Tuesday, October 11, 2011

เรื่ิองย่อ รอยมาร ตอน13 ละครช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

ตอนที่ 13

การตายของประมุข เป็นไปดังที่คุณหญิงได้คาดหวังกับสไบนางว่า บุญคุณความแค้นทั้งหมดจะจบไปพร้อมกับความตายของเขา แล้วบอกสไบนางว่า ถามเรื่องหย่าให้แล้ว บารมีบอกว่ารอความเหมาะสม ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

คุณหญิงบอกว่าถ้าหย่าเรียบร้อยแล้วจะไปเรียนต่อเมืองนอกหรือจะเรียนต่อเมืองไทยก็สุดแล้วแต่สไบนางจะตัดสินใจเอง เธอบอกว่าอยากไปเรียนต่อเมืองนอกจะได้พ้นเรื่องบ้าๆนี่เสียที แต่ก็เป็นห่วงคุณย่า ไม่อยากทิ้งย่าไว้คนเดียว

“ไม่ต้องห่วงย่าหรอก ย่ามันคนบาปหนา ตายยาก ไปเรียนแค่ไม่กี่ปีเอง ย่าอยู่รอเรากลับมาอยู่แล้วล่ะ” พูดแล้วกอดสไบนางไว้ปลอบ “ฝันร้ายกำลังจะผ่านพ้นไปแล้วนะลูก ลืมมันไปเสียให้หมด บีของย่ามีอนาคตสดใสรออยู่นะลูกนะ”

“ค่ะคุณย่า...บีต้องลืมฝันร้ายครั้งนี้ให้ได้ บีจะไม่จดจำอะไรให้ติดค้างใจบีอีกเลย” สไบนางน้ำตารื้น กอดย่าไว้ คุณหญิงได้แต่ลูบหัวหลานสาวด้วยความรักและเป็นห่วง

ฝ่ายอุปมา หลังจากคุยกับบารมีแล้ว ก็ครุ่นคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เริ่มรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่เป็นเหมือนคู่กัดกับสไบนางที่ผ่านมานั้น มีความสุขแฝงอยู่จนรู้สึกว่าชีวิตขาดหายบางอย่างไป เมื่อไม่ได้เจอะเจอหรือจิกกัดกับสไบนาง

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง สไบนางตื่นเต้นสุดๆ เมื่อเห็นทศวรรษกลับมาแล้ว เธอโผเข้ากอดเขาร้องไห้ด้วยความดีใจ

เมื่อไปพบคุณหญิงที่โถงบ้าน คุณหญิงบอกว่ากลับมาทันงานศพพ่อก็ดีแล้ว ถึงไม่ใช่พ่อแท้ๆ เขาก็มีบุญคุณกับตัวเอง ก่อนที่คุณหญิงจะเล่าบางเรื่องที่ไม่เคยเปิดเผยแก่ทศวรรษ ได้บอกให้สไบนางออกไปก่อน

สิ่งที่ทศวรรษไม่เคยรู้เลยคือ เขาเป็นลูกของขัตติยาที่เกิดกับบารมี ไม่ใช่ประมุข คุณหญิงเล่าว่าเวลานั้น บารมีมีความจำเป็นจึงต้องหนีหายไป ทั้งที่รู้ว่าขัตติยาคู่หมั้นของตนกำลังตั้งท้อง

“เรื่องของผู้ใหญ่ครับคุณย่า อะไรลืมได้ผมก็อยากลืมให้หมด แล้วตั้งต้นใหม่  ที่ผมอยากพบ...คุณบารมี ก็เรื่องบ้านอัคราช ผมอยากไถ่ถอนคืนให้คุณย่าครับ คุณย่าคนเดียวเท่านั้นที่เป็นทั้งแม่ทั้งพ่อ ที่ผลักดันให้ผมได้เป็นอย่างทุกวันนี้ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเอาบ้านอัคราชคืนมาให้ได้ครับคุณย่า”

คุณหญิงชมว่า เขาถอดแบบมาจากบารมีทุกอย่าง เป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณ มีความรับผิดชอบ แยกถูกผิดเป็น ตนอิจฉาพวกบุญอนันต์จริงๆ

ทศวรรษปลอบย่า แล้วขอให้ช่วยพาตนไปพบบารมีเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม

เมื่อไปพบบารมีที่บ้านไทยประยุกต์ พ่อลูกคุยกันอย่างเข้าใจ แล้วทศวรรษจึงเอ่ยปากขอซื้อบ้านอัคราชคืนให้คุณย่า บารมีไม่ยอมขาย ทั้งยังบอกว่าทั้งชาติทศวรรษก็หาเงินได้ไม่พอซื้อบ้านคืนหรอก

ทศวรรษต่อรองว่าขอผ่อนเป็นงวดๆ  บารมีก็ไม่ยอมอีก ทำท่าขึงขังจนทศวรรษถามว่า ความแค้นของเขายังไม่หมดหรือ

“หมดแล้ว บุญคุณความแค้นทั้งหมดพ่อปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับประมุขแล้ว แต่ที่พ่อยกให้ทศไม่ได้ ไม่ว่าจะขอซื้อต่อด้วยราคาแพงแค่ไหน ก็เพราะพ่อยกบ้านอัคราชคืนคุณย่าทศไปแล้วน่ะสิ”

แล้วบารมีก็ชี้แจงว่า ตนได้เอากุญแจบ้านให้อุปมาเอามามอบให้คุณหญิงแล้วและไม่คิดจะเอากุญแจคืน คุณหญิงฟังแล้วนิ่งอึ้ง ทศวรรษยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“คุณน้ามีบุญคุณกับผมท่วมท้น เป็นแม่ของเพื่อนรัก เป็นที่รับฝากน้องสาวและคู่หมั้นที่มีลูกผมติดท้องไปด้วย เป็นคุณย่าที่รักของหลานสาวคนเดียวของผม ถ้ามีอะไรที่ผมจะทำเพื่อคุณน้าได้ มีหรือครับที่ผมจะไม่ทำ”

