพูดอย่างเป็นเจ้าของไข้ “พี่ว่าจะให้มัสพักที่นี่สักคืน มัสว่าไงครับ”
ทุกคนรุมล้อมม่านมัสลิน เธอเหลือบไปเห็นกานนมุมหนึ่ง ทั้งสองสบตากัน กุเทพมองตามแต่กานนไปแล้ว เกวลินบอกจะอยู่เฝ้าไข้เอง...คืนนั้น กานนขับรถกลับบ้าน ในสมองเขานึกทบทวนถึงม่านมัสลิน แต่มาสะดุดที่คำพูดของกุเทพที่ว่า...คนนี้รักจริงหวังแต่ง
ม่านมัสลินตื่นมากลางดึก เห็นกุเทพนั่งเล่นเน็ตอยู่ก็ถามหาเกวลิน กุเทพตอบว่ากลับไปเอาเสื้อผ้า ม่านมัสลินอยากถามถึงใครบางคน จึงเอ่ยว่า เห็นเขามากับใครหลายคน
“อ๋อก็กิ๊บ...อาปลิวคุณอาพี่ ที่มัสเคยคุยโทรศัพท์ด้วยไง แล้วก็คุณเดียร์ แฟนอาปลิวเขา”
ม่านมัสลินเจ็บจี๊ดในใจ เกวลินเข้ามาพอดี ต่่อว่ากุเทพว่าทำให้คนไข้ตื่น ม่านมัสลินเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวาเสียแล้ว เพราะความสุขเดียวที่พอจะมี มันหลุดลอยไปในพริบตา
คืนเดียวกัน จิรดามาบ้านสวนในสภาพเมา ม่านมุกบ่นมาแบบนี้ไม่มีประโยชน์จะคุยกัน
“คิดว่าหนูไม่รู้เหรอว่าแม่เรียกหนูมาทำไม นังมัสมันฟ้องเรื่องมันโดนตบละสิ ก็มันอยากแส่หาเรื่องไม่เข้าท่า ดีสมน้ำหน้ามัน” จิรดาโวย
“ฉันไม่ได้รู้เรื่องจากมัสลิน...บัวบงกชมาที่นี่”
จิรดาแทบสร่างเมา รีบถามว่ามาฟ้องอะไร ม่านมุกเดินหนีขึ้นห้อง จิรดาร้องเรียกให้กลับลงมา อาละวาดปาข้าวของ ม่านมุกน้ำตาซึมโทษตัวเองที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้...ทั้งม่านมุกและบัวบงกชต่างนอนไม่หลับด้วยกันทั้งคู่ นึกถึงที่บัวบงกชได้บากหน้ามาหาม่านมุก
“คุณน้าคงทราบเรื่องหนูจากภาษิตแล้ว” บัวบงกชได้ยินม่านมุกเอ่ยชื่อม่านมัสลินจึงว่า “ค่ะ ภาษิตเคยบอกว่าคนที่หนูจะปรึกษาเรื่องมัสลินได้หลังจากที่เขาไม่อยู่แล้วก็คือคุณน้า”
“ฉันรู้แค่ว่าคุณคือแม่ที่แท้จริงของมัสลิน นอกนั้นแล้วภาษิตไม่ได้เล่าอะไรให้ฉันฟัง” ม่านมุกฟังบัวบงกชเล่าเรื่องที่ผ่านมาแล้วถาม “คุณว่าคุณมีความจำเป็นต้องทิ้งมัสลินไว้กับภาษิตทั้งที่เขาเป็นแค่แฟนเก่างั้นเหรอ”
บัวบงกชน้ำตานองหน้า เล่าว่าตอนนั้นตนไม่มีทางเลือก ถ้าอนาคตในวงการบันเทิงดับลงก็เท่ากับว่าพ่อแม่และน้องๆจะต้องลำบาก ตนคิดแม้กระทั่งจะทำลายลูก แต่ภาษิตขอร้องให้เก็บไว้ เขาจะเลี้ยงเอง...ม่านมุกตำหนิ แล้วเธอก็สบายตัวไปแต่งงานใหญ่โตกับเศรษฐี
“ช่วงที่หนูหายตัวไปตั้งท้องมัสลิน คุณเตชแอบยื่นมือเข้าช่วยเหลือให้เงินทองพ่อแม่ใช้จนเลยเถิด หนูจำเป็นต้องแต่งงานกับเขาค่ะ”
ม่านมุกค่อนขอดว่าดูจะไม่มีทางเลือกเลยนะ บัวบงกชยอมรับ และที่ตนมาเพื่อขอร้องให้หยุดจิรดา เพราะจิรดากำลังพาม่านมัสลินไปเจอวังวนแบบเดิม ไปทำงานกับคนที่เคยทำลายตน
ม่านมุกนึกถึงคำพูดของบัวบงกชแล้วถอนใจ ลงมาดูจิรดาข้างล่าง เห็นหลับคาขวดเหล้าจึงห่มผ้าให้แล้วเปรยว่า “ให้เวรกรรมมันจบลงตรงนี้เถอะนะแม่ดา...”
วันรุ่งขึ้นจิรดาตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่บ้าน ก็แปลกใจว่ากลับมาได้อย่างไร ไม่ทันไร มือถือดังขึ้นก็หงุดหงิดแต่พอเห็นชื่อเตชก็รีบรับสาย ทำเสียงออดอ้อนจะให้ไปพบที่ไหน
ooooooo
หลังจากรู้แล้วว่าม่านมัสลินเป็นใคร เลขาก็เอาชื่อผู้โดยสารที่กานนให้หามาตอกย้ำอีก กานนเจ็บจี๊ดในใจ พลันมือถือดัง หน้าจอขึ้นชื่อปิ่น กานนมือไม้สั่นกดรับสาย พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ เสียงกุเทพหัวเราะแล้วแซวว่า พูดเสียงเพราะเชียว นี่เขาเอง กานนแปลกใจ
“ไม่น่าบอกเลย นานๆจะได้ยินอาพูดกับผมสุภ้าพสุภาพซะที”
“แล้วนี่แกใช้เบอร์ใครโทร.มาล่ะ”
“เบอร์มัสเขาน่ะฮะ โทรศัพท์ผมแบตหมดเกลี้ยงเลย อาเมมเบอร์นี้ไว้ด้วยละกันนะฮะ”
กานนอึกอักถามอาการม่านมัสลิน กุเทพตอบว่าวันนี้กลับบ้านได้ ม่านมัสลินเขยกออกมาจากห้องน้ำ กุเทพรีบบอกกานนแค่นี้ก่อนนะแล้วปราดไปประคองเธอ ม่านมัสลินมองมือถือตัวเองแล้วถามว่าโทร.หาใคร พอกุเทพบอกว่าโทร.หากานน ก็ใจหายวาบ
“ก็มัสเป็นคนให้ยืมมือถือเองนะ อ้อ เดี๋ยวก่อน เหมือนมัสจะเมมเบอร์คนผิดนะ...ก็พอพี่กดเบอร์อาปลิว เครื่องมัสขึ้นชื่อคนส่งดอกไม้ ตอนแรกก็คิดว่าพี่คงกดผิด แต่กดใหม่ก็ขึ้นชื่อนี้”
ม่านมัสลินหน้าร้อนผ่าวอึกอัก ดีที่กุเทพไม่ติดใจบอกให้แก้เสียใหม่ ไม่อย่างนั้นโทร.ไปติดอาของเขาไม่รู้ด้วย ม่านมัสลินถอนใจ...
ที่เตชนัดจิรดามาครั้งนี้ เพื่อให้พูดกับม่านมัสลินยอมเล่นหนังของเขา จิรดาได้ทีเรียกเงินค่าเปิดปาก เตชเจ็บใจแต่ต้องยอมเพราะเป็นหนังร่วมทุนสามชาติ
มธุรินเสียใจที่เกิดเรื่องร้ายกับม่านมัสลิน เธอรู้สึกผิดเข้ามาสารภาพกับบัวบงกช สองแม่ลูกรีบมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล บัวบงกชสอนลูกไปในตัว รู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมถึงไม่ให้ไปเรียนเมืองนอกกับพินสุดา มธุรินพยักหน้า ขณะกำลังถามเจ้าหน้าที่ มธุรินเห็นม่านมัสลินนั่งรถเข็นออกมาจึงสะกิดแม่ บัวบงกชปรี่เข้าหาและนั่งลงลูบแผลที่เท้าม่านมัสลินอย่างแสนห่วงใย
“โธ่หนูมัส หนูเจ็บมากมั้ย”
ทุกคนแปลกใจ กุเทพรีบบอกว่ากำลังจะกลับบ้านกัน มธุรินสบตาม่านมัสลินแล้วเอ่ยขอให้หายเร็วๆม่านมัสลินผงกหัวรับงงๆ บัวบงกชพยายามแก้ให้ว่าลูกสาวเป็นห่วงมาก
“แต่มัสลินเขาเจ็บตัวค่ะ เส้นเอ็นเท้าหวิดขาดไปนิดเดียว ดิฉันว่าลูกสาวคุณกับเพื่อนเล่นแรงไปหน่อยนะคะ” เกวลินหงุดหงิดแทน
ม่านมัสลินปรามเกวลินแล้วขอตัวกลับ มธุรินสงสารแม่ ขอโทษที่ทำให้แม่ต้องถูกว่ากระทบ บัวบงกชกอดมธุรินอย่างเข้าใจว่าลูกไม่ได้ร่วมมือด้วย
ooooooo
วันต่อมา กุเทพจะออกไปหาม่านมัสลินเพราะเกวลินโทร.มาบอกว่ารู้ตัวคนที่ทำร้ายแล้วแต่หาตัวเธอไม่เจอ ที่บ้านก็ไม่มี กานนสังหรณ์ใจว่าม่านมัสลินน่าจะอยู่ที่ที่หนึ่ง จึงดั้นด้นไปหา
และก็ได้พบม่านมัสลินที่โรงทานจริงๆ เธอกำลังโดน ผู้ใหญ่ติงที่บาดเจ็บยังจะมาทำงานอีก กานนเข้ามาในชุดทำงานผูกไท  เขาแย่งทัพพีจากมือเธอมาตักอาหารแจกผู้คนแทน  แล้วดันให้เธอนั่งลง ม่านมัสลินได้แต่ทำปากมุบมิบเถียงไม่ออก...เสร็จงาน สองคนนั่งทานข้าวคุยกัน กานนเตือนให้เธอไปล้างแผลทุกวัน ม่านมัสลินจะพูดเข้าเรื่อง กานนเปลี่ยนเรื่องคุย ว่าถ้าเขาอยากเอาอาหารมาร่วมด้วยจะได้ไหม ม่านมัสลินตอบว่าได้
“งั้นดีเลย คุณต้องช่วยผมคิดเมนูด้วยนะ” เห็นม่านมัสลินอ้ำอึ้ง เขาจึงพูดต่อว่าน่าจะเปิดโรงทานแบบนี้อีกหลายสาขา
ม่านมัสลินขำที่กานนเรียกสาขา กานนมองเธออย่างเอ็นดู แล้วฉุกคิดได้ว่าเธอเป็นคนรักของหลาน จึงขอตัวกลับไปทำงาน ม่านมัสลินเรียกเขาไว้ “เดี๋ยวสิ...คุณไม่ควรมาที่นี่อีก”
กานนชะงักหันมาถามว่าทำไม ม่านมัสลินบอกว่าเขารู้แล้วว่าตนเป็นใครและเขาเป็นใคร
“แล้วไง คุณคือม่านมัสลินไม่ใช่ปิ่น ผม คือกานน แล้วไง เรารู้จักกันต่อไม่ได้งั้นสิ”
“แต่ฉันเคยมีเรื่องกับแฟนคุณ”
กานนทำหน้างงว่าใคร ม่านมัสลินโพล่งออกมาว่า “มธุริน ฉันไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว”
“ผมว่าคนที่คุณกลัวว่าจะไม่เข้าใจคุณ คือนายกุมากกว่า”
“ใช่ค่ะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายให้พี่กุเข้าใจเลย ว่าคุณกับฉันบังเอิญรู้จักกัน”
“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ผมตั้งใจที่จะรู้จักคุณ”
ม่านมัสลินอึ้งไปสักพักกว่าจะเถียงออก “แต่สำหรับฉันมันแค่เรื่องบังเอิญค่ะ ให้มันจบลงแค่นี้นะคะ อย่ามาที่นี่อีก”
“จะบ้าเหรอมัสลิน ในเมื่อผมรู้จักคุณ แล้วคุณจะมาบังคับให้ผมเห็นคุณเป็นคนแปลกหน้าได้ยังไง”
ม่านมัสลินเดินหนี รำพึงกับตัวเองอย่างโกรธๆว่า ก็เพราะตนดันรู้สึกดีกับเขาไง กานนมองตามหลังม่านมัสลินอย่างสับสน
ooooooo

