Sunday, September 4, 2011

บอลไทย ชนะ โอมาน.........................?

บอลไทย ชนะ โอมาน.........................? จะชนะได้หรือไม่ วันที่ 6นี้รู้กัน พี่น้อง  ถ้าชนะโอมานไม่ได้ มีโอกาสตกรอบสูง ๆๆๆๆๆ มาก เรามาพร้อมใจเชีร์ย บอลไทยกันดีกว่า 

เรื่องย่อ เสือสั่งฟ้าตอน7 ข่อง7




เรื่องย่อละคร เสือสั่งฟ้า
1 .เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน  ช่  อ  ง   7    
2..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7  
8  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7  
9  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7  
10  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 10  ช่  อ  ง   7  
11  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7  
12  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 12  ช่  อ  ง   7  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ



ตอนที่ 7

ชัดถูกเสือเมฆฟันจนบาดเจ็บ เมื่อเสือเมฆวิ่งตามหาญไป ชัดจึงโซซัดโซเซกลับมา พลับพลึงวิ่งลงมารับถามว่า เป็นอะไร ชัดพูดได้แค่ว่า “พี่เมฆ...พี่หาญ...” แล้วสลบไป

เมื่อทับเห็นว่าเสือเมฆไล่ล่าหาญไปก็บอกแต้มกับแหลมว่านี่เป็นจังหวะดีที่สุด ตนจะไปส่งข่าวดามพ์ให้บุกชุมพรุ่งนี้เลย แต้มถามว่าแล้วรื่นล่ะ
“มันก็คงทำงานของมันอยู่ คืนนี้น่าจะเรียบร้อย” ทับตอบอย่างมั่นใจ

งานที่ทับบอกว่ารื่นกำลังทำนั้น คือไปยั่วยวนอาจารย์อินจนตบะแตกหลงเสน่ห์รสสวาทรื่น เมื่อถูกรื่นเป่าหูว่า ตนหลงรักอาจารย์มานานแต่ไม่เข้าใจว่าอาจารย์ทั้งดูดีกว่าและเก่งกว่าเสือเมฆ ทำไมถึงยอมให้เสือเมฆจิกหัวใช้ ยุยงว่า

“รู้ไหมว่าเขาทั้งด่าทั้งดูถูก ลับหลังไม่ได้นับถืออาจารย์เลยสักนิด พี่เมฆเขาพูดว่าอาจารย์น่ะ โง้...โง่ แก่กล้าอาคมกว่าแต่ก็ไม่มีสมอง ยอมให้หลอกใช้ง่ายๆ”

อาจารย์อินที่เก่งกล้าอาคมแต่หูเบาและหลงสวาทของรื่นจนหน้ามืดตามัว กัดฟันกรอดบอกรื่นว่า “ถ้าอย่างงั้น มันจะได้เจอฤทธิ์ข้าซะบ้าง!”
พอดีเสือเมฆมาตะโกนเรียกอาจารย์อินอยู่หน้าถ้ำ รื่นตกใจ แต่อาจารย์บอกว่าอยู่กับตนไม่ต้องกลัวไม่ว่าใครก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วอาจารย์อินก็ใส่เสื้อผ้าเดินออกไปที่ปากถ้ำ

ooooooo

ดาลินกำลังระแวงเพชรว่าไปติดพันกระเต็นที่บึงกร่าง ดังนั้นเมื่อคนใช้มาบอกว่าเพชรโทร.มาเธอจึงไม่รับสาย ให้บอกว่าออกไปแล้ว แต่พอนึกได้ เสียดายจะลงมาคุย กลับเจอชิดใจมาหา

ชิดใจทำทีมาขอโทษที่วันก่อนพูดจากก้าวร้าว ทั้งยังฝากขอโทษหมวดเพชรแฟนของเธอด้วย พอดาลินบอกว่าหมวดเพชรไม่ได้เป็นแฟนตน ชิดใจก็แอบดีใจแต่ก็แกล้งชมว่าน่าเสียดายเพราะทั้งคู่เหมาะสมกันราวกิ่งทองกับใบหยก ชาติตระกูล ความรู้ก็ทัดเทียมกัน


“บางที ผู้ชายก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงที่มีทุกอย่าง เทียมกันเสมอไปหรอก” ดาลินพูดอย่างเจ็บใจ ชิดใจได้ทีถามว่าพูด เหมือนสองคนกำลังมีอะไรในใจต่อกัน หรือผู้หมวดแอบไปชอบผู้หญิงอื่น

ดาลินบอกปัดว่ามันก็ไม่เชิง ชิดใจทำตัวเป็นผู้รู้รับปรึกษาปัญหาหัวใจให้ อวดตัวเองว่าเป็นคนที่มองตาเดียวก็รู้ว่าผู้ชายคนไหนดีไม่ดีอย่างไร ทำให้ดาลินชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรดี

เป็นเวลาที่เพชรกำลังไม่สบายใจที่โทร.ไปแล้วดาลินไม่รับสาย ลุกขึ้นจะออกข้างนอก ตำรวจที่อยู่แถวนั้นก็หอบแฟ้มกองโตมาบอกว่า ท่านผู้การสั่งให้ช่วยตรวจสำนวนคดี พวกนี้ให้เสร็จภายในเย็นนี้

เพชรมองแฟ้มงงๆ ไม่รู้ว่าถูกพ่อแกล้งใช้เพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการไปทลายชุมโจรวันนี้ เมื่อเพชรเริ่มเอะใจลุกขึ้นออกไปจากห้อง ก็ถูกตำรวจรุ่นน้องคนหนึ่งทักว่า หมู่นี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลย ได้ข่าวว่าไปทำวีรกรรมจับเสือทับไว้ แล้วเมื่อไหร่จะมีข่าวดีระหว่างหมวดกับลูกสาวท่านอธิบดี

หมวดรุ่นน้องคนนั้นคุยติดลมเผลอพูดเรื่องไปบุกชุมเสือเมฆของหน่วยเฉพาะกิจวันนี้ ทำให้เพชรวิ่งออกจากตึกขึ้นรถขับออกไปทันที



เรื่องย่อละคร เสือสั่งฟ้า
1 .เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน  ช่  อ  ง   7    
2..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7  
8  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7  
9  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7  
10  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 10  ช่  อ  ง   7  
11  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7  
12  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 12  ช่  อ  ง   7  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ



Friday, September 2, 2011

จะเป็นดาราได้ยังไง


เส้นทางสู่ดวงดาว..ทำอย่างไรอยากเป็นดารา

Rising  the  Star… บทความจาก นิตยสาร MARS

เห็นว่าเป็นประโยชน์ดีสำหรับน้องๆที่มีความฝันสู่เส้นทางสายอาชีพบันเทิง เลยขอนำมาฝากกันค่ะ

เส้นทางคว้าดาว

บี้  เดอะสตาร์   กอล์ฟ-ไมค์   แพนเค้ก  เต้ยจรินทร์พร  ฯลฯ  เชื่อว่าเมื่อเอ่ยรายชื่อคนเหล่านี้ไม่มีใครไม่รู้จัก  คนเหล่านี้
เป็นเพียงส่วนหนึ่งของดาวหน้าใหม่ที่แม้นพึ่งจะโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงได้ไม่นาน  แต่กลับมีคนชื่นชอบหลงใหล  
และคลั่งไคล้อยู่ทั่วทุกหัวระแหง  ชื่อเสียง  แฟนคลับ  และรายได้ที่มาพร้อมกับสถานะแห่งความเป็นดาว  ทำให้วงการนี้
กลายเป็นวงการที่ใครหลายคนอยากจะเดินเข้าหา  ต่างพยายามหาหนทางดันตัวเองเข้าสู่วงการ  เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้
เป็นดาราโด่งดังในซักวัน  บันไดสู่ดาวไม่ได้ปีนกันง่ายๆ แต่ยุคนี้มีบันไดหลายแบบให้เลือกไต่ตามความฝัน  มากขั้นบ้าง  
น้อยขั้นบ้าง  สารพัดวิธีที่คนรุ่นใหม่สามารถใช้สร้างโอกาสให้ตัวเองเกิดได้ การเตร็ดเตร่ตามแหล่งรวมตัวของวัยรุ่น
ให้ตัวเองเตะตาแมวมองก็ยังเป็นวิธีสุดคลาสสิกที่ใช้ได้ผลอยู่  หรือจะเลือกเข้าไปเพิ่มทักษะความสามารถของตัวเอง  
ทั้งด้านการแสดง  รวมไปถึงการฝึกฝนเส้นทางตามโรงเรียนต่างๆเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมลงสนามเวทีสร้างดาวสารพัดเวที