ทั้งคุณหญิงและทศวรรษ ต่างขอบคุณบารมีน้ำตาคลอ บารมีเองก็ยิ้มอย่างสบายใจที่หมดเรื่องติดค้างคาให้ทุกข์ทรมานใจอีกต่อไป

ooooooo

คุณหญิง ทศวรรษ สไบนาง พากันไปที่บ้านไทยประยุกต์ ทศวรรษกับอุปมาเจอกันเป็นครั้งแรกนับญาติกันด้วยความดีใจ ทศวรรษรับไหว้อุปมาพูดด้วยความดีใจว่า ยินดีที่ได้มีน้องชายเพิ่มอีกคน เมื่อบารมีมาสมทบ จึงบอกทุกคนว่า

“ลูกหลานบุญอนันต์ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเสียที เสร็จเรื่องงานศพประมุขเราจะได้ฉลองใหญ่กัน”

“งั้นก็รอเลี้ยงทีเดียวหลังงานแต่งมาร์คกับเมก็ได้ครับ” ทศวรรษเสนอ คุณหญิงยิ้มเห็นด้วย แต่อุปมา สไบนาง และบารมีต่างทำหน้านิ่ง คุณหญิงพูดต่ออย่างอารมณ์ดีว่า

“เสร็จงานเผาศพประมุข พ่อมีก็นัดวันจดทะเบียนหย่าให้มาร์คกับบีซะเลยนะ ทุกอย่างจะได้เข้าที่เข้าทางซะที”

“ครับคุณน้า” บารมีรับคำขรึมๆ อุปมากับสไบนางสบตากันโดยไม่ตั้งใจแล้วต่างก็เบือนสายตาไปทางอื่นทันที

ooooooo

ธนูถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เขาไปหาวิมาดาที่คอนโดฯบอกว่ายังไงตนก็ไม่ยอมหย่ากับสายทิพย์เพราะสงสารลูกไม่อยากให้เป็นเด็กกำพร้า วิมาดารีบสนับสนุนอ้างว่า สงสารหลาน

แต่พอเธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ก็พึมพำกับตัวเองว่า “หย่ากันฉันก็ซวยน่ะสิ”

จนวันนี้ ธนูตามหาจนเจอสายทิพย์ที่ฮัทริมแคว กิจการของที่นี่กำลังไปได้ดี ช่วงนี้มีแขกจองห้องพักเต็มหมดจนสายทิพย์บอกกับพนักงานคนสนิทว่า แบบนี้ค่อยคุ้มหน่อยที่ลาออกจากงานมาทำรีสอร์ตเต็มตัว

พลันเธอก็ชะงักเมื่อเห็นธนูเดินยิ้มกริ่มเข้ามา พยายามตั้งสติทำใจดีสู้เสือ พอเจอหน้ากันธนูก็ตัดพ้อว่ารู้ไหมว่ายากแค่ไหนกว่าจะตามหาเธอเจอ แล้วรำพันความคิดถึงเธอกับลูกจนน่าเห็นใจ

แต่สายทิพย์ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วยืนยันว่าตนต้องการหย่าให้เร็วที่สุด ทำเอาธนูอ้อนไม่ออกอีกเลย

ooooooo

วิมาดาถือโอกาสเอาเรื่องที่สายทิพย์ขอหย่ากับธนูไปหาอุปมา บีบน้ำตาเล่าว่าตนเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้ครอบครัวเขามีปัญหา เมธาวีแอบฟังอยู่เปิดประตูเข้ามาสวนไปทันทีว่า “งั้นก็ควรอยู่ห่างๆว่าที่สามีฉันเสีย”

อุปมาดีใจที่เมธาวีเข้ามาแก้สถานการณ์ให้ตนได้ทัน เมธาวีกรีดกรายเข้ามาขอโทษวิมาดาที่ตนแอบฟังมานาน

แล้วเข้าควงอุปมาบอกวิมาดาว่า

“แฟนใคร ใครก็รัก ขอให้เธอทำความเข้าใจซะด้วย ฉันแต่งงานกับมาร์คเพื่อเป็นภรรยาคนเดียวไม่ได้แต่งเพื่อเป็นเมียหลวง เพราะฉะนั้นที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอ”

วิมาดาสะกดอารมณ์เต็มที่ ทำเป็นยิ้มหยันบอกเมธาวีว่า “รอให้มาร์คยอมกลับไปแต่งงานกับเธอเสียก่อนเถอะ ค่อยมาบอกฉัน” พูดแล้วหัวเราะขำๆก่อนกรีดกรายออกไป

เมธาวีเก็บกลั้นอารมณ์เต็มที่ ถามอุปมาว่าพ่อเขากำหนดวันรึยังว่าจะไปหย่ากับสไบนางวันไหน อุปมาอึกอักพลางส่ายหน้า เมธาวีสะบัดออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย อุปมารีบตามไปอย่างเสียไม่ได้

ฝ่ายคุณหญิงก็เกริ่นๆเปรยๆกับสไบนางหลายครั้งว่า เสร็จงานศพประมุขก็น่าจะหย่ากับอุปมาได้ ฟังทีไรสไบนางก็ได้แต่นิ่งเงียบทั้งที่ในใจนั้นว้าวุ่นพิกล

ooooooo

หัสดินกับหยาดฝนที่มองออกว่าสไบนางกับอุปมามีใจให้กันแต่ต่างก็วางฟอร์มสงวนท่าที ทั้งสองตกลงกันว่าเราต้องช่วยให้เพื่อนสมหวังแทนที่จะนั่งดูเฉยๆอย่างนี้