เมื่อได้เงินจากเตช จิรดาก็ซื้อของมากมายรวมทั้งรถเก๋งขับกลับมาบ้าน ม่านมัสลินแปลกใจ จิรดา ส่งถุงเสื้อผ้าที่ซื้อมาให้หนึ่งถุง เพื่อเป็นบุญคุณว่าได้ซื้อของฝาก แล้วสั่งให้ไปเล่นหนังของเตช ม่านมัสลินไม่ยอมขอร้องให้เลิกยุ่งกับครอบครัวนั้น  จิรดาตวาดแว้ด ทวงบุญคุณว่าเป็นแม่ ม่านมัสลินน้อยใจลุกเขยกเดินหนี จิรดาเห็นว่าบาดเจ็บจึงถาม

“แล้วนั่นเท้าไปโดนอะไรมา ฉันถามว่าแกเป็นอะไร นังมัสนี่แกอย่ามาทำหยิ่งกับฉันนะ”

“บอกไปแล้วแม่จะเชื่อมัสเหรอคะว่านี่แหละฝีมือลูกสาวนายเตชกับเพื่อนเขา”

จิรดาย้อนถามว่ามธุรินหรือ น้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อ ทำให้ม่านมัสลินน้อยใจ แถมยังพูดให้ช้ำใจอีกว่า คิดว่าที่หายไปทั้งคืนไปนอนค้างกับใคร ม่านมัสลินเม้มปากด้วยความเจ็บปวด แต่พอจิรดาพูดไล่หลังว่า หายไวๆนะ ก็หันมายิ้มแล้วต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินต่อว่า ให้ทันหนังเปิดกล้อง

