Sunday, September 25, 2011

เรื่องย่อ กลรักลวงใจ ตอน12 ละครช่อง3



เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน12ช่อง3




***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ











ตอนที่ 12

ทันทีที่ถึงเมืองไทย สาวอ้อมซึ่งผิดหวังและเสียหน้ากลับมาก็ฟ้องรมณีย์ต่อหน้าพ่อแม่ของตนด้วยความโมโหสุดๆ
“คุณหญิงป้าคิดดูนะคะ พี่รัญกับน้องรินไม่ให้เกียรติอ้อมเลย ทำเหมือนกับอ้อมเป็นหมูเป็นหมา วันสุดท้ายก่อนกลับอ้อมยังต้องไปเช่าโรงแรมอยู่คนเดียว”
“ตารัญกับยัยรินทำอย่างนั้นจริงหรือลูก”
“จริงสิคะ อ้อมจะโกหกทำไม อ้อมกลัวมากเลยค่ะ ตอนกลางคืนมีฝรั่งขี้เมามาเคาะห้องด้วย”
“ไหนคุณพี่บอกว่าจะดูแลยัยอ้อมเป็นอย่างดีไงคะ ทำไมลูกๆคุณพี่ถึงทำแบบนี้กับยัยอ้อม นี่ดีนะคะที่ยัยอ้อมไม่เป็นอะไร”
“พี่ขอโทษค่ะน้องเพ็ญ ขอโทษด้วยนะคะคุณสิงห์”
“แต่ผมว่าเราอย่าเพิ่งฟังยัยอ้อมฝ่ายเดียวเลย”
“นี่คุณพ่อไม่เชื่ออ้อมหรือคะ”
“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่เท่าที่ลูกเล่ามา ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคุณรัญเขาคงต้องมีเหตุผลที่ทำอย่างนั้น”
“นี่คุณสิงห์ แทนที่คุณจะเข้าข้างลูกเรากลับไปเข้าข้างคนอื่น” เพียงเพ็ญมองสามีตาเขียว
“คุณเพ็ญ ผมว่าคุณก็น่าจะรู้จักยัยอ้อมนะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างคุณรัญเขาจะไล่ยัยอ้อมออกจากบ้านดึกๆดื่นๆ”
“ก็ลูกบอกแล้วไงคะว่า...”
“เอาล่ะค่ะ พี่ว่าอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย ให้พี่สอบสวนตารัญก่อนว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง”
“พี่รัญก็ต้องโกหกคุณหญิงป้า เขาไม่พูดความจริงหรอกค่ะ”
“ไม่หรอกจ้ะ ป้าจะเค้นเขาให้พูดออกมา”
“แต่ถึงยังไงอ้อมก็จะไม่แต่งงานกับพี่รัญแล้วค่ะ”
รมณีย์แตกตื่น ขอร้องอ้อมฟังป้าก่อน แต่อ้อมปฏิเสธเสียงแข็งแล้วลุกหนีไปอย่างฉุนเฉียว รมณีย์เลยต้องหันกลับมาขอความร่วมมือจากเพียงเพ็ญให้ช่วยบอกอ้อมด้วยว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวตนจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง
“เดี๋ยวนะครับคุณหญิง ผมว่าเราอย่าไปยุ่งเรื่องของเด็กๆ เขาเลยดีมั้ย” สิงห์แทรกขึ้นมาด้วยความหวังดี กลับโดนเมียแว้ดเข้าให้
“ไม่ยุ่งได้ไงคุณ เกิดยัยอ้อมไปคว้าจิ๊กโก๋ที่ไหนมาคุณจะว่าไง”
“ถ้าลูกมันใฝ่ต่ำอย่างงั้นคงช่วยไม่ได้”
“ฉันไม่เหมือนคุณ ฉันจะไม่ยอมให้ลูกไปคว้าใครที่ไหนมาเป็นลูกเขยเราหรอก”
“ถ้าอย่างงั้นผมก็ขอตัว เชิญคุณสองคนตามสบาย” สิงห์ลุกหนีอย่างเอือมๆ
“พี่เห็นด้วยกับน้องเพ็ญ พี่ก็จะไม่ยอมให้ตารัญไปคว้าผู้หญิงข้างถนนมาเป็นเมียเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างงั้นเราสองคนต้องร่วมแรงกันจับคู่ตารัญกับยัยอ้อมให้ได้”
“ใช่จ้ะ...เออ น้องเพ็ญจ๊ะ พี่อยากให้น้องเพ็ญได้แหวนวงนี้ไว้นะ” รมณีย์โชว์แหวนเพชรที่นิ้ว เพียงเพ็ญบอกว่าสวยดี แต่ทำไมคุณพี่ถึงจะขายเสียล่ะ “เผอิญพี่สั่งวงใหม่มา แล้ววงนี้น้ำมันก็งามมาก พี่ไม่อยากให้ตกเป็นของคนอื่น น้องเพ็ญเอาไว้เถอะนะ เอาเป็นว่าหักจากหนี้เก่าที่พี่ติด น้องเพ็ญก็เอาให้พี่หกแสน”
“อะไรคะ รวมแล้วก็ล้านกว่าหรือคะ”
“นี่มันแหวนต้นตระกูลเก่าจ้ะ ตอนที่คุณแม่พี่ซื้อก็ล้านสองแล้วนะ ถ้าตอนนี้อย่างต่ำก็ต้องมีสองล้านขึ้น พูดตรงๆนะถ้าไม่ใช่น้องเพ็ญพี่ไม่ให้หรอกนะ”
“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าเงินพี่หญิงต้องเอาอาทิตย์หน้านะคะ ตอนนี้น้องไม่มีเงินสด”
“ถ้างั้นมีซักแสนก่อนมั้ย พอดีพี่ไม่มีเงินสดติดมาเลย เดี๋ยวไปกินก๋วยเตี๋ยวแล้วจะไม่มีเงินจ่ายเขา”
“งั้นรอเดี๋ยวนะคะ” เพียงเพ็ญถือแหวนเข้าไปยืมเงินจากสิงห์หนึ่งแสน บอกจะซื้อแหวนวงนี้ที่คุณหญิงรมณีย์เอามาปล่อย
“อย่าไปเอาเลยคุณ คุณเองก็มีหลายวงแล้ว”
“คุณอย่าเซ่อหน่อยเลย นี่มันแหวนเก่าแก่ของแม่คุณหญิงเลยนะ เพชรนี่น้ำดีจะตาย และที่สำคัญมันถูกกว่าท้องตลาดตั้งครึ่งนึง”
“แล้วทำไมเขาถึงยอมขายเราถูกๆ”
“ก็เพราะเขาอยากได้ยัยอ้อมเป็นลูกสะใภ้น่ะสิ เขาถึงยอมขายให้ฉันถูกๆ”
“ผมจะเตือนคุณนะ ผมได้ยินคนข้างนอกเขาพูดกันว่าคุณหญิงรมณีย์กำลังแย่ ถ้ายัยอ้อมไม่อยากแต่งกับลูกชายเขาก็อย่าไปยัดเยียดเลย”
“คุณก็ไปเชื่อข่าวลวง สังคมไฮซ้อมันก็อย่างนี้ มันเคยพูดให้ดีคนหรือ มันยังเขียนแซวฉันว่ามาจากแม่ค้าขายส้มโอ”
“ก็จริงนี่ ครอบครัวคุณก็มีสวนส้มโอ”
“แต่มันพูดว่าฉันขายอยู่ริมถนนแล้วคุณไปซื้อถึงได้พบรักกัน...เอาล่ะ คุณไม่ต้องพูดมาก หยิบเงินให้ฉันก่อนแสนนึง”
สิงห์จนใจหยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้เมีย แต่ไม่วายถามอย่างเป็นห่วง “แน่ใจนะว่าเพชรแท้”
“คุณนี่ยังไง เขาจะดองเป็นญาติกับเรา เขาจะกล้าเอาของปลอมมาขายหรือ” เพียงเพ็ญตวัดเสียงใส่แล้วเดินหน้าง้ำจากไป สิงห์ได้แต่ถอนใจระอา
ooooooo

กลับถึงบ้านตัวเอง รมณีย์รีบติดต่อไปยังรินลดาที่ปราก โดยพูดคุยกันแบบเห็นหน้าค่าตาด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ยัยริน ทำไมแกถึงหักหลังแม่” รมณีย์หน้าตาถมึงทึง

“หนูไม่ได้หักหลังนะคะ พี่อ้อมเขากลับไปเอง”

“ไม่จริง ยัยอ้อมบอกว่าแกกับตารัญไล่เขาออกจากบ้านยังกะหมูกะหมา”

“ไม่จริงนะคะแม่ พี่อ้อมโกหก พี่อ้อมกลับมาเจอพี่รัญกับบัว...”

“แกไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้น แกเตรียมตัวกลับบ้านได้เลย”

รมณีย์ดุดันอารมณ์เสีย ทันใดมีชายฉกรรจ์สองคนปรากฏขึ้นด้านหลังรมณีย์ รินลดาร้องเอะอะถามแม่ว่าพวกเขาเป็นใคร รมณีย์เองก็เพิ่งเห็น หันไปห้ามพวกเขาไม่ให้ขนสมบัติข้าวของของตน เลยโดนมันตบตีทำร้ายซะปางตาย รินลดาเห็นเหตุการณ์โดยตลอดได้แต่ร้องวี้ดว้ายตกใจ
พอตั้งสติได้เธอก็รีบโทร.ไปบอกรัญที่สถานทูต รัญตกใจมากรีบต่อสายหาป้านวลที่บ้านเมืองไทย ซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วแม่ของตนเป็นยังไงบ้าง

“อิฉันก็ไม่ทราบค่ะ ตอนนี้คนรถพาคุณหญิงไปส่งโรงพยาบาลอยู่ค่ะ”

“โรงพยาบาลอะไรรู้มั้ย”

“ไม่ทราบค่ะ เดี๋ยวได้เรื่องยังไงอิฉันจะรีบโทร.ไปบอกนะคะ”

รัญหนักใจ รีบกลับบ้านมาส่งข่าวรินลดากับบัว ระหว่างนี้เองป้านวลก็โทร.มารายงานรัญว่าคุณหญิงปลอดภัยแล้ว แต่หมอบอกว่าอาการสาหัส ตอนนี้อยู่ในไอซียู รัญเป็นห่วงแม่มากฝากป้านวลเฝ้าแม่ให้ด้วย พรุ่งนี้ตนจะรีบกลับไป

“รินไปด้วยนะพี่รัญ”

รัญมองหน้าบัว...บัวรู้ทันว่าเขาเป็นห่วงเธอ จึงบอกให้เขาสบายใจว่าไม่ต้องห่วง บัวรออยู่ทางนี้ได้ รัญจึงให้รินลดาจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวไหนก็ได้ที่เร็วที่สุด...

เมื่อสองพี่น้องถึงเมืองไทยก็ตรงดิ่งไปโรงพยาบาลซึ่งป้านวลนั่งเฝ้ารมณีย์อยู่หน้าห้องพักผู้ป่วย พูดคุยกับป้านวลครู่หนึ่งสองพี่น้องก็รีบเข้าไปเยี่ยมแม่ รมณีย์เจ็บระบมไปทั้งตัวแต่ปิดบังไม่ยอมบอกลูกว่าคนร้ายเป็นใคร พอดีกับที่หมอเข้ามาตรวจอาการซ้ำ รัญจึงเลิกซัก

“สวัสดีครับหมอ ผมเป็นลูกชายคนไข้ครับ คุณแม่ผมเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ บาดแผลส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฟกช้ำแล้วก็ซี่โครงเดาะ นิ้วข้างขวาหัก เชิญคุณข้างนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอขอตรวจคนไข้หน่อย”

พ้นออกมาจากห้องแล้ว รัญก็คาดคั้นรินลดาที่มีท่าทีแปลกๆ รัญถามได้ตรงจุดเรื่องแม่เล่นการพนัน รินลดาจึงเลี่ยงไม่ได้

“ใช่ค่ะ แม่กลับไปเล่นการพนัน ก่อนที่รินจะไปหาพี่ มีนักเลงมาที่บ้านสองสามครั้ง”

“แล้วทำไมไม่บอกพี่”

“แม่สั่งห้ามไม่ให้บอก รินขอโทษนะพี่รัญ...รินขอโทษ”  รินลดาสะอื้นน้ำตาคลอ รัญดึงน้องเข้ามากอดหน้าเครียด... หลังจากนั้นรัญโทร.ไปหาบัวที่ปราก ส่งข่าวว่าแม่ของตนปลอดภัยแล้ว แต่ไม่ยอมพูดความจริงกับเธอว่าเกิดอะไรขึ้น

“แล้วมีเรื่องอะไรหรือคะ พวกโจรเข้ามาปล้นหรือคะ”

“ตอนนี้พี่ยังไม่รู้รายละเอียดนะ เอาไว้พี่รู้รายละเอียดแล้วจะเล่าให้ฟัง”

“แล้วพี่รัญจะกลับบ้านเมื่อไหร่”

“ก็คงต้องอยู่ที่นี่ซักพักดูอาการคุณแม่ก่อน บัวอยู่ที่นั่นคนเดียวได้นะ”

“ได้ค่ะ พี่รัญไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

“งั้นแค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องคุยกับตำรวจ ดูแลตัวเองดีๆนะ”

“ค่ะ พี่รัญก็เหมือนกัน อย่าเครียดนะคะ”

“จ้ะ” รัญวางสาย...แล้วไปนั่งคุยกับตำรวจต่อ ตำรวจบอกว่าได้ตัวคนทำร้ายคุณหญิงแล้ว เขาเป็นคนของเสี่ยวันชัยเจ้าพ่อเงินกู้

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณแม่ครับ”

“คุณหญิงเอาที่ดินไปค้ำเงินกู้ไว้สิบล้านบาท พอถึงเวลาไม่มีเงินจ่าย เสี่ยวันชัยก็เลยส่งคนมาเพื่อยึดทรัพย์สินบางส่วน แต่คุณหญิงไม่ยอมก็เลยมีเรื่องกัน”

รัญกับรินลดามองหน้ากันด้วยความตกใจ

“แต่เดี๋ยวผมจะเข้าไปสอบปากคำคุณหญิงก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง”

ตำรวจลุกไปแล้ว รินลดาร่ำไห้คร่ำครวญกับพี่ชายอย่างขวัญเสีย

“แม่เป็นหนี้เขาตั้งสิบล้านเชียวหรือพี่รัญ แล้วเราจะเอาเงินจากไหนไปใช้หนี้เขา”

รัญตอบไม่ได้ รู้สึกเสียใจและผิดหวังกับแม่...ฝ่ายรมณีย์ในห้องพักผู้ป่วย พอตำรวจเข้ามาบอกเล่าและสอบถาม เธอกลับโวยวายเอ็ดอึงว่า

“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ พวกมันเข้ามารุมทำร้ายฉัน ตบแล้วก็ต่อยฉัน แถมเตะอีกต่างหาก คุณต้องดำเนินคดีกับพวกมันข้อหาพยายามฆ่าด้วยนะคะ”

“เรื่องนั้นผมได้แจ้งให้เขาทราบแล้ว”

“ขอบคุณคุณตำรวจมากนะคะ”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะแจ้งให้ทราบ”

“แต่ถึงยังไงคุณตำรวจต้องจับมันเข้าตะรางให้หมดนะคะ โดยเฉพาะไอ้เสี่ยวันชัยมันเป็นตัวบงการสั่งลูกน้องให้มาฆ่าฉัน”

ตำรวจได้แต่รับคำก่อนกลับออกไป สวนกับรัญและรินลดาที่ก้าวเข้ามา รมณีย์ทำขึงขังบอกลูกว่าแม่จะลากคอพวกมันเข้าตะรางให้หมด แต่พอรัญถามว่าแม่เอาบ้านไปจำนองเขาใช่ไหม รมณีย์ก็ชะงักกึก ถามว่าใครบอก?

“ตำรวจเขาบอกผมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแม่ติดหนี้เสี่ยวันชัยสิบล้านแล้วไม่มีเงินคืนเขา”

“ไม่จริง อย่าไปเชื่อมัน ตำรวจมันพูดจาซี้ซั้ว”

“แม่ครับ เลิกโกหกพวกเราเถอะครับ ทำไมแม่ถึงกลับไปเล่นการพนันอีก ในเมื่อแม่ก็สัญญากับผมแล้วว่าแม่จะไม่เล่นการพนัน”

“นังริน...นี่แกฟ้องพี่แกงั้นหรือ”

“หนูเปล่าค่ะแม่”

“แล้วพี่แกรู้ได้ไง แกนี่มันเลวจริงๆ”

“แม่ครับ แม่อย่าด่าน้องเลย แล้วก็เลิกโทษคนอื่นซะที”

“นี่แกว่าแม่งั้นหรือ”

“ผมไม่ได้ว่าแม่ แต่ผมอยากให้แม่ยอมรับความจริง ที่ครอบครัวเราเป็นอย่างนี้ก็เพราะแม่ แม่เอาสมบัติของพ่อไปขายเพื่อเล่นการพนันจนเหลือแค่บ้านหลังเดียว แล้วเขากำลังจะมายึดแล้วด้วย”

“ก็แล้วทำไม มันเป็นสิทธิ์ของฉัน ฉันจะทำยังไงก็ได้ มันไม่เกี่ยวกับพวกแก”

“ทำไมแม่ถึงพูดอย่างนี้คะ พวกเราเป็นลูกแม่นะคะ แม่ไม่รักพวกเราเลยหรือไง” รินลดาตัดพ้อทั้งน้ำตา

“พวกแกน่ะสิไม่รักฉัน ฉันหาผู้หญิงรวยๆให้แก แกกลับไม่เอา ไปคว้าผู้หญิงที่ไหนมาก็ไม่รู้”

“หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้วครับแม่ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่แม่เอาเงินไปเล่นการพนันจนหมด”

“นี่แกอย่ามาทำปากดียอกย้อนฉันนะ ฉันเป็นแม่แก ฉันมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

“เอาล่ะครับ ถ้าแม่พูดแบบนี้เราก็เลิกพูดกันดีกว่า ผมเพียงแต่อยากถามแม่ว่านอกจากหนี้สิบล้านที่แม่เอาบ้านไปจำนองแล้ว แม่ยังมีหนี้ที่ไหนอีกรึเปล่า”

รมณีย์ทำเชิด จนรัญต้องถามย้ำอีกครั้ง “ว่าไงครับแม่”

“ไม่มี พวกแกไม่ต้องห่วงหรอก ให้ฉันออกจากโรงพยา– บาลก่อน ฉันจะจัดการเคลียร์ทุกอย่างเอง”

รัญมองแม่อย่างผิดหวังก่อนจะหันหลังเดินออกไป รินลดายังยืนร้องไห้อยู่กับที่ เลยโดนรมณีย์ตวาดไล่

“มายืนร้องไห้อยู่ทำไม ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก!”

รินลดาเสียใจร้องไห้โฮผลุนผลันออกไปทันที รัญเองก็เครียดจัด ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้แทนแม่

ooooooo

เพราะสัญญากับบัวเอาไว้แล้วว่าไม่จะพูดเรื่องรัญ ดังนั้นไม่ว่าจะถูกมงคลกับนิภาพรรณซักไซ้เรื่องแฟนบัวสักแค่ไหน เพชรกับการ์ตูนก็ไม่ยอมปริปากว่าเป็นรัญลูกชายคุณหญิงรมณีย์ ทำเอามงคลสงสัยถึงกับออกปากว่าทำไมมันถึงลึกลับซับซ้อนเหลือเกิน หรือว่าผู้ชายคนนั้นมันพิการ

“ไม่พิการหรอกพ่อ รับรองคนนี้เพอร์เฟกต์ มีการศึกษาสูง หน้าที่การงานดี รูปหล่อ มีชาติตระกูล”

“หมายความว่าเป็นผู้ดีเก่างั้นหรือ”

“ใช่ค่ะป้านิ เที่ยวนี้สมใจป้านิแน่”

“ฟังแล้วอยากจะรู้จังว่าเป็นใคร เอ๊ะ แต่เมื่อกี้ไม่เห็นแกบอกเลยว่ารวยหรือจน”

“คุณนี่ก็...จะเอาให้มันครบหมวดหมู่เลยหรือไง เท่าที่ฟังมาคุณสมบัติแค่นี้ก็พอเหลือแหล่แล้ว ที่สำคัญขอให้ทำลูกเป็นก็แล้วกัน”

“อ้าว ถ้ามีเงินได้ด้วยมันก็ดี ไม่ใช่จนแล้วต้องมาเอาเงินจากเรา เราก็ตายสิ พูดไปแล้วก็เสียดายคุณฉัตรชัยนะ รายนั้นฐานะก็ดี พ่อแม่ก็ทำงานใหญ่โต”

“ไม่ต้องเสียดายหรอกแม่ เพราะยังไงคุณฉัตรชัยก็ไม่ไปไหนหรอก” เพชรพูดยิ้มๆ

“ทำไม แกพูดยังกะว่าคุณฉัตรชัยชอบคนที่บ้านเรา”

“ก็ใช่น่ะสิพ่อ”


ขาดคำเพชร ฉัตรชัยโผล่เข้ามาพอดี เพชรเชื้อเชิญแล้วทำท่าจะปูดเรื่องของเขากับการ์ตูน แต่การ์ตูนพยายามขัดเพราะเขินอาย
นิภาพรรณชวนฉัตรชัยร่วมโต๊ะอาหารแต่เขากลับบอกว่าจะมาขออนุญาตชวนน้องตูนไปทานข้าวข้างนอก นิภาพรรณกับมงคลมองหน้ากันแปลกใจ แล้วหันมองการ์ตูนที่ยิ้มเอียงอายพิกล
“ได้ไหมครับ” ฉัตรชัยถามย้ำ
“ตามสบายเลยค่ะ ไปตูน อิ่มได้แล้ว ไปกินข้างนอก”
“แต่ว่า...ตูนเพิ่งทาน”
“ไม่ต้องเหนียมหรอกน่ะ ใจจริงก็อยากไปใจจะขาดอยู่แล้ว”
“พี่เพชรน่ะ พูดอะไรน่าเกลียด ตูนไปก่อนนะคะคุณลุงคุณป้า”
“ผมจะมาส่งสักสี่ห้าทุ่มนะครับ”
“ได้เลยค่ะ พรุ่งนี้วันเสาร์ตูนไม่ต้องทำงาน” นิภาพรรณเปิดไฟเขียว มองตามทั้งคู่ไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนมงคลหันมาถามเพชรให้แน่ใจว่าฉัตรชัยชอบการ์ตูนจริงหรือ เพชรยืนยันหนักแน่นว่าชอบ และคงจะชอบก่อนไปเมืองนอกด้วยซ้ำ
“คราวนี้ก็สมใจคุณแล้วนะ ได้ทั้งหล่อ รวย มีชาติตระกูล” มงคลกระเซ้า นิภาพรรณถึงกับยิ้มหน้าบาน ได้ดังจายยยย...
หลังอาหารค่ำมื้อนั้น เพชรรับสายจากบัวที่โทร.มาจากปราก เขาตกใจที่บัวบอกว่าแม่รัญโดนทำร้าย ซักน้องสาวว่าเรื่องอะไร?
“บัวก็ไม่รู้รายละเอียดมาก อยากให้พี่ไปเยี่ยมดูพี่รัญกับแม่เขาหน่อย”
“เออๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปเยี่ยม”
“ฝากพี่เพชรดูพี่รัญด้วยนะ ดูน้ำเสียงเขาไม่ค่อยดีเลย”
“แกนี่ดูจะรักไอ้รัญมากนะ ทีมันยังไม่ให้น้องสาวกับพี่เลย”
“ก็เขาไม่รู้ว่าบัวเป็นน้องสาวพี่ ถ้าเขารู้เขาก็ยกให้แล้วล่ะ อย่าโกรธเขาเลยนะ”
“เออๆ แค่นี้นะ พี่จะนอนแล้ว”
“ขอบคุณนะพี่เพชร บัวรักพี่เพชรนะ”
เพชรตัดสายเดินบ่นงึมงำเข้าห้องนอน “ไอ้นี่ เวลาจะให้เราทำอะไร...อ้อนตลอด”
ooooooo
คืนเดียวกัน รัญกับรินลดากลับเข้าบ้านอย่างหมดแรง เหนื่อยทั้งกายและใจกับปัญหาที่แม่ก่อขึ้น รินลดาจนปัญญาถามพี่ชายว่าเราจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขา
“พรุ่งนี้พี่จะลองคุยกับเสี่ยวันชัยดู พี่จะขอทยอยผ่อนใช้หนี้เขา”
“แล้วพี่จะมีเงินผ่อนเขาหรือ ตั้งสิบล้าน”
“พี่พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างสี่ห้าล้าน ส่วนที่เหลือค่อยว่ากันอีกที”
“รินเองก็ไม่รู้จะช่วยพี่ยังไง รู้อย่างนี้รินน่าจะทำงานต่อ ไม่น่าลาออกไปเรียนเลย จะได้ช่วยพี่อีกแรง”
“เอาน่ะ แกอย่าคิดอะไรมากเลย พี่จะจัดการเรื่องนี้เอง ไปอาบน้ำเถอะไป วันนี้เราเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“พี่เองก็ควรจะพักผ่อนเหมือนกันนะ”
รัญพยักหน้าเนือยๆ ครั้นรุ่งขึ้นไปพบเสี่ยวันชัยเจ้าของบ่อนพนัน รัญก็ต้องผิดหวังกับคำตอบที่ได้จากเขา
“ผมเสียใจด้วย ผมคงให้คุณผ่อนไม่ได้ เพราะว่าคุณแม่คุณผัดผ่อนผมมาเป็นปีแล้ว แถมยังไม่ส่งดอกเบี้ยผมด้วย”
“ผมอยากจะขอความกรุณาอีกซักครั้งได้มั้ยครับ ผมจะจ่ายงวดแรกให้คุณสามล้าน แล้วอีกเจ็ดล้านผมจะทยอยส่งเดือนละห้าแสนบาท”
“คงไม่ได้หรอก และที่สำคัญผมกำลังจะขายบ้านหลังนี้ให้คนอื่น”
“แต่บ้านหลังนี้ขายได้มากกว่าสิบล้านนะครับ”
“ก็ถูกของคุณ ถ้าคุณอยากได้ คุณก็หาเงินมาซื้อผมสิ แต่ถ้าคุณจะซื้อผมต้องขายสิบห้าล้านนะ...เอาล่ะครับ ผมมีงานต้องทำ”
รัญพูดไม่ออก เดินออกมาจากห้องอย่างอัดอั้นตันใจ เหลือบมองไปยังกลุ่มนักพนันที่กำลังหมกมุ่นคร่ำเคร่งก็ยิ่งสะท้อนใจ ได้แต่คิดว่าแม่ไม่น่าลุ่มหลงกับอบายมุขจนทำให้ตัวเองและลูกๆเดือดร้อนขนาดนี้เลย...
รัญกลับถึงบ้านในสภาพห่อเหี่ยวสิ้นหวัง แล้วยังต้องมารับรู้สิ่งที่แม่ก่อหนี้เอาไว้อีกมากมายรอบด้านไปหมด ทั้งเสี่ยเม้งโทร.มาทวงหนี้เกือบหกล้าน แล้วยังอีกสองสามราย รวมเบ็ดเสร็จแล้วก็ห้าสิบล้าน
ทั้งรัญและรินลดากลัดกลุ้มกันแทบตาย สมองตื้อตันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ
ooooooo
ขณะเดียวกันนั้น คนก่อเรื่องก็กำลังพยายามวิงวอนเพชรที่แวะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล
“ถ้าเพชรไม่ช่วยแม่ คราวนี้แม่ต้องตายแน่ๆ ตายจริงๆ นะลูก พวกมันต้องฆ่าแม่ ช่วยแม่ซักครั้งเถอะลูก”
“ผมก็อยากช่วยนะครับ แต่เงินตั้งห้าสิบล้าน ผมเองคงมีไม่ถึง”
“เพชรก็ขอยืมจากคุณพ่อคุณแม่ก่อนได้มั้ย ถือซะว่าช่วยรัญนะลูก รัญเป็นเพื่อนรักของเพชรนะ เพชรต้องช่วยรัญนะ”
“ผมยังไม่รับปากนะครับ ผมจะลองไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ผมดูก่อน”
“แต่ยังไงเพชรก็ต้องช่วยให้ได้นะลูก ยืมใครก่อนก็ได้ แล้วหลังจากแม่ออกจากโรงพยาบาลแม่จะหาเงินใช้ให้จริงๆ”
“ครับคุณแม่ งั้นผมขอตัวนะครับ ผมจะลองไปคุยกับที่บ้านดู”
“ขอบใจมากลูก แม่จะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย แม่ไหว้ล่ะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ”
เพชรกลับออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เจอรัญกับรินลดาเดินสวนมาพอดี รัญถามเพชรว่ารู้เรื่องแม่ของตนได้อย่างไร เพชรอึกอักเล็กน้อยก่อนโกหกว่า
“ก็...ฉันโทร.ไปหาแกที่บ้าน เจอบัวเขาบอกว่าแม่แกเข้าโรงพยาบาล แกมีอะไรอยากให้ฉันช่วยมั้ย”
“ไม่มีหรอก ขอบใจมากที่แกมาเยี่ยม ฉันขอตัวไปดูแม่ก่อน”
รัญเดินแยกเข้าไปในห้อง เพชรมองรินลดาอย่างสังเกต ถามเธอว่าเป็นยังไงบ้าง ทำไมดูเหมือนไม่ได้นอนเลย
“ค่ะ ฉันเป็นห่วงแม่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวริน...ผมกำลังหาทางช่วยเหลือแม่คุณอยู่นะ”
“คุณรู้เรื่องแม่ด้วยหรือ”
“ท่านเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว”
“ฉันขอโทษแทนแม่ด้วย แม่ไม่น่าเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟัง มันเป็นเรื่องน่าอาย ฉันขอโทษด้วยค่ะ”
“คุณไม่ต้องอายหรอก ผมรู้เรื่องแม่คุณมานานแล้ว แล้วท่านเองก็เคยมาขอยืมเงินผม”
“นี่แม่เป็นหนี้คุณด้วยงั้นหรือคะ”
“คุณอย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมกำลังหาทางช่วยเหลือแม่คุณอยู่ คุณไม่ต้องกังวลนะ อ้อ แต่อย่าบอกให้รัญรู้นะว่าผมรู้เรื่องนี้”
“ค่ะ ฉันขอบคุณคุณมากนะคะคุณเพชร ฉันจะไม่ลืมพระคุณของคุณเลยค่ะ”
“อย่าพูดอย่างงั้นสิ ผมรักคุณ คุณเดือดร้อนก็เท่ากับผมเดือดร้อน”
รินลดาซึ้งใจสุดจะบรรยาย บอกว่าเธอเองก็รักเขาเหมือนกัน ส่วนในห้องผู้ป่วย รัญหมดปัญญาจริงๆ บอกแม่ว่าเราคงต้องปล่อยให้เขายึดบ้านไป แต่รมณีย์ดึงดันว่ายังไงก็ไม่ให้ใครหน้าไหนยึดทั้งนั้น
“แต่ผมไม่สามารถหาเงินห้าสิบล้านมาใช้หนี้ให้แม่ได้นะครับ”
“แต่แม่หาได้”
“แม่ครับ แม่เลิกหลอกตัวเองซะที ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้วนะครับ ไม่มีใครเขาให้แม่ยืมเงินอีกแล้ว”
“มีสิ”
“ใครครับ”
“แกไม่ต้องรู้หรอก อีกสองวันแม่จะจ่ายหนี้ให้พวกมันทุกคน”
“ถ้าแม่ทำได้จริงก็ดีครับ” รัญบอกอย่างโกรธๆ เดินออกจากห้องไป รมณีย์ยังถือดี ย้ำกับตัวเองว่าคนอย่างตนไม่มีวันจนตรอกง่ายๆหรอก
ooooooo
บัวแตกตื่นตกใจมากเมื่อเพชรโทร.มาเล่าให้ฟังว่าแม่รัญเป็นหนี้ตั้งห้าสิบล้าน และบัวก็ควรจะเตรียมตัวกลับบ้าน เพราะรัญคงไปหาไม่ได้แล้ว
“พี่อย่าพูดนอกเรื่องน่ะ พี่ต้องรีบช่วยเหลือพี่รัญนะ”
“เออ ไอ้ช่วยน่ะช่วยอยู่แล้ว นี่พี่กำลังจะไปคุยกับแม่ให้แม่เอาเงินไปช่วยเขาก่อน”
“พี่ต้องพูดให้แม่กับพ่อเข้าใจนะว่ามันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ”
“รู้แล้วน่ะ แค่นี้นะ” เพชรตัดสาย สีหน้าหนักใจที่จะต้องไปเจรจากับพ่อแม่เรื่องเงินห้าสิบล้าน
ฝ่ายบัวก็ร้อนใจรีบติดต่อรัญด้วยความเป็นห่วง “พี่รัญเป็นไงบ้างคะ”
“บัวโทร.มาก็ดีแล้ว พี่จะบอกบัวว่าพี่อาจจะไม่กลับไปที่นั่นแล้วนะ”
“ทำไมล่ะคะ”
“ที่บ้านพี่มีปัญหามาก พี่คงต้องอยู่ที่นี่อีกนาน ถ้าบัวอยากจะกลับเมืองไทยก็กลับมาก่อนได้นะ”
“ก็ดีค่ะ งั้นเดี๋ยวบัวจะรีบกลับไป”
“ถ้ามาถึงก็โทร.หาพี่แล้วกัน”
“ค่ะ บัวเป็นห่วงพี่รัญนะคะ”
“จ้ะ แค่นี้ก่อนนะ” รัญวางสายแล้วถอนใจหนักหน่วง แก้ปัญหาไม่ตก...
ด้านเพชรพอเข้ามาถึงบริษัทก็ตรงดิ่งไปหาพ่อแม่ เอ่ยปากเรื่องเงินห้าสิบล้านที่จะยืมเอาไปให้รมณีย์ใช้หนี้ นิภาพรรณกับมงคลได้ฟังก็อุทานตาเหลือกตาปลิ้น ก่อนซักลูกชายว่าทำไมคุณหญิงถึงมีหนี้สินเยอะแยะขนาดนั้น แสดงว่าที่เขาเม้าท์กันว่าคุณหญิงเข้าบ่อนก็เป็นเรื่องจริง

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะแม่ ตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือ”

“แต่แม่คงช่วยเหลือไม่ได้หรอก เงินเยอะขนาดนั้นใครที่ไหนจะให้ยืม”

“โธ่แม่ คนเขาเดือดร้อนจริงๆ ถ้าผมมีผมก็คงไม่มายืมแม่หรอก”

“นั่นสิ ให้เขายืมไปเถอะ อย่างน้อยรัญเขาก็เป็นเพื่อนเพชร ถ้าเขามีวันนึงเขาก็ต้องใช้เรา”

“นี่คุณมงคล...คุณจะบ้าหรือ นายรัญทำงานเป็นข้าราชการจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้เรา แล้วยิ่งตอนนี้ครอบครัวเขาไม่เหลืออะไรแล้ว ให้ไปก็เป็นหนี้สูญ...นี่เพชร ฟังแม่ให้ดีนะ ไม่ใช่ว่าแม่ใจร้ายนะ ถ้าเขาเอาไปทำกินหรือไปรักษาตัวแม่จะ ไม่ว่า แต่นี่เขาเอาไปเล่นจนหมดตัว ขืนเราให้ไปเขาก็ต้องสร้างหนี้ ขึ้นมาอีก คนเล่นน่ะมันไม่มีวันเลิกหรอก เหมือนพ่อแก”

“อะไรอีกล่ะ ผมเคยเล่นการพนันที่ไหนเล่า”

“ฉันไม่ได้หมายถึงการพนัน ฉันหมายถึงคุณติดอ่าง ถึงแก่ก็ยังแอบไปลงอ่าง” พูดเสร็จนิภาพรรณก็สะบัดลุกหนีไป เพชรจึงมุ่งมาที่พ่อ ถามว่าพอจะช่วยเหลือตนได้บ้างไหม
“แกก็รู้ดีทุกวันนี้พ่อเคยมีเงินซะที่ไหน จะใช้อะไรก็ต้องเบิกแม่แก”

“อ้าว แล้วทุกทีที่พ่อไปอาบอบนวดล่ะ ผมเห็นมีเงินเป็นฟ่อน”

“พ่อก็เก็บเล็กผสมน้อยวันล่ะนิดวันล่ะหน่อย”

“เฮ้อ...แล้วจะไปหาที่ไหนเนี่ย”

ขณะที่เพชรหนักใจและกลุ้มใจอยู่นั้น รัญกับรินลดาก็พยายามหาหนทางอื่นกันเต็มที่ โดยสองพี่น้องกลับเข้าบ้านรื้อค้นเอกสารต่างๆในห้องแม่เผื่อจะมีทรัพย์สินอื่นหลงเหลือ แล้วก็เจอโฉนดที่ดินบ้านสวนสิบสองไร่ที่ปราจีนบุรี

“ถ้าเราเอาไปขายจะได้ซักกี่ตังค์คะพี่รัญ”

“พี่ว่ามากสุดก็คงได้ไร่ล่ะไม่เกินแสน ขายไปใช้หนี้ก็ไม่พอ”

“แล้วถ้าเราหาเงินใช้หนี้ไม่ได้ เขาต้องจับเราติดคุกไหมคะ”

“เราคงไม่ แต่แม่สิ แม่เป็นคนทำสัญญา”

“แล้วเราจะช่วยเหลือแม่ได้ยังไงคะพี่รัญ แม่ต้องติดคุกงั้นหรือคะ”

“พี่คงต้องลองคุยกับเพชรดู เผื่อมันจะมีหนทางช่วยเหลือเราได้บ้าง”

รินลดานิ่งอึ้งไป ไม่กล้าบอกพี่ชายว่าเพชรรับปากเธอไว้แล้ว...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น รัญเข้ามาเอ่ยปากขอกู้เงินห้าสิบล้านจากเพชรถึงในบริษัท เพชรเพิ่งถูกพ่อแม่ปฏิเสธมาเมื่อวานถึงกับนิ่งไปอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

“ฉันเข้าใจว่ามันเป็นเงินจำนวนมาก แต่ฉันมีเรื่องจำเป็นจริงๆ ถ้าไม่จำเป็นฉันไม่มารบกวนแกหรอก”

“ฉันรู้...ฉันก็กำลังพยายามหาทางช่วยแกอยู่”

“ช่วย?” รัญสีหน้างงๆ

“ฉันรู้เรื่องแม่แกแล้ว ตัวฉันเองมีเงินไม่ถึง มีเงินส่วนตัวแค่สิบกว่าล้าน เงินส่วนใหญ่เป็นของกงสีจะใช้จ่ายอะไรก็ต้องเบิกผ่านจากกองกลาง”

“นี่ยัยรินเอาเรื่องนี้มาเล่าให้แกฟังหรือ ฉันขอโทษด้วย ฉันไม่น่าเอาเรื่องส่วนตัวมายุ่งกับแก” รัญลุกขึ้นทำท่าจะกลับ

“เดี๋ยวไอ้รัญ มันไม่เกี่ยวกับริน แม่แกมายืมเงินฉันบ่อย”

“อะไรนะ...นี่หมายความว่าแม่ก็เป็นหนี้แกอีกงั้นหรือ”

เพชรพยักหน้าแทนคำตอบ รัญถามว่าเท่าไหร่ พอได้ยินว่าห้าหกล้านรัญถึงกับทรุดนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง

“นี่มันอะไรกันวะเนี่ย แม่ยืมเงินคนไปทั่ว ไม่เว้นแม้กระทั่งแกซึ่งเป็นเพื่อนฉัน นี่แม่ไม่รักษาเกียรติของพวกเราเลย”

“ฉันว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เราจะมาคิดเรื่องนี้นะ เรามาช่วยกันหาทางดีกว่าว่าจะทำไงกับเรื่องนี้ เมื่อวานฉันก็คุยกับพ่อแม่แล้ว แต่แม่ฉันบอกว่ามันเป็นเงินจำนวนมาก แล้วอีกอย่าง...” เพชรนิ่งไปไม่กล้าพูด

“แม่ฉันไม่มีทางผ่อนส่งคืนได้” รัญเดาได้ถูกเผง แต่เพชรสงสารและเห็นใจเพื่อนจึงปฏิเสธทันที

“ไม่ใช่อย่างงั้น”

“ฉันเข้าใจ แล้วก็ไม่โกรธพ่อแม่แกหรอก ที่แกช่วยเหลือทุกวันนี้ก็ดีมากแล้ว ขอบใจแกมาก”

“เฮ้ย อย่าเพิ่งหมดหวังสิ ถึงยังไงฉันก็ต้องช่วยแกให้ได้”

“ขอบใจ แต่ฉันคิดว่าคงไม่มีใครช่วยได้หรอก” รัญเดินคอตกออกไป เพชรได้แต่ถอนใจ เครียดแทนจริงๆ

รัญกลับออกมาเจอมงคลกับนิภาพรรณโดยบังเอิญ สองฝ่ายทักทายประสาคนรู้จัก ก่อนที่รัญจะด่วนลากลับไปเพราะนึกละอายใจเรื่องแม่

“เสียดายจริงๆ ไม่น่าเป็นลูกคุณหญิงรมณีย์เลย ไม่งั้นจะจีบให้ยัยบัวซะหน่อย” นิภาพรรณพูดกับมงคลเมื่อรัญคล้อยหลังไป

“เอาอีกแล้ว เลิกจับคู่ให้ลูกซะทีได้มั้ย แล้วลองเปลี่ยนมาจับคู่ให้ผมบ้าง”

“อยากได้คู่ใหม่งั้นหรือ ฉันจะหาให้”

“จริงหรือ ใคร?”

“ก็นี่ไง อยู่ตรงหน้าคุณ ยังไม่พออีกเหรอ...มาหอมที” นิภาพรรณจู่โจมดึงสามีมาจุ๊บแก้ม เล่นเอามงคลเหลอหลาตกใจไม่ทันตั้งตัว

ooooooo

รัญเดินมาหยุดหน้าลิฟต์ เป็นจังหวะที่การ์ตูนกำลังตรงดิ่งมาเช่นกัน โชคดีการ์ตูนเห็นรัญก่อนจึงหลบแวบเข้าหลังเสาด้วยความตกใจ

“นี่พี่รัญกลับมาแล้วหรือ แล้วไอ้บัวล่ะ” ว่าแล้วการ์ตูนก็รีบโทร.หาบัว ส่งข่าวว่า “ไอ้บัว...แกรู้มั้ยฉันเจอพี่รัญที่เมืองไทย เขามาที่บริษัทเรา แล้วนี่แกอยู่ไหน”

“ฉันอยู่สุวรรณภูมิ”

“หา!...นี่แกเพิ่งกลับมางั้นหรือ”

“เออ เพิ่งลงเครื่องเดี๋ยวนี้เอง”

“อ้าว ทำไมไม่โทร.บอกฉัน ฉันจะได้ไปรับ”

“ไม่ต้อง ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันกลับมา ฉันจะไปอยู่อพาร์ตเมนต์แกก่อน เดี๋ยวแกมาเจอฉันหน่อย ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับแก”

“เออๆ งั้นเที่ยงเจอกัน” ตัดสายจากเพื่อนแล้วยังไม่วายบ่น “เรื่องอะไรกัน อย่าบอกว่าเลิกกันแล้วนะ ไม่ได้แล้วต้องรีบบอกพี่เพชร”


เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน12ช่อง3



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ

















Saturday, September 24, 2011

THAI FIGHT





Elbow techniques
The elbow can be used in seven ways: horizontal, diagonal-upwards, diagonal-downwards, uppercut, downward, backward-spinning and flying. From the side it can be used as either a finishing move or as a way to cut the opponent's eyebrow so that blood might block his vision. The blood also raises the opponent's awareness of being hurt which could affect his performance. This is the most common way of using the elbow. The diagonal elbows are faster than the other forms, but are less powerful. The uppercut and flying elbows are the most powerful, but are slower and easier to avoid or block. The downward elbow is usually used as a finishing move.

There is also a distinct difference between a single elbow and a follow-up elbow. The single elbow is an elbow move independent from any other move, whereas a follow-up elbow is the second strike from the same arm, being a hook first with an elbow follow-up. Such elbows, and most other elbows, are used when the distance between fighters becomes too small and there is too little space to throw a hook at the opponent's head

References :
Muay Thai The Most Distinguished Art of Fighting (Text-book of Pahuyuth) , Panya Kraitus and Dr. Pitisuk Kraitus, Third Edition, Special Revised, 1992, Panya Kraitus, Phuket, Thailand.
Muay Thai Kickboxing - The Ultimate Guide to Conditioning, Training and Fighting, Chad Boykin, 2002, Paladin Press, Boulder, Colorado.
Thai Kickboxing For Beginners - Peter Belmar, 2006, Lulu Press. Muay Thai: A Living Legacy - Kat Prayukvong, 2006, Spry Publishing Co., Ltd.
From Wikipedia

Friday, September 23, 2011

ขาย แพทเทิร์นเสื้อโปโล สำเร็จรูป ( ไซด์มาตนฐานs.m.l.xl.xxl )โทร 0802591675

เมื่อ อยากทำเสื้อขาย  คุณจำเป็นต้องมี แพทเทิร์นเสื้อโปโล ต้องวิ่งไปจ้างเขาทำ แพทเทิร์น ถ้าคุณมีช่างที่เขาทำแพทเทิร์นอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร   แต่ ...ถ้าคุณไม่มีช่างทำแพทเทิร์น ที่รู้จัก ปัญหาเกิด ทันที ต้องวิ่งไปหาช่างทำแพทเทิร์น เปลืองทั้งคา่น้ำมัน เสิิยทั้งเวลา ไปก็ใช่ว่าจะได้เลย ต้องรอ ว่าช่างคนนั้นเขาว่าง คุยกับเราหรือ ถ้าไม่ว่าง ต้องนั้งรอ เสียอารมณ์ เสียเวลา พาลจะเลิกทำอาชีพทำเสื้อขายไปเลยก็มี
         ทางเรา รู้ถึงปัญหา ที่ท่านจะต้องเจอ แน่ๆ เราจึงเตรียมทางที่ดีกว่าไว้ให้ เพื่อเพิ่มความพร้อม ความรวดเร็ว ในการทำเสื้อเอาใว้ให้ท่านแล้ว
    แพทเทิร์นเสื้อโปโล สำเร็จรูป มีทุกไซด์ s.m.l.xl.xxl.  เป็น แบบมาตรฐานที่เขาใช้กันอยู่ในวงการ

โทรสั่งล่วงหน้ามา ถึงรับงานใด้ ทันที ติดต่อ ป่อง 0802591675
รับแกะแบบ เสื้อ ต่างๆ ด้วย นะพี่น้อง

เรื่อง รอยใหม ตอน10 ละครช่อง3


ตอนที่ 10

มณีรินพาคำเที่ยงกับบริวารมาเก็บดอกพิกุลในสวนเพื่อร้อยมาลัยถวายพระชายา อีเม้ยนำบริวารกลับมาจากตลาดเห็นเข้า ก็แกล้งเดินผ่ากลางวง คำเที่ยงไม่พอใจจะตามไปเอาเรื่อง แต่มณีรินห้ามไว้เพราะไม่คิดถือสา
ฝ่ายอีเม้ยเมื่อเดินพ้นไปแล้วก็สั่งให้บริวารนำของสดที่ซื้อมาไปเก็บก่อน ส่วนตัวเองวกกลับมาแอบดูความเป็นไปของมณีริน
“มึงเจอดีแน่...บ่เมินเกินรอหรอก” อีเม้ยถอยกลับออกมา พลันสะดุ้งเพราะเจ้าศิริวงศ์ยืนมองอยู่ มันออกตัวว่า จะเก็บดอกพิกุลไปให้บัวเงินถวายพระ แต่ไม่กล้าขอมณีรินเพราะเธอคงหวง แล้วขยับจะเดินหนี แต่เจ้าศิริวงศ์เรียกไว้พลางเอ่ยถามว่าบัวเงินเป็นอย่างไรบ้าง
“เปิ้นสบายดี ตามประสาเปิ้น เปิ้นทำใจ๋มาเมินแล้ว ว่าเปิ้นเป็นแค่เมียหม่อม คงจะมีความสุขบ่ได้มากไปกว่านี้ดอกเจ้า” อีเม้ยแนบเนียนไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรแล้วรีบจากไป เจ้าศิริวงศ์มองตามไม่วางใจนัก
สายวันเดียวกัน มณีรินนำมาลัยดอกพิกุลขึ้นถวายพระชายา และทูลว่าจะนำไปให้บัวเงินที่เรือนด้วย พระชายาชื่นชมน้ำใจของมณีริน เจ้าศิริวัฒนาที่นั่งอยู่ด้วยเห็นมาลัยยังเหลืออีกพวงจึงออกปาก
“ถ้ายังงั้น ก็ยังเหลืออีกพวงนึง...อ้ายขอได้ก่อ” เจ้าศิริวัฒนาส่งสายตาเว้าวอน
“จะไดจะบ่ ได้เจ้า เจ้ารินเปิ้นตั้งใจร้อยมาลัยพวงนี้มา ถวายเจ้าอยู่แล้วเจ้า” คำเที่ยงตอบแทน
เจ้าศิริวัฒนายิ้มเอื้อมมือมารับพวงมาลัยจากมณีริน “อ้ายจะเอาวางไว้ข้างหมอนคืนนี้ กลิ่นหอมๆ ของดอกพิกุลพวงน้อยนี่คงจะทำให้อ้ายนอนหลับฝันดี”
คำเที่ยงยิ้มหวานรู้สึกวาบหวามแต่มณีรินกลับอึดอัดใจเป็นที่สุด
“แม่บ่ได้ไปเยี่ยมบัวเงินสองสามวันแล้ว อาการแพ้เป็นจะไดพ่องก็บ่ฮู้” พระชายานึกขึ้นได้
เจ้าศิริวัฒนาทำท่าหนักใจทูลพระชายาว่า บัวเงินไม่มีอาการแพ้เท่าไหร่นัก แต่ที่น่าห่วงคือ เธอร้องจะกินแต่ของสดๆ คาวๆ ทั้งที่หมอบอกว่าไม่ดีต่อลูกในท้อง
“แล้วจะไดบ่เชื่อบ่ฟังหมอเปิ้น” พระชายาตำหนิ
“นังเม้ยน่ะแหละตัวดี แม่เจ้า นายมันอยากกินอะหยัง ก็บ่ทัดบ่ทาน สรรหามาให้กินจนได้”
“มันฮักนายของมันอย่างใดกันน้อ” พระชายาไม่ชอบใจนัก
ooooooo
เจ้าศิริวงศ์มาคุยอยู่กับสล่าพันเรื่องบัวเงินเพราะกลัวเธอจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ สล่าพันมองโลกในแง่ดีปรามว่าบางทีเจ้าน้อยอาจคิดมากไป
“อ้ายพันอย่าลืมเน้อ ก่อนหน้านี้ เปิ้นยะอะหยังไว้ เปิ้นสมหวังมีลูกกับเจ้าอ้ายแล้วก็จริง แต่พ่อเจ้าก็เปลี่ยนกฎมณเฑียรบาล ยังไงเปิ้นก็บ่มีวันได้ขึ้นเป็นพระชายาเจ้าอ้าย ถ้าคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง วิธีใดล่ะอ้ายที่จะทำให้เปิ้นสมหวังได้”
“ในเมื่อมีคนขวางทาง เฮาก็ต้องกำจัดคนที่ขวางทางนั้นให้พ้นไปเสีย เจ้าคิดว่าเปิ้นจะกล้าขนาดนั้นก๊ะ” สล่าพันไม่อยากเชื่อ
“คนเฮา...ทำได้ทุกอย่างละอ้าย เวลาเข้าตาจน ผิดถูกดีชั่วจะได ก็ช่างหัวมัน อู้ตามตรง...เฮาเป็นห่วงเจ้านางน้อยเปิ้น”
“แล้วเฮาควรจะยะอย่างใดดีเจ้า บอกให้ผู้ใดฮู้ก็บ่ได้”
“ทางที่ดีที่สุด ก็คงต้องคอยระวังอย่าให้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเปิ้นน่ะแหละอ้าย” เจ้าศิริวงศ์หนักใจ
ooooooo
มณีรินนำมาลัยดอกพิกุลกับขนมมาเยี่ยมบัวเงินที่เรือน บัวเงินสวมบทพี่สาวคนดีออกมาต้อนรับแล้วเรียกให้อีเม้ยเข้ามาฝากเนื้อฝากตัวกับมณีรินไว้ อีเม้ยรับมุกลงทุนก้มกราบมณีริน คำเที่ยงที่ตามมาด้วย นั่งคิ้วขมวดเป็นเลขแปดไม่เข้าใจว่า สองนายบ่าวจะมาไม้ไหนกันอีก
แต่เมื่อทั้งสองลากลับไปแล้ว บัวเงินก็กลับมาโหดเหี้ยมดังเดิม นางสั่งให้อีเม้ยนำขนมที่มณีรินนำมาเยี่ยมไปทิ้ง เพราะกลัวว่าจะทำของใส่มาให้กิน แล้วหันไปหยิบมาลัยดอกพิกุลมากระทืบด้วยความแค้นใจ อีเม้ยสะใจเป็นที่สุด แล้วกลางดึกคืนนั้นมันก็แอบไปที่เรือนมณีริน เพื่อนำงูเห่าใส่ลงในกระชุที่มณีรินใช้เก็บดอกไม้อยู่เป็นประจำเพื่อกำจัดศัตรูหัวใจให้ผู้เป็นนาย
เช้าวันใหม่ เจ้าศิริวัฒนาให้คนไปเรียกสล่าพันมาพบและตามเจ้าศิริวงศ์มาหารือเรื่องกิจการค้าไม้ เพราะคิดจะใช้เครื่องจักรมาชักลากไม้แทนช้าง แต่เจ้าศิริวงศ์ไม่เห็นด้วย แล้วสล่าพันก็คลานเข้ามา เจ้าศิริวัฒนาหยุดพักเรื่องงานหันมาคุยกับสล่าพันเรื่องงานแต่งงานของตนกับมณีรินเพราะอยากให้สล่าพันช่วยแต่งลำนำบทใหม่ให้
สล่าพันแนะนำให้เจ้าศิริวงศ์ทำหน้าที่แทน พร้อมการันตี “ฝีมือเจ้าน้อยเปิ้นดีวันดีคืน ยิ่งเอ่อ...เรื่องความฮักละก็ จับจิตจับใจนักขนาด ผมรับรอง”
“อ้ายพันก็พูดเกินไป” เจ้าศิริวงศ์จะปฏิเสธ แต่ไม่ทันเพราะเจ้าศิริวัฒนาเข้ามาขอร้องแกมบังคับ
“นึกซะว่าช่วยอ้าย อ้ายอยากให้ลำนำบทนี้เป็นของขวัญวันแต่งงานอีกอย่างนึงกับเจ้ารินเปิ้น ยังพอมีเวลา บ่ได้เร่งร้อนอะหยัง อย่าปฏิเสธอ้ายเลยเน้อ”
เจ้าศิริวงศ์นั่งอึ้งเหมือนถูกต้อนให้จนมุม
ขณะที่เจ้าศิริวงศ์กำลังคิดหนักเรื่องแต่งลำนำ มณีรินก็ชวนคำเที่ยงกับเหล่าบริวารไปเก็บดอกพิกุลในสวนเพราะอ่านหนังสือพบว่า ดอกพิกุลใช้เข้าเครื่องยาได้ด้วย จึงคิดจะนำมาผสมกับธูปที่จุดไหว้พระ
คำเที่ยงรีบคว้ากระชุจะตามมณีรินไป เธอนึกสงสัย ที่วันนี้กระชุหนักกว่าทุกวันจึงจะเปิดดู แต่บริวารนางหนึ่งร้องบอกว่า มณีรินออกไปแล้ว คำเที่ยงจึงเปลี่ยนใจหิ้วกระชุใบนั้นตามไปทันที
ระหว่างที่มณีริน คำเที่ยง และเหล่าบริวารเข้ามาในสวน อีเม้ยก็เข้าไปรายงานบัวเงินเรื่องงานวิวาห์ระหว่างเจ้าศิริวัฒนากับมณีรินว่า เจ้าหลวงตั้งใจจัดงานให้ทั้งคู่เป็นงานใหญ่ที่สุด หมดเปลืองเท่าไหร่ไม่ว่า แถมพระชายายังสั่งให้สล่าพัน ตีเครื่องทองชุดใหญ่และเลือกทับทิมเม็ดใหญ่เท่าไข่ห่านมาประดับเพื่อเป็นของขวัญให้มณีริน
“เม้ยบ่แปลกใจ๋เลย ว่าจะไดมันคืนแหวนทับทิมวงนี้มาให้หม่อมง่ายดายนัก ที่แท้แล้วมันฮู้ว่ามันกำลังจะได้ลาภก้อนใหญ่” อีเม้ยตบท้าย
“หุบปาก มึงจะพล่ามให้กูปวดหัวใจไปถึงไหนอีเม้ย” บัวเงินน้ำตาร่วง
“หม่อมกะเจ้า หม่อมบ่ต้องกลัวดอก คนมีบุญอย่างหม่อม ยังไงเทวดาอารักษ์ก็ปกปักฮักษา อีมารมณีรินน่ะ หม่อมเชื่อเม้ยเต๊อะ อายุมันบ่ยืนจนถึงวันแต่งงานดอก” อีเม้ยปลอบใจแล้วรีบคลานออกไปดูผลงานในสวน

เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าศิริวงศ์ลงมาเดินทำใจในสวน สล่าพันตามมาคุยด้วยเพราะอยากรู้ว่าหญิงที่อยู่ในใจเจ้าน้อยคือใคร เจ้าศิริวงศ์ละอายใจรีบปฏิเสธ

“เจ้าจะขี้จุ๊ไปทำไม ก็เสียงพิณที่เจ้าเล่นแต่ละครั้งมันฟ้องอยู่ อ้ายเห็นแม่หญิงของเจ้าจากเสียงพิณ แม่หญิงคนนั้นงดงาม อ่อนหวาน เหมือนดอกไม้ เหมือน...เหมือนใครดีน้อ...นึกออกแล้ว...งดงามเพียบพร้อมเหมือนเจ้านางมณีรินเปิ้น”สล่าพันแกล้งล้อ

“เหลวไหลใหญ่แล้ว อ้ายพัน”เจ้าศิริวงศ์ใจเต้นแรงรีบเดินหนี

สล่าพันมองตามยิ้มๆยังไม่เฉลียวใจอะไร แล้วเดินแยกไปอีกทางก็พบมณีริน คำเที่ยง และเหล่าบริวารช่วยกันเก็บดอกพิกุลอยู่ สล่าพันเข้าไปทำความเคารพมณีรินแล้วพูดคุยกับคำเที่ยงจนหลุดปากบอกเรื่องตนได้รับมอบหมายจากพระชายาให้ตีเครื่องทองชุดใหญ่เป็นของขวัญให้มณีรินในวันแต่งงานออกไป

“จะได บ่รอให้เอื้อยบัวเงินคลอดลูกก่อน เผื่อลูกเปิ้น ออกมาเป็นชาย” มณีรินได้ยินก็รีบค้าน

“จะเป็นชายหรือหญิงก็บ่สำคัญดอกครับเจ้านางน้อย เจ้าหลวงเปิ้นให้ยกเว้นกฎมณเฑียรบาลแล้ว อย่างใดเสียเจ้านางน้อยก็ต้องเป็นเจ้าเวียงเชียงใหม่คนต่อไปครับ” สล่าพันยืนยัน

มณีรินหน้าซีดฝันสลาย ผิดกับคำเที่ยงที่ยิ้มหน้าบานสมใจเป็นที่สุด

ooooooo

เจ้าศิริวงศ์เดินทอดอารมณ์มาในสวน เห็นคนสวนดายหญ้าอยู่มุมหนึ่งและมีธูปจุดปักเอาไว้จึงเอ่ยถาม

“ดายหญ้าต้องจุดธูปด้วยก๊ะ”

คนสวนยกมือไหว้เจ้าศิริวงศ์พลางอธิบายว่า เป็นการขอขมาลาโทษเพราะเมื่อวันก่อนเจองูเห่าตัวใหญ่คิดว่าคงเป็นงูเจ้าที่ก็เลยจับใส่กระสอบตั้งใจจะเอาไปปล่อยในป่า แต่อีเม้ยมาเห็นเข้า จึงเอ่ยปากขอ

“มันว่าหม่อมเปิ้นกำลังอยากกินอยู่พอดี มันจะเอาเนื้อไปผัดเผ็ด ดีงูก็จะดองเหล้าทำยาให้นายมันครับ ผมมานึกดูอีกที ผมบ่น่าให้มันไปเลย บาปกรรมแต๊ๆ ถ้าเปิ้นเป็นงูเจ้าที่เจ้าทางจริงๆ ผมว่าเปิ้นจะปิ๊กมาล้างแค้นผมน่ะครับ” คนสวนไม่สบายใจนัก

เจ้าศิริวงศ์อึ้งรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา

เวลาเดียวกันนั้น มณีรินก็หันมาปรับทุกข์กับคำเที่ยงถึงเรื่องบัวเงิน เพราะเห็นใจที่ไม่ได้รับความยุติธรรม แต่คำเที่ยงยังยืนกรานว่ายังไงเจ้านางน้อยก็แต่งงานกับเจ้าศิริวัฒนาและขึ้นเป็นพระชายาอยู่ดี

“จะไดเสีย เฮาก็บ่อยากแต่ง เฮาจะไปทูลเจ้าหลวงกับแม่เจ้าเปิ้นตามตรง ว่าเฮาบ่อยากแต่ง เฮาว่าเปิ้นมีเมตตาพอที่จะเข้าใจความฮู้สึกของเฮา เฮาจะกราบทูลเปิ้นวันนี้เลย”

“วันนี้ฟ้าหลัว ฤกษ์บ่ดีดอก”

“จะเร็วจะช้า เฮาก็ต้องพูดความจริงจากใจเฮา ฤกษ์ยามบ่สำคัญดอกพี่คำเที่ยง”มณีรินดึงกระชุไปจากมือคำเที่ยง คำเที่ยงขยับจะตามแต่มณีรินสั่งห้าม“อย่าตามเฮามาเน้อ เฮาอยากอยู่เงียบๆคนเดียว”มณีรินเดินลิ่วๆออกไป

อีเม้ยที่แอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ ตามไปห่างเพราะอยากเห็นช็อตเด็ดด้วยตาตัวเอง

มณีรินเดินมาได้สักพักก็หยุดชะงักเพราะเห็นเจ้าศิริวงศ์เดินมาจากอีกทาง เธอตรงเข้าต่อว่าทั้งน้ำตา

“โตก็ฮู้เรื่องที่เจ้าหลวงเปิ้นยกเว้นกฎมณเฑียรบาลใช่ก่อ แล้วจะไดโตบ่บอกเฮาซักคำ ปล่อยให้เฮามีความหวังจะได้ปิ๊กบ้านเกิดของเฮาอยู่ได้ โตเป็นเพื่อนเฮาจะได บ่ยอมบอก ความจริงกับเฮา เฮาชังโตนัก โตจะแกล้งให้เฮาทุกข์ใจไปถึงไหน”

“เจ้านางน้อยแล้วเจ้านางน้อยคิดว่า เฮาบ่ทุกข์ใจ๋ก๊ะ ที่ต้องทนเห็นน้ำตาเจ้านางน้อยจะอี้”

“คนที่สมควรจะได้แต่งงานกับเจ้าเปิ้น คือเอื้อยบัวเงิน บ่ใช่เฮา...เฮาไปหาเจ้าอ้ายของโต เฮาจะไปบอกความจริงเปิ้นทั้งหมด ว่าเฮาบ่ได้ฮักเปิ้น เฮาบ่ต้องการเข้าพิธีแต่งงานกับเปิ้น”

“เจ้านางน้อย...ฟังเฮาเน้อ...เฮาได้เกิดมาเป็นคนกะเปิ้นชาตินึง นับว่าเป็นบุญแล้ว โชคชะตาได้กำหนดทุกอย่างเอาไว้แล้ว ความภาคภูมิใจอะหยังก็คงบ่เท่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะข้าแผ่นดินให้สมบูรณ์พร้อม เชียงใหม่กับเชียงตุงจะสานสัมพันธ์เป็นบ้านพี่เมืองน้องกันสืบไปก็เพราะความเสียสละของเจ้านางมณีรินเน้อ” เจ้าศิริวงศ์เตือนสติ

มณีรินยิ่งน้ำตาร่วงพรู เจ้าศิริวงศ์อยากจะสวมกอดปลอบใจ ใจแทบขาด แต่ก็ทำไม่ได้ จำต้องรักษาระยะห่างเอาไว้

อีเม้ยที่แอบดูอยู่ห่างๆอึดอัดใจเป็นที่สุดเพราะมณีรินไม่ถูกงูเห่ากัดสักที ขณะที่มันเฝ้าภาวนาอยู่นั้น สล่าพันก็ผ่านมาเห็นเข้าจึงร้องถามว่า มาทำอะไรแถวนี้

อีเม้ยสะดุ้งรีบโกหก “ข้าเจ้า...ข้าเจ้ามาหาดูผึ้ง เผื่อว่าจะมีรังใหญ่ๆน้ำหวานนักๆจะได้ให้คนมาตี”

“บ่มีดอก แถวนี้ แล้วจะได เอ็งบ่อยู่ดูแลนายเอ็ง ทุกทีเห็นนายเอ็งที่ใดก็เห็นเอ็งที่นั่น”สล่าพันซักต่อเพราะไม่ไว้ใจมันนัก

“หม่อมเปิ้นเอนหลังอยู่ ข้าเจ้าเลยออกมาเดินเล่น ป่านนี้คงจะตื่นแล้ว ข้าเจ้าไปละเน้อ”  อีเม้ยชิ่งออกมา เพราะเหลือบเห็นมณีรินกับเจ้าศิริวงศ์เดินออกไปอีกทางแล้ว

เจ้าศิริวงศ์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้มณีรินซับน้ำตา มณีรินเริ่มคิดได้รับปากว่าจะไม่ร้องไห้อีกแต่ไม่วายบ่นว่าคงหมดโอกาสได้กลับเชียงตุงบ้านเกิดแล้ว

“ทำไมโตคิดจะฮั้น แต่งงานกับเจ้าอ้ายของเฮาแล้ว ได้เป็นชายาเปิ้น โตจะปิ๊กไปเยี่ยมบ้านเกิดเมื่อใดก็ได้”

“แล้วโตยังอยากจะไปแอ่วเชียงตุงก่อ”

“ไปสิ...จะไดก็ต้องไปแอ่วสักครั้งนึงในชีวิตให้ได้” เจ้าศิริวงศ์ส่งยิ้มให้

มณีรินยิ้มเศร้าแล้วเปลี่ยนเรื่องชวนเจ้าศิริวงศ์ช่วยกันเก็บดอกพิกุลเพื่อนำไปทำธูป

ooooooo

เมื่อเก็บได้มากพอแล้วมณีรินก็เรียกหากระชุมาใส่ เจ้าศิริวงศ์เอื้อมไปหยิบกระชุมาส่งให้และรู้สึกแปลกๆเพราะมันหนักอึ้งๆ มณีรินยื่นมือมารอจะใส่ดอกไม้ เจ้าศิริวงศ์เปิดฝากระชุออก อีเม้ยที่แอบดูพึมพำแช่งให้มณีรินไปลงนรกเพราะงูเห่าที่อยู่ในกระชุกำลังแผ่พังพานแล้วพุ่งออกมา
เจ้าศิริวงศ์ผลักมณีรินออกไปพร้อมเหวี่ยงกระชุทิ้งออกไปจากตัว มณีรินล้มลงกับพื้น งูเห่าถูกเหวี่ยงอยู่กลางอากาศ แต่ไม่วายหันมาฉกเข้าที่แขนของเจ้าศิริวงศ์เต็มเขี้ยว มณีรินกรีดร้องสุดเสียง
อีเม้ยสะใจคิดว่ามณีรินโดนกัดเพราะเธอเห็นมณีรินล้มลงไป คำเที่ยงกับหมู่มวลได้ยินเสียงมณีรินก็วิ่งกรูกันมาจากอีกทาง พลางวิ่งหาไม้ไล่ตีงูกันจ้าละหวั่น
เจ้าศิริวงศ์ทนพิษไม่ไหวทรุดลงกับพื้น มณีรินรีบเข้ามาดู แล้วเรียกให้คำเที่ยงไปตามหมอ
“อะหยังนะเจ้าริน” คำเที่ยงยังงงไม่หาย
“เจ้าน้อยเปิ้น โดนงูขบ ช่วยกันโวยๆ” มณีรินตะโกนลั่น
อีเม้ยเงี่ยหูฟังและได้ยินชัดเจนถึงกับหัวเสีย “เป็นจะอี้ได้จะไดวะ”
“เจ้าน้อยโดนงูขบ อีพวกนี้ยังยืนเฉยกันอยู่อีก ใครก็ได้ไปตามหมอมาโวย” คำเที่ยงสติแตก เห็นบริวารคนหนึ่งวิ่งออกไป
เจ้าศิริวงศ์ปวดหนักขึ้นเรื่อยๆอาการไม่สู้ดีนัก คำเที่ยงปราดเข้ามาถามเรื่องราวเพราะสงสัยว่างูเข้าไปอยู่ในกระชุได้อย่างไร
“อย่าเพิ่งถามอะหยังตอนนี้เลยพี่คำเที่ยง เฮาต้องช่วยเจ้าน้อยเปิ้นให้ได้ก่อน” มณีรินน้ำตาร่วงร้องเรียกเจ้าน้อยเสียงสั่น “เจ้าน้อย โตจะตายบ่ได้เน้อโตจะตายบ่ได้ ได้ยินเฮาก่อ เฮาบ่ยอมให้โตตายดอก เฮายังมีอะไรๆที่ต้องบอกโตอีกมากมาย โตจะจากเฮาไปตอนนี้บ่ได้ หมอมารึยัง พี่คำเที่ยงหมอมารึยัง”
“ยังบ่เห็นหัวเลย จะไดมันช้านัก”
“เจ้านางน้อย...เจ้าอ้ายของเฮา เปิ้นเป็นคนดีนักขนาด เจ้านางน้อยจะฮักเปิ้นได้บ่ยากดอก เปิ้นจะเป็นที่พึ่งเจ้านางน้อยได้” เจ้าศิริวงศ์สั่งเสียเพราะคิดว่าตนคงไม่รอดแน่
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ตอนนี้ได้ไหม หมอมารึยัง พี่คำเที่ยง”
คำเที่ยงพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้า
มณีรินตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ก้มลงดูดพิษงูจากแผลรอยเขี้ยวทันที คำเที่ยงกับบริวารกรีดร้องตกใจ
“เจ้านางน้อย...ทำอย่างนี้ทำไม” เจ้าศิริวงศ์ร้องห้ามเมื่อเห็นมณีรินดูดพิษงูออกมาบ้วนทิ้งและจะทำซ้ำ
“เฮาบ่กลัวดอกความตาย เฮาเคยตายมาแล้วหนนึง แล้วคนที่ดึงเฮาปิ๊กมาก็คือโต วันนี้ยังไงเฮาก็ต้องดึงโตปิ๊กมาให้ได้เหมือนกัน โตจะตายบ่ได้ อย่างน้อยโตก็ต้องทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ โตเคยบอกว่าจะไปแอ่วเชียงตุงบ้านเกิดเฮาไง เจ้าน้อยโตต้องไปเชียงตุงกับเฮาเน้อเจ้าน้อย” มณีรินทวงสัญญาแล้วก้มลงดูดพิษอีก
เจ้าศิริวงศ์แทบจะหายเจ็บในทันที
อีเม้ยเห็นทุกสิ่งทุกอย่างกับตา มันคิดว่ายังไงเจ้าศิริวงศ์ก็คงไม่รอด และถ้าโชคดีอีกชั้น มณีรินก็อาจจะมีอันเป็นไปด้วย มันรีบผละออกจากไป จึงไม่ทันเห็นสล่าพันวิ่งเข้ามาและช่วยรักษาเจ้าศิริวงศ์ด้วยสมุนไพรจนอาการดีขึ้นพ้นขีดอันตราย แต่มณีรินกลับอาการทรุดเพราะกลืนพิษงูเข้าไป สล่าพันใช้สมุนไพรตัวเดียวกันต้มให้มณีรินดื่มเพื่อขับพิษ
เป็นเวลาเดียวกันที่เจ้าหลวง พระชายา และเจ้าศิริวัฒนาทราบเรื่องจากมหาดเล็ก ทั้งหมดร้อนใจรีบลงมาดู แต่เจ้าศิริวัฒนามาถึงก่อนจึงเข้าประคองมณีรินที่กำลังจะหมดสติ
เจ้าศิริวงศ์มองมณีรินที่อยู่ในอ้อมกอดเจ้าศิริวัฒนาด้วยความเป็นห่วง มณีรินมองเจ้าศิริวงศ์ฝืนยิ้มให้ ก่อนจะหมดสติลงท่ามกลางเสียงเรียกของเหล่าบริวาร
ขณะที่บัวเงินก็เดินพล่านเพราะกลัวมณีรินจะไม่ตายสมใจ อีเม้ยรีบเข้ามารายงานว่า อาการมณีรินกับเจ้าศิริวงศ์หนักพอกันทั้งคู่ แต่เจ้าหลวงโกรธมากสั่งจะตัดหัวคนสวนที่ปล่อยให้มีงูเห่าในคุ้ม
“อีเม้ย...ถ้าเปิ้นสืบสาวราวเรื่องเค้นคอมันขึ้นมา จะว่าจะไดกั๋น มึงกับกูบ่พลอยติดร่างแหไปตวยก๊ะ อย่างน้อยเปิ้นก่อต้องสงสัยว่าไอ้เห่าตั๋วนั้นมันเข้าไปอยู่ในกระชุได้อย่างใด กูควรทำยังใดดี” บัวเงินร้อนรน
“จะอั้น หม่อมก่อต้องทำเป๋นรีบไปผ่อเหตุการณ์เจ้า”
“กูควรจะทำเป๋นฮ้องไห้ตกใจ๋แต่พองามใจ่ก่ออีเม้ย”
“เจ้า หื้อแต่พองาม เม้ยแน่ใจ๋ว่าหม่อมของเม้ยทำได้เจ้า” อีเม้ยยิ้มให้กำลังใจ
บัวเงินรีบรุดออกไปหน้าบันได อีเม้ยจัดรองเท้ามาวางให้บัวเงินใส่ก่อนลงไป บัวเงินก้าวลงบันได แต่เหยียบเอาชายผ้าคล้องไหล่ที่ชายห้อยลงมาจึงเสียหลักกลิ้งตกบันได
“หม่อมกะเจ้า หม่อมของเม้ย” อีเม้ยตามมาประคอง
บัวเงินยันกายลุกขึ้นก็เห็นมีเลือดไหลออกมาก็กรี๊ดลั่น “อีเม้ย...ลูกกู...ลูกกู”
ooooooo
เจ้าหลวงกับพระชายาถึงกับนั่งไม่ติดเพราะเป็นห่วงมณีริน ทั้งสองตามมาเฝ้าอยู่หน้าห้องเพราะหมอหลวงกำลังตรวจอาการมณีรินอยู่ สักพักอีเม้ยก็พรวดพราดเข้ามาทูลเจ้าหลวงกับพระชายา ว่าบัวเงินตกบันไดเลือดออกมากสงสัยจะแท้งลูก และขอให้หมอไปรักษาบัวเงิน แต่เจ้าหลวงสั่งให้คอยก่อนเพราะหมอกำลังรักษามณีรินอยู่
“เจ้าหลวงบ่คิดว่า  ลูกในท้องของหม่อมเปิ้นเป็นหลานก๊ะ ถึงจะต้องให้คอย” อีเม้ยลืมตัว
“อีเม้ย อีไพร่ระยำ มึงอู้อะหยังออกมา มึงฮู้ตัวมึงก่อ” เจ้าหลวงโกรธชี้หน้าอีเม้ยจะเอาเรื่อง
อีเม้ยจำใจก้มหน้าลงทั้งที่ตายังแข็งกร้าว กัดฟันแน่นเจ็บแค้นแทนนาย
หมอตรวจอาการมณีรินเสร็จก็หันมาทูลเจ้าศิริวัฒนาว่า เจ้านางน้อยปลอยภัยแล้วให้พักผ่อนมากๆอีกไม่นานก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม เจ้าศิริวัฒนาเบาใจ สั่งให้หมอไปดูอาการเจ้าศิริวงศ์ด้วย หมอรับคำขยับจะคลานออกไป แต่ คำเที่ยงคลานสวนเข้ามารายงานว่า อีเม้ยมาตามให้หมอไปดูหม่อมบัวเงิน
มณีรินได้ยินชื่อบัวเงินก็ลืมตาขึ้น
“มันบ่ฮู้ก๊ะว่ามีคนเจ็บที่หมอเปิ้นต้องดูแล นายมันจะเป็นอะหยังนักหนา นอกจากแพ้ท้อง อ้วกแตก อ้วกแตน” เจ้าศิริวัฒนาไม่พอใจ

หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ



Nobody 機器人





sorry sorry


Nobody 機器人




Nobody 機器人







Thursday, September 22, 2011

สิ่งสุดท้าย - Penguin Spanish [MV] เพลงเพราะ

สิ่งสุดท้าย - Penguin Spanish [MV]


สิ่งสุดท้าย - Penguin Spanish [MV]

คิดอย่าง ขงเบ้ง ถึงไม่ชนะ แต่ก็ไม่แพ้


และที่ขาดไม่ได้เลยที่ผมอยากนำเสนอก็คือ ปรัชญาจากขงเบ้ง ที่สามารถนำไปให้ให้เกิดประโยชน์ได้แม้จะต่างยุคต่างสมัย

   # เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร

# เมื่อเสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลึกใส่ปลีกหาง ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆทำ ค่อยคลำทาง จึงจะย่างสู่จุดหมายเมื่อปลายมือ

# ปลาใหญ่มักตายน้ำตื้น

# เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต

# ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี

# เมื่อใครสักคนหนึ่ง ทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้

# การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น

# ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่

# อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น

# เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ใช่ หรือ อาจจะ" เขามีความหมายว่า "อาจจะ" เมื่อนักการฑูตพูดว่า "อาจจะ" เขามีความหมายว่า "ไม่" เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ไม่" เขาไม่ใช่นักการฑูต เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร

# เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ไม่" หล่อนมีความหมายว่า "อาจจะ" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "อาจจะ" หล่อนมีความหมายว่า "ใช่ หรือ ได้" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ใช่ หรือ ได้" หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี

# คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย

# ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต

# อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย

# ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี

# ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก คิดทำการใหญ่ ใจคอต้องเ***้ยมหาญ

# ข้าพเจ้ายอมทรยศต่อคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนในโลกทรยศต่อข้าพเจ้า

# เป็นแม่ทัพแล้วไม่กล้าตัดหัวคน เป็นแม่ทัพที่ดีไม่ได้

# คนฉลาดปราดเปรื่อง เขานั่งนิ่งสงวนคม

# ไม่มีใครเลี้ยงอาหารใครเปล่า ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน

# ศัตรูที่ร้ายเหลือ ไม่เท่าเกลือเป็นหนอน

# ความรู้ คือ อำนาจ

# นั่งภูดูเสือ กัดกัน

# เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจึงอย่าประมาท

# ถ้าเป็นกษัตริย์ แล้ว ไม่โลภ ก็ เป็นกษัตริย์ ที่ดีไม่ได้ ถ้าเป็นนักบวชแล้วโลภ ก็ เป็นนักบวช ที่ดีไม่ได้

# ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน

# น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำฉันใด เราก็กลายเป็นคนฉลาดในช่วงเวลาลำบากฉันนั้น

# ดวงอาทิตย์ทำให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด แต่ เรายังต้องทำความเข้าใจในส่วนที่มืด ซึ่งยังคงดำรงอยู่

# ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น

# เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน"

# เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร

# เมื่อเสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลีกใส่ปีกหาง ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆทำ ค่อยคลำทาง จึงจะย่างสู่จุดหมายเมื่อปลายมือ

# ฉลาดแต่แต่เข้าข้างคนผิด ชีวิตก็บัดซบ ฉลาดแต่เข้ากับใครไม่ได้ ก็ไร้ประโยชน์
ฉลาดแต่ขาดคุณธรรม ไม่ทำให้เจริญ

จบแล้วครับ ยังมีข้อมูลอีกมากแต่ขอนำมาให้ดูแค่นี้ก่อนครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมหรือทุกท่านที่โหวตให้ครับหวังว่าบทความนี้จะให้ประโยชน์แก่ทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อยครับผม