ดังนั้น วันนี้ทั้งสองจึงวางแผนกันทั้งที่กลัวๆกล้าๆว่า ถ้าแผนแตกมีหวังโดนสไบนางซ้อมแน่ๆ หัสดินปลอบใจให้กำลังใจกันว่า

“เราจริงใจกับเพื่อนซะอย่างจะกลัวอะไร นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว ถ้าสิ่งที่เรารู้สึกมันจริง เราจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลังว่ามีโอกาสแล้วไม่ยอมช่วยเพื่อน”

ในที่สุดตกลงทำตามแผน โดยเร่งลงมือเย็นนี้เลย

ตกเย็น หัสดินก็ไปหาอุปมาที่ห้องทำงานทำเป็นกลุ้มอกกลุ้มใจอ่อยจนอุปมาอยากรู้จึงเล่า หยาดฝนเล่าให้ฟังว่าสไบนางบอกว่ารู้สึกแปลกๆเมื่ออยู่กับเขา อุปมาถามอย่างตื่นเต้นว่าแปลว่าสไบนางแอบชอบตนงั้นหรือ แล้วทำเป็นฟอร์มว่าเด็กเพี้ยน แล้วไปนั่งอารมณ์ดี หัสดินดูออกเลยเข้าไปรุกอีกก้าวหนึ่งว่า


“บีเขาอยากชวนแกไปกินข้าวเย็นด้วยกันมื้อสุดท้ายก่อนหย่า เห็นว่าอยากจะขอโทษเรื่องทำตัวแย่ๆด้วย” เห็นอุปมายิ้มสนใจ หัสดินทำเป็นนึกชื่อร้านแล้วบอกว่า ร้านที่ปากซอยนี่แหละ สไบนางจะไปรอเขาที่นั่นหนึ่งทุ่มตรง แต่ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรตนจะโทร.บอกฝนให้เอง

อุปมาทำเป็นลังเล หัสดินเลยแกล้งทำเป็นจะโทร.บอกหยาดฝน

“จะใจร้อนไปไหน ขอคิดก่อนสิวะ กลัวพ่อด่า” อุปมาใช้มุกเดิมแล้วตัดบท “แกจะไปซื้ออะไรก็รีบไปฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะแยะ”

ฝ่ายหยาดฝนก็เล่นมุกเดียวกัน ไปคุยกับสไบนาง แล้วทำเป็นถามว่าอุปมาเคยแสดงท่าทีแปลกๆกับเธอไหม สไบนางทำเป็นไม่สนใจรีบเก็บเสื้อผ้ากลัวอุปมากลับมาเจอ ตนเบื่อหน้าเต็มทีแล้ว

หยาดฝนบอกว่าวันนี้เขาคงไม่กลับเร็ว เพราะเขาฝากหัสดินให้ตนมาบอกเธอว่าอยากนัดทานข้าวด้วยเป็นมือสุดท้ายเพื่อขอโทษเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดก่อนที่จะต้องหย่ากัน แล้วบอกชื่อร้านและเวลานัด

พูดแล้วเหล่ๆดูใจเพื่อน พูดตัดบทอย่างเร่งรัดว่า

“ถ้าเธอไม่ชอบเขาไม่แคร์อะไรก็ไม่ต้องไป เดี๋ยวหย่าๆกันไปก็จบ ลืมกันไปเองแหละ”

พูดแล้วแอบสังเกตอีก เห็นสไบนางตั้งหน้าตั้งตาพับผ้าแต่แอบไตร่ตรองว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี

ooooooo

เมื่อใกล้เวลานัด อุปมาไปถึงร้านอาหารก่อนกวาดตามองไปรอบร้านยังไม่เห็นสไบนาง กลัวเสียหน้าเดี๋ยวจะคิดว่าตนอยากมามาก เลยเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำก่อน

ฝ่ายสไบนางก็มาถึงแล้วเช่นกัน โดยลุงแก้วขับรถมาส่ง เมื่อหยาดฝนกับหัสดินติดต่อกัน รู้ว่าทั้งสองคนมาถึงร้านอาหารตามนัดแล้ว หัสดินเดินมาพบหยาดฝนที่ลาดจอดรถ ทำกรุ้มกริ่มชวน

“เราทำหน้าที่เพื่อนที่ดีเสร็จแล้ว ไปทำหน้าที่แฟนกันเถอะ หิวแล้ว”

หยาดฝนยิ้มเขินๆ เดินไปบอกลุงแก้วให้กลับไปก่อน แล้วเดินกลับมาหาหัสดิน

สไบนางเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำก่อนเช่นกัน พอออกมาต่างก็เห็นกัน แล้วต่างก็ดีดตัวหลบอย่างเร็ว ต่างคิดเข้าข้างตัวเองว่าอีกฝ่ายคงไม่เห็นตน

สไบนางแกล้งโทร.เข้ามือถืออุปมาถามว่าอยู่ไหนแล้ว ฝ่ายนั้นบอกว่ายังไม่ถึงเลย สไบนางเลยบอกว่าตนก็ยังมาไม่ถึงเหมือนกัน ทั้งยังบอกว่าช้าหน่อยนะด้วย

สไบนางถ่วงเวลาจนเลยไปเกือบครึ่งชั่วโมง จึงทำทีเดินเข้าไป เห็นอุปมายกเมนูบังหน้าอยู่ เธอปั้นหน้านิ่งเดินเข้าไปถามว่า รอนานไหม อุปมาตอบหน้านิ่งพอกันว่า “มาช้าอีกนิดก็ถือว่าเสียมารยาท”

สไบนางเข้าไปนั่ง ต่างไม่กล้าสบตากันกลัวหลุดเขินออกมา เพราะต่างก็คิดว่าอีกฝ่ายชอบตัวเองอยู่และเป็นคนนัดมาเจอกัน เลยแก้เกี้ยวด้วยการหยิบเมนูขึ้นกางบังหน้าตั้งหลัก ทำเป็นตั้งอกตั้งใจเลือกอาหาร