วันต่อมา คิมเจอม่านมัสลินที่ออฟฟิศจึงเตือนว่าอย่าไปเล่นหนังให้เตช เพราะเขาร่วมมือกับศักดา ซึ่งศักดามีประวัติ
ว่าทำหนังลามก แม่ของเขากำลังจะถอนหุ้น ไม่ร่วมมือด้วยเพราะรู้ว่าศักดายักยอกเงินทุนไปทำหนังตัวเอง ม่านมัสลินสงสัยว่าทำไมพวกนี้ถึงเลือกตน คิมสันนิษฐานว่าจะเป็นศิธา เพราะแฟ้มประวัติของม่านมัสลินที่อยู่บนโต๊ะทำงานเขา หายไปในวันที่ศิธามา และที่สำคัญ ศิธาเป็นลูกของศักดา

พินสุดามาเลียบเคียงถามพนักงานในออฟฟิศของเตช ว่าม่านมัสลินเซ็นสัญญาเล่นหนังหรือยัง พอรู้ว่ายังก็โกรธโทร.ไปจิกศิธาให้มาจัดการทำให้ม่านมัสลินกลายเป็นนางเอกหนังโป๊ของศักดาให้ได้ บัวบงกชเดินมากับมธุรินเห็นพินสุดาก็แปลกใจ มธุรินรีบดึงพินสุดามาคุยลำพังต่อว่าที่ทำร้าย

ม่านมัสลิน ขอให้ต่างคนต่างอยู่ พินสุดากลับกล่อมมธุรินเสียเอง

“นังมัสลิน มันเสนอตัวเป็นนางเอกหนังให้พ่อแก นี่น่ะเหรอที่มันบอกว่ามันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวแกอีก ตอแหลชัดๆ”

ทำให้มธุรินต้องรอเตชดึกดื่น นั่งสัปหงกในห้องโถง เพื่อถามว่าม่านมัสลินเป็นนางเอกหนังให้บริษัทจริงหรือ เตชตอบ เอือมๆว่าใช่ มธุรินผิดหวังมาก เจ็บใจที่ไปเห็นใจม่านมัสลิน

ooooooo

กุเทพมุ่งมั่นจะสร้างเนื้อสร้างตัวทำงานเพื่อแต่งงานกับม่านมัสลิน เขามาขอเงินลงทุนจากกานนถึงยี่สิบล้าน กานนแม้จะสะเทือนใจแต่เพราะรักหลาน จึงยอมให้ แต่ต้องเขียนแผนงานและการใช้จ่ายให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อน กุเทพดีใจมาก

ดุสิตตกลงกับเกวลินว่าจะให้งานม่านมัสลิน เธอจึงได้ถ่ายโฆษณาหลายชิ้น กุเทพมาหาที่กองถ่ายเพื่อชวนไปกับเขา เขามีเซอร์ไพรส์บางอย่าง คิมคอยขวางจึงปะทะคารมกันประปราย ม่านมัสลินไม่อยากให้มีเรื่องจึงยอมไปกับกุเทพ...

กานนมานั่งเล่นในสวน คิดถึงอดีตวัยเด็กตอนที่พี่ชาย พี่สะใภ้เสีย เขานั่งร้องไห้เสียใจ อุษยาอุ้มกุเทพมาให้เขาดูแล เพราะผู้ใหญ่ต้องจัดการงานศพ เขาจึงดูแลกุเทพมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ไอ้ตัวเล็กเอ๊ย แกโตพอที่จะพาสาวมากินข้าวบ้านแล้วเหรอวะ” กานนทอดถอนใจ

ไม่นาน กุเทพก็ขับรถกลับมา และพาม่านมัสลินเข้ามาในบ้าน ท่าทางเธอประหลาดใจ กุเทพให้เธอสวัสดีกานน ทั้งสองสบตากันอย่างสะเทือนใจ มธุรินก็ได้รับเชิญ กำลังจะออกจากบ้าน พินสุดาโผล่มา สงสัยว่าต้องมีอะไรปิดบัง จึงตามติดไปด้วย มธุรินไม่รู้จะทำอย่างไร

กุเทพไปเชิญเจ้าสัวลงมา ปล่อยให้กานนอยู่เป็นเพื่อนม่านมัสลิน ทั้งสองอึดอัดใจ ม่านมัสลินพยายามจะเลี่ยงหนี กานนน้อยใจถามว่ากลัวเขาขนาดนี้เชียวหรือ

“ใครบอกฉันกลัวคุณ”

“อ้าว ถ้าไม่กลัวแล้วทำไมไม่หันมาคุยกันดีๆ คุยกันแบบสบตาเหมือนแต่ก่อนไง”

“คุณกานน...” ม่านมัสลินเรียก แต่กานนให้เรียกเขาว่า อาปลิว เธอจึงแย้ง “ฉันจะเรียกคุณว่าอะไรมันก็เรื่องของฉัน แต่คุณเลิกพูดอะไรเลอะเทอะได้แล้ว”

“การที่คุณเคยรู้จักผมมาก่อน มันเป็นเรื่องเสียหายนักรึไง”

ม่านมัสลินย้อนถามว่าเขากล้าบอกใครๆหรือว่าเรารู้จักกันมาก่อน กานนตอบว่ากล้า พอเห็นม่านมัสลินเหยียดปากไม่เชื่อ จึงตะโกนเรียกกุเทพ ม่านมัสลินตกใจโผเข้าจะปิดปาก แต่สะดุดถลาเข้าไปในอ้อมกอดกานน กุเทพกับเจ้าสัวเข้ามาเห็นพอดี...

ทุกคนนั่งร่วมโต๊ะอาหาร เจ้าสัวหัวเราะร่าเมื่อกานนแก้ตัวว่าม่านมัสลินตกใจกลัวจิ้งจก เจ้าสัวยังขอบใจม่านมัสลินที่ทำให้ตนได้ทานข้าวพร้อมหน้าลูกหลาน

“ตอนแรกผมก็คิดว่าคุณก๋งจะเป็นไปด้วยกับคุณย่าซะแล้ว” กุเทพปลื้มใจที่เข้ากันได้

“ฉันน่ะหัวสมัยใหม่พอเว้ย อะไรที่พิสูจน์ยังไม่ได้ฉันไม่ตัดสินเด็ดขาด ฉันเคยตัดสินใจพลาดมาครั้งใหญ่ในชีวิตครั้งนึงแล้ว จะไม่ให้เกิดกับลูกหลานตัวเองเด็ดขาด”

กุเทพแซวว่าเข้าช่วงตำนานอีกแล้ว เจ้าสัวหันมาคุยกับม่านมัสลินว่าชื่อเหมือนคนที่เขาคิดถึง ม่านมัสลินกำลังจะบอกว่าชื่อคล้ายยาย อุษยาเข้ามาเห็นก็แผดเสียงไล่ม่านมัสลินออกไป อุษยาซักไซ้กุเทพ พาผู้หญิงแบบนี้เข้ามาได้อย่างไร เจ้าสัวรำคาญเอ็ดอุษยาให้เงียบเสียที กานนให้กุเทพพาม่านมัสลินกลับไปก่อน พลันพินสุดาเข้ามาโวยวายใส่เมื่อเห็นม่านมัสลิน อย่างไม่เกรงใจผู้ใหญ่ มธุรินตามมาดึงให้พินสุดากลับ แต่เธอบ้าคลั่งที่โดนกุเทพไล่จึงคว้ามีดบนโต๊ะมาจะแทงม่านมัสลิน มธุรินเข้าแย่งมีดจนโดนบาดมือ

กานนดึงม่านมัสลินหนีออกไป

เจ้าสัวช็อกหมดสติ ทุกคนรีบพาส่งโรงพยาบาล กุเทพโทร.บอกกานน เขาจึงวกรถตามไป โดยให้ม่านมัสลินไปด้วยกันก่อน มาถึงโรงพยาบาลจึงรู้ว่า เจ้าสัวเส้นเลือดในสมองแตกผ่าตัดด่วน ม่านมัสลินรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ จึงหลบกลับออกมา มธุรินขับรถมาถึงโรงพยาบาล เห็นม่านมัสลินเดินเศร้าอยู่ริมทาง จึงขอไปส่ง ม่านมัสลินเอ่ยปากขอโทษ แต่มธุรินไม่ได้โทษเธอ กลับถามเรื่องที่เธอมากับกานน ม่านมัสลินรับรองว่า ตนไม่มีอะไรกับทั้งกานนและกุเทพ...

“ฉันแค่อยากคุยกับเธอ ฉันทั้งอึดอัดทั้งงงที่ทุกคนรอบตัวฉันดูจะเกี่ยวข้องกับเธอไปซะหมด ยัยกิ๊บ กานน พ่อฉัน หรือแม้กระทั่งแม่ฉัน”

“แม่คุณ...ฉันไม่เกี่ยวอะไรกับแม่คุณ”

“แม่ฉันร้องไห้ตอนไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล เธอจำไม่ได้เหรอ...ไม่ว่ายัยกิ๊บจะโกรธแค้นเธอยังไง ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นศัตรู ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ฉันพูดกับเธอตรงขนาดนี้แล้ว ฉันขอร้องอะไรเธอสักอย่างได้มั้ย”

ม่านมัสลินรอฟังอย่างตั้งใจ มธุรินสบตาเธอพูดเสียงเฉียบ “อย่ายุ่งกับกานน...ฉันอาจจะเจ็บปวดพอรู้ว่าพวกเธอมายุ่งกับพ่อฉัน ฉันอาจจะสับสนว่าทำไมแม่ฉันถึงสนใจเธอนัก แต่กับกานน...ฉันรู้สึกเกลียดเธอทุกครั้งที่ฉันนึกถึงสายตาที่เขามองเธอมัสลิน ใจฉันมันแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ ถ้าเธอรักใครสักคนมากๆ เธอจะเข้าใจความรู้สึกของฉัน”

ม่านมัสลินลงจากรถมธุรินด้วยจิตใจเลื่อนลอยโหวงเหวง พลันได้ยินเสียงแก้วแตกในบ้าน ตามด้วยเสียงเอ็ดตะโรของจิรดาเรียกหา จึงรีบวิ่งเข้าบ้าน “มัสอยู่นี่ค่ะแม่”

จิรดาเข้าบีบแขนม่านมัสลินทุบตียกใหญ่ จนม่านมัสลินต้องถามว่าเรื่องอะไรกัน

“อีลูกไม่รักดีแกยังมีหน้ามาถามฉันเหรอ วันนี้แกให้สัมภาษณ์นักข่าวใช่มั้ยว่าไม่รับเล่นหนังคุณเตช”

“ค่ะ ที่กองโฆษณา พอดีมีนักข่าวตามไปด้วย มัสก็พูดไปตามจริง”

จิรดาทุบตีไม่เลิกเพราะโกรธที่จะไม่ได้เงินอีก ม่านมัสลินถามแม่ว่ารู้ไหมว่าหนังนั่นเป็นหนังอะไร จิรดาไม่สนใจ “หนังอะไรแกก็ต้องเล่น ฉันรับตังค์ค่าตัวแกมาแล้ว ไม่แหกตาดูข้าวของที่ฉันซื้อให้แกโครมๆเหรอ”

“มัสบอกแล้วมัสไม่อยากได้ แม่ต่างหากที่อยากได้ของพวกนั้น”

“พูดอย่างนี้แกอยากเห็นฉันอาละวาดบ้านพังใช่มั้ย ได้ คืนนี้ไม่ต้องนอนกัน” จิรดาปัดแก้วบนโต๊ะ พลาดบาดมือเลือดอาบ

ม่านมัสลินตกใจ รีบดึงมือแม่ไว้ร้องว่าตนยอมแล้ว จิรดาย้อนถามว่าตกลงจะเล่นหนังของเตชใช่ไหม

“ไม่ค่ะ แต่มัสจะหาเงินไปใช้เขาทุกบาทที่แม่เอาของเขามา”

จิรดาโกรธตบหน้าม่านมัสลินเลือดที่มือติดบนหน้าเธอ แล้วพลั้งปาก “สมควรแล้วที่แกมันไม่ใช่ลูกฉัน”...ม่านมัสลินนิ่งงันตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ทรุดฮวบลงอย่างใจสลาย





เรื่องย่อ ละคร ในรอยรัก ช่อง7
1  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 1  ช่  อ  ง   7    
2  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7    
8  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7    
9  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7    
10  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน10  ช่  อ  ง   7   

11  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7   

Sunday, September 4, 2011

บอลไทย ชนะ โอมาน.........................?

บอลไทย ชนะ โอมาน.........................? จะชนะได้หรือไม่ วันที่ 6นี้รู้กัน พี่น้อง  ถ้าชนะโอมานไม่ได้ มีโอกาสตกรอบสูง ๆๆๆๆๆ มาก เรามาพร้อมใจเชีร์ย บอลไทยกันดีกว่า 

เรื่องย่อ เสือสั่งฟ้าตอน7 ข่อง7




เรื่องย่อละคร เสือสั่งฟ้า
1 .เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน  ช่  อ  ง   7    
2..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7  
8  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7  
9  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7  
10  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 10  ช่  อ  ง   7  
11  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7  
12  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 12  ช่  อ  ง   7  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ



ตอนที่ 7

ชัดถูกเสือเมฆฟันจนบาดเจ็บ เมื่อเสือเมฆวิ่งตามหาญไป ชัดจึงโซซัดโซเซกลับมา พลับพลึงวิ่งลงมารับถามว่า เป็นอะไร ชัดพูดได้แค่ว่า “พี่เมฆ...พี่หาญ...” แล้วสลบไป

เมื่อทับเห็นว่าเสือเมฆไล่ล่าหาญไปก็บอกแต้มกับแหลมว่านี่เป็นจังหวะดีที่สุด ตนจะไปส่งข่าวดามพ์ให้บุกชุมพรุ่งนี้เลย แต้มถามว่าแล้วรื่นล่ะ
“มันก็คงทำงานของมันอยู่ คืนนี้น่าจะเรียบร้อย” ทับตอบอย่างมั่นใจ

งานที่ทับบอกว่ารื่นกำลังทำนั้น คือไปยั่วยวนอาจารย์อินจนตบะแตกหลงเสน่ห์รสสวาทรื่น เมื่อถูกรื่นเป่าหูว่า ตนหลงรักอาจารย์มานานแต่ไม่เข้าใจว่าอาจารย์ทั้งดูดีกว่าและเก่งกว่าเสือเมฆ ทำไมถึงยอมให้เสือเมฆจิกหัวใช้ ยุยงว่า

“รู้ไหมว่าเขาทั้งด่าทั้งดูถูก ลับหลังไม่ได้นับถืออาจารย์เลยสักนิด พี่เมฆเขาพูดว่าอาจารย์น่ะ โง้...โง่ แก่กล้าอาคมกว่าแต่ก็ไม่มีสมอง ยอมให้หลอกใช้ง่ายๆ”

อาจารย์อินที่เก่งกล้าอาคมแต่หูเบาและหลงสวาทของรื่นจนหน้ามืดตามัว กัดฟันกรอดบอกรื่นว่า “ถ้าอย่างงั้น มันจะได้เจอฤทธิ์ข้าซะบ้าง!”
พอดีเสือเมฆมาตะโกนเรียกอาจารย์อินอยู่หน้าถ้ำ รื่นตกใจ แต่อาจารย์บอกว่าอยู่กับตนไม่ต้องกลัวไม่ว่าใครก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วอาจารย์อินก็ใส่เสื้อผ้าเดินออกไปที่ปากถ้ำ

ooooooo

ดาลินกำลังระแวงเพชรว่าไปติดพันกระเต็นที่บึงกร่าง ดังนั้นเมื่อคนใช้มาบอกว่าเพชรโทร.มาเธอจึงไม่รับสาย ให้บอกว่าออกไปแล้ว แต่พอนึกได้ เสียดายจะลงมาคุย กลับเจอชิดใจมาหา

ชิดใจทำทีมาขอโทษที่วันก่อนพูดจากก้าวร้าว ทั้งยังฝากขอโทษหมวดเพชรแฟนของเธอด้วย พอดาลินบอกว่าหมวดเพชรไม่ได้เป็นแฟนตน ชิดใจก็แอบดีใจแต่ก็แกล้งชมว่าน่าเสียดายเพราะทั้งคู่เหมาะสมกันราวกิ่งทองกับใบหยก ชาติตระกูล ความรู้ก็ทัดเทียมกัน


“บางที ผู้ชายก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงที่มีทุกอย่าง เทียมกันเสมอไปหรอก” ดาลินพูดอย่างเจ็บใจ ชิดใจได้ทีถามว่าพูด เหมือนสองคนกำลังมีอะไรในใจต่อกัน หรือผู้หมวดแอบไปชอบผู้หญิงอื่น

ดาลินบอกปัดว่ามันก็ไม่เชิง ชิดใจทำตัวเป็นผู้รู้รับปรึกษาปัญหาหัวใจให้ อวดตัวเองว่าเป็นคนที่มองตาเดียวก็รู้ว่าผู้ชายคนไหนดีไม่ดีอย่างไร ทำให้ดาลินชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรดี

เป็นเวลาที่เพชรกำลังไม่สบายใจที่โทร.ไปแล้วดาลินไม่รับสาย ลุกขึ้นจะออกข้างนอก ตำรวจที่อยู่แถวนั้นก็หอบแฟ้มกองโตมาบอกว่า ท่านผู้การสั่งให้ช่วยตรวจสำนวนคดี พวกนี้ให้เสร็จภายในเย็นนี้

เพชรมองแฟ้มงงๆ ไม่รู้ว่าถูกพ่อแกล้งใช้เพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการไปทลายชุมโจรวันนี้ เมื่อเพชรเริ่มเอะใจลุกขึ้นออกไปจากห้อง ก็ถูกตำรวจรุ่นน้องคนหนึ่งทักว่า หมู่นี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลย ได้ข่าวว่าไปทำวีรกรรมจับเสือทับไว้ แล้วเมื่อไหร่จะมีข่าวดีระหว่างหมวดกับลูกสาวท่านอธิบดี

หมวดรุ่นน้องคนนั้นคุยติดลมเผลอพูดเรื่องไปบุกชุมเสือเมฆของหน่วยเฉพาะกิจวันนี้ ทำให้เพชรวิ่งออกจากตึกขึ้นรถขับออกไปทันที



เรื่องย่อละคร เสือสั่งฟ้า
1 .เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน  ช่  อ  ง   7    
2..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7  
8  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7  
9  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7  
10  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 10  ช่  อ  ง   7  
11  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7  
12  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 12  ช่  อ  ง   7  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ



Friday, September 2, 2011

จะเป็นดาราได้ยังไง


เส้นทางสู่ดวงดาว..ทำอย่างไรอยากเป็นดารา

Rising  the  Star… บทความจาก นิตยสาร MARS

เห็นว่าเป็นประโยชน์ดีสำหรับน้องๆที่มีความฝันสู่เส้นทางสายอาชีพบันเทิง เลยขอนำมาฝากกันค่ะ

เส้นทางคว้าดาว

บี้  เดอะสตาร์   กอล์ฟ-ไมค์   แพนเค้ก  เต้ยจรินทร์พร  ฯลฯ  เชื่อว่าเมื่อเอ่ยรายชื่อคนเหล่านี้ไม่มีใครไม่รู้จัก  คนเหล่านี้
เป็นเพียงส่วนหนึ่งของดาวหน้าใหม่ที่แม้นพึ่งจะโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงได้ไม่นาน  แต่กลับมีคนชื่นชอบหลงใหล  
และคลั่งไคล้อยู่ทั่วทุกหัวระแหง  ชื่อเสียง  แฟนคลับ  และรายได้ที่มาพร้อมกับสถานะแห่งความเป็นดาว  ทำให้วงการนี้
กลายเป็นวงการที่ใครหลายคนอยากจะเดินเข้าหา  ต่างพยายามหาหนทางดันตัวเองเข้าสู่วงการ  เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้
เป็นดาราโด่งดังในซักวัน  บันไดสู่ดาวไม่ได้ปีนกันง่ายๆ แต่ยุคนี้มีบันไดหลายแบบให้เลือกไต่ตามความฝัน  มากขั้นบ้าง  
น้อยขั้นบ้าง  สารพัดวิธีที่คนรุ่นใหม่สามารถใช้สร้างโอกาสให้ตัวเองเกิดได้ การเตร็ดเตร่ตามแหล่งรวมตัวของวัยรุ่น
ให้ตัวเองเตะตาแมวมองก็ยังเป็นวิธีสุดคลาสสิกที่ใช้ได้ผลอยู่  หรือจะเลือกเข้าไปเพิ่มทักษะความสามารถของตัวเอง  
ทั้งด้านการแสดง  รวมไปถึงการฝึกฝนเส้นทางตามโรงเรียนต่างๆเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมลงสนามเวทีสร้างดาวสารพัดเวที


Step1

หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
    ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าตาดีคือด่านแรกที่จะคัดเข้าสู่โลกมายา  ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปลักษณ์เป็นอันดับหนึ่ง  
ก่อนจะหันไปพิจารณาทักษะความสามารถ  ทุกวันนี้เราจึงได้เห็นหนุ่มหล่อสาวสวยครองตำแหน่งพระเองนางเอก
ขาประจำละครหลังข่าว  ทั้งที่เล่นมากี่เรื่องต่อกี่เรื่องก็ยังไม่เห็นมีพัฒนาการสักทีหรือได้เห็นคนคลั่งไคล้นักร้อง
วัยรุ่นเสียงดีแบบบ้านๆ  หน้าตาน่ารัก  มากกว่านักร้องเสียงเทพที่ยังต้องปรับลุคอีกมากกว่าจะดูดี  แต่จะโจมตี
ว่าคนพวกนี้ใช้หน้าตาเป็นทางลัดสู่ความสำเร็จก็คงไม่ถูก เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้าน
น่าชมมันเจริญหูเจริญตาและเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินในการรับชมผลงานของนักแสดงนักร้อง
นั้นๆ  ยิ่งถ้าบางคนรู้จักใช้ทักษะด้านอื่นที่ตัวเองมีเข้ามาชดเชยจุดด้อยบางคนทำหน้าที่เอนเตอร์เทนเนอร์ได้ดี
กว่าคนแสดงเก่งหรือเสียงดีซะอีก

ผิวดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง(เหมือนกัน)
    เส้นทางการเป็นดาราของแต่ละคนมีหลากรูปแบบแตกต่างกันไป  หนึ่งในเส้นทางนั้นคือ  การเป็นพรีเซ็นเตอร์
ถ่ายโฆษณา  บางโฆษณาอาจไม่ต้องการพรีเซ็นเตอร์ที่หน้าตาดีระดับวูเปอร์สตาร์อย่างโฆษณาครีมทาผิวมักจะ
ต้องการพรีเซ็นเตอร์ที่ผิวเป็นอันดับแรก ฉะนั้นใครที่ผิวดีแต่หน้าตาที่ยังไม่เข้าที่อย่าพึ่งหมดหัวง  เน้นจุดแข็ง
และพัฒนาจุดด้อยไปเรื่อยๆ  ถ้าได้งานโฆษณาครีมทาผิว (เห็นแต่ด้านหลัง)  ต่อไปอาจจะก้าวไปสู่โอกาสที่
ใหญ่กว่า (และได้โชว์หน้าเสียที) ก็เป็นได้

หน้าตาดี…สร้างได้
    ใครที่น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา  ว่าตัวเราหน่อเกิดมาหน้าตาอาภัพแล้วละก็  อย่าพึ่งหมดหวัง  เรื่องหน้าตา
ผิวพรรณนั้นครีมบำรุงสารพัดสูตรพอช่วยได้  ที่นิยมกันมากในหมู่สาวๆ  วัยทีนคือการอัดวิตามินเสริมอาหารเข้าไป  
สมัยนี้นอกจากจะมีคนหิ้วเครื่องสำอางแบรนด์นอกมาขายในราคาต่ำกว่าเคาน์เตอร์แล้ว ในรายการที่ต้องไปสอย
ติดมือกลับเมืองไทยเพื่อเอาใจลูกค้า  ยังต้องมีวิตามินพ่วงมาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้  หรือถ้าชอบหลักสูตรเร่งรัด
ขึ้นมาหน่อยสมัยนี้คลินิกรักาษผิวพรรณและสถานบันความงามผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด  ไม่เชื่อลองนับดูเวลาไป
เดินเล่นตามย่านช้อบปิ้งหรือห้างสรรพสินค้าดัง  เผลอๆ  ในย่านเดียวจะมีถึงสิบยี่ห้อ  แอดวานซ์ขึ้นไปอีกขั้นคือ
ใช้เทคโนโลยีช่วย  ไม่กี่ชั่วโมงก็สวยได้สมใจ  เด็กสมัยนี้นอกจากจะไม่กลัวหมอฟันแล้วยังไม่กลัวหมอศัลยกรรม  
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สาวๆมหาวิทยาลัยจะมีจมูกใหม่  หรือตาที่สวยเก๋กว่าเดิมมาอวดเพื่อนๆ  ในวันปิดเทอม  
แต่ก็ยังนับว่าดีกว่าที่เกาหลี  ซึ่งดารานักแสดงที่เราเห็นว่าสวยหล่อโดนใจนั้น  กว่า  90  เปอร์เซ็นต์ผ่านมีดหมอ
มาแล้วทั้งนั้น





Step2

โดดเด่นให้โมเดลลิ่งมอง
   ย้อนกลับไปราวสิบกว่าปีก่อน  สมัยที่ร้านแมคโดนัลด์หน้าสยามสแควร์เป็นจุดนัดพบทันสมัยที่เด็กหนุ่มสาวหน้าตาดี
นิยมไปแฮงก์เอาต์กัน  ความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาสู่วงการในยุคนั้นคือการมี แมวมอง  เข้ามาขอเบอร์  
หลังพยายามแย่งที่นั่งริมหน้าต่างให้ได้อยู่หลายวัน  มายุคนี้ที่ตั้งเดิมของร้านแมคฯ ถูกเปลี่ยนเป็นสตาร์บัคส์  นิตยสาร
วัยรุ่นอย่าง  เดอะบอยและ  เธอกับฉัน  กลายเป็นตำนาน  ขณะที่เต๋าสมชาย  เข็มกลัด  ซึ่งโด่งดังมาได้เพราะแมวมอง
พาขึ้นปกนิตยสารกำลังจะกลายเป็นพ่อคน  ถ้าเอ่ยคำว่าแมวมองขึ้นมาอาจถูกมองแปลกๆ เพราะตามกระแสที่กำลังอิน  
กลุ่มคนเหล่านี้เรียกตัวเองว่า  โมเดลลิ่ง  แต่ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่าแมวหรือโมฯภารกิจก็เหมือนๆ กัน คือการปั้นดวงดาว
ใหม่ป้อนเข้าวงการบันเทิง  ด้วยการใช้เวลาอยู่ตามแหล่งวัยรุ่น  มองหาเด็กที่หน้าตาดีและมีแววว่าจะเกิดได้  แต่แค่
มองเด็กเป็นยังไม่พอ  โมฯ  ที่ดียังต้องมีวิธีในการเข้าหาเด็กเพื่อติดต่อขอชื่อ-เบอร์โทร  สำหรับเรียกเข้ามาถ่ายภาพ
ทำประวัติเก็บไว้  เพราะให้เด็กส่งรูปทางอีเมล  อาจพบปัญหาที่ตัวจริงกับในรูปที่ไม่เหมือนกัน  เพราะสาวตาโต  
จมูกโด่ง  คิ้วเข้มในภาพ  ถึงเวลาถ่ายจริงอาจยิ้มให้เหนฟันห่าง  เรียกเข้ามาถ่ายรูปยืนยันหน้าตากันเลยจะชัวร์กว่า  
หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของประโยชน์สองฝ่าย  โมเดลลิ่งมีหน้าที่หางานป้อนเด็กด้วยการส่งภาพและประวัติไปเสนอบริษัท
ภาพยนตร์เอเยนซี่โฆษณาต่างๆ  ซึ่งจะเรียกเด็กไปเทสต์หน้ากล้อง  (แคสติ้ง)    อีกครั้งและเมื่อเด็กได้งานก็ถึงเวลา
ที่โมฯ  จะได้เปอร์เซ็นต์จากค่าตอบแทนที่ตกลงกันไว้  เด็กสมัยนี้สวย-หล่อเลือกได้  โยเด็กหนึ่งคนสามารถอยู่ในสังกัด
โมเดลลิ่งได้หลายแห่งและเลือกได้ว่าจะรับงานผ่านโมฯ  เสนองานเดียวกันเข้ามาดังนั้นโมฯ  ที่จะไปได้ดี  จำเป็นต้อง
มีเด็กในสังกัดไว้ให้มากที่สุด  ขณะเดียวกันก็ต้องขยันป้อนให้เด็กด้วย  ลักษณะแบบนี้ฟังดูเหมือนจะทำให้โมเดลลิ่ง
ต้องแย่งเด็กกัน  แต่ในทางปฏิบัติโมเดลลิ่งส่วนใหญ่จะยอมรับการตัดสินใจของเด็กและไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกัน  
เห็นจะมีก็แต่กรณีศึกชิงหนุ่มหน้าหวาน  มาริโอ้  เมาเร่อระหว่างเอ-ศุภชัย  ศรีวิจิตติ์  กับโกโก้-นิรุณ  ลิ้มสมวงศ์  โมเดลลิ่ง
ที่ครบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่และคนเก่าของนักแสดงหนุ่ม  ที่รุนแรงถึงขั้นมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล  เรื่องนี้คนใน
วงการบอกว่าเป็นกรณีเฉพาะบุคคลจริงๆ  สงครามโมเดลลิ่งเปิดศึกให้สะงคมสนใจอีกอีกครั้งระหว่างรุ่นใหญ่อย่างอุ๊บ-วิริยะ  
คงอาจหาญ  กับ  พจน์อานนท์  ซึ่งฝ่ายแรกเสนอให้ตั้งสมาคมนักปั้นแห่งประเทศไทย  โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยให้การ
บริหารงานระหว่างกันของโมเดลลิ่งและการจัดการเด็กเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น  แต่ฝ่ายหลังไม่เห็นด้วยเพราคิดว่าไม่จำเป็น  
ขณะที่หลายคนยังไม่รู้ข้อมูลประเด็นความขัดแย้ง  เรื่องราวกับพัฒนาลุกลามไปเป็นสงครามการสาดโคลนในเรื่องส่วนตัว  
จนรายการบันเทิงมีเรื่องให้หยิบมาเมาท์กันสนุกปาก


ใช่ว่าทุกคนจะเป็นดาวได้
    หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่านอกจากหน้าตาดีแล้ว  แมวมองมีวิธีในการคัดเลือกเด็กอย่างไรอีก  เราลองถามคำถามนี้
กับเมลโดว์(Meldow)  บริษัทโมเดลลิ่งน้องใหม่แต่มือเก๋า  ก่อนจะให้คำตอบเมลโดว์ชวนเรามองเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
ผ่านหน้าต่างออฟฟิต เขาชี้ให้เราดูเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งสวมเสื้อยืดคอกลมเพนต์ลายกราฟฟิตี้สีฟ้าขาว กับกางเกงยีนส์
ขายาวออกแนว ฮิพ  ฮอพ  ที่กำลังพูดคุยพร้อมโบกมืออย่างออกรสถามกลางเพื่อนที่ห้อมล้อมและตั้งใจฟังดูแล้ว
น่าจะเป็นเด็กที่มีคาแร็กเตอร์โดดเด่น อย่างน้อยก็หน้าจะเดินในเส้นทางบันเทิงได้ไม่ยาก  แต่สายตาของผู้มี
ประสบการณ์มองเห็นอีกแบบ  คนนี้ยังไงก็ไม่มีโอกาสจะได้เป็นดาราเขาฟันธงด้วยความเชื่อมั่น  ไม่ใช่ว่าเขาไม่มี
ความสามารถ  เขาอาจเต้นเก่งหรือมีคาแร็กเตอร์ที่บงบอกตัวเค้าเอง แต่เขาไม่มีประกายหากได้คลุกคลีสัมผัสกับ
คนจำนวนมากแล้วจะรู้โดยเซนส์ว่าคนที่เป็นดาราจะมีประกายความเป็นดาวแสดงออกมาให้เราเห็นเพียงแค่เดินผ่าน
เราจะรู้สึกว่ายังไงก็ตามคนนี้แหละมีแววแน่นอน ไม่ว่าจะด้วยคาแร็กเตอร์ที่เขาเป็นหรือหน้าตาดีมาโดยกำเนิด  
ซึ่งสิ่งต่างๆ  เหล่านี้เป็นประกายที่ติดตัวมากับเขาและเราก้อสัมผัสตรงนั้นได้




Step 3

เข้าหาช่างปั้น   
    ถ้าการเป็นดาราขึ้นอยู่กับหน้าตาเพียงอย่างเดียว  วันนี้เราคงไม่เห็นโรงเรียนสอนร้องเต้น เล่น แสดง  ผุดขึ้นมาเป็น
ดอกเห็ด  สังเกตกันง่ายๆ  ว่าดาวบางดวงเกิดเกิดได้เพราะหน้าตาก็จริง  แต่ที่อยู่ในวงการได้ยาวนานส่วนใหญ่จะมี
พื้นฐานที่ดีและมีความขยันหมั่นเพียรในการเรียนรู้ศาสตร์แต่ละสาขาเพิ่มเติมตลอดเวลา  ที่หน้าสนใจคือโรงเรียนสอน
ทักษะต่างๆ ไม่เพียงเป็นแหล่งปั้นดาวดวงใหม่เข้าสู่วงการเท่านั้นแม้แต่นักร้องหรือนักแสดงมืออาชืพก็ยังต้องหวน
กลับมาเรียนที่โรงเรียนสอนการแสดงหรือสอนเต้นเพื่อเพิ่มศักยาภาพของตนเองให้มากขึ้นจะได้ไม่ถูกคลื่นลูกใหม่
ซัดหายเข้าฝั่งได้ง่ายๆ

พ่อแม่จอมดัน
    ไม่หน้าแปลกใจนักที่การเรียนร้องเพลง  หรือเรียนการแสดง  จะกลายเปนเทรนด์ฮิตของเด็กวัยรุ่นที่ต้องการปูพื้น
ความสามารถก่อนเข้าวงการบันเทิง เพื่อดึงเอาทักษะของตัวเองที่อาจเคยมองข้ามไปให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อายุต่ำสุดของเด็กที่เข้ามาเป็นนักเรียนในโรงเรียนการแสดงคือสามขวบ เมื่อเรียนไปสักพัก พอเขารู้ว่าเขาแสดงได้
ก็จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เข้าอยากเป็นดารา หากเด็กมีความสามารถเรามีช่องทางพ่อแม่เขายินยอม เราก็พร้อม
ที่จะสนับสนุนเพราะเด็กทุกคนจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองการเรียน สามารถใช้เป็นหลักฐานในการสมัครงาน 
หรือเป็นพอร์ตโฟลิโอ(portfolio) ในการแคสติ้งได้อยู่แล้ว


บล็อกปั้มดาว
    ถ้าจะให้ยกตัวอย่างศิลปินที่ได้ดีเพราะสถาบันปั้น  กอล์ฟ-ไมค์  จะฉายภาพให้เห็นได้ชัดที่สุดคู่นี้เกิดได้เพราะโครงการ
ปั้นดาวและเป็นต้นแบบของบล็อกปั้มดาวในเวลาต่อมา  กอล์ฟ-ไมค์  ใช้เวลากว่าห้าปีในการเตรียมตัว  โดยการเริ่ม
เป็นสมาชิกโครงการ  จี-จูเนียร์  ซึ่งแกรมมี่ตั้งขึ้นเป็นโครงการต้นแบบเพื่อผลิตนักร้องที่มีความสามารถให้พร้อมทั้ง
การร้องและการเต้น