Step1

หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
    ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าตาดีคือด่านแรกที่จะคัดเข้าสู่โลกมายา  ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปลักษณ์เป็นอันดับหนึ่ง  
ก่อนจะหันไปพิจารณาทักษะความสามารถ  ทุกวันนี้เราจึงได้เห็นหนุ่มหล่อสาวสวยครองตำแหน่งพระเองนางเอก
ขาประจำละครหลังข่าว  ทั้งที่เล่นมากี่เรื่องต่อกี่เรื่องก็ยังไม่เห็นมีพัฒนาการสักทีหรือได้เห็นคนคลั่งไคล้นักร้อง
วัยรุ่นเสียงดีแบบบ้านๆ  หน้าตาน่ารัก  มากกว่านักร้องเสียงเทพที่ยังต้องปรับลุคอีกมากกว่าจะดูดี  แต่จะโจมตี
ว่าคนพวกนี้ใช้หน้าตาเป็นทางลัดสู่ความสำเร็จก็คงไม่ถูก เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้าน
น่าชมมันเจริญหูเจริญตาและเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินในการรับชมผลงานของนักแสดงนักร้อง
นั้นๆ  ยิ่งถ้าบางคนรู้จักใช้ทักษะด้านอื่นที่ตัวเองมีเข้ามาชดเชยจุดด้อยบางคนทำหน้าที่เอนเตอร์เทนเนอร์ได้ดี
กว่าคนแสดงเก่งหรือเสียงดีซะอีก

ผิวดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง(เหมือนกัน)
    เส้นทางการเป็นดาราของแต่ละคนมีหลากรูปแบบแตกต่างกันไป  หนึ่งในเส้นทางนั้นคือ  การเป็นพรีเซ็นเตอร์
ถ่ายโฆษณา  บางโฆษณาอาจไม่ต้องการพรีเซ็นเตอร์ที่หน้าตาดีระดับวูเปอร์สตาร์อย่างโฆษณาครีมทาผิวมักจะ
ต้องการพรีเซ็นเตอร์ที่ผิวเป็นอันดับแรก ฉะนั้นใครที่ผิวดีแต่หน้าตาที่ยังไม่เข้าที่อย่าพึ่งหมดหัวง  เน้นจุดแข็ง
และพัฒนาจุดด้อยไปเรื่อยๆ  ถ้าได้งานโฆษณาครีมทาผิว (เห็นแต่ด้านหลัง)  ต่อไปอาจจะก้าวไปสู่โอกาสที่
ใหญ่กว่า (และได้โชว์หน้าเสียที) ก็เป็นได้

หน้าตาดี…สร้างได้
    ใครที่น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา  ว่าตัวเราหน่อเกิดมาหน้าตาอาภัพแล้วละก็  อย่าพึ่งหมดหวัง  เรื่องหน้าตา
ผิวพรรณนั้นครีมบำรุงสารพัดสูตรพอช่วยได้  ที่นิยมกันมากในหมู่สาวๆ  วัยทีนคือการอัดวิตามินเสริมอาหารเข้าไป  
สมัยนี้นอกจากจะมีคนหิ้วเครื่องสำอางแบรนด์นอกมาขายในราคาต่ำกว่าเคาน์เตอร์แล้ว ในรายการที่ต้องไปสอย
ติดมือกลับเมืองไทยเพื่อเอาใจลูกค้า  ยังต้องมีวิตามินพ่วงมาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้  หรือถ้าชอบหลักสูตรเร่งรัด
ขึ้นมาหน่อยสมัยนี้คลินิกรักาษผิวพรรณและสถานบันความงามผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด  ไม่เชื่อลองนับดูเวลาไป
เดินเล่นตามย่านช้อบปิ้งหรือห้างสรรพสินค้าดัง  เผลอๆ  ในย่านเดียวจะมีถึงสิบยี่ห้อ  แอดวานซ์ขึ้นไปอีกขั้นคือ
ใช้เทคโนโลยีช่วย  ไม่กี่ชั่วโมงก็สวยได้สมใจ  เด็กสมัยนี้นอกจากจะไม่กลัวหมอฟันแล้วยังไม่กลัวหมอศัลยกรรม  
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สาวๆมหาวิทยาลัยจะมีจมูกใหม่  หรือตาที่สวยเก๋กว่าเดิมมาอวดเพื่อนๆ  ในวันปิดเทอม  
แต่ก็ยังนับว่าดีกว่าที่เกาหลี  ซึ่งดารานักแสดงที่เราเห็นว่าสวยหล่อโดนใจนั้น  กว่า  90  เปอร์เซ็นต์ผ่านมีดหมอ
มาแล้วทั้งนั้น





Step2

โดดเด่นให้โมเดลลิ่งมอง
   ย้อนกลับไปราวสิบกว่าปีก่อน  สมัยที่ร้านแมคโดนัลด์หน้าสยามสแควร์เป็นจุดนัดพบทันสมัยที่เด็กหนุ่มสาวหน้าตาดี
นิยมไปแฮงก์เอาต์กัน  ความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาสู่วงการในยุคนั้นคือการมี แมวมอง  เข้ามาขอเบอร์  
หลังพยายามแย่งที่นั่งริมหน้าต่างให้ได้อยู่หลายวัน  มายุคนี้ที่ตั้งเดิมของร้านแมคฯ ถูกเปลี่ยนเป็นสตาร์บัคส์  นิตยสาร
วัยรุ่นอย่าง  เดอะบอยและ  เธอกับฉัน  กลายเป็นตำนาน  ขณะที่เต๋าสมชาย  เข็มกลัด  ซึ่งโด่งดังมาได้เพราะแมวมอง
พาขึ้นปกนิตยสารกำลังจะกลายเป็นพ่อคน  ถ้าเอ่ยคำว่าแมวมองขึ้นมาอาจถูกมองแปลกๆ เพราะตามกระแสที่กำลังอิน  
กลุ่มคนเหล่านี้เรียกตัวเองว่า  โมเดลลิ่ง  แต่ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่าแมวหรือโมฯภารกิจก็เหมือนๆ กัน คือการปั้นดวงดาว
ใหม่ป้อนเข้าวงการบันเทิง  ด้วยการใช้เวลาอยู่ตามแหล่งวัยรุ่น  มองหาเด็กที่หน้าตาดีและมีแววว่าจะเกิดได้  แต่แค่
มองเด็กเป็นยังไม่พอ  โมฯ  ที่ดียังต้องมีวิธีในการเข้าหาเด็กเพื่อติดต่อขอชื่อ-เบอร์โทร  สำหรับเรียกเข้ามาถ่ายภาพ
ทำประวัติเก็บไว้  เพราะให้เด็กส่งรูปทางอีเมล  อาจพบปัญหาที่ตัวจริงกับในรูปที่ไม่เหมือนกัน  เพราะสาวตาโต  
จมูกโด่ง  คิ้วเข้มในภาพ  ถึงเวลาถ่ายจริงอาจยิ้มให้เหนฟันห่าง  เรียกเข้ามาถ่ายรูปยืนยันหน้าตากันเลยจะชัวร์กว่า  
หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของประโยชน์สองฝ่าย  โมเดลลิ่งมีหน้าที่หางานป้อนเด็กด้วยการส่งภาพและประวัติไปเสนอบริษัท
ภาพยนตร์เอเยนซี่โฆษณาต่างๆ  ซึ่งจะเรียกเด็กไปเทสต์หน้ากล้อง  (แคสติ้ง)    อีกครั้งและเมื่อเด็กได้งานก็ถึงเวลา
ที่โมฯ  จะได้เปอร์เซ็นต์จากค่าตอบแทนที่ตกลงกันไว้  เด็กสมัยนี้สวย-หล่อเลือกได้  โยเด็กหนึ่งคนสามารถอยู่ในสังกัด
โมเดลลิ่งได้หลายแห่งและเลือกได้ว่าจะรับงานผ่านโมฯ  เสนองานเดียวกันเข้ามาดังนั้นโมฯ  ที่จะไปได้ดี  จำเป็นต้อง
มีเด็กในสังกัดไว้ให้มากที่สุด  ขณะเดียวกันก็ต้องขยันป้อนให้เด็กด้วย  ลักษณะแบบนี้ฟังดูเหมือนจะทำให้โมเดลลิ่ง
ต้องแย่งเด็กกัน  แต่ในทางปฏิบัติโมเดลลิ่งส่วนใหญ่จะยอมรับการตัดสินใจของเด็กและไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกัน  
เห็นจะมีก็แต่กรณีศึกชิงหนุ่มหน้าหวาน  มาริโอ้  เมาเร่อระหว่างเอ-ศุภชัย  ศรีวิจิตติ์  กับโกโก้-นิรุณ  ลิ้มสมวงศ์  โมเดลลิ่ง
ที่ครบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่และคนเก่าของนักแสดงหนุ่ม  ที่รุนแรงถึงขั้นมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล  เรื่องนี้คนใน
วงการบอกว่าเป็นกรณีเฉพาะบุคคลจริงๆ  สงครามโมเดลลิ่งเปิดศึกให้สะงคมสนใจอีกอีกครั้งระหว่างรุ่นใหญ่อย่างอุ๊บ-วิริยะ  
คงอาจหาญ  กับ  พจน์อานนท์  ซึ่งฝ่ายแรกเสนอให้ตั้งสมาคมนักปั้นแห่งประเทศไทย  โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยให้การ
บริหารงานระหว่างกันของโมเดลลิ่งและการจัดการเด็กเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น  แต่ฝ่ายหลังไม่เห็นด้วยเพราคิดว่าไม่จำเป็น  
ขณะที่หลายคนยังไม่รู้ข้อมูลประเด็นความขัดแย้ง  เรื่องราวกับพัฒนาลุกลามไปเป็นสงครามการสาดโคลนในเรื่องส่วนตัว  
จนรายการบันเทิงมีเรื่องให้หยิบมาเมาท์กันสนุกปาก


ใช่ว่าทุกคนจะเป็นดาวได้
    หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่านอกจากหน้าตาดีแล้ว  แมวมองมีวิธีในการคัดเลือกเด็กอย่างไรอีก  เราลองถามคำถามนี้
กับเมลโดว์(Meldow)  บริษัทโมเดลลิ่งน้องใหม่แต่มือเก๋า  ก่อนจะให้คำตอบเมลโดว์ชวนเรามองเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
ผ่านหน้าต่างออฟฟิต เขาชี้ให้เราดูเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งสวมเสื้อยืดคอกลมเพนต์ลายกราฟฟิตี้สีฟ้าขาว กับกางเกงยีนส์
ขายาวออกแนว ฮิพ  ฮอพ  ที่กำลังพูดคุยพร้อมโบกมืออย่างออกรสถามกลางเพื่อนที่ห้อมล้อมและตั้งใจฟังดูแล้ว
น่าจะเป็นเด็กที่มีคาแร็กเตอร์โดดเด่น อย่างน้อยก็หน้าจะเดินในเส้นทางบันเทิงได้ไม่ยาก  แต่สายตาของผู้มี
ประสบการณ์มองเห็นอีกแบบ  คนนี้ยังไงก็ไม่มีโอกาสจะได้เป็นดาราเขาฟันธงด้วยความเชื่อมั่น  ไม่ใช่ว่าเขาไม่มี
ความสามารถ  เขาอาจเต้นเก่งหรือมีคาแร็กเตอร์ที่บงบอกตัวเค้าเอง แต่เขาไม่มีประกายหากได้คลุกคลีสัมผัสกับ
คนจำนวนมากแล้วจะรู้โดยเซนส์ว่าคนที่เป็นดาราจะมีประกายความเป็นดาวแสดงออกมาให้เราเห็นเพียงแค่เดินผ่าน
เราจะรู้สึกว่ายังไงก็ตามคนนี้แหละมีแววแน่นอน ไม่ว่าจะด้วยคาแร็กเตอร์ที่เขาเป็นหรือหน้าตาดีมาโดยกำเนิด  
ซึ่งสิ่งต่างๆ  เหล่านี้เป็นประกายที่ติดตัวมากับเขาและเราก้อสัมผัสตรงนั้นได้




Step 3

เข้าหาช่างปั้น   
    ถ้าการเป็นดาราขึ้นอยู่กับหน้าตาเพียงอย่างเดียว  วันนี้เราคงไม่เห็นโรงเรียนสอนร้องเต้น เล่น แสดง  ผุดขึ้นมาเป็น
ดอกเห็ด  สังเกตกันง่ายๆ  ว่าดาวบางดวงเกิดเกิดได้เพราะหน้าตาก็จริง  แต่ที่อยู่ในวงการได้ยาวนานส่วนใหญ่จะมี
พื้นฐานที่ดีและมีความขยันหมั่นเพียรในการเรียนรู้ศาสตร์แต่ละสาขาเพิ่มเติมตลอดเวลา  ที่หน้าสนใจคือโรงเรียนสอน
ทักษะต่างๆ ไม่เพียงเป็นแหล่งปั้นดาวดวงใหม่เข้าสู่วงการเท่านั้นแม้แต่นักร้องหรือนักแสดงมืออาชืพก็ยังต้องหวน
กลับมาเรียนที่โรงเรียนสอนการแสดงหรือสอนเต้นเพื่อเพิ่มศักยาภาพของตนเองให้มากขึ้นจะได้ไม่ถูกคลื่นลูกใหม่
ซัดหายเข้าฝั่งได้ง่ายๆ

พ่อแม่จอมดัน
    ไม่หน้าแปลกใจนักที่การเรียนร้องเพลง  หรือเรียนการแสดง  จะกลายเปนเทรนด์ฮิตของเด็กวัยรุ่นที่ต้องการปูพื้น
ความสามารถก่อนเข้าวงการบันเทิง เพื่อดึงเอาทักษะของตัวเองที่อาจเคยมองข้ามไปให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อายุต่ำสุดของเด็กที่เข้ามาเป็นนักเรียนในโรงเรียนการแสดงคือสามขวบ เมื่อเรียนไปสักพัก พอเขารู้ว่าเขาแสดงได้
ก็จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เข้าอยากเป็นดารา หากเด็กมีความสามารถเรามีช่องทางพ่อแม่เขายินยอม เราก็พร้อม
ที่จะสนับสนุนเพราะเด็กทุกคนจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองการเรียน สามารถใช้เป็นหลักฐานในการสมัครงาน 
หรือเป็นพอร์ตโฟลิโอ(portfolio) ในการแคสติ้งได้อยู่แล้ว


บล็อกปั้มดาว
    ถ้าจะให้ยกตัวอย่างศิลปินที่ได้ดีเพราะสถาบันปั้น  กอล์ฟ-ไมค์  จะฉายภาพให้เห็นได้ชัดที่สุดคู่นี้เกิดได้เพราะโครงการ
ปั้นดาวและเป็นต้นแบบของบล็อกปั้มดาวในเวลาต่อมา  กอล์ฟ-ไมค์  ใช้เวลากว่าห้าปีในการเตรียมตัว  โดยการเริ่ม
เป็นสมาชิกโครงการ  จี-จูเนียร์  ซึ่งแกรมมี่ตั้งขึ้นเป็นโครงการต้นแบบเพื่อผลิตนักร้องที่มีความสามารถให้พร้อมทั้ง
การร้องและการเต้น





Step 4
ดังดีเพราะมีแม่ยก


    ในยุคกระแสรายการแนวเรียลลิตี้กำลังมาแรงการแหย่ขาเข้าร่วมรายการแข่งขันร้องเพลงสักรายการ  อาจเป็น
วิธีง่ายที่สุดที่จะเป็นคนธรรมดาให้แจ้งเกิดได้เพียงข้ามคืนเพราะโอกาสในการเรียกคะแนนนิยมจากผู้ชมทางบ้าน
ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ บนเวทีประกวดหมายถึงแทบทุกนาทีเพราะในรายการเหล่านี้มีแม่ยกทั้งรุ่นเล็ก
รุ่นใหญ่ค่อยจับตาดูคุณอยู่ตลอดกระทั่งในยามหลับ

เสียงไม่ดีก็ดังได้
     สิ่งที่น่าสนใจของเวทีประกวดร้องเพลงแนวเรียลลิตี้ก็คือคนที่  ยิง  ได้โดนใจผู้ชมมากที่สุด  แม้จะไม่ได้
เป็นแชมป์ประจำฤดูกาลก็ตาม  บางคนอาจลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า  บี้-สุกฤษฏิ์  วิเศษแก้ว  ไม่ได้เป็นแชมป์เวที
เดอะสตาร์  ส่วนอ๊อฟ-ปองศักดิ์  รัตนพงษ์ ก็ไม่ได้ตำแหน่งชนะเลิศจากเอเอฟ  แต่ทั้งหน้าตาน้ำเสียง และ
ความสามารถที่มีเกินตัวทำให้หลายต่อหลายคนคลั่งไคล้ จนมีแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ   ถึงขั้นแซงหน้าคนที่ได้
รางวัลในเวทีนั้นๆ สังเกตได้ว่าผู้เข้าประกวดส่วนใหญ่ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี  และรู้สึกว่าแม้จะไม่ได้เข้ารอบ
แปดคนสุดท้าย  แต่แค่ได้เป็นหนึ่งในตังอย่างของการออดิชั่นที่นำมาออกอากาศก้อเรียกว่าพอใจแล้วตัวผู้จัดก็
พยายามปั้นดาวให้ได้มากกว่าหนึ่งดวงในแต่ละซีซั่นที่เห็นชัดเลยคือค่ายเอเอฟที่เด็กจะถูกส่งเข้าวงการบันเทิง
ในฐานะเอนเตอร์เทนเนอร์รูปแบบต่างๆ  ทั้งการเป็นพิธีกร  วีเจ  แสดงโฆษณา หรือละคร การออกอัลบั้มเดี่ยว
และอัลบั้มกลุ่ม  แม้นจะไม่ได้เป็นเป็นดาวเจิดจรัสผ่านไมโครโฟน แต่ก้อเด่นไม่แพ้ดารานักแสดงคนอื่นๆ  รวมทั้ง
ยังมีผลงานให้แม่ยกติดตามกันอย่างเหนียวแน่น

Academy  Fantasia  vs  La  Academia
ต้นแบบของรายการ  Academy Fantasia  คือ  La  Academia  รายการเรียลลิตี้ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาและใช้
ตัวอักษร  V  เป็นตัวแทนผู้เข้าแข่งขันสร้างการจดจำที่ง่ายขึ้นสำหรับแฟนคลับที่ต้องการให้โหวตให้คนที่ตัวเองรักได้
เข้ารอบเรียกได้ว่ายังเป็นจุดเริ่มต้นของแฟนคลับที่ไม่ว่าวีไหนจะทำอะไรก็จะค่อยติดตามตลอด




Step  5
พี่ไม่ต้อง  น้องจัดให้
 

    วิธีสุดท้ายเป็นแบบทางลัดไม่ต้องไปรอแมวมองให้เสียเวลา  รวบรวมความกล้าไปต่อคิวขึ้นเวทีประกวด เพียงเลือก
รูปที่คิดว่าดีที่สุดของตัวเองส่งไปทางสื่อนิตยสาร  มีคอลัมน์ให้คนทางบ้านเข้ารวมสนุกกันเยอะ และอยากได้ดาว
ดวงใหม่หน้าตาสดใส่มาประดับวงการอย่าท้อใจถ้ารูปคุณได้ลงเพียงครึ่งหน้าเพราะภาพที่ได้ลงนิตยสารส่วนใหญ่
จะดูดี   วิธีง่ายๆกว่านั้นก็ยังมี  สมัยนี้เป็นยุคอินเตอร์เนท พกกล้องเป็นอาวุธคู่กาย  ไม่ว่าใครเลยอัพโหลดภาพถ่าย
แบ๊วๆ  ของตัวเองขึ้นเว็บกันได้ หรือสร้างอลัมบั้มส่วนตัวฝากไว้ตามเว็บ แม้นจะไม่เห็นผลในทันตา แต่ไม่ควรดูถูก
พลังแห่งการฟร์เวิรด์ภาพและลิ้งก์ อย่าลืมว่า บอลลูน-พินทุ์สุดา  ตันไพเราะห์ ก็ดังมาจากอินเตอร์เน็ต  ถ้าภาพถ่าย
ของคุณเด่นสะดุดตาแล้วละก้อ  ต่อจากนี้จะมีโมเดลลิ่งติดต่อเข้ามาเองถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง
แบบไม่ลำบาก อย่าลืมการอัพโหลดรูปไปตามเว็บต่างๆ  ถ้าใช้โฟโต้ช้อบตกแต่งจนเพลินเกินไปหน่อยเอาเข้าจริง
อาจถูกคัดทิ้งทันทีที่โมเดลลิ่งเจอตัว  จะให้ดีเมื่อได้โอกาสมาแล้วให้พยายามปรับปรุงตัวเองให้ดูดีสมกับภาพ
จะดีกว่าถึงเวลาจะได้พูดได้เต็มปากว่า  ของดี  เทคนิคไม่ต้อง

อาชีพนักแสดง



ลักษณะงาน

แสดงบทบาทต่าง ๆ ในการแสดงละครหรือภาพยนตร์ ซ้อมบทบาทที่ต้อง แสดงโดยการศึกษาเนื้อเรื่อง และบทที่ได้รับมอบหมายให้แสดง แสดงบทตลก บทที่ เคร่งเครียด โดยการใช้ถ้อยคำหรือกิริยาท่าทาง แสดงประกอบ อาจร้องเพลง เต้นรำ หรือฟ้อนรำ อาจชำนาญในการแสดงบทบาทอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือการแสดงประเภทใดประเภทหนึ่งและอาจมีชื่อเรียกตามบทบาทหรือประเภทของการแสดง


คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ


1. มีความถนัดทางศิลป
2. มีสุนทรียะ สนใจสิ่งสวยงาม ดนตรี วรรณกรรม
3. มีอารมณ์อ่อนไหว
4. มีจินตนาการสูง มีความคิดสร้างสรรค์ และไม่ลอกเลียนแบบใคร


การศึกษาและการฝึกอบรม


จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป (ภาษา) มีความถนัดและสนใจด้านศิลปะ ศึกษาต่อสาขาดนตรีไทย สาขาดนตรีสากล สาขาศิลปการ ละคร สาขาสื่อสารการแสดง คณะครุศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์ หรือคณะนิเทศศาสตร์ ทั้งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน


โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ


รับราชการหรือทำงานเอกชน เป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี โอกาส ก้าวหน้าขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้แสดง และความนิยมของผู้ชม




ข้อมูลเส้นทางอาชีพนักเเสดง

1.ดารา นักแสดง( อยากเป็นดาราจังเลยยยยย..) ต้องทำอย่างนี้

Wednesday, August 31, 2011

ผลบอล ไทยชนะออสเตเลีย 1-0 ....2 กย.54

คุณว่าเป็นไปได้ใหม  comment กันหน่อยจ้า
  ผลจริง ไทย แ้พ้ออสเตเลิย 2-1 น่าจะเสมอด้วยซ้ำถ้าเราไม่พลาดใน 5 นาทีสุดท้าย

เรื่องย่อ ในรอยรัก ตอน2 ช่อง7





เรื่องย่อ ละคร ในรอยรัก ช่อง7
1  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 1  ช่  อ  ง   7    
2  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7    
8  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7    
9  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7    
10  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน10  ช่  อ  ง   7   

11  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7   
ตอนที่ 2
คิมดั้นด้นมาหาม่านมัสลินถึงบ้าน เอาดอกไม้มาขอโทษแล้วอธิบายเรื่องเมื่อวาน ที่เขาให้เธอถอดเสื้อหมายถึงเสื้อแจ๊กเกต ม่านมัสลินนึกได้ว่าตนสวมเสื้อแจ๊กเกตอยู่จริงจึงเป็นฝ่ายขอโทษขอโพยคิมที่ตบหน้าเขา ทันใดเสียงจิรดาแหวเข้ามา จิกเรียกพัดกับแป้นสาวใช้ จิรดาเดินมาในสภาพเสื้อผ้าสวยงามแต่เมามายอย่างหนัก คิมถามว่าใคร

“ก็แม่นังมัสไง” จิรดาตอบเสียงอ้อแอ้ คิมจึงยกมือไหว้ จิรดาถามทันที “แฟนแกเหรอนังมัส อะ...อ๋อ คุณเองสินะที่ให้เงินนังมัสมาใช้หนี้”

ม่านมัสลินเม้มปากอย่างขมขื่น คิมพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ รู้สึกเห็นใจม่านมัสลิน...หลังจากคิมกลับไป ม่านมัสลินก็ออกจากบ้านไปหาม่านมุกที่บ้านสวน ปรับทุกข์ที่จิรดาพูดอะไรไม่ไว้หน้าตนบ้างเลย แต่ก็นับว่าดีเพราะทำให้คิมสงสารและให้งานตนทำหลายชิ้น

“ก็คงจะเวทนา ยายละเห็นใจเราจริงๆเลยยัยมัส หนูต้องอดทนนะลูกนะ ยายเข้าใจ เป็นใครก็ต้องอาย”

“มัสไม่มีอะไรต้องอายแล้วละค่ะ ความจริงก็คือความจริง ไม่ว่าแม่จะเป็นยังไง แม่ก็เป็นแม่มัสอยู่วันยังค่ำ แล้วมัสก็รักแม่ค่ะ...ได้โฉนดบ้านพ่อคืนเมื่อไหร่ มัสก็หายเหนื่อยเอง ยายไม่ต้องห่วงมัสหรอก”

ม่านมุกสะท้อนใจสงสารม่านมัสลิน พลันกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ม่านมุกมองไปแล้วตกใจที่เห็นย้งมาเกาะรั้วบ้าน...ย้งท่าทางอิดโรยเพราะป่วยหนัก เขาพาตัวมาหาม่านมุกด้วยรู้ตัวว่าใกล้ตาย ม่านมุกช่วยเหลือเขาไว้มาก เขาอยากพบเจ้าสัวทศ อธิบายความจริงในอดีต

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันสบายใจสบายกายดี ตาย้งก็เห็น อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย”

“แต่คุณหนูจิรดามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเจ้าสัวคือพ่อของเธอนะครับ”

ม่านมัสลินตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ม่านมุกน้ำตานองหน้า...พอย้งกลับไป ม่านมุกตัดสินใจเล่าความจริงให้ม่านมัสลินฟัง...ในอดีต ตนเป็นเมียที่สองของเจ้าสัวทศ ย้งเป็นเพื่อนเก่าที่เดือดร้อนเพราะป่วยไม่มีเงินรักษาตัว ตนจึงแอบให้เงินช่วยเหลือ คุณนายใหญ่รู้เข้าใส่ความว่าตนมีชู้และไล่ออกจากบ้าน ตนกำลังท้องไม่ทันได้บอกเจ้าสัว เกรงจะถูกหาว่าเป็นลูกชู้จึงอุ้มท้องลำพัง

ม่านมัสลินถามทำไมไม่บอกจิรดาว่าพ่อเป็นใคร ม่านมุกว่าไม่อยากดึงลูกมาเจ็บปวดถ้าทางนั้นเขาไม่ยอมรับ ม่านมัสลินเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ถึงชอบเกรี้ยวกราดใส่ยาย เพราะยายไม่ยอมบอกเรื่องพ่อ เธอสงสารทั้งแม่และยาย ปลอบใจว่ายายเคยสอนเอง เรื่องทุกเรื่องล้วนมีเหตุผลในตัวมัน วันหนึ่งแม่ก็จะเข้าใจเหตุผลของยาย ม่านมุกยิ้ม ถ้าจิรดารับฟังบ้างก็คงดี

ม่านมัสลินพูดขันๆว่าหิมะคงตก แล้วนึกได้ว่าม่านมุกลืมหรือเปล่าว่าต้องไปหาหมอ

ooooooo

ศักดาพ่อของศิธา อดีตเจ้าของค่ายหนังที่ผันตัวมาทำธุรกิจมืดหลายประเภท รวมทั้งผลิตหนังลามก ได้แวะมาหาเตชที่บริษัท เอารูปม่านมัสลินมาให้ดูว่าจะเป็นนางเอกใหม่ หนังที่ร่วมหุ้นสามชาติ ทางเกาหลีกับฮ่องกงโอเคแล้ว เตชงงที่ตนไม่รู้เรื่อง ศักดาบอกว่าแม็กกี้หุ้นส่วนใหญ่ฮ่องกงเป็นคนตัดสินใจ ให้คิมลูกชายส่งรูปมาให้ เตชไม่ค่อยพอใจหาว่ามัดมือชก

แต่ศักดาเห็นว่าคนนี้ก็สวยจึงว่า “เลิกทำตัวเป็นวัยรุ่นเอาแต่ใจเถอะครับคุณเตช ที่เขาสนใจค่ายหนังแก่ๆอย่างเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว ทำเรื่องมากเดี๋ยวค่ายเด็กๆมันก็เสียบซะฉิบ”

บัวบงกชเดินมาเห็นศักดาก็รีบหลบไม่อยากเสวนาด้วย แต่พอได้ยินชื่อม่านมัสลินก็ต้องชะงัก พอเตชกำลังถามถึงนามสกุล บัวบงกชเกรงเตชจะรู้ว่าใช้นามสกุลภาษิต จึงปรี่เข้าไปขัดจังหวะ ทักทายว่าคุยอะไรกันอยู่ ศักดางงเพราะรู้ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่เตชกลับดีใจที่เธอยอมพูดกับเขาแล้ว ชวนให้เธอมาดูรูปนางเอกใหม่ บัวบงกชดึงรูปมาดูเห็นชัดว่าเป็นม่านมัสลิน จึงถามว่าหนังของศักดาหรือ ศักดาตอบ จะว่าใช่ก็ใช่

“ไม่นะ เด็กคนนี้จะเล่นหนังประเภทนั้นของคุณไม่ได้” บัวบงกชหน้าซีดเผือด

“หนังประเภทไหนอะไรกันคุณ นี่มันหนังร่วมทุนสามประเทศ”

“แต่ยังไงก็มีเสี่ยศักดาเกี่ยวข้องอยู่ดี”

ศักดาหน้าตึง “บัวบงกช ถึงคุณจะไม่ชอบหน้าผมยังไง แต่เรื่องนี้ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับคุณ”

เตชรีบแก้ตัวแทนว่าบัวบงกชหวังดี แล้วหันไปบอกให้เธอไปอัดรายการกลับบ้านค่อยคุยกัน...วันนั้น บัวบงกชไม่มีสมาธิในการทำงานเอาเสียเลย...

กานนเห็นม่านมัสลินบนหนังสือนิตยสาร สงสัยว่าใช่คนเดียวกับที่ตนเจอบนเครื่องบินหรือเปล่า จึงให้เลขาไปสอบถามชื่อคนที่นั่งมากับเขาวันนั้น อ้างว่าเธอลืมของไว้...

กุเทพแวะมาชวนไปซื้อของขวัญให้อุษยาที่งานแสดงนาฬิกาศุกร์นี้ กานนแซวว่าทำไมต้องซื้อของแพงๆให้ กุเทพอ้างว่า อุษยาจะได้เลิกสนใจเรื่องของเขาและที่สำคัญงานนี้ม่านมัสลินเดินแบบด้วย...

วันนี้กานนต้องพาเจ้าสัวทศไปโรงพยาบาล ระหว่างนั่งรถออกจากบ้าน เจ้าสัวถามกานนว่าลืมเรื่องที่ตนขอให้ตามหาม่านมุกหรือเปล่า กานนตอบว่าไม่ลืม แต่การตามหาคนนี่มันยาก ขณะเดียวกัน ย้งมาดักรอหน้าบ้าน พอเห็นรถเจ้าสัวแล่นออกไปก็วิ่งตาม กว่าคนขับรถจะเห็นทางกระจกมองหลัง ย้งก็ล้มหมดสติไปแล้ว คนขับรถบอกเจ้าสัวว่ามีคนเป็นลม คนมุงกันเต็ม เจ้าสัวจึงบอกไม่ต้องไปยุ่ง เขาคงช่วยกันเอง

กานนเดินตามเจ้าสัวที่ไม่ยอมนั่งรถเข็นไปขึ้นลิฟต์ ม่านมัสลินประคองม่านมุกออกมาจากลิฟต์อีกตัว จึงไม่เห็นกัน แต่ก่อนลิฟต์จะปิด กานนเห็นม่านมัสลินเข้าพอดี พอส่งเจ้าสัวเข้าห้องตรวจ กานนก็รีบวิ่งลงมาที่หน้าโรงพยาบาล

ทันเห็นม่านมุกเรียกรถแท็กซี่ แต่รถคันนั้นไปไม่ได้จึงต้องรอคันใหม่ กานนสบโอกาสเข้าไปทักแล้วอาสาไปส่ง ประจวบกับมีคนโทร.มาบอกว่าย้งเข้าโรงพยาบาล ม่านมุกเป็นห่วงจะไปเยี่ยม จึงยอมให้กานนไปส่ง แต่ม่านมัสลินไม่ไว้ใจกานน บังเอิญมีแท็กซี่มาอีกคัน เธอจึงโบกแล้วบอกยายว่าไปกันเองดีกว่า กานนเจ็บใจลืมถามชื่อ

บัวบงกชทำงานเสร็จรีบกลับมาที่บริษัทหวังจะคุยกับเตช จึงชวนไปทานข้าวเย็น เตชดีใจชวนมธุรินไปด้วย บัวบงกชห้ามไม่ทัน จึงหมดโอกาสคุยตอนนั้น แต่พอกลับมาบ้าน  เตชกำลังมีความสุขที่พ่อแม่ลูกได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา บัวบงกชก็บอกว่ามีเรื่องอยากให้ช่วย

“ว่ามาเลย ผมทำให้คุณได้ทุกเรื่อง”

“อย่าให้มัสลินเป็นนางเอกหนังของพวกคุณ”

“อย่าบอกนะว่าที่หน้าคุณเครียดๆน่ะเป็นเพราะเรื่องนังเด็กคนนี้” เตชหงุดหงิดทันที

บัวบงกชเตือนว่าไม่ควรจิกเรียกแบบนั้น เตชยิ่งโมโหที่ดูเธอจะปกป้องเด็กนั่น

“ฉันไม่ไว้ใจเสี่ยศักดา เบื้องหลังของหุ้นส่วนคุณคนนี้มีแต่เรื่องชั่ว รึคุณจะเถียง” เตชเหน้าเจื่อน “คนที่ทำได้ขนาดมอมยาผู้หญิงให้เพื่อนข่มขืน เรื่องเลวๆอื่นๆมันก็ต้องทำได้”

เตชตาลุกโพลงมองไปข้างบนรีบปราม “ลูกอาจจะได้ยินนะบัว”

“ฉันเองก็ไม่เคยคิดอยากจะพูดเรื่องเลวร้ายที่คุณกับนายศักดาทำกับฉัน แต่ฉันจำเป็นเพราะฉันห่วงเด็กคนนี้ และก็เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องห่วงเขาเช่นกัน” บัวบงกชหลุดปาก