บังเอิญจริงๆที่เมธาวีขับรถผ่านหน้าร้าน เห็นรถอุปมาจอดอยู่ เอะใจเลยแฉลบเข้าไปจอดแอบดูที่หน้าร้าน เห็นอุปมานั่งอยู่กับสไบนางต่างมีท่าทีเคอะๆเขินๆเธอโกรธจี๊ด แต่ยังแอบดูต่อ

อุปมากับสไบนางต่างเคอะเขินและวางฟอร์มเพราะถือว่าอีกฝ่ายชอบตนและเป็นฝ่ายนัดมา อึดอัดกันอยู่นาน อุปมาเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่า มีอะไรให้พูดมา สไบนางมองงงๆ เขาเลยตัดบทว่า

“โอเค ฉันสุภาพบุรุษพูดก่อนก็ได้ ฉันต้องขอบใจเธอมาก ที่ยอมเสียชื่อเพื่อรักษาหน้าตาของผู้ใหญ่เอาไว้”

สไบนางผิดหวังอย่างมากเพราะนึกว่าเขาจะสารภาพรัก เลยทำปึ่งบอกว่านั่นเป็นหน้าที่ของลูกหลานที่ต้องทำเพื่อทดแทนบุญคุณอยู่แล้ว เรื่องเล็ก

“ฉันเสียใจนะ ที่เคยทำอะไรหักหาญน้ำใจเธอมาตลอด นับตั้งแต่วันที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านฉันเลย...ฉันขอโทษเธอจากใจจริง”

เมธาวีโกรธจนแทบจะทนดูต่อไปไม่ได้ พอดีบริกรเข้ามาถามว่าจองโต๊ะไว้แล้วหรือยัง เธอไม่ตอบรีบเดินออกไปทันที

พอออกมาถึงหน้าร้าน เธอโทรศัพท์บอกวิจิตราให้ไปพบบารมีกับตนบังคับอุปมาให้ไปหย่ากับสไบนางพรุ่งนี้ให้ได้ วิจิตราบอกว่าตนไม่กล้า

“คุณแม่ต้องกล้า ถ้าไม่อยากให้นังบีเป็นเมียของมาร์คจริงๆแทนเม...ยังไงพรุ่งนี้คุณแม่ต้องทำให้มาร์คหย่ากับนังบีให้ได้ เข้าใจไหมคะ” พูดจบก็ตัดสายทันที ขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  


เรื่ิองย่อ รอยมารตอน12ละคร ช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

ตอนที่ 12

เหตุการณ์​ใน​เวลา​นั้น​คือ...ศรี​อำไพ​โต้เถียง​กับ​ประมุข​ที่​สวน​ผล​ไม้ เพราะ​ประมุข​ต้องการ​อุ้ม​สไบ​นาง​ที่​เป็น​ลูก​ของ​ตน แต่​ศรี​อำไพ​ไม่​ยอม​ให้​อุ้ม ทั้ง​ยัง​ปฏิเสธ​ความ​เป็น​พ่อ​ของ​เขา

ประมุข​ต่อ​รอง​ขอ​อุ้ม​ใน​ฐานะ​ลุง เธอ​ก็​ไม่​ยอม สวน​ไป​อย่าง​กราดเกรี้ยว​ว่า

“ไม่​ค่ะ คุณ​ไม่​มี​สิทธิ์​แตะต้อง​ตัว​บี มือ​ฆาต​ก​รอ​ย่าง​คุณ​ไม่​สมควร​ถูก​เนื้อ​ต้อง​ตัว​เด็ก​บริสุทธิ์​อย่าง​บี”

ประมุข​โกรธ​ขึ้น​มา   ถาม​ว่า​เธอ​จะ​ใจร้าย​กับ​ตน​ไป​ถึง​ไหน ถูก​ศรี​อำไพ​สวน​ไป​ทันควัน​ว่า

“ฉัน​ไม่​แจ้งความ​เอา​คุณ​เข้า​คุก​ที่...” เธอ​หยุด​กึก ไม่ทัน​เอ่ย​คำ​ที่​เป็น​ตราบาป เป็น​บาดแผล​ใน​ชีวิต​ของ​ตน​และ​ลูก​ออก​ไป ก็​ถูก​ประมุข​พรวด​เข้า​มา​เอา​มือ​ปิดปากไว้ ถาม​เสียง​ลอด​ไรฟัน​อย่าง​ไม่​พอใจ​ว่า

“เธอ​จะ​รื้อฟื้น​ทำไม เดี๋ยว​ใคร​ก็​มา​ได้ยิน​เข้า​หรอก”

ศรี​อำไพ​ดิ้น​สุด​แรง​แต่​ถูก​ประมุข​กอด​รัด​ไว้​แน่น​มาก​สู้​แรง​เขา​ไม่ได้ และ​ที่​มุม​หนึ่ง คน​งาน​ได้ยิน​เสียง​และ​ได้​เห็น​ทั้ง​สอง​กำลัง​กอด​รัด​ดิ้นรน​กัน​อยู่​ก็​ตกใจ แอบ​ดูใจ​ระทึก

ครู่​เดียว เมื่อ​ศรี​อำไพ​สู้​แรง​ประมุข​ไม่ได้ เธอ​กัด​มือ​เขา​จน​ต้อง​ปล่อย พอ​เป็น​อิสระ ศรี​อำไพ​ตบ​หน้า​เขา​ฉาด​ใหญ่ จ้อง​หน้า​พูด​อย่าง​เกลียด​ชัง​ว่า

“อย่า​มา​แตะต้อง​บี​เป็นอันขาด ไม่​ยัง​งั้น​ฉัน​จะ​หนี​ไป​ให้​ไกล​ที่สุด คุณ​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​เห็น​หน้า​บี​อีก​เลย​ตลอด​ชีวิต”

พูด​แล้ว​ศรี​อำไพ​วิ่ง​หนี​ไป​สุด​ชีวิต ประมุข​ไล่​ตาม​พลาง​ร้อง​เรียก ส่วน​คน​งาน​ตกใจ​มาก​วิ่ง​กลับ​ไป​ทาง​บ้าน​สวน​ทันที

ศรี​อำไพ​ปลด​เชือก​เรือ​ที่​ผูก​อยู่​ท่า​น้ำ​ลง​เรือ​พาย​ออก​ไป เพราะ​พาย​เรือ​ไม่​เป็น​จึง​เก้ๆกังๆประมุข​มา​ตะโกน​เรียก​ให้​กลับ​มา ร้อง​เตือน​อย่าง​เป็น​ห่วง​ว่า

“เธอ​พาย​เรือ​ไม่​เก่ง ว่ายน้ำ​ก็​ไม่​แข็ง​นะ​ไพ กลับ​เข้า​มา​เถอะ”

แต่​ศรี​อำไพ​ไม่​สนใจ พาย​เรือ​หนี เหมือน​จะ​ยอม​ไป​ตาย​เอา​ดาบ​หน้า

คน​งาน​วิ่ง​กลับ​ไป​ตะโกน​เรียก​ประจักษ์​ที่​บ้าน​สวน

“คุณ​จัก​ษ์​ครับ...คุณ​จัก​ษ์​ครับ...คุณ​จัก​ษณ์​ไป​ช่วย​คุณ​ไพ​ด้วย​ครับ...คุณ​จัก​ษ์​ครับ...คุณ​จัก​ษ์...” คน​งาน​วิ่ง​ตาม​หา​ประจักษ์ ร้อง​เรียก​อย่าง​ร้อน​ใจ

ooooooo

ประมุข​ให้​คน​งาน​พาย​เรือ​ตาม​เรือ​ศรี​อำไพ​ไป ครู่​ใหญ่​คน​งาน​ก็​ชี้​ให้​ดู​บอก​ว่า​มี​เรือ​ล่ม​ข้าง​หน้า ประมุข​ตกใจ​สุดขีด มอง​ไป​ใน​น้ำ​เห็น​รองเท้า​ของ​ศรี​อำไพ​ลอย​มา เขา​ตะโกน​ลั่น

“ไพ...​พวก​แก​ดำ​น้ำ​ลง​ไป​ช่วย​คุณ​ไพ​เร็วๆเข้า”

พวก​ลูกน้อง​พา​กัน​กระโดด​ลง​น้ำ​ไป​ช่วย​งม​ศรี​อำไพ ประมุข​นั่ง​อยู่​ใน​เรือ พนม​มือ​ขอ​ให้​คุณ​พระ​ช่วย​ศรี​อำไพ​ด้วย​เถิด...

ไม่​นาน ลูกน้อง​ก็​อุ้ม​ร่าง​ศรี​อำไพ​ขึ้น​มา​จาก​น้ำ ประจักษ์​มา​ถึง​วิ่ง​พรวดพราด​เข้าไป​อุ้ม​ร่าง​ไร้​วิญญาณ​ของ​ศรี​อำไพ​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ปิ่ม​ว่า​จะ​ขาดใจ​ตาย​ตาม

“มัน​เป็น​อุบัติเหตุ​จริงๆจัก​ษ์ พี่​สาบาน​ได้ ให้​พี่​ตาย​ตาม​ไพ​ไป​ก็ได้” ประมุข​ละล่ำละลัก​บอก

“พี่​ไม่​ต้อง​พูด พี่​ฆ่า​ไพ พี่​ฆ่า​เมีย​ผม พี่​มัน​ฆาตกร​เลือดเย็น” ประจักษ์​ตวาด ตา​แดง​ก่ำ เมื่อ​ประมุข​ยืนยัน​ว่า​เป็น​ อุบัติเหตุ​จริงๆ ตน​ไม่ได้​ฆ่า​ศรี​อำไพ ประจักษ์​วาง​ร่าง​ศรี​อำไพ​ลงโถม​เข้าหา​ประมุข ระเบิด​อารมณ์​ใส่

“ไอ้​สัตว์​นรก มึง​ไม่​ใช่​พี่​กู ไอ้​คน​บาป กู​ขอ​สาปแช่ง​มึง​ให้​ตก​นรก​ทั้ง​เป็น ให้​มึง​พลัดพราก​จาก​สิ่ง​ที่รัก ให้​มึง​ฉิบหาย​วายวอด ให้​มึง​พบ​แต่​ความ​ลำบาก​ทั้ง​ชีวิต กรรม​ใด​ที่​มึง​ก่อ​ไว้ ขอ​ให้​สนอง​มึง​ทันตาเห็น!”

นั่นคือคำสาปแช่งของประจักษ์ เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบปี...วันนี้ ประมุขบอกคุณหญิงน้ำตาไหลเป็นทางว่า “มันเป็นอุบัติเหตุ ผมฆ่าไพไม่ได้...อีกไม่นาน ผมจะได้พบกับไพแล้ว” เขาจับมือคุณหญิงไว้บอกผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงและแววตาอ้อนวอนว่า “ผมอยากเจอบีจริงๆ นะครับคุณแม่ ผมอยากบอกบีว่า ผมไม่ใช่พ่อของเขา”

“ประมุข...” คุณหญิงอุทานอย่างคิดไม่ถึง ประมุขพูดต่อน้ำตาอาบหน้าว่า

“ผมคือไอ้คนบาป บีคือตัวแทนของคนที่ผมรักที่สุด เป็นความภูมิใจของผม...ความรักของผมคือรอยบาป คุณแม่ พูดถูก ผมไม่ควรทำให้บีต้องด่างพร้อย อย่าแตะต้องบี นั่นคือความรักที่ผมจะให้กับคนที่ผมรักได้...บีไม่ใช่ลูกของผม” ประมุขพูดคำสุดท้ายอย่างเจ็บปวด

คุณหญิงสุดที่จะทนดูประมุขได้ ลุกขึ้นไปยืนหันหน้าเข้าฝาร้องไห้จนตัวสะเทือนอยู่เงียบๆ

ooooooo

ที่บ้านไทยประยุกต์ ค่ำแล้วสไบนางตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองอยู่ในชุดนอนก็ตกใจไม่รู้ใครเป็นคนเปลี่ยนให้ พอดีอุปมายกถาดอาหารเข้ามา ยิ้มทักอ่อนหวาน “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ” พลางวางถาดอาหารลง

สไบนางถามว่าใครเปลี่ยนชุดนอนให้ตน อุปมานึกสนุกอำว่ายังเช็ดตัวประแป้งให้ด้วย หอมไหม? ทำเอาสไบนางตีหน้าไม่ถูก ทั้งโกรธทั้งอาย ด่าว่าฉวยโอกาส ตนหายเมื่อไหร่จะเอาคืนให้แสบเลย

ขณะบรรยากาศกำลังจะตึงเครียดนั่นเอง พยาบาลก็เข้ามา ชวนสไบนางทานข้าวเลยดีไหมเพราะเลยเวลาไปหลายชั่วโมงแล้ว พลางประคองเธอขึ้นนั่งพิงหมอน สไบนางแอบถามเบาๆว่าใครเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตน พยาบาลบอกว่าตนเอง มีอะไรหรือเปล่า

“เอ่อ...เปล่าค่ะ บีหิวแล้วค่ะ” สไบนางยิ้มอย่างโล่งใจ แต่ยิ่งเจ็บใจอุปมาที่หลอกอำเสียตนตีหน้าไม่ถูก

คืนนี้ อุปมาจึงไปนอนที่ห้องนอนเล็ก นอนพลิกซ้ายป่ายขวาพยายามหลับตาอย่างไรก็นอนไม่หลับ เช่นเดียวกับสไบนางที่นอนบิดไปมาจนพยาบาลถามว่าโคมไฟรบกวนหรือเปล่า พอสไบนางบอกว่าไม่รบกวนก็ถูกพยาบาลแซวว่า

“เคยชินนอนข้างๆคุณมาร์ค คืนนี้เลยนอนไม่หลับใช่ไหมคะ”

“เปล่าค่ะ สงสัยวันนี้จะนอนมากไปหน่อย พี่ไปพักเถอะค่ะ บีจะหลับแล้วล่ะ” ว่าแล้วก็ชักผ้าห่มคลุมโปง เป็นจังหวะเดียวกับที่อุปมามุดหัวเข้าใต้ผ้าห่มพยายามข่มตาให้หลับเช่นกัน

ooooooo

เช้าวันนี้ เมธาวีกับวิจิตรามาที่บ้านสวน เป็นเวลาที่คุณหญิงไปเยี่ยมสไบนางที่บ้านบารมีพอดี ยายจันทร์ดีใจบอกว่ามากันก็ดีแล้วประมุขจะได้ยอมทานอะไรบ้าง วิจิตราจึงจูงเมธาวีรีบไปหาประมุข

เมธาวีเดินเข้าไปที่เตียงสวมกอดพ่อให้กำลังใจ บอกพ่อว่าต้องเข้มแข็งเพราะตอนนี้กำลังใจสำคัญที่สุด ประมุขอ้อนทันทีว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร เพื่อใช้หนี้ที่ไม่มีปัญญาใช้หมดงั้นหรือ

วิจิตรามองหน้าประมุขเชิงบอกให้รู้ว่าเมธาวียังไม่รู้เรื่องนี้ แต่ประมุขกลับพูดออกมาว่าถึงเวลาที่ลูกต้องรู้แล้ว เลยทำให้เมธาวีสนใจขึ้นมา มองหน้าพ่ออย่างสงสัย ประมุขเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า

“พ่อจะไม่เท้าความอะไรมากมายก็แล้วกัน สรุปสั้นๆว่าพ่อเป็นหนี้บารมีมหาศาล ตอนนี้เหลือเมคนเดียวที่ช่วยพ่อได้” พอเมธาวีมองหน้าวิจิตรางงๆ ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ถอนใจ ประมุขจึงพูดต่อทำเวลาเต็มที่ว่า

“รีบกลับไปหาอุปมา ขอให้เขาหย่าขาดจากบี แล้วกลับมาจดทะเบียนสมรสกับลูกให้เร็วที่สุด จากนั้น เราค่อยมาคิดหาทางปลดหนี้กัน” ประมุขพูดรวบรัดลูบผมลูกสาวอย่างเอาใจ “เมคือความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของพ่อ อย่าทำให้พ่อผิดหวังนะลูก”

ประมุขตาแดงก่ำ ส่วนเมธาวีสีหน้าเครียดขรึม หนักใจมาก

ooooooo

ฝ่ายคุณหญิงไปที่บ้านไทยประยุกต์แต่เช้า ก็เพื่อไปขออนุญาตบารมีให้สไบนางไปพบประมุขเป็นครั้งสุดท้ายตามคำขอของเขา บารมีไม่เห็นด้วย บอกว่าทุกอย่างควรจะจบไปพร้อมกับการตายของประมุข

คุณหญิงสงสารลูก พยายามอ้อนวอนว่านี่เป็นการขอครั้งสุดท้ายในชีวิตของประมุขและเขาก็สำนึกตัวแล้ว ทั้งยังบอกว่า ประมุขจะขอพบสไบนางเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อบอกว่าเขาไม่ใช่พ่อของเธอ

แต่บารมีก็ยังใจแข็ง ยืนยันว่าตนไม่อยากเห็นสไบนางต้องเสียใจมากไปกว่านี้ อย่าย้ำเรื่องนี้กันอีกเลย จนคุณหญิงไม่รู้จะทำอย่างไร บอกว่าจะให้ไหว้ตนก็ยอม

“ผมจะยอมเชื่อคุณน้าอีกสักครั้ง” บารมีใจอ่อน “แต่ขออย่างเดียว อย่าชักชวนหรือชี้แนะบีก่อน ถ้าบีถามถึงอาการของลุงเขาและอยากไปเยี่ยม ก็ขอให้เป็นไปตามความต้องการของบี ผมขอเท่านี้ก็แล้วกัน”

คุณหญิงรีบขอบใจบารมี ดีใจมากที่ทำตามคำขอสุดท้ายของลูกชายได้สำเร็จ

ฝ่ายวิจิตราตามเมธาวีที่ไปยืนร้องไห้ที่ริมน้ำบ้านสวน ปลอบใจลูกว่าต้องทำใจให้ได้เพราะมะเร็งลามไปทั่วแล้ว พ่อคงอยู่ได้อีกไม่นาน แล้วถามเสียงอ่อนๆว่า “โทร.หาคุณมาร์ครึยัง”

“ยังค่ะ คุณแม่อย่าเพิ่งบอกให้คุณมาร์ครู้นะคะว่าเมกลับมาแล้ว เพราะเมอยากแน่ใจว่า คุณมาร์คยังซื่อสัตย์กับเม อยู่รึเปล่า ไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่อยู่ใกล้ใครก็รักคนนั้น โดยเฉพาะกับศัตรูตัวร้ายที่ชอบแย่งของรักไปจากเม” เมธาวีทั้งเครียด ทั้งกังวลระคนกัน

ไม่เพียงเท่านั้น วันนี้เมื่อไปช็อปปิ้งที่ห้าง เมธาวียังเจอวิมาดาเข้า ฝ่ายนั้นดีใจมากที่จะได้แกล้งเมธาวี ขนาดเมธาวีเดินหนีก็ยังเดินตามไปถามว่าจะแถลงข่าวเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหันเมื่อไร เพราะมีเสียงเล่าลือกันต่างๆนานา

“ใครจะลือยังไงก็ช่างเขา แต่อีกไม่นานฉันกับคุณมาร์คจะกลับมาแต่งงานกันอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง”

“แล้วตกลงใครเป็นน้อยใครเป็นหลวงคะ” วิมาดาแกล้งยั่วต่อ พอเมธาวีจ้องหน้าขวับ ก็ลอยหน้ายั่วอีก “เห็นเขาลือกันว่าคุณมาร์คกำลังหลงเมียเด็กสุดๆ ระวังจะไม่ยอมหย่านะคะ”

เมธาวีมองเหยียดๆอย่างไม่ยอมเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ เดินหนีไปอย่างถือตัว แค่นั้นวิมาดาก็สะใจแล้วที่กวนประสาทยุแยงตะแคงรั่วปั่นหัวให้ระแวงกันได้

ooooooo

อุปมายังทำตัวเป็นขมิ้นกับปูนกับอาทิตย์ วันนี้อาทิตย์จะมาเยี่ยมสไบนางก็ถูกกันท่าว่าสไบนางหลับอยู่ ทั้งยังวางเขื่องว่า บ้านนี้เป็นบ้านของตน บีก็เมียตน ถ้าตนไม่ให้เขาเข้าบ้านก็เป็นสิทธิ์ของตน ถามเยาะว่า

“ผมทำผิดอะไรตรงไหนรึเปล่าครับคุณตำรวจ” เมื่ออาทิตย์บอกว่ายังไงก็ขอบคุณที่ช่วยชีวิตสไบนางไว้ อุปมายักไหล่บอกว่ายังไงนั่นก็หน้าที่ที่ตนต้องทำอยู่แล้ว

“แล้วก็อย่าลืมเจียดเวลาไปเยี่ยมคุณเมด้วยนะครับ นั่นน่าจะเป็นหน้าที่จริงๆของคุณมากกว่า” อาทิตย์ได้ทีศอกกลับ ก่อนเดินกลับไปขึ้นรถ อุปมาโดนเข้าบ้างเลยได้แต่มองตามไปอย่างเจ็บใจ

แม้ภายนอก อุปมากับสไบนางจะดูเหมือนขมิ้นกับปูน แต่ลึกๆแล้วพอไม่ได้เจอกัน ไม่ได้จิกกัดกันก็ทำให้รู้สึกเหงาปาก ซ้ำเมื่อได้เจอกันได้ทะเลาะกัน กลับให้ความรู้สึกดีๆที่ทำให้เบิกบานใจเสียด้วยซ้ำ

ผิดกับคู่ของสายทิพย์กับธนู ที่นับวันปัญหาก็ไม่อาจคลายปมได้ เมื่อธนูหวนกลับไปขลุกอยู่กับวิมาดา สายทิพย์จึงตัดสินใจเด็ดขาด ย้ายออกจากบ้านไปอยู่ทาวน์โฮมกับลูกและน้อง

หยาดฝนติงพี่สาวว่าจะไม่ให้หลานได้เจอกับพ่อบ้างเลยหรือ คุยกันดีๆไม่ได้แล้วใช่ไหม

“พ่ออย่างนั้นจะมีไปทำไม พี่ให้โอกาสเขามามากพอแล้ว ฝนไม่ต้องห่วง วันที่พี่พร้อมที่จะจดทะเบียนหย่าเมื่อไหร่ เราได้นัดคุยกันดีๆแน่นอน”

ความเด็ดเดี่ยวของสายทิพย์ ทำให้หยาดฝนได้แต่ถอนใจ

ฝ่ายธนูสำเริงสำราญกับวิมาดากลับมาถึงบ้าน เจอแต่บ้านที่ว่างเปล่าก็รู้ตัวว่าถูกทิ้งแล้ว...

ooooooo

ความเปลี่ยนแปลงแปลกๆของอุปมา ที่เคยเที่ยวไหนเที่ยวกันกับเพื่อน ก็เปลี่ยนเป็นไม่เที่ยว ตกเย็นก็กลับบ้าน ซ้ำกลางวันยังกลับไปทานที่บ้านด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังอารมณ์ดีซื้อขนมและผลไม้ให้เลขาเอาไปแบ่งให้พนักงานกินกันด้วย

ฝ่ายสไบนางก็ไม่พ้นหูพ้นตาหยาดฝน ที่รู้สึกเพื่อนรักเปลี่ยนแปลงไปมาก วันนี้มาหาที่บ้านก็พบว่าเข้าครัวทำอาหารเพราะอุปมาโทร.ว่าจะกลับมาทานอาหารกลางวันที่บ้าน พอถูกเพื่อนแซวดักคอ ก็แก้เกี้ยวว่า เพราะอุปมาไม่ชอบทานมะเขือเทศ ฉะนั้น  วันนี้ตนจะทำอาหารชุดมะเขือเทศให้ทาน  มีทั้งซุปมะเขือเทศ ยำมะเขือเทศ ผัดมะเขือเทศ ไข่เจียวยัดไส้มะเขือเทศ จะแกล้งให้สะใจไปเลย

เมื่อหยาดฝนไปเจออาทิตย์ก็เล่าให้ฟังขำๆว่า ดูสไบนางตั้งอกตั้งใจปรุงรสชาติอาหารมาก ตนลองชิมแล้วอร่อยหมดทุกอย่าง อาทิตย์พูดขำๆว่าถ้าเกิดอุปมาชอบทานมะเขือเทศก็บิงโกเลย เข้าทำนองยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน หยาดฝนเลยหัวเราะขำๆออกมาขู่ว่าถ้าพูดให้สไบนางได้ยิน มีหวังเป็นเรื่องแน่

หัสดินเลยอดไม่ได้บอกว่าใช่แต่สไบนางแปลกไป  อุปมาก็แปลกใช่ย่อยเอะอะก็จะกลับบ้าน ชวนไปดริงก์ก็ปฏิเสธ หยาดฝนพูดขำๆว่า “เลือกที่จะกลับไปทะเลาะกับบีแทน”

ทั้งสองนินทาเพื่อนกันอย่างสนุกปาก แล้วเดินคุยกันไปกะหนุงกะหนิงประสาคนรัก

ooooooo

เพราะวันนี้พยาบาลที่มาดูแลสไบนางจะทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว จึงขอให้อุปมาช่วยฝึกสไบนางเดิน สไบนางรีบบอกว่าไม่ต้องตนเดินกลับไปนั่งเก้าอี้เองได้แล้ว อุปมาที่ทำท่าจะเข้าช่วยเลยชะงัก ทำปากพูดเบาๆว่า “เด็กดื้อ อวดดี”

พอสไบนางเดินเขยกๆผ่านหน้าอุปมาก็เสียหลักเซจะล้มจนเขาต้องประคองไว้ ยักคิ้วพูดยั่วว่า “อยากให้ฉันประคองล่ะซิ” เลยถูกหยิกเสียจมเล็บร้องโอ๊ยไปตามระเบียบ

เมธาวีในชุดสวยแต่งหน้าเต็มที่เดินมาเห็น ทักประชดประชันว่า “พี่น้องหยอกเย้าอะไรกันอยู่คะ” ทั้งสไบนางและอุปมาต่างชะงัก ผละออกจากกันจนสไบนางแทบล้ม พยาบาลต้องรีบมาประคองไว้

อุปมาคาดไม่ถึงว่าเมธาวีจะมา สไบนางทักเจื่อนๆว่าพี่เมหายดีแล้วหรือ เมธาวีสวนไปอย่างเย็นชาว่า ดูเหมือนเธอไม่อยากให้ตนหาย แล้วแขวะอุปมาว่าดูเหมือนไม่ดีใจที่เจอตนเลย

“ดีใจสิครับ ผมกำลังตกใจที่เมมาเซอร์ไพรส์น่ะครับ”

“เมขอขึ้นไปดูห้องหอของเราหน่อยนะคะ” เมธาวียิ้มบางๆแล้วเดินนำขึ้นไปเลย

พอรู้ว่าสไบนางมานอนที่ห้องหอของตน เมธาวีมองหน้าอุปมาน้ำตาคลอถามว่าให้สไบนางมานอนห้องหอของเราได้ยังไง อุปมาอึกอักตอบไม่ถูก พอถูกดักคอว่าอย่าบอกนะว่าเขาก็นอนห้องนี้เหมือนกัน อุปมาเลยยิ่งลน ทำให้เมธาวีระแวงถามเสียงสั่นเครือว่าเขากับสไบนางมีอะไรกันแล้วใช่ไหม

อุปมาตั้งสติได้ชี้แจงว่าทุกคนรู้ดีว่านี่คือการแต่งงานกันหลอกๆ เมธาวีโกรธจัดผลักเขาพ้นทางแล้วเดินฉับๆลงไปหมายไปอาละวาดสไบนาง อุปมารีบตามไปพยายามบอกให้ฟังตนก่อน แต่เมธาวีไม่ฟัง

เมธาวีไปอาละวาดสไบนางหาว่ามีแผนจะจับอุปมา ผลักสไบนางจนล้มไปกับพื้น อุปมารีบเข้าไปห้ามบอกว่าสไบนางขาเจ็บอยู่

“เจ็บเหรอ สำออยเรียกคะแนนสงสารจากคุณน่ะสิ” เมธาวีผลักอุปมาออกแล้วหันไปด่าสไบนางว่าพยายามจะแทนที่ตