Tuesday, September 20, 2011

เรื่อง ย่อ รอยมาร ตอน 5 ละครชอ่ง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  




ตอนที่ 5

สายวันนี้ สไบนางกับระเบียบคู่หูชวนกันไปเก็บชมพู่ที่สวน ระหว่างคุยกันประสาวัยรุ่นนั้น ระเบียบเอ่ยถึงนายมาร์คที่บ้านไทย สไบนางเถียงว่าเขาชื่อนายมาต่างหาก แต่เมื่อบรรยายรูปร่างลักษณะผิวพรรณกันแล้ว นายมากับนายมาร์คไม่เหมือนกันเลย

ทั้งสองเลยท้าไปดูตัวกัน เพราะวันนี้มาร์คอยู่บ้าน

เมื่อพากันไปถึงหน้าบ้านไทยประยุกต์ ไปยืนมองจากริมรั้ว เห็นหัสดินกำลังสั่งงานคนงานที่สนามหน้าบ้าน สไบนางบอกว่าคนนี้คือลูกชายลุงมีชื่อนายมา ระเบียบเถียงว่าไม่ใช่ คนนี้คือคุณหัสดินเพื่อนคุณมาร์ค สไบนางหาว่าระเบียบเถียงทำเป็นรู้ดี พูดราวกับว่ามาที่นี่บ่อยๆ

“บ่อยสิคะยายจันทร์กับน้าแรมเขาซี้กันจะตาย ทำอาหารแลกกันชิมประจำ”

แต่สไบนางก็ยังไม่เชื่อท้าไปพิสูจน์กัน ว่าแล้วก็เดินอาดๆเข้าไปหาหัสดินถึงตัวก็ผลักหลังจนเขาเซ ทำกร่างถามว่า “คุณเป็นใครกันแน่ คุณชื่อนายมาลูกลุงมีหรือว่าหัสดินหัสโคลนอะไรกันแน่”

ไม่ทันที่หัสดินจะตอบก็ถูกสไบนางจับหักแขกบิดจนร้องจ๊าก

“ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ” เสียงอุปมาสั่งก่อนเดินเข้ามา พอเห็นชัดๆ ว่าเป็นสไบนางก็พูดยั่วว่า “คิดว่าใครที่แท้ก็จิ๊กกี๋ริมคลองนี่เอง” แล้วหันถามหัสดินว่า “เขามาหาเรื่องอะไรแกวะหัส”

พอได้ยินอุปมาเรียก “หัส” เท่านั้น สไบนางก็แน่ใจว่าถูกหลอกจริงๆ เข้าไปถองหัสดินด่าว่าว่างมากใช่ไหม ทั้งทุบ ถอง หักแขน เสียจนหัสดินร้องโอดโอยแต่เขาไม่สู้

แต่พอหันมองอุปมาเห็นเขาจ้องอยู่ยิ้มกวนๆ สไบนางเสียววาบกลัวจะถูกจูบซํ้ารอยรีบผละไปยืนกับระเบียบ อุปมาถามหัสดินว่ามีเรื่องอะไรกัน หัสดินตอบหน้าเบ้เพราะโดนน่วมไปทั้งตัวว่า

“ก็ที่เคยเล่าไง ฉันไปหลอกเขาว่าฉันเป็นแก”

“หาเรื่อง...เด็กแสบนี่มา แสดงว่าคุณย่าก็ต้องมา ไปเยี่ยมญาติเจ้าสาวเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

อุปมากอดคอหัสดินพาเดินไปทางบ้านสวน

ooooooo

คุณหญิงมาบ้านสวนทีไรก็จะเก็บผลไม้สดๆ จากสวนจัดใส่ตะกร้าไปฝากญาติมิตรเป็นประจำ วันนี้ก็เช่นกัน เก็บผลไม้แล้วมานั่งจัดอยู่กับยายจันทร์ที่ท่าน้ำ เล่าให้ยายจันทร์ฟังเรื่องจะยกบ้านสวนให้สไบนาง

“ยกบ้านให้คุณบีซะก็ดีค่ะ คุณมุขเธอได้มากเกินไปแล้ว” ยายจันทร์เห็นด้วย

“เธอพูดให้ฉันได้อายนะแม่จันทร์ ตามุขทำให้ฉันเจ็บจริงๆ ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ เวรกรรมอะไรของฉันก็ไม่รู้” คุณหญิงถอนใจหนักหน่วง ยายจันทร์ถามว่าทศยังไม่รู้เรื่องใช่ไหม “เรื่องใหม่นี่ยังไม่มีใครรู้แน่ แม้แต่แม่จิตรากับแม่เม แต่เรื่องเก่าพ่อทศรู้แล้วล่ะ รู้นานแล้ว ตั้งแต่พ่อทศยังวัยรุ่นอยู่”

แล้วคุณหญิงก็เล่าเรื่องทศวรรษให้ยายจันทร์ฟังว่า ทศวรรษถูกวิจิตราด่าเสมอว่าเป็นลูกกาฝาก จนคุณหญิงต้องบอกประมุขให้เตือนวิจิตราให้เลิกด่าทศวรรษแบบนั้นเสียที ประมุขรับปากจะเตือนวิจิตราให้ ตอนนั้น คุณหญิงย้ำว่า “เตือนไม่พอต้องกำชับไม่ให้พูดแบบนี้อีก กลัวเด็กมันจะไม่รู้รึไงว่าเป็นลูกกำพร้า”

เล่าถึงตอนนี้แล้ว คุณหญิงบอกยายจันทร์อย่างเสียใจว่า

“ฉันไม่รู้เลยว่า ตอนนั้นพ่อทศยืนอยู่หน้าห้อง ได้ยินทุกอย่างที่ฉันพูด”

หลังจากนั้นทศวรรษก็มารบเร้า อ้อนวอน กระทั่งขู่ว่าถ้าคุณหญิงไม่เล่าความจริงเรื่องประวัติของตนให้ฟังก็จะขนของออกจากบ้านไป จนคุณหญิงต้องเล่าความจริงให้ฟัง ทศวรรษรำพึงอย่างเจ็บปวดว่า

“ตกลงพ่อประมุขไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของผมใช่ไหมครับคุณย่า...”

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ยอมทานข้าวร่วมโต๊ะกับคุณหญิงบอกว่าตนควรทานข้าวกับพวกเด็กรับใช้ถึงจะถูกเพราะ

“ผมไม่มีความเกี่ยวดองกับใครสักคนในบ้านหลังนี้ ผมมันลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ มันไม่ต่างอะไรกับเด็กข้างถนนถูกเก็บมาเลี้ยงหรอกครับ”

คุณหญิงบอกยายจันทร์ว่า นี่ขนาดตนไม่ได้เล่ารายละเอียดยังขนาดนี้ แต่หลังๆ มานี้ดีขึ้นหน่อย มีความคิดสุขุมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก คุณหญิงพูดอย่างโล่งใจขึ้นว่า

“ดีที่ได้สมบัติเก่าของแม่ส่งเสียไปเรียนเมืองนอกเมืองนา”

“พ่อมีเขากลับมาแล้วนะคะคุณท่าน เจ้าของบ้านไทย-ฝรั่งหลังใหญ่นั่นไงคะ” ยายจันทร์เปลี่ยนเรื่องทำให้คุณหญิงถอนใจ เปรยๆ ว่าเขาคงมาทวงหนี้ของเขา ถามยายจันทร์ว่า ฉันจะทำยังไงดีแม่จันทร์...

ooooooo

จนใกล้เที่ยง ยายจันทร์กับบังอรกำลังช่วยกันทำลอดช่องไว้ทานตอนบ่าย ทำไปคุยกันไป ยายจันทร์ฟังคำถามของบังอรแล้วพูดออกตัวอย่างลำบากใจว่า ตนก็ไม่อยากพูดมากหรอกแต่เห็นบังอรเป็นคนกันเองและเป็นคนใหม่ ไม่รู้อะไรหรอก เพราะอดีตของบ้านสวนสลับซับซ้อนราวกับนิยาย

แล้วยายจันทร์ก็ตัดสินใจเล่าสรุปสั้นๆให้ฟังว่า บารมีส่งอุปมาไปที่บ้านอัคราชเพื่อดูตัวเจ้าสาว ทำเอาบังอรมองอึ้ง ทวนคำ “ดูตัวเจ้าสาว...”

“ค่ะ คุณประมุขขอให้คุณท่านต้อนรับขับสู้ว่าที่ลูกเขยอย่างดีที่สุด”

บังอรซักถามจนรู้ว่าเจ้าสาวของอุปมาคือเมธาวี แต่เป็นเจ้าสาวละลายหนี้ให้พ่อ ยายจันทร์พูดอย่างสมเพชว่า “คุณประมุขผลาญสมบัติไม่พอ ยังชุ่ยคิดขายลูกกิน”

“ตายจริง...คุณเมร่ำเรียนมาตั้งสูงจะยอมเหรอยาย”

“คุณท่านบอกว่าถ้าคุณเมไม่ยอมบ้านเราก็ล้มละลาย ขายบ้านอัคราชยังไม่พอใช้หนี้ บ้านจะไม่มีให้ซุกหัวนอนกันแล้วล่ะค่ะ คุณท่านคงอัดอั้นตันใจมากถึงเล่าให้ยายฟังเมื่อเช้า อย่าพูดไปนะคะคุณบังอร ความลับสุดยอด” ยายจันทร์ย้ำ

พอดีอุปมาเข้ามาทัก หัสดินกระเซ้าว่า ทำลอดช่องอยู่หรือ เผื่อแขกไม่ได้นัดด้วยหรือเปล่า ยายจันทร์บอกว่า เผื่อแบ่งไปที่บ้านไทยอยู่เหมือนกัน หัสดินรีบขอบคุณ

อุปมาทักบังอรว่า “คุณบังอรมา แสดงว่าคุณย่าต้องมาด้วยใช่ไหมครับ ช่วยเรียนคุณย่าด้วย ว่าผมอยากมากราบขอโทษเรื่องเมื่อวาน”

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” บังอรรับคำแล้วลุกไป อุปมาแปลกใจที่เห็นบังอรสีหน้าขรึมผิดปกติ

ooooooo

ครู่หนึ่ง อุปมากับหัสดินก็ขึ้นไปนั่งที่ห้องรับแขก เมื่อคุณหญิงเดินเข้ามาทั้งสองลุกขึ้นยกมือไหว้ อุปมา แนะนำหัสดินแก่คุณหญิงว่าเป็นเพื่อนตน เป็นวิศวกรปลูกบ้านให้ตน

“คุณย่าเคยไปเที่ยวบ้านมาร์ครึยังครับ ใกล้ๆ แค่นี้เอง เดินไปได้ คุณบีไปเที่ยวบ่อยนะครับ เมื่อกี้ก็เพิ่งไปมา” หัสดินเล่าให้คุณหญิงฟัง ทำเอาคุณหญิงตกใจ ถามว่าสไบนางไปหาเรื่องอะไรอุปมาอีกรึเปล่า อุปมาพูดกลั้วหัวเราะขำๆ ว่า

“เปล่าครับ วันนี้เขาไปเล่นงานหัส โทษฐานหลอกลวง”

ฟังหัสดินเล่าเรื่องที่ตนหลอกสไบนางแล้ว คุณหญิงบอกทั้งสองอย่างเกรงใจว่า ถ้าสไบนางไปทำอะไรเสียมารยาทก็ขอโทษด้วย บ่นว่าซนเหลือเกิน คนชินกันมาก็ว่าน่ารัก คนไม่เคยก็ว่าดื้อ

“ลุงบารมีก็ว่าน้องบีน่ารัก ลุงบอกว่าเป็นเพื่อนซี้” หัสดินเล่ายิ้มแย้ม พลางส่งถุงของฝากให้อุปมา

อุปมารับถุงแล้วส่งต่อให้คุณหญิง บอกว่าคุณพ่อซื้อผ้าปูโต๊ะมาฝาก คุณหญิงรับไปวางไว้บนโต๊ะ พูดเหมือนเกรงใจแต่น้ำเสียงเคืองๆ ว่า

“ทีหลังไม่ต้องก็ได้นะ”

หัสดินกับอุปมามองหน้ากันเชิงปรึกษา หัสดินพยักหน้า อุปมาจึงเอ่ยขอโทษคุณหญิงเรื่องเมื่อวาน ซึ่งคุณหญิงก็บอกว่าเรื่องผ่านไปแล้ว อย่าให้เกิดซํ้าสองอีกก็แล้วกัน ทำให้อุปมาถอนใจโล่งอก

ฝ่ายสไบนางเข้าไปดูบังอรทำลอดช่อง พอรู้ว่าคุณย่ามีแขกคุยกับอุปมาอยู่ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที

“แค่นี้ก็รีบแจ้นมาฟ้องคุณย่าเลยนะ” สไบนางจะขึ้นไปเอาเรื่อง บังอรรีบฉุดไว้ขอร้องให้นั่งลง อย่ามีเรื่องให้คุณย่าต้องไม่สบายใจอีกเลย เธอจึงยอมนั่งลง แต่ไม่วายมองไปทางห้องรับแขกเคืองๆ

ooooooo

จากการคุยอย่างต้องการเรียนรู้อีกฝ่าย หัสดินเป็นฝ่ายเริ่ม เกริ่นว่ามาร์คเล่าว่าคุณลุงรู้จักกับคุณย่าตั้งแต่สมัยเด็กๆเลยหรือ

“ใช่จ้ะ พ่อมีเป็นเด็กดี เอาการเอางาน ตัวดำเมี่ยม ขยันลอกท้องร่องท้องคู เป็นเพื่อนกับพ่อของเมกับพ่อของบีเขา” คุณหญิงเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่พออุปมาบอกว่าพ่อเล่าว่ามีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่งชื่อประจักษ์ รอยยิ้มคุณหญิงก็จางลงก่อนบอกว่า “พ่อของแม่บีเขานั่นแหละ ลูกชายคนเล็กของย่าเอง เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่บีได้ 4-5 ขวบ”


จากการถามบ้างเล่าบ้างของอุปมา คุณหญิงเล่าว่า พ่อของบีเสียชีวิตไปด้วยไข้ป่า ตั้งแต่เธออายุ 4-5 ขวบ ส่วนแม่ของเธอตกน้ำตาย ครั้นอุปมาถามว่าแม่ของบีว่ายน้ำไม่เป็นหรือ คุณหญิงไม่ตอบแต่กลับย้อนถามว่า พ่อของเขาเคยเล่าอะไรเกี่ยวกับอดีตให้ฟังบ้างไหม พลางขยับเตรียมฟัง
“พ่อเล่าว่า ปู่รวยมาก เคยรับจำนองที่ดินของเศรษฐีผู้ดีเก่าไว้ แต่เศรษฐีคนนั้นไม่รู้”
อุปมาเล่าว่า เหตุที่เศรษฐีคนนั้นไม่รู้ เพราะลูกหลานขโมยไปจำนอง คุณปู่ตั้งใจจะบอกเศรษฐีคนนั้นเหมือนกัน แต่หาโอกาสไม่ได้และคุณปู่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงด้วย เพราะลูกหลานของคนนั้นขอร้องไว้ รับปากว่าจะพยายามหาเงินมาไถ่คืนให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้ทางบ้านรู้
คุณหญิงถามว่า แล้วยังไงต่อไป อุปมาเล่าเนิบๆว่า
“พ่อรับรู้ไว้เฉยๆ ไม่บอกทางบ้านเศรษฐีเหมือนกัน ทั้งที่รู้จักเป็นเพื่อนกับคนบ้านนั้น...ไม่นานความฉิบหายก็มาเยือนพ่อ ปู่ย่า และอาของผม” เสียงอุปมาแข็งกร้าวขึ้นทุกที
ยิ่งฟังคุณหญิงก็ยิ่งรู้สึกกดดันจนแม้แต่น้ำลายก็ยังกลืนไม่ลงคอ แต่พยายามฝืนกลั้นใจฟังนิ่งๆ
ooooooo
ที่อุปมาบอกคุณหญิงว่าความฉิบหายมาเยือนพ่อ ปู่ย่า และอาของตนคือ...
ขณะบารมีเดินผ่านสวนกลับบ้านในค่ำวันนั้นมีชาวบ้าน แอบมาบอกว่าให้รีบหนีไปเสียเพราะตำรวจล้อมบ้านเขาไว้หมดแล้ว ด้วยข้อหาว่าบ้านเขาพัวพันกับพวกค้าอาวุธสงคราม บารมีตกใจมากที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงถามว่าพ่อกับแม่ตนล่ะ
“ไม่รู้ ไม่มีใครกล้าเข้าไปเฉียดบ้านพ่อมีหรอก รีบหนีไปเถอะ เร็วสิพ่อมี พวกมันตามล่าพ่อมีอยู่นะ” ชาวบ้านผู้นั้นเร่งเร้า
ค่ำวันนั้น เศรษฐีเทียนถูกยิงตายจมกองเลือดที่บันไดบ้าน ขณะวิ่งหนีลงมา ส่วนศรีอำไพกับแม่พากันวิ่งมาใต้ถุนบ้าน แม่บอกให้ศรีอำไพแยกไป แม่จะล่อพวกมันไปอีกทาง ศรีอำไพไม่ยอมไป แต่จู่ๆก็มีมือลึกลับมากระชากศรีอำไพหลบไปหลังพุ่มไม้และเอาอีกมืออุดปากไว้ไม่ให้ร้อง
ไม่ทันไรแม่ที่วิ่งแยกไปก็ต้องรีบยกมือยอมแพ้เมื่อมีปืนจ่อมาตรงหน้า พริบตาเดียวแม่ก็ถูกยิงเสียชีวิตทั้งที่ตายังเบิกโพลง ที่พุ่มไม้ใกล้ๆนั้นมีชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่เห็นเต็มตา ตกใจทำพุ่มไม้ไหวเลยถูกมือปืนนั้นไล่ยิง ดีแต่ชาวบ้าน คนนั้นชำนาญภูมิประเทศจึงหนีรอดไปได้คุณหญิงฟังอุปมาเล่า ยิ่งฟังหน้าก็ยิ่งซีดเผือด นั่งนิ่งเงียบกริบเหมือนถูกสาป มีเพียงน้ำตาที่เอ่อท้นขึ้นมา เท่านั้นที่บ่งบอกว่ายังมีความรู้สึกอยู่อุปมาเล่าสิ่งที่รับรู้จากพ่อให้ฟังอีกว่า “เพื่อนบ้านยังเล่าอีกว่าลูกหลานเศรษฐีคนนั้นเป็นทหารสวมเครื่องแบบสีเดียวกับพ่อ แต่ยศน้อยกว่า ที่สำคัญมันเป็นเพื่อนของพ่อ มีละแวกบ้านติดกัน จึงรู้ทุกช่องทางเข้าออกบ้านพ่ออย่างดี มันบุกทำการอย่างรวดเร็วทุกอย่าง”
อุปมาจับตามองคุณหญิงถามอย่างสุขุมเยือกเย็นว่า“
แล้วคุณย่าทราบไหมครับว่าใครเป็นคนช่วยคุณอาศรีอำไพไว้”
ที่แท้คือประจักษ์นั่นเอง ประจักษ์เห็นแม่ของบารมีถูกยิงตายไปกับตา ศรีอำไพร้องไห้ตะโกนเรียกแม่ ประจักษ์เร่งให้หนีไปก่อนพลางปิดปากศรีอำไพที่ร้องไห้อย่างหนัก พาวิ่งไปในสวนตกท้องร่องสวนก็พากันฉุดลากขึ้นมา หนีซมซานกลับไปที่บ้าน
ส่วนบารมีไปซ่อนตัวที่บ้านชาวสวนผู้หวังดี เขาเป็นห่วงพ่อกับแม่ แต่เพื่อนบ้านบอกให้รีบหนีไปก่อนเพราะตอนนี้บ้านเขาถูกไฟไหม้ไปครึ่งหลังแล้ว พลางพาบารมีลัดเลาะหลบหนีไปในความมืด...
ooooooo
เล่าถึงตรงนี้อุปมาลุกขึ้นยืนดันเก้าอี้ไปข้างหลังเกิดเสียงดังจนคุณหญิงที่นิ่งอึ้งถึงกับสะดุ้งเฮือก
“ต่างคนต่างเล่าเรื่องไปคนละทาง เสริมแต่งกันจนสนุกปาก” อุปมาเอ่ยขึ้น จ้องหน้าคุณหญิง “บางคนก็แต่งเติมเรื่องเพื่อปกป้องลูกหลานตัวเองจนตอนนี้ไม่รู้ว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริงเรื่องเท็จ”
คุณหญิงมองต่ำไม่กล้าสบตาอุปมาที่จ้องอยู่ เขาเล่าต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“หลายคนเล่าว่า ช่วงชุลมุนสมบัติของปู่กับย่าถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย พอเรื่องเรียบร้อย บ้านเหลือแต่ซาก พ่อกลับมาตามหาน้องสาว แต่แปลก พ่อไม่พบน้องสาวอีกเลย”
“อ้าว ไหนว่าเพื่อนลุงมาช่วยน้องสาวไปไง” หัสดินถามขึ้น
“ใช่ เขาช่วยพาไปฝากไว้กับญาติ แต่จากนั้นน้องก็หายสาบสูญ พ่อเดาได้ว่าอาไพต้องถูกฆ่าปิดปากเพราะเธอเป็นคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ว่าใครคือคนฆ่าคุณปู่”
คุณหญิงลุกขึ้นขอให้อุปมาหยุดเล่าเพราะเรื่องเนิ่นนานมากแล้วพยานหลักฐานก็ไม่มี มีแต่คำบอกเล่าปากต่อปาก ความจริงเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่อุปมาขอต่ออีกนิดเดียว เพราะตนมีเรื่องอยากจะถามหาคำตอบจากคุณย่า ทำเอาคุณหญิงกลืนน้ำลายฝืดคอ จำต้องฟัง
“หลังจากพ่อผมทำตัวกบดานหนีออกนอกประเทศ จนได้เจอกับแม่ผม มีฐานะดีขึ้น พ่อกลับมาตามหาอาไพอีกครั้ง พ่อเลยรู้ความจริงว่าอาไพถูกฆ่าตายกลางแม่น้ำหน้าบ้านคุณปู่...คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าถึงการฆ่าสดกลางแดดกลางน้ำว่า เป็นอุบัติเหตุ ซึ่งก็ทำได้แนบเนียนพอใช้....อาผมตาย...”
คุณหญิงน้ำตาท่วม แทบจะยืนทรงกายไม่อยู่ อุปมาเสียงแข็งขึ้นถามว่า
“คุณย่าครับ แม่ของบี คือคุณอาศรีอำไพของผมใช่รึเปล่าครับ”
คุณหญิงเข่าอ่อนทรุดนั่งกับโซฟาทันที ทันใดนั้นสไบนางก็วิ่งพรวดเข้ามาร้องเรียกคุณย่าและมองขวับไปที่อุปมาถามว่าทำอะไรคุณย่าตน บังอรพยายามเข้ามาแก้สถานการณ์ ช่วยสไบนางประคองคุณหญิงบอกว่าพาท่านกลับไปที่ห้องนอนก่อนเถอะ
หัสดินลุกไปถามอุปมาว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ตนงงไปหมดแล้ว อุปมาไม่ตอบ เขากดโทรศัพท์มือถือโทร.ออกแล้วเดินเลี่ยงไปคุยห่างๆเมื่อต่อปลายสายติด เขาพูดหน้าเครียด
“ผมเอาผ้าปูโต๊ะมากราบขอโทษคุณหญิงรุจา ตามที่พ่อสั่งแล้วครับ”
ooooooo
หลังจากช่วยบังอรพาคุณหญิงขึ้นไปที่ห้องนอนแล้ว สไบนางคว้าร่มคันยาวลงมาเล่นงานอุปมา ไล่ฟาดไล่ตีแต่อุปมาก็หลบหลีกรอดตัวได้อย่างคล่องแคล่ว ยายจันทร์ตกใจร้องห้ามก็ถูกสไบนางไล่ไม่ให้มายุ่ง
สไบนางใช้ร่มไล่ฟาดอุปมา เสียจังหวะพลาดท่าถูกอุปมาพลิกตัวเอาร่มล็อกเธอไว้ แต่ถูกสไบนางกัดเสียจนจมเขี้ยวร้องจ๊าก
คุณหญิงได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมข้างล่างคาดว่าสไบนางก่อเรื่องแน่ ลุกขึ้นเดินลงมาเพลียๆ ลงมาเจอสไบนางกำลังอาละวาดอุปมาจริงๆ คุณหญิงสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ สไบนางชะงัก บังอรรีบไปแย่งร่มจากสไบนาง ส่วนคุณหญิงถามอุปมาอย่างไม่พอใจว่าทำอะไรหลานตนอีก
“ผมยังไม่ทันจะทำอะไรเลยครับ อยู่ๆก็เอาร่มมาฟาดผม ดูสิครับกัดแขนผมเกือบเนื้อแหว่ง” อุปมาถลกแขนเสื้อให้ดู พูดยั่วว่าขอยืมไปเฝ้าบ้านสักวันได้ไหม ถูกสไบนางแว้ดใส่ทันที ส่วนคุณหญิงก็ให้สไบนางขอโทษอุปมาเสีย
สไบนางไม่ยอมขอโทษ คุณหญิงดุว่าอย่าเสียมารยาทเพราะอุปมาเป็นแขกของย่า พูดเชิงติติงเชิงตัดพ้อว่า “อยากเห็นย่าเครียดจนตายใช่ไหม...ย่าขออะไรอย่างได้ไหมบี”
สไบนางถามว่าอะไรหรือ คุณหญิงพูดบอกเป็นนัยว่า “ไหว้พี่เขา ฝากเนื้อฝากตัวกับพี่เขาเสีย”
“ไม่มีทางค่ะคุณย่า บีบคอบีให้ตายเสียดีกว่า” สไบนางค้อนอุปมาตาแทบกลับ คุณหญิงพูดชัดลงไปว่า
“นี่ล่ะน้องเรา ดื้อน่ารักดีไหมล่ะ” แล้วถาม “พ่อเธอ เขาคิดยังไงกับเรื่องที่ได้ยินมาทั้งหมด” เมื่ออุปมาบอกว่าไม่ทราบเพราะพ่อกำลังดำเนินการอยู่ คุณหญิงถามว่า “รวมทั้งเรื่องการแต่งงานของเธอด้วยใช่ไหม”
“นั่นคือข้อเสนอของลูกชายคุณย่านะครับ พ่อเพียงตอบสนองในขอบเขตที่พ่อเห็นควร” เมื่อคุณหญิงบอกว่าย่าไม่เข้าใจ เขาตอบตัดบทว่า “แล้วคุณย่าจะเข้าใจเมื่อพ่อผมกลับมา”
สไบนางมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีบ่นว่าพูดอะไรกันไม่เห็นรู้เรื่อง ถูกอุปมามองแวบหนึ่ง ตอบห้วนๆ
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” แล้วหันไปลาคุณหญิงและบังอร มองเหยียดๆมาทางสไบนางแล้วเลี่ยงไป ยังความแค้นแก่สไบนางนัก
ยายจันทร์ถือหม้อกะทิและชามใส่ลอดช่องเดินมาพอดี สไบนางพรวดเข้าไปคว้าลอดช่องเทใส่หัวอุปมาตามด้วยกะทิ เท่านั้นไม่พอเอาให้ครบเครื่องด้วยการสาดน้ำแข็งใส่ตามหลังด้วย
ทุกคนตกใจมองตะลึง คุณหญิงเอ็ดสไบนางที่หัวเราะชอบใจอยู่ตรงนั้น แล้วบอกอุปมาให้ขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน อุปมาไม่ตอบแต่เดินหัวเสียกลับไปทันที หัสดินรีบเดินตาม
คุณหญิงเดินมาบิดแขนหลานสาวอย่างแรงดุว่าเล่นไม่รู้เรื่อง พี่เขาโกรธแล้วเห็นไหม แทนที่จะรู้สึกผิดสไบนาง กลับบอกว่าสมน้ำหน้าแล้วเดินหัวเราะคิกคักเข้าบ้านไป คุณหญิงได้แต่มองตามอย่างอ่อนใจ
ooooooo
ในงานอีเวนต์ประมูลเพื่อน้อง วิจิตราเอาชุดชาโบราณไปวางประมูลโดยมีเมธาวีไปยืนโชว์ตัวอยู่ด้วย นักข่าวรี่เข้าไปขอสัมภาษณ์เรื่องร้อยตำรวจเอกอาทิตย์ สุริโย ถามว่าวันนี้ไม่มาด้วยหรือ เมธาวี ตอบอย่างรู้ทันและปัดป้องว่าทำไมต้องมาด้วย เขาก็ทำงานของเขา
วิจิตราซึ่งเชียร์อาทิตย์อยู่แล้วแทรกขึ้นขำๆว่าไม่มาด้วยแต่เดี๋ยวก็มารับ พลางจับมือเมธาวีบีบเบาๆ ทำนองเตือนให้พูดดีๆหน่อย แต่เมธาวีไม่ใช่คนที่ใครจะมาชี้นำได้ ดังนั้น เมื่อนักข่าวถามว่าปีนี้จะมีข่าวดีไหม เธอยิ้มขำๆ ตอบกลั้วเสียงหัวเราะว่า “เพื่อนๆกันทั้งนั้น เมยังสนุกกับงานอยู่ ยังไม่คิด จะมีครอบครัวตอนนี้หรอกค่ะ”
“แต่พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายไฟเขียวผ่านตลอดค่ะ” วิจิตรา เสริมแทรกขึ้นอีก พูดแล้วยิ้มเป็นนัยกับนักข่าว
ระหว่างนั้น วิมาดาเดินเฉียดๆมาข้างหลังจ้องจิกเมธาวีอย่าหมั่นไส้ สบโอกาสเมื่อเมธาวีเดินออกมาคุยโทรศัพท์มือถือที่อีกมุมหนึ่งของงาน วิมาดาแอบฟัง
“ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะค่ะ แม่เขาเจอกลุ่มเพื่อนแล้ว เมก็อยากจะกลับเหมือนกัน...ขึ้นมาได้เลยค่ะ”
พอเมธาวีตัดสาย วิมาดาก็ทักขึ้น “สวัสดีค่ะคุณเม” เมธาวีหันมอง ยิ้มและตอบรับตามมารยาท วิมาดาทำตีสนิทเข้ามาชมว่า “วันนี้คุณเมสวยจังเลยนะคะ”
เมธาวีมองงงๆถามว่าเราเคยรู้จักกันที่ไหนมาก่อนเหรือเปล่า พูดออกตัวว่าวันนี้คนเยอะจนตนงงไปหมดแล้ว วิมาดาจึงแนะนำตัวเองว่า ตนรู้จักเธอเพราะเรามีเพื่อนคนเดียวกันคืออุปมา บุญอนันต์ วิมาดาย้ำ เมื่อเห็นเมธาวีมองหน้าตนแปลกๆ
เมื่อเมธาวีปั้นหน้านิ่งเฉย วิมาดายิ้มแย้มแนะนำตัวเองว่าเป็นแฟนกับอุปมา บอกไว้เผื่อเธอยังไม่ทราบ เมธาวีไม่ยอมเสียฟอร์มถามว่าเธอบอกผิดคนหรือเปล่า คิดแก้เผ็ดได้ทันควัน หันไปเรียกนักข่าวมาบอกว่าถ้าอยากดังตกเป็นข่าวคบหากับไฮโซคนไหนอยู่ให้บอกได้เลย รับรองได้ดังสมใจแน่ ว่าแล้วก็ปลีกตัวไป
วิมาดาจิกตามองตามเมธาวีไปอย่างเจ็บใจ แต่ต้องฝืนยิ้มรับหน้าพวกนักข่าวที่กรูกันเข้ามา
ooooooo
อาทิตย์มารับเมธาวีตามที่เธอโทรศัพท์เรียก เมธาวีแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอาทิตย์ให้วิมาดาเห็น อาทิตย์บอกว่าวันนี้ตนกะจะไปหาสไบนางกับคุณย่าที่บ้านสวนจะชวนก็รู้ว่าเธอไม่ชอบไปที่นั่น
“วันนี้เมอยากไปค่ะ” เมธาวีเดินนำไปที่รถเลย ทำเอาอาทิตย์งงๆ กับท่าทีแปลกๆของเธอ
เมื่อไปถึงบ้านสวน อาทิตย์ตะโกนโหวกเหวกบอกสไบนางว่าเพื่อนมาเยี่ยม เมธาวีมองอย่างหมั่นไส้ติติงอาทิตย์ว่า เล่นหัวกับสไบนางมากไปจนติดนิสัยมาด้วยแล้วรู้ตัวหรือเปล่า อาทิตย์เลยยิ้มจ๋อยๆไป
ปรากฏว่าบ้านเงียบ เจอสมปองจึงรู้ว่าคุณย่าไปบ้านท้ายสวนส่วนสไบนางนอนหลับอยู่บนบ้าน พอเมธาวีรู้ว่าคุณย่า ไปบ้านท้ายสวนคือบ้านไทยประยุกต์เท่านั้น เธอชวนอาทิตย์ไปหาคุณย่ากันดีกว่า
ว่าแล้วเมธาวีก็เดินบ่ายหน้าไปทางท้ายสวนอย่างต้องการไปเคลียร์เรื่องวิมาดากับอุปมาให้ชัด อาทิตย์เดินตามไปงงๆ กับท่าทีแปลกๆ ของเธอวันนี้
ฝ่ายคุณหญิงอยู่ที่บ้านไทยประยุกต์ของอุปมา มองไปรอบบ้านรำพึงว่าที่นี่เปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือสภาพเดิมเลย อุปมาบอกว่าเพราะบ้านถูกเผาจนแม้แต่เสาก็ไม่เหลือซาก คุณหญิงจึงเปลี่ยนเรื่องถามว่า
“พ่อเธอคิดยังไงกับเรื่องน้องสาวกับหลาน” อุปมาทำหน้านิ่งบอกให้ทำใจสบายๆ คุณพ่อกลับมาเมื่อไรก็จะรู้กัน ทำให้คุณหญิงยิ่งกังวล
พอดีเมธาวีมาถึง เธอร้องเรียกคุณย่าโดยไม่แม้แต่จะหางตาไปมองอุปมา มีแต่อาทิตย์เท่านั้นที่ยิ้มให้อุปมาตามมารยาท ก็พอดีหัสดินมาบอกอุปมาว่าอาหารตั้งโต๊ะเรียบร้อยแล้ว อุปมาจึงให้ไปบอกน้าแรมด้วยว่าให้เพิ่มอีกสองที่
อาทิตย์พูดติดตลกว่ากำลังหิวพอดีเลย อุปมาจึงเชิญทั้งหมดเข้าไปในบ้าน คุณหญิงเดินนำไปก่อน อุปมาสบตาเมธาวียิ้มเชิญ เธอจงใจคล้องแขนอาทิตย์เดินผ่านอุปมาเข้าไป ทำให้อุปมาไม่พอใจ เมื่อไปเจอกันที่มุมลับตา เขาจับแขนเธอถามว่า ทำอะไรของเธอ ดูก็รู้ว่าจงใจประชดตน
ถูกอุปมาคาดคั้นเมธาวีจึงบอกว่าตนทำแบบนี้เพื่อให้เขารู้ว่าตนไม่ใช่ตัวเผื่อเลือกของใคร ซักไซ้กันจึงรู้ว่าเธอประชดเรื่องวิมาดา ยื่นคำขาดว่าถ้าเขายังเคลียร์ปัญหากับวิมาดาไม่ลงตัวเราก็ไม่ควรเจอกันอีก เมื่ออุปมาบอกว่าสักวันหนึ่ง เธอจะรู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
เมธาวียิ้มหยันแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องทานอาหาร อุปมามองพูดตามหลังให้ได้ยินว่า
“ยังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับผมอยู่ดี...คุณหนีผมไม่พ้นหรอก”
ooooooo


เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

เรื่องย่อ รอยมาร ตอน4 ละครช่อง3




เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  




***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ


ตอนที่ 4

เป็นความบังเอิญที่วันนี้สายทิพย์ไปเจอวิมาดาที่ห้างสรรพสินค้าในแผนกเสื้อผ้าสตรีที่ทั้งคู่ไปเลือกซื้ออยู่ พอเห็นสายทิพย์วิมาดาก็เดินเลี่ยงไป สายทิพย์เรียกไว้บอกว่าไม่ต้องกลัวตนไม่ด่าหรือตบเธอหรอก
วิมาดายังจะเดินเลี่ยงไป สายทิพย์บอกให้เธอเลือกซื้อที่นี่เสียตนจะไปร้านอื่นเองเพราะไม่อยากใส่เสื้อผ้าแบรนด์เดียวกับเมียน้อย วิมาดาโมโหพูดดูถูกธนูว่าตนไม่ได้พิศวาส อะไรเลย หวงนักก็จับมัดไว้ที่บ้านเสีย
ก่อนไปวิมาดายังเอาชุดที่ตัวเองเลือกไว้ซึ่งค่อนข้างเซ็กซี่โยนใส่สายทิพย์บอกให้หัดปรับปรุงตัวเองเสียบ้างแต่งหน้าตาให้เข้มจะได้ดูสดใสใส่เสื้อผ้าเซ็กซี่จะได้มัดใจสามี
วิมาดาไปแล้ว สายทิพย์คิดๆ แล้วตัดสินใจซื้อชุดที่วิมาดาโยนใส่เมื่อครู่นี้แต่พอธนูกลับมาคืนนี้ เขามองเธออย่างแปลกใจที่แต่ง หน้าเข้มถามว่าที่คณะมีงานหรือแต่งหน้าจัดจัง ครั้นเห็นชุดที่ใส่ก็มองอย่างแปลกใจ สายทิพย์ถามว่าแต่งแบบนี้สวยไหม
ธนูมองแล้วติงว่าโป๊ไปหน่อย เตือนให้ไปล้างหน้าล้างตาเสีย น้ำหอมที่ใส่ก็ฉุนไปเดี๋ยวลูกจะแพ้ เมื่อสายทิพย์ ตัดพ้ออย่างน้อยใจที่เขาหมางเมินต่อตนถามว่าไม่รักตนแล้วใช่ไหม พลางเข้าไปกอดไว้อ้อนๆ
ธนูผลักเธอออกถามว่าจะบ้ารึไง ไล่ให้ไปส่องกระจกดูตัวเองซิ ดูได้เสียที่ไหน พูดอย่างหงุดหงิดว่า “อย่าทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองหน่อยเลย ผมไม่ชอบ จำเอาไว้ ผมรักคุณอย่างที่คุณเป็น”
“แต่ฉันอยากให้คุณรักฉันเหมือนที่คุณรักวิมาดา” พูดแล้วร้องไห้ออกมา ธนูมองอย่างรำคาญแล้วผลุนผลันออกจากห้องไปเลย
ooooooo
คืนนี้ที่บ้านอัคราช ทุกคนพากันตกใจเมื่อสไบนางตีฆ้องร้องป่าวประกาศลั่นว่ามีข่าวดีจะมาบอกข่าวดีที่ว่าคือ เธอสอบติดศิลปากร แต่พอวิจิตรากับเมธาวีฟังแล้วก็พูดอย่างเย็นชาว่า สอบติดจะแปลกอะไรสอบไม่ติดสิถึงจะแปลก เสียเวลาจริงๆ
มีแต่คุณหญิงกับบังอรเท่านั้นที่แสดงความดีใจด้วย คุณหญิงบอกหลานสาวว่า
“ตั้งใจเรียนนะลูก เอาให้ได้เกียรตินิยมเหมือนพี่เมเขานะ”
สไบนางฟังแล้วเซ็งไปเลย
แต่เพราะคุณย่าอยากให้แน่ใจ วันนี้สไบนางจึงจะไปดูผลสอบให้เห็นกับตา เจออาทิตย์เข้าที่กลางซอย พอรู้ว่าจะไปดูผลสอบ เขาอาสาพาไปส่ง สไบนางถามประชดว่าจะมาหาเมธาวีไม่ใช่หรือ เขาบอกว่าไม่ได้นัดไว้แต่ไม่มีอะไรทำเลยแวะมา ทั้งยังบอกว่าถ้าสอบได้จริงจะเลี้ยงข้าวมื้อหนึ่ง สไบนางขอแถมของขวัญอีกชิ้นหนึ่งด้วย
ปรากฏว่าสอบได้จริงๆ สไบนางบอกให้ไปซื้อลาบ ส้มตำ น้ำตก เอาแบบเซ็ตใหญ่จะเอากลับไปกินฉลองที่บ้านกับคุณย่า ส่วนของขวัญเธอพาไปซื้อชุดนางรำชุดใหญ่เพื่อเอามารำในวันเกิดคุณย่า
พอกลับมาถึงบ้านก็พากันไปปูเสื่อนั่งพับเพียบกินลาบ ส้มตำ น้ำตกกันอย่างครึกครื้น เมธาวีมาดูเบ้หน้าบ่นว่าคุณย่านั่งกับพื้นนานๆเดี๋ยวก็ปวดขาอีก แต่คุณหญิงกลับยิ้มแย้มบอกว่าไม่เป็นไร นานๆที
เมธาวีฟังแล้วหงุดหงิดเดินออกจากบ้าน เจออุปมาขับรถเข้ามาพอดี อารมณ์เธอเปลี่ยนฉับพลันทั้งดีใจทั้งเขิน แต่รักษาฟอร์มทำเป็นยกโทรศัพท์มือถือขึ้นพูดติดพัน พออุปมาทักเธอก็ทำเป็นถามว่ามาหาคุณย่าหรือ แล้วทำท่าจะขึ้นไปบอกคุณย่า
อุปมารู้ทันส่งสายตาหวานคมกริบให้จนเมธาวีไม่กล้าสบตาทำเป็นรีบเดินขึ้นไป ลืมไปว่าตัวเองฟอร์มทำเป็นคุยโทรศัพท์อยู่ พออุปมาทักว่า “เพื่อนอยู่ในสายนะครับ” เธอก็ตกใจรีบยกขึ้นพูด ลนจนพูดซ้ำประโยคเดิมว่า “อยู่บ้าน... เดี๋ยวบ่ายๆจะออกไปข้างนอก”
อุปมายิ้มอย่างรู้ทันว่า ที่แท้เธอก็สนใจตนมากจนเขินได้ถึงขนาดนี้...แต่ยังทำฟอร์มอยู่เท่านั้น
เมื่อเมธาวีเข้าไปบอกคุณย่าว่าอุปมามาขอพบ สไบนางโพล่งไปทันทีว่าบอกให้เขากลับไปก่อนเถอะมาไม่รู้จักเวล่ำเวลา แต่คุณหญิงบอกเมธาวีให้ไปบอกอุปมาขึ้นไปรอที่ห้องรับแขกเล็กได้เลย
เมื่อเมธาวีไปบอกอุปมา เขาขอบคุณ เธอพยักหน้าให้สาวใช้พาไป อุปมาพูดขึ้นก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงไปว่าดูเหมือนเธอไม่ค่อยยินดีต้อนรับตนเท่าไหร่เลย เพราะไม่เห็นยิ้มสักนิด
พอหญิงสาวบอกว่าตนเป็นคนยิ้มยาก อุปมาจ้องตานิ่งบอกว่าจะทำให้เธอยิ้มให้ได้ เธอตัดบทว่าเดี๋ยวคุณย่ารอนาน ครั้นอุปมาฉวยโอกาสว่าคราวหน้าจะขอเป็นแขกเธอบ้างได้ไหม เมธาวีแทบทนกับสายตากรุ้มกริ่มของเขาไม่ได้ตัดบทว่า
“แขกคุณย่าก็เหมือนแขกของเราทุกคน ขอตัวนะคะ” พูดแล้วเดินเลี่ยงไป อุปมามองตามอย่างพอใจ
แต่ข้างหลังอุปมา ชันษาแอบดูอยู่ เขาจ้องมองอุปมาอย่างไม่พอใจด้วยความหึงหวงเมธาวี
ooooooo
ความเกลียดชัง ทำให้สไบนางตามมาราวีอุปมาถึงห้องรับแขกที่คุณหญิงนั่งคุยกับเขาอยู่ เธอมาแสดงความก้าวร้าว ยียวน เมื่อคุณหญิงให้สวัสดีอุปมา เธอก็ยื่นมือจะไปเช็กแฮนด์ พอถูกคุณหญิงดุก็ชักมือกลับอ้างว่า
“ยังกินไม่อิ่มเลยค่ะคุณย่า ติดไว้ก่อนนะ กินอิ่มแล้วเดี๋ยวล้างมือมาไหว้ใหม่”
ครั้นคุณหญิงถามว่าอุปมาทานอะไรมาหรือยังเรามีอาหารอีสานอยู่ทานเป็นรึเปล่า สไบนางก็ลอยหน้าพูดลอยๆ ว่าจะกินได้รึต้องใช้มือจกอาหารเข้าปาก แล้วทำท่าน่าเกลียดให้ดู
“เดี๋ยวเถอะนะบี เล่นไม่เลิกนะ คุณอุปมาเขาไม่คุ้นเคย กระดากตาย” คุณหญิงปราม
“เรากินกันอย่างเปิดเผยต้องกระดากอายทำไมคะคุณย่า” แล้วมองหน้าอุปมาพูดแขวะ “ดีกว่าแอบลักเขากินขโมยเขากินเป็นไหนๆ”
“เรามีความพอใจเป็นของตัวเอง เป็นสิทธิส่วนบุคคล คนอื่นที่ชอบก้าวก่ายเรื่องของเราเกินไป ควรเรียกว่าอะไรดี” อุปมาย้อนถามอย่างรู้ว่าถูกแขวะ
“สอด แส่ สาระแน หรือ...” พูดได้แค่นั้นก็ถูกคุณหญิงเรียกปราม อุปมาบอกว่าไม่เป็นไร  แต่คุณหญิงไม่ยอมตำหนิสไบนางว่าทำไมพูดจาก้าวร้าวพี่เขาขนาดนี้ เขาทำอะไรให้เรา
“บีไม่อยากเล่าให้คุณย่าฟังหรอกค่ะ บางทีเรื่องทั้งหมดอาจจะเป็นโชคดีของครอบครัวฝนก็ได้ ถ้าผู้หญิงเลวๆคนนึงจะโดนผู้ชายที่เลวคู่ควรกันลากไปให้พ้นชีวิตพี่สาวฝนเสียที” สไบนางกระแทกเสียงใส่แล้วลุกขึ้นพูดลอยๆ “เย็นนี้ไม่ต้องเรียกนะคะ บีไม่ทานข้าว” พูดแล้วค้อนตาเขียวใส่อุปมาอีกทีก่อนไป
คุณหญิงพยักหน้าให้บังอรตามไป พอบังอรไปแล้วคุณหญิงขอโทษอุปมาแทนหลานสาว
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเจอฤทธิ์เดชเขาจนชินแล้ว” พูดแล้วตัดบทบอกคุณหญิงว่า “ผมจะมาเรียนให้ทราบว่าพ่อผม กับลุงประมุขคงจะเดินทางกลับมาเมืองไทยพร้อมกัน”
ข่าวนี้ทำให้คุณหญิงแอบกังวลใจไม่น้อย
ooooooo
เมื่อบังอรมาคุยเรื่องการจัดเตรียมงานด้านอาหารวันแซยิดให้ฟัง คุณหญิงบอกว่าประมุขจะกลับมาพร้อมกับพ่อของอุปมาในวันนั้นด้วย บ่นว่า คราวนี้ประมุขไปนานเหลือเกินจนวิจิตรางุ่นง่าน...งุ่นง่าน
“พ่อคุณอุปมานี่สนิทกับคุณประมุขมากเหรอคะ บังอรไม่เคยเห็นคุณท่านพูดถึงเลย”
คำถามของบังอร ทำให้คุณหญิงนิ่งไปนานกว่าจะเล่าให้ฟังว่า
บารมีกับประจักษ์นั้นสนิทสนมกันเพราะชอบปลูกต้นไม้ทำไร่ทำสวนเหมือนกัน แต่ประมุขนั้นสำรวยสำอาง อีกทั้งเมื่อสอบเข้าเรียนนายร้อยได้ก็ยังดูถูกน้องชายอีก
“แล้วทำไมคุณบารมีถึงย้ายไปอยู่เมืองนอกเสียล่ะคะ” บังอรช่างสงสัย
“จะว่าเป็นคราวซวยก็ได้นะ เจ้านายพ่อมี ไปมีปัญหากับกลุ่มอิทธิพลเข้า พ่อมีก็เลยโดนร่างแหไปด้วย” คุณหญิงสีหน้าเครียดขึ้น ถอนใจยาวเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต
“คราวซวย” ที่คุณหญิงพูดถึงคือ เศรษฐีเทียนกับลูกชายคือบารมี  ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับพวกค้าอาวุธสงครามเจ้านายสั่งประมุขให้ไปจับให้ได้คาหนังคาเขาคืนนั้นเลย ประมุขรับคำ สั่งสีหน้าเครียดจัดแต่ก็ต้องไป
ประมุขนำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านเศรษฐีเทียน เขาบอกบารมีว่า สายข่าวแจ้งว่าพ่อเขากับตัวเขาพัวพันกับพวกค้าอาวุธสงคราม ตนต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แล้วสั่งค้นให้ทั่ว
เศรษฐีเทียนกับแม่ของบารมีบอกให้เขารีบพาศรีอำไพน้องสาวหนีไปทางหลังบ้านก่อน บารมีพาน้องไปบอกพ่อกับแม่ว่าให้ระวังตัวด้วย เศรษฐีเทียนกับภรรยาเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยความกังวล
ไม่นานประมุขก็แจ้งว่าค้นพบอาวุธสงครามร้ายแรงซ่อนอยู่ในตู้ แม้ว่าเศรษฐีเทียนและภรรยาจะชี้แจงอย่างไรก็ไร้ผล ประมุขบอกทั้งสองให้ไปให้การที่โรงพักดีกว่า
ประมุขกวาดตามอง ถามหาบารมีว่าหายไปไหน เศรษฐีเทียนไม่ตอบแต่ค่อยๆล้วงปืนที่เหน็บเอวออกมา
บารมีพาศรีอำไพหนีไปทางหลังบ้าน ครู่หนึ่งเขาได้ยินเสียงปืนปะทะกัน สองพี่น้องตกใจมาก บารมีรีบพาน้องหนีไปตามร่องสวน
ปรากฏว่าเศรษฐีเทียนกับภรรยาถูกยิงตายคาชานบ้าน จากนั้น ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งก็จุดไฟปาระเบิดเผาบ้านเศรษฐีเทียนไหม้เป็นจุล
“น่ากลัวจังเลยนะคะ แล้วสองพี่น้องหนีพ้นไหมคะคุณท่าน” บังอรถาม คุณหญิงถอนใจก่อนพยักหน้า
ooooooo
คุณหญิงเล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้นด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า บารมีพาน้องที่หนีตายมาหาตนที่บ้าน ฝากน้องไว้กับตนซึ่งบารมีเรียกว่าคุณน้า และฝากขัตติยาคู่หมั้นของเขาด้วย เพราะเกรงจะถูกพวกมันมาจับตัวไป บอกว่าเขาจะหาทางติดต่อกับขัตติยาให้มาพึ่งบุญคุณน้าด้วยอีกคน
คุณหญิงรับปากด้วยความเต็มใจ บอกบารมีให้รีบหลบไปก่อน ตนจะช่วยดูแลทั้งน้องและคู่หมั้นของเขาให้ดีที่สุด เชื่อว่าไม่มีใครกล้าบุกรุกเข้ามาในที่ดินของตน
บารมีก้มกราบน้ำตานองหน้า คุณหญิงเองก็น้ำตาท่วมย่อตัวลงลูบหัวบารมีด้วยความสงสารจับใจ
“ผมไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เป็นตายร้ายดียังไง ฝากคุณน้าตามข่าวแทนผมด้วย” บารมีเอ่ย
“เชื่อน้านะ พ่อแม่เราเป็นคนดี จะต้องปลอดภัย”
ทันใดนั้น ประจักษ์วิ่งเข้ามาบอกว่ามีตำรวจมาหน้าบ้าน บารมีถามว่าแล้วศรีอำไพล่ะ ประจักษ์บอกว่าตนพาไปซ่อนแล้ว ส่วนคุณหญิงก็เร่งให้บารมีรีบไปเสีย ตนจะถ่วงเวลาตำรวจไว้ที่นี่เอง
เมื่อบารมีหนีไปแล้ว คุณหญิงกับประจักษ์ก็จูงมือกันออกไปรับหน้าตำรวจต่างใจเต้นไม่เป็นส่ำ
คุณหญิงเล่าอีกว่า ไม่กี่วันต่อมาบารมีก็ย้อนกลับมา แต่ตนบอกให้หนีไปเพราะเรื่องยังแรงอยู่ คุณหญิงเดาใจบารมีเวลานั้นว่า “คงเพราะรู้ข่าวจากปากชาวบ้านว่า พ่อแม่ถูกยิงตายบ้านถูกไฟเผาวอดทั้งหลัง”
บังอรถามว่าตกลงเป็นฝีมือใครกันแน่ คุณหญิงเองก็ไม่รู้เพราะพูดกันไปต่างๆนานา ส่วนเรื่องเผาบ้านก็ว่าเป็นมือที่สาม เพราะประมุขกับทหารตำรวจวันนั้นก็แทบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน
ส่วนขัตติยานั้น คุณหญิงเล่าอย่างไม่เต็มเสียงว่า เธอรอบารมีแต่สุดท้ายก็แต่งงานไปกับคนอื่น พูดอย่างผ่านๆว่า “ไอ้ข้อนี้เราก็ว่ากันไม่ได้ จริงไหมแม่บังอร”
หลังจากนั้น บารมีก็ไม่ได้มาที่นี่อีก จนได้ข่าวว่าจะมาในงานวันเกิด ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
“ฉันเสียใจอยู่เรื่องนึง รับฝากน้องสาวเขาเอาไว้ รับปากมั่นเหมาะว่าจะดูแลอย่างดีที่สุด สุดท้ายก็คืนน้องสาวให้พ่อมีไม่ได้ เหลือแต่หลานของเขาเท่านั้นแหละ ถ้าเขาขอรับคืนไปก็ไม่รู้ว่าฉันจะทำใจได้แค่ไหน” ยิ่งเล่าคุณหญิงก็ยิ่งเศร้า
แต่พอบังอรถามว่าหลานของบารมีคือใคร คุณหญิงก็ตัดบทว่า เหนื่อยแล้ว ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง บังอรจึงจัดที่และห่มผ้าให้คุณหญิงก่อนออกไป
แต่พอบังอรออกไปแล้ว คุณหญิงนอนลืมตาในความมืด หยุดความคิดที่เป็นเหมือนรอยมารในจิตใจตัวเองในอดีตไม่ได้
ooooooo
ธนูระแวงว่าวิมาดาจะมีคนอื่น  เขาสะกดรอยเธอไปจนเห็นเข้าไปในบริษัทบุญอนันต์อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต จึงรีบโทร.ให้เพื่อนเช็กว่าบริษัทนี้เป็นของใคร แล้วคอยอยู่ตรงนั้น จนเพื่อนแจ้งมาเขาถามว่า
“บารมี บุญอนันต์ รวยมากไหม หนุ่มหรือแก่ มีลูกมีเมียรึยัง” ฟังปลายสายแล้วบอกเพื่อน “เอาน่ะ มึงช่วยสืบต่อให้กูทีแล้วกัน”
ฝ่ายวิมาดาหิ้วอาหารมาฝากอุปมา จัดให้ทานแล้วฉอเลาะชวนไปดูหนังสนุกๆกันสักเรื่อง ชายหนุ่มตอบอย่างถนอมน้ำใจว่า เย็นนี้ตนมีนัดแล้วไว้วันหลังก็แล้วกัน
ครู่หนึ่งวิมาดาออกจากบริษัทมาขึ้นรถขับออกไป ธนูซุ่มดูตาไม่กะพริบ แต่หารู้ไม่ว่า ที่แท้เป็นอุบายของวิมาดาล่อให้เขาตามตนมาที่บริษัทนี้เพื่อแผนการบางอย่างที่จะดำเนินต่อไป
ooooooo
ฝ่ายสไบนางน้อยใจคุณย่าที่ดุตนต่อหน้าอุปมาพูดขู่ๆกับบังอรไว้ว่าสักวันจะหนีไปจากบ้านนี้ แล้วเธอก็ทำจริงๆด้วยการหลบไปอยู่บ้านหยาดฝน นั่งเล่นนอนเล่นแกล้งให้คนที่บ้านอัคราชตามหากันวุ่นวายไปหมด

อาทิตย์อาสาช่วยคุณหญิงตามหาสไบนาง อุปมาก็อาสาขับรถตามหาให้ จนกระทั่งค่ำจึงเจอสไบนางเดินเหลียวหน้าแลหลังกลัวๆมาตามซอยเข้าบ้าน  อุปมาฉวยโอกาสแกล้งเอาคืน ด้วยการขับรถตามๆหยุดๆจนสไบนางตกใจกลัววิ่งหนีสุดชีวิต

อุปมาขับรถไล่ตามจนมาดักหน้าแล้วหยุดกึก สไบนางหยุดกะทันหันจะหนีไปอีกทางแต่เสียหลักทำให้ขาพลิกล้มลง อุปมาลงจากรถเดินหน้าตายเข้าไปถาม “กลัวเป็นเหมือนกันเหรอ”

พอเห็นว่าเป็นอุปมาเท่านั้น สไบนางก็ของขึ้นทันที จ้องหน้าคำราม “แก!” อุปมาไม่โกรธพูดยั่วกวนประสาท แต่พอเห็นสไบนางขาเจ็บก็จะเข้าประคอง ถูกเธอตวาดและปัดมือออกไปอย่างรังเกียจ

“เดินไม่ไหวอย่างนี้พี่ต้องอุ้มไปส่งบ้านแล้วล่ะ” อุปมาขยับจะเข้าไปอุ้ม ไม่ทันระวังตัวเลยถูกสไบนางตบหน้าเสียฉาดใหญ่ ชายหนุ่มเลือดขึ้นหน้าคว้าเข้าไปจูบปากเอาคืน พอเขาถอนปากออกสไบนางก็ถ่มน้ำลายทิ้งอย่างรังเกียจ ด่าลั่น

“แกมันผู้ชายฉวยโอกาส ไม่รู้จักพอ ฉันขอแช่งให้แกติดเอดส์ตาย”

ไม่เพียงเท่านั้นยังขู่จะกลับไปฟ้องคุณย่า ว่าเขารังแกจะไม่ให้คุณย่ารับเขาเข้าบ้านอีก

“เชิญเลย ดูสิว่าคุณย่าจะเชื่อใคร” อุปมาท้า แล้วลอย หน้าพูดอย่างเป็นต่อว่า “ฉันจะบอกคุณย่าว่าเธอพยายามหนีไม่ให้ฉันพากลับบ้านเลยหกล้มขาแพลง ฉันจะเข้ามาอุ้มพาเธอไปขึ้นรถ เธอกลับตบหน้าฉันจนฉันเสียหลักล้มไปจุ๊บปากเธอแบบไม่ได้ตั้งใจ”

สไบนางแค้นใจด่าเขา “ไอ้กะล่อน” แล้วเดินกะเผลกๆไป อุปมาสั่งให้ไปขึ้นรถตน แล้วกลับพร้อมกัน สไบนางไม่ยอมไปเลยถูกเขาขู่ว่าอยากให้ทุกคนรู้รึไงกันว่าถูกตนจุ๊บปากแดงๆแล้ว ทั้งยังทำปากจุ๊บๆใส่ด้วย สไบนางเลยเดินหน้าบึ้งไปขึ้นนั่งเบาะหลัง

อุปมาชำเลืองมองทางกระจกส่องหลังขำๆ แต่พอเห็นสไบนางนั่งน้ำตาคลอก็ใจอ่อนรู้สึกตัวเองผิดเหมือนกัน เลยขับรถกลับไปเงียบๆ

ooooooo

ทุกคนดีใจที่เห็นอุปมาพาสไบนางกลับมาบ้าน มีแต่วิจิตรากับเมธาวีเท่านั้นที่มองอย่างหมั่นไส้ ซ้ำวิจิตรายังไปยุคุณหญิงว่าอย่าใจอ่อนพูดดีด้วยง่ายๆ ตำหนิว่าสไบนางชอบทำตัวให้ผู้ใหญ่เป็นห่วงแบบนี้ ขืนพูดดีด้วยจะยิ่งได้ใจ ต่อไปขัดใจอะไรก็จะหนีออกจากบ้านอีก

“เธอไม่ต้องมาสอนฉันหรอกจิตรา หลานฉัน ฉันมีวิธีอบรมของฉันได้” คุณหญิงเสียงเข้มนิดๆแล้วรีบไปรับสไบนางด้วยความดีใจ อาทิตย์รีบตามไปอีกคน ทำให้วิจิตราหมั่นไส้ไม่พอใจยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อกลับมาถึงหน้าบ้านแล้วอุปมาจึงเอาโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้แทนเครื่องเก่าที่ตนกระทืบพัง สไบนางปัดทิ้งไปอย่างไม่แยแส

พอเห็นหน้าอาทิตย์เท่านั้น สไบนางก็แกล้งทั้งอุปมาและเมธาวีที่มองอย่างหมั่นไส้ สั่งให้อาทิตย์อุ้มตนขึ้นไปบนบ้าน ทำเอาอาทิตย์งง ยิ่งเมื่อได้ยินเมธาวีพูดประชดว่าซ้อมลิเกไว้โชว์วันเกิดคุณย่าหรือ เธอก็ยิ่งโมโห บ่นอาทิตย์ว่าช้าแล้วกระโดดลงมาเต้นหยองแหยงไปเอง

เมธาวีคุยกับอุปมาที่ยืนมองอยู่หน้าบ้าน ถามว่าพบตัวที่ไหน ทำฤทธิ์เดชใส่เขารึเปล่า พออุปมาบอกว่าก็เอาเรื่องอยู่ ถามเมธาวีว่าไม่ถามหน่อยหรือว่าทำไมน้องสาวเธอถึงขาเจ็บ เมธาวียักไหล่เหยียดยิ้มบอกว่า “บีทำอะไรได้หลายอย่างเพื่อเอาแผลมาอวดคุณย่า...คุณย่าก็หลงกลโอ๋จนลืมความผิด” แล้วถามว่าจะขึ้นไปพบคุณย่าหน่อยไหม

“รอสักครู่ก็ได้ครับ ให้โอกาสน้องสาวคุณแก้ตัวก่อน”

“ระวังจะโดนใส่ไฟนะคะ เด็กคนนี้หัวใจของคุณย่า วันนี้คุณย่าไม่เชื่อวันหน้าก็ไม่แน่”

อุปมายังเสียดายโอกาสที่จะได้อยู่กับเมธาวีพูดถ่วงเวลาปากหวานว่า

“ถ้าขู่ว่าคุณเมจะไล่ผมกลับบ้าน ไม่ต้อนรับผมอีกแล้ว ผมคงจะกลัวมากกว่านี้นะครับ”

“เมไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอกค่ะ” เมธาวียังสงวนท่าทีไว้ตัวตามเคยแล้วเดินนำเขาเข้าบ้าน

ooooooo

หารู้ไม่ว่า สไบนางเข้าไปกราบคุณย่า อ้อนขอโทษ ยอมรับสารภาพว่าที่หนีไปเพราะงอนคุณย่าพูดกระเง้ากระงอดว่า

“ยิ่งรักมากก็ยิ่งงอนมากเข้าใจไหมคะคุณย่า”

ครั้นคุณหญิงถามว่าขาไปโดนอะไรมา สไบนางได้ช่องใส่ไฟทันทีว่า

“คุณอุปมาค่ะคุณย่า เขาพยายามลากบีขึ้นรถจะพาไปไหนก็ไม่ยอมบอก บีขอกลับบ้านบอกคิดถึงคุณย่า เขาก็ไม่ยอมให้กลับ บีหนีเขา เขาก็ขับรถไล่ตามจนบีหกล้มขาแพลง บีด่าเขา เขาก็เลยตบหน้าบี...”

ปั้นน้ำเป็นตัวใส่ไฟอุปมาแล้วก็บีบน้ำตาร้องไห้โฮๆจนคุณหญิงสงสารหลานและโกรธอุปมาสั่งบังอรให้ไปตามอุปมาขึ้นมาเดี๋ยวนี้

เมื่ออุปมาขึ้นมาฟังเรื่องราวที่สไบนางฟ้องคุณหญิงแล้ว คุณหญิงถามว่าเขาจะแก้ตัวอย่างไรว่ามา

“ผมกราบขอโทษครับคุณย่า ที่ใจร้อนทำรุนแรงไปหน่อย” อุปมาตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สากับการกล่าวโทษของสไบนาง ก่อนพูดต่อว่า “แต่ผมมีเหตุผล หลานสาวคุณย่าโตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆที่ต้องคอยเอาใจให้อภัยในความไร้เดียงสาอยู่ตลอดเวลา การที่บีหนีออกจากบ้านไปทำให้คุณย่าเป็นห่วงสารพัด ผมคิดว่าเขาสมควรถูกลงโทษเสียบ้าง ผมเสียใจที่ทำรุนแรงเกินไปหน่อย”

คุณหญิงฟังแล้วโกรธอุปมาที่ทำรุนแรงกับหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ บอกอุปมาว่าใครทำร้ายบีก็เหมือนทำร้ายฉันด้วย แล้วบอกอุปมาให้กลับไปเสีย

อุปมานิ่งอึ้งก่อนขอโทษคุณหญิงอีกครั้งแล้วลากลับ เมธาวีขอไปส่งเขาแล้วลุกตามไป ส่วนคุณหญิงบอกอาทิตย์ว่าเดี๋ยวไปส่งที่บ้านสวนหน่อย อยากพาสไบนางไปค้างที่นั่น อาทิตย์ถามอย่างแปลกใจว่าคืนนี้เลยหรือ คุณหญิงพยักหน้า หันบอกให้สไบนางกับบังอรรีบไปเตรียมตัวเสียอาทิตย์จะได้ไม่เสียเวลารอนาน

ooooooo

เมธาวีเดินมาส่งอุปมาที่หน้าบ้าน ชายหนุ่มยอมรับว่าตนทำผิดจริงๆ โดนคุณหญิงตำหนิก็ถูกแล้วปรารภว่าคุณย่าคงโกรธมาก เมธาวีบอกว่าคุณย่าเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว อุปมาอ้อนขอให้เธอไปทานข้าวด้วยเป็นการปลอบขวัญหน่อยได้ไหม



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  


น้ำเสียงอ้อนๆ แววตาเชื่อมๆปนกรุ้มกริ่ม ทำให้เมธาวี เหยียดปากอย่างรู้ทันแต่ก็ไปกับเขาจนวิจิตราท้วงติงว่า จะตัดสินใจอะไรก็ขอให้คิดให้ดี ขอให้รอแม่เช็กดูให้แน่ใจก่อนว่าเขารวยจริงหรือเปล่า แต่ใจแม่เองชอบอาทิตย์มากกว่า เพราะเรารู้จักทั้งชาติตระกูลพ่อแม่และการงานของเขาที่สำคัญเขารวยจริง

อุปมาพาเมธาวีไปทานอาหารที่ร้านหรู เป็นร้านที่ธนูพาวิมาดามาทานอยู่ก่อนแล้ว ธนูมองเมธาวีไม่วางตาจนวิมาดามองตามจึงเห็นอุปมากำลังเลื่อนเก้าอี้ให้เมธาวีนั่ง เธอทำทีปวดหัวแล้วชวนธนูกลับ

ธนูถามว่าเป็นอะไร เธอพูดตรงๆ ว่าต้องการอิสรภาพ ขอให้เขาไปจากชีวิตตนเสียทีได้ไหม ครั้นธนูถามว่าเป็นเพราะสายทิพย์ใช่ไหม วิมาดาบอกว่าไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น มันเป็นเรื่องอนาคตของตนคนเดียวจริงๆ ธนูคุยกันถึงความผูกพันและหนี้บุญคุณที่มีต่อกัน ซึ่งวิมาดาถือว่าตนได้ตอบแทนเขามากเกินไปแล้วด้วยซ้ำ

ธนูพยายามยื้อไว้กระทั่งขอเวลาตนอีกสักหน่อยเพราะกำลังจะหย่ากับสายทิพย์อยู่แล้ว วิมาดาตัดบทว่าตนปวดหัว แล้วขอแยกกันตรงนั้นเลย วิมาดาไม่กล้าตัดธนูทันทีเธอเหยียบเรือสองแคมดูท่าทีอยู่

แต่วิมาดาไม่ได้กลับที่พัก เธอซุ่มอยู่ตรงนั้นจนอุปมากับเมธาวีออกมา เธอขับรถตามเมื่ออุปมาส่งเมธาวีถึงบ้านแล้ว วิมาดาโทร.เข้ามือถือเขาถามว่าจะกลับคอนโดฯเลยรึเปล่า อุปมาบอกว่าไม่เพราะต้องกลับไปดูบ้านให้พ่อ วิมาดา ขับรถตามไปด้วยความอยากรู้ว่าบ้านพ่อเขาอยู่ไหน

เมื่อกลับถึงบ้านไทยประยุกต์ อุปมาจึงเห็นว่ามีนามบัตรของเมธาวีทิ้งที่เบาะ เธอหยิบขึ้นมาดูพึมพำอย่างตื่นเต้น “เมธาวี อัคราช...ฟอร์มเหนือชั้นจริงๆ” เขายิ้มอย่างอ่านเมธาวีออก เพราะเมื่อเขาขอเบอร์มือถือเธอก็บ่ายเบี่ยง ครั้นเขาขอแต่งงานเธอก็อ้ำอึ้งจนเขาต้องบอกว่าไม่ต้องตอบวันนี้ก็ได้ แต่ก็ทิ้งนามบัตรไว้

ฝ่ายวิมาดา ตามอุปมาจนถึงบ้านไทยประยุกต์ พอเห็นบ้านโอ่อ่าใหญ่โต เธอตัดสินใจในวินาทีนั้นทันที พึมพำด้วยสีหน้าสดชื่นแจ่มใส “ว้าว...ลาก่อน ธนู...”

ooooooo

เมื่อพากันไปที่บ้านสวนแล้ว คุณหญิงบอกสไบนาง ว่าจะยกบ้านสวนนี้ให้เธอแต่รอให้หายเจ็บขาก่อนสไบนางไม่นึกอยากได้เป็นของตัวเอง แต่คุณหญิงเกรงตนเป็นอะไรไปหลานรักคนนี้จะไม่ได้อะไร เพราะที่ผ่านมาได้ให้ประมุขไว้มากมายแล้ว แต่ก็น่าเสียดายแทนลูกเมียเขา

เมื่อสไบนางนิ่งเงียบ คุณหญิงลูบหัวหลานสาวอย่างห่วงใย พูดเหมือนสั่งเสียว่า

“จำไว้บี ถ้าย่าเป็นอะไรไป บียังมีพ่อทศอีกคนที่ย่าไว้ใจและพอจะฝากฝังเราให้ดูแลแทนย่าได้”

“ค่ะคุณย่า” สไบนางกอดคุณหญิงไว้น้ำตาท่วม ใจคอไม่ดีเมื่อย่าพูดถึงการจากไป...

ooooooo

เรื่องย่อ รอยมาร ตอน3 ละคร ช่อง3


เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  


ตอนที่ 3

เรื่องราวเมื่อสามสิบปีก่อนกลับมาทำให้คุณหญิงสะเทือนใจอีกครั้ง
เวลานั้นบารมีในวัยหนุ่มรุกเร้าถามรุจาในกลางดึกคืนนั้นว่า พ่อแม่ตนเป็นอะไรตาย ใครยิงพ่อกับแม่ตน รุจาเวลานั้นได้แต่ตาแดงก่ำสีหน้าหวาดกลัว เร่งแต่ให้บารมีรีบหนีไปก่อน บารมีถามว่าแล้วศรีอำไพอยู่ไหน ตนอยากเจอหน้าน้องอีกสักครั้ง
“ไม่ต้องห่วงนะ น้าฝากเพื่อนดูแลให้อย่างดี พ่อมีรีบหลบไปก่อนเถอะ” รุจาเร่งเร้า บารมีบอกว่าตนจะหาทางมารับน้องทีหลัง ฝากน้องไว้ด้วย บอกก่อนวิ่งไปว่า “บอกขัตติยาให้รอข่าวจากผม ผมจะส่งข่าวถึงเขาเร็วๆนี้นะครับ”
คิดถึงเหตุการณ์ตอนนั้นแล้ว คุณหญิงพึมพำด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ
“พ่อมี...น้าขอโทษ”
ooooooo
บ่ายวันนี้ เป็นวันสอบเสร็จของสไบนางและหยาดฝน สไบนางดีใจโล่งใจกระโดดตัวลอยส่งเสียงโหวกเหวกลั่นจนเพื่อนนักเรียนหันมอง หยาดฝนอายเตือนเพื่อนให้น้อยๆหน่อย ตนอายคนอื่นเขา
หยาดฝนถามว่าทำข้อสอบได้หมดหรือ สไบนางตอบอย่างแสนสบายใจว่า ได้มั่งไม่ได้มั่ง ส่วนมากมั่วแต่ช่างหัวมันเพราะคุณย่าบนให้แล้ว ทั้งยังพูดทะเล้นว่า
“ฉันอยากรู้นะระหว่างเจ้าพ่อเจ้าแม่กับคอมพิวเตอร์ใครจะแน่กว่ากัน”
หยาดฝนหน้าจ๋อย ปรารภว่าอยากเป็นบีจังเลย ทำอะไรได้ทุกอย่างตามใจชอบ แต่พอสไบนางชวนไปหาอะไรอร่อยๆ กินฉลองสอบเสร็จกัน หยาดฝนไปไม่ได้เพราะอยากไปหางานทำช่วยรายจ่ายในครอบครัว สไบนางเลยไปเป็นเพื่อน พูดขำๆว่าเผื่อโชคดีได้งานทำจะได้ไม่ต้องเรียนต่ออีกคน
ทั้งสองพากันไปรอรถเมล์ที่ป้าย แต่คนแน่นมาก รถผ่านไปหลายคันแล้วก็ยังเบียดขึ้นไม่ได้ แต่แล้วจู่ๆก็มีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบ คนขับลงจากรถมาทัก
“คุณไบ...คุณไบใช่ไหมครับ”
หัสดินนั่นเอง เขาจอดรถลงมาทัก พอสองสาวหันมาเขาแนะนำตัวเองไม่เคอะเขินว่า เป็นลูกชายลุงมี สไบนางเลยจำได้รีบยกมือไหว้ หัสดินถามว่าจะไปไหน จะไปส่ง ครั้นสไบนางปฏิเสธเขาขอร้องว่า
“ขึ้นมาเถอะครับ ถ้าพ่อรู้ว่าผมทิ้งเพื่อนพ่อไว้ข้างถนนไม่รับไปส่ง ผมโดนด่าตายแหงๆ”
“ก็ได้ กลัวคุณถูกด่าหรอกนะ ไปฝน...” สไบนางจูงน้ำฝนขึ้นนั่งด้านหลังรถ หัสดินมองยิ้มดีใจก่อนขับออกไป แต่พอถามว่าจะให้ไปส่งที่ไหน สไบนางบอกว่าขับไปเรื่อยๆ ลงที่ไหนเดี๋ยวบอกเอง
ครู่ใหญ่หัสดินเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าบริษัทของอุปมาบอกสองสาวให้รอเดี๋ยว พลางเอาซองเอกสารลงไปด้วย สไบนาง ชวนหยาดฝนลงไปหางานกันบ้าง เดินไปเจอบริษัท “บุญอนันต์ อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต” เข้าไปดูใกล้ๆ เห็นประกาศรับสมัครพนักงานพิมพ์ดีด สองสาวดีใจรีบเข้าไปก่อนที่บริษัทจะปิด
ooooooo
ในออฟฟิศ พนักงานเลิกงานกันแล้ว เหลือชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้ประตูกำลังถ่ายเอกสารง่วนอยู่ สไบนางเข้าไปเรียก พอเขาหันมาเธอบอกว่าจะมาสมัครงานเป็นพนักงานพิมพ์ดีด
ชายหนุ่มคนนั้นมองแวบหนึ่งบอกอย่างตัดบทว่า 5 โมงเย็นบริษัทปิดแล้ว สไบนางหมั่นไส้คะนองปากย้อนถามว่าปิดแล้วพวกตนจะเข้ามาได้ยังไง แล้วถามเรื่องงานอีก อวดอ้างความสามารถว่าพิมพ์ดีดเก่งมากทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยากทำงานที่นี่จริงๆ ขอแต่ให้ใบสมัครเพื่อนตนกรอกทิ้งไว้ไม่เสียเวลาอะไรหรอก
ชายหนุ่มคนนั้นก็ยังคงถ่ายเอกสารเฉยอยู่ สไบนางโมโหเลยด่าว่า เพราะบริษัทมีพนักงานแบบนี้ถึงได้แป้กเล็กๆ อยู่แค่นี้
ชายหนุ่มตบปิดเครื่องถ่ายเอกสารหันจ้องหน้าสไบนางพูดหน้าตาเฉยว่า
“เราได้พนักงานพิมพ์ดีดแล้ว เชิญออกไปได้แล้วครับ”
พูดแล้วถือเอกสารจะเดินกลับเข้าข้างใน สไบนางกระโดดขวางถามอย่างเอาเรื่องว่ารับพนักงานแล้วทำไมไม่เอาป้ายประกาศรับพนักงานออก ถามว่าเที่ยวปิดป้ายให้ความหวังคนอื่นแบบนี้สนุกนักรึไง

“เรารับพนักงานนอกจากจะดูที่ความสามารถแล้ว ยังดูที่วุฒิภาวะด้วย ยิ่งเป็นเด็กจบใหม่ เอาแต่ใจไร้มารยาทไม่มีสัมมาคารวะแบบนี้ เราไม่รับเข้าทำงานเด็ดขาด” พูดแล้วยังจิกด่าด้วยสายตาอีก

สไบนางโมโหมากด่ากลับคืนทั้งยังจะขอพบเจ้านายเขาด้วย พอดีเสียงหัสดินถามออกมาจากห้องน้ำว่า “มีอะไรเหรอมาร์ค” หยาดฝนดึงแขนเพื่อนบอกว่าเจ้านายเขามาแล้วรีบไปกันเถอะ ลากเพื่อนออกไป ก็พอดีหัสดินจัดเสื้อกางเกงออกจากห้องน้ำเห็นหลังสองสาวไวๆ

“พวกเด็กปากจัด ล็อกประตูด้วย เดี๋ยวเด็กผีนั่นจะย้อนมาอีก”

ที่แท้ชายหนุ่มคนนั้นคืออุปมาหรือมาร์คนั่นเอง หัสดินถามว่ารู้ไหมว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร พออุปมาบอกว่าไม่อยากรู้ หัสดินเฉลยว่า “เพื่อนพ่อแกไงล่ะ เด็กลูกชาวบ้านแถวสวนที่ซื้อเสื้อมาฝากพ่อแกวันนั้นไง”

หัสดินเล่าว่าเมื่อกี้เจอที่ป้ายรถเมล์เลยรับมาด้วย ทั้งยังเล่าขำๆว่า “ตอนนี้เด็กนั่นยังคิดว่า ฉันเป็นแกอยู่เลยนะ”

“ขอบพระคุณอย่างสูง อย่ามาข้องเกี่ยวกับฉันเลย คุมอารมณ์ไม่อยู่ได้เตะกระเด็นเข้าสักที” พูดพลางส่งเอกสารที่ถ่ายเสร็จให้หัสดิน

หัสดินชมว่าเด็กคนนั้นดูดีๆ ก็หน้าตาสวยดี พอดีเสียงกริ่งหน้าบริษัทดังขึ้น อุปมาลุกขึ้นบ่นๆ

“เพื่อนพ่อฉันย้อนกลับมาแน่ๆ ขอเตะเด็กสักวันเถอะวะ” พูดพลางเดินออกไปอย่างเอาเรื่อง

“ใจเย็นๆไอ้มาร์ค เด็กช้ำหมด คนนี้ฉันจองนะโว้ย” หัสดินตามไปติดๆ กระดี้กระด้าเต็มที่

แต่พอเปิดประตูออกไปกลายเป็นวิมาดา อุปมาหันหลังเดินกลับทันที หัสดินบอกเพื่อนให้ไปคุยเสียให้รู้เรื่องดีกว่าจะได้จบๆเสียที อุปมาจึงเปิดประตูให้วิมาดาเข้ามา เธออ้อนน้ำตาท่วมว่า

“วิอยากคุยกับมาร์ค ให้โอกาสวิได้อธิบายครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ”

ooooooo

วิมาดาจ้างนักสืบ สืบจนรู้ว่าบริษัทของอุปมาอยู่ที่ไหน เธอจึงตามมาตื๊อ เมื่ออุปมาพาไปนั่งคุยกันที่ร้านอาหารบรรยากาศดี วิมาดาอ้อนวอนขอโอกาสตนอีกครั้ง พร้อมทั้งเล่าชีวิตทุกข์ทรมานที่จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด จนเจ้านายช่วยให้ไปเรียนต่อเมืองนอกได้ แต่ก็ต้องแลกกับความบริสุทธิ์ของตัวเอง

วิมาดาพรรณนาความรู้สึกที่มีต่ออุปมาว่าเป็นรักครั้งแรกของตน แต่ที่จำเป็นต้องปิดเรื่องกับธนูก็เพราะกลัวถูกเขารังเกียจ เธอคร่ำครวญจนมาถึงวันที่เขาจับได้ว่ามีสามีอยู่แล้ว

ฟังถึงตอนนี้ อุปมาพูดหน้าตายว่า “วิพูดมานานแล้ว คงคอแห้ง ดื่มน้ำซะหน่อยสิ” เห็นเธออึ้งมองอย่างเสียใจที่เขาเย็นชา อุปมาก็ขอตัว “ผมไปห้องน้ำก่อนนะ วิจะได้มีเวลาแต่งเรื่องต่อ”

อุปมาลุกเดินไปแล้ว วิมาดาเสียใจน้อยใจอย่างที่สุด น้ำตาไหลพราก พริบตาเดียวเธอก็ปาดน้ำตาทิ้ง จ้องจิกตามองอุปมาไปด้วยความไม่พอใจที่เขาไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเล่า

วันนั้น ก่อนที่วิมาดาจะกลับ อุปมาบอกว่า เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก เธอทำเป็นยินยอมและขอเบอร์มือถือของเขาไว้ บีบน้ำตาถามว่า “ไม่รู้ว่าวิจะขอมากเกินไปรึเปล่า”

ฝ่ายธนู พอตกค่ำก็เตรียมออกจากบ้าน สายทิพย์พูดอย่างเจ็บปวดว่าจะไปกอดกันให้พอใจก็ไปเลย ตนไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ยื่นคำขาดให้เลือกว่าจะเอาผู้หญิงคนนั้นหรือเลือกตนกับลูก ธนูไม่เลือกอ้างว่า

“ผมรักคุณมากนะทิพย์ แต่ชีวิตผมก็อยู่ไม่ได้ถ้าขาดวิ”

ปล่อยให้สายทิพย์ร้องไห้โฮๆ แล้วธนูก็ไปหาวิมาดาที่คอนโดฯถูกวิมาดาแสดงความรังเกียจ เมื่อเข้าไปกอดทั้งยังไล่ให้กลับไปหาสายทิพย์เสีย ตนทนเป็นเมียเก็บของหัวหน้าอย่างนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอบอกเขาให้กลับไปเสียแล้วล็อกประตูห้องให้เรียบร้อยด้วย พูดแล้วสะบัดเข้าห้องนอนปิดประตูโครม!

ธนูยืนอย่างโดดเดี่ยว เพราะไม่ว่าหันไปหาใครก็ถูกไล่ ไม่มีใครต้องการเขาเลย...

ooooooo

ชันษาชวนสไบนางกับหยาดฝนไปเที่ยวพัทยากัน สไบนางอยากไปแต่ไม่กล้าไปขออนุญาตคุณย่าขอให้บังอรช่วยพูดให้ บังอรช่วยพูดจนคุณหญิงอนุญาตให้ไป โดยสไบนางรับปากจะทำอะไรให้คุณย่าชื่นใจในวันเกิดครบรอบ 60 ปีในเดือนหน้า ท่านอยากได้งานบรรยากาศไทยๆให้ลูกๆหลานๆช่วยกันจัดให้

จนถึงวันนัดไปเที่ยวพัทยา สไบนางหิ้วกระเป๋าลงมาอย่างตื่นเต้น พอได้ยินเสียงแตรรถก็นึกว่าชันษามาแล้ว แต่พอวิ่งไปรับกลับกลายเป็นอุปมาที่ลงจากรถสปอร์ตคันหรูยืนดูตัวบ้านอยู่อย่างพินิจพิจารณา

“แกมาทำไม” สไบนางอาละวาดทันที อุปมาเองก็ตกใจที่มาเจอตัวแสบนี้เข้าอีก ไม่ทันตั้งหลักก็ถูกสไบนางสาดน้ำทั้งกระป๋องใส่จนเปียกโชก สาดแล้ววิ่งหนี อุปมาไล่ตามแต่เจอบังอรเสียก่อน อุปมาจึงแนะนำตัวกับบังอรว่า “คุณบารมี บุญอนันต์ ให้ผมมาพบคุณหญิงรุจา อัคราช ครับ”

อุปมามีเสื้อสำรองไว้ในรถ เขาไปเปลี่ยนเสื้อแล้วขึ้นไปพบคุณหญิงที่ห้องรับแขก สไบนางด้อมๆมองๆใจคอไม่ดีเมื่อรู้ว่าเขาเป็นแขกของคุณย่า จนคุณหญิงเหลือบมาเห็นจึงเรียกเข้าไปในห้อง ถามว่าไปทำความผิดอะไรไว้ สไบนางตอบหน้าตาเฉยว่า “ไม่ทราบค่ะ”

คุณหญิงซักไซ้จนสไบนางยอมรับ คุณหญิงสั่งให้กราบขอโทษแขกของย่าเดี๋ยวนี้ สไบนางทำหูทวนลมจนคุณหญิงขู่ว่าถ้าไม่ทำจะไม่ให้ไปพัทยา ก็ถูกหลานสาวตัวแสบท้วงว่า คุณย่าอนุญาตแล้วอย่ากลับคำ

แต่เพราะกลัวจะไม่ได้ไปพัทยาจริงๆ สไบนางฝืนใจยกมือไหว้พรวดพูดห้วนๆ “ขอโทษ” จนคุณหญิงส่ายหน้าอย่างระอา แต่อุปมากลับรู้สึกขำ บอกว่าตนไม่ถือเพราะน้องยังเล็กโตขึ้นก็จะสงบขึ้นเอง

“ย่าก็หวังอย่างนั้นแหละ รอเจอวิจิตราภรรยาประมุขกับหนูเมก่อนสิ ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนแล้วค่อยกลับนะ”

“ครับคุณย่า” อุปมาตอบรับด้วยความยินดี เต็มใจ แต่สไบนางที่แอบฟังอยู่เบ้หน้าพึมพำ

“ชวนมันทำไม เสียดายข้าว เทให้หมากินยังมีประ– โยชน์กว่า”

ooooooo

เมื่อกลับมารอชันษาที่หน้าบ้านพร้อมบังอรและหยาดฝน เมธาวีขับรถกลับมาพอดี หยาดฝนอยากจะเข้าไปสวัสดีทั้งเพราะรักษามารยาทและเห่อความสวยสง่าดูดีไม่มีที่ติของเมธาวี

แต่ปรากฏว่าเมธาวีเดินมาถามบังอรว่าใครมาเห็นรถจอดอยู่ พอบังอรบอกว่าแขกคุณท่าน เมธาวีก็พยักหน้าแล้วเดินไปเลย ไม่แม้แต่จะมองสไบนางกับหยาดฝนที่ยืนอยู่ตรงนั้น หยาดฝนเลยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

เมธาวีขึ้นไปเจออุปมานั่งคุยอยู่กับคุณหญิง พอคุณหญิงแนะนำให้รู้จักกัน อุปมาบอกว่าเคยเจอกันแล้ว คุณหญิงจึงให้เมธาวีนั่งคุยกับอุปมาตนจะไปสั่งงานแม่ครัวเพราะเย็นนี้เชิญอุปมาจะทานข้าวด้วยกัน

แม้เมธาวีจะพอใจในความหล่อเข้มดูดีของอุปมาแต่เธอก็ถือตัวพูดคุยด้วยอย่างไว้ตัว แต่อุปมาเองกลับแสดงออกอย่างเปิดเผยถึงความพึงใจพอใจในตัวเธอ กระทั่งเอ่ยปากขอมาที่นี่บ่อยๆและยังอยากเป็นเพื่อนสนิทของเธอเหมือนนายตำรวจคนนั้นด้วย

แม้เมธาวีมีทีท่าแต่ไม่เปิดทางให้ ครู่หนึ่งเธอขอตัวไปอาบน้ำ อุปมาหวานใส่ว่า

“เชิญครับ ผมจะรอคุณเมกลับออกมาอย่างใจจดจ่อนะครับ”

ที่หน้าบ้าน ขณะสไบนางรอชันษาอยู่นั้น อาทิตย์ขับรถเข้ามาพอดี ไหว้บังอรแล้วแกล้งทักสไบนาง

“สวัสดีครับคุณบู้บี้” พอสไบนางถามว่าใครชื่อบู้บี้ อาทิตย์พูดหน้าตาเฉยว่า “อ้าว...ก็ชื่อบุบบี้เป็นลิขสิทธิ์ของคุณย่า ผมก็ต้องตั้งใหม่ บู้บี้น่ารักดีออก เหมาะกับคุณด้วย” พูดแล้วอาทิตย์ก็ขำเสียเอง

พอดีชันษาเอารถตู้มา เร่งให้รีบขนของขึ้นรถ อาทิตย์รู้ว่าจะไปพัทยากันก็ทำเป็นพูดเปรยๆอยากไปด้วย ถูกสไบนางกันท่าว่านี่เป็นทริปของเด็กหนุ่มสาวไม่ต้อนรับคนแก่

แต่พอจะเดินทาง บังอรเตือนสไบนางให้ไปลาคุณย่าก่อน เธออ้างว่าไปไม่กี่วันเองไม่ต้องลาก็ได้ คุณหญิงเดินลงมาพอดี อาทิตย์ยกมือไหว้ คุณหญิงพูดกับอาทิตย์เหมือนฟ้องว่า

“ดูแม่บุบบี้ของเราสิ ทำความผิดโดนดุนิดหน่อยยังมาโกรธย่าอีก”

สไบนางบ่นว่า ก็คุณย่าอยากไปเข้าข้างคนอื่นทำไม พลางเหล่ไปทางอุปมาที่เดินตามคุณหญิงลงมาด้วย แล้วบอกอาทิตย์เบาๆว่า

“นายนั่นนิสัยไม่ดี อย่าไปพูดดีด้วย แล้วก็ระวังให้ดี มันจะจีบพี่เม”

ชันษาได้ยินเต็มสองหู เขายืนอึ้งด้วยความรู้สึกหึงหวงเมธาวีขึ้นมา จนสไบนางตะโกนเรียกจึงตามไป

ooooooo

ก่อนทานอาหาร คุณหญิงกับวิจิตราเลี่ยงไปคุยกันที่มุมบ้าน คุณหญิงต้องการแนะนำให้วิจิตรารู้จักเชื้อสายของอุปมาว่าเป็นเพื่อนของประมุข วิจิตราไม่รู้จักแต่ถามว่ารวยไหม พอรู้ว่ารวยก็พูดอย่างพอใจว่า ท่าทางเขาสนใจเมธาวีอยู่เหมือนกัน ชมลูกสาวว่า “ยัยเมนี่สวยเลือกได้จริงๆ”

“บางครั้งอาจจะโดนบังคับเลือกก็ได้นะจิตรา” คุณหญิงพูดด้วยสีหน้ากังวลกับความจริงบางอย่าง จนวิจิตรารู้สึกแปลกใจ

ที่โต๊ะอาหาร อุปมาพยายามเอาใจเมธาวีคอยตักอาหารให้ อาทิตย์ไม่ยอมน้อยหน้าตักโน่นตักนี่ให้เมธาวีบ้าง แต่พอเห็นเธอทานแต่ของที่อุปมาตักให้ก็รู้สึกน้อยใจ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

เมธาวีพูดคุยกับอุปมาจนรู้ว่าเขาจบด้านบริหารจากอเมริกา ครอบครัวมีธุรกิจเกี่ยวกับอิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ตคุณพ่อเลยอยากให้มาช่วยกิจการของท่าน

หลังจากทานอาหารเสร็จ เมธาวีเดินมาส่งอาทิตย์ที่รถชายหนุ่มตัดพ้อว่าดูเธอจะคุยกับอุปมามากกว่าตนเสียอีก เมธาวีแก้ตัวว่าเพิ่งรู้จักกันก็ต้องซักถามมากกว่าเป็นธรรมดา

อาทิตย์ตัดพ้อว่าเหมือนเธอไม่เห็นความสำคัญของตน เมธาวียักไหล่พูดอย่างเป็นตัวของตัวเองว่า

“เมเคยบอกอาทิตย์แล้วไงว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่แฟนไม่ใช่คนรัก แล้วก็ไม่ได้เดทกันด้วย เมยังมีิสิทธิ์เลือก อาทิตย์...ถ้าคุณอยากได้ของดีมีราคาไว้เป็นเจ้าของก็ต้องพยายาม ไม่มีของดีที่ได้มาง่ายๆหรอกนะ คุณต้องลงทุนลงแรง อะไรที่ได้มาง่ายๆมักจะไม่มีค่า”

อาทิตย์พูดอย่างน้อยใจว่าเธออยู่ในสถานะที่มีสิทธิ์เลือก ตนเองก็ยังไม่ดีพอ เมธาวีได้ทีย้ำว่า

“อาทิตย์พูดเองนะ...เมส่งแค่นี้นะ” พูดแล้วหันหลังจะกลับเข้าข้างใน อาทิตย์พูดขึ้นจนเธอต้องหยุด เขาถามว่าเคยได้ยินคำโบราณนี้ไหมที่ว่าเลือกนักมักได้แร่ เมธาวียิ้มตอบอย่างมั่นใจว่า “มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับเมหรอกอาทิตย์ คนอย่างเมถ้าต้องได้แร่เมไม่เลือก” พูดแล้วเดินเชิดเข้าไปเลย อาทิตย์ได้แต่มองอย่างผิดหวัง...


เพราะรู้แก่ใจดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับเมธาวี คุณหญิงจึงเรียกหลานสาวเข้าไปคุย ชมทั้งอาทิตย์และอุปมาว่าเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงาน การศึกษา ฐานะความเป็นอยู่ อยากให้หลานดูๆไปก่อน ศึกษากันไปก่อน สุดท้ายก็พูดเชิงขอหลานสาวว่า

“รับปากย่าได้ไหมว่าสุดท้ายแล้วเรื่องคู่ครองของเม ขอย่าได้มีส่วนช่วยเลือกให้” เมื่อเมธาวีรับปากเชื่อว่าคุณย่าต้องเฟ้นหาคนดีที่สุดให้ตนอยู่แล้ว คุณหญิงย้ำว่า “ขอบใจมากจ้ะ ย่าจะถือว่านี่เป็นคำสัญญาที่เมให้กับย่านะ”

ooooooo

อุปมากลับถึงบ้านไทยประยุกต์ พอรู้ว่าหัสดินจะไปพัทยาก็ขอตามไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว มันเหงา หัสดินบ่นงึมงำขำๆว่า “ตามประกบยิ่งกว่าเมียอีกโว้ย”

ปรากฏว่าคู่ปรับไปเจอกันที่พัทยา อุปมาถูกสไบนางแกล้งปาก้อนทรายใส่ขณะนอนคุยกับหัสดินที่เตียงชายหาด เลยลุกขึ้นไล่ตามไปเอาเรื่อง พอตามจับตัวได้สไบนางก็โวยวายว่าถูกลวนลาม หัสดินบอกเพื่อนว่าอย่ารังแกเด็กเลย สนุกกันพอแล้วชวนกลับกันดีกว่า

พออุปมาหันหลังเดินไป สไบนางก็เตะทรายใส่ เขาหันมองขวางๆยิ้มกวนๆก่อนไป

“คอยดูนะฝน แค้นครั้งนี้ฉันจะต้องเอาคืนให้สาสม”สไบ–นางโกรธจนหายใจหอบถี่ จะแก้แค้นให้ได้ ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายไล่ปาก้อนทรายใส่หยาดฝนแล้วไปถูกเขาก่อนแท้ๆ

ooooooo

กลับถึงที่พักบ้านของชันษาในสภาพเนื้อตัวหัวหูมีแต่ทราย บังอรบอกให้ไปอาบน้ำก่อนจะได้มาทานอะไรกัน ชันษาบอกว่าอย่ากินมากเพราะมื้อค่ำจะพาไปเลี้ยงอาหารที่โรงแรม

ระหว่างอุปมาอยู่ที่พัทยานั้น วิมาดาโทร.หาเขาและขอตามมาเที่ยวด้วย ไม่นานเธอก็มาถึง อุปมานั่งทานอาหารกับเพื่อนๆอยู่ในร้าน พอเห็นวิมาดามาก็ขอตัวลุกไปหา

บังเอิญกมลฉัตรเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มรู้จักวิมาดาดี บอกเพื่อนๆว่าคนนี้เป็นเมียน้อยของสามีเพื่อนตนเอง แล้วบ่นสงสารเพื่อนที่เป็นอาจารย์จะไปเต้นเร่าๆก็เสียเกียรติ

เลยต้องหน้าชื่นอกตรมเพราะสามีตัวเองหลงเมียน้อย เพราะนอกจากลงทุนวิ่งเต้นให้ได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว ยังซื้อคอนโดฯให้กัน ไม่รู้ว่ารถคันนี้ด้วยหรือเปล่า

หัสดินนั่งฟังอยู่ด้วย ทำให้เขารู้จักวิมาดามากขึ้น

วิมาดาเดินคุยกับอุปมาไปตามชายหาด เธอออดอ้อนถึงความทุกข์ตรอมใจที่ต้องทนอยู่กับธนู เพราะเป็นลูกหนี้ที่ต้องจ่ายดอกให้เจ้าหนี้ทั้งที่ตัวเองไม่มีความรักความผูกพันเลย บอกอุปมาว่าถึงไม่ได้เจอเขาตนก็รักธนูไม่ได้อยู่ดี

บีบน้ำตาคร่ำครวญจนอุปมาใจอ่อน วิมาดาขอไปพักโรงแรมเดียวกับเขา อุปมาอึกอักแต่สุดท้ายก็ยอมโดยจะแนะนำแก่เพื่อนๆว่าเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น

ชันษาพาสไบนางและหยาดฝนมาทานอาหารที่โรงแรม หยาดฝนเห็นวิมาดาอยู่หน้าลิฟต์ เธอชี้ให้เพื่อนดูว่าวิมาดาเป็นเมียน้อยของธนู สไบนางตาลุกแค้นแทนเพื่อนจะตามไปถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานให้สายทิพย์เอาไปฟ้องหย่า ใครห้ามก็ไม่ฟัง ชันษาเลยบอกว่าตนจะรออยู่ข้างล่างถ้ามีอะไรให้โทร.เรียกก็แล้วกัน

วิมาดาไปเคาะประตูห้องอุปมาพอเขาเปิดประตูเธอจะเบียดเข้าไป แต่เขาบอกว่ากำลังจะลงข้างล่างพอดี พูดเอาใจว่าไปทานข้าวกันดีกว่านะ
ระหว่างนั้น วิมาดาก็ยังคงคร่ำครวญถึงความทุกข์ทรมาน ใจของตนที่ต้องทนอยู่กับธนู จนอุปมาสงสาร เธอรุกอ้อนวอนขออย่าผลักไสตนอีกเลย จ้องหน้าอุปมาพูดร้องไห้สะอึกสะอื้น

“เมื่อคุณไม่รักไม่ต้องการวิแล้ว วิก็อยู่ของวิได้ ไม่ถึงกับตายหรอกถ้าขาดคุณไปจากชีวิต”

อุปมาสงสารดึงเธอเข้าไปกอด สไบนางกดโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้ทันที อุปมารู้ตัวหันขวับตรงดิ่งมาหาสไบนางขอโทรศัพท์เครื่องนั้น สไบนางไม่ให้จะวิ่งหนี ถูกอุปมากระชากแขนไว้จนโทรศัพท์หล่น เธอเตะทิ้ง อุปมาถลาจะไปเก็บ สไบนางเข้าแย่งเขาเลยตัดสินใจกระทืบโทรศัพท์ทิ้ง
วิมาดารีบเข้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หยาดฝนเห็นเรื่องลุกลามใหญ่โตจึงรีบโทร.เรียกชันษา เขาขึ้นมาขวางการยื้อยุดกัน ยกมือไหว้ขอโทษอุปมาแล้วลากสไบนางไป

วิมาดาโผเข้ากอดอุปมาน้ำตาไหลพรากขอบคุณที่ช่วยตนไว้ หยาดฝนมองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดแล้วรีบเดินตามชันษากับสไบนางไป ส่วนวิมาดาที่บีบน้ำตากับอุปมาอยู่ แอบมองตามหยาดฝนไปอย่างสะใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ooooooo

อาทิตย์ไปราชการต่างจังหวัดกลับมาจึงซื้อน้อยหน่ามาฝากคุณหญิง เขาถามถึงสไบนาง คุณหญิงบอกว่าไปพัทยาวันนี้ก็กลับแล้ว คุณหญิงเตือนอาทิตย์ว่างานแซยิดอย่าลืมมา ให้มามือเปล่าไม่ต้องหิ้วอะไรมา

คุณหญิงยังเล่าว่าวันนั้นพ่อของเมธาวีก็จะกลับมาด้วยจะได้เจอหน้ากับอาทิตย์เสียที บ่นว่า พ่อของเมธาวีไปดูงานต่างประเทศนานเสียจนตนเกือบลืมไปว่ามีลูกชายคนนี้อีกคน

“ผมทราบว่าเมยังมีคุณอาอีกคน แต่ท่านเสียไปแล้ว” อาทิตย์เอ่ยขึ้น

คุณหญิงจึงเล่าอดีตเมื่อ 10 กว่าปีก่อนให้ฟังว่า หลังจากประจักษ์น้องชายของประมุขเสียศรีอำไพไปแล้วก็ทำใจไม่ได้จนต้องหนีไปทำไร่ทำนาโดยพาสไบนางในวัย 3-4 ขวบไปด้วย แต่เพราะสุขภาพที่ไม่ดีเป็นพื้นอยู่แล้วกอปรกับทำงานหนักทำให้เขาป่วยจนเสียชีวิต ตนจึงรับสไบนางมาเลี้ยงทั้งรักและสงสารหลานที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่ตั้งแต่เด็ก

“แล้วแม่คุณบีเสียเพราะอะไรครับ” อาทิตย์ถามถึงการตายของศรีอำไพ ทำให้คุณหญิงถึงกับหน้าเสีย พอดีพวกสไบนางกลับมาถึงจึงตัดบทว่า ไว้ค่อยคุยกันต่ออาทิตย์หน้าแล้วลุกเลี่ยงไปเลย

คุณหญิงออกมาดูหลานสาว เห็นสไบนางลงจากรถมาบิดขี้เกียจก็บ่นว่าเป็นสาวเป็นนางทำน่าเกลียด แต่พอสไบนาง เห็นอาทิตย์เดินตามออกมาก็เบ้หน้าว่าเจออีกแล้ว คุณหญิงปรามว่าอาทิตย์เอาน้อยหน่ามาฝากพูดแบบนี้ไม่ต้องกินเลย

“เค้าก็ไม่ได้กะเอามาฝากบีอยู่แล้ว มันของโปรดพี่เม” สไบนางลอยหน้าใส่ ชันษาฟังแล้วหน้าจ๋อยที่อาทิตย์ทำคะแนนไม่หยุด
ชันษาคิดหาทางทำคะแนนกับเมธาวีบ้าง วันนี้จึงซื้อข้าวหลามหนองมนกับปลาหมึกกรอบมาฝาก แต่ไม่ให้ที่บ้าน เขามาดักรอกลางซอยเข้าบ้าน จนเมธาวีขับรถกลับมา เขารีบออกไปขวางแล้วเอาของฝากให้
เมธาวีขอบใจบอกให้วางไว้ที่เบาะ ชันษาบรรจงวางให้อย่างดี แต่แล้วเขาก็ต้องเอากลับคืนไปทั้งหมด เมื่อเมธาวีบอกว่าตนไม่กินข้าวหลามที่ทำให้อ้วนและไม่กินปลาหมึกที่ทำให้ปากเหม็น
ชันษาบอกเมธาวีว่าอาทิตย์เอาน้อยหน่ามาฝากอยู่ที่บ้าน เมธาวีบ่นอย่างหงุดหงิดแล้วไม่เข้าบ้านกลับรถไปเดินห้างแทนเพราะขี้เกียจไปนั่งคุยด้วย
ooooooo
ฝ่ายอาทิตย์นั่งคุยกับคุณหญิงรอเมธาวีกลับ โดยสไบนางเอนหนุนตักย่าสบายๆ ถูกอาทิตย์แหย่ก็ศอกกลับอย่างเจ็บแสบจนถูกคุณย่าปราม ครู่ใหญ่ อาทิตย์บอกคุณย่าไปพักผ่อนเสียตนคอยเมธาวีเองก็ได้ แต่คุณย่าเกรงหลานสาวจะน้อยใจว่าไม่มีใครรอจึงนั่งรอด้วยกัน
ไม่นานสไบนางก็หลับปุ๋ยไปกับตักย่า อาทิตย์ถามว่าไม่ปลุกไปอาบน้ำก่อนหรือ
“ให้หลับไปก่อนเถอะ เป็นเมไม่ได้หรอกนะ คนนั้นเขาพิถีพิถันเนี้ยบทุกอย่างไม่มีทางได้เห็นมาหลับมานอนอย่างนี้หรอก” คุณหญิงลูบผมหลานสาวที่นอนหนุนตักอย่างเอ็นดูบอกว่านิสัยเหมือนพ่อ คบได้ตั้งแต่เศรษฐียันยาจกสรุปว่า “นิสัยอย่างบีก็มีทั้งคนรักและคนที่หมั่นไส้”
“หมั่นไส้น่าจะเยอะกว่านะครับ” อาทิตย์พูดขำๆ
“ถึงบีจะเป็นเด็กหัวดื้อ แต่ในความดื้อรั้นก็ซ่อนความฉลาดและเหตุผลดีๆที่หลายคนมองข้ามเอาไว้เยอะนะ” พูดแล้วเงยหน้ามองอาทิตย์ตั้งใจบอกว่า “ย่ารักหลานสาวคนนี้มากเหลือเกินนะ อาทิตย์”
อาทิตย์ยิ้มอย่างรับทราบ เขามองสไบนางที่หลับสนิทบนตักย่าด้วยสายตาเอ็นดู...

html เกี้ยวกับสีสันข้อความ ตัวหนา ตัวเอียง

เกี้ยวกับรูปแบบ


: เว้นบรรทัด

  : เว้นวรรค

ข้อความ
: ข้อความชิดซ้าย

ข้อความ
: ข้อความชิดขวา

ข้อความ
: ข้อความอยู่กลาง

ข้อความ
: ข้อความอยู่กลาง

------------------------------------------------------------

เกี้ยวกับสีสันข้อความ

ข้อความ : ตัวหนา

ข้อความ : ตัวหนา

ข้อความ : ตัวเอียง

ข้อความ :

ข้อความ ขีดเส้นใต้

ข้อความ : ขนาดข้อความ

ข้อความ : สีข้อความ

ข้อความ : ขนาดและสีข้อความ

------------------------------------------------------------

เกี่ยวกับรูปภาพ

: ใส่รูป

: ใส่รูป แบบ กำหนดขนาด

: ใส่รูป แบบ กำหนกขนาดและสีเส้นขอบ

: ใส่รูป แบบ เวลาเอาเมาไปชี้แล้วมีข้อความขึ้นมา

------------------------------------------------------------

เกี่ยวกับ Link

ข้อความ : ลิ้งโดยใช้ข้อความ

ข้อความ : ลิ้งโดยใช้ข้อความ แบบเปิดหน้าต่างไหม่

: ลิ้งโดยใช้รูปภาพ

: ลิ้งโดยใช้รูปภาพ แบบเปิดหน้าต่างไหม่

------------------------------------------------------------

เกี้ยวกับ marquee หรือข้อความเลื่อน

ข้อความ : ข้อความเลื่อนจากขวาไปซ้าย

ข้อความ : ข้อความเลื่อนจากขวาไปซ้าย

ข้อความ : ข้อความเลื่อนจากซ้ายไปขวา

ข้อความ : ข้อความเลื่อนจากล่างขึ้นบน

ข้อความ : ข้อความเลื่อนจากบนลงล่าง

ข้อความ : ข้อความเลื่อน แบบ กำหนดความกว้าง

ข้อความ : ข้อความเลื่อน แบบ กำหนดสีพื้นหลัง

ข้อความ : ข้อความเลื่อน แบบ กำหนดความเร็ว

ข้อความ : ข้อความเลื่อน แบบ ไปกลับ

ข้อความ : ข้อความเลื่อน แบบ ไปรอบเดียว

------------------------------------------------------------

เกี้ยวกับ marquee หรือรูปเลื่อน

: รูปเลื่อนจากขวาไปซ้าย

: รูปเลื่อนจากขวาไปซ้าย

: รูปเลื่อนจากซ้ายไปขวา

: รูปเลื่อนจากล่างขึ้นบน

: รูปเลื่อนจากบนลงล่าง

: รูปเลื่อน แบบ กำหนดความกว้าง

: รูปเลื่อน แบบ กำหนดสีพื้นหลัง

: รูปเลื่อน แบบ กำหนดความเร็ว

: รูปเลื่อน แบบ ไปกลับ

: รูปเลื่อน แบบ ไปรอบเดียว

------------------------------------------------------------

เกี่ยวกับตาราง

ข้อความ
ใส่พื้นหลังไห้ข้อความ

------------------------------------------------------------

การดัดแปลง

เช่นผมคิดจะทำ topfriend เลื่อนได้


       
               
                       
               
       

                               
                                        ชื่อ
                                        ชื่อ
                                        ชื่อ
                                        ชื่อ
                                        ชื่อ
                               

                       


หรืออักษร welcome สวยๆ


     
          W
          e
          l
          c
          o
          m
          e
          T
          o
          H
          i
          5
     


ขอแค่ว่าเปิดแล้วต้องปิด เท่านั้น

เพลง พูดในใจ เจี๊ยบ วรรธนา(ในรอยรัก)


Miley Cyrus - I'll always remember you( ฉันมักจะจำคุณ )





สอนสกรีนเสื้อ จ . ลำปาง ร้าน โอมสกรีน 0802591675.

ร้านโอมสกรีนเ ปิดสอน การทำบล็คสกรีนแล้วที่  จังหวัดลำปาง
ค่าเรียน 2500 บาท
มาเรียนแต่ตัว เรามีอุปกรณ์สอน
โทรนัด ล่วงหน้า สองวัน  0802591675
เรียน 1 วัน จบ จ้า

ดู สอนสกรีนเสื้อ จ . ลำปาง ร้าน โอมสกรีน 0802591675. ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า