Tuesday, October 11, 2011

เรื่ิองย่อ รอยมารตอน10ละคร ช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

ตอนที่ 10

คุณหญิงรู้สึกตัวขึ้นมาก็เจอสไบนางเฝ้าอยู่

ถามว่าแขกกลับไปหมดแล้วหรือ บารมีเดินเข้ามาพอดีตอบแทนสไบนางว่า ตนล้มพิธีทั้งหมดแล้ว ส่วนซาร่านั้นแม้จะฟังภาษาไทยไม่เข้าใจนักแต่ดูจากเหตุการณ์แล้วก็คงพอเข้าใจ ไม่ต้องห่วงตนจะอธิบายให้เธอเข้าใจเอง

สไบนางถามบารมีว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป บารมีพูดเสียงอ่อนโยนให้ทำใจให้สบายแล้วเตรียมไปอยู่บ้านตน เมื่อสไบนางทำท่าจะท้วงติง บารมีเอามือวางบนไหล่เธอบอกว่า

“ลุงสัญญา ความเสียหายของบีทั้งหมดในวันนี้ ลุงจะรับใช้ให้หนูเอง ลุงขอรักษาสถานภาพการแต่งงานแบบนี้ไว้สักระยะนะ” เมื่อคุณหญิงถามว่าทำเพื่ออะไร บารมีชี้แจงว่า “รักษาหน้าให้บีว่าไม่ใช่เจ้าสาวแก้ขัดหรือตัวสำรองของใคร และผมอยากจะลงโทษลูกชายของผมด้วยที่ไม่มีความรับผิดชอบมากพอ”

สไบนางถามว่าแล้วเรื่องเรียนของตนล่ะ บารมีบอกให้สละสิทธิ์เสีย เพราะเรื่องวันนี้ต้องเป็นข่าวใหญ่โตแน่ ตนไม่อยากให้เธอตกเป็นขี้ปากใครมากไปกว่านี้ สไบนางใจหายแต่ก็เข้าใจเหตุผล

“แล้วลุงจะส่งบีไปเรียนต่อเมืองนอก ไปชุบตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกไม่นานคนก็ลืม” บารมีพูดต่อ

คุณหญิงคิดตามบอกบารมีว่านั่นก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

พอดีบังอรเคาะประตูห้องเข้ามารายงานว่าพ่อแม่ของชันษารับศพลูกชายไปตั้งสวดที่วัดแล้ว เขาอยากมากราบขอโทษคุณหญิงแต่ตนบอกว่าคุณหญิงพักผ่อนอยู่เขาเลยกลับไป

คุณหญิงบอกบังอรว่าดีแล้วเพราะตนก็ไม่รู้จะมองหน้าพ่อแม่ชันษายังไงเหมือนกัน สไบนางบอกว่าตนรู้มานานแล้วว่าชันษาชอบเมธาวีแต่เมธาวีไม่สนใจเขา พูดน้ำตาคลอว่าตนเสียใจที่ต้องเสียเพื่อนดีๆไป แล้วขออนุญาตไปงานสวดศพชันษาคืนนี้

คุณหญิงบอกให้เป็นตัวแทนย่าก็แล้วกันเพราะวันนี้ย่าเหนื่อยเหลือเกินแล้ว บารมีจึงอาสาจะมารับสไบนางไปด้วยกันนัดพบกัน 6 โมงเย็น แล้วหันไปทางบังอรบอกว่า ว่างๆก็คุมเด็กๆให้เตรียมจัดเก็บอะไรไว้ให้พร้อมก็ดี

“ดิฉันไม่เข้าใจค่ะ คุณบารมีหมายถึงอะไรคะ” บังอรถาม

“ทุกอย่างแหละครับ คุณหญิงท่านทราบอะไรดีแล้ว ผมให้เวลาทุกคนในบ้านอีก 3 วัน เตรียมหาที่อยู่ใหม่ ผมจะปิดบ้านอัคราช”

ทุกคนมองหน้าบารมีต่างตกใจกับคำสั่งนิ่งๆแต่เฉียบขาดของเขา

ooooooo

เมื่อไปถึงศาลาสวดศพ พ่อแม่ชันษาบอกว่า จะสวดสัก 3 คืน เก็บไว้ร้อยวันแล้วค่อยเผา แล้วเอ่ยขอโทษที่ลูกชายสร้างปัญหาจนวุ่นวายไปหมด ขออโหสิแทนชันษาด้วย

บารมีพูดอย่างเห็นใจว่า ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้วพ่อแม่ชันษาสูญเสียมากกว่าทุกคน ตนกับหลานเสียใจด้วยจริงๆ ที่มานี่ก็เพื่ออโหสิให้กับผู้ตายเท่านั้น

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” แม่ชันษาร้องไห้ออกมา บารมีบีบแขนปลอบใจแล้วขอไปไหว้ศพก่อน

บารมีเดินไป แต่พอสไบนางจะเดินตาม เสียงอาทิตย์ก็เรียกขึ้นแล้วกวักมือให้ไปหา สไบนางมองบารมีลังเลนิดหนึ่งแล้วเดินไปหาอาทิตย์ถามว่าทำไมต้องทำลับๆล่อๆแบบนี้ด้วย

บารมีพูดจริงจังว่าตอนนี้เธอกลายเป็นสะใภ้ของบุญอนันต์ไปแล้วตนไม่อยากให้ถูกใครนินทาลับหลัง เมื่อเดินห่างออกจากศาลา อาทิตย์ถามว่าจะไปเยี่ยมเมธาวีไหม สไบนางถามอย่างอึดอัดใจว่าควรไปไหมล่ะในเมื่อตนเป็นคนฉกเจ้าบ่าวเขามาหน้าตาเฉย

“คุณเมบอบช้ำมาก มันเป็นเรื่องความเห็นแก่ตัวของคนคนเดียวเท่านั้น เหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้ถึงได้เกิดขึ้น”

“ชันเขาเป็นคนดี ถ้าเขาจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวสำหรับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ บีก็ยังนับถือเขาอยู่” สไบนางพูดจริงจัง อาทิตย์ถามว่าชันษารักเมธาวีใช่ไหม “ใช่ รักมากด้วย ชันเหมือนคนไร้ค่าน่าทุเรศสำหรับพี่เม แต่บีชื่นชมชัน แต่บีก็ไม่คิดว่าชันจะบ้า รักพี่เมมากถึงขนาดนี้... บีสงสัยจังเลย พี่เมนอนอยู่บนห้องแท้ๆถูกชันวางยาพาตัวไปได้ยังไง”

อาทิตย์บอกว่าเรื่องนี้มีแต่เมธาวีเท่านั้นที่ตอบได้ วิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ 2 ทาง เมธาวีอาจลงมาทำธุระหรือไม่ก็...อาทิตย์หยุดแค่นั้น สไบนางซักจ้องหน้าอยากรู้ อาทิตย์จึงพูดต่อว่า ชันษาอาจหลบอยู่ในห้องเมธาวีตลอดเวลาก่อนพาตัวเธอไป แต่ประเด็นหลังนี้สไบนางยังไม่อยากเชื่อนัก

อาทิตย์วิเคราะห์อย่างเป็นรูปธรรมให้ฟังว่า

“สองสามวันมานี่ ทุกคนยุ่งเรื่องเตรียมงานกันอยู่ ชันษาคงหาจังหวะแอบขึ้นไปซ่อนตัวในห้องคุณเม เรื่องถึงเงียบ ไม่มีเสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือจากเม”

สไบนางถามว่านี่คือการคาดการณ์ของอาทิตย์เองใช่ไหม เขาหน้าเครียดยิ่งขึ้นก่อนจะเล่าสิ่งที่ได้ฟังจากเพื่อนตำรวจว่า หมอชันสูตรศพชันษากับตรวจร่างกายเมธาวีแล้วพบว่า ทั้งสองคนผ่านการร่วมเพศมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน

เวลานั้นอาทิตย์เชื่อว่าเมธาวีถูกข่มขืน เพื่อนตำรวจบอกว่าเรื่องนี้ยังเป็นความลับอยู่ จะทำยังไงต่อไป อาทิตย์มองหน้าเพื่อนพูดเชิงขอร้องว่า

“เป็นไปได้ไหม ที่มันจะเป็นความลับตลอดไป ไม่ให้รู้ แม้แต่พ่อแม่คุณเม”

หลังจากนั้นอาทิตย์ลอบขึ้นไปที่ห้องนอนเมธาวี สวมถุงมือแล้วสำรวจเตียงนอนเธอเพื่อหาหลักฐาน พบคราบเปื้อนผ้าปูที่นอน เขาเบือนหน้าหนีอย่างรับไม่ได้ สบถอย่างโกรธแค้น

“ไอ้เลวเอ๊ย!”

อาทิตย์สะดุ้งเมื่อถูกสไบนางที่ตั้งใจฟังอยู่ถามขึ้นว่านี่เขาคิดเองใช่ไหม?

อาทิตย์พยักหน้าเครียดๆ สไบนางตัดบทว่าไหนๆชันษาก็ตายไปแล้วเรามาเพื่ออโหสิให้เขาแล้วชวนกันเข้าไปที่ศาลาวัด แต่ไม่ทันถึงอาทิตย์ก็ถามขึ้นว่า “ได้ยินว่าบีจะย้ายไปอยู่บ้านลุงมีหรือ”

“ก็ไม่เชิงหรอก บีต้องอยู่ในที่ที่บีสมควรอยู่ ไหนๆวันนี้บีก็เสียชื่อป่นปี้ไปหมดแล้ว มันอย่าหวังจะได้อยู่เป็นสุขเลย” สไบนางแววตาแค้น มุ่งมั่นจะเอาคืนให้ได้

ooooooo

เมื่อประมุขกับวิจิตราไปเยี่ยมเมธาวี เห็นสภาพลูกสาวมีสายระโยงระยางอยู่รอบตัว วิจิตราถึงกับร้องไห้โฮ ส่วนประมุขยืนน้ำตาคลอ

วิจิตราโผเข้ากอดประมุขคร่ำครวญฟูมฟาย ด่าชันษาว่าเนรคุณ ตนเมตตามาตั้งแต่เล็กแต่น้อยกลับมาทำกันได้ พูดอย่างอาฆาตว่าถึงชันษาจะตายไปแต่ก็ยังน้อยเกินไปกับการทำลายชื่อเสียงของเรา ทำลายงานแต่งงานของเมธาวี สาปแช่งให้ชันษาตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิด

วิจิตราฟูมฟายเสียจนประมุขตวาดให้เงียบเสียที แล้วตัวเขาเองก็ปวดหัวจี๊ดจนรูดตัวไปกับเตียงเมธาวีลงไปนั่งกับพื้น วิจิตรากรีดร้องอย่างสติแตก จนพยาบาลวิ่งหน้าตาตื่นตกใจเข้ามา

ส่วนที่บ้านไทยประยุกต์ บารมีไปดริงก์คลายเครียดเพิ่งกลับมาเอาตอนดึก ถามหัสดินว่าสไบนางขึ้นนอนแล้วหรือเพราะให้เด็กจัดห้องไว้ให้แล้วและให้อาทิตย์มาส่งสักชั่วโมงหนึ่งเห็นจะได้

หัสดินบอกว่าไม่เห็น บารมีทำหน้าตกใจโพล่งออกมาอย่างร้อนใจว่า  อย่าบอกนะว่าถูกอาทิตย์ลักพาตัวไปอีกคน พลางร้องเรียกแรมคนรับใช้

“โอ๊ย...วันนี้ยังไม่จบอีกเหรอเนี่ย” หัสดินทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ตบหน้าผากตัวเองผาง

ooooooo

ที่แท้สไบนางมาถึงแล้ว เธอเข้าไปในห้องหอที่เมธาวีจัดไว้อย่างสวยงาม เอาเสื้อผ้าเข้าแขวนตู้ ตัวเองยังอยู่ในชุดรดน้ำ

อุปมาเพิ่งกลับมา เขาเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างเศร้าสร้อย แต่แล้วก็ผงะเมื่อสไบนางร้องทัก

“ไฮ...ดาร์ลิ้ง...” ไม่ทักเปล่าแต่ยังกรีดมือทักทายอย่างยั่วยวน ยิ้มหวานอย่างเชิญชวน

อุปมาผงะเหมือนถูกผีหลอกถอยออกไปอย่างเร็ว ไปตั้งสติอยู่หน้าห้อง ได้ยินเสียงสไบนางหัวเราะชอบใจ เขาสูดหายใจลึกๆ ตั้งสติแล้วกลับเข้าไปในห้องใหม่ เห็นสไบนางยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  หยิบผ้าขนหนูสีชมพูหวานแหววจะไปเข้าห้องน้ำ

อุปมาไล่ให้ออกจากห้องตนแล้วกลับบ้านตัวเองไปเลย เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เมธาวีจัดไว้สำหรับตนกับเธอ สไบนางไม่ยอมกลับเพราะวันนี้ตนเสียหายจนป่นปี้หมดแล้วยังไงก็ต้องเอาคืน อุปมาไล่ให้ไปเอาคืนกับประมุข สไบนางย้อนถามว่าตนจะเอาคืนกับเขาก่อนมีอะไรไหม ทั้งยังบอกว่าอะไรที่เป็นของเมธาวีตนจะแย่งมาให้หมด

“ทำไมเธอร้ายกาจขนาดนี้นะ” อุปมาถามทึ่ง

“ฉันจะอยู่ห้องนี้ในฐานะเจ้าสาวของนายตามทะเบียนสมรส ทำไมเหรอ กลัวทนความเซ็กซี่ของฉันไม่ไหวรึไง” พูดแล้วทำท่ายั่วยวนยักคิ้วหลิ่วตาให้แต่ดูขัดตาน่าขำมากกว่า

อุปมามองอย่างเจ็บใจ จ้องหน้าสไบนางแล้วผลุนผลันออกไป สไบนางมองขำๆเหยียดปากพูดอย่างหมั่นไส้ “นึกว่าจะแน่ ฮึ!”

ooooooo

หลังจากนั้น  สไบนางก็โทรศัพท์เล่าให้หยาดฝนฟังอย่างสะใจ  เพื่อนเตือนว่าระวังอย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า สไบนางพูดอย่างเจ็บใจไม่หายว่า

