Monday, August 22, 2011

เรื่องย่อ กลรักลวงใจ ตอน1 ละคร ช่อง3



เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3


ตอนที่ 1

รวินท์วรกานต์หรือบัว ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงงานซีอิ๊วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อแอบได้ยินเสี่ยเพชรผู้เป็นพี่ชายพูดโทรศัพท์กับรัญ เลขานุการเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปราก ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเรื่องขอให้ส่งผู้หญิงไปให้ที่ปรากด่วน

รัญเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่ที่บัวแอบหลงรักมาตั้งแต่ยังเด็ก และไม่ได้เจอกันนานถึง 12 ปี ด้วยความสงสัยบัวจึงขอให้การ์ตูนซึ่งเป็นญาติสนิทช่วยสืบเรื่องนี้ และได้รู้ความจริงว่ารมณีย์แม่ของรัญต้องการให้เขาแต่งงานกับอสมาภรณ์หรืออ้อม และเธอกำลังจะเดินทางไปปรากกับรินลดาน้องสาวของรัญ เพื่อทำความสนิทสนมกับเขา แต่รัญยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน เขาจึงต้องการผู้หญิงมาสวมบทบาทเมียเพื่อตบตาแม่

บัวร้อนใจและกลัดกลุ้มที่ชายในฝันจะถูกแย่งไปการ์ตูนจึงออกอุบายวางแผนให้บัวปลอมตัวไปเป็นเมียจำเป็นของรัญ บัวเห็นด้วยและยอมทำตามทันที เพราะเธอเองก็กำลังถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับฉัตรชัย ลูกชายรัฐมนตรีผู้มีเกียรติยศชื่อเสียงในวงสังคม

การ์ตูนจับบัวแปลงโฉมเป็นนักศึกษาสาวใจแตกจนไม่เหลือคราบสาวไฮโซ และตั้งชื่อให้ใหม่ว่าบัวระวง พร้อมกับพาเธอไปสมัครงานที่โมเดลลิ่งของเจ๊อ้อ ซึ่งรู้กันในหมู่ผู้ชายว่ามีสาวขายบริการไซด์ไลน์ ก่อนหน้านี้ไม่นานเสี่ยเพชรพี่ชายของบัวเพิ่งจะติดต่อเจ๊อ้อว่าต้องการผู้หญิงไปอยู่กับเพื่อนที่เมืองนอกสองสามเดือน เจ๊อ้อพอเห็นบัวก็พอใจในรูปร่างหน้าตาจึงรีบโทร.แจ้งเสี่ยเพชรทันที

“เสี่ยคะ เจ๊ได้เด็กแล้วนะคะ...สวยค่ะ หุ่นดี เสี่ยเพชรอยากจะดูตัวเด็กก่อนไหมคะ”

บัวและการ์ตูนสบตากันลุ้นๆ หากเพชรขอดูตัวก่อนมีหวังความลับแตกแน่ๆ

“อ๋อ ให้เจ๊ส่งรูปไปให้ลูกค้าที่เมืองนอกเลยหรือคะ ได้ค่ะได้  โอเคค่ะ”  เจ๊อ้อวางสายแล้วหันมาบอกสาวสวย

ตรงหน้า “เดี๋ยวเจ๊จะส่งเมล์รูปหนูบัวระวงไปให้ลูกค้าที่เมืองนอกเลย”

“เจ๊ว่าลูกค้าเขาจะเลือกหนูมั้ยคะ”

“เจ๊ว่าไม่น่ามีปัญหานะ เพราะเขาต้องการด่วน”

สองสาวแย้มยิ้มสบตากันอย่างมีความหวัง...ข้างฝ่ายเพชรพอได้เรื่องจากเจ๊อ้อก็รีบติดต่อไปยังรัญทันทีเลยเหมือนกัน

“ได้แล้วเหรอ” เสียงรัญถามกลับมาด้วยความแปลกใจ

“ใช่...เจ๊อ้อบอกว่าตอนนี้มีอยู่คนเดียวที่ไปได้ ฉันก็เลยให้เขารีบส่งรูปไปให้แกดู”

“แล้วสวยมั้ย”

“ฉันไม่ได้ดู ให้แกเป็นคนตัดสินใจว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ถ้าแกไม่ชอบก็โทร.บอกฉันนะ ฉันจะพาไปเที่ยวพัทยาซักสองวัน”

“ตอนนี้ไม่ชอบไม่ได้แล้ว มันไม่มีเวลายังไงก็ต้องเอา ขอบใจแกมากนะ แล้วเมื่อไหร่แกจะมาเที่ยวอิตาลี”

“ช่วงนี้ไม่ว่างเลย งานสุมหัวจะตาย นี่จะหนีไปลงอ่างอาบน้ำยังไม่มีเวลา”

“แกนี่ชอบเที่ยวจริงๆ”

“คนโสดนี่หว่า”

“แล้วเจอกัน”

รัญกดปิดโทรศัพท์แล้วเปิดดูอีเมลเห็นภาพเซ็กซี่ยั่วยวนของหญิงสาวนางหนึ่งระบุชื่อว่าบัวระวง ดงดอกไม้ อายุ 23 ปี สัดส่วน 33-24-35 สูง 170 น้ำหนัก 47

“บัวระวง...หน้าตาไม่เลว” ชายหนุ่มพึมพำ แล้วตัดสินใจตอบอีเมลกลับไป “ตกลงผมเลือกผู้หญิงชื่อบัวระวง แล้วจะโอนเงินไปให้วันนี้”

ooooooo

หลังจากตัดสินใจทำตามแผนของการ์ตูนไปแล้ว แต่พอกลับมาเจอหน้าแม่จังๆ บัวกลับมีอาการลังเลเพราะกลัวแม่จะเสียใจในการกระทำของตน

“แต่เราก็ไม่อยากแต่งงานกับอีตาฉัตรชัยนี่นา” บัวบ่นพึมพำแล้วก็ถอนใจอย่างอึดอัดสับสน

“ลูกจ๋า...ทางคุณฉัตรชัยเขาส่งตัวอย่างการ์ดแต่งงานมาให้ดูแล้วนะ ลูกชอบมั้ย”

“แม่คะ หนูขอถามแม่เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ”

“ถามอะไรจ๊ะ”

“ถ้าหนูไม่แต่งงานกับคุณฉัตรชัยล่ะคะ”

“ก็แม่บอกแล้วไงว่าไม่ได้”

“แม่คะ หนูขอร้องล่ะ แม่อย่าบังคับหนูแบบนี้เลยนะคะ”

“แม่บอกแล้วไงว่าแม่ไม่ได้บังคับ แต่แม่หวังดี”

“แม่คะ...”

“เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีกแล้ว เอาล่ะ ลูกดูตัวอย่างการ์ดแต่งงานแล้วตอบคุณฉัตรชัยเขาไปว่าลูกต้องการแก้ไขอะไร”

“แม่จะไม่เปลี่ยนใจใช่ไหมคะ”

“บัว...” นิภาพรรณเสียงเข้มจนบัวไม่กล้าเซ้าซี้อีก

“ตกลงค่ะ  ถ้าแม่ไม่เปลี่ยนใจหนูก็ไม่เปลี่ยนใจเหมือนกัน”

“ดีมากจ้ะ มันต้องอย่างนี้สิลูก” นิภาพรรณจุ๊บหน้าผากลูกสาวแล้วเดินอารมณ์ดีออกจากห้อง โดยไม่รู้เลยว่าลูกสาวกำลังจะหนีไปไกลแสนไกล

เมื่อตัดสินใจแน่แน่วแล้ว คืนนั้นบัวจึงจัดกระเป๋าเดินทางโดยมีการ์ตูนมาช่วยเลือกเสื้อผ้าที่ล้วนแต่เซ็กซี่วาบหวิว

“เฮ้ย บ้าน่าไอ้ตูน แกจะให้ฉันใส่ชุดพวกนี้เหรอ”

“ก็เออสิ แกลืมไปแล้วหรือว่าแกจะไปรับบทอะไร แกเป็นผู้หญิงขายบริการนะ”

“แต่ฉันใส่สั้นจุ๊ดจู๋อย่างนี้ไม่ไหวหรอก แถมหน้านี้หน้าหนาวด้วย”

“แต่แกต้องทำให้เขาเชื่อนะว่าแกไม่ใช่คุณหนูรวินท์– วรกานต์ ลูกสาวเจ้าของโรงงานซีอิ๊วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่แกคือนังบัวระวง สาวเร่าร้อน สุดเซ็กซี่” การ์ตูนพูดพร้อมประกอบท่าทางสุดยั่วยวน

“แกอย่าทำอย่างนี้ ฉันอายว่ะ”

“อายอะไร แกบอกว่าแกอยากแต่งงานกับพี่รัญไม่ใช่หรือ นี่เป็นโอกาสของแกแล้วนะที่จะทำให้พี่รัญเขารักแก”

“ก็ได้ ฉันจะพยายาม”

“จำไว้นะ เจอหน้าเขาครั้งแรกแกต้องโผเข้ากอดเขาแล้วก็ออดอ้อนคะขาให้เต็มที่”

“ต้องทำขนาดนั้นเลยหรือ”

“ก็เออสิ ถ้าแกไม่ทำเขาอาจจะสงสัยก็ได้”

“เฮ้อ ฉันจะไปรอดมั้ยเนี่ย”

“ต้องรอดสิ ถ้าแกรักเขา” การ์ตูนตอกย้ำให้กำลังใจ แต่บัวพยักหน้ารับอย่างไม่มั่นใจนัก

ooooooo

เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินที่รัญมารอรับ บัวจำเขาได้ แต่เธอต้องทำตามที่การ์ตูนกำชับมาอย่างเคร่งครัด

“แกอย่าสาระแนไปทักเขาก่อนล่ะ เพราะนังบัวระวงต้องไม่รู้จักพี่รัญ”

นึกถึงคำพูดการ์ตูนแล้วบัวจำต้องหุบยิ้ม ทำเมินสายตาหันมองซ้ายขวาเหมือนหาใครสักคน

“ขอโทษครับ คุณบัวระวงรึเปล่า” รัญเข้ามาทักหลังเมียงมองเธออยู่ครู่หนึ่ง

“ใช่ค่ะ”

“ผมชื่อรัญเป็นคนที่จ้างคุณมาที่นี่”

“อ๋อ มิสเตอร์รัญ สวัสดีค่ะ” บัวส่งมือออกไปตรงหน้าเขากะทักทายแบบฝรั่ง แต่รัญเก๊กหน้าขรึมไม่แตะต้อง

“คุณแต่งตัวแบบนี้ไม่หนาวเหรอ อากาศข้างนอกเย็นนะ”

“หนาวนิดหน่อยค่ะ ช่วยกอดหน่อยสิคะ” พูดขาดคำบัวก็โผเข้ากอด รัญตกใจดันตัวเธอออกทันที

“นี่คุณ...คุณอย่าทำแบบนี้กับผมนะ เดี๋ยวใครเห็นเข้าผมจะเสียหาย” รัญมองซ้ายขวากลัวคนเห็น บัวถึงกับหน้าเสีย

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ”

“คุณมีของมาแค่นี้ใช่มั้ย”

“ค่ะ ฉันมีกระเป๋ามาใบเดียว”

“งั้นเราก็ไปกันได้แล้ว” รัญคว้ากระเป๋าเดินทางของเธอเดินนำออกไป บัวมองตามอย่างหมั่นไส้ปนขำในความขี้เก๊กของเขา

ขณะที่บัวได้เจอรัญที่ปรากแล้ว ทางเมืองไทยพ่อแม่และพี่ชายของเธอก็พบเจอจดหมายของเธอแล้วเหมือนกัน

“กราบเท้าพ่อกับแม่และพี่เพชรที่รักยิ่ง ขณะที่ทุกคนอ่านจดหมายฉบับนี้ บัวไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้ว ที่บัวต้อง

หนีออกจากบ้านไปเพราะบัวไม่ต้องการแต่งงานกับคนที่

บัวไม่ได้รัก และถ้าแม่ยังคงยืนยันที่จะให้บัวแต่งงานกับคุณฉัตรชัย บัวจะไม่กลับบ้านอีกตลอดชีวิต หวังว่าพ่อกับแม่จะเข้าใจและให้อภัยบัวนะคะ  รักพ่อกับแม่และพี่เพชรเสมอ...บัว”

เพชรอ่านข้อความทั้งหมดนั้นต่อหน้าพ่อแม่และการ์ตูน นิภาพรรณตกใจไม่คาดคิดถึงกับร้องไห้คร่ำครวญออกมา

“ทำไมยัยบัวถึงทำแบบนี้ แม่อุตส่าห์หาผู้ชายดีๆให้ ไม่รักไม่ชอบทำไมไม่บอกแม่”

“แน่ใจหรือว่าลูกไม่บอก ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าอย่าบังคับจิตใจลูก ที่ยัยบัวหนีไปก็เป็นเพราะคุณ เพราะคุณคนเดียว” มงคลตำหนิภรรยา

“แต่ฉันหวังดีกับลูกนะ แล้วคุณฉัตรชัยเขาก็มาจากตระกูลดี พ่อแม่ก็ร่ำรวยฐานะทัดเทียมกับเรา แถมเขายังรักยัยบัว แล้วยัยบัวยังต้องการอะไรอีก”

“ความรักไงคะป้านิ ไอ้บัวมันต้องการแต่งงานกับคนที่มันรัก”

ทุกคนหันมองการ์ตูนเป็นตาเดียว ก่อนที่เพชรจะตั้งคำถามขึ้นว่า

“แล้วใคร ไอ้บัวมันรักใคร”

“ตูนไม่รู้” การ์ตูนยิ้มเจี๋ยมเจี้ยม เพชรจ้องมองด้วยความสงสัย

“แล้วเพชรลอง โทร.เข้ามือถือน้องรึยัง”

“โทร.แล้วครับ แต่บัวไม่เปิดเครื่อง”

“ถ้าหนีไปอย่างนี้บัวมันก็ต้องเปลี่ยนเบอร์เพื่อกัน

ไม่ให้พวกเราตามเจออยู่แล้ว”

“แล้วเราจะทำยังไงดีคะคุณ จะไปตามหาลูกที่ไหน”

“การ์ตูน แกโทร.หาเพื่อนทุกคนของบัวถามดูว่า

มีใครรู้ข่าวบัวบ้าง”

“ค่ะ” การ์ตูนรับคำสั่งของมงคลแล้วหันมาที่

เพชร ปรากฏว่าเขายังจ้องเธออยู่  การ์ตูนซ่อนพิรุธเต็มที่ แต่พอเดินออกมาหน้าบ้านก็ยังไม่วายโดนเขาตามมาคาดคั้นอีกจนได้

“แกบอกฉันมาตรงๆดีกว่าว่าไอ้บัวมันหนีไปไหน”

“ตูนไม่รู้จริงๆ”

“ฉันไม่เชื่อ แกกับไอ้บัวสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้อง เป็นไปไม่ได้ที่ไอ้บัวมันจะไม่บอกแกว่ามันหนีไปไหน”

“แต่คราวนี้บัวมันไม่บอกตูนจริงๆนะ มันคงกลัวว่าป้านิจะไปตามมันกลับมาแต่งงาน”

“สาบานว่าแกไม่รู้”

“สาบาน ขอให้เดินไปแล้วตกน้ำป๋อมแป๋มเลย”

“อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกสมรู้ร่วมคิดกับไอ้บัว แกตายแน่!” เพชรสำทับเสียงเข้มจัดจนการ์ตูนแอบเสียวสยอง

ooooooo

รัญพาบัวเข้าบ้านพักด้วยมาดเคร่งขรึมเหมือนไม่ได้สนใจความสวยของเธอ แต่พอเธอหิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นไปเก็บบนห้อง เขาก็อดมองตามหลังเธอไปไม่ได้ ยอมรับว่ารูปร่างเธอสวยบาดตาบาดใจจริงๆ แต่เขาต้องพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้กระเจิดกระเจิง

เมื่อบัวกลับลงมา รัญหยิบเอกสารข้อมูลประวัติของตน และของบัวที่แต่งขึ้นใหม่มาส่งให้

“นั่งสิ...คุณมีชื่อเล่นรึเปล่า”

“ที่บ้านเรียกฉันว่าบัวค่ะ”

“อย่างนี้นะคุณบัว ที่ผมจ้างคุณมาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าผมต้องการซื้อบริการทางเพศจากคุณ”

“อ้าว งั้นคุณจ้างฉันมาทำไมคะ”

“ผมต้องการให้คุณเล่นละครแสดงตัวเป็นคู่รักของผม เพื่อกันผู้หญิงคนนึงที่แม่ผมจะส่งมาอยู่ที่นี่ ผมยังไม่แน่ใจ

ว่าคุณจะต้องอยู่กับผมนานแค่ไหน  อาจจะหนึ่งเดือนสองเดือนหรือสามเดือน”

บัวฟังไปมองเขาไปอย่างเคลิบเคลิ้ม หวนนึกถึงเมื่อสิบสองปีที่แล้วได้แอบมองหนุ่มรัญที่แวะมาหาพี่เพชรของเธอถึงบ้าน

“คุณยิ้มอะไร” เสียงของรัญทำให้บัวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด

“อ๋อ ที่ฉันยิ้มก็เพราะว่า...” บัวลุกเดินเข้ามาจ้องหน้ารัญอย่างยั่วยวน “ฉันอยากจะบอกคุณว่า...คุณน่ะหล่อตรงสเปกฉันเลยค่ะ”

รัญสะเทิ้นแต่พยายามควบคุมความรู้สึก ปั้นหน้าเคร่ง

“นี่ ผมอยากให้คุณตั้งใจฟังในสิ่งที่ผมพูดนะ”

“ฉันก็ตั้งใจนี่คะ คุณต้องการให้ฉันแสดงตัวเป็นคู่รักของคุณเพื่อกันผู้หญิงที่คุณแม่คุณจะส่งมาให้แต่งงานถูกต้องมั้ยคะ”

“ถูกต้อง และทันทีที่เธอกับน้องสาวผมมาถึงการแสดงจะเริ่มต้นขึ้น คุณต้องย้ายไปนอนห้องเดียวกับผม เพื่อให้สองคนนั่นเชื่อว่าเราเป็นคู่รักกันจริงๆ”

“นอนห้องเดียวกันหรือคะ”

“มีปัญหารึ”

“เปล่าค่ะ ก็เห็นคุณบอกว่าคุณจะไม่ใช้บริการจากฉัน”

“แค่นอนร่วมห้องเท่านั้น คุณไม่ต้องห่วงผมจะไม่แตะต้องตัวคุณแน่”

“ฉันเป็นยังไงหรือคะ หรือว่าฉันไม่สวย เอ๊ะ หรือว่าหุ่นไม่ดี” บัวขยับดึงเสื้อขึ้นทำท่าจะถอดโชว์รูปร่าง รัญตกใจรีบคว้ามือเธอไว้

“นี่คุณจะทำอะไร”

“ฉันจะให้คุณดูสัดส่วนซะก่อน บางทีคุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ”

“ไม่ต้อง เพราะผมไม่นอนกับผู้หญิงขายบริการ เอาล่ะ คุณเอาเอกสารนี่ไปดูและท่องจำข้อมูลทั้งหมดในนี้ให้ได้ เพราะมันเป็นข้อมูลที่คุณกับผมต้องพูดให้ตรงกัน” พูดเสร็จรัญเดินหนีทันที บัวยิ้มขำที่ได้แกล้งยั่วเขา แล้วพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุขสุดๆ

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าในที่สุดเราก็ได้มาอยู่กับพี่รัญจริงๆ”

ส่วนรัญที่หลบออกไป เขาไม่วายเหลือบมามองเธออีกครั้งก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆ

“อยู่ๆจะมาถอดเสื้อให้เราดู...ไม่ เราต้องเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหวกับสิ่งยั่วยวนอะไรทั้งนั้น”

ooooooo

ที่เมืองไทย รมณีย์แม่ของรัญเดินหน้าไปหาว่าที่ลูกสะใภ้ถึงบ้าน เพราะโดยส่วนตัวเธอกำลังมีปัญหาร้อนใจ จึงอยากให้อ้อมลงเอยกับรัญโดยเร็วที่สุด ซึ่งการมาครั้งนี้ของเธอก็ได้รับการต้อนรับจากเพียงเพ็ญและลูกสาวเป็นอย่างดี

“คุณหญิงป้าแน่ใจนะคะว่าพี่รัญจะชอบอ้อม” อ้อมเอ่ยถามรมณีย์ด้วยท่าทีลังเล

“แล้วทำไมถึงจะไม่ชอบล่ะจ๊ะ น้องอ้อมของป้าออกน่ารัก  กิริยามารยาทก็งดงาม  หนูมีอะไรด่างพร้อยตรงไหนที่ตารัญจะไม่รัก”

“คุณหญิงอย่าเพิ่งพูดให้ความหวังยัยอ้อมเลยค่ะ

เดี๋ยวยัยอ้อมเกิดปักใจรักลูกชายคุณหญิงขึ้นมาแล้วเขา

ไม่รักตอบ ยัยอ้อมจะเป็นฝ่ายเสียน้ำตานะคะ”  เพียงเพ็ญทักท้วง

“ใช่ค่ะ อ้อมยังไม่เคยรักใครด้วยนะคะ ถ้าผิดหวังอ้อมอาจจะต้องฆ่าตัวตาย”

“อุ๊ย อย่าพูดอย่างงั้นสิลูก ป้าขอเอาหัวเป็นประกัน ถ้าตารัญเห็นหนูอ้อมแล้วไม่ชอบล่ะก็ มาตัดคอป้าได้”

“ถ้าคุณหญิงพูดแบบนี้ น้องก็ค่อยเบาใจหน่อย ยัยอ้อมเป็นลูกสาวคนเดียวของน้อง น้องก็อยากให้เขาได้เจอกับผู้ชายที่ดีที่สุด”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะ ลูกชายพี่เป็นคนดี เขารักแม่เชื่อแม่ ถ้าแม่บอกว่าอะไรดีไม่เคยขัด แถมหน้าที่การงานก็ก้าวหน้า ในอนาคตก็จะได้เป็นถึงท่านทูตเชียวนะ”

“หมายความว่าอ้อมก็มีโอกาสได้เป็นคุณหญิงภรรยาท่านทูตหรือคะ”

“ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ ป้าถึงอยากให้หนูได้ไปทำความสนิทสนมกับพี่รัญ ยิ่งตอนนี้พี่เขาไม่มีใคร หัวใจว่างเปล่า รับรองถ้าเขาเจอหนูเขาต้องหลงรักหนูแน่”

“น้องอ้อมกราบขอบพระคุณคุณหญิงป้าสิลูก”

อ้อมทำตามที่แม่บอกอย่างว่าง่าย พนมมือไหว้รมณีย์ด้วยท่าทีนอบน้อมอ่อนหวาน

“อ้อมต้องกราบขอบพระคุณคุณหญิงป้านะคะที่รักและเมตตาอ้อม”

“จ้ะ...เมื่อไปถึงที่นู่นหนูก็ต้องทำทุกอย่างให้พี่เขา ประทับใจนะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ อ้อมจะทำให้พี่รัญรักอ้อมและขออ้อมแต่งงานไม่เกินสามเดือนนี้หรอกค่ะ”

“อุ๊ย น่ารักจริงๆเลยลูก” รมณีย์ดึงอ้อมมาหอมแก้มฟอดใหญ่ เพียงเพ็ญจับตามองอย่างสุดปลื้ม

แล้วทันทีที่ส่งรมณีย์ขึ้นรถกลับไปแล้ว เพียงเพ็ญก็หันมากำชับลูกสาวคนสวยว่าต้องจับรัญให้ได้อย่าให้เขาหลุดมือไปเด็ดขาด

“แล้วถ้าเขาไม่ชอบอ้อมล่ะแม่”

“แกต้องทำให้เขาชอบ เพราะคุณหญิงรมณีย์รวยมากรู้รึเปล่า”

“แม่แน่ใจนะว่าเขารวยจริง ไม่ใช่คุณหญิงถังแตก”

“นี่แกอย่ามาทำปากเสีย ตระกูลนี้เขาเป็นลูกหลานเจ้าพระยา เป็นเศรษฐีที่ดินทั้งแถวสุขุมวิทแล้วก็สาทร ถ้าแกได้แต่งงานกับลูกชายเขาแกจะสบายไปทั้งชาติ”

“หนูคนเดียวหรือคะที่สบาย”

“ถ้าแกสบายแกจะปล่อยให้แม่เป็นคุณนายต๊อกต๋อยหรือไง ฮึ”

“หนูล้อเล่นหรอกน่า ถ้าหนูสบายแม่ก็ต้องสบายด้วยสิ”

สองแม่ลูกหัวเราะโอบกอดกันเดินเข้าบ้าน หารู้ไม่ว่า ยามนี้คุณหญิงรมณีย์กำลังถังแตกจริงๆ เธอกลับไปเจอสองนักเลงทวงหนี้หน้าเหี้ยมในบ้าน เขาสั่งให้เธอเอาเงินล้านห้า พร้อมดอกเบี้ยไปคืนเฮียโป๋ภายในสองอาทิตย์นี้ ถ้าไม่ทำตามจะเอาน้ำกรดมาสาดหน้าให้เสียโฉม พอรมณีย์ต่อปากต่อคำกับเขาอย่างยโส ก็เลยโดนตบผัวะเข้าที่หน้าเต็มเหนี่ยวทั้งเจ็บทั้งกลัวลนลาน

สองนักเลงออกจากบ้านสวนกับรินลดาที่เพิ่งกลับมาพอดี พวกเขาทำท่าจะแทะโลมแต่รินลดาผละหนีเข้าบ้านถามแม่ที่ยังหน้าตาตื่นว่า

“มีอะไรรึเปล่าคะแม่ แล้วผู้ชายสองคนนั่นเป็นใคร”

“ไม่มีอะไร เขาเอาของมาส่ง”

“แต่หนูดูท่าทางมันไม่น่าไว้วางใจนะคะ”

“ก็แม่บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร”

รินลดาสังเกตเห็นซีกหน้าข้างหนึ่งของแม่มีรอยแดงเป็นปื้น เธอถามแม่ว่าไปโดนอะไรมา

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร แกจะทำอะไรก็ไปทำเถอะ อย่ามาจุกจิกกวนใจ แม่ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”

รินลดาหน้าจ๋อยได้แต่ถอนใจเดินขึ้นข้างบนไป ส่วนรมณีย์ที่เครียดเรื่องหนี้สินก็จัดแจงโทร.ไปแต่งเรื่องหลอกลูกชายที่ต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นรัญกำลังพาบัวสำรวจเมืองที่ตนเองอยู่

“รัญ...ยุ่งอยู่รึเปล่าลูก”

“ไม่ครับ แม่มีอะไรหรือครับ”

“คืออย่างนี้จ้ะ แม่อยากจะเรโนเวทซ่อมแซมบ้านหน่อยน่ะ ตอนนี้บ้านเรามันก็ทรุดโทรมเต็มที แม่ต้องใช้เงินอีกสองล้านน่ะลูก”

รัญหยุดเดิน หันมาบอกให้บัวรอก่อน เขาพยายามพูดคุยกับแม่เบาๆเพื่อไม่ให้บัวได้ยิน

“ทำไมมันเยอะนักล่ะครับ เมื่อปลายปีผมก็เพิ่งส่งไปให้แม่ห้าแสนนะครับ”

“ก็แม่บอกแล้วไงว่าบ้านมันทรุดโทรมมาก สองล้านนี่แม่ยังไม่รู้เลยว่าจะพอรึเปล่า ส่งมาให้แม่ก่อนนะ”

“แม่ไม่ได้เอาไปเล่นการพนันนะครับ”

“เอ๊ะ รัญนี่ยังไงกัน แม่บอกว่าเอามาทำบ้านก็ทำบ้านสิ ถ้าลูกไม่อยากให้ แม่ไม่เอาก็ได้นะ”

“ไม่ใช่อย่างงั้นครับแม่ ผมก็แค่ถามดู เอาล่ะครับ เดี๋ยววันจันทร์ผมจะโอนไปให้”

“ขอบใจมากนะลูก แม่ก็ไม่อยากจะกวนรัญหรอกนะ แต่แม่หมุนเงินไม่ทันจริงๆ ช่วงนี้ยัยรินเขาก็เตรียมตัวจะไป

หาลูกก็ต้องใช้เงินเยอะ เออ แม่บอกลูกรึยังจ๊ะว่ายัยรินกับน้องอ้อมจะไปถึงลูกวันเสาร์หน้านะ”

“บอกแล้วครับ”

“รัญต้องเทกแคร์ดูแลน้องอ้อมให้ดีนะลูก”

“ผมจะทำให้ดีที่สุดแล้วกันครับ แค่นี้ก่อนนะครับแม่”

“จ้ะ แม่รักลูกนะ”

“ผมก็รักแม่ครับ”

รมณีย์วางสายจากลูกชายอย่างโล่งอก โดยไม่รู้ว่าที่ ด้านหลังตัวเองนั้นลูกสาวแอบฟังหูผึ่งอยู่ กระทั่งเธอหันไปหยิบแก้วน้ำเห็นเข้าก็สะดุ้งเล็กน้อย

“มายืนจ้องแม่ทำไมยัยริน”

“แม่ติดหนี้ที่บ่อนอีกแล้วใช่ไหมคะ”

“แกพูดเรื่องอะไรของแก”

“หนูได้ยินที่แม่ขอเงินพี่รัญนะคะ”

“นี่แกมาแอบฟังฉันคุยโทรศัพท์งั้นหรือ”

“แม่เคยสัญญากับพี่รัญแล้วนะคะ ว่าแม่จะเลิกเล่นการพนัน”

“แล้วฉันไปเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่” รมณีย์ผละหนีอย่างอารมณ์เสีย แต่รินลดาที่ยังคาใจก็ยังตามคาดคั้น

“แม่คะ หนูรู้นะว่าไอ้ผู้ชายสองคนที่มาหาแม่มันมาทวงเงินแม่ใช่มั้ย ใช่มั้ยคะแม่ แม่ติดหนี้พวกมัน”

“เอาล่ะๆ ฉันยอมรับก็ได้ มันเป็นหนี้เก่าที่ค้างกันมาหลายปีแล้ว แล้วแกก็ไม่ต้องไปสาระแนบอกพี่ชายล่ะว่าแม่เอาเงินมาทำอะไร”

“แต่หนูไม่อยากให้แม่ทำแบบนี้กับพี่รัญเลย พี่รัญเขามีเงินเก็บไม่มากนะคะ”

“ก็นี่ไง แม่ถึงได้พยายามจะหาผู้หญิงรวยๆให้แต่งงานกับตารัญ ส่วนแกพอไปถึงอิตาลีแกก็ต้องเชียร์ให้พี่ชายรักหนูอ้อมให้ได้”

“แล้วถ้าพี่รัญเขาไม่ชอบคุณอ้อมล่ะคะ”

“เป็นหน้าที่ของแกที่ต้องทำให้เขาชอบ เพราะไม่อย่างงั้นแม่จะไม่มีเงินส่งแกเรียนต่อโท เข้าใจรึเปล่า”

รินลดาไม่ตอบแต่ถอนใจอย่างสุดเซ็ง บ่นงึมงำตามหลังรมณีย์ที่เดินหนีไป

“แม่นะแม่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้”

ooooooo

ทางด้านรัญกับบัวที่พยายามทำความคุ้นเคยกัน หลังจากพาสำรวจถนนหนทางแล้วรัญก็พาบัวแวะร้านกาแฟ พูดคุยซักถามบัวว่าอ่านประวัติส่วนตัวที่ตนให้ไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

“เรียบร้อยค่ะ เราเจอกันที่เมืองไทยตอนฉันเรียนอยู่ปี 1 ฉันเป็นน้องสาวของเพื่อนคุณ เพื่อนคุณชื่อสรศักดิ์ บ้านอยู่เชียงใหม่ รักกับคุณมาสองปีแล้ว”

“สามปีไม่ใช่สองปี”

“ขอโทษค่ะ รักกับคุณมาสามปี แล้วฉันก็เพิ่งเรียนจบเลยบินมาหาคุณที่อิตาลีด้วยความคิดถึง อ้อ แต่ฉันยังไม่รู้อีกเรื่องค่ะ”

“เรื่องอะไร”

“คุณชอบใส่กางเกงในสีอะไรยี่ห้ออะไรคะ” บัวแกล้งแซว รัญถึงหน้าเจื่อน รีบปัดว่า

“ไม่ต้องรู้ลึกถึงขนาดนั้นหรอก”

“แหม แต่ถ้ารู้ก็ดีนะคะ แฟนคุณจะได้เชื่อว่าเราเป็นคู่รักกันจริงๆ อ้อ ขอถามอีกเรื่องได้ไหมคะ”

“เชิญ”

“ทำไมถึงต้องจ้างให้ฉันมาเป็นตัวกันผู้หญิงที่แม่คุณจะส่งมาด้วย”

“แม่ผมต้องการให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่รู้จัก ซึ่งผมไม่ชอบวิธีนี้ เพราะถ้าผมจะแต่งงานกับใครผมจะแต่งก็เพราะว่าผมรักผู้หญิงคนนั้น”

“ฟังแล้วซาบซึ้งจริงๆค่ะ คุณก็เลยต้องการศึกษานิสัยใจคอของเธอก่อน”


“ถูกต้อง แล้วถ้าผมไม่ชอบเธอจริงๆ ผมก็จะบอกกับแม่ว่าผมมีคนที่จะแต่งงานด้วยอยู่แล้วคือคุณ”

“หมายความว่าคุณจะแต่งงานกับฉันหรือคะ”

“ไม่ใช่...แค่เรื่องโกหก”

“ขอโทษทีค่ะ ฉันลืมไป ฟังแล้วอินไปหน่อย”

“แต่ถ้าผมชอบผู้หญิงที่แม่ส่งมา ผมก็จะส่งคุณกลับเมืองไทยทันที”

บัวอึ้งงัน ถึงขั้นรู้สึกวูบกับคำตอบจริงจังของรัญ

“ทำไมถึงเงียบไป ผมพูดอะไรผิดรึเปล่า หรือว่าอยากจะอยู่กับผมนานๆ”

“เปล่าค่ะ ฉันเพียงแต่จะบอกคุณว่า ถ้าคุณส่งฉันกลับเร็วกว่ากำหนดฉันไม่คืนเงินคุณนะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมจะจ่ายตามที่เราตกลงกัน”

“ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาค่ะ อ้อ ฉันสั่งเค้กอีกชิ้นได้ไหมคะ”

“เชิญ”

บัวหันไปเรียกพนักงานเสิร์ฟสั่งเค้กเพิ่ม รัญถือโอกาสแอบมองเธออย่างพิจารณา เสร็จแล้วพากันออกจากร้านเดินชมเมืองยามค่ำคืน ก่อนจะพากันกลับเข้าที่พักเพราะบัวเริ่มหนาวสั่น เนื่องด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่เซ็กซี่วาบหวิวเกินไปนิด

ooooooo
เช้าวันใหม่ที่เมืองไทย มงคลกับนิภาพรรณและเพชรลูกชายกำลังต้อนรับครอบครัวท่านรัฐมนตรีที่มากันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก สองฝ่ายยิ้มแย้มให้กันด้วยดีก่อนที่ครอบครัวผู้มาเยือนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึง เมื่อทราบเรื่องที่บัวหนีออกจากบ้าน

“แล้วมันเรื่องอะไร ทำไมลูกสาวคุณถึงหนีออกจากบ้าน”

เมื่อท่านรัฐมนตรีตั้งคำถาม มงคลก็ตอบตามตรงว่าลูกสาวตนไม่อยากแต่งงานกับฉัตรชัย

“ไม่จริง คุณอาอย่าโกหกดีกว่า คุณอาไม่อยากให้ลูกสาวแต่งกับผม” ฉัตรชัยโวยลั่น

“อาไม่ได้โกหกนะจ๊ะ ไม่เชื่อคุณฉัตรอ่านจดหมายนี่ดู”

ฉัตรชัยรับจดหมายจากนิภาพรรณมาอ่าน ครู่เดียวเขาก็ขยำทิ้งด้วยความโมโห

“ไม่...ยังไงผมก็ไม่ยอม ผมจะต้องแต่งงานกับคุณบัวให้ได้ คุณอาจะต้องไปตามลูกสาวกลับมา” ฉัตรชัยดึงดันเสียงแข็งทำให้เพชรเริ่มไม่พอใจ

“เอ๊ะ คุณฉัตรชัย มันจะมากไปแล้วนะครับ พ่อกับแม่ผมบอกแล้วไงว่าเราไม่รู้ว่ายัยบัวไปอยู่ที่ไหน”

“ใช่...หรือถ้ายัยบัวกลับมา เราก็จะไม่บังคับให้เขา แต่งงานกับคุณ” มงคลประกาศชัด ฉัตรชัยหน้าตูมตึง พูดขึ้นอย่างไม่แคร์ใครก่อนจะผลุนผลันออกไป

“ไม่รู้ล่ะครับ ไม่ว่าคุณบัวจะรักหรือไม่รักผม ผมก็จะรอแต่งงานกับเธอ”

นิภาพรรณหน้าเสีย ขอโทษพ่อแม่ฉัตรชัยเสียงอ่อย แต่ท่านรัฐมนตรีสวนทันควันว่า

“ผมไม่ต้องการคำขอโทษ เพราะงานนี้พวกคุณต้องรับผิดชอบ นี่ถ้านักข่าวรู้ว่าผู้หญิงไม่ยอมแต่งงานกับลูกชาย ผม ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“แล้วจะให้รับผิดชอบยังไงล่ะคะ”

“คุณน้องต้องตามเอาตัวหนูบัวกลับมาแต่งงานกับลูกชายพี่ให้ได้ ไม่งั้นความสัมพันธ์ของเราจบกัน” ว่าแล้วคุณหญิงกานดาก็ลุกเดินตามสามีออกไป นิภาพรรณยิ่งร้อนใจ

“ทำยังไงดีคะคุณ คุณหญิงกับท่านรัฐมนตรีไม่ยอมยกเลิกการแต่งงาน”

“ก็ผมบอกคุณแล้วไงว่าอย่าใช้วิธีนี้กับลูก”

“แต่ฉันหวังดีกับลูกนะ”

“เอาล่ะครับ ผมว่าเราอย่าทะเลาะกันเลย มาช่วยกันคิดแก้ปัญหาดีกว่าว่าจะไปตามตัวไอ้บัวที่ไหน” เพชรตัดบทหน้าเคร่ง ส่วนการ์ตูนที่แอบฟังโดยตลอดค่อยๆถอยฉากออกมา แล้วรีบโทร.ไปบอกเล่าเรื่องราวให้บัวฟังอย่างละเอียด ก่อนเน้นย้ำว่า

“ดีแล้วล่ะที่แกตัดสินใจหนีไป เพราะฉันว่าแกกับอีตาฉัตรชัยไม่เหมาะกันหรอก”

“แล้วพี่เพชรกับป๊าล่ะ”

“พี่เพชรกับคุณลุงคงไม่อยากให้แกแต่งแล้วล่ะ ว่าแต่แกเถอะสถานการณ์เป็นไง พี่รัญเขาจำแกได้รึเปล่า”

“ไม่ได้หรอก ไม่เจอกันตั้งเกือบสิบปี แถมตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อ้วนเหมือนตอนเด็กแล้วด้วย”

“เออ โชคดีไป แล้วเขาทำอะไรแกรึเปล่า”

“เปล่า”

“หมายความว่าเขาไม่ได้แตะต้องตัวแกเลยเหรอ”

“ใช่...เขาเป็นสุภาพบุรุษมากๆเลย ขนาดฉันแกล้งทำเป็นยั่วยวนเขายังไม่สนใจ แถมยังบอกด้วยว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงขายบริการ”

“เฮ้อ งั้นก็โล่งอก ฉันล่ะกลั๊วกลัวว่าเขาจะทำอะไรแก”

“แกไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเขาจะทำจริงฉันเอาตัวรอดได้”

“ให้มันจริงเถอะ ฉันกลัวว่าแกจะปล่อยตัวปล่อยใจเพราะแกรักเขามากกว่า นี่ไอ้บัว แกต้องสัญญานะว่าแกจะไม่มีอะไรกับเขา เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นแกจะเป็นฝ่ายเสียชื่อเสียง”

“ฉันสัญญา ฉันจะไม่มีอะไรกับเขาจนกว่าฉันจะแน่ใจว่าเขารักฉัน โอเคป่ะ”

“แกนี่มันทะลึ่งจริงๆ”

บัวหัวเราะชอบใจ พลันต้องชะงักกับเสียงเคาะประตูห้อง เธอรีบบอกลาการ์ตูนแล้วเดินไปเปิด เห็นรัญในชุดนอนถือผ้าห่มยืนอยู่หน้าห้อง รัญชะงักเล็กน้อยที่เห็นบัวในชุดกางเกงขาสั้นมาก

“ผมได้ยินเสียงเหมือนใครพูดในห้อง”

“อ๋อ ฉันโทรศัพท์คุยกับแม่น่ะค่ะ”

“ผมเอาผ้าห่มมาเพิ่มให้ คืนนี้ท่าทางอากาศจะเย็น”

“ขอบคุณค่ะ” บัวรับผ้าห่มจากเขามา พอเขาจะหันกลับไป เธอโพล่งออกมาเหมือนนึกอะไรได้ “เดี๋ยวค่ะพี่รัญ”

ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างแปลกใจ “คุณเรียกผมว่าอะไรนะ”

“ก็...พี่รัญไงคะ เพื่อความคุ้นเคย บัวจะบอกว่าเค้กที่สั่งมาเมื่อเย็นอร่อยมากเลยค่ะ ถ้าถึงวันที่พี่รัญจะส่งบัวกลับเมืองไทย พาบัวไปทานอีกครั้งได้ไหมคะ”

“อ๋อ ได้สิ” ตอบเสร็จรัญดึงประตูปิด แต่อึดใจก็เปิดมันใหม่อีก จนบัวที่กำลังยิ้มฝันหวานเกิดอาการเหวอ “คือ...ผมจะบอกว่าถ้าพรุ่งนี้คุณตื่นมาไม่เห็นผม ไม่ต้องตกใจเพราะผมออกไปจ๊อกกิ้งทุกเช้า”

บัวยิ้มรับ แล้วหนุ่มสาวก็มองกันไปมองกันมาด้วยความประหม่า ที่สุดรัญข่มใจดึงประตูปิดเดินกลับห้องนอนของตน แต่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่อาจข่มตาลงได้ บัวก็เช่นกัน นอนไม่หลับต้องลุกขึ้นออกจากห้อง ปรากฏว่าเจอรัญกำลังเยี่ยมหน้าออกมาเหมือนกัน

“พี่รัญจะเอาอะไรหรือคะ”

“คือ...ผมนอนไม่ค่อยหลับ จะลงไปชงอะไรร้อนๆดื่ม”


“บัวก็ว่าจะไปหาอะไรร้อนๆทานเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวบัวทำให้นะคะ”

เธอเดินนำหน้าเขาลงไปข้างล่าง ชงช็อกโกแลตร้อนสองแก้ว เอามายื่นให้รัญที่เปิดทีวีดูอยู่หนึ่งแก้ว ส่วนตัวเองเดินกลับไปนั่งจิบที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทีเขินๆ รัญเองทั้งเขินทั้งประหม่า เวลาผ่านไปต่างคนค่อยรู้สึกผ่อนคลาย มานั่งดูทีวีด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน และหัวเราะบ้างในบางครั้ง

แต่ไม่นานนัก รัญหันมาเห็นบัวหลับคอพับเสียแล้ว เขาขยับตัวเข้าไปดูเธอใกล้ๆ เป็นจังหวะที่บัวลืมตาขึ้นมาพอดี เธอตกใจถามพรวดว่า

“พี่รัญจะทำอะไรคะ”

“ผมจะปลุกคุณ”

“ขอโทษทีค่ะ เผลอหลับไปหน่อย”

“ไปนอนเถอะ ดึกแล้ว”

บัวลุกขึ้นเดินง่วงงุนออกไป รัญมองตามอย่างหักห้ามใจ ปิดทีวีปิดไฟแล้วกลับขึ้นห้องตัวเอง

ooooooo

ส่วนที่เมืองไทย เพชรพยายามโทร.หาเพื่อนๆ

ของน้องสาว แต่กี่คนๆก็ไม่มีใครรู้เห็นว่าบัวไปอยู่ที่ไหนยังไง การ์ตูนเฝ้ามองการสนทนาของเพชรกับเพื่อนๆบัว พยายามทำตัวไม่เป็นพิรุธที่สุด แต่พอนานเข้าเห็นเพชรเคร่งเครียดบ่นไปบ่นมาก็เกือบจะหลุดไปเหมือนกัน

“ตูนว่าพี่เพชรอย่าเครียดไปเลย บัวมันเคยไปเมืองนอกคนเดียวตั้งแต่อายุ 13 แถมยังเคยเที่ยวมาแล้วเกือบทั่วโลก ไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก ตูนว่ามันเอาตัวรอดได้”

“มันไม่เหมือนกัน นั่นไปเที่ยว นี่มันหนีออกจากบ้าน ไปอยู่ไหนก็ไม่รู้...”

พูดไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เพชรรีบกดรับนึกว่าเพื่อนของบัวจะส่งข่าว แต่กลายเป็นรัญส่งเสียงมา

“ฉันจะโทร.บอกแกว่าผู้หญิงที่แกหาให้มาถึงเรียบร้อยแล้วนะ”

เพชรเห็นการ์ตูนนั่งจ้องตาแป๋ว ก็เลยขยับลุกเลี่ยงไปคุยห่างๆ แต่การ์ตูนยังย่องตามเงียบกริบเพราะได้ยินเพชรเอ่ยชื่อรัญ

“แล้วสวยมั้ย ถูกสเปกแกรึเปล่า”

“ถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการก็ตรงสเปกฉัน สวย ผิวขาว ขายาว หุ่นดี ท่าทางฉลาด”

“แกก็อย่าไปคิดมากสิวะ ไหนๆก็ต้องอยู่ด้วยกันถึงสามเดือน ถ้าน้องเขาชอบแก แกก็อย่าทำให้เขาผิดหวัง แถมเสียเงินตั้งสามแสนจัดการซะเลย อย่าให้เสียเงินฟรี”

“ตายแล้วไอ้บัว กลีบหลุดก็คราวนี้” การ์ตูนแอบบ่นพึมพำแล้วเงี่ยหูฟังต่อไป

“ไม่มีทาง แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้ ที่ยอมเสียเงินตั้งสามแสนก็เพราะต้องการให้มากันน้องอ้อม”

“ให้มันจริงเถอะเพื่อน”

“คนอย่างฉันพูดคำไหนเป็นคำนั้น แค่นี้ก่อนนะ ฉันแค่โทร.มาส่งข่าวแล้วก็ขอบใจแก”

“เออ...โชคดี” เพชรวางสาย หันกลับมาเห็นการ์ตูนยืนอยู่ข้างหลัง ถามว่าแอบฟังอะไร

“เปล่า ตูนจะมาหยิบหนังสือ ใครโทร.มาเหรอพี่เพชร”

“รัญ...เออ ฉันไม่น่าลืม ฉันน่าจะฝากให้ไอ้รัญมันช่วยดูบัวที่อิตาลี”

“บัวมันไม่ไปอิตาลีหรอกพี่เพชร”

เพชรชะงักกึก มองหน้าการ์ตูนเขม็ง “แกรู้ได้ไง” การ์ตูนหลบตาวูบ เฉไฉว่าตนเดาเอา “นี่ไอ้ตูน ฉันถามจริงๆ แกไม่รู้แน่หรือว่าไอ้บัวมันไปไหน”

“ก็บอกว่าไม่รู้ ตูนจะโกหกทำไมเล่า บัวมันเป็นทั้งญาติทั้งเพื่อนรักตูนนะ”

“ก็เพราะว่าอย่างนี้ไง ฉันถึงไม่อยากเชื่อว่าแกไม่รู้”

“โธ่ พี่เพชร ตูนจะโกหกพี่เพชรทำไม”

“เอาล่ะๆ แกลองโทร.หาเพื่อนคนอื่นที่เรายังไม่ได้โทร. เดี๋ยวฉันมา”

“แล้วพี่เพชรจะไปไหน”

“ฉันจะไปพักสมองซะหน่อย เผื่อจะคิดอะไรออก”

“ให้ตูนไปด้วยนะ ตูนก็เครียด”

เพชรไม่ให้ไป และการ์ตูนก็ไปไม่ได้ด้วย เพราะสถานที่ที่เขาจะไปคืออาบอบนวด การ์ตูนก็เลยได้แต่บ่นอุบว่า “คนอะไรวะ ติดอ่างทุกวัน”

แต่พอไปถึงไม่ทันจะได้พักสมองให้หนำใจ เพชรกลับโดนสาวสวยนางหนึ่งตบหน้าแล้วด่าซ้ำ โทษฐานที่เขาพูดจาแทะโลมแล้วจะชวนเธอขึ้นห้อง ด้วยความเข้าใจผิดอย่างแรงว่าเธอคือน้องนางหน้าใหม่ของที่นี่ แถมกัปตันก็จำเด็กๆตัวเองไม่ได้ เชียร์ให้ลูกค้าประจำสุดฤทธิ์

พอโดนตบโดนด่าเข้าไปก็เลยถึงบางอ้อ เพชรรีบวิ่งตามไปขอโทษหญิงสาวที่กำลังกลับออกไปอย่างหัวเสีย

“คุณครับ ผมอยากขอโทษคุณจริงๆ ที่เมื่อกี้ผมเสียมารยาทกับคุณ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ถือ”

“ไม่ได้นะครับ ผมรู้สึกละอายใจจริงๆ ที่ทำแบบนั้นลงไป”

“ฉันว่าคนอย่างคุณไม่น่าเป็นคนขี้อายหรอก เพราะกลางวันแสกๆคุณยังมาเที่ยวอาบอบนวดได้เลย”

เพชรหน้าแตก อึกๆอักๆ ไปไม่เป็น

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้มาเที่ยว เพราะเมื่อกี้คุณเพิ่งจะชวนฉันขึ้นห้องอยู่หยกๆ”

“เอ่อ คือ...ผม...คือผมจะพูดยังไงดีล่ะครับ ที่ผมเรียกคุณก็เพราะผมเห็นว่าคุณสวยถูกใจผมน่ะครับ”

เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3

No comments:

Post a Comment