เตชงงว่าบัวบงกชพูดอะไร เธอรู้ตัวว่าพลั้งปากจึงกลบเกลื่อนให้เขาทำตามที่ตนบอกแล้วเดินหนีไป เตชมองตามอย่างโกรธแค้น เพราะเข้าใจว่าม่านมัสลินเป็นลูกเธอที่เกิดกับภาษิต

มธุรินกำลังมีความสุขที่พ่อแม่ไปทานข้าวด้วยกัน พอได้รับข้อความที่พินสุดาส่งมาให้เป็นข่าวแม่ของตน จึงไม่สนใจอีก แล้วลบทิ้งและส่งข้อความกลับไปบอกพินสุดาว่า ครอบครัวตนมีความสุขแล้ว ขอบคุณที่ช่วย...พินสุดาอ่านข้อความหมั่นไส้ หาว่ามธุรินโง่ พินสุดาจอดรถรออยู่หน้าร้านเกวลิน รอเด็กในร้านกลับหมดเพื่อเข้าไปพบเกวลิน พอเกวลินเห็นหน้าก็ถอนใจ

“น่าปลื้มใจจริงๆ ไม่เจอกันตั้งนาน จำกิ๊บได้ด้วย แต่ทำไมไม่ยักกะดีใจเลยล่ะ”

เกวลินบอกปัดถ้าจะมาดูเสื้อผ้าให้มาพรุ่งนี้ ตนมีธุระต้องไปทำ พินสุดาชักสีหน้า

“อย่ามาตีหน้าเซ่อทำไม่รู้เรื่องเลย พี่เก๋รู้ใช่มั้ยว่ากิ๊บมาเรื่องนังมัสลิน”

“กิ๊บ กุ มัสจะมีปัญหากันก็มีไป เกี่ยวอะไรกับพี่”

“เกี่ยวสิ เพราะพี่เก๋ทำตัวเป็นเจ๊ดัน ที่อีมัสมันดังเปรี้ยงขึ้นปกหนังสือทุกเล่ม อย่าบอกนะว่าพี่เก๋ไม่เกี่ยว”

เกวลินเอือมขอตัวกลับ พินสุดากระชากแขนแล้วขู่ให้อยู่ห่างๆ ห้ามให้งานอีกตนต้องการให้ม่านมัสลินมีชีวิตที่ตกต่ำโทษฐานยุ่งกับกุเทพ เกวลินย้อนถามทำไมตนต้องทำ พินสุดาเยาะ

“ก็ไม่ทำไมหรอก ฉันก็แค่จะบอกแฟนตัวจริงของศิธาให้มาแหกอกเหี่ยวๆของเธอน่ะสิ”

เกวลินงงพูดอะไร พินสุดาหัวเราะเยาะความโง่ “โอเคๆ ฉันจะปิดปากสงเคราะห์เธอแล้วกัน ก็แค่เลิกให้งานอีมัสลิน เธอก็จะไม่เดือดร้อน...เข้าใจมั้ย” พินสุดาตะโกนใส่หน้า

ooooooo

ไม่เพียงแค่นั้น พินสุดายังมาขู่ศิธาให้ร่วมมือกับตนทำลายม่านมัสลิน ไม่อย่างนั้นจะบอกให้พีระพลรู้เรื่องเขากับเกวลิน ศิธาถามทำแบบนั้นทำไม ยิ่งทำกุเทพก็ยิ่งหนีห่าง พินสุดาเข่นเขี้ยวว่า เมื่อตนไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้ ศิธาพูดตามความรู้สึกแต่แทงใจพินสุดาว่าเธอรักกุเทพ

“ไม่มีทาง ผู้ชายเลวๆ ฉันไม่ได้รักมัน บอกแล้วไงว่าฉันทำเพราะความสะใจ”

ศิธาหัวเราะไม่เชื่อ พินสุดาโวยแค่อยากแก้แค้น ขืนหัวเราะอีก ตนจะแฉเรื่องเขาให้น้องรู้

พีระพลถือถุงขนมเข้ามามากมาย ถามจะแฉอะไรกัน ศิธาหน้าซีด รีบเข้าประจบเอาใจพีระพล พินสุดายิ้มเยาะก่อนจะเดินไป...

เตชกลัดกลุ้มมานั่งดื่มปรับทุกข์กับศักดาที่คลับแห่งหนึ่ง ศักดาไม่เข้าใจ ผ่านมายี่สิบปีแล้ว บัวบงกชยังไม่รักเตชอีกหรือ เตชบ่นถ้าย้อนเวลาได้ เขาจะไม่ทำอย่างนั้น เตชหลับตาไม่อยากนึกถึงอดีตที่ตนเคยข่มขืนบัวบงกช โดยมีศักดาเป็นคนวางยาเธอ...จิรดาเดินผ่านมา ศักดาตีก้นเธออย่างหยอกล้อ จิรดาหันมาจะเล่นงาน พอเห็นเป็นศักดาก็ต่อว่าเล่นบ้าๆ แต่พอเห็นเตชก็ตาวาวเข้าตีสนิทถามถึงบัวบงกช เตชถามว่าเป็นเพื่อนกันหรือ

“สนิทกันดีเชียวล่ะค่ะ ดานี่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่รู้ใจบัวเขามากที่สุดเลยนะคะ”

“ผิดกับผม เป็นผัวเขาแท้ๆกลับไม่เคยรู้เรื่องอะไรของเขาเลย” เตชพูดอย่างขมขื่น

จิรดายิ้มมุมปากที่เตชตกหลุมตนเข้าอย่างจัง  ชวนชนแก้วดื่มจนเตชเมาหลวมตัวไปนอนค้างกับเธอ จิรดาเพียงแค่อยากให้บัวบงกชรู้สึกถึงการถูกแย่งสามีบ้าง...

เช้าวันรุ่งขึ้น ม่านมัสลินแปลกใจที่แม่ไม่กลับบ้านแต่เพราะต้องรีบไปทำงาน จึงฝากแป้นรอดูแลแม่ด้วย...ม่าน–มัสลินมาลองเสื้อที่ต้องใส่เดินแบบงานนาฬิกา เธอสงสัยที่ไม่มีคนอื่นเลย

“นัดฟิตติ้งวันเดียวกันไม่ได้หรอกค่ะ นางแบบแม่เหล็กทั้งนั้น เดี๋ยวชุดใครเริ่ดกว่าใครได้เป็นเรื่อง...งานครั้งนี้คุณมัสน่ะได้ขึ้นทำเนียบฟรีๆเลยนะคะเนี่ย” โอ๋ลูกน้องเกวลินจาระไน

เกวลินมายืนมองม่านมัสลินสีหน้าเครียด ม่านมัสลินหันมาเห็นก็สวัสดี แล้วถามไม่สบายหรือเปล่า เกวลินรีบกลบเกลื่อนว่า “อ้อ เปล่าจ้ะ มัสลองเสื้อกับโอ๋ไปก่อนนะ พี่มีธุระ”

ม่านมัสลินแปลกใจที่เกวลินเดินไปเลย ไม่ทันคุยอะไรกับตนบ้าง

ooooooo

ทุกครั้งที่กานนพาเจ้าสัวทศมาโรงพยาบาล เขาจะชะเง้อหาม่านมัสลิน แต่ไม่เห็นเธอมาเลย จนกระทั่ง ม่านมุกมาเยี่ยมย้งในห้องพักคนไข้ ย้งขอโทษม่านมุกที่เขาพยายามจะบอกความจริงเจ้าสัวก่อนที่ตนจะตาย ม่านมุกขอให้ลืมอดีตไปเสีย แล้วรักษาตัวให้หาย ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่าย ตนจัดการให้ ย้งยิ่งซาบซึ้งน้ำใจของม่านมุก

ม่านมุกเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำ พอเดินออกมาก็รู้สึกหน้ามืดจะล้ม กานนเข้ามาประคองแล้วหาน้ำมาให้ดื่ม กานนคุยว่าปู่ของเขามาตรวจที่นี่ประจำ ม่านมุกเข้าใจว่าปู่กานนเป็นหมอ จึงถามว่าชื่ออะไร เผื่อเป็นหมอที่รักษาตน กานนยิ้มแล้วบอกว่า ปู่ของเขาก็เป็นคนไข้เหมือนกัน

“เป็นอย่างนั้นไป คุยกับคนแก่ก็อย่างนี้แหละนะคะ สมองไม่ดีคิดไปคนละเรื่องเลย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกฮะ ผมต่างหากที่ใช้คำพูดผิดไป แล้วทำไมวันนี้มาคนเดียวล่ะครับ”

“ปกติก็จะมีคนมาด้วย แต่แม่ปิ่นขอไปธุระน่ะค่ะ”

กานนยิ้มเมื่อรู้ว่าชื่อปิ่น...ม่านมัสลินเดินตามมาถามทำไมมาอยู่ตรงนี้ ม่านมุกย้อนถามแล้วทำไมไม่ไปทำงาน ม่านมัสลินอยากทำเรื่องยายให้เสร็จก่อน แล้วบอกว่าคุณหมอรอตรวจอยู่ พอเห็นยายเข้าห้องตรวจ ม่านมัสลินก็หันมาขอบคุณกานนและขอโทษที่เข้าใจผิด

“...คุณช่วยยายฉันไว้แท้ๆแต่ฉันกลับคิดว่าคุณชวนยายฉันคุยโอ้เอ้จนลืมนัดหมด”

ม่านมัสลินดูนาฬิกาแล้วรีบขอตัว กานนถามแล้วยายล่ะ เธอบอกว่าจะกลับมารับอีกที ม่านมัสลินเดินไปเหมือนนึกได้หันกลับมาถามกานนว่า ทานข้าวหรือยัง กานนดีใจตั้งตัวไม่ติด

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีเต็นท์ขนาดกลาง ภายในตั้งโต๊ะตักอาหารที่มีอาสาสมัครคอยตักให้กับผู้ยากไร้ซึ่งต่อคิวยาวเป็นแถว บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเอง ม่านมัสลินผูกผ้ากันเปื้อน ผ้าโพกผมอย่างทะมัดทะแมง แล้วบอกกานนว่า ขอเวลาทำงานสักครู่ค่อยทานข้าวกัน รอไหวไหม กานนพยักหน้ามองไปรอบๆ ไม่นานเขาก็หยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกและโพกผม ลงมือช่วยเธอตักอาหารแจกผู้คนบ้าง ม่านมัสลินหันมามองขำๆ
เสร็จจากการทำงาน ม่านมัสลินกับกานนก็นั่งทานข้าวด้วยกันริมน้ำ เบื้องหลังเป็นโรงทานที่ผู้คนเริ่มซา อาสาสมัครจับกลุ่มนั่งทานข้าวกัน ม่านมัสลินรู้ว่ากานนคงสงสัยจึงเปรยๆ

“พ่อกับเพื่อนๆ ก่อตั้งโรงทานนี้มาตั้งแต่ฉันยังเด็กๆ ตอนที่ยังเรียนอยู่เมืองไทย ฉันมาช่วยพ่อประจำ แล้วก็อาศัยข้าวที่นี่แหละกิน”

“แล้ววันนี้คุณพ่อคุณมาด้วยรึเปล่า” กานนกวาดตามองไปรอบๆ

ม่านมัสลินยิ้มมองไปที่โรงทานแล้วบอกว่า พ่ออยู่ใกล้ๆตนเสมอ พ่อตนเสียไปแล้ว กานนเจื่อนลงขอโทษ ม่าน–มัสลินชวนให้ทานข้าวต่อ กานนจึงบอกว่า

“คุณปิ่นก็ทานเยอะๆนะครับ”

ม่านมัสลินชะงักถามว่าเรียกตนว่าอะไรนะ กานนตอบว่าปิ่น เธอขำแล้วถามว่าเอาชื่อนี้มาจากยายใช่ไหมกานน พยักหน้างงๆ

“โอเค ปิ่นก็ปิ่น แล้วคุณล่ะชื่ออะไร”

“เรียกผมว่าปลิวก็แล้วกัน”

ม่านมัสลินชมว่าชื่อไทยๆดี กานนบอกว่า “ชื่อคุณก็ไทย แถม ป.ปลาเหมือนกันอีกด้วย”

ม่านมัสลินกลั้นหัวเราะ กานนแปลกใจ เธอส่ายหน้าไม่มีอะไร


ooooooo
คิดทบทวนแล้ว เกวลินตัดสินใจสะกดรอยตามดูศิธา จนเห็นแน่ชัดว่าเขาขับรถออกจากบ้าน มีชายหนุ่มนั่งคู่ไปด้วย พอเธอลองโทร.ถามว่าอยู่ไหน เขาก็บอกว่าอยู่บ้าน เท่านั้นเกวลินก็รู้แล้วว่า ศิธาหลอกลวงตนมาตลอด
ในขณะที่ม่านมัสลินซ้อมเดินแบบกับบรรดานางแบบอื่นๆ ที่ดูมืออาชีพมากๆ เอซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของเกวลิน ได้รับการว่าจ้างจากพินสุดาให้ทำงานบางอย่าง เกวลินเข้ามาเห็นสองคนมีลับลมคมในกัน แต่ไม่ติดใจอะไร พอพินสุดาเห็นเกวลินก็เข้ามาต่อว่า
“พี่เก๋ความจำเสื่อมหรือว่าอยากท้าทายกิ๊บ กิ๊บบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าพี่ให้งานนังนั่นอีก ก็เท่ากับว่าพี่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับกิ๊บ”
“ฉันไม่เคยเอาเรื่องไร้สาระจากปากเธอมาใส่สมอง แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องกลัวคำขู่ของเธอด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องพี่เก๋กับนายศิธา...”
เกวลินไม่แคร์อีกต่อไป ทำเอาพินสุดาเคียดแค้นจะต้องทำให้เดือดร้อนกันทั่วหน้า...
บ่ายๆ เตชขับรถมาส่งจิรดาหน้าบ้าน เขาเร่งให้เธอลงจากรถไวๆเกรงคนมาเห็น จิรดาแกล้งถามว่ากลัวเมียเห็นหรือ เตชไม่ตอบขับรถออกไป จิรดายิ้มย่อง ที่ได้แก้แค้นบัวบงกชบ้าง ม่านมัสลินมาดักหน้าถามว่าแม่ทำตัวแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งที่พ่อเพิ่งเสียไป จิรดาเอ็ดตะโรว่าที่ตนทำก็เพื่อให้ม่านมัสลินได้เจอกับคนบางคน จิรดาจะเผลอพูดออกมา เผอิญสายตาเหลือบไปเห็นภาพภาษิตที่จ้องมองอย่างน่ากลัว เธอตกใจวิ่งหนีขึ้นข้างบนไป ม่านมัสลินร้องเรียกงงๆ
เตชกลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกผิด เจอบัวบงกชถือหนังสือพิมพ์รออยู่ พอเธอเห็นเขาก็ปรี่เข้ามาถามว่าเขาไปไหนมา เตชอึกอักๆตอบว่าเขาเมามากไปหน่อยเลยหาที่นอนพัก เตชพูดไม่ทันจบ บัวบงกชก็ยื่นหนังสือพิมพ์ให้ดู
“ทำไมยังมีข่าวเรื่องมัสลินจะเล่นหนังของคุณกับเสี่ยศักดาล่ะคะ”
“อ้อ...เรื่องนี้เองที่ทำให้คุณยืนดักรอเจอผม” เตชผิดหวังคิดว่าโกรธที่เขาไม่กลับบ้าน
บัวกงกชขอร้องอย่ายุ่งกับม่านมัสลิน เตชโยนหนังสือพิมพ์ลงโต๊ะ แล้วเดินหนีอย่างหงุดหงิด บัวบงกชตามทึ้งขอคำตอบ เตชโวย
“ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นบ้าอะไรของคุณ ผมเป็นผัวคุณแท้ๆ คุณไม่เคยสนใจเลยว่าผมจะหายหัวไปไหน แล้วยัยนางแบบอะไรนี่มันสำคัญอะไรกับคุณนักหนา คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้ารู้มั้ยบัว ผมกำลังจะบ้า” เตชบีบไหล่บัวบงกชเขย่าแล้วผลักเธอลงไปนั่งที่โซฟา
มธุรินเข้ามาหยิบหนังสือพิมพ์ บัวบงกชหันมากระชากไม่ให้อ่าน “เอ่อ...แม่ต้องรีบใช้น่ะขอโทษนะ ไป...ทานของว่างกับแม่นะ แม่ให้เด็กตั้งโต๊ะไว้ที่ริมสระน้ำแน่ะ”
มธุรินถามเสียงอ่อยว่าทะเลาะกันอีกแล้วหรือ บัวบงกชดึงลูกสาวมากอดนิ่งไม่ตอบ...
วันต่อมา จิรดาแกล้งไปหาเตชที่บริษัทหวังจะให้บัวบงกช เห็นเพราะออฟฟิศอยู่ตึกเดียวกัน เตชรีบจะพาจิรดาออกไปข้างนอก มธุรินขับรถมาจอดตรงหน้าท่าทางเอาเรื่อง จิรดา ทำทีเป็นเอ็นดูแต่กลับถูกมธุรินด่าหน้าด้านและไล่ให้กลับไป ม่านมัสลินตามมาได้ยินเข้าพอดีจึงตอบโต้
“ผู้ชายคนนี้มากกว่ามั้งที่หน้าด้าน...อย่ายุ่งกับแม่ฉัน” ม่านมัสลินดึงจิรดาออกจากเตช
มธุรินก้าวเข้าตบหน้าม่านมัสลินและว่าแม่เธอต่างหากที่มาหาพ่อตนถึงที่ ม่านมัสลินตบคืนเพราะมาด่าแม่ตนเหมือนกัน เตชเลือดขึ้นหน้ากระชากม่านมัสลินมาตบที่ทำร้ายลูกสาว บัวบงกชมาเห็นตกตะลึง ปรี่เข้าดึงม่านมัสลินออกจากเตช โวยวายใส่
“หยุดนะคะคุณเตช ถ้าขืนคุณแตะต้องตัวมัสลินอีก คุณกับฉันมีปัญหากันแน่”
“มัสลิน...” เตชกับมธุรินเอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างตกใจ คนนี้นี่เอง...
บัวบงกชมาส่งจิรดากับม่านมัสลินที่บ้าน เธอเตือนจิรดาให้เลิกทำร้ายจิตใจม่านมัสลินเสียที ไม่ควรให้ลูกได้เห็นแม่อยู่กับผู้ชายอื่นแบบนั้น จิรดาหัวเราะที่ทำให้บัวบงกชหึงได้
“ไง...รสชาติของการถูกแย่งของรักน่ะมันเป็นยังไง รู้แล้วใช่มั้ย...สิ่งที่ฉันทำถือว่ายังน้อยไป ถ้าเทียบกับความหน้าด้านของเธอที่เข้ามาแทรกระหว่างฉันกับภาษิต”
“คุณจิรดา...คุณฟังฉันสักนิดได้มั้ย ฉันกับภาษิต...”
“หุบปาก ภาษิตไม่เคยรักฉันเลย ทุกลมหายใจเข้าออก เขามีแต่เธอ ทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อเธอ แม้กระทั่งเรื่องนังมัสลิน”
“ไม่นะ ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูมัสลินเลย คุณจะเกลียดฉันก็เกลียดไป อย่าเอาหนูมัสลินมาเกี่ยวด้วย” บัวบงกชลนลานขอร้อง
“หึๆฉันอยากให้เธอเห็นหน้าตัวเองตอนนี้จังเลย ว่ามันซีดจนไม่มีสีเลือด...บัวบงกช นางพญาธรรมะวาไรตี้ของใครๆไหงหงอเป็นลูกแมวอย่างนี้ล่ะ เธอกลัวอะไรฉันเหรอ ชื่อเสียงเกียรติยศเธอมันคงค้ำคอจนไม่มีหน้าจะยอมรับสายเลือดตัวเองสินะ”
“ไม่จริง คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ ไม่จริง” บัวบงกชน้ำตาเอ่อเบ้า
จิรดาบอกให้บัวบงกชจำไว้ว่า ตนรู้เรื่องระหว่างเธอกับภาษิต และตนจะทำให้เธอเจ็บกว่าร้อยเท่าพันเท่า อะไรที่เธอรักตนจะทำลายให้หมด บัวบงกชร้องไห้ดึงแขนจิรดาขอร้องอย่าทำ ม่านมัสลินเข้ามาดึงจิรดาไว้ แล้วออกปากไล่บัวบงกช ประกาศเราเสียหายพอกัน ตนรับปากจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเธออีก...บัวบงกชเห็นท่าทีม่านมัสลินที่รังเกียจตนถึงกับร้องไห้โฮด้วยความปวดร้าว ม่านมัสลินมองดูอย่างงุนงงสงสัย
ooooooo
เก็บความสงสัยมาครุ่นคิด หลังทำงานที่โรงทานเสร็จ ม่านมัสลินสับสนว่ามันเรื่องอะไรเธอหลับตาคิดถึงภาษิต พลันกานนเข้ามานั่งข้างๆและยื่นหน้ามามองเธอม่านมัสลินลืมตาขึ้นตกใจร้องว้าย...แล้วถอยกรูด กานนถามว่ามานั่งทำสมาธิอะไรกลางแดดเปรี้ยงๆ
ม่านมัสลินตั้งสติได้ คุยกับกานนเรื่องพ่อ เธอยังน้ำตาซึมเมื่อพูดถึงพ่อ กานนเข้าใจดีเพราะเขาก็สูญเสียเหมือนกัน กานนส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอซับน้ำตาก่อนจะเล่าอดีตของตน
“ถึงคุณจะเพิ่งเสียคุณพ่อไปก็เถอะ แต่คุณยังดีที่มีทั้งพ่อและแม่มาเกือบตลอด แต่ผม หน้าพ่อกับแม่เป็นยังไงก็ลืมไปแล้ว...ท่านทั้งสองเสียไปตั้งแต่ผมอายุไม่ถึงสิบขวบ อุบัติเหตุน่ะครับ”
“เสียใจด้วยนะคะ”
“ครับ พอพ่อกับแม่ผมเสียไปไม่เท่าไหร่ พี่ชายกับพี่สะใภ้ผมก็เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่อีก ผมก็เลยโตมากับคุณอาน้องพ่อ และก็เจ้าหลานชายตัวแสบ ลูกของพี่ชายที่ทิ้งไว้ดูต่างหน้า”
“ฟังเรื่องคุณแล้ว เรื่องของฉันเล็กจิ๊ดเดียวไปเลย”
กานนซื้อดอกไม้ข้างทางให้เป็นกำลังใจ ม่านมัสลินขอบคุณที่คุยเป็นเพื่อนตน กานนมองนาฬิกาแล้วนึกได้ว่ามีงานต้องไปทำ ม่านมัสลินก็เช่นกัน ต่างคนแยกกันคนละทางแล้วนึกได้หันมาขอเบอร์โทร.กัน ทั้งสองหัวเราะขำกันและกัน...
ม่านมัสลินรีบมาที่งานแฟชั่นโชว์นาฬิกา เกวลินแซวว่ามาทำไมแต่ไก่โห่ เธอตอบว่าตนมักจะมาก่อนเวลาจนชินแล้ว เกวลินชมว่ามีวินัยแบบนี้รุ่งแน่...
ขณะเดียวกัน มธุรินไปเล่าให้พินสุดาฟังเรื่องที่ตบตีกับม่านมัสลิน พินสุดายิ่งโกรธ โทร.นัดเอมาพบที่ร้านกาแฟ... เอเดินเข้ามาในร้าน เผอิญเจอกับม่านมัสลิน จึงทักทายกัน พินสุดากับมธุรินเดินออกมา ไม่ทันเห็นม่านมัสลิน ต่อว่าเอที่ไม่เข้าในร้านเสียที แต่พอเห็นม่านมัสลินต่างตะลึง ม่านมัสลินพูดกับมธุรินว่า เราไม่มีอะไรต่อกันแล้วนะ แล้วจะเดินไป
พินสุดามาขวางจะเอาเรื่องที่มาตบเพื่อนตน มธุรินกระซิบว่าตนทำเขาก่อน พินสุดาไม่สนใจ ด่าม่านมัสลินหน้าด้านทั้งแม่ทั้งลูก ม่านมัสลินหันขวับมาจ้องหน้า พินสุดาถากถาง
“เลือดหน้าด้านของเธอคงได้มาจากแม่สินะ ได้ยินว่าหอบสังขารหงำเหงือกไปเสนอพ่อเพื่อนฉันถึงบ้านเขาเลยนี่”
“ที่บอกว่าจบน่ะคุณหมายถึงอย่างนี้น่ะเหรอ” ม่านมัสลินหันไปถามมธุริน
“เธอยืนให้เขาหาเรื่องเองต่างหาก” มธุรินตอบแล้วดึงพินสุดาให้กลับเพราะอายผู้คน
“ฉันไม่ปล่อยกุเทพให้เธอง่ายๆเหมือนที่แม่ยัยเดียร์ปล่อยสามีเขาให้แม่เธอหรอกนะ” พินสุดาจงใจพูดเสียงดังให้คนในร้านได้ยิน มธุรินดึงเพื่อนออกไป ปล่อยม่านมัสลินยืนหน้าชา
ม่านมัสลินเหม่อลอยเพราะมีเรื่องรบกวนจิตใจ จนมือถือดังไม่ได้ยิน ช่างแต่งหน้าเตือนให้รับสาย แต่เธอรับไม่ทันเห็นชื่อหน้าจอว่ากุเทพ...ขณะนั้น กุเทพขับรถพากานนไปงานแฟชั่นนั้น กานนเห็นกุเทพมีมือถือสองเครื่องจึงเอามากดเล่นเครื่องหนึ่ง เผอิญมีสายเข้า...
ooooooo

***แนะนำ ..ขับรถโครตเทพ   สามสิบหกล้าน เพจวิว ทำไปได้ KEN BLOCK GYMKHANA TWO THE INFOMERCIA  แล้วคุณจะชอบ...คลิก. 




เรื่องย่อ ละคร ในรอยรัก ช่อง7
1  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 1  ช่  อ  ง   7    
2  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7    
8  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7    
9  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7    
10  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน10  ช่  อ  ง   7   

11  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7