Step 4
ดังดีเพราะมีแม่ยก


    ในยุคกระแสรายการแนวเรียลลิตี้กำลังมาแรงการแหย่ขาเข้าร่วมรายการแข่งขันร้องเพลงสักรายการ  อาจเป็น
วิธีง่ายที่สุดที่จะเป็นคนธรรมดาให้แจ้งเกิดได้เพียงข้ามคืนเพราะโอกาสในการเรียกคะแนนนิยมจากผู้ชมทางบ้าน
ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ บนเวทีประกวดหมายถึงแทบทุกนาทีเพราะในรายการเหล่านี้มีแม่ยกทั้งรุ่นเล็ก
รุ่นใหญ่ค่อยจับตาดูคุณอยู่ตลอดกระทั่งในยามหลับ

เสียงไม่ดีก็ดังได้
     สิ่งที่น่าสนใจของเวทีประกวดร้องเพลงแนวเรียลลิตี้ก็คือคนที่  ยิง  ได้โดนใจผู้ชมมากที่สุด  แม้จะไม่ได้
เป็นแชมป์ประจำฤดูกาลก็ตาม  บางคนอาจลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า  บี้-สุกฤษฏิ์  วิเศษแก้ว  ไม่ได้เป็นแชมป์เวที
เดอะสตาร์  ส่วนอ๊อฟ-ปองศักดิ์  รัตนพงษ์ ก็ไม่ได้ตำแหน่งชนะเลิศจากเอเอฟ  แต่ทั้งหน้าตาน้ำเสียง และ
ความสามารถที่มีเกินตัวทำให้หลายต่อหลายคนคลั่งไคล้ จนมีแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ   ถึงขั้นแซงหน้าคนที่ได้
รางวัลในเวทีนั้นๆ สังเกตได้ว่าผู้เข้าประกวดส่วนใหญ่ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี  และรู้สึกว่าแม้จะไม่ได้เข้ารอบ
แปดคนสุดท้าย  แต่แค่ได้เป็นหนึ่งในตังอย่างของการออดิชั่นที่นำมาออกอากาศก้อเรียกว่าพอใจแล้วตัวผู้จัดก็
พยายามปั้นดาวให้ได้มากกว่าหนึ่งดวงในแต่ละซีซั่นที่เห็นชัดเลยคือค่ายเอเอฟที่เด็กจะถูกส่งเข้าวงการบันเทิง
ในฐานะเอนเตอร์เทนเนอร์รูปแบบต่างๆ  ทั้งการเป็นพิธีกร  วีเจ  แสดงโฆษณา หรือละคร การออกอัลบั้มเดี่ยว
และอัลบั้มกลุ่ม  แม้นจะไม่ได้เป็นเป็นดาวเจิดจรัสผ่านไมโครโฟน แต่ก้อเด่นไม่แพ้ดารานักแสดงคนอื่นๆ  รวมทั้ง
ยังมีผลงานให้แม่ยกติดตามกันอย่างเหนียวแน่น

Academy  Fantasia  vs  La  Academia
ต้นแบบของรายการ  Academy Fantasia  คือ  La  Academia  รายการเรียลลิตี้ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาและใช้
ตัวอักษร  V  เป็นตัวแทนผู้เข้าแข่งขันสร้างการจดจำที่ง่ายขึ้นสำหรับแฟนคลับที่ต้องการให้โหวตให้คนที่ตัวเองรักได้
เข้ารอบเรียกได้ว่ายังเป็นจุดเริ่มต้นของแฟนคลับที่ไม่ว่าวีไหนจะทำอะไรก็จะค่อยติดตามตลอด




Step  5
พี่ไม่ต้อง  น้องจัดให้
 

    วิธีสุดท้ายเป็นแบบทางลัดไม่ต้องไปรอแมวมองให้เสียเวลา  รวบรวมความกล้าไปต่อคิวขึ้นเวทีประกวด เพียงเลือก
รูปที่คิดว่าดีที่สุดของตัวเองส่งไปทางสื่อนิตยสาร  มีคอลัมน์ให้คนทางบ้านเข้ารวมสนุกกันเยอะ และอยากได้ดาว
ดวงใหม่หน้าตาสดใส่มาประดับวงการอย่าท้อใจถ้ารูปคุณได้ลงเพียงครึ่งหน้าเพราะภาพที่ได้ลงนิตยสารส่วนใหญ่
จะดูดี   วิธีง่ายๆกว่านั้นก็ยังมี  สมัยนี้เป็นยุคอินเตอร์เนท พกกล้องเป็นอาวุธคู่กาย  ไม่ว่าใครเลยอัพโหลดภาพถ่าย
แบ๊วๆ  ของตัวเองขึ้นเว็บกันได้ หรือสร้างอลัมบั้มส่วนตัวฝากไว้ตามเว็บ แม้นจะไม่เห็นผลในทันตา แต่ไม่ควรดูถูก
พลังแห่งการฟร์เวิรด์ภาพและลิ้งก์ อย่าลืมว่า บอลลูน-พินทุ์สุดา  ตันไพเราะห์ ก็ดังมาจากอินเตอร์เน็ต  ถ้าภาพถ่าย
ของคุณเด่นสะดุดตาแล้วละก้อ  ต่อจากนี้จะมีโมเดลลิ่งติดต่อเข้ามาเองถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง
แบบไม่ลำบาก อย่าลืมการอัพโหลดรูปไปตามเว็บต่างๆ  ถ้าใช้โฟโต้ช้อบตกแต่งจนเพลินเกินไปหน่อยเอาเข้าจริง
อาจถูกคัดทิ้งทันทีที่โมเดลลิ่งเจอตัว  จะให้ดีเมื่อได้โอกาสมาแล้วให้พยายามปรับปรุงตัวเองให้ดูดีสมกับภาพ
จะดีกว่าถึงเวลาจะได้พูดได้เต็มปากว่า  ของดี  เทคนิคไม่ต้อง

อาชีพนักแสดง



ลักษณะงาน

แสดงบทบาทต่าง ๆ ในการแสดงละครหรือภาพยนตร์ ซ้อมบทบาทที่ต้อง แสดงโดยการศึกษาเนื้อเรื่อง และบทที่ได้รับมอบหมายให้แสดง แสดงบทตลก บทที่ เคร่งเครียด โดยการใช้ถ้อยคำหรือกิริยาท่าทาง แสดงประกอบ อาจร้องเพลง เต้นรำ หรือฟ้อนรำ อาจชำนาญในการแสดงบทบาทอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือการแสดงประเภทใดประเภทหนึ่งและอาจมีชื่อเรียกตามบทบาทหรือประเภทของการแสดง


คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ


1. มีความถนัดทางศิลป
2. มีสุนทรียะ สนใจสิ่งสวยงาม ดนตรี วรรณกรรม
3. มีอารมณ์อ่อนไหว
4. มีจินตนาการสูง มีความคิดสร้างสรรค์ และไม่ลอกเลียนแบบใคร


การศึกษาและการฝึกอบรม


จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป (ภาษา) มีความถนัดและสนใจด้านศิลปะ ศึกษาต่อสาขาดนตรีไทย สาขาดนตรีสากล สาขาศิลปการ ละคร สาขาสื่อสารการแสดง คณะครุศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์ หรือคณะนิเทศศาสตร์ ทั้งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน


โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ


รับราชการหรือทำงานเอกชน เป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี โอกาส ก้าวหน้าขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้แสดง และความนิยมของผู้ชม




ข้อมูลเส้นทางอาชีพนักเเสดง

1.ดารา นักแสดง( อยากเป็นดาราจังเลยยยยย..) ต้องทำอย่างนี้