“ฉันสู้ตายอยู่แล้วฝน มันดูถูกฉันเกินไป ฉันยอมลดตัวไปแต่งงานกับมัน แต่มันทิ้งให้ฉันหน้าแหกเป็นเสี่ยงๆต้องเป็นแม่สายบัวแต่งชุดเจ้าสาวรอเก้อ ฉันอายมากนะฝน ฉันจะเอาคืนให้แสบเลย”

หยาดฝนติงว่าเดี๋ยวก็จะหย่ากันแล้วไม่ใช่หรือ  สไบนางบอกว่าลุงมียังไม่ยอมให้หย่าเพราะต้องการดัดสันดานลูกชาย

ระหว่างคุยกันนั้นได้ยินเสียงตอกอะไรโป๊กๆ สไบนางถามหยาดฝนว่าตอกอะไรอยู่หรือ  พอรู้ว่าเพื่อนไม่ได้ตอกอะไร สไบนางเงี่ยหูฟังพอจับเสียงได้ก็ขอหยุดคุยก่อนวางโทรศัพท์ไว้ในห้องน้ำแล้วเดินไปดู

จึงรู้ว่าอุปมาให้ช่างมาติดสายยูประตูห้องเพื่อขังเธอไว้ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันกันเลย สไบนางตกใจ หน้าเสีย ถอยออกมาให้ปลอดภัยก่อนแล้วจึงอ้างความเป็นลูกพี่ลูกน้องกันขู่ไม่ให้เขาทำอะไรตน

“ที่พ่ออัพเดทล่าสุดไม่ใช่สักหน่อย แค่ลำดับญาติเฉยๆ แต่โดยสายเลือดแล้วเราไม่เกี่ยวพันกันเลย มีลูกรับรองว่าไม่ต๊องแน่นอน” อุปมาพูดยิ้มหื่นๆแล้วพุ่งเข้าหาทันที

สไบนางร้องกรี๊ดๆร้องห้ามอย่าทำอะไรตน อุปมายิ่งได้ใจทำเสียงหื่นบ้ากามย่างสามขุมเข้าหา สไบนางวิ่งหนีเข้าห้องน้ำปิดประตูโครมล็อกทันที อุปมายิ้มสะใจ พึมพำ

“เธอรู้จักฉันน้อยไปแล้ว เบบี๋เอ๋ย...”

พอเข้าห้องน้ำสไบนางก็โทรศัพท์เล่าให้หยาดฝนฟัง กลัวจนขอให้เพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ดึกมากแล้วเลยไม่รู้จะทำอย่างไรดี พอดีอุปมาตะโกนจากหน้าห้องน้ำให้เปิดประตู ถามว่าจะเปิดหรือจะให้ตนพังเข้าไป หยาดฝนได้ยินเสียงตะโกนกันไปมา เตือนเพื่อนว่าพูดกับเขาเพราะๆ หน่อยเผื่อเขาจะใจอ่อน

“แกอย่าเพิ่งวางสายนะ อยู่เป็นพยานให้ฉันก่อน ถ้ามันปล้ำฉันจะแจ้งความจับมันเลย” สไบนางเอาโทรศัพท์ที่ยังเปิดอยู่ยัดใส่กระเป๋าเสื้อนอน แล้วทำเสียงอ่อนเสียงหวานถามว่าจะเข้ามาอาบน้ำหรือ แต่ในมือถือไดร์เป่าผมอีกมือจับปลายสายไฟ เตรียมพร้อมรัดคอเขาเต็มที่หากบุกเข้ามา

พอเปิดประตูห้องน้ำ อุปมาไล่ให้ออกไปเสียตนจะอาบน้ำ สไบนางได้ทีวิ่งปรู๊ดออกไปแล้วจะโทร.บอกหยาดฝนแต่แบตหมดพอดี ได้ยินอุปมาพูดเขย่าขวัญออกมาว่า วันนี้ต้องอาบน้ำให้สะอาดเป็นพิเศษเจ้าสาวจะได้หอมชื่นใจ

สไบนางกลัวจนใจสั่น แต่ฮึดปลุกใจตัวเองว่า “อย่าสติแตกสไบนาง เธอไม่เคยแพ้ใครง่ายๆ” แล้วตั้งหลักสู้เต็มที่ รีบไปค้นกระเป๋าด้วยสีหน้าพอใจ พึมพำกับตัวเอง

“คนอย่างฉัน ไม่เคยไม่เตรียมพร้อม”

ooooooo

ก่อนนอนสไบนางไปปูที่นอนอีกที่หนึ่งที่มุมห้องกะไล่อุปมาให้ไปนอนที่นั่น แต่พอเขาออกมาก็ขึ้นเตียงหน้าตาเฉย ซ้ำยังแกล้งกระชากผ้าที่เธอคลุมโปงออกทำท่าหื่นใส่

สไบนางคว้ากรรไกรตัดหญ้าที่ซ่อนไว้ขึ้นมาง้างทำท่างับๆขู่ อุปมาหัวเราะก้าก บอกว่าคืนนี้ตนยอมแพ้ พลางลุกไปไขกุญแจ แต่ก่อนออกไปยังไม่วายหันมาถามกวนประสาทว่า

“นี่เธอรู้ได้ไงว่ากรรไกรธรรมดาตัดไม่ขาดต้องใช้กรรไกรตัดหญ้า ขอบคุณนะที่ให้เกียรติบิ๊กมาร์ค”

“ไอ้ทะลึ่ง” สไบนางด่าทำท่าจะปากรรไกรใส่ แต่อุปมาไวกว่าออกไปแล้วปิดประตูอย่างเร็ว พอออกไปแล้วก็ยืนยิ้มพูดขำๆ “ขอบใจนะที่ช่วยคลายเครียดเรื่องคุณเมให้” แล้วไปนอนห้องเล็กแทน

ooooooo

ประมุขกับวิจิตราโกรธแค้นมากที่ถูกบารมีสั่งให้ออกจากบ้านภายใน 3 วัน ประมุขให้วิจิตราพาเมธาวีไปรักษาตัวที่เชียงใหม่ ส่วนตัวเองไปคุยกับคุณหญิง ถามว่าบารมีไม่เห็นแก่หน้าคุณแม่บ้างเลยหรือ

คุณหญิงไม่สนใจบอกว่าตนจะย้ายไปอยู่บ้านสวนของบี ประมุขจึงรู้ว่าคุณหญิงยกบ้านสวนให้สไบนางไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงเข้าทางสไบนาง พอรู้ว่าสไบนางเพิ่งไปเยี่ยมเมธาวีแต่ไม่เจอ พยาบาลบอกว่าเมธาวีย้ายออกไปแล้วแต่ไปไหนไม่ทราบ ประมุขพูดอ่อนโยนว่า

“ลุงกับป้าย้ายพี่เมไปพักรักษาตัวที่เชียงใหม่แล้วลูก จะได้ไม่มีคนไปรบกวน”

หลังจากสไบนางถามไถ่อาการของเมธาวีแล้ว ประมุขถามสไบนางว่ารู้ไหมว่าบารมีไล่พวกเราออกจากบ้านแล้ว สไบนางตอบหน้านิ่งๆ ว่ามันก็ถูกต้องแล้ว เพราะลุงเสียพนันไม่ว่าจะเสียให้ใครเขาก็ต้องยึดทั้งนั้น

ประมุขตะล่อมแกมบังคับว่า ในฐานะที่เธอเป็นอัคราชคนหนึ่งก็มีส่วนต้องร่วมรับผิดชอบด้วย โดยขอให้ช่วยพูดกับบารมีให้ยอมผ่อนปรนให้

“ไม่ค่ะ คุณลุงคะ ขอร้องอย่ายุ่งกับบีอีกเลย บีไม่ขอรับทราบเรื่องของใครทั้งนั้น” สไบนางตัดบททำให้ประมุขเปลี่ยนเสียงทันที ตำหนิว่าเธอคิดแต่เรื่องของตัวเอง แล้วโพล่งออกไปแบบทิ้งไม้ตายว่า

“บีเป็นลูกของลุง!”

สไบนางปฏิเสธว่าไม่จริง ตนจะไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ถูกประมุขขู่เข็ญกระทั่งกระชากไหล่บังคับให้ฟังตนพูด โชคดี ที่คุณหญิงมาเจอเข้า สไบนางรีบวิ่งไปหลบข้างคุณหญิงน้ำตาไหลพราก

คุณหญิงตำหนิประมุขอย่างรุนแรงว่ามีแต่ความเห็นแก่ตัว แก้ปัญหาอย่างจนตรอก เมื่อประมุขยืนกรานว่ายังไงสไบนางก็เป็นลูกตน คุณหญิงจึงเปิดเผยความจริงต่อหน้าสไบนางว่า

“มีบางเรื่องที่แม่เก็บไว้เป็นความลับ มันเป็นตราบาปในใจของแม่ แต่แม่จงใจทำเพื่อความถูกต้อง มันคือความจริงที่แกยังไม่รู้ ความจริงที่แกไม่ยอมเชื่อแม่มาตลอดว่าบีคือลูกของประจักษ์”

ประมุขเถียงว่าประจักษ์เป็นหมัน คุณหญิงโต้ว่าประจักษ์แค่อ่อนแอแต่ไม่ได้เป็นหมัน ประมุขตะแบงอีกว่า ศรีอำไพท้องกับตน ซึ่งคุณหญิงก็ยอมรับ แต่ความจริงหลังจากนั้นคือ คุณหญิงได้เอายาให้ศรีอำไพกินจนแท้งลูกที่ท้องกับเขา คุณหญิงเล่าอย่างเจ็บปวดว่า

“แม่ของบีเป็นคนดี แต่หนีคนชั่วไม่พ้น” แล้วพูดกับสไบนางว่า “แม่เราใจเด็ดคิดฆ่าตัวตาย แต่ประจักษ์มาห้ามไว้ทัน ความก็เลยแตก ประจักษ์ใจอ่อนแต่ไพไม่ยอมเพราะอะไรรู้ไหมเจ้ามุข เพราะไพเกลียดแก เกลียดไอ้มารร้ายอย่างแก!”

คุณหญิงเล่าเสียงสะท้านว่า “แม่เคยเสียใจ เคยทุกข์กับรอยบาปที่แม่ทำลายก้อนเนื้อในท้องศรีอำไพ แต่ตอนนี้ แม่ไม่เสียใจแล้ว เพราะรอยบาปวันนั้นได้ช่วยชุบชีวิตให้บีในวันนี้ได้”

ประมุขหน้าซีดเผือดแต่ยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่จริงตนไม่เชื่อ หาว่าคุณหญิงปั้นเรื่องขึ้นมาหลอกตน เพราะคุณหญิงเป็นคนดีไม่ทำเรื่องอย่างนี้เด็ดขาด ยังเถียงว่าประจักษ์มีลูกไม่ได้ แล้วยืนยันกับสไบนางว่าตนนี่แหละคือพ่อที่แท้จริงของเธอ

“บีไม่เชื่อลุงอีกแล้ว บีเชื่อคุณย่า บีเพิ่งรู้ว่าทำไมคุณย่า ถึงรักบีมาก เพราะการเกิดของบีคือความถูกต้องทุกอย่าง คุณย่าไม่เคยฆ่าหลานคนไหน คุณย่าเพียงย้ายให้เขามาเป็นบีในท้องของคุณแม่ ลุงมีพูดถูก พ่อจักษ์คือพ่อของบี ถูกต้องทั้งทางสังคม ศีลธรรม และกฎหมาย...ทุ่มเทความรักให้บีจนวาระสุดท้าย พ่อจักษ์คือพ่อของบี คุณลุงก็คือลุง นี่คือความจริงที่บีเชื่อ ไม่มีใครหรืออะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้ทั้งนั้น”

สไบนางพูดไปร้องไห้ไป เมื่อพูดจบเธอวิ่งกลับขึ้นบ้าน ประมุขมองตามครางเสียงแผ่ว...บี...

“หยุดความคิดเลวๆของแกทั้งหมดซะทีประมุข อย่าดิ้นรนอะไรอีกเลย ยอมรับกรรมที่แกก่อเอาไว้เถอะ แกหนีมันไม่พ้นแล้วล่ะ” คุณหญิงมองหน้าลูกชายด้วยสายตาเวทนา แล้วเดินตามสไบนางไปอีกคน

ประมุขเงียบกริบ ทรุดนั่งลงอย่างหมดแรง เอามือกุมหัว อับจนหมดหนทางแล้วจริงๆ

ooooooo

คืนนี้ อุปมากับหัสดินไปเที่ยวผับกันตามประสาหนุ่ม หัสดินบอกอุปมาว่าท่าทางซาร่าแม่ของเขาจะชอบสไบนางเหมือนกัน อุปมาเหยียดปากพูดเซ็งๆว่า “แม่หลงกล เด็กมันเล่นละครเก่ง”

ครั้นหัสดินถามว่าแล้วเขาจะจัดการเรื่องเมธาวีอย่างไร อุปมาหน้าสลดลงบอกว่าเหตุการณ์วันนั้นไม่ใช่ความผิดของเมธาวีเลย ตนสงสารและเห็นใจเธอ แต่พอหัสดินพูดแทนเมธาวีว่าน่าจะเจ็บใจที่ถูกสไบนางแย่งเขาไป อุปมาก็แย้งทันทีว่า มันไม่ใช่ความผิดของบี เลยถูกหัสดินแซวว่าแต่งงานแค่ข้ามคืนก็เข้าข้างเมียแล้วหรือ

“เดี๋ยวมึงจะโดนไอ้หัส...กูพูดไปตามความจริง อะไรถูกก็ว่าถูก อะไรผิดก็ว่าผิด” หัสดินถามว่าแล้วจะแก้ปัญหาต่อไปอย่างไร “ถ้าพ่อยอมให้หย่าจากบีเมื่อไหร่ฉันก็จะแต่งงานกับคุณเมอีกครั้ง”

หัสดินติงว่าถ้าแต่งงานใหม่เขากับเมธาวีก็จะมีความสุขแต่น่าสงสารสไบนาง เสนอว่าอย่าจัดพิธีเลย แค่จดทะเบียนกันเงียบๆก็พอ

แต่พอถูกหัสดินพูดดักคอว่า เว้นเสียแต่เขาจะพลาดปล้ำสไบนางเสียก่อนรับรองเกมเปลี่ยนแน่ เลยถูกเพื่อนด่าแล้วลุกกลับแถมบอกให้จ่ายเงินด้วย หัสดินแซวว่าคิดถึงเจ้าสาวหรือ เลยถูกล่อเข้าไปป้าบหนึ่งแบบเตะจริงเจ็บจริง แถมด่าว่าปากเสีย แล้วไปเลย

พอกลับมาถึงห้องหอ อุปมาถึงกับยกมือสองข้างกำเหนือหัวขอบคุณพระเจ้าเมื่อไม่เห็นสไบนางอยู่ในห้อง แถมที่นอนก็ยังตึงเปรี๊ยะ  แต่พอเลิกผ้าคลุมออกก็หุบยิ้ม

แทบไม่ทัน เมื่อพบกรรไกรตัดหญ้าวางอยู่

“นี่มันกะฆาตกรรมกันรึไงวะเนี่ย กลับมาเมื่อไหร่ จะจับปล้ำซะให้หายเฮี้ยนเลยคอยดู!”

หารู้ไม่ สไบนางอยู่ในห้องนอนตัวเอง กำลังค้นคว้าประมวลกฎหมายอาญาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เอาจริงเอาจัง ค้นเจอแล้วยังจดออกมาด้วย เตรียมเล่นงานเต็มที่ถ้าถูกอุปมาล่วงล้ำ

ooooooo

นอกจากค้นคว้าเรื่องกฎหมายแล้ว วันต่อมา สไบนางยังให้อาทิตย์ช่วยจ้างคนงานมาติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องนอนด้วย พออุปมากลับมาเขาหัวเสียมาก เลยถามเย้ยหยันว่านึกว่าตนจะหน้ามืดปล้ำลงหรือ

สไบนางยังหาทางแกล้งทุกครั้งที่มีโอกาส แม้กระทั่งหิวน้ำกลางดึกก็ปลุกเขาขึ้นมาให้พาลงไปเอาน้ำอ้างว่า  เพราะเขาใส่กุญแจขังไว้ แต่แล้วก็เสียเชิง เมื่อลงไปแล้วเจอแม่ของแรมที่มาพักกับลูกในเงาสลัว  สไบนางตกใจกลัวนึกว่าผี กระโดดกอดอุปมาไว้แน่น

พอรู้ว่าเป็นแม่ของแรมก็พูดแก้เกี้ยวว่าทีหลังให้คุณแม่เปิดไฟไว้ด้วยจะได้ไม่ตาฝาด  ส่วนอุปมาก็อดไม่ได้ที่จะยั่วกวนประสาท พูดยิ้มกรุ้มกริ่มว่า “ซ่อนรูปนะเรา”

สไบนางทั้งเขินทั้งโกรธได้แต่กำมือแน่น คิดคำด่าไม่ทัน

ooooooo

เมื่อวิมาดาหวนกลับไปเกาะธนูใหม่ด้วยความจำใจ เธอหลอกใช้เขาให้ช่วยสืบเรื่องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวของอุปมา ธนูรับคำอย่างเอาใจ

ส่วนที่เชียงใหม่ เมื่อเมธาวีรู้สึกตัวขึ้นมา เธอถามวิจิตราถึงเรื่องงานวันแต่งงาน ถามถึงอุปมาว่ามาเยี่ยมบ้างหรือเปล่า วิจิตราจำต้องโกหกลูกเพื่อให้สบายใจว่ามาแต่เธอหลับอยู่ เขาเพิ่งกลับไป

หลังจากนั้น วิจิตราโทรศัพท์ถึงอุปมาให้มาเยี่ยมเมธาวีบ้าง อุปมารับทราบด้วยความยินดี

“เมเริ่มจำอะไรได้มั่งแล้วล่ะ แต่ยังไม่รู้ว่ามาร์คแต่งงานไปกับบีแล้ว” วิจิตราเล่า

“แล้วผมจะบอกความจริงกับเมได้รึยังครับ...โอเคครับ เมปลอดภัยดีแล้วผมก็หมดห่วง จะได้มีข้ออ้างกับคุณพ่อขอหย่ากับเด็กผีสิงนี่ซะที”

สไบนางแอบฟังอยู่ ตาลุกด้วยความดีใจ พึมพำกับตัวเอง “หมดเวรหมดกรรมซะที...เฮ้อ...”


รุ่งขึ้น ที่โต๊ะอาหารเช้า อุปมาเอาตำราภาษาอังกฤษจำนวนหนึ่งมาให้สไบนางบอกว่าพ่อให้หามาให้เพื่อจะได้ทบทวนภาษาเวลาไปเรียนเมืองนอกจะได้ไม่มีปัญหา แล้วบอกว่าตนจะไปเยี่ยมเมธาวีที่เชียงใหม่ พร้อมทั้งฝากแรมให้ช่วยดูแลสไบนางด้วย พูดเสียดสีว่า

“ช่วยคุมความประพฤติแทนฉันทีนะแรม”

ooooooo

บอกให้ธนูช่วยสืบเรื่องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวในวันแต่งงานของอุปมาแล้ว แต่วิมาดาก็ยังไม่วางใจ ตัวเองก็มาสืบที่บริษัทของอุปมาด้วย เจอเลขาฯของอุปมาที่คุ้นเคยกันดีจึงเลียบเคียงถาม

เลขาฯทำเป็นกระซิบกระซาบเล่าอย่างระมัดระวังว่า ตนก็ไม่แน่ใจแต่ได้ยินเขาเม้าท์กันว่า ผู้ใหญ่พยายามจับคู่ให้เมธาวีผิดฝาผิดตัว อุปมากลับไปชอบคนน้อง เมธาวีทนไม่ได้เลยหนีไป

“คุณมาร์คชอบยัยเด็กบีเนี่ยนะ”

“ค่ะ...ดิฉันก็เพิ่งรู้ว่าเจ้านายรักเด็ก” เลขาฯทำตาหลุกหลิกขำๆ วิมาดาไม่ขำด้วย แต่เธอก็ไม่เชื่อ คิดในใจว่าต้องค้นหาความจริงให้ได้

ooooooo

อุปมาไปหาเมธาวีที่เชียงใหม่ พร้อมดอกไม้สดช่อใหญ่ เพียงเห็นหน้าอุปมาเท่านั้น เมธาวีก็ดีใจจนน้ำตาไหลพรูอย่างกลั้นไม่อยู่ อุปมารีบเดินเข้าไปเขาอยู่ในสายตาเธอตลอดเวลา

“เจ้าสาวคนสวยของผม อย่าร้องไห้สิครับ” ส่งช่อดอกไม้ให้วิจิตราที่เข้ามารับแล้วรีบเข้าไปเช็ดน้ำตาให้ ปลอบประโลม “ฝันร้ายผ่านไปแล้วนะครับคุณเม”

เมธาวีพยายามสะกดกลั้นน้ำตาไว้ บีบมืออุปมาแน่น พูดถึงงานแต่งงานล่มที่ทำให้ทุกคนต้องอับอาย ตนเสียใจมาก อุปมาขออย่าพูดถึงมันอีกเลย บอกว่าเธอปลอดภัยก็ดีแล้ว

“แล้วงานแต่งของเราล่ะคะ” เมธาวีถาม เห็นเขายิ้มให้ เธอยิ่งเจ็บปวด ด่าชันษาว่าเป็นคนทำลายทุกอย่าง

“เขาตายไปแล้ว อโหสิให้เขาเถอะครับ” อุปมารีบยกมือห้ามเมื่อเธอจะสาปแช่งชันษา ชี้ให้เธอเห็นว่า “เขารักคุณเมมากจนขาดสติ ลักพาตัวคุณเมเพื่อไม่ให้ได้แต่งงานกับผม เขาชดใช้แล้วด้วยชีวิตมันเกินกว่าความผิดด้วยซ้ำ”

เมธาวีน้ำตาไหลพราก เพราะมีความเจ็บปวดเจ็บแค้นที่เธอไม่อาจพูดออกมาได้ เธอลุกขึ้นสวมกอดอุปมาร้องไห้สะอึกสะอื้น อุปมากอดเธอไว้อย่างปลอบใจ ส่วนวิจิตราสงสารลูกจนร้องไห้ซับน้ำตาอยู่ไม่หยุด

ส่วนที่บ้านอัคราช คุณหญิงนั่งมองไปรอบบ้านอย่างอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อประมุขมาบอกว่ารถขนของเที่ยวสุดท้ายจะออกแล้ว และพยายามจะแสดงความเสียใจกับแม่ แต่คุณหญิงยกมือห้าม พูดอย่างเข้มแข็งว่า

“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ ก็ต้องสู้กันต่อไป” พูดแล้วเดินไปทางหน้าบ้าน เจอบังอรกับลุงแก้วรออยู่ บังอรถือกุญแจบ้านทั้งหมดรายงานว่าตนล็อกบ้านเรียบร้อยแล้ว

ขณะนั้นเอง บารมีก็ขับรถคันหรูเข้ามา ประมุขเดินไปเผชิญหน้าทักอย่างประชดว่า มาทันเวลาพอดี ส่วนคุณหญิงรับไหว้บารมีแล้วบอกว่า

“น้าย้ายของไปหมดแล้ว พ่อมีพร้อมจะไปโอนบ้านเมื่อไหร่ก็นัดมา” แล้วหันไปบอกบังอร “เอากุญแจไปให้คุณบารมีซะสิ”

รับกุญแจจากบังอรแล้ว บารมีเดินไปหาประมุขจ้องหน้ากวนๆ ก่อนแจกแจงหนี้สินว่า คำนวณหักลบกลบหนี้พร้อมดอกเบี้ยฉันญาติสนิทแล้ว ถือว่าหนี้สินเราลดไป 1 ใน 3

“ถ้าพี่จะเอามากกว่านี้ก็เหลือแต่ชีวิตผมแล้วล่ะ” ประมุขขบกรามแน่น

“ชีิวิตแกมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ” บารมีเยาะเย้ย ยิ้มกวนๆบอกว่า “อย่างแรกที่ฉันจะทำคือ เอาป้ายชื่อบ้านอัคราชออก แกคงไม่ว่าอะไรนะ”

คุณหญิงเห็นทั้งคู่ทำท่าจะร้อนแรงใส่กัน จึงเรียกประมุขให้ไปขึ้นรถ บารมีได้ทีเยาะเย้ยอีกว่า รถของตัวเองหายไปไหน หรือว่าขายทิ้งเอาเงินมาหมุนเสียแล้ว ทำให้ประมุขทนไม่ได้ ระเบิดอารมณ์ถาม

“สะใจพอรึยัง คนล้มอย่าข้าม พี่เคยได้ยินไหม”

คุณหญิงทนไม่ได้เรียกประมุขให้รีบมาขึ้นรถและเอ่ยตัดพ้อบารมีว่า ให้พอเถอะอย่าเหยียดหยามถากถางกันอีกเลย เพราะเราไม่เหลืออะไรแล้ว

“ผมตะหากที่เคยไม่เหลืออะไรเลย”บารมีตอบโต้ตาแดงก่ำ ทำเอาทั้งคุณหญิงและประมุขต่างเงียบกริบ บารมีถอนใจเดาะกุญแจในมือแล้วเดินขึ้นบ้าน

“ไปจากที่นี่กันเถอะ บ้านนี้ไม่ใช่ของเราอีกต่อไปแล้ว”คุณหญิงเร่งประมุขน้ำตาท่วมอย่างปวดร้าวใจ

ooooooo

ที่บ้านไทยประยุกต์...

อุปมาขับรถกลับมาถึงบ้านเห็นรถของอาทิตย์จอดอยู่ก็ของขึ้นทันที เดินไปยังเห็นสไบนางตีแบดมินตันอยู่กับอาทิตย์อีก เขาหยุดจ้องทั้งคู่ตาแทบลุกเป็นไฟ ถามสไบนางที่วิ่งมาเก็บลูกขนไก่ว่าตนสั่งห้ามอะไรไว้ไม่เข้าหัวกันเลยรึไง

สไบนางตีหน้าตายถามว่าห้ามตีแบดด้วยหรือ อุปมาเอ็ดอย่างโกรธจัดว่า

“เธอจะกวนประสาทฉันไปถึงไหน เธอพากิ๊กเข้าบ้านตอนฉันไม่อยู่ได้ยังไง รักษาเกียรติตัวเองบ้าง” อาทิตย์เลยชี้แจงว่าตนไม่ได้มาคนเดียว “พาวิญญาณใครมาด้วยเหรอ”อุปมาถามประชด

พอดีหัสดินกับหยาดฝนวิ่งเข้ามาพร้อมถุงขนมและอาหาร อุปมาเลยหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย พอเพื่อนทักว่ากลับมาแล้วหรือก็ไม่ตอบ

อึดใจเดียวบารมีก็กลับมา พอเห็นหน้าลูกชายก็ชวนให้มาปาร์ตี้ด้วยกัน   พลางวางไวน์สองขวดลงบนโต๊ะ

อุปมาตอบอย่างหงุดหงิดว่าตนอิ่มแล้ว ทำท่าจะเดินกลับ

“เดี๋ยวมาร์ค ศุกร์หน้าวันเกิดบีเขา พ่อจะจัดงานวันเกิดให้บีเขาที่บ้านเรานะ”

อุปมายิ่งหัวเสียหนักเข้าไปอีก ถามพ่อว่าจะจัดให้สิ้นเปลืองทำไม บารมีบอกว่าอยากจัดรับขวัญหลานสาว เขาเลยตัดบทว่าแล้วแต่พ่อก็แล้วกันแต่ตนไม่รับปากว่าจะว่างมางานหรือเปล่า

อุปมาพูดขาดคำ เสียงสไบนางร้องเย้...ก็แทรกเข้ามากระโดดหย็องแหย็งแสดงความดีใจที่เขาจะไม่มางาน แล้วเข้ามาลากแขนบารมีชวนไปปาร์ตี้กัน อุปมามองตาขวางทั้งเจ็บใจทั้งหมั่นไส้เต็มที

ooooooo

ที่คอนโดฯของธนู วิมาดาไปจัดเตรียมอาหารค่ำที่นั่น พอธนูกลับมาก็ปากหวานว่าน่าทานทั้งนั้นเลยแล้วเข้าคลอเคลีย วิมาดาทำท่ารำคาญ เขาเลยพูดเอาใจว่าเรื่องที่เธอให้ไปสืบนั้น ได้ความมาแล้ว

“คืองี้...คุณเมออกไปเที่ยวกับเพื่อนประสบอุบัติเหตุรถชน มางานไม่ได้ เขากลัวเสียหน้าก็เลยเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหัน”

วิมาดาติงว่าเจ้าสาวประสบอุบัติเหตุก็น่าจะมีเหตุผลเลื่อนงานออกไป ทำไมถึงกับต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาว ธนูก็ทำท่ามีเลศนัยว่า

“นี่ข่าววงในจริงๆนะ มีไม่กี่คนที่รู้หรอก เขาบอกว่าเพื่อนที่คุณเมไปเที่ยวด้วยคือแฟนเก่า หึๆความลับไม่มีในโลกจริงๆ นายมาร์คโกรธมากเลยประชดเปลี่ยนตัวเจ้าสาวไปเลย เป็นผมก็รับไม่ได้ จะแต่งงานกับเราพรุ่งนี้ ยังมีหน้า ไปเที่ยวกับแฟนเก่าสองต่อสองอีก”

วิมาดาเลียบเคียงถามธนูว่า อุปมาไม่ได้รักสไบนางไม่ใช่หรือ ธนูพูดขำๆว่าเด็กสาววัยขบเผาะอายุ 17-18 ขี้คร้านจะหลงกันหัวปักหัวปํา  ทำให้วิมาดาฟังแล้วตาร้อนทั้งอิจฉาทั้งหึงหวงอุปมา

ooooooo

วันเกิดสไบนางมาถึงแล้ว อุปมาตั้งใจไม่มางาน หัสดินเลยกลับไปก่อนบอกว่าคิดถึงหยาดฝนใจจะขาดแล้ว

อาทิตย์อุ้มน้องหมาน่ารักมาเป็นของขวัญวันเกิดสไบนาง เขาแวะรับคุณหญิงไปด้วยกัน  ส่วนประมุขไม่ยอมไป

ทั้งเพราะหมั่นไส้และแค้นใจสไบนางกับบารมี

อุปมาตั้งใจไม่มางานวันเกิด ถ่วงเวลาจนค่ำจึงลงมาจะขึ้นรถ เจอวิมาดามาดักรออยู่ เธอตั้งใจมาอ่อย สานสัมพันธ์กับเขา ชวนไปทานอาหารนั่งคุยกันที่ร้านประจำ อุปมาจึงขอกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พูดขำๆว่ากลับไปให้พ่อเห็นหน้าหน่อยกันโดนด่า แล้วแยกกันนัดพบที่ร้านเจ้าประจำอีกที

เมื่อกลับไปถึงบ้านเห็นบรรยากาศกำลังสนุกสนานกันเต็มที่ มองหาสไบนางก็ไม่เจอเอะใจว่าหายไปไหน มองไปอีกทีจึงเห็นเธอในชุดสวยสมวัยอุ้มน้องหมาที่อาทิตย์เอามาให้ลงมาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุข

อุปมาอดที่จะหาเรื่องไม่ได้ สั่งห้ามเธอเอาน้องหมาเข้าไปในห้องนอน ถูกสไบนางกวนประสาทตามเคยว่าตนจะเอาไปเลี้ยงในห้องนอน ถ้าเขาทนไม่ได้ก็ย้ายไปนอนที่อื่น

“ถือว่าวันนี้เป็นวันเกิดเธอ ฉันยอมให้วันนึง แต่อย่าให้มันมารบกวนตอนฉันนอนก็แล้วกัน”

“ฉันพูดภาษาหมาไม่เป็น สั่งมันเองแล้วกัน”

อุปมาเจอไม้นี้เข้า พูดไม่ออก ได้แต่สูดลมหายใจลึกๆ เป่าพรวดออกมาแล้วเดินขึ้นข้างบน แต่ไม่วายหันมาพูดชมว่าวันนี้เธอแต่งตัวได้...เห่ยสุดๆ ทั้งที่ในความรู้สึกเห็นว่าเธอแต่งได้สวยสมวัยที่สุด เลยถูกสไบนางย้อนเอาว่าใครจะแต่งได้สวยเหมือนพี่เมล่ะ แล้วพูดกับน้องหมาดังๆว่า

“คืนนี้งับปากมันเลย ปากเสียนัก”

ooooooo

ถึงเวลาตัดเค้ก อาทิตย์จะขอตัวกลับเพราะต้องเข้าเวร สไบนางกุลีกุจอบอกให้บังอรหากล่องโฟมจะเอาเค้กให้อาทิตย์เอากลับไปกิน คุณหญิงกับบารมีเห็นความสนิทสนมของทั้งคู่แล้ว คุณหญิงเปรยๆว่า

“หวังว่าเราคงไม่ได้ผูกกรรมให้ยืดยาวต่อไปไม่จบสิ้นหรอกนะพ่อมี...”

ooooooo

วิมาดาไปถึงร้านอาหารที่นัดกับอุปมาก่อน เธอเจอธนูไปร้านเดียวกัน เขาดีใจถามว่ามากับใครวิมาดาปดว่าตนกำลังจะกลับ แล้วรีบผละไป เจออุปมาเข้าร้านพอดี เธอรีบลากเขาออกไปเพราะไม่อยากให้มีเรื่องกับธนู

ธนูนึกอะไรได้อยากจะบอกวิมาดาหันมองไปอีกทีเห็นเธอกำลังลากอุปมาออกไปก็เลือดขึ้นหน้ารีบตามไป เห็นอุปมาขับรถพาวิมาดาออกไปพอดี ธนูขับรถไล่ล่าเอาเป็นเอาตาย วิมาดารู้ว่าธนูมีปืนในรถ บอกอุปมาให้เลี้ยวเข้าโรงพักเลย อุปมาไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลี้ยวเข้าโรงพัก บ่นว่าเธอหาเรื่องเดือดร้อน ให้ตนอีกจนได้ ส่วนวิมาดาหน้าจ๋อยอย่างผิดหวังที่ธนูมาทำให้ผิดแผนอีกจนได้ แล้วทั้งสองก็ตกใจ เมื่อธนูปาดรถเข้ามาเทียบ

ที่น่าปวดหัวยิ่งกว่านั้นคือ ขึ้นโรงพักเจออาทิตย์อยู่เวรพอดี ธนูขึ้นไปด่าอุปมาว่าแย่งผู้หญิงตนทั้งที่มีเมียแล้ว อุปมาย้อนเอาว่าเรื่องนี้ธนูน่าจะเตือนตัวเองมากกว่า แล้วบอกวิมาดาว่า

“บอกเขาไปสิว่าเราเป็นเพื่อนกัน ทุกอย่างจบแล้วไม่มีอะไรมากกว่านั้น” วิมาดากลัวเรื่องจะบานปลายยิ่งสาวยิ่งลึก พยายามหาทางลงจากโรงพัก

อาทิตย์ได้ทีบอกอุปมาว่าทำอะไรขอให้เกียรติบีด้วย ไม่ใช่เรียกร้องแต่บีให้เกียรติตัวเองฝ่ายเดียว อุปมาเถียงทันทีว่า ตนกับวิมาดาเป็นเพื่อนกัน อาทิตย์สวนไปทันควันว่าตนกับสไบนางก็เป็นเพื่อนกัน แต่ก็พูดให้อุปมาสบายใจว่า ตนจะไม่เล่าเรื่องคืนนี้ให้สไบนางฟัง

“อยากเล่าก็เล่าไปสิ ผมไม่แคร์” อุปมายักไหล่หัวเราะขำๆ กวนๆแล้วเดินไปขึ้นรถ

ooooooo

เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

Monday, September 26, 2011

เรื่องย่อ รอยมาร ตอน9 ละครช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

ตอนที่ 9

สไบนางวิ่งกลับเข้าห้องนอนตัวเองคลุมโปงร้องไห้อย่างหนัก
ส่วนคุณหญิงเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็ถามหาสไบนาง บังอรบอกว่าอยู่ในห้องนอน คุณหญิงให้บังอรพาขึ้นไปหา ทำให้วิจิตราหมั่นไส้จนพูดกระแทกแดกดันว่า
“ตายแล้ว หลานบังเกิดเกล้า ทำผิดต้องให้ย่าไปง้อขอโทษ”
“จิตรา เธอไม่รู้อะไรก็สงบปากสงบคำไว้เถอะ” คุณหญิงปรามอย่างหงุดหงิด
อุปมาบอกคุณหญิงว่าให้พักผ่อนก่อน ปล่อยให้ผ่านไปก่อนทุกอย่างคงจะดีขึ้นเอง คุณหญิงพูดทั้งน้ำตาว่าตนเป็นห่วงสไบนางมาก ตนเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว คิดไว้เหมือนกันว่าเหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นสักวัน พูดพลางมองไปทางประมุข เขาหลบตาไปทางอื่น คุณหญิงพูดกับอุปมาต่อ
“บอกพ่อเราด้วย อะไรก็ตามที่เราได้ยินวันนี้ ย่าพร้อมรับผลของมัน ใครไม่รัก ไม่เห็นแก่ชีวิตบริสุทธิ์ของบีก็ช่าง ย่าเป็นย่าของแก เรามีกันสองคนย่าหลาน ย่ากับบีจะย้ายไปอยู่บ้านสวนอย่างเร็วที่สุด”

เมธาวีถามขึ้นว่าคุณย่าพูดอะไรตนไม่เข้าใจเลย อุปมาผสมโรงว่าตนไม่ได้ยินอะไรเลย คุณย่าพูดถึงอะไรตนไม่เข้าใจ แล้วตีหน้าซื่อเล่าว่า

“ผมมารับเมเผอิญเจอบีแต่งชุดนักศึกษา เลยเข้ามาแซว คุณย่ากับคุณลุงก็เปิดประตูออกมาจากห้องพอดี ตกลงมีเรื่องอะไรกันหรือครับ”

ประมุขรีบตัดบทว่าไม่มีอะไร บอกให้อุปมากับเมธาวีไปทำธุระต่อเถอะ เมธาวีจึงชวนอุปมาไปทำธุระกัน บ่นๆว่าต้องไปตั้งหลายที่ด้วย

เมื่ออุปมากับเมธาวีไปแล้ว คุณหญิงจ้องหน้าประมุขปรามว่า “อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกไม่งั้นฉันจะตัดแม่ตัดลูกกับแกแน่” แล้วบอกบังอรให้พาขึ้นไปพักบนห้อง

พอคุณหญิงออกไป ประมุขก็ตบพนักเก้าอี้โครมอย่างระบายอารมณ์ อุปมาที่เดินจะพ้นห้องโถงอยู่แล้วหันมองอย่างตกใจและไม่สบายใจ เพราะที่จริงแล้วเขาได้ยินทุกอย่างเท่ากับที่สไบนางได้ยิน

ooooooo

เมื่อกลับไปเล่าให้บารมีฟังตอนหัวค่ำ บารมีพูดอย่างไม่พอใจว่า

“มันว่าบีเป็นลูกของมันกับไพงั้นเหรอ”

อุปมาบอกว่าตนก็ไม่แน่ใจแต่ได้ยินมาอย่างนั้น ถามบารมีอย่างเป็นกังวลว่าเราจะทำยังไงดี บารมีไม่ตอบ แต่กลับถามว่าแล้วสไบนางเป็นยังไงบ้าง อุปมาบอกว่าไม่พูดไม่จาขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ตนกลัวจะเตลิดเปิดเปิงไปเหมือนกัน

“ถ้าเรื่องที่มันพูดเป็นความจริง มันก็เป็นพ่อที่เลวที่สุด ชอบดูความพินาศฉิบหายของลูกๆพ่อไม่เชื่อว่าบีจะเป็นลูกของมัน”

บารมีตัดสินใจจะไปคุยกับคุณหญิงให้รู้ความจริง แต่เวลานี้เป็นห่วงแต่ความรู้สึกของสไบนางคนเดียวเท่านั้น

สไบนางเพิ่งจะอาบน้ำสระผมเสร็จ มานั่งตาบวมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มีโทรศัพท์เข้ามือถือพอดูหน้าจอเป็นเบอร์ของบารมี เธอยิ้มน้อยๆพลางกดรับ ทักไปอย่างพยายามทำเสียงให้สดชื่นว่า

“บีกำลังคิดถึงคุณลุงอยู่พอดีเลยค่ะ”

“ฉันเอง” เสียงปลายสายกลายเป็นเสียงของอุปมา สไบนางชักสีหน้าถามเสียงเขียวว่าโทร.มาทำไมแล้วทำท่าจะวางสาย อุปมารีบพูด “เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน...ฉันกลัวเธอไม่รับสายเลยต้องใช้มือถือของพ่อโทร.มา”

สไบนางขีดเส้นให้ว่าตนจะนับหนึ่งถึงสิบแล้วตัดสายทันที ว่าแล้วก็เริ่มนับหนึ่ง...สอง...

“โอเคๆฉันรวบรัดเลยแล้วกัน ฉันไม่สนหรอกนะว่าพ่อเธอจะเป็นใคร ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวฉันอยู่ดี เพราะเธอคือลูกสาวของอาไพ ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งนั้น” อุปมารีบพูด เห็นปลายสายเงียบไปเลยแหย่ “ไม่นับต่อแล้วเหรอ”

“ฉันนับในใจ” สไบนางเสียงเครือ

“ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอแค่นี้แหละ แล้วก็อย่าคิดว่าฉันสงสารเห็นใจอะไรเธอนักหนานะบัญชีเรายังไม่ได้สะสาง เรายังตาต่อตาฟันต่อฟันเหมือนเดิม”

“ไอ้บ้ามาร์ค ไอ้คนใจโหด โหดทั้งหน้าโหดทั้งใจ” พอถูกสไบนางด่าอุปมาก็หัวเราะร่า ทำให้สไบนางเจ็บใจสุดๆตะโกน “ไปตายเลยไป!” แล้วตัดสายเลย

พอสไบนางตัดสายไปแล้ว อุปมาหยุดหัวเราะทันที สีหน้าเขากลายเป็นนึกห่วงและสงสารเธอขึ้นมา คิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจ...

ooooooo

รุ่งขึ้น คุณหญิงยังไม่หายเครียดกับเรื่องที่สไบ-นางได้ยินการโต้เถียงกันของตนกับประมุข มีเสียงเคาะประตูนึกว่าบังอรเอาอาหารเช้ามาให้ กลายเป็นสไบนางเอาอาหารมาให้คุณย่าในชุดนักศึกษา

“บี...” คุณหญิงพึมพำน้ำตาคลอ สไบนางยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าไปหาคุณย่า เมื่อคุณหญิงดึงเข้าไปกอด เธอปลอบคุณย่าว่าไม่ต้องร้อง...ตนเข้าใจว่าทำไมคุณย่าจึงต้องยกบ้านสวนให้ตนแล้ว คุณหญิงถามว่าเข้าใจยังไง

“บีเข้าใจว่า วันนึงบีจะไม่มีใครเลย บีควรมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ใช่หวังเกาะใครต่อใคร แม้เขาจะคือพี่ชายของแม่ หรือ...พี่ของพ่อ คุณย่าขา บีรักคุณย่าค่ะ”สไบนางรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “โกหกบีสิคะคุณย่า ว่าบีเป็นลูกของพ่อจักษ์กับแม่ไพ”

“ย่าโกหกบีไม่ได้หรอกนะลูก ย่ามีแต่ความจริงเท่านั้นที่จะบอกบี...ฟังย่านะบี บีเป็นลูกของประจักษ์จริงๆต่อให้ย่าตายดับลงเดี๋ยวนี้ ย่าก็ยังยืนยันคำเดิมว่า บีเป็นลูกของประจักษ์กับไพจริงๆ” พูดแล้วน้ำตาก็เอ่อท้นขึ้นมา สองย่าหลานเลยกอดกันร้องไห้

ทันใดนั้นบังอรมาเคาะประตูบอกว่าบารมีมาขอพบคุณหญิง สไบนางบอกให้นั่งรอที่ห้องรับแขกสักครู่ พอบังอรออกไป คุณหญิงจับมือสไบนางเอ่ยชวน

“ลงไปพบลุงเราพร้อมกับย่านะ”

ooooooo

เพียงเจอหน้ากัน บารมีก็ทัก “เป็นยังไงมั่งหลานลุง” เห็นสไบนางน้ำตาคลอส่ายหน้า เขาพูดอย่างเข้าใจว่า “ถ้าหนูไม่สบายใจ ไปอยู่กับลุงสักระยะดีไหม”

สไบนางทนไม่ได้เดินเข้ามากอดบารมีไว้แน่น บารมีกอดตอบตบไหล่เบาๆ

“อย่าหัวเสียกับเรื่องสกปรกของใคร จำไว้นะบี หนูเป็นหลานของลุง เป็นลูกคนเดียวของจักษ์กับไพ เขาสองคนแต่งงานอยู่กินกันจนเกิดหนูขึ้นมา กฎหมายยอมรับหนู ความถูกต้องและความจริงคือความดีในตัวหนูนะบี”

สไบนางยิ้มด้วยความตื้นตันใจ บารมีถามว่าจะไปเรียนใช่ไหม บอกว่า“พี่ชายเราเขารออยู่หน้าบ้าน อาสาจะไปส่งให้” ครั้นสไบนางทำหน้าฉงน บารมียืนยันว่า “เขาอาสาเองนะ ลุงก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน”

“คงเป็นห่วงว่าน้องจะคิดมากจนเตลิดเปิดเปิงไปไหนอีกล่ะมั้ง” คุณหญิงพลอยตื้นตันไปด้วย

“เขาไม่ใช่คนดีมีน้ำใจขนาดนั้นหรอกค่ะคุณย่า ต้องหาเรื่องแกล้งบีแน่ๆ” สไบนางชักสีหน้าขึ้นมา

คุณหญิงกับบารมีต่างยิ้มขำๆกับคู่กัดคู่นี้ เห็นจิกกัดกันทีไรก็มองอย่างเอ็นดูทุกที

พอสไบนางลงมาเจออุปมารออยู่ ถูกเขากวนประสาททันที นอกจากทวงให้ไหว้แล้วก็เรียกให้มาขึ้นรถ เมื่อสไบนางทำท่าจะเดินเลยไป ถามว่าพ่อไม่ได้บอกหรือว่าตนจะมารับ สไบนางบอกว่า “บอกแต่ไม่อยากไป”

“นึกอยู่แล้วว่าไม่กล้า คนเรามันไม่แน่จริง พอรู้ว่าไม่มีแบ็กอัพก็แหย ไม่กล้าเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ยังงี้แสลงไทยเขาเรียกว่าลูกแหง่รึเปล่า เอ๊ะ ไม่ใช่สิ น่าจะหลานแหง่มากกว่า”

อุปมาพูดยั่วเสียจนสไบนางฮึดขึ้นมา เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งคู่คนขับเสียเลย อุปมายิ้มกริ่มที่แผนตนสำเร็จ รีบขึ้นที่นั่งคนขับเหล่ๆมองแล้วขับรถออกไป
ขึ้นรถแล้วสไบนางก็นั่งปึ่งเงียบกริบ จนอุปมาแซวว่าระวังน้ำลายบูด วกเข้าเรื่องแหย่ให้เธอพูดว่า “อย่าบอกนะว่าเหตุการณ์คราวนี้กระทบกระเทือนจิตใจจนเปลี่ยนเธอเป็นคนละคน เก็บกด ไม่พูดไม่จา”

เพราะจับจุดสไบนางได้ ในที่สุดอุปมาก็ยั่วเสียจนสไบนางยอมพูดแม้จะเป็นคำพูดที่บอกเขาว่า “ที่ฉันเงียบเพราะฉันด่านายในใจ” ก็ทำให้อุปมาหัวเราะออกมาที่ทำให้เธอพูดออกมาได้ พูดอย่างร่าเริงว่า บีคนเดิมกลับมาแล้ว

“ฉันไม่อยากไปเรียนแล้ว ใจไม่พร้อม” สไบนางบอกลอยๆ

“อ้าว...แล้วจะไปไหนล่ะ” อุปมาถาม เหลือบมองหน้ารอคำตอบ

ooooooo

เมื่อคุณหญิงลงมาพบบารมีที่ห้องรับแขก บารมีบอกว่า งานแต่งของอุปมาผ่านไปตนมีเรื่องต้องคุยกับประมุขอีกมาก ถามว่าตอนนี้เขาอยู่ไหม คุณหญิงบอกว่ายังไม่ตื่นกระมัง

“มีหลายเรื่องที่ผมอยากรู้ความจริง แต่ผมไม่พร้อมที่จะฟังเวลานี้”

“น้าเข้าใจ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น้ารอคอย เพื่อดูผลของบาปครั้งนี้ น้าห่วงบีมากกว่าใครทั้งหมด น้าเลี้ยงแกมาอย่างสะอาดนะพ่อมี พ่อมีไม่อยากรู้เดี๋ยวนี้จริงๆเหรอ”

“ยังครับคุณน้า ผมกลัวจะระงับอะไรๆไว้ไม่ได้ ผมไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่ห่วงหลาน ห่วงผลสะท้อนที่จะเกิดขึ้นกับแก”

คุณหญิงบอกว่าไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก บารมีถามว่าหมายความว่าอย่างไรมองหน้าอย่างอยากรู้

“บีเป็นลูกของประจักษ์ น้ายืนยันได้จนวาระสุดท้าย... วันหนึ่งนะพ่อมี วันที่น้าทนไม่ไหวขึ้นมา ทุกคนจะรู้ใจน้า” คุณหญิงสะเทือนใจจนน้ำตาท่วม ต้องเบือนหน้าไปจากสายตาของบารมี

ooooooo

เมื่อบารมีกลับมาบ้านไทยประยุกต์ เห็นสไบนางนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็ถามอย่างแปลกใจว่ามาได้ยังไงเนี่ย สไบนางลุกเดินไปหาถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า

“ลุงไม่ได้เกลียดบีนะคะ” บารมีย้อนถามยิ้มๆว่าตนจะเกลียดทำไม “บีเป็นลูกของพ่อประจักษ์รึเปล่าก็ไม่รู้” พูดแล้วก็หน้าเบะขึ้นมาอีก

บารมีเดินเข้ามาลูบผมหลานสาว “ลุงอยากให้บีเลิกคิดเรื่องนี้เสียที ตัดมันออกไปจากหัวได้แล้ว ดูซิ ไม่มีสมาธิไม่เป็นอันเรียนแล้วเห็นไหม” สไบนางทำท่าจะชี้แจงแต่พูดไม่ออก “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ลุงเข้าใจความรู้สึกของบี เอางี้นะ บีเป็นลูกของไพ จะยังไงบีก็ต้องเป็นหลานของลุงอยู่ดี จักษ์สร้างบีให้เกิดมา เขารักบีมาก เลี้ยงลูกกับมือมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยทอดทิ้งบีเลย จนความตายมาพรากเขาไป”

สไบนางน้ำตาท้นขึ้นมา บารมีเองก็น้ำตารื้นขณะพูดต่อ

“ความผูกพันชนิดนี้ของจักษ์ที่มีให้บี ไม่เรียกว่าพ่อคนแล้วจะเรียกว่าอะไร...ให้สัญญากับลุงนะ ลืมมันไปเสีย ตัดเรื่องนี้ออกไปจากความคิดได้แล้ว” เมื่อสไบนางรับคำ บารมีเอ่ย “ขอให้ลุงเห็นบีต้องเสียน้ำตาเพราะเรื่องไร้สาระนี่เป็นครั้งสุดท้ายนะ”

“ค่ะคุณลุง” สไบนางรับคำโผเข้ากอดบารมีร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อนที่จะต้องไม่ร้องไห้อีก

ooooooo

ที่สนามหน้าบ้านอัคราช สามพ่อแม่ลูก คือประมุข วิจิตรา และเมธาวี นั่งทานของว่างกันอยู่ ประมุขถามเมธาวีถึงเรื่องการจดทะเบียนสมรสหลังแต่งงานว่า อุปมาได้คุยกันหรือยัง

“ยังเลยค่ะ” เมธาวีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย เมื่อประมุข เตือนว่าเรื่องนี้สำคัญทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องเสีย “คงไม่มีปัญหาอะไรมังคะ” เมธาวีตอบเลี่ยงไปอย่างไม่อยากให้เป็นประเด็นขึ้นมา

แต่ประมุขไม่ยอมหยุดเตือนว่าบารมีนั้นเขี้ยวลากดิน ถ้าไม่ยอมจดทะเบียนสมรสก็ไม่ต้องแต่ง วิจิตราก็ลุ้นให้เมธาวีคุยกับอุปมาเสียให้รู้เรื่อง เพราะพ่อกับแม่คงไม่สะดวกที่จะพูดเรื่องนี้เอง

“ไม่จดก็เท่ากับโง่ไปเป็นเมียเขาฟรีๆ แกจะไม่ได้ ส่วนแบ่งอะไรเลย” ประมุขพูดชัดๆ

“สมบัติเราก็มีเยอะแยะ เมไม่เห็นอยากจะได้ของเขาเลย”

ประมุขกับวิจิตราฟังแล้วสบตากันเล็กน้อย เมธาวีถอนใจมองไปทางหน้าบ้าน ถามอย่างตกใจว่า “ใครน่ะ” เพราะที่หน้าบ้านชันษาในสภาพหนวดเครารุงรัง เนื้อตัวทรุดโทรมมาด้อมๆมองๆอยู่

แต่พอรู้ตัวว่าข้างในเห็น ชันษาก็หลบไปทันที

ชันษากลับไปนอนเขละที่โซฟาในบ้าน แม่เขาเดินมาเห็นทนไม่ได้เรียกให้ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ บอกลูกน้ำตาท่วมว่าทนเห็นลูกในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ชันษาลุกขึ้นมาตวาดว่าทนไม่ไหวก็ไม่ต้องมอง

“ถ้าฉันไม่ใช่แม่ของแก ฉันก็ไม่อยากจะมองหรอก แกจะทำลายอนาคตตัวเองเพื่อผู้หญิงคนเดียวไปเพื่ออะไร ยังไงคุณเมเขาก็ไม่มองแกอยู่แล้ว”

ชันษาลุกพรวดขึ้นตวาดลั่น “แม่หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” ไม่เพียงเท่านั้นเขายังจับไหล่แม่เขย่า “เมรักผม เรารักกันมาก ไม่มีใครมาพรากเราสองคนไปจากกันได้ เข้าใจไหมแม่”

ชันษาผลักแม่จนล้มนั่งบนโซฟา แล้วตัวเขาเองก็วิ่งเตลิดออกจากบ้านไป ทิ้งให้แม่ร้องไห้ด้วยความเวทนาลูกชายคนเดียว...

ooooooo

ยิ่งใกล้วันแต่งงานของเมธาวี ชันษาก็ยิ่งว้าวุ่น ร้อนรน สับสน ค่ำนี้ก็มาแอบดูเมธาวีที่เดินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่สนามข้างบ้าน

ชันษาได้ยินเธอคุยกับเพื่อนเรื่องแต่งงานและเจ้าบ่าวอย่างมีความสุขก็ยิ่งทนไม่ได้ มองเธออย่างเจ็บปวด คิดจะเอาชนะให้ได้

ค่ำวันเดียวกัน บารมีก็คุยกับอุปมาถามว่าคิดอย่างไรกับเรื่องจดทะเบียนสมรส อุปมาบอกพ่อว่า อยู่กันไปสักระยะหนึ่งแล้วค่อยว่าดีกว่า บารมีติงว่าทางนั้นเขาคงไม่ยอม

อุปมาบอกพ่อว่าเมธาวียังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับตนเลยตัดบทว่าช่างเถอะไม่สำคัญอะไร

“สำหรับคนกำลังหมดตัว มันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเลยล่ะ” บารมีติง ครั้นอุปมาบ่นว่านับวันตนก็รู้สึกประมุขจุ้นจ้านมากขึ้นทุกที ตนไม่รู้จะอดทนกับเขาได้มากแค่ไหน บารมีมองหน้าไฟเขียวว่า “พ่อก็ไม่เคยให้มาร์คต้องอดทนกับคนอย่างมันนี่”
“งั้นผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่จดทะเบียนสมรสกับเม” อุปมาสีหน้าจริงจังเด็ดขาด

ooooooo

บรรยากาศภายในบริเวณบ้านอัคราชในเย็นก่อนวันงาน ถูกจัดตบแต่งอย่างสวยงาม ส่วนภายในบ้าน คุณหญิง บังอร และยายจันทร์ที่มาจากบ้านสวนเพื่อช่วยงาน ก็ช่วยกันจัดแต่งพานพุ่ม และร้อยพวงมาลัยร้อยอุบะกันคนละไม้คนละมือ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเต็มที่

ยายจันทร์เปรยๆขึ้นว่า เมธาวีแต่งออกไปก็เหลือแต่สไบนาง บังอรพูดขำๆว่า

“คุณอาทิตย์มีลุ้นที่สุดนะคะ เห็นทนกันได้”

“ถ้ายังรอไหวนะ” คุณหญิงเอ่ยขึ้นเพราะสไบนางยังต้องเรียนอีกอย่างน้อย 4 ปี

พอดีเมธาวีกับอุปมาเดินเข้ามาหลังจากไปลองชุดแต่งงานและเอากลับมาด้วย เมธาวีขอตัวเอาชุดไปเก็บ คุณหญิงจึงเรียกอุปมานั่งคุยกัน อุปมามองพวกป้าๆแล้วเอ่ยอย่างปลื้มปีติว่า ทุกคนช่วยงานนี้กันเต็มที่หมด เห็นแล้วตนก็ละอายใจ
คุณหญิงถามว่าแม่เขามาถึงหรือยัง อุปมาบอกว่าพ่อกำลังไปรับที่สนามบิน คุณหญิงเลยนึกได้บอกว่าเห็นยัยบุบบี้ไปด้วย

“ครับ เขาเป็นเงาตามตัวพ่อ เดี๋ยวนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วนะครับ” พูดแล้วดูทุกคนทำงานอย่างสนใจ “หมดรุ่นคุณย่า คงไม่มีใครมานั่งทำพานร้อยดอกไม้เองแล้วมังครับ”

“มีสิคะ คุณบีไงคะ” บังอรบอก

อุปมาหลุดขำออกมา พอคุณหญิงเหลือบมองเขายิ้มแหยๆเอ่ยขอโทษหน้าเจื่อนๆ

ooooooo

ที่ห้องคอนโดฯของอุปมา หัสดินกำลังพาคนงานไปขนของออกจากห้อง วิมาดากลับมาเจอเอ็ดตะโรถามว่ามาทำอะไรกันที่ห้อง หัสดินบอกว่า “มาร์คขอให้ผมช่วยกลับมาเก็บของทั้งหมด”

วิมาดาเหยียดยิ้มพูดเย้ยๆว่าขนาดไม่กล้ามาด้วยตัวเองเลยหรือ หัสดินบอกว่า อุปมาสั่งให้เธอเก็บเสื้อผ้าออกไปให้หมดและขอกุญแจห้องพักคืนด้วย วิมาดาโกรธจัดขว้างกุญแจใส่หน้าหัสดินแล้วเดินเข้าห้องนอน

“เดี๋ยวครับคุณวิ” หัสเดินเรียกไว้ วิมาดาตวาดแว้ดว่ามีอะไรอีกล่ะ หัสดินยื่นการ์ดแต่งงานให้ “มาร์คฝากการ์ดเชิญมาให้” วิมาดารับไปฉีกเป็นสองท่อนทิ้งทันที หัสดินมองนิ่งๆพูดเรียบๆว่า “ผมทำหน้าที่เสร็จครบถ้วนแล้ว ขอตัวกลับเลยนะครับ”

พอหัสดินไปแล้ว วิมาดาหยิบการ์ดที่ฉีกมาต่อกัน มองอย่างเจ็บแค้นวางแผนจะไปป่วนงานเอาคืน

ooooooo

คืนนี้ อุปมาและหัสดินไปปาร์ตี้สละโสดกันที่ผับแห่งหนึ่ง อุปมาสนุกสนานเต็มที่ถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนสาวๆแต่งตัวเซ็กซี่รุมกันแต๊ะอั๋งก่อนที่เพื่อนสุดหล่อจะถูกผู้หญิงอื่นฉกไป อุปมาเองก็สนุกสุดเหวี่ยงทิ้งทวน

ส่วนเมธาวีถูกคุณหญิงเรียกไปพบที่ห้องนอน มอบสร้อยเพชรของเก่าสวยงามมีราคาให้เป็นสมบัติติดตัวพร้อมคำอบรมและอวยพรให้มีความสุขมากๆขอให้มีชีวิตคู่สมบูรณ์อย่างที่วาดฝันเอาไว้

ออกจากห้องคุณหญิงแล้ว เมธาวีเคาะประตูห้องนอนของสไบนางที่เพิ่งกราบหมอนหลังสวดมนต์เสร็จ เข้ามายืนพูดอย่างไว้ตัวว่า

“ฉันอยากจะมาขอร้องเธอ พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของฉัน ฉันอยากให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด ตอนนี้ฉันมั่นใจในทุกๆอย่างแล้ว เหลือแต่ตัวเธออย่างเดียว”

พูดแล้วจ้องหน้าสไบนางก่อนย้ำหนักๆว่า “พรุ่งนี้กรุณาแต่งตัวให้เหมาะสมกับกาลเทศะด้วย ไอ้ชุดแฟนซีโลกแตกของเธอเก็บเข้าตู้ไปก่อน ถือว่าฉันขอร้องเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน” ปรามว่า “ถ้าเธอทำงานฉันมีตำหนิแม้แต่นิดเดียว ฉันจะเล่นงานเธอไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น”

สไบนางรับปากจะทำตามคำขอครั้งแรกและครั้งสุดท้าย พอเมธาวีจะเดินไป สไบนางก็ยิ้มเจ้าเล่ห์พึมพำว่าพรุ่งนี้จะแต่งชุดอะไรดีนะ แล้วก็นึกออก ยิ้มเต็มหน้าดีใจสุดๆ

“นึกออกแล้ว ใส่ชุดเจ้าสาวประชันกับพี่เมดีกว่า”

“อีเด็กบ้า” เมธาวีหันมาด่าอย่างเจ็บใจ

อารมณ์เสียจากสไบนาง เมธาวีเดินลงมาที่ห้องโถงซึ่งจัดตั้งตั่งรดน้ำสังข์ไว้พร้อมแล้ว ระหว่างนั้นเธอโทร.เช็กว่าอุปมากลับจากปาร์ตี้สละโสดแล้วหรือยัง พอรู้ว่ากลับมาแล้วก็ชมว่าขอบคุณที่ตรงเวลา กระหนาบว่านับแต่วันพรุ่งนี้เขาจะทำตัวแบบนี้ไม่ได้อีก

เมื่อเดินมาถึงตั่งรดน้ำสังข์ เมธาวีมองอย่างปลื้มปีติที่พรุ่งนี้ก็จะได้นอนหมอบบนนี้รับน้ำสังข์คู่กับอุปมาแล้ว แต่อดใจไม่ได้ลองขึ้นไปนั่งหมอบพนมมือในท่ารับน้ำสังข์ แล้วยิ้มอย่างมีความสุขกับวันสำคัญในชีวิตที่จะมาถึงวันพรุ่งนี้

ooooooo

แล้ววันสำคัญก็มาถึง เมื่อขบวนขันหมากที่หน้าบ้านไทยประยุกต์เริ่มเคลื่อนขบวนโดยมีวงดนตรีบรรเลงอย่างครื้นเครง หน้าขบวนมีขบวนกลองยาวรำกันเฉิบๆมีการถ่ายวีดิโอพร้อมเสียงพากย์อย่างสนุกสนานของหัสดิน

ขณะทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีนั่นเอง วิมาดาก็นั่งรถสปอร์ตคันหรูเข้ามาขวางขบวนแล้วลงไปหาอุปมาตาแดงก่ำ ตัดพ้อว่าทำไมทำกับตนแบบนี้ พร่ำรำพันถึงความรักที่มีต่อกัน กระทั่งโผเข้ากอดอุปมาร้องไห้คร่ำครวญ

อุปมาหน้านิ่งแววตาสะใจ แต่บารมีร้อนใจบอกลูกชายให้รีบไปเคลียร์เสียให้เรียบร้อยบ่นว่าเสียฤกษ์หมด

ที่บ้านอัคราช ก็โกลาหลกันไปหมด เมื่อเมธาวีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกคนออกตามหาไปทั่วบ้านก็ไม่เจอ ในห้องเหลือแต่ชุดแต่งงานที่แขวนไว้กับสร้อยเพชรที่คุณหญิงให้ไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็น

คุณหญิงเดาว่าเมธาวีอาจรู้ว่าตนต้องแต่งงานเพราะอะไรเลยหนีไป วิจิตราบอกว่าจะให้งานล้มไม่ได้เด็ดขาดเพราะแขกผู้ใหญ่พากันมามากมายแล้ว ผู้สื่อข่าวก็ออกันอยู่เต็มหน้าบ้าน คุณหญิงถามอย่างหงุดหงิดว่าเมื่อเจ้าสาวไม่อยู่แล้วจะให้อุปมาแต่งกับใครล่ะ

“ถ้าเราเปลี่ยนตัวเจ้าสาวตอนนี้ก็ยังทันนะครับคุณแม่” ประมุขเสนอขึ้น

ขณะที่หน้าบ้านไทยประยุกต์กำลังวุ่นวายกันอยู่นั้น บารมีก็ได้รับโทรศัพท์จากประมุขบอกให้หยุดขบวนขันหมากไว้ก่อนแล้วให้เขารีบมาที่บ้านตนเดี๋ยวนี้เลย

สไบนางเพิ่งตื่นอาบน้ำกำลังแต่งตัว พอรู้ข่าวว่าเมธาวีหายไป หยาดฝนที่มาอยู่ช่วยงานด้วยก็พลอยตึงเครียดไปด้วยบอกสไบนางว่าตอนนี้เห็นพวกผู้ใหญ่พากันเข้าไปคุยในห้องทำงานแล้ว ถามสไบนางอย่างเป็นห่วงแทนว่า

“พี่เมหายไปจริงๆเหรอบี แล้วงานแต่งวันนี้จะทำยังไงล่ะ”

สไบนางร้อนใจเปิดตู้คว้าชุดอะไรก็ไม่รู้ออกมาอย่างไม่สนใจ

ooooooo

ที่ห้องทำงานคุณหญิง บังอรกับลุงแก้วถูกเรียกมาสอบถามสภาพเมื่อคืน ลุงแก้วบอกว่าประมาณตี 4 ได้ยินเสียงรถหน้าบ้านเลยออกไปดู แต่ไม่ทันเห็นอะไร พอจะกลับก็เห็นประตูหน้าบ้านเปิดแง้มไว้คิดว่าใครคงลืมปิดเลยเดินไปปิดเสีย

หลายคนช่วยกันวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น  ถูกบารมีขัดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า แบบนี้หมายความว่าพวกอัคราชกำลังลองดีกับตนใช่ไหม

คุณหญิงจึงให้วิจิตราลงไปรับหน้าแขกที่มางานข้างล่างก่อน ส่วนพวกตนคุยกันต่ออย่างเคร่งเครียดหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้งานล้ม ไม่ให้เสียหน้า

บารมียังปักใจเชื่อว่านี่เป็นแผนการของประมุข ย่ืนคำขาดให้ประมุขต้องรับผิดชอบให้รอรับความหายนะได้เลย คุณหญิงร้อนใจถามว่าแล้วงานวันนี้จะทำยังไง ตวาดให้ประมุขหยุดทะเลาะกับบารมี ให้มาช่วยคิดหาทางแก้ปัญหาก่อน

พอดีสไบนางเข้ามาด้วยความเป็นห่วงคุณหญิง ประมุขเสนอทันทีว่าเรายังมีบีอีกคน อ้างหน้าด้านๆว่ายังไงสไบนางก็เป็นอัคราชคนหนึ่งต้องมีส่วนชดใช้เหมือนกับตน

พอสไบนางรู้ว่าประมุขจะให้ตนแต่งงานกับอุปมาแทนเมธาวี ก็โวยวายลั่นเป็นตายอย่างไรตนก็ไม่ยอมแต่งขู่ว่าถ้าบังคับกันก็จะหนีไปเลย

“ถ้าแกคิดเอาตัวรอดหนีไปแบบเมอีกคน ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่า...”

“เจ้ามุข!” คุณหญิงตวาดลั่น

“ไอ้มุข!” บารมีตะคอกอย่างรู้ทันว่าประมุขจะพูดอะไร สุดท้ายก็ยอมแพ้ประมุขขอว่า “ขอให้แกหยุดความชั่วร้ายของแกไว้แค่นี้”

สไบนางเอะอะโวยวายเป็นตายก็ไม่ยอม อุปมาช่วยกล่อมว่าก็แค่เล่นละครเท่านั้น แล้วด่ากราดว่าผู้หญิงไทยชั่วร้ายเหมือนกันหมดหาซื่อสัตย์ไม่ได้สักคน ถูกสไบนางด่าว่าเขาโง่เองต่างหาก แล้วทำไมไม่คิดว่าเมธาวีมีเหตุผลอื่น จ้องหน้าอุปมาพูดอย่างสะใจว่า


“บางทีพี่เมอาจจะตาสว่างขึ้นมาทันเวลาก็ได้ จงใจหนี เพราะไม่อยากแต่งงานกับคนอย่างนาย”

“ตกลงครับพ่อ ผมจะแต่งงานกับเด็กบ้านี่” อุปมาพูดอย่างเจ็บใจอีกว่าถือเสียว่าแต่งแก้เคล็ดล้างซวยก็แล้วกัน

คุณหญิงสั่งให้ทุกคนหยุดทะเลาะกัน แล้วมาคุยกันแบบผู้ใหญ่ใช้เหตุใช้ผลมาแก้ปัญหากัน

หลังจากเจรจาต่อรองกันอย่างตึงเครียดครู่ใหญ่ ประมุขทิ้งไม้ตายว่า ถ้าบารมีไม่ยอมรับสไบนางเป็นเจ้าสาวก็เท่ากับปฏิเสธการใช้หนี้ ยอมยกหนี้ทั้งหมดให้ตนเอง

“ขบวนขันหมากจะมาถึงหน้าบ้านแกภายใน 15 นาที” บารมีตัดสินใจประกาศกร้าว

ooooooo

สไบนางเครียดจัด คิดหาทางแก้ปัญหาให้ตัวเองหัวแทบระเบิด สุดท้ายคิดออกมาบอกทุกคนด้วยความดีใจว่า ตนแต่งงานกับอุปมาไม่ได้เพราะเป็นลูกพี่ลูกน้องใกล้ชิดกันมาก ขืนแต่งมีหวังโดนนินทาตาย

คุณหญิงเริ่มลังเล บารมีก็เครียด สุดท้ายเขายอมบอกความจริงแก่ทุกคนว่า ที่จริงแล้วศรีอำไพไม่ใช่น้องแท้ๆของอุปมา เขาเล่าว่า

พ่อกับแม่มีตนเป็นลูกชายแล้วคนหนึ่งแต่อยากได้ลูกสาวอีกคน แม่พยายามจนแท้งไป 3 คน แล้วก็ยังไม่สำเร็จ จนพ่อเทียนสงสารบอกให้พอเถอะ

แล้วคืนหนึ่งก็มีคนเอาทารกหญิงมาทิ้งไว้หน้าบ้าน พ่อกับแม่ดีใจมากแอบเลี้ยงไว้เงียบๆบอกชาวบ้านว่าเป็นลูกของตน เพราะตอนแม่แท้งก็ไม่มีใครรู้ เราสามคนพ่อแม่ลูกตั้งใจจะปิดเรื่องนี้ให้ตายไปกับตัวไม่คิดว่าวันนี้ต้องมาเปิดเผยแก่ทุกคน

กอปรกับคุณหญิงขอร้องสไบนางให้ทำเพื่อย่าสักครั้ง สุดท้ายสไบนางก็จำใจยอม

แขกที่มางานส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นเมธาวีจึงคิดว่า

สไบนางคือเมธาวี แต่หม่อมเกศและหัสดินรู้ต่างแปลกใจ แต่หม่อมเกศก็ช่วยคุมเกมประคับประคองให้งานดำเนินต่อไป

ทุกขั้นตอนของงานผ่านไปอย่างทุลักทุเล จนเมื่ออาทิตย์มางาน สไบนางลุกพรวดไปหาอาทิตย์เล่าความจริงให้เขาฟังว่าเมธาวีหายตัวไปตนจึงถูกจับมาแต่งงานแทน ทั้งขอร้องให้อาทิตย์ช่วยตามหาเมธาวีให้ด้วย

สไบนางตั้งข้อสังเกตว่าชันษาอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพราะตอนนี้ชันษาก็หายไปด้วย

“ไม่ต้องห่วงพี่จะพยายามสุดความสามารถ” อาทิตย์รับปากสไบนางแล้วรีบกลับออกไป

ฝ่ายวิมาดาก็มาป่วนที่บ้านอัคราชเช่นกัน แต่พอรู้ว่าเมธาวีหายไปและต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวมาเป็นสไบนางก็พูดเยาะเย้ยอุปมาว่าเจ้าสาวเหมาะกับเขามาก แล้วกรีดกรายกลับไปอย่างสะใจ

ooooooo

คุณหญิงเข้าไปรดน้ำสังข์ให้อุปมากับสไบนางเป็นคนแรก ขอบใจทั้งสองที่ช่วยรักษาหน้าผู้ใหญ่ไว้ ขอโทษสไบนางสัญญาว่าจะหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

บารมีปรามอุปมาว่าห้ามล่วงเกินน้องเด็ดขาดนี่คือคำสั่ง บังคับให้อุปมารับปาก เมื่ออุปมารับปากบารมีบอกสไบนางว่า “คิดซะว่านี่คือการเล่นละครฉากนึงก็แล้วกันนะหนูบี” ทั้งสัญญาว่า “ลุงจะดูแลชีวิตหนูและหาทางชดเชยความเสียหายที่เกิดกับหนูในวันนี้ให้ดีที่สุด ลุงสัญญา”

“ชีวิตบีจบแล้วล่ะค่ะลุงมี” สไบนางร้องไห้โฮออกมา ทำเอาแขกพากันตกใจ บารมีหันไปบอกแขกยิ้มๆว่าตนอวยพรซาบซึ้งใจไปหน่อยเจ้าสาวเลยร้องไห้ หยอกแขกว่าคนต่อไปก็อย่าพูดซึ้งนักเพราะเจ้าสาวค่อนข้างเซนสิทิฟ

ส่วนอุปมาก็หงุดหงิดกับสไบนาง คอยปรามคอยดุอยู่ตลอดเวลา ส่วนสไบนางก็ตาเขียวปั้ดใส่ทุกครั้งที่โดนว่า

หลังพิธีรดน้ำสังข์แล้ว สไบนางขึ้นไปพักที่ห้อง บอกคุณหญิงที่ตามขึ้นไปว่าตนไม่ยอมจดทะเบียนกับ “มัน” เด็ดขาด ตนจะรออาทิตย์ เขากำลังไปตามหาเมธาวีอยู่

ไม่ทันไร วิจิตราก็ขึ้นมาตามบอกว่าเจ้าหน้าที่เขตมาถึงแล้ว จ้องสไบนางอย่างชิงชัง ด่าว่าเป็นนักฉกฉวยโอกาสแก่งแย่งทุกอย่างไปจากเมธาวี แม้แต่วันนี้ก็แย่งตำแหน่งเจ้าสาวไป

พอคุณหญิงปรามก็กลับหาว่าคุณหญิงคอยให้ท้ายสไบนางแบบนี้แหละ แล้วด่าสไบนางต่อ

“ฉันเคยพูดผิดปากเสียเมื่อไหร่ เธอมันก็แค่นางรอง นางละครเหมือนแม่เธอ ขนาดจะมีผัวก็ยังต้องรับของรองจากที่ยัยเมเลือกแล้ว”

แต่พอถูกสไบนางตอบโต้อย่างเจ็บแสบเผ็ดร้อนก็จะเข้าไปตบ ถูกคุณหญิงเข้ามาขวางตวาดว่าอย่ามาใช้กำลังกับหลานตน แล้วจะพาสไบนางลงไป สไบนางบอกว่าตนไม่อยากจดทะเบียนกับอุปมา

“ทั้งหมดเป็นความต้องการของลุงมีของเรา ย่าช่วยอะไรไม่ได้หรอก” คุณหญิงบอกแล้วหันไปปรามวิจิตรา “สงบสติอารมณ์แล้วคิดดูให้ดีนะวิจิตรา บางทีการที่แม่เมหายไปยังงี้อาจเป็นโชคของเมก็ได้ ลืมไปแล้วหรือว่าวิธีแต่งงานวันนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร”

แล้วคุณหญิงก็พาสไบนางลงไปเพื่อจดทะเบียนสมรส  สไบนางอิดออดแต่ไม่กล้าขัดใจคุณย่า

แต่พอลงมาแล้วเป็นตายอย่างไรสไบนางก็ไม่ยอมเซ็นชื่อ ทีแรกอุปมาก็ไม่ยอมเซ็น แต่พอถูกบารมีขู่ว่าถ้าไม่ยอมจด ทะเบียนจะเตะให้รากเลือดเลย เขาเลยจับปากกาเซ็นพูดอย่างขัดใจว่า

“ผมยอมเซ็นชื่อเพราะกลัวโดนพ่อเตะ มันไม่ได้มีความหมายสำคัญอะไรกับผมเลย”

ส่วนสไบนางไม่ยอมเซ็น จนบารมีใช้ไม้ตายจับล็อกตัวแล้วให้ปั๊มหัวแม่มือท่ามกลางเสียงแผดร้องของสไบนาง... “ไม่มมมมม!!!”

ooooooo

หลังจากถูกจับพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว สไบนางขึ้นไปที่ห้องนอนพูดอย่างเจ็บใจว่าตนจะหนีอย่างเมธาวีบ้าง หยาดฝนคอยปลอบเพื่อนรักให้ใจเย็นๆ เพราะเดี๋ยวก็จะถึงเวลาส่งตัวกันแล้ว

หญิงฉัตรซึ่งรู้เรื่องดีเอาอาหารมาให้สไบนางบนห้อง เตือนสติให้รู้ว่าวันนี้เธอทำฤทธิ์เดชมากเลยรู้ไหม สไบนางย้อนถามว่าแล้วเรื่องเมธาวีหายไปมันเกี่ยวอะไรกับตน ทำไมตนต้องรับผิดชอบด้วย

“เพราะสังคมกลุ่มของเรามีเกียรติยศชื่อเสียงที่ต้องรักษาน่ะสิจ๊ะบี เหตุการณ์วันนี้ใหญ่หลวงมากไม่มีใครที่จะทำหน้าที่รักษาชื่อเสียงหน้าตาของตระกูลได้ดีเท่าบีอีกแล้ว” หญิงฉัตรเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

สไบนางเอาแต่ส่ายหน้ารับไม่ได้และไม่ยอมรับรู้ด้วย หญิงฉัตรหว่านล้อมว่า รู้ว่าเธอไม่ใช่เด็กดื้อเป็นคนยอมรับในเหตุผลแล้วรวบรัดว่า

“ตอนนี้ทุกอย่างก็ผ่านมาถึงขั้นนี้แล้ว หนูไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะ นอกจากให้ความร่วมมือ”

สไบนางย้อนถามว่าเขาส่งหญิงฉัตรมาเป็นทูตเจรจาใช่ไหม ถามว่า

“แล้วอนาคตของบีล่ะคะ ใครเคยเห็นบ้าง เคยห่วงบีไหม ทุกคนคิดเอาแต่ได้ บีตั้งใจเรียนแทบตายไปติวกับน้าฉัตรแทบทุกวัน...แต่งชุดนักศึกษาได้แค่ไม่กี่วันเอง ฮือ...ฮือ... อนาคตของบีต้องจบลงเพื่อใคร ใครมองลึกถึงความเสียหายของบีมั่ง ค่าอนาคตค่าความฝันของบี ใครหน้าไหนจะมาชดใช้ให้บีคะ”

หญิงฉัตรบอกว่าตนเข้าใจ ยอมรับว่าพูดอะไรไม่ออกนอกจากเสียใจด้วยเท่านั้นจริงๆ

“เสียใจ...ให้ความเสียใจของทุกคนรวมกันก็ไม่ได้เท่ากับครึ่งหนึ่งของบีหรอกค่ะ ความหวังความฝันของบี บีสร้างมาเองคนเดียว แต่วันนี้ หลายคนช่วยกันทำลายมันจนหมดสิ้น...ทำไมคะ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับบีด้วย...”

สไบนางร้องไห้โฮลุกไปกอดหยาดฝนไว้แน่น หยาดฝนพลอยร้องไห้ไปด้วย ส่วนหญิงฉัตรได้แต่นั่งมองสไบนางด้วยความเห็นใจ พูดอะไรไม่ออก...

ooooooo

งานส่งตัวและงานเลี้ยงที่โรงแรมในคืนนี้เป็นปัญหาที่มาจ่อให้แก้อยู่ตรงหน้าแข่งกับเวลาที่ต้องแก้ปัญหาภายในกัน

อาทิตย์กลับมาที่บ้านอัคราชด้วยสีหน้าตื่นเต้น บอกคุณหญิงว่าได้ข่าวเมธาวีแล้ว แต่พออุปมาถามว่าเมธาวีอยู่ไหน อาทิตย์ก็หน้าเครียดลง เล่าเหตุการณ์ขณะตนตามไปพบเมธาวีว่า

รถที่เมธาวีนั่งไปนั้นประสบอุบัติเหตุ เมธาวีหมดสติอยู่บนรถ ส่วนคนขับคือชันษาเสียชีวิตคาที่ จากการชันสูตรของแพทย์พบว่าเมธาวีถูกวางยาสลบแล้วลักพาตัวไป แม้ขณะเกิดอุบัติเหตุเธอก็ยังไม่รู้สึกตัว

อุปมาฟังแล้วพรวดออกจากห้องไปทันที บารมีพยายามเรียกไว้แต่ไม่สำเร็จ ส่วนวิจิตราพอได้ข่าวเมธาวีประสบอุบัติเหตุสลบไม่ได้สติ ก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายจะไปเยี่ยมถามประมุขว่าจะไปเยี่ยมลูกหรือจะอยู่เป็นสักขีพยานส่งตัวสไบนางเข้าหออีก

ประมุขขออยู่ดูลาดเลาก่อน เพราะลูกถึงมือหมอแล้วเราไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ เมื่อถูกวิจิตราด่าประมุขย้ำปรามว่า

“คุณตั้งสติให้ดีนะจิตรา เรื่องเมประสบอุบัติเหตุต้องปิดไว้เป็นความลับ เรายังไม่รู้เลยว่าไอ้ชันษาอยู่กับเมในที่เกิดเหตุได้ยังไง แค่นี้ยังอื้อฉาวไม่พอรึไง เราจะหายหน้าไปจากงานไม่ได้ เข้าใจไหม”

สไบนางแอบฟังอยู่ สงสารชันษาจนเกือบลืมเรื่องสะเทือนใจของตัวเอง

ooooooo

อุปมาหุนหันออกไปบอกบารมีว่าตนจะไปเยี่ยมเมธาวีแล้วขับรถออกไปเลย ส่วนคุณหญิงสะเทือนใจกับเรื่องที่รุมเร้าเข้ามาจนเป็นลมหมดสติ อาทิตย์ฝากคุณหญิงให้บังอรช่วยดูแลแล้วรีบกลับไปที่โรงพยาบาล
อุปมาเข้าไปเยี่ยมเมธาวีก่อนแล้ว อาทิตย์เข้ามาบอกเขาว่าเมธาวีพ้นขีดอันตรายแล้ว เตือนสติเขาว่า เวลานี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือบี แม้ร่างกายเธอจะไม่ได้รับอันตรายอะไร แต่จิตใจเธอย่ำแย่ ชีวิตเธอมีตำหนิเพราะเขา เมื่ออุปมาตวาดว่าไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า อาทิตย์โต้สวนไปว่า

“ใช่ ผมไม่รู้อะไรมาก แต่ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่ทิ้งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆให้เผชิญเรื่องร้ายๆอยู่คนเดียวเด็ดขาด”

“ห่วงกันมากเหลือเกินนะ” อุปมาประชด

“ใครจะคิดห่วงแต่ตัวเองเหมือนคุณล่ะ ยังพอมีเวลาไปเล่นละครฉากนี้ต่อไปให้จบ บีจะได้ไม่ต้องอับอายมากไปกว่านี้”

อุปมาเถียงไม่ออก หันมองเมธาวีที่ยังนอนไม่ได้สติ ถอนใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

ส่วนที่บ้านอัคราช เมื่อถึงเวลาส่งตัวแล้วเจ้าบ่าวหายไปจากงาน บารมีตัดสินใจประกาศยกเลิกพิธีส่งตัวและงานเลี้ยงฉลองสมรสคืนนี้ เอ่ยกราบขอโทษแขกที่มาในงานสำหรับความไม่เรียบร้อยทั้งหมดของงานวันนี้ ยกมือไหว้รอบทิศแล้วกลับออกไปท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรมไปหมด

สไบนางดีใจจนน้ำตาคลอกอดบังอรบอกว่าฝันร้ายของตนจบแล้ว หยาดฝนพลอยดีใจกับเพื่อนด้วย

แต่เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียว อุปมาก็กลับมาถึงที่จัดงาน บารมีถามอย่างโกรธจัดว่ากลับมาทำไมตอนนี้ อุปมาเข้าใจสถานการณ์ยกมือไหว้ขอโทษพ่อหน้าจ๋อยอย่างสำนึกผิด

บารมีจะทุบตีลูกชายก็ทำไม่ลง ได้แต่พูดตาแดงก่ำ

“โทษแกหนักมากมาร์ค ตลอดชีวิตพ่อเพิ่งได้รู้ว่าแกมันก็ไอ้คนหน้ามืดใช้อารมณ์เข้าทำลายความดีงามและความถูกต้อง แกทำให้พ่อผิดหวังมาก ทำลายน้ำใจบีอย่างไม่น่าให้อภัย แกจะกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีกทำไม”

อุปมาสารภาพว่าตนเป็นห่วงเมธาวี บารมีด่าว่า “งั้นเหรอ...วิมาดาแกลืมเขาไม่ได้ หนูเมแกก็สงสาร ดูเหมือนแกจะชอบสะสมผู้หญิงเก่าๆไว้เสียเหลือเกินนะ” พูดประชดแล้วไล่จะไปเสเพลที่ไหนก็ไปตนไม่ว่าอะไรอีกแล้วแต่ให้จำไว้ว่า “พ่อจะยึดอิสรภาพทางกฎหมายของแกเอาไว้ พ่อจะไม่ยอมให้แกหย่ากับบีเด็ดขาด”

อุปมาตกใจมาก บารมีไล่ไปให้พ้นหน้าตนแล้วเดินกลับขึ้นไปบนบ้านอัคราชสีหน้าเครียดจัด

อุปมาเดินไปที่รถตบหลังคารถปังอย่างระบายอารมณ์





เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

แบบเสื้อโปโล


เรื่องย่อ รอยมาร ตอน8 ละครช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  




***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ




ตอนที่ 8

แขกผู้มีเกียรติทยอยมางานกันหนาตาขึ้นทุกที วิจิตรากับประมุขยิ้มแย้มยินดี อุปมากับเมธาวีช่วยกันคอยรับแขก แขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามอุปมาว่า “พ่อเราล่ะ”

“จัดอะไรอยู่บนบ้านไม่ทราบครับ” อุปมาตอบพลางมองไปเห็นบารมีลงมาพอดี “ลงมาพอดีเลยครับ”

ทุกคนหันมอง บารมีลงมาในชุดกางเกงขากว้างสีกรมท่าแบบชาวสวนและเสื้อกุยเฮงสีจางๆมีผ้าขาวม้าเคียนเอว
วิจิตรา ประมุข และเมธาวีถึงกับยิ้มแห้งๆมีแววดูถูก

วิจิตราบ่นเบาๆว่าแต่งตัวอะไรของเขา เมธาวีเสริมว่าอย่างกับคนสวน ตนอายเจ้านายที่มางานด้วยจัง

“เอาน่า คนรวยทำอะไรไม่ผิดหรอก ตัวของเขาช่างเขาเถอะ เราทำตัวเราให้ดูดีก็พอแล้ว” ประมุขบอกลูกเมียทั้งที่ตัวเองก็รู้สึกเสียหน้ามาก

วิจิตราขอเลี่ยงไปทางอื่น เมธาวีขอตามไปด้วย บอกแม่ว่าตนจะไม่แนะนำใครเด็ดขาดว่าลุงเฉิ่มนี่เป็นพ่อว่าที่เจ้าบ่าวของตน ว่าแล้วสองแม่ลูกก็จูงกันเดินเลี่ยงห่างๆบารมีไป ส่วนประมุขก็ยิ้มแย้มทักทายแขกในงานไปตามประสา
พอบารมีลงมาก็เดินไปทางท่าน้ำ คุยโทรศัพท์ไปพลาง

“ไม่เป็นไร งานเล็กๆ แต่ว่างานแต่งลูกชาย ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดนะ...” พูดแล้วก็หัวเราะชอบใจ ตามองไปทางท่าน้ำ เห็นยายปลื้มกับหลานสาวตัวน้อยขึ้นท่าน้ำมาพอดี “งั้นแค่นี้ก่อนแล้วกัน ขอตัวรับแขกก่อน ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร โอเค ซียู”

พอกดตัดสายแล้วบารมีรีบไปทักยายปลื้ม เพื่อนบ้านเก่าแก่ที่ไม่เห็นกันมานับสิบปี ยายปลื้มดีใจมาก เข้ามาลูบคลำเนื้อตัวปากก็พร่ำ “พ่อมีเรอะ โธ่...พ่อมี เอ็งยังไม่ตาย เอ็งยังไม่ตายจริงๆด้วย”

ยายปลื้มเล่าชีวิตช่วงที่ขาดการติดต่อกันว่า

“ป้าย้ายไปอยู่สุพรรณ ที่ทางแถวนี้โอนให้มัน ไอ้ชาติชั่วมันขายหมด ข้าเลยไปอยู่กับลูกสาว แล้วนี่ก็หลานข้านังน้อยไหว้ปู่เอ็งซะซิ”

ยายปลื้มถามบารมีว่าหายไปไหนเสียนาน บารมีบอกว่าเรื่องมันยาว แล้วชวนเข้าไปนั่งคุยกันในบ้านดีกว่า พลางช่วยจูงยายปลื้มเดินไปทางบ้านไทยประยุกต์

พอมาถึง ยายปลื้มมองสำรวจแล้วชี้พลางบรรยาย “บ้านพ่อเอ็งปลูกตรงนี้แหละข้าจำได้...เอ็งเล่นปลูกบ้านคร่อมทับบ้านผีตายโหง เซ่นสายบอกกล่าวพ่อแม่เอ็งรึเปล่าวะ”

“บอกแล้วจ้ะป้า สวดมนต์ทุกคืน ถ้าพ่อแม่ผมต้องการชดใช้จริง ขอบันดาลให้ทุกสิ่งเป็นไป...”

“พูดอะไรของเอ็ง ข้าขนลุก ขึ้นบ้านใหม่นะโว้ย พูดจาให้เป็นมงคลหน่อย”

บารมีไม่ตอบแต่ในใจเขากำลังต่อสู้กันอย่างหนักว่าควรล้างแค้นต่อหรือหยุดเสียแค่นี้ดี...

ooooooo

ขณะอุปมาส่งแขกขึ้นไปฟังพระสวดนั้น หัสดินหน้าตาตื่นมาบอกว่า ตามหาแทบแย่ รถไฟกำลังจะชนกันแล้ว อุปมารีบตามไปที่หน้าบ้าน

ที่นั่น วิมาดายิ้มแย้มเจ้ากี้เจ้าการราวกับเป็นเจ้าของบ้าน พาพนักงานมาอวยพรขึ้นบ้านใหม่

เมธาวีอยู่กับวิจิตราเห็นทางหน้าบ้านเต็มตา เธอชะงักมองอย่างจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือวิมาดา

ขณะนั้นเอง อุปมาก็ตามหัสดินมาถึง พนักงานทุกคนพากันยกมือไหว้ วิมาดาเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้นว่า

“พวกเรารวมตัวกันมาช่วยงานคุณมาร์คค่ะ”

หัสดินรู้สถานการณ์ เชิญชวนพวกพนักงานเลี่ยงไปทางหนึ่ง อุปมาจึงเรียกวิมาดาไปคุยอีกทางหนึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาของเมธาวี เธอบอกวิจิตราว่าเดี๋ยวมานะคะ แล้วลุกเดินเร็วๆไปเลย

อุปมาพาวิมาดาไปคุยกันที่มุมลับตา เขาขึงขังกับเธอว่า สั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาที่นี่ วิมาดาอ้างว่าพวกน้องๆอยากมาช่วยงาน

“โกหก! พนักงานทุกคนรู้จักนิสัยผมดี ถ้าผมไม่สั่งหรือขอให้ช่วย พวกเขาจะไม่ยุ่ง นอกจากจะมีคนเจ้ากี้เจ้าการ”


ถูกว่าแรงๆเข้า วิมาดาก็ถามเสียงแข็งว่าแล้วจะเอายังไงตนทำผิดมหันต์ใช่ไหม จะไล่ตนออกเลยหรือเปล่าล่ะ อุปมาจ้องเขม็งปรามว่าอย่ามาท้ากันแบบนี้ แล้วบอกให้เธอกลับไปเสีย

วิมาดาไม่ยอมกลับ ถามเย้ยหยันว่า “ทำไมคะ คุณจะชวนสาวๆคนไหนมาเปิดตัวงานนี้เหรอคะ คงจะเป็นยัยเมธาวีอะไรนั่นล่ะสิ”

“ผมจะเปิดตัวหรือปิดตัวใครมันก็เรื่องของผม วิไม่อยากกลับก็ได้ แต่อย่าสร้างปัญหาเดือดร้อนให้ผมก็แล้วกัน ผมให้โอกาสคุณแก้ตัวอยู่ ถ้าฟางเส้นสุดท้ายขาด ทุกอย่างจบ คุณก็รู้ดีว่าผมเป็นคนเด็ดขาดแค่ไหน” พูดแล้วผละไปเลย

วิมาดามองตามอุปมาไปอย่างหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียด

เมื่ออุปมาไปแล้ว เมธาวีจึงค่อยๆถอยออกมาแล้วเดินกลับไปทางเรือนไทยประยุกต์ วิมาดาเหลือบเห็นเข้าพอดี จ้องเขม็งอย่างจำได้ แล้วเดินตามไปติดๆ

ooooooo

วิมาดาตามเมธาวีไปจนถึงท่าน้ำก็เข้าไปทักทาย พูดเหน็บว่าไม่ยักรู้ว่าอุปมาเชิญเธอมาด้วย สงสัยว่างานนี้ผู้หญิงของเขาคงเดินเพ่นพ่านเต็มงานไปหมด

เมธาวีพูดอย่างไว้ตัวว่าอุปมาไม่ได้เชิญ แต่ตนมาตามหน้าที่คู่หมั้น แล้วกรีดนิ้วโชว์แหวนหมั้นให้ดูทำเอาวิมาดาที่ทำกร่างแต่แรกถึงกับหน้าเหวอ เมธาวีพูดหน้านิ่งๆว่า

“เราหมั้นกันเป็นการภายในเมื่อตอนวันเกิดคุณย่า งานแต่งจะจัดปลายเดือนหน้า ถ้าไม่รู้สึกอึดอัดอยากจะไปเดินเพ่นพ่านงานนั้นด้วยก็ได้นะคะ”

วิมาดาก็ใช่ย่อย สวนไปทันทีว่า ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่อย่างตนก็ขอแสดงความยินดีกับรุ่นน้องอย่างเธอด้วยก็แล้วกัน พลางยื่นมือไปจะเช็กแฮนด์ เมธาวีไม่เล่นด้วยจะเดินเลี่ยงไป แต่ต้องหยุดเมื่อวิมาดาพูดขึ้นว่า

“ฉันกับมาร์คคบกันได้ประมาณปีนึง งานทำให้ฉันกับมาร์คต้องจากกัน ฉันคืออดีตของมาร์ค เขารักฉันมาก มาร์คบอกว่าฉันคือรักแรกของเขา” พูดแล้วทำเสียงขำๆ “ฉันไม่อยากเชื่อแต่ก็ชื่นใจบอกไม่ถูก เฮ้อ...ฉันอาจจะคิดผิดที่เลือกงาน แทนที่จะเลือกคนที่รักฉันอย่างมาร์ค”

“อดีตของมาร์คกับใครต่อใครฉันไม่สน เพราะมันคืออดีต” เมธาวีจะเดินเลี่ยงไปอีก ถูกวิมาดากระชากแขนไว้ดึงให้หันหน้ามาทางตน พูดอย่างท้าทายว่า


เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  

ละคร รอยมาร อันดับ1 ขึ้นแท่นละคร ยอดนิยมช่อง3

แค่ออนแอร์ ละคร รอยมาร  เรทติ่ง ก็กระฉูด นำโด่ง เนื้อเรืองดี คนแสดงก็สวยหล่อ กันทั้งคู่ การันตรี ดังแน่นอน
เรืองย่อ ละคร รอยมาร 

เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ

ชุดเริ่มต้นสกรีนเสื้อ (อุปกรณ์เริ่มต้น ) 0802591675


ชุดเริ่มต้นงานสกรีนเสื้อ ป่อง 0802591675 ( เหมาะสำหรับผู้คิดเริ่มต้นอาชีพสกรีนเสื้อ )
1 ตู้ไฟบล็อคสกรีน                                                                        2500 บาท                   
2 สีจมสกรีนเสื้อ แม่สี ดำ ขาว เหลือง น้ำเงิน แดง 5กระป๋องๆละ 200  รวม 1000  บาท
3.แม็กยิงผ้าขึงบล็คสกรีน                                                                1000 บาท  
4.ผ้าขึงบล็อค 2 เมตร                                                                      300  บาท
                                                                 

5.ยางปาดสี                                                                                      50 บาท
6กระบอกฉีดบล็อก                                                                           150 บาท
7.บล็อคเปล่า.                                                                                  200 บาท
8.กาวอัดบล็อค                                                                                200 บาท      
9.น้ำยาเคลือบบล็อค                                                                         200 บาท                
10.กาวทาโต๊ะ                                                                                  200 บาท                                                                          
ค่าสอนการทำบล็อคสกรีน                                                                 1500บาท                       

                                                                  รวมราคา7000 บาท
สั้งชุดเริ่มต้นน ไม่รวมค่าจัดส่ง...สนใจโทร 0802591675