Monday, September 26, 2011

เรื่องย่อ รอยมาร ตอน9 ละครช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

ตอนที่ 9

สไบนางวิ่งกลับเข้าห้องนอนตัวเองคลุมโปงร้องไห้อย่างหนัก
ส่วนคุณหญิงเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็ถามหาสไบนาง บังอรบอกว่าอยู่ในห้องนอน คุณหญิงให้บังอรพาขึ้นไปหา ทำให้วิจิตราหมั่นไส้จนพูดกระแทกแดกดันว่า
“ตายแล้ว หลานบังเกิดเกล้า ทำผิดต้องให้ย่าไปง้อขอโทษ”
“จิตรา เธอไม่รู้อะไรก็สงบปากสงบคำไว้เถอะ” คุณหญิงปรามอย่างหงุดหงิด
อุปมาบอกคุณหญิงว่าให้พักผ่อนก่อน ปล่อยให้ผ่านไปก่อนทุกอย่างคงจะดีขึ้นเอง คุณหญิงพูดทั้งน้ำตาว่าตนเป็นห่วงสไบนางมาก ตนเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว คิดไว้เหมือนกันว่าเหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นสักวัน พูดพลางมองไปทางประมุข เขาหลบตาไปทางอื่น คุณหญิงพูดกับอุปมาต่อ
“บอกพ่อเราด้วย อะไรก็ตามที่เราได้ยินวันนี้ ย่าพร้อมรับผลของมัน ใครไม่รัก ไม่เห็นแก่ชีวิตบริสุทธิ์ของบีก็ช่าง ย่าเป็นย่าของแก เรามีกันสองคนย่าหลาน ย่ากับบีจะย้ายไปอยู่บ้านสวนอย่างเร็วที่สุด”

เมธาวีถามขึ้นว่าคุณย่าพูดอะไรตนไม่เข้าใจเลย อุปมาผสมโรงว่าตนไม่ได้ยินอะไรเลย คุณย่าพูดถึงอะไรตนไม่เข้าใจ แล้วตีหน้าซื่อเล่าว่า

“ผมมารับเมเผอิญเจอบีแต่งชุดนักศึกษา เลยเข้ามาแซว คุณย่ากับคุณลุงก็เปิดประตูออกมาจากห้องพอดี ตกลงมีเรื่องอะไรกันหรือครับ”

ประมุขรีบตัดบทว่าไม่มีอะไร บอกให้อุปมากับเมธาวีไปทำธุระต่อเถอะ เมธาวีจึงชวนอุปมาไปทำธุระกัน บ่นๆว่าต้องไปตั้งหลายที่ด้วย

เมื่ออุปมากับเมธาวีไปแล้ว คุณหญิงจ้องหน้าประมุขปรามว่า “อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกไม่งั้นฉันจะตัดแม่ตัดลูกกับแกแน่” แล้วบอกบังอรให้พาขึ้นไปพักบนห้อง

พอคุณหญิงออกไป ประมุขก็ตบพนักเก้าอี้โครมอย่างระบายอารมณ์ อุปมาที่เดินจะพ้นห้องโถงอยู่แล้วหันมองอย่างตกใจและไม่สบายใจ เพราะที่จริงแล้วเขาได้ยินทุกอย่างเท่ากับที่สไบนางได้ยิน

ooooooo

เมื่อกลับไปเล่าให้บารมีฟังตอนหัวค่ำ บารมีพูดอย่างไม่พอใจว่า

“มันว่าบีเป็นลูกของมันกับไพงั้นเหรอ”

อุปมาบอกว่าตนก็ไม่แน่ใจแต่ได้ยินมาอย่างนั้น ถามบารมีอย่างเป็นกังวลว่าเราจะทำยังไงดี บารมีไม่ตอบ แต่กลับถามว่าแล้วสไบนางเป็นยังไงบ้าง อุปมาบอกว่าไม่พูดไม่จาขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ตนกลัวจะเตลิดเปิดเปิงไปเหมือนกัน

“ถ้าเรื่องที่มันพูดเป็นความจริง มันก็เป็นพ่อที่เลวที่สุด ชอบดูความพินาศฉิบหายของลูกๆพ่อไม่เชื่อว่าบีจะเป็นลูกของมัน”

บารมีตัดสินใจจะไปคุยกับคุณหญิงให้รู้ความจริง แต่เวลานี้เป็นห่วงแต่ความรู้สึกของสไบนางคนเดียวเท่านั้น

สไบนางเพิ่งจะอาบน้ำสระผมเสร็จ มานั่งตาบวมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มีโทรศัพท์เข้ามือถือพอดูหน้าจอเป็นเบอร์ของบารมี เธอยิ้มน้อยๆพลางกดรับ ทักไปอย่างพยายามทำเสียงให้สดชื่นว่า

“บีกำลังคิดถึงคุณลุงอยู่พอดีเลยค่ะ”

“ฉันเอง” เสียงปลายสายกลายเป็นเสียงของอุปมา สไบนางชักสีหน้าถามเสียงเขียวว่าโทร.มาทำไมแล้วทำท่าจะวางสาย อุปมารีบพูด “เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน...ฉันกลัวเธอไม่รับสายเลยต้องใช้มือถือของพ่อโทร.มา”

สไบนางขีดเส้นให้ว่าตนจะนับหนึ่งถึงสิบแล้วตัดสายทันที ว่าแล้วก็เริ่มนับหนึ่ง...สอง...

“โอเคๆฉันรวบรัดเลยแล้วกัน ฉันไม่สนหรอกนะว่าพ่อเธอจะเป็นใคร ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวฉันอยู่ดี เพราะเธอคือลูกสาวของอาไพ ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งนั้น” อุปมารีบพูด เห็นปลายสายเงียบไปเลยแหย่ “ไม่นับต่อแล้วเหรอ”

“ฉันนับในใจ” สไบนางเสียงเครือ

“ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอแค่นี้แหละ แล้วก็อย่าคิดว่าฉันสงสารเห็นใจอะไรเธอนักหนานะบัญชีเรายังไม่ได้สะสาง เรายังตาต่อตาฟันต่อฟันเหมือนเดิม”

“ไอ้บ้ามาร์ค ไอ้คนใจโหด โหดทั้งหน้าโหดทั้งใจ” พอถูกสไบนางด่าอุปมาก็หัวเราะร่า ทำให้สไบนางเจ็บใจสุดๆตะโกน “ไปตายเลยไป!” แล้วตัดสายเลย

พอสไบนางตัดสายไปแล้ว อุปมาหยุดหัวเราะทันที สีหน้าเขากลายเป็นนึกห่วงและสงสารเธอขึ้นมา คิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจ...

ooooooo

รุ่งขึ้น คุณหญิงยังไม่หายเครียดกับเรื่องที่สไบ-นางได้ยินการโต้เถียงกันของตนกับประมุข มีเสียงเคาะประตูนึกว่าบังอรเอาอาหารเช้ามาให้ กลายเป็นสไบนางเอาอาหารมาให้คุณย่าในชุดนักศึกษา

“บี...” คุณหญิงพึมพำน้ำตาคลอ สไบนางยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าไปหาคุณย่า เมื่อคุณหญิงดึงเข้าไปกอด เธอปลอบคุณย่าว่าไม่ต้องร้อง...ตนเข้าใจว่าทำไมคุณย่าจึงต้องยกบ้านสวนให้ตนแล้ว คุณหญิงถามว่าเข้าใจยังไง

“บีเข้าใจว่า วันนึงบีจะไม่มีใครเลย บีควรมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ใช่หวังเกาะใครต่อใคร แม้เขาจะคือพี่ชายของแม่ หรือ...พี่ของพ่อ คุณย่าขา บีรักคุณย่าค่ะ”สไบนางรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “โกหกบีสิคะคุณย่า ว่าบีเป็นลูกของพ่อจักษ์กับแม่ไพ”

“ย่าโกหกบีไม่ได้หรอกนะลูก ย่ามีแต่ความจริงเท่านั้นที่จะบอกบี...ฟังย่านะบี บีเป็นลูกของประจักษ์จริงๆต่อให้ย่าตายดับลงเดี๋ยวนี้ ย่าก็ยังยืนยันคำเดิมว่า บีเป็นลูกของประจักษ์กับไพจริงๆ” พูดแล้วน้ำตาก็เอ่อท้นขึ้นมา สองย่าหลานเลยกอดกันร้องไห้

ทันใดนั้นบังอรมาเคาะประตูบอกว่าบารมีมาขอพบคุณหญิง สไบนางบอกให้นั่งรอที่ห้องรับแขกสักครู่ พอบังอรออกไป คุณหญิงจับมือสไบนางเอ่ยชวน

“ลงไปพบลุงเราพร้อมกับย่านะ”

ooooooo

เพียงเจอหน้ากัน บารมีก็ทัก “เป็นยังไงมั่งหลานลุง” เห็นสไบนางน้ำตาคลอส่ายหน้า เขาพูดอย่างเข้าใจว่า “ถ้าหนูไม่สบายใจ ไปอยู่กับลุงสักระยะดีไหม”

สไบนางทนไม่ได้เดินเข้ามากอดบารมีไว้แน่น บารมีกอดตอบตบไหล่เบาๆ

“อย่าหัวเสียกับเรื่องสกปรกของใคร จำไว้นะบี หนูเป็นหลานของลุง เป็นลูกคนเดียวของจักษ์กับไพ เขาสองคนแต่งงานอยู่กินกันจนเกิดหนูขึ้นมา กฎหมายยอมรับหนู ความถูกต้องและความจริงคือความดีในตัวหนูนะบี”

สไบนางยิ้มด้วยความตื้นตันใจ บารมีถามว่าจะไปเรียนใช่ไหม บอกว่า“พี่ชายเราเขารออยู่หน้าบ้าน อาสาจะไปส่งให้” ครั้นสไบนางทำหน้าฉงน บารมียืนยันว่า “เขาอาสาเองนะ ลุงก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน”

“คงเป็นห่วงว่าน้องจะคิดมากจนเตลิดเปิดเปิงไปไหนอีกล่ะมั้ง” คุณหญิงพลอยตื้นตันไปด้วย

“เขาไม่ใช่คนดีมีน้ำใจขนาดนั้นหรอกค่ะคุณย่า ต้องหาเรื่องแกล้งบีแน่ๆ” สไบนางชักสีหน้าขึ้นมา

คุณหญิงกับบารมีต่างยิ้มขำๆกับคู่กัดคู่นี้ เห็นจิกกัดกันทีไรก็มองอย่างเอ็นดูทุกที

พอสไบนางลงมาเจออุปมารออยู่ ถูกเขากวนประสาททันที นอกจากทวงให้ไหว้แล้วก็เรียกให้มาขึ้นรถ เมื่อสไบนางทำท่าจะเดินเลยไป ถามว่าพ่อไม่ได้บอกหรือว่าตนจะมารับ สไบนางบอกว่า “บอกแต่ไม่อยากไป”

“นึกอยู่แล้วว่าไม่กล้า คนเรามันไม่แน่จริง พอรู้ว่าไม่มีแบ็กอัพก็แหย ไม่กล้าเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ยังงี้แสลงไทยเขาเรียกว่าลูกแหง่รึเปล่า เอ๊ะ ไม่ใช่สิ น่าจะหลานแหง่มากกว่า”

อุปมาพูดยั่วเสียจนสไบนางฮึดขึ้นมา เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งคู่คนขับเสียเลย อุปมายิ้มกริ่มที่แผนตนสำเร็จ รีบขึ้นที่นั่งคนขับเหล่ๆมองแล้วขับรถออกไป
ขึ้นรถแล้วสไบนางก็นั่งปึ่งเงียบกริบ จนอุปมาแซวว่าระวังน้ำลายบูด วกเข้าเรื่องแหย่ให้เธอพูดว่า “อย่าบอกนะว่าเหตุการณ์คราวนี้กระทบกระเทือนจิตใจจนเปลี่ยนเธอเป็นคนละคน เก็บกด ไม่พูดไม่จา”

เพราะจับจุดสไบนางได้ ในที่สุดอุปมาก็ยั่วเสียจนสไบนางยอมพูดแม้จะเป็นคำพูดที่บอกเขาว่า “ที่ฉันเงียบเพราะฉันด่านายในใจ” ก็ทำให้อุปมาหัวเราะออกมาที่ทำให้เธอพูดออกมาได้ พูดอย่างร่าเริงว่า บีคนเดิมกลับมาแล้ว

“ฉันไม่อยากไปเรียนแล้ว ใจไม่พร้อม” สไบนางบอกลอยๆ

“อ้าว...แล้วจะไปไหนล่ะ” อุปมาถาม เหลือบมองหน้ารอคำตอบ

ooooooo

เมื่อคุณหญิงลงมาพบบารมีที่ห้องรับแขก บารมีบอกว่า งานแต่งของอุปมาผ่านไปตนมีเรื่องต้องคุยกับประมุขอีกมาก ถามว่าตอนนี้เขาอยู่ไหม คุณหญิงบอกว่ายังไม่ตื่นกระมัง

“มีหลายเรื่องที่ผมอยากรู้ความจริง แต่ผมไม่พร้อมที่จะฟังเวลานี้”

“น้าเข้าใจ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น้ารอคอย เพื่อดูผลของบาปครั้งนี้ น้าห่วงบีมากกว่าใครทั้งหมด น้าเลี้ยงแกมาอย่างสะอาดนะพ่อมี พ่อมีไม่อยากรู้เดี๋ยวนี้จริงๆเหรอ”

“ยังครับคุณน้า ผมกลัวจะระงับอะไรๆไว้ไม่ได้ ผมไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่ห่วงหลาน ห่วงผลสะท้อนที่จะเกิดขึ้นกับแก”

คุณหญิงบอกว่าไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก บารมีถามว่าหมายความว่าอย่างไรมองหน้าอย่างอยากรู้

“บีเป็นลูกของประจักษ์ น้ายืนยันได้จนวาระสุดท้าย... วันหนึ่งนะพ่อมี วันที่น้าทนไม่ไหวขึ้นมา ทุกคนจะรู้ใจน้า” คุณหญิงสะเทือนใจจนน้ำตาท่วม ต้องเบือนหน้าไปจากสายตาของบารมี

ooooooo

เมื่อบารมีกลับมาบ้านไทยประยุกต์ เห็นสไบนางนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็ถามอย่างแปลกใจว่ามาได้ยังไงเนี่ย สไบนางลุกเดินไปหาถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า

“ลุงไม่ได้เกลียดบีนะคะ” บารมีย้อนถามยิ้มๆว่าตนจะเกลียดทำไม “บีเป็นลูกของพ่อประจักษ์รึเปล่าก็ไม่รู้” พูดแล้วก็หน้าเบะขึ้นมาอีก

บารมีเดินเข้ามาลูบผมหลานสาว “ลุงอยากให้บีเลิกคิดเรื่องนี้เสียที ตัดมันออกไปจากหัวได้แล้ว ดูซิ ไม่มีสมาธิไม่เป็นอันเรียนแล้วเห็นไหม” สไบนางทำท่าจะชี้แจงแต่พูดไม่ออก “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ลุงเข้าใจความรู้สึกของบี เอางี้นะ บีเป็นลูกของไพ จะยังไงบีก็ต้องเป็นหลานของลุงอยู่ดี จักษ์สร้างบีให้เกิดมา เขารักบีมาก เลี้ยงลูกกับมือมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยทอดทิ้งบีเลย จนความตายมาพรากเขาไป”

สไบนางน้ำตาท้นขึ้นมา บารมีเองก็น้ำตารื้นขณะพูดต่อ

“ความผูกพันชนิดนี้ของจักษ์ที่มีให้บี ไม่เรียกว่าพ่อคนแล้วจะเรียกว่าอะไร...ให้สัญญากับลุงนะ ลืมมันไปเสีย ตัดเรื่องนี้ออกไปจากความคิดได้แล้ว” เมื่อสไบนางรับคำ บารมีเอ่ย “ขอให้ลุงเห็นบีต้องเสียน้ำตาเพราะเรื่องไร้สาระนี่เป็นครั้งสุดท้ายนะ”

“ค่ะคุณลุง” สไบนางรับคำโผเข้ากอดบารมีร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อนที่จะต้องไม่ร้องไห้อีก

ooooooo

ที่สนามหน้าบ้านอัคราช สามพ่อแม่ลูก คือประมุข วิจิตรา และเมธาวี นั่งทานของว่างกันอยู่ ประมุขถามเมธาวีถึงเรื่องการจดทะเบียนสมรสหลังแต่งงานว่า อุปมาได้คุยกันหรือยัง

“ยังเลยค่ะ” เมธาวีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย เมื่อประมุข เตือนว่าเรื่องนี้สำคัญทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องเสีย “คงไม่มีปัญหาอะไรมังคะ” เมธาวีตอบเลี่ยงไปอย่างไม่อยากให้เป็นประเด็นขึ้นมา

แต่ประมุขไม่ยอมหยุดเตือนว่าบารมีนั้นเขี้ยวลากดิน ถ้าไม่ยอมจดทะเบียนสมรสก็ไม่ต้องแต่ง วิจิตราก็ลุ้นให้เมธาวีคุยกับอุปมาเสียให้รู้เรื่อง เพราะพ่อกับแม่คงไม่สะดวกที่จะพูดเรื่องนี้เอง

“ไม่จดก็เท่ากับโง่ไปเป็นเมียเขาฟรีๆ แกจะไม่ได้ ส่วนแบ่งอะไรเลย” ประมุขพูดชัดๆ

“สมบัติเราก็มีเยอะแยะ เมไม่เห็นอยากจะได้ของเขาเลย”

ประมุขกับวิจิตราฟังแล้วสบตากันเล็กน้อย เมธาวีถอนใจมองไปทางหน้าบ้าน ถามอย่างตกใจว่า “ใครน่ะ” เพราะที่หน้าบ้านชันษาในสภาพหนวดเครารุงรัง เนื้อตัวทรุดโทรมมาด้อมๆมองๆอยู่

แต่พอรู้ตัวว่าข้างในเห็น ชันษาก็หลบไปทันที

ชันษากลับไปนอนเขละที่โซฟาในบ้าน แม่เขาเดินมาเห็นทนไม่ได้เรียกให้ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ บอกลูกน้ำตาท่วมว่าทนเห็นลูกในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ชันษาลุกขึ้นมาตวาดว่าทนไม่ไหวก็ไม่ต้องมอง

“ถ้าฉันไม่ใช่แม่ของแก ฉันก็ไม่อยากจะมองหรอก แกจะทำลายอนาคตตัวเองเพื่อผู้หญิงคนเดียวไปเพื่ออะไร ยังไงคุณเมเขาก็ไม่มองแกอยู่แล้ว”

ชันษาลุกพรวดขึ้นตวาดลั่น “แม่หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” ไม่เพียงเท่านั้นเขายังจับไหล่แม่เขย่า “เมรักผม เรารักกันมาก ไม่มีใครมาพรากเราสองคนไปจากกันได้ เข้าใจไหมแม่”

ชันษาผลักแม่จนล้มนั่งบนโซฟา แล้วตัวเขาเองก็วิ่งเตลิดออกจากบ้านไป ทิ้งให้แม่ร้องไห้ด้วยความเวทนาลูกชายคนเดียว...

ooooooo

ยิ่งใกล้วันแต่งงานของเมธาวี ชันษาก็ยิ่งว้าวุ่น ร้อนรน สับสน ค่ำนี้ก็มาแอบดูเมธาวีที่เดินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่สนามข้างบ้าน

ชันษาได้ยินเธอคุยกับเพื่อนเรื่องแต่งงานและเจ้าบ่าวอย่างมีความสุขก็ยิ่งทนไม่ได้ มองเธออย่างเจ็บปวด คิดจะเอาชนะให้ได้

ค่ำวันเดียวกัน บารมีก็คุยกับอุปมาถามว่าคิดอย่างไรกับเรื่องจดทะเบียนสมรส อุปมาบอกพ่อว่า อยู่กันไปสักระยะหนึ่งแล้วค่อยว่าดีกว่า บารมีติงว่าทางนั้นเขาคงไม่ยอม

อุปมาบอกพ่อว่าเมธาวียังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับตนเลยตัดบทว่าช่างเถอะไม่สำคัญอะไร

“สำหรับคนกำลังหมดตัว มันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเลยล่ะ” บารมีติง ครั้นอุปมาบ่นว่านับวันตนก็รู้สึกประมุขจุ้นจ้านมากขึ้นทุกที ตนไม่รู้จะอดทนกับเขาได้มากแค่ไหน บารมีมองหน้าไฟเขียวว่า “พ่อก็ไม่เคยให้มาร์คต้องอดทนกับคนอย่างมันนี่”
“งั้นผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่จดทะเบียนสมรสกับเม” อุปมาสีหน้าจริงจังเด็ดขาด

ooooooo

บรรยากาศภายในบริเวณบ้านอัคราชในเย็นก่อนวันงาน ถูกจัดตบแต่งอย่างสวยงาม ส่วนภายในบ้าน คุณหญิง บังอร และยายจันทร์ที่มาจากบ้านสวนเพื่อช่วยงาน ก็ช่วยกันจัดแต่งพานพุ่ม และร้อยพวงมาลัยร้อยอุบะกันคนละไม้คนละมือ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเต็มที่

ยายจันทร์เปรยๆขึ้นว่า เมธาวีแต่งออกไปก็เหลือแต่สไบนาง บังอรพูดขำๆว่า

“คุณอาทิตย์มีลุ้นที่สุดนะคะ เห็นทนกันได้”

“ถ้ายังรอไหวนะ” คุณหญิงเอ่ยขึ้นเพราะสไบนางยังต้องเรียนอีกอย่างน้อย 4 ปี

พอดีเมธาวีกับอุปมาเดินเข้ามาหลังจากไปลองชุดแต่งงานและเอากลับมาด้วย เมธาวีขอตัวเอาชุดไปเก็บ คุณหญิงจึงเรียกอุปมานั่งคุยกัน อุปมามองพวกป้าๆแล้วเอ่ยอย่างปลื้มปีติว่า ทุกคนช่วยงานนี้กันเต็มที่หมด เห็นแล้วตนก็ละอายใจ
คุณหญิงถามว่าแม่เขามาถึงหรือยัง อุปมาบอกว่าพ่อกำลังไปรับที่สนามบิน คุณหญิงเลยนึกได้บอกว่าเห็นยัยบุบบี้ไปด้วย

“ครับ เขาเป็นเงาตามตัวพ่อ เดี๋ยวนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วนะครับ” พูดแล้วดูทุกคนทำงานอย่างสนใจ “หมดรุ่นคุณย่า คงไม่มีใครมานั่งทำพานร้อยดอกไม้เองแล้วมังครับ”

“มีสิคะ คุณบีไงคะ” บังอรบอก

อุปมาหลุดขำออกมา พอคุณหญิงเหลือบมองเขายิ้มแหยๆเอ่ยขอโทษหน้าเจื่อนๆ

ooooooo

ที่ห้องคอนโดฯของอุปมา หัสดินกำลังพาคนงานไปขนของออกจากห้อง วิมาดากลับมาเจอเอ็ดตะโรถามว่ามาทำอะไรกันที่ห้อง หัสดินบอกว่า “มาร์คขอให้ผมช่วยกลับมาเก็บของทั้งหมด”

วิมาดาเหยียดยิ้มพูดเย้ยๆว่าขนาดไม่กล้ามาด้วยตัวเองเลยหรือ หัสดินบอกว่า อุปมาสั่งให้เธอเก็บเสื้อผ้าออกไปให้หมดและขอกุญแจห้องพักคืนด้วย วิมาดาโกรธจัดขว้างกุญแจใส่หน้าหัสดินแล้วเดินเข้าห้องนอน

“เดี๋ยวครับคุณวิ” หัสเดินเรียกไว้ วิมาดาตวาดแว้ดว่ามีอะไรอีกล่ะ หัสดินยื่นการ์ดแต่งงานให้ “มาร์คฝากการ์ดเชิญมาให้” วิมาดารับไปฉีกเป็นสองท่อนทิ้งทันที หัสดินมองนิ่งๆพูดเรียบๆว่า “ผมทำหน้าที่เสร็จครบถ้วนแล้ว ขอตัวกลับเลยนะครับ”

พอหัสดินไปแล้ว วิมาดาหยิบการ์ดที่ฉีกมาต่อกัน มองอย่างเจ็บแค้นวางแผนจะไปป่วนงานเอาคืน

ooooooo

คืนนี้ อุปมาและหัสดินไปปาร์ตี้สละโสดกันที่ผับแห่งหนึ่ง อุปมาสนุกสนานเต็มที่ถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนสาวๆแต่งตัวเซ็กซี่รุมกันแต๊ะอั๋งก่อนที่เพื่อนสุดหล่อจะถูกผู้หญิงอื่นฉกไป อุปมาเองก็สนุกสุดเหวี่ยงทิ้งทวน

ส่วนเมธาวีถูกคุณหญิงเรียกไปพบที่ห้องนอน มอบสร้อยเพชรของเก่าสวยงามมีราคาให้เป็นสมบัติติดตัวพร้อมคำอบรมและอวยพรให้มีความสุขมากๆขอให้มีชีวิตคู่สมบูรณ์อย่างที่วาดฝันเอาไว้

ออกจากห้องคุณหญิงแล้ว เมธาวีเคาะประตูห้องนอนของสไบนางที่เพิ่งกราบหมอนหลังสวดมนต์เสร็จ เข้ามายืนพูดอย่างไว้ตัวว่า

“ฉันอยากจะมาขอร้องเธอ พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของฉัน ฉันอยากให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด ตอนนี้ฉันมั่นใจในทุกๆอย่างแล้ว เหลือแต่ตัวเธออย่างเดียว”

พูดแล้วจ้องหน้าสไบนางก่อนย้ำหนักๆว่า “พรุ่งนี้กรุณาแต่งตัวให้เหมาะสมกับกาลเทศะด้วย ไอ้ชุดแฟนซีโลกแตกของเธอเก็บเข้าตู้ไปก่อน ถือว่าฉันขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน” ปรามว่า “ถ้าเธอทำงานฉันมีตำหนิแม้แต่นิดเดียว ฉันจะเล่นงานเธอไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น”

สไบนางรับปากจะทำตามคำขอครั้งแรกและครั้งสุดท้าย พอเมธาวีจะเดินไป สไบนางก็ยิ้มเจ้าเล่ห์พึมพำว่าพรุ่งนี้จะแต่งชุดอะไรดีนะ แล้วก็นึกออก ยิ้มเต็มหน้าดีใจสุดๆ

“นึกออกแล้ว ใส่ชุดเจ้าสาวประชันกับพี่เมดีกว่า”

“อีเด็กบ้า” เมธาวีหันมาด่าอย่างเจ็บใจ

อารมณ์เสียจากสไบนาง เมธาวีเดินลงมาที่ห้องโถงซึ่งจัดตั้งตั่งรดน้ำสังข์ไว้พร้อมแล้ว ระหว่างนั้นเธอโทร.เช็กว่าอุปมากลับจากปาร์ตี้สละโสดแล้วหรือยัง พอรู้ว่ากลับมาแล้วก็ชมว่าขอบคุณที่ตรงเวลา กระหนาบว่านับแต่วันพรุ่งนี้เขาจะทำตัวแบบนี้ไม่ได้อีก

เมื่อเดินมาถึงตั่งรดน้ำสังข์ เมธาวีมองอย่างปลื้มปีติที่พรุ่งนี้ก็จะได้นอนหมอบบนนี้รับน้ำสังข์คู่กับอุปมาแล้ว แต่อดใจไม่ได้ลองขึ้นไปนั่งหมอบพนมมือในท่ารับน้ำสังข์ แล้วยิ้มอย่างมีความสุขกับวันสำคัญในชีวิตที่จะมาถึงวันพรุ่งนี้

ooooooo

แล้ววันสำคัญก็มาถึง เมื่อขบวนขันหมากที่หน้าบ้านไทยประยุกต์เริ่มเคลื่อนขบวนโดยมีวงดนตรีบรรเลงอย่างครื้นเครง หน้าขบวนมีขบวนกลองยาวรำกันเฉิบๆมีการถ่ายวีดิโอพร้อมเสียงพากย์อย่างสนุกสนานของหัสดิน

ขณะทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีนั่นเอง วิมาดาก็นั่งรถสปอร์ตคันหรูเข้ามาขวางขบวนแล้วลงไปหาอุปมาตาแดงก่ำ ตัดพ้อว่าทำไมทำกับตนแบบนี้ พร่ำรำพันถึงความรักที่มีต่อกัน กระทั่งโผเข้ากอดอุปมาร้องไห้คร่ำครวญ

อุปมาหน้านิ่งแววตาสะใจ แต่บารมีร้อนใจบอกลูกชายให้รีบไปเคลียร์เสียให้เรียบร้อยบ่นว่าเสียฤกษ์หมด

ที่บ้านอัคราช ก็โกลาหลกันไปหมด เมื่อเมธาวีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกคนออกตามหาไปทั่วบ้านก็ไม่เจอ ในห้องเหลือแต่ชุดแต่งงานที่แขวนไว้กับสร้อยเพชรที่คุณหญิงให้ไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็น

คุณหญิงเดาว่าเมธาวีอาจรู้ว่าตนต้องแต่งงานเพราะอะไรเลยหนีไป วิจิตราบอกว่าจะให้งานล้มไม่ได้เด็ดขาดเพราะแขกผู้ใหญ่พากันมามากมายแล้ว ผู้สื่อข่าวก็ออกันอยู่เต็มหน้าบ้าน คุณหญิงถามอย่างหงุดหงิดว่าเมื่อเจ้าสาวไม่อยู่แล้วจะให้อุปมาแต่งกับใครล่ะ

“ถ้าเราเปลี่ยนตัวเจ้าสาวตอนนี้ก็ยังทันนะครับคุณแม่” ประมุขเสนอขึ้น

ขณะที่หน้าบ้านไทยประยุกต์กำลังวุ่นวายกันอยู่นั้น บารมีก็ได้รับโทรศัพท์จากประมุขบอกให้หยุดขบวนขันหมากไว้ก่อนแล้วให้เขารีบมาที่บ้านตนเดี๋ยวนี้เลย

สไบนางเพิ่งตื่นอาบน้ำกำลังแต่งตัว พอรู้ข่าวว่าเมธาวีหายไป หยาดฝนที่มาอยู่ช่วยงานด้วยก็พลอยตึงเครียดไปด้วยบอกสไบนางว่าตอนนี้เห็นพวกผู้ใหญ่พากันเข้าไปคุยในห้องทำงานแล้ว ถามสไบนางอย่างเป็นห่วงแทนว่า

“พี่เมหายไปจริงๆเหรอบี แล้วงานแต่งวันนี้จะทำยังไงล่ะ”

สไบนางร้อนใจเปิดตู้คว้าชุดอะไรก็ไม่รู้ออกมาอย่างไม่สนใจ

ooooooo

ที่ห้องทำงานคุณหญิง บังอรกับลุงแก้วถูกเรียกมาสอบถามสภาพเมื่อคืน ลุงแก้วบอกว่าประมาณตี 4 ได้ยินเสียงรถหน้าบ้านเลยออกไปดู แต่ไม่ทันเห็นอะไร พอจะกลับก็เห็นประตูหน้าบ้านเปิดแง้มไว้คิดว่าใครคงลืมปิดเลยเดินไปปิดเสีย

หลายคนช่วยกันวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น  ถูกบารมีขัดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า แบบนี้หมายความว่าพวกอัคราชกำลังลองดีกับตนใช่ไหม

คุณหญิงจึงให้วิจิตราลงไปรับหน้าแขกที่มางานข้างล่างก่อน ส่วนพวกตนคุยกันต่ออย่างเคร่งเครียดหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้งานล้ม ไม่ให้เสียหน้า

บารมียังปักใจเชื่อว่านี่เป็นแผนการของประมุข ย่ืนคำขาดให้ประมุขต้องรับผิดชอบให้รอรับความหายนะได้เลย คุณหญิงร้อนใจถามว่าแล้วงานวันนี้จะทำยังไง ตวาดให้ประมุขหยุดทะเลาะกับบารมี ให้มาช่วยคิดหาทางแก้ปัญหาก่อน

พอดีสไบนางเข้ามาด้วยความเป็นห่วงคุณหญิง ประมุขเสนอทันทีว่าเรายังมีบีอีกคน อ้างหน้าด้านๆว่ายังไงสไบนางก็เป็นอัคราชคนหนึ่งต้องมีส่วนชดใช้เหมือนกับตน

พอสไบนางรู้ว่าประมุขจะให้ตนแต่งงานกับอุปมาแทนเมธาวี ก็โวยวายลั่นเป็นตายอย่างไรตนก็ไม่ยอมแต่งขู่ว่าถ้าบังคับกันก็จะหนีไปเลย

“ถ้าแกคิดเอาตัวรอดหนีไปแบบเมอีกคน ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่า...”

“เจ้ามุข!” คุณหญิงตวาดลั่น

“ไอ้มุข!” บารมีตะคอกอย่างรู้ทันว่าประมุขจะพูดอะไร สุดท้ายก็ยอมแพ้ประมุขขอว่า “ขอให้แกหยุดความชั่วร้ายของแกไว้แค่นี้”

สไบนางเอะอะโวยวายเป็นตายก็ไม่ยอม อุปมาช่วยกล่อมว่าก็แค่เล่นละครเท่านั้น แล้วด่ากราดว่าผู้หญิงไทยชั่วร้ายเหมือนกันหมดหาซื่อสัตย์ไม่ได้สักคน ถูกสไบนางด่าว่าเขาโง่เองต่างหาก แล้วทำไมไม่คิดว่าเมธาวีมีเหตุผลอื่น จ้องหน้าอุปมาพูดอย่างสะใจว่า


“บางทีพี่เมอาจจะตาสว่างขึ้นมาทันเวลาก็ได้ จงใจหนี เพราะไม่อยากแต่งงานกับคนอย่างนาย”

“ตกลงครับพ่อ ผมจะแต่งงานกับเด็กบ้านี่” อุปมาพูดอย่างเจ็บใจอีกว่าถือเสียว่าแต่งแก้เคล็ดล้างซวยก็แล้วกัน

คุณหญิงสั่งให้ทุกคนหยุดทะเลาะกัน แล้วมาคุยกันแบบผู้ใหญ่ใช้เหตุใช้ผลมาแก้ปัญหากัน

หลังจากเจรจาต่อรองกันอย่างตึงเครียดครู่ใหญ่ ประมุขทิ้งไม้ตายว่า ถ้าบารมีไม่ยอมรับสไบนางเป็นเจ้าสาวก็เท่ากับปฏิเสธการใช้หนี้ ยอมยกหนี้ทั้งหมดให้ตนเอง

“ขบวนขันหมากจะมาถึงหน้าบ้านแกภายใน 15 นาที” บารมีตัดสินใจประกาศกร้าว

ooooooo

สไบนางเครียดจัด คิดหาทางแก้ปัญหาให้ตัวเองหัวแทบระเบิด สุดท้ายคิดออกมาบอกทุกคนด้วยความดีใจว่า ตนแต่งงานกับอุปมาไม่ได้เพราะเป็นลูกพี่ลูกน้องใกล้ชิดกันมาก ขืนแต่งมีหวังโดนนินทาตาย

คุณหญิงเริ่มลังเล บารมีก็เครียด สุดท้ายเขายอมบอกความจริงแก่ทุกคนว่า ที่จริงแล้วศรีอำไพไม่ใช่น้องแท้ๆของอุปมา เขาเล่าว่า

พ่อกับแม่มีตนเป็นลูกชายแล้วคนหนึ่งแต่อยากได้ลูกสาวอีกคน แม่พยายามจนแท้งไป 3 คน แล้วก็ยังไม่สำเร็จ จนพ่อเทียนสงสารบอกให้พอเถอะ

แล้วคืนหนึ่งก็มีคนเอาทารกหญิงมาทิ้งไว้หน้าบ้าน พ่อกับแม่ดีใจมากแอบเลี้ยงไว้เงียบๆบอกชาวบ้านว่าเป็นลูกของตน เพราะตอนแม่แท้งก็ไม่มีใครรู้ เราสามคนพ่อแม่ลูกตั้งใจจะปิดเรื่องนี้ให้ตายไปกับตัวไม่คิดว่าวันนี้ต้องมาเปิดเผยแก่ทุกคน

กอปรกับคุณหญิงขอร้องสไบนางให้ทำเพื่อย่าสักครั้ง สุดท้ายสไบนางก็จำใจยอม

แขกที่มางานส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นเมธาวีจึงคิดว่า

สไบนางคือเมธาวี แต่หม่อมเกศและหัสดินรู้ต่างแปลกใจ แต่หม่อมเกศก็ช่วยคุมเกมประคับประคองให้งานดำเนินต่อไป

ทุกขั้นตอนของงานผ่านไปอย่างทุลักทุเล จนเมื่ออาทิตย์มางาน สไบนางลุกพรวดไปหาอาทิตย์เล่าความจริงให้เขาฟังว่าเมธาวีหายตัวไปตนจึงถูกจับมาแต่งงานแทน ทั้งขอร้องให้อาทิตย์ช่วยตามหาเมธาวีให้ด้วย

สไบนางตั้งข้อสังเกตว่าชันษาอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพราะตอนนี้ชันษาก็หายไปด้วย

“ไม่ต้องห่วงพี่จะพยายามสุดความสามารถ” อาทิตย์รับปากสไบนางแล้วรีบกลับออกไป

ฝ่ายวิมาดาก็มาป่วนที่บ้านอัคราชเช่นกัน แต่พอรู้ว่าเมธาวีหายไปและต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวมาเป็นสไบนางก็พูดเยาะเย้ยอุปมาว่าเจ้าสาวเหมาะกับเขามาก แล้วกรีดกรายกลับไปอย่างสะใจ

ooooooo

คุณหญิงเข้าไปรดน้ำสังข์ให้อุปมากับสไบนางเป็นคนแรก ขอบใจทั้งสองที่ช่วยรักษาหน้าผู้ใหญ่ไว้ ขอโทษสไบนางสัญญาว่าจะหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

บารมีปรามอุปมาว่าห้ามล่วงเกินน้องเด็ดขาดนี่คือคำสั่ง บังคับให้อุปมารับปาก เมื่ออุปมารับปากบารมีบอกสไบนางว่า “คิดซะว่านี่คือการเล่นละครฉากนึงก็แล้วกันนะหนูบี” ทั้งสัญญาว่า “ลุงจะดูแลชีวิตหนูและหาทางชดเชยความเสียหายที่เกิดกับหนูในวันนี้ให้ดีที่สุด ลุงสัญญา”

“ชีวิตบีจบแล้วล่ะค่ะลุงมี” สไบนางร้องไห้โฮออกมา ทำเอาแขกพากันตกใจ บารมีหันไปบอกแขกยิ้มๆว่าตนอวยพรซาบซึ้งใจไปหน่อยเจ้าสาวเลยร้องไห้ หยอกแขกว่าคนต่อไปก็อย่าพูดซึ้งนักเพราะเจ้าสาวค่อนข้างเซนสิทิฟ

ส่วนอุปมาก็หงุดหงิดกับสไบนาง คอยปรามคอยดุอยู่ตลอดเวลา ส่วนสไบนางก็ตาเขียวปั้ดใส่ทุกครั้งที่โดนว่า

หลังพิธีรดน้ำสังข์แล้ว สไบนางขึ้นไปพักที่ห้อง บอกคุณหญิงที่ตามขึ้นไปว่าตนไม่ยอมจดทะเบียนกับ “มัน” เด็ดขาด ตนจะรออาทิตย์ เขากำลังไปตามหาเมธาวีอยู่

ไม่ทันไร วิจิตราก็ขึ้นมาตามบอกว่าเจ้าหน้าที่เขตมาถึงแล้ว จ้องสไบนางอย่างชิงชัง ด่าว่าเป็นนักฉกฉวยโอกาสแก่งแย่งทุกอย่างไปจากเมธาวี แม้แต่วันนี้ก็แย่งตำแหน่งเจ้าสาวไป

พอคุณหญิงปรามก็กลับหาว่าคุณหญิงคอยให้ท้ายสไบนางแบบนี้แหละ แล้วด่าสไบนางต่อ

“ฉันเคยพูดผิดปากเสียเมื่อไหร่ เธอมันก็แค่นางรอง นางละครเหมือนแม่เธอ ขนาดจะมีผัวก็ยังต้องรับของรองจากที่ยัยเมเลือกแล้ว”

แต่พอถูกสไบนางตอบโต้อย่างเจ็บแสบเผ็ดร้อนก็จะเข้าไปตบ ถูกคุณหญิงเข้ามาขวางตวาดว่าอย่ามาใช้กำลังกับหลานตน แล้วจะพาสไบนางลงไป สไบนางบอกว่าตนไม่อยากจดทะเบียนกับอุปมา

“ทั้งหมดเป็นความต้องการของลุงมีของเรา ย่าช่วยอะไรไม่ได้หรอก” คุณหญิงบอกแล้วหันไปปรามวิจิตรา “สงบสติอารมณ์แล้วคิดดูให้ดีนะวิจิตรา บางทีการที่แม่เมหายไปยังงี้อาจเป็นโชคของเมก็ได้ ลืมไปแล้วหรือว่าวิธีแต่งงานวันนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร”

แล้วคุณหญิงก็พาสไบนางลงไปเพื่อจดทะเบียนสมรส  สไบนางอิดออดแต่ไม่กล้าขัดใจคุณย่า

แต่พอลงมาแล้วเป็นตายอย่างไรสไบนางก็ไม่ยอมเซ็นชื่อ ทีแรกอุปมาก็ไม่ยอมเซ็น แต่พอถูกบารมีขู่ว่าถ้าไม่ยอมจด ทะเบียนจะเตะให้รากเลือดเลย เขาเลยจับปากกาเซ็นพูดอย่างขัดใจว่า

“ผมยอมเซ็นชื่อเพราะกลัวโดนพ่อเตะ มันไม่ได้มีความหมายสำคัญอะไรกับผมเลย”

ส่วนสไบนางไม่ยอมเซ็น จนบารมีใช้ไม้ตายจับล็อกตัวแล้วให้ปั๊มหัวแม่มือท่ามกลางเสียงแผดร้องของสไบนาง... “ไม่มมมมม!!!”

ooooooo

หลังจากถูกจับพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว สไบนางขึ้นไปที่ห้องนอนพูดอย่างเจ็บใจว่าตนจะหนีอย่างเมธาวีบ้าง หยาดฝนคอยปลอบเพื่อนรักให้ใจเย็นๆ เพราะเดี๋ยวก็จะถึงเวลาส่งตัวกันแล้ว

หญิงฉัตรซึ่งรู้เรื่องดีเอาอาหารมาให้สไบนางบนห้อง เตือนสติให้รู้ว่าวันนี้เธอทำฤทธิ์เดชมากเลยรู้ไหม สไบนางย้อนถามว่าแล้วเรื่องเมธาวีหายไปมันเกี่ยวอะไรกับตน ทำไมตนต้องรับผิดชอบด้วย

“เพราะสังคมกลุ่มของเรามีเกียรติยศชื่อเสียงที่ต้องรักษาน่ะสิจ๊ะบี เหตุการณ์วันนี้ใหญ่หลวงมากไม่มีใครที่จะทำหน้าที่รักษาชื่อเสียงหน้าตาของตระกูลได้ดีเท่าบีอีกแล้ว” หญิงฉัตรเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

สไบนางเอาแต่ส่ายหน้ารับไม่ได้และไม่ยอมรับรู้ด้วย หญิงฉัตรหว่านล้อมว่า รู้ว่าเธอไม่ใช่เด็กดื้อเป็นคนยอมรับในเหตุผลแล้วรวบรัดว่า

“ตอนนี้ทุกอย่างก็ผ่านมาถึงขั้นนี้แล้ว หนูไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะ นอกจากให้ความร่วมมือ”

สไบนางย้อนถามว่าเขาส่งหญิงฉัตรมาเป็นทูตเจรจาใช่ไหม ถามว่า

“แล้วอนาคตของบีล่ะคะ ใครเคยเห็นบ้าง เคยห่วงบีไหม ทุกคนคิดเอาแต่ได้ บีตั้งใจเรียนแทบตายไปติวกับน้าฉัตรแทบทุกวัน...แต่งชุดนักศึกษาได้แค่ไม่กี่วันเอง ฮือ...ฮือ... อนาคตของบีต้องจบลงเพื่อใคร ใครมองลึกถึงความเสียหายของบีมั่ง ค่าอนาคตค่าความฝันของบี ใครหน้าไหนจะมาชดใช้ให้บีคะ”

หญิงฉัตรบอกว่าตนเข้าใจ ยอมรับว่าพูดอะไรไม่ออกนอกจากเสียใจด้วยเท่านั้นจริงๆ

“เสียใจ...ให้ความเสียใจของทุกคนรวมกันก็ไม่ได้เท่ากับครึ่งหนึ่งของบีหรอกค่ะ ความหวังความฝันของบี บีสร้างมาเองคนเดียว แต่วันนี้ หลายคนช่วยกันทำลายมันจนหมดสิ้น...ทำไมคะ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับบีด้วย...”

สไบนางร้องไห้โฮลุกไปกอดหยาดฝนไว้แน่น หยาดฝนพลอยร้องไห้ไปด้วย ส่วนหญิงฉัตรได้แต่นั่งมองสไบนางด้วยความเห็นใจ พูดอะไรไม่ออก...

ooooooo

งานส่งตัวและงานเลี้ยงที่โรงแรมในคืนนี้เป็นปัญหาที่มาจ่อให้แก้อยู่ตรงหน้าแข่งกับเวลาที่ต้องแก้ปัญหาภายในกัน

อาทิตย์กลับมาที่บ้านอัคราชด้วยสีหน้าตื่นเต้น บอกคุณหญิงว่าได้ข่าวเมธาวีแล้ว แต่พออุปมาถามว่าเมธาวีอยู่ไหน อาทิตย์ก็หน้าเครียดลง เล่าเหตุการณ์ขณะตนตามไปพบเมธาวีว่า

รถที่เมธาวีนั่งไปนั้นประสบอุบัติเหตุ เมธาวีหมดสติอยู่บนรถ ส่วนคนขับคือชันษาเสียชีวิตคาที่ จากการชันสูตรของแพทย์พบว่าเมธาวีถูกวางยาสลบแล้วลักพาตัวไป แม้ขณะเกิดอุบัติเหตุเธอก็ยังไม่รู้สึกตัว

อุปมาฟังแล้วพรวดออกจากห้องไปทันที บารมีพยายามเรียกไว้แต่ไม่สำเร็จ ส่วนวิจิตราพอได้ข่าวเมธาวีประสบอุบัติเหตุสลบไม่ได้สติ ก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายจะไปเยี่ยมถามประมุขว่าจะไปเยี่ยมลูกหรือจะอยู่เป็นสักขีพยานส่งตัวสไบนางเข้าหออีก

ประมุขขออยู่ดูลาดเลาก่อน เพราะลูกถึงมือหมอแล้วเราไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ เมื่อถูกวิจิตราด่าประมุขย้ำปรามว่า

“คุณตั้งสติให้ดีนะจิตรา เรื่องเมประสบอุบัติเหตุต้องปิดไว้เป็นความลับ เรายังไม่รู้เลยว่าไอ้ชันษาอยู่กับเมในที่เกิดเหตุได้ยังไง แค่นี้ยังอื้อฉาวไม่พอรึไง เราจะหายหน้าไปจากงานไม่ได้ เข้าใจไหม”

สไบนางแอบฟังอยู่ สงสารชันษาจนเกือบลืมเรื่องสะเทือนใจของตัวเอง

ooooooo

อุปมาหุนหันออกไปบอกบารมีว่าตนจะไปเยี่ยมเมธาวีแล้วขับรถออกไปเลย ส่วนคุณหญิงสะเทือนใจกับเรื่องที่รุมเร้าเข้ามาจนเป็นลมหมดสติ อาทิตย์ฝากคุณหญิงให้บังอรช่วยดูแลแล้วรีบกลับไปที่โรงพยาบาล
อุปมาเข้าไปเยี่ยมเมธาวีก่อนแล้ว อาทิตย์เข้ามาบอกเขาว่าเมธาวีพ้นขีดอันตรายแล้ว เตือนสติเขาว่า เวลานี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือบี แม้ร่างกายเธอจะไม่ได้รับอันตรายอะไร แต่จิตใจเธอย่ำแย่ ชีวิตเธอมีตำหนิเพราะเขา เมื่ออุปมาตวาดว่าไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า อาทิตย์โต้สวนไปว่า

“ใช่ ผมไม่รู้อะไรมาก แต่ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่ทิ้งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆให้เผชิญเรื่องร้ายๆอยู่คนเดียวเด็ดขาด”

“ห่วงกันมากเหลือเกินนะ” อุปมาประชด

“ใครจะคิดห่วงแต่ตัวเองเหมือนคุณล่ะ ยังพอมีเวลาไปเล่นละครฉากนี้ต่อไปให้จบ บีจะได้ไม่ต้องอับอายมากไปกว่านี้”

อุปมาเถียงไม่ออก หันมองเมธาวีที่ยังนอนไม่ได้สติ ถอนใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

ส่วนที่บ้านอัคราช เมื่อถึงเวลาส่งตัวแล้วเจ้าบ่าวหายไปจากงาน บารมีตัดสินใจประกาศยกเลิกพิธีส่งตัวและงานเลี้ยงฉลองสมรสคืนนี้ เอ่ยกราบขอโทษแขกที่มาในงานสำหรับความไม่เรียบร้อยทั้งหมดของงานวันนี้ ยกมือไหว้รอบทิศแล้วกลับออกไปท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรมไปหมด

สไบนางดีใจจนน้ำตาคลอกอดบังอรบอกว่าฝันร้ายของตนจบแล้ว หยาดฝนพลอยดีใจกับเพื่อนด้วย

แต่เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียว อุปมาก็กลับมาถึงที่จัดงาน บารมีถามอย่างโกรธจัดว่ากลับมาทำไมตอนนี้ อุปมาเข้าใจสถานการณ์ยกมือไหว้ขอโทษพ่อหน้าจ๋อยอย่างสำนึกผิด

บารมีจะทุบตีลูกชายก็ทำไม่ลง ได้แต่พูดตาแดงก่ำ

“โทษแกหนักมากมาร์ค ตลอดชีวิตพ่อเพิ่งได้รู้ว่าแกมันก็ไอ้คนหน้ามืดใช้อารมณ์เข้าทำลายความดีงามและความถูกต้อง แกทำให้พ่อผิดหวังมาก ทำลายน้ำใจบีอย่างไม่น่าให้อภัย แกจะกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีกทำไม”

อุปมาสารภาพว่าตนเป็นห่วงเมธาวี บารมีด่าว่า “งั้นเหรอ...วิมาดาแกลืมเขาไม่ได้ หนูเมแกก็สงสาร ดูเหมือนแกจะชอบสะสมผู้หญิงเก่าๆไว้เสียเหลือเกินนะ” พูดประชดแล้วไล่จะไปเสเพลที่ไหนก็ไปตนไม่ว่าอะไรอีกแล้วแต่ให้จำไว้ว่า “พ่อจะยึดอิสรภาพทางกฎหมายของแกเอาไว้ พ่อจะไม่ยอมให้แกหย่ากับบีเด็ดขาด”

อุปมาตกใจมาก บารมีไล่ไปให้พ้นหน้าตนแล้วเดินกลับขึ้นไปบนบ้านอัคราชสีหน้าเครียดจัด

อุปมาเดินไปที่รถตบหลังคารถปังอย่างระบายอารมณ์





เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

แบบเสื้อโปโล


เรื่องย่อ รอยมาร ตอน8 ละครช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  




***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ




ตอนที่ 8

แขกผู้มีเกียรติทยอยมางานกันหนาตาขึ้นทุกที วิจิตรากับประมุขยิ้มแย้มยินดี อุปมากับเมธาวีช่วยกันคอยรับแขก แขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามอุปมาว่า “พ่อเราล่ะ”

“จัดอะไรอยู่บนบ้านไม่ทราบครับ” อุปมาตอบพลางมองไปเห็นบารมีลงมาพอดี “ลงมาพอดีเลยครับ”

ทุกคนหันมอง บารมีลงมาในชุดกางเกงขากว้างสีกรมท่าแบบชาวสวนและเสื้อกุยเฮงสีจางๆมีผ้าขาวม้าเคียนเอว
วิจิตรา ประมุข และเมธาวีถึงกับยิ้มแห้งๆมีแววดูถูก

วิจิตราบ่นเบาๆว่าแต่งตัวอะไรของเขา เมธาวีเสริมว่าอย่างกับคนสวน ตนอายเจ้านายที่มางานด้วยจัง

“เอาน่า คนรวยทำอะไรไม่ผิดหรอก ตัวของเขาช่างเขาเถอะ เราทำตัวเราให้ดูดีก็พอแล้ว” ประมุขบอกลูกเมียทั้งที่ตัวเองก็รู้สึกเสียหน้ามาก

วิจิตราขอเลี่ยงไปทางอื่น เมธาวีขอตามไปด้วย บอกแม่ว่าตนจะไม่แนะนำใครเด็ดขาดว่าลุงเฉิ่มนี่เป็นพ่อว่าที่เจ้าบ่าวของตน ว่าแล้วสองแม่ลูกก็จูงกันเดินเลี่ยงห่างๆบารมีไป ส่วนประมุขก็ยิ้มแย้มทักทายแขกในงานไปตามประสา
พอบารมีลงมาก็เดินไปทางท่าน้ำ คุยโทรศัพท์ไปพลาง

“ไม่เป็นไร งานเล็กๆ แต่ว่างานแต่งลูกชาย ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดนะ...” พูดแล้วก็หัวเราะชอบใจ ตามองไปทางท่าน้ำ เห็นยายปลื้มกับหลานสาวตัวน้อยขึ้นท่าน้ำมาพอดี “งั้นแค่นี้ก่อนแล้วกัน ขอตัวรับแขกก่อน ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร โอเค ซียู”

พอกดตัดสายแล้วบารมีรีบไปทักยายปลื้ม เพื่อนบ้านเก่าแก่ที่ไม่เห็นกันมานับสิบปี ยายปลื้มดีใจมาก เข้ามาลูบคลำเนื้อตัวปากก็พร่ำ “พ่อมีเรอะ โธ่...พ่อมี เอ็งยังไม่ตาย เอ็งยังไม่ตายจริงๆด้วย”

ยายปลื้มเล่าชีวิตช่วงที่ขาดการติดต่อกันว่า

“ป้าย้ายไปอยู่สุพรรณ ที่ทางแถวนี้โอนให้มัน ไอ้ชาติชั่วมันขายหมด ข้าเลยไปอยู่กับลูกสาว แล้วนี่ก็หลานข้านังน้อยไหว้ปู่เอ็งซะซิ”

ยายปลื้มถามบารมีว่าหายไปไหนเสียนาน บารมีบอกว่าเรื่องมันยาว แล้วชวนเข้าไปนั่งคุยกันในบ้านดีกว่า พลางช่วยจูงยายปลื้มเดินไปทางบ้านไทยประยุกต์

พอมาถึง ยายปลื้มมองสำรวจแล้วชี้พลางบรรยาย “บ้านพ่อเอ็งปลูกตรงนี้แหละข้าจำได้...เอ็งเล่นปลูกบ้านคร่อมทับบ้านผีตายโหง เซ่นสายบอกกล่าวพ่อแม่เอ็งรึเปล่าวะ”

“บอกแล้วจ้ะป้า สวดมนต์ทุกคืน ถ้าพ่อแม่ผมต้องการชดใช้จริง ขอบันดาลให้ทุกสิ่งเป็นไป...”

“พูดอะไรของเอ็ง ข้าขนลุก ขึ้นบ้านใหม่นะโว้ย พูดจาให้เป็นมงคลหน่อย”

บารมีไม่ตอบแต่ในใจเขากำลังต่อสู้กันอย่างหนักว่าควรล้างแค้นต่อหรือหยุดเสียแค่นี้ดี...

ooooooo

ขณะอุปมาส่งแขกขึ้นไปฟังพระสวดนั้น หัสดินหน้าตาตื่นมาบอกว่า ตามหาแทบแย่ รถไฟกำลังจะชนกันแล้ว อุปมารีบตามไปที่หน้าบ้าน

ที่นั่น วิมาดายิ้มแย้มเจ้ากี้เจ้าการราวกับเป็นเจ้าของบ้าน พาพนักงานมาอวยพรขึ้นบ้านใหม่

เมธาวีอยู่กับวิจิตราเห็นทางหน้าบ้านเต็มตา เธอชะงักมองอย่างจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือวิมาดา

ขณะนั้นเอง อุปมาก็ตามหัสดินมาถึง พนักงานทุกคนพากันยกมือไหว้ วิมาดาเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้นว่า

“พวกเรารวมตัวกันมาช่วยงานคุณมาร์คค่ะ”

หัสดินรู้สถานการณ์ เชิญชวนพวกพนักงานเลี่ยงไปทางหนึ่ง อุปมาจึงเรียกวิมาดาไปคุยอีกทางหนึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาของเมธาวี เธอบอกวิจิตราว่าเดี๋ยวมานะคะ แล้วลุกเดินเร็วๆไปเลย

อุปมาพาวิมาดาไปคุยกันที่มุมลับตา เขาขึงขังกับเธอว่า สั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาที่นี่ วิมาดาอ้างว่าพวกน้องๆอยากมาช่วยงาน

“โกหก! พนักงานทุกคนรู้จักนิสัยผมดี ถ้าผมไม่สั่งหรือขอให้ช่วย พวกเขาจะไม่ยุ่ง นอกจากจะมีคนเจ้ากี้เจ้าการ”


ถูกว่าแรงๆเข้า วิมาดาก็ถามเสียงแข็งว่าแล้วจะเอายังไงตนทำผิดมหันต์ใช่ไหม จะไล่ตนออกเลยหรือเปล่าล่ะ อุปมาจ้องเขม็งปรามว่าอย่ามาท้ากันแบบนี้ แล้วบอกให้เธอกลับไปเสีย

วิมาดาไม่ยอมกลับ ถามเย้ยหยันว่า “ทำไมคะ คุณจะชวนสาวๆคนไหนมาเปิดตัวงานนี้เหรอคะ คงจะเป็นยัยเมธาวีอะไรนั่นล่ะสิ”

“ผมจะเปิดตัวหรือปิดตัวใครมันก็เรื่องของผม วิไม่อยากกลับก็ได้ แต่อย่าสร้างปัญหาเดือดร้อนให้ผมก็แล้วกัน ผมให้โอกาสคุณแก้ตัวอยู่ ถ้าฟางเส้นสุดท้ายขาด ทุกอย่างจบ คุณก็รู้ดีว่าผมเป็นคนเด็ดขาดแค่ไหน” พูดแล้วผละไปเลย

วิมาดามองตามอุปมาไปอย่างหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียด

เมื่ออุปมาไปแล้ว เมธาวีจึงค่อยๆถอยออกมาแล้วเดินกลับไปทางเรือนไทยประยุกต์ วิมาดาเหลือบเห็นเข้าพอดี จ้องเขม็งอย่างจำได้ แล้วเดินตามไปติดๆ

ooooooo

วิมาดาตามเมธาวีไปจนถึงท่าน้ำก็เข้าไปทักทาย พูดเหน็บว่าไม่ยักรู้ว่าอุปมาเชิญเธอมาด้วย สงสัยว่างานนี้ผู้หญิงของเขาคงเดินเพ่นพ่านเต็มงานไปหมด

เมธาวีพูดอย่างไว้ตัวว่าอุปมาไม่ได้เชิญ แต่ตนมาตามหน้าที่คู่หมั้น แล้วกรีดนิ้วโชว์แหวนหมั้นให้ดูทำเอาวิมาดาที่ทำกร่างแต่แรกถึงกับหน้าเหวอ เมธาวีพูดหน้านิ่งๆว่า

“เราหมั้นกันเป็นการภายในเมื่อตอนวันเกิดคุณย่า งานแต่งจะจัดปลายเดือนหน้า ถ้าไม่รู้สึกอึดอัดอยากจะไปเดินเพ่นพ่านงานนั้นด้วยก็ได้นะคะ”

วิมาดาก็ใช่ย่อย สวนไปทันทีว่า ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่อย่างตนก็ขอแสดงความยินดีกับรุ่นน้องอย่างเธอด้วยก็แล้วกัน พลางยื่นมือไปจะเช็กแฮนด์ เมธาวีไม่เล่นด้วยจะเดินเลี่ยงไป แต่ต้องหยุดเมื่อวิมาดาพูดขึ้นว่า

“ฉันกับมาร์คคบกันได้ประมาณปีนึง งานทำให้ฉันกับมาร์คต้องจากกัน ฉันคืออดีตของมาร์ค เขารักฉันมาก มาร์คบอกว่าฉันคือรักแรกของเขา” พูดแล้วทำเสียงขำๆ “ฉันไม่อยากเชื่อแต่ก็ชื่นใจบอกไม่ถูก เฮ้อ...ฉันอาจจะคิดผิดที่เลือกงาน แทนที่จะเลือกคนที่รักฉันอย่างมาร์ค”

“อดีตของมาร์คกับใครต่อใครฉันไม่สน เพราะมันคืออดีต” เมธาวีจะเดินเลี่ยงไปอีก ถูกวิมาดากระชากแขนไว้ดึงให้หันหน้ามาทางตน พูดอย่างท้าทายว่า


เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  

ละคร รอยมาร อันดับ1 ขึ้นแท่นละคร ยอดนิยมช่อง3

แค่ออนแอร์ ละคร รอยมาร  เรทติ่ง ก็กระฉูด นำโด่ง เนื้อเรืองดี คนแสดงก็สวยหล่อ กันทั้งคู่ การันตรี ดังแน่นอน
เรืองย่อ ละคร รอยมาร 

เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ

ชุดเริ่มต้นสกรีนเสื้อ (อุปกรณ์เริ่มต้น ) 0802591675


ชุดเริ่มต้นงานสกรีนเสื้อ ป่อง 0802591675 ( เหมาะสำหรับผู้คิดเริ่มต้นอาชีพสกรีนเสื้อ )
1 ตู้ไฟบล็อคสกรีน                                                                        2500 บาท                   
2 สีจมสกรีนเสื้อ แม่สี ดำ ขาว เหลือง น้ำเงิน แดง 5กระป๋องๆละ 200  รวม 1000  บาท
3.แม็กยิงผ้าขึงบล็คสกรีน                                                                1000 บาท  
4.ผ้าขึงบล็อค 2 เมตร                                                                      300  บาท
                                                                 

5.ยางปาดสี                                                                                      50 บาท
6กระบอกฉีดบล็อก                                                                           150 บาท
7.บล็อคเปล่า.                                                                                  200 บาท
8.กาวอัดบล็อค                                                                                200 บาท      
9.น้ำยาเคลือบบล็อค                                                                         200 บาท                
10.กาวทาโต๊ะ                                                                                  200 บาท                                                                          
ค่าสอนการทำบล็อคสกรีน                                                                 1500บาท                       

                                                                  รวมราคา7000 บาท
สั้งชุดเริ่มต้นน ไม่รวมค่าจัดส่ง...สนใจโทร 0802591675


Sunday, September 25, 2011

เรื่องย่อ กลรักลวงใจ ตอน12 ละครช่อง3



เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน12ช่อง3




***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ











ตอนที่ 12

ทันทีที่ถึงเมืองไทย สาวอ้อมซึ่งผิดหวังและเสียหน้ากลับมาก็ฟ้องรมณีย์ต่อหน้าพ่อแม่ของตนด้วยความโมโหสุดๆ
“คุณหญิงป้าคิดดูนะคะ พี่รัญกับน้องรินไม่ให้เกียรติอ้อมเลย ทำเหมือนกับอ้อมเป็นหมูเป็นหมา วันสุดท้ายก่อนกลับอ้อมยังต้องไปเช่าโรงแรมอยู่คนเดียว”
“ตารัญกับยัยรินทำอย่างนั้นจริงหรือลูก”
“จริงสิคะ อ้อมจะโกหกทำไม อ้อมกลัวมากเลยค่ะ ตอนกลางคืนมีฝรั่งขี้เมามาเคาะห้องด้วย”
“ไหนคุณพี่บอกว่าจะดูแลยัยอ้อมเป็นอย่างดีไงคะ ทำไมลูกๆคุณพี่ถึงทำแบบนี้กับยัยอ้อม นี่ดีนะคะที่ยัยอ้อมไม่เป็นอะไร”
“พี่ขอโทษค่ะน้องเพ็ญ ขอโทษด้วยนะคะคุณสิงห์”
“แต่ผมว่าเราอย่าเพิ่งฟังยัยอ้อมฝ่ายเดียวเลย”
“นี่คุณพ่อไม่เชื่ออ้อมหรือคะ”
“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่เท่าที่ลูกเล่ามา ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคุณรัญเขาคงต้องมีเหตุผลที่ทำอย่างนั้น”
“นี่คุณสิงห์ แทนที่คุณจะเข้าข้างลูกเรากลับไปเข้าข้างคนอื่น” เพียงเพ็ญมองสามีตาเขียว
“คุณเพ็ญ ผมว่าคุณก็น่าจะรู้จักยัยอ้อมนะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างคุณรัญเขาจะไล่ยัยอ้อมออกจากบ้านดึกๆดื่นๆ”
“ก็ลูกบอกแล้วไงคะว่า...”
“เอาล่ะค่ะ พี่ว่าอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย ให้พี่สอบสวนตารัญก่อนว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง”
“พี่รัญก็ต้องโกหกคุณหญิงป้า เขาไม่พูดความจริงหรอกค่ะ”
“ไม่หรอกจ้ะ ป้าจะเค้นเขาให้พูดออกมา”
“แต่ถึงยังไงอ้อมก็จะไม่แต่งงานกับพี่รัญแล้วค่ะ”
รมณีย์แตกตื่น ขอร้องอ้อมฟังป้าก่อน แต่อ้อมปฏิเสธเสียงแข็งแล้วลุกหนีไปอย่างฉุนเฉียว รมณีย์เลยต้องหันกลับมาขอความร่วมมือจากเพียงเพ็ญให้ช่วยบอกอ้อมด้วยว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวตนจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง
“เดี๋ยวนะครับคุณหญิง ผมว่าเราอย่าไปยุ่งเรื่องของเด็กๆ เขาเลยดีมั้ย” สิงห์แทรกขึ้นมาด้วยความหวังดี กลับโดนเมียแว้ดเข้าให้
“ไม่ยุ่งได้ไงคุณ เกิดยัยอ้อมไปคว้าจิ๊กโก๋ที่ไหนมาคุณจะว่าไง”
“ถ้าลูกมันใฝ่ต่ำอย่างงั้นคงช่วยไม่ได้”
“ฉันไม่เหมือนคุณ ฉันจะไม่ยอมให้ลูกไปคว้าใครที่ไหนมาเป็นลูกเขยเราหรอก”
“ถ้าอย่างงั้นผมก็ขอตัว เชิญคุณสองคนตามสบาย” สิงห์ลุกหนีอย่างเอือมๆ
“พี่เห็นด้วยกับน้องเพ็ญ พี่ก็จะไม่ยอมให้ตารัญไปคว้าผู้หญิงข้างถนนมาเป็นเมียเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างงั้นเราสองคนต้องร่วมแรงกันจับคู่ตารัญกับยัยอ้อมให้ได้”
“ใช่จ้ะ...เออ น้องเพ็ญจ๊ะ พี่อยากให้น้องเพ็ญได้แหวนวงนี้ไว้นะ” รมณีย์โชว์แหวนเพชรที่นิ้ว เพียงเพ็ญบอกว่าสวยดี แต่ทำไมคุณพี่ถึงจะขายเสียล่ะ “เผอิญพี่สั่งวงใหม่มา แล้ววงนี้น้ำมันก็งามมาก พี่ไม่อยากให้ตกเป็นของคนอื่น น้องเพ็ญเอาไว้เถอะนะ เอาเป็นว่าหักจากหนี้เก่าที่พี่ติด น้องเพ็ญก็เอาให้พี่หกแสน”
“อะไรคะ รวมแล้วก็ล้านกว่าหรือคะ”
“นี่มันแหวนต้นตระกูลเก่าจ้ะ ตอนที่คุณแม่พี่ซื้อก็ล้านสองแล้วนะ ถ้าตอนนี้อย่างต่ำก็ต้องมีสองล้านขึ้น พูดตรงๆนะถ้าไม่ใช่น้องเพ็ญพี่ไม่ให้หรอกนะ”
“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าเงินพี่หญิงต้องเอาอาทิตย์หน้านะคะ ตอนนี้น้องไม่มีเงินสด”
“ถ้างั้นมีซักแสนก่อนมั้ย พอดีพี่ไม่มีเงินสดติดมาเลย เดี๋ยวไปกินก๋วยเตี๋ยวแล้วจะไม่มีเงินจ่ายเขา”
“งั้นรอเดี๋ยวนะคะ” เพียงเพ็ญถือแหวนเข้าไปยืมเงินจากสิงห์หนึ่งแสน บอกจะซื้อแหวนวงนี้ที่คุณหญิงรมณีย์เอามาปล่อย
“อย่าไปเอาเลยคุณ คุณเองก็มีหลายวงแล้ว”
“คุณอย่าเซ่อหน่อยเลย นี่มันแหวนเก่าแก่ของแม่คุณหญิงเลยนะ เพชรนี่น้ำดีจะตาย และที่สำคัญมันถูกกว่าท้องตลาดตั้งครึ่งนึง”
“แล้วทำไมเขาถึงยอมขายเราถูกๆ”
“ก็เพราะเขาอยากได้ยัยอ้อมเป็นลูกสะใภ้น่ะสิ เขาถึงยอมขายให้ฉันถูกๆ”
“ผมจะเตือนคุณนะ ผมได้ยินคนข้างนอกเขาพูดกันว่าคุณหญิงรมณีย์กำลังแย่ ถ้ายัยอ้อมไม่อยากแต่งกับลูกชายเขาก็อย่าไปยัดเยียดเลย”
“คุณก็ไปเชื่อข่าวลวง สังคมไฮซ้อมันก็อย่างนี้ มันเคยพูดให้ดีคนหรือ มันยังเขียนแซวฉันว่ามาจากแม่ค้าขายส้มโอ”
“ก็จริงนี่ ครอบครัวคุณก็มีสวนส้มโอ”
“แต่มันพูดว่าฉันขายอยู่ริมถนนแล้วคุณไปซื้อถึงได้พบรักกัน...เอาล่ะ คุณไม่ต้องพูดมาก หยิบเงินให้ฉันก่อนแสนนึง”
สิงห์จนใจหยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้เมีย แต่ไม่วายถามอย่างเป็นห่วง “แน่ใจนะว่าเพชรแท้”
“คุณนี่ยังไง เขาจะดองเป็นญาติกับเรา เขาจะกล้าเอาของปลอมมาขายหรือ” เพียงเพ็ญตวัดเสียงใส่แล้วเดินหน้าง้ำจากไป สิงห์ได้แต่ถอนใจระอา
ooooooo

กลับถึงบ้านตัวเอง รมณีย์รีบติดต่อไปยังรินลดาที่ปราก โดยพูดคุยกันแบบเห็นหน้าค่าตาด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ยัยริน ทำไมแกถึงหักหลังแม่” รมณีย์หน้าตาถมึงทึง

“หนูไม่ได้หักหลังนะคะ พี่อ้อมเขากลับไปเอง”

“ไม่จริง ยัยอ้อมบอกว่าแกกับตารัญไล่เขาออกจากบ้านยังกะหมูกะหมา”

“ไม่จริงนะคะแม่ พี่อ้อมโกหก พี่อ้อมกลับมาเจอพี่รัญกับบัว...”

“แกไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้น แกเตรียมตัวกลับบ้านได้เลย”

รมณีย์ดุดันอารมณ์เสีย ทันใดมีชายฉกรรจ์สองคนปรากฏขึ้นด้านหลังรมณีย์ รินลดาร้องเอะอะถามแม่ว่าพวกเขาเป็นใคร รมณีย์เองก็เพิ่งเห็น หันไปห้ามพวกเขาไม่ให้ขนสมบัติข้าวของของตน เลยโดนมันตบตีทำร้ายซะปางตาย รินลดาเห็นเหตุการณ์โดยตลอดได้แต่ร้องวี้ดว้ายตกใจ
พอตั้งสติได้เธอก็รีบโทร.ไปบอกรัญที่สถานทูต รัญตกใจมากรีบต่อสายหาป้านวลที่บ้านเมืองไทย ซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วแม่ของตนเป็นยังไงบ้าง

“อิฉันก็ไม่ทราบค่ะ ตอนนี้คนรถพาคุณหญิงไปส่งโรงพยาบาลอยู่ค่ะ”

“โรงพยาบาลอะไรรู้มั้ย”

“ไม่ทราบค่ะ เดี๋ยวได้เรื่องยังไงอิฉันจะรีบโทร.ไปบอกนะคะ”

รัญหนักใจ รีบกลับบ้านมาส่งข่าวรินลดากับบัว ระหว่างนี้เองป้านวลก็โทร.มารายงานรัญว่าคุณหญิงปลอดภัยแล้ว แต่หมอบอกว่าอาการสาหัส ตอนนี้อยู่ในไอซียู รัญเป็นห่วงแม่มากฝากป้านวลเฝ้าแม่ให้ด้วย พรุ่งนี้ตนจะรีบกลับไป

“รินไปด้วยนะพี่รัญ”

รัญมองหน้าบัว...บัวรู้ทันว่าเขาเป็นห่วงเธอ จึงบอกให้เขาสบายใจว่าไม่ต้องห่วง บัวรออยู่ทางนี้ได้ รัญจึงให้รินลดาจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวไหนก็ได้ที่เร็วที่สุด...

เมื่อสองพี่น้องถึงเมืองไทยก็ตรงดิ่งไปโรงพยาบาลซึ่งป้านวลนั่งเฝ้ารมณีย์อยู่หน้าห้องพักผู้ป่วย พูดคุยกับป้านวลครู่หนึ่งสองพี่น้องก็รีบเข้าไปเยี่ยมแม่ รมณีย์เจ็บระบมไปทั้งตัวแต่ปิดบังไม่ยอมบอกลูกว่าคนร้ายเป็นใคร พอดีกับที่หมอเข้ามาตรวจอาการซ้ำ รัญจึงเลิกซัก

“สวัสดีครับหมอ ผมเป็นลูกชายคนไข้ครับ คุณแม่ผมเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ บาดแผลส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฟกช้ำแล้วก็ซี่โครงเดาะ นิ้วข้างขวาหัก เชิญคุณข้างนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอขอตรวจคนไข้หน่อย”

พ้นออกมาจากห้องแล้ว รัญก็คาดคั้นรินลดาที่มีท่าทีแปลกๆ รัญถามได้ตรงจุดเรื่องแม่เล่นการพนัน รินลดาจึงเลี่ยงไม่ได้

“ใช่ค่ะ แม่กลับไปเล่นการพนัน ก่อนที่รินจะไปหาพี่ มีนักเลงมาที่บ้านสองสามครั้ง”

“แล้วทำไมไม่บอกพี่”

“แม่สั่งห้ามไม่ให้บอก รินขอโทษนะพี่รัญ...รินขอโทษ”  รินลดาสะอื้นน้ำตาคลอ รัญดึงน้องเข้ามากอดหน้าเครียด... หลังจากนั้นรัญโทร.ไปหาบัวที่ปราก ส่งข่าวว่าแม่ของตนปลอดภัยแล้ว แต่ไม่ยอมพูดความจริงกับเธอว่าเกิดอะไรขึ้น

“แล้วมีเรื่องอะไรหรือคะ พวกโจรเข้ามาปล้นหรือคะ”

“ตอนนี้พี่ยังไม่รู้รายละเอียดนะ เอาไว้พี่รู้รายละเอียดแล้วจะเล่าให้ฟัง”

“แล้วพี่รัญจะกลับบ้านเมื่อไหร่”

“ก็คงต้องอยู่ที่นี่ซักพักดูอาการคุณแม่ก่อน บัวอยู่ที่นั่นคนเดียวได้นะ”

“ได้ค่ะ พี่รัญไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

“งั้นแค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องคุยกับตำรวจ ดูแลตัวเองดีๆนะ”

“ค่ะ พี่รัญก็เหมือนกัน อย่าเครียดนะคะ”

“จ้ะ” รัญวางสาย...แล้วไปนั่งคุยกับตำรวจต่อ ตำรวจบอกว่าได้ตัวคนทำร้ายคุณหญิงแล้ว เขาเป็นคนของเสี่ยวันชัยเจ้าพ่อเงินกู้

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณแม่ครับ”

“คุณหญิงเอาที่ดินไปค้ำเงินกู้ไว้สิบล้านบาท พอถึงเวลาไม่มีเงินจ่าย เสี่ยวันชัยก็เลยส่งคนมาเพื่อยึดทรัพย์สินบางส่วน แต่คุณหญิงไม่ยอมก็เลยมีเรื่องกัน”

รัญกับรินลดามองหน้ากันด้วยความตกใจ

“แต่เดี๋ยวผมจะเข้าไปสอบปากคำคุณหญิงก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง”

ตำรวจลุกไปแล้ว รินลดาร่ำไห้คร่ำครวญกับพี่ชายอย่างขวัญเสีย

“แม่เป็นหนี้เขาตั้งสิบล้านเชียวหรือพี่รัญ แล้วเราจะเอาเงินจากไหนไปใช้หนี้เขา”

รัญตอบไม่ได้ รู้สึกเสียใจและผิดหวังกับแม่...ฝ่ายรมณีย์ในห้องพักผู้ป่วย พอตำรวจเข้ามาบอกเล่าและสอบถาม เธอกลับโวยวายเอ็ดอึงว่า

“ไม่จริงค่ะคุณตำรวจ พวกมันเข้ามารุมทำร้ายฉัน ตบแล้วก็ต่อยฉัน แถมเตะอีกต่างหาก คุณต้องดำเนินคดีกับพวกมันข้อหาพยายามฆ่าด้วยนะคะ”

“เรื่องนั้นผมได้แจ้งให้เขาทราบแล้ว”

“ขอบคุณคุณตำรวจมากนะคะ”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะแจ้งให้ทราบ”

“แต่ถึงยังไงคุณตำรวจต้องจับมันเข้าตะรางให้หมดนะคะ โดยเฉพาะไอ้เสี่ยวันชัยมันเป็นตัวบงการสั่งลูกน้องให้มาฆ่าฉัน”

ตำรวจได้แต่รับคำก่อนกลับออกไป สวนกับรัญและรินลดาที่ก้าวเข้ามา รมณีย์ทำขึงขังบอกลูกว่าแม่จะลากคอพวกมันเข้าตะรางให้หมด แต่พอรัญถามว่าแม่เอาบ้านไปจำนองเขาใช่ไหม รมณีย์ก็ชะงักกึก ถามว่าใครบอก?

“ตำรวจเขาบอกผมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแม่ติดหนี้เสี่ยวันชัยสิบล้านแล้วไม่มีเงินคืนเขา”

“ไม่จริง อย่าไปเชื่อมัน ตำรวจมันพูดจาซี้ซั้ว”

“แม่ครับ เลิกโกหกพวกเราเถอะครับ ทำไมแม่ถึงกลับไปเล่นการพนันอีก ในเมื่อแม่ก็สัญญากับผมแล้วว่าแม่จะไม่เล่นการพนัน”

“นังริน...นี่แกฟ้องพี่แกงั้นหรือ”

“หนูเปล่าค่ะแม่”

“แล้วพี่แกรู้ได้ไง แกนี่มันเลวจริงๆ”

“แม่ครับ แม่อย่าด่าน้องเลย แล้วก็เลิกโทษคนอื่นซะที”

“นี่แกว่าแม่งั้นหรือ”

“ผมไม่ได้ว่าแม่ แต่ผมอยากให้แม่ยอมรับความจริง ที่ครอบครัวเราเป็นอย่างนี้ก็เพราะแม่ แม่เอาสมบัติของพ่อไปขายเพื่อเล่นการพนันจนเหลือแค่บ้านหลังเดียว แล้วเขากำลังจะมายึดแล้วด้วย”

“ก็แล้วทำไม มันเป็นสิทธิ์ของฉัน ฉันจะทำยังไงก็ได้ มันไม่เกี่ยวกับพวกแก”

“ทำไมแม่ถึงพูดอย่างนี้คะ พวกเราเป็นลูกแม่นะคะ แม่ไม่รักพวกเราเลยหรือไง” รินลดาตัดพ้อทั้งน้ำตา

“พวกแกน่ะสิไม่รักฉัน ฉันหาผู้หญิงรวยๆให้แก แกกลับไม่เอา ไปคว้าผู้หญิงที่ไหนมาก็ไม่รู้”

“หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้วครับแม่ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่แม่เอาเงินไปเล่นการพนันจนหมด”

“นี่แกอย่ามาทำปากดียอกย้อนฉันนะ ฉันเป็นแม่แก ฉันมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

“เอาล่ะครับ ถ้าแม่พูดแบบนี้เราก็เลิกพูดกันดีกว่า ผมเพียงแต่อยากถามแม่ว่านอกจากหนี้สิบล้านที่แม่เอาบ้านไปจำนองแล้ว แม่ยังมีหนี้ที่ไหนอีกรึเปล่า”

รมณีย์ทำเชิด จนรัญต้องถามย้ำอีกครั้ง “ว่าไงครับแม่”

“ไม่มี พวกแกไม่ต้องห่วงหรอก ให้ฉันออกจากโรงพยา– บาลก่อน ฉันจะจัดการเคลียร์ทุกอย่างเอง”

รัญมองแม่อย่างผิดหวังก่อนจะหันหลังเดินออกไป รินลดายังยืนร้องไห้อยู่กับที่ เลยโดนรมณีย์ตวาดไล่

“มายืนร้องไห้อยู่ทำไม ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก!”

รินลดาเสียใจร้องไห้โฮผลุนผลันออกไปทันที รัญเองก็เครียดจัด ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้แทนแม่

ooooooo

เพราะสัญญากับบัวเอาไว้แล้วว่าไม่จะพูดเรื่องรัญ ดังนั้นไม่ว่าจะถูกมงคลกับนิภาพรรณซักไซ้เรื่องแฟนบัวสักแค่ไหน เพชรกับการ์ตูนก็ไม่ยอมปริปากว่าเป็นรัญลูกชายคุณหญิงรมณีย์ ทำเอามงคลสงสัยถึงกับออกปากว่าทำไมมันถึงลึกลับซับซ้อนเหลือเกิน หรือว่าผู้ชายคนนั้นมันพิการ

“ไม่พิการหรอกพ่อ รับรองคนนี้เพอร์เฟกต์ มีการศึกษาสูง หน้าที่การงานดี รูปหล่อ มีชาติตระกูล”

“หมายความว่าเป็นผู้ดีเก่างั้นหรือ”

“ใช่ค่ะป้านิ เที่ยวนี้สมใจป้านิแน่”

“ฟังแล้วอยากจะรู้จังว่าเป็นใคร เอ๊ะ แต่เมื่อกี้ไม่เห็นแกบอกเลยว่ารวยหรือจน”

“คุณนี่ก็...จะเอาให้มันครบหมวดหมู่เลยหรือไง เท่าที่ฟังมาคุณสมบัติแค่นี้ก็พอเหลือแหล่แล้ว ที่สำคัญขอให้ทำลูกเป็นก็แล้วกัน”

“อ้าว ถ้ามีเงินได้ด้วยมันก็ดี ไม่ใช่จนแล้วต้องมาเอาเงินจากเรา เราก็ตายสิ พูดไปแล้วก็เสียดายคุณฉัตรชัยนะ รายนั้นฐานะก็ดี พ่อแม่ก็ทำงานใหญ่โต”

“ไม่ต้องเสียดายหรอกแม่ เพราะยังไงคุณฉัตรชัยก็ไม่ไปไหนหรอก” เพชรพูดยิ้มๆ

“ทำไม แกพูดยังกะว่าคุณฉัตรชัยชอบคนที่บ้านเรา”

“ก็ใช่น่ะสิพ่อ”


ขาดคำเพชร ฉัตรชัยโผล่เข้ามาพอดี เพชรเชื้อเชิญแล้วทำท่าจะปูดเรื่องของเขากับการ์ตูน แต่การ์ตูนพยายามขัดเพราะเขินอาย
นิภาพรรณชวนฉัตรชัยร่วมโต๊ะอาหารแต่เขากลับบอกว่าจะมาขออนุญาตชวนน้องตูนไปทานข้าวข้างนอก นิภาพรรณกับมงคลมองหน้ากันแปลกใจ แล้วหันมองการ์ตูนที่ยิ้มเอียงอายพิกล
“ได้ไหมครับ” ฉัตรชัยถามย้ำ
“ตามสบายเลยค่ะ ไปตูน อิ่มได้แล้ว ไปกินข้างนอก”
“แต่ว่า...ตูนเพิ่งทาน”
“ไม่ต้องเหนียมหรอกน่ะ ใจจริงก็อยากไปใจจะขาดอยู่แล้ว”
“พี่เพชรน่ะ พูดอะไรน่าเกลียด ตูนไปก่อนนะคะคุณลุงคุณป้า”
“ผมจะมาส่งสักสี่ห้าทุ่มนะครับ”
“ได้เลยค่ะ พรุ่งนี้วันเสาร์ตูนไม่ต้องทำงาน” นิภาพรรณเปิดไฟเขียว มองตามทั้งคู่ไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนมงคลหันมาถามเพชรให้แน่ใจว่าฉัตรชัยชอบการ์ตูนจริงหรือ เพชรยืนยันหนักแน่นว่าชอบ และคงจะชอบก่อนไปเมืองนอกด้วยซ้ำ
“คราวนี้ก็สมใจคุณแล้วนะ ได้ทั้งหล่อ รวย มีชาติตระกูล” มงคลกระเซ้า นิภาพรรณถึงกับยิ้มหน้าบาน ได้ดังจายยยย...
หลังอาหารค่ำมื้อนั้น เพชรรับสายจากบัวที่โทร.มาจากปราก เขาตกใจที่บัวบอกว่าแม่รัญโดนทำร้าย ซักน้องสาวว่าเรื่องอะไร?
“บัวก็ไม่รู้รายละเอียดมาก อยากให้พี่ไปเยี่ยมดูพี่รัญกับแม่เขาหน่อย”
“เออๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปเยี่ยม”
“ฝากพี่เพชรดูพี่รัญด้วยนะ ดูน้ำเสียงเขาไม่ค่อยดีเลย”
“แกนี่ดูจะรักไอ้รัญมากนะ ทีมันยังไม่ให้น้องสาวกับพี่เลย”
“ก็เขาไม่รู้ว่าบัวเป็นน้องสาวพี่ ถ้าเขารู้เขาก็ยกให้แล้วล่ะ อย่าโกรธเขาเลยนะ”
“เออๆ แค่นี้นะ พี่จะนอนแล้ว”
“ขอบคุณนะพี่เพชร บัวรักพี่เพชรนะ”
เพชรตัดสายเดินบ่นงึมงำเข้าห้องนอน “ไอ้นี่ เวลาจะให้เราทำอะไร...อ้อนตลอด”
ooooooo
คืนเดียวกัน รัญกับรินลดากลับเข้าบ้านอย่างหมดแรง เหนื่อยทั้งกายและใจกับปัญหาที่แม่ก่อขึ้น รินลดาจนปัญญาถามพี่ชายว่าเราจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขา
“พรุ่งนี้พี่จะลองคุยกับเสี่ยวันชัยดู พี่จะขอทยอยผ่อนใช้หนี้เขา”
“แล้วพี่จะมีเงินผ่อนเขาหรือ ตั้งสิบล้าน”
“พี่พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างสี่ห้าล้าน ส่วนที่เหลือค่อยว่ากันอีกที”
“รินเองก็ไม่รู้จะช่วยพี่ยังไง รู้อย่างนี้รินน่าจะทำงานต่อ ไม่น่าลาออกไปเรียนเลย จะได้ช่วยพี่อีกแรง”
“เอาน่ะ แกอย่าคิดอะไรมากเลย พี่จะจัดการเรื่องนี้เอง ไปอาบน้ำเถอะไป วันนี้เราเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“พี่เองก็ควรจะพักผ่อนเหมือนกันนะ”
รัญพยักหน้าเนือยๆ ครั้นรุ่งขึ้นไปพบเสี่ยวันชัยเจ้าของบ่อนพนัน รัญก็ต้องผิดหวังกับคำตอบที่ได้จากเขา
“ผมเสียใจด้วย ผมคงให้คุณผ่อนไม่ได้ เพราะว่าคุณแม่คุณผัดผ่อนผมมาเป็นปีแล้ว แถมยังไม่ส่งดอกเบี้ยผมด้วย”
“ผมอยากจะขอความกรุณาอีกซักครั้งได้มั้ยครับ ผมจะจ่ายงวดแรกให้คุณสามล้าน แล้วอีกเจ็ดล้านผมจะทยอยส่งเดือนละห้าแสนบาท”
“คงไม่ได้หรอก และที่สำคัญผมกำลังจะขายบ้านหลังนี้ให้คนอื่น”
“แต่บ้านหลังนี้ขายได้มากกว่าสิบล้านนะครับ”
“ก็ถูกของคุณ ถ้าคุณอยากได้ คุณก็หาเงินมาซื้อผมสิ แต่ถ้าคุณจะซื้อผมต้องขายสิบห้าล้านนะ...เอาล่ะครับ ผมมีงานต้องทำ”
รัญพูดไม่ออก เดินออกมาจากห้องอย่างอัดอั้นตันใจ เหลือบมองไปยังกลุ่มนักพนันที่กำลังหมกมุ่นคร่ำเคร่งก็ยิ่งสะท้อนใจ ได้แต่คิดว่าแม่ไม่น่าลุ่มหลงกับอบายมุขจนทำให้ตัวเองและลูกๆเดือดร้อนขนาดนี้เลย...
รัญกลับถึงบ้านในสภาพห่อเหี่ยวสิ้นหวัง แล้วยังต้องมารับรู้สิ่งที่แม่ก่อหนี้เอาไว้อีกมากมายรอบด้านไปหมด ทั้งเสี่ยเม้งโทร.มาทวงหนี้เกือบหกล้าน แล้วยังอีกสองสามราย รวมเบ็ดเสร็จแล้วก็ห้าสิบล้าน
ทั้งรัญและรินลดากลัดกลุ้มกันแทบตาย สมองตื้อตันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ
ooooooo
ขณะเดียวกันนั้น คนก่อเรื่องก็กำลังพยายามวิงวอนเพชรที่แวะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล
“ถ้าเพชรไม่ช่วยแม่ คราวนี้แม่ต้องตายแน่ๆ ตายจริงๆ นะลูก พวกมันต้องฆ่าแม่ ช่วยแม่ซักครั้งเถอะลูก”
“ผมก็อยากช่วยนะครับ แต่เงินตั้งห้าสิบล้าน ผมเองคงมีไม่ถึง”
“เพชรก็ขอยืมจากคุณพ่อคุณแม่ก่อนได้มั้ย ถือซะว่าช่วยรัญนะลูก รัญเป็นเพื่อนรักของเพชรนะ เพชรต้องช่วยรัญนะ”
“ผมยังไม่รับปากนะครับ ผมจะลองไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ผมดูก่อน”
“แต่ยังไงเพชรก็ต้องช่วยให้ได้นะลูก ยืมใครก่อนก็ได้ แล้วหลังจากแม่ออกจากโรงพยาบาลแม่จะหาเงินใช้ให้จริงๆ”
“ครับคุณแม่ งั้นผมขอตัวนะครับ ผมจะลองไปคุยกับที่บ้านดู”
“ขอบใจมากลูก แม่จะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย แม่ไหว้ล่ะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ”
เพชรกลับออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เจอรัญกับรินลดาเดินสวนมาพอดี รัญถามเพชรว่ารู้เรื่องแม่ของตนได้อย่างไร เพชรอึกอักเล็กน้อยก่อนโกหกว่า
“ก็...ฉันโทร.ไปหาแกที่บ้าน เจอบัวเขาบอกว่าแม่แกเข้าโรงพยาบาล แกมีอะไรอยากให้ฉันช่วยมั้ย”
“ไม่มีหรอก ขอบใจมากที่แกมาเยี่ยม ฉันขอตัวไปดูแม่ก่อน”
รัญเดินแยกเข้าไปในห้อง เพชรมองรินลดาอย่างสังเกต ถามเธอว่าเป็นยังไงบ้าง ทำไมดูเหมือนไม่ได้นอนเลย
“ค่ะ ฉันเป็นห่วงแม่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวริน...ผมกำลังหาทางช่วยเหลือแม่คุณอยู่นะ”
“คุณรู้เรื่องแม่ด้วยหรือ”
“ท่านเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว”
“ฉันขอโทษแทนแม่ด้วย แม่ไม่น่าเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟัง มันเป็นเรื่องน่าอาย ฉันขอโทษด้วยค่ะ”
“คุณไม่ต้องอายหรอก ผมรู้เรื่องแม่คุณมานานแล้ว แล้วท่านเองก็เคยมาขอยืมเงินผม”
“นี่แม่เป็นหนี้คุณด้วยงั้นหรือคะ”
“คุณอย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมกำลังหาทางช่วยเหลือแม่คุณอยู่ คุณไม่ต้องกังวลนะ อ้อ แต่อย่าบอกให้รัญรู้นะว่าผมรู้เรื่องนี้”
“ค่ะ ฉันขอบคุณคุณมากนะคะคุณเพชร ฉันจะไม่ลืมพระคุณของคุณเลยค่ะ”
“อย่าพูดอย่างงั้นสิ ผมรักคุณ คุณเดือดร้อนก็เท่ากับผมเดือดร้อน”
รินลดาซึ้งใจสุดจะบรรยาย บอกว่าเธอเองก็รักเขาเหมือนกัน ส่วนในห้องผู้ป่วย รัญหมดปัญญาจริงๆ บอกแม่ว่าเราคงต้องปล่อยให้เขายึดบ้านไป แต่รมณีย์ดึงดันว่ายังไงก็ไม่ให้ใครหน้าไหนยึดทั้งนั้น
“แต่ผมไม่สามารถหาเงินห้าสิบล้านมาใช้หนี้ให้แม่ได้นะครับ”
“แต่แม่หาได้”
“แม่ครับ แม่เลิกหลอกตัวเองซะที ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้วนะครับ ไม่มีใครเขาให้แม่ยืมเงินอีกแล้ว”
“มีสิ”
“ใครครับ”
“แกไม่ต้องรู้หรอก อีกสองวันแม่จะจ่ายหนี้ให้พวกมันทุกคน”
“ถ้าแม่ทำได้จริงก็ดีครับ” รัญบอกอย่างโกรธๆ เดินออกจากห้องไป รมณีย์ยังถือดี ย้ำกับตัวเองว่าคนอย่างตนไม่มีวันจนตรอกง่ายๆหรอก
ooooooo
บัวแตกตื่นตกใจมากเมื่อเพชรโทร.มาเล่าให้ฟังว่าแม่รัญเป็นหนี้ตั้งห้าสิบล้าน และบัวก็ควรจะเตรียมตัวกลับบ้าน เพราะรัญคงไปหาไม่ได้แล้ว
“พี่อย่าพูดนอกเรื่องน่ะ พี่ต้องรีบช่วยเหลือพี่รัญนะ”
“เออ ไอ้ช่วยน่ะช่วยอยู่แล้ว นี่พี่กำลังจะไปคุยกับแม่ให้แม่เอาเงินไปช่วยเขาก่อน”
“พี่ต้องพูดให้แม่กับพ่อเข้าใจนะว่ามันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ”
“รู้แล้วน่ะ แค่นี้นะ” เพชรตัดสาย สีหน้าหนักใจที่จะต้องไปเจรจากับพ่อแม่เรื่องเงินห้าสิบล้าน
ฝ่ายบัวก็ร้อนใจรีบติดต่อรัญด้วยความเป็นห่วง “พี่รัญเป็นไงบ้างคะ”
“บัวโทร.มาก็ดีแล้ว พี่จะบอกบัวว่าพี่อาจจะไม่กลับไปที่นั่นแล้วนะ”
“ทำไมล่ะคะ”
“ที่บ้านพี่มีปัญหามาก พี่คงต้องอยู่ที่นี่อีกนาน ถ้าบัวอยากจะกลับเมืองไทยก็กลับมาก่อนได้นะ”
“ก็ดีค่ะ งั้นเดี๋ยวบัวจะรีบกลับไป”
“ถ้ามาถึงก็โทร.หาพี่แล้วกัน”
“ค่ะ บัวเป็นห่วงพี่รัญนะคะ”
“จ้ะ แค่นี้ก่อนนะ” รัญวางสายแล้วถอนใจหนักหน่วง แก้ปัญหาไม่ตก...
ด้านเพชรพอเข้ามาถึงบริษัทก็ตรงดิ่งไปหาพ่อแม่ เอ่ยปากเรื่องเงินห้าสิบล้านที่จะยืมเอาไปให้รมณีย์ใช้หนี้ นิภาพรรณกับมงคลได้ฟังก็อุทานตาเหลือกตาปลิ้น ก่อนซักลูกชายว่าทำไมคุณหญิงถึงมีหนี้สินเยอะแยะขนาดนั้น แสดงว่าที่เขาเม้าท์กันว่าคุณหญิงเข้าบ่อนก็เป็นเรื่องจริง

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะแม่ ตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือ”

“แต่แม่คงช่วยเหลือไม่ได้หรอก เงินเยอะขนาดนั้นใครที่ไหนจะให้ยืม”

“โธ่แม่ คนเขาเดือดร้อนจริงๆ ถ้าผมมีผมก็คงไม่มายืมแม่หรอก”

“นั่นสิ ให้เขายืมไปเถอะ อย่างน้อยรัญเขาก็เป็นเพื่อนเพชร ถ้าเขามีวันนึงเขาก็ต้องใช้เรา”

“นี่คุณมงคล...คุณจะบ้าหรือ นายรัญทำงานเป็นข้าราชการจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้เรา แล้วยิ่งตอนนี้ครอบครัวเขาไม่เหลืออะไรแล้ว ให้ไปก็เป็นหนี้สูญ...นี่เพชร ฟังแม่ให้ดีนะ ไม่ใช่ว่าแม่ใจร้ายนะ ถ้าเขาเอาไปทำกินหรือไปรักษาตัวแม่จะ ไม่ว่า แต่นี่เขาเอาไปเล่นจนหมดตัว ขืนเราให้ไปเขาก็ต้องสร้างหนี้ ขึ้นมาอีก คนเล่นน่ะมันไม่มีวันเลิกหรอก เหมือนพ่อแก”

“อะไรอีกล่ะ ผมเคยเล่นการพนันที่ไหนเล่า”

“ฉันไม่ได้หมายถึงการพนัน ฉันหมายถึงคุณติดอ่าง ถึงแก่ก็ยังแอบไปลงอ่าง” พูดเสร็จนิภาพรรณก็สะบัดลุกหนีไป เพชรจึงมุ่งมาที่พ่อ ถามว่าพอจะช่วยเหลือตนได้บ้างไหม
“แกก็รู้ดีทุกวันนี้พ่อเคยมีเงินซะที่ไหน จะใช้อะไรก็ต้องเบิกแม่แก”

“อ้าว แล้วทุกทีที่พ่อไปอาบอบนวดล่ะ ผมเห็นมีเงินเป็นฟ่อน”

“พ่อก็เก็บเล็กผสมน้อยวันล่ะนิดวันล่ะหน่อย”

“เฮ้อ...แล้วจะไปหาที่ไหนเนี่ย”

ขณะที่เพชรหนักใจและกลุ้มใจอยู่นั้น รัญกับรินลดาก็พยายามหาหนทางอื่นกันเต็มที่ โดยสองพี่น้องกลับเข้าบ้านรื้อค้นเอกสารต่างๆในห้องแม่เผื่อจะมีทรัพย์สินอื่นหลงเหลือ แล้วก็เจอโฉนดที่ดินบ้านสวนสิบสองไร่ที่ปราจีนบุรี

“ถ้าเราเอาไปขายจะได้ซักกี่ตังค์คะพี่รัญ”

“พี่ว่ามากสุดก็คงได้ไร่ล่ะไม่เกินแสน ขายไปใช้หนี้ก็ไม่พอ”

“แล้วถ้าเราหาเงินใช้หนี้ไม่ได้ เขาต้องจับเราติดคุกไหมคะ”

“เราคงไม่ แต่แม่สิ แม่เป็นคนทำสัญญา”

“แล้วเราจะช่วยเหลือแม่ได้ยังไงคะพี่รัญ แม่ต้องติดคุกงั้นหรือคะ”

“พี่คงต้องลองคุยกับเพชรดู เผื่อมันจะมีหนทางช่วยเหลือเราได้บ้าง”

รินลดานิ่งอึ้งไป ไม่กล้าบอกพี่ชายว่าเพชรรับปากเธอไว้แล้ว...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น รัญเข้ามาเอ่ยปากขอกู้เงินห้าสิบล้านจากเพชรถึงในบริษัท เพชรเพิ่งถูกพ่อแม่ปฏิเสธมาเมื่อวานถึงกับนิ่งไปอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

“ฉันเข้าใจว่ามันเป็นเงินจำนวนมาก แต่ฉันมีเรื่องจำเป็นจริงๆ ถ้าไม่จำเป็นฉันไม่มารบกวนแกหรอก”

“ฉันรู้...ฉันก็กำลังพยายามหาทางช่วยแกอยู่”

“ช่วย?” รัญสีหน้างงๆ

“ฉันรู้เรื่องแม่แกแล้ว ตัวฉันเองมีเงินไม่ถึง มีเงินส่วนตัวแค่สิบกว่าล้าน เงินส่วนใหญ่เป็นของกงสีจะใช้จ่ายอะไรก็ต้องเบิกผ่านจากกองกลาง”

“นี่ยัยรินเอาเรื่องนี้มาเล่าให้แกฟังหรือ ฉันขอโทษด้วย ฉันไม่น่าเอาเรื่องส่วนตัวมายุ่งกับแก” รัญลุกขึ้นทำท่าจะกลับ

“เดี๋ยวไอ้รัญ มันไม่เกี่ยวกับริน แม่แกมายืมเงินฉันบ่อย”

“อะไรนะ...นี่หมายความว่าแม่ก็เป็นหนี้แกอีกงั้นหรือ”

เพชรพยักหน้าแทนคำตอบ รัญถามว่าเท่าไหร่ พอได้ยินว่าห้าหกล้านรัญถึงกับทรุดนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง

“นี่มันอะไรกันวะเนี่ย แม่ยืมเงินคนไปทั่ว ไม่เว้นแม้กระทั่งแกซึ่งเป็นเพื่อนฉัน นี่แม่ไม่รักษาเกียรติของพวกเราเลย”

“ฉันว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เราจะมาคิดเรื่องนี้นะ เรามาช่วยกันหาทางดีกว่าว่าจะทำไงกับเรื่องนี้ เมื่อวานฉันก็คุยกับพ่อแม่แล้ว แต่แม่ฉันบอกว่ามันเป็นเงินจำนวนมาก แล้วอีกอย่าง...” เพชรนิ่งไปไม่กล้าพูด

“แม่ฉันไม่มีทางผ่อนส่งคืนได้” รัญเดาได้ถูกเผง แต่เพชรสงสารและเห็นใจเพื่อนจึงปฏิเสธทันที

“ไม่ใช่อย่างงั้น”

“ฉันเข้าใจ แล้วก็ไม่โกรธพ่อแม่แกหรอก ที่แกช่วยเหลือทุกวันนี้ก็ดีมากแล้ว ขอบใจแกมาก”

“เฮ้ย อย่าเพิ่งหมดหวังสิ ถึงยังไงฉันก็ต้องช่วยแกให้ได้”

“ขอบใจ แต่ฉันคิดว่าคงไม่มีใครช่วยได้หรอก” รัญเดินคอตกออกไป เพชรได้แต่ถอนใจ เครียดแทนจริงๆ

รัญกลับออกมาเจอมงคลกับนิภาพรรณโดยบังเอิญ สองฝ่ายทักทายประสาคนรู้จัก ก่อนที่รัญจะด่วนลากลับไปเพราะนึกละอายใจเรื่องแม่

“เสียดายจริงๆ ไม่น่าเป็นลูกคุณหญิงรมณีย์เลย ไม่งั้นจะจีบให้ยัยบัวซะหน่อย” นิภาพรรณพูดกับมงคลเมื่อรัญคล้อยหลังไป

“เอาอีกแล้ว เลิกจับคู่ให้ลูกซะทีได้มั้ย แล้วลองเปลี่ยนมาจับคู่ให้ผมบ้าง”

“อยากได้คู่ใหม่งั้นหรือ ฉันจะหาให้”

“จริงหรือ ใคร?”

“ก็นี่ไง อยู่ตรงหน้าคุณ ยังไม่พออีกเหรอ...มาหอมที” นิภาพรรณจู่โจมดึงสามีมาจุ๊บแก้ม เล่นเอามงคลเหลอหลาตกใจไม่ทันตั้งตัว

ooooooo

รัญเดินมาหยุดหน้าลิฟต์ เป็นจังหวะที่การ์ตูนกำลังตรงดิ่งมาเช่นกัน โชคดีการ์ตูนเห็นรัญก่อนจึงหลบแวบเข้าหลังเสาด้วยความตกใจ

“นี่พี่รัญกลับมาแล้วหรือ แล้วไอ้บัวล่ะ” ว่าแล้วการ์ตูนก็รีบโทร.หาบัว ส่งข่าวว่า “ไอ้บัว...แกรู้มั้ยฉันเจอพี่รัญที่เมืองไทย เขามาที่บริษัทเรา แล้วนี่แกอยู่ไหน”

“ฉันอยู่สุวรรณภูมิ”

“หา!...นี่แกเพิ่งกลับมางั้นหรือ”

“เออ เพิ่งลงเครื่องเดี๋ยวนี้เอง”

“อ้าว ทำไมไม่โทร.บอกฉัน ฉันจะได้ไปรับ”

“ไม่ต้อง ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันกลับมา ฉันจะไปอยู่อพาร์ตเมนต์แกก่อน เดี๋ยวแกมาเจอฉันหน่อย ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับแก”

“เออๆ งั้นเที่ยงเจอกัน” ตัดสายจากเพื่อนแล้วยังไม่วายบ่น “เรื่องอะไรกัน อย่าบอกว่าเลิกกันแล้วนะ ไม่ได้แล้วต้องรีบบอกพี่เพชร”


เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน12ช่อง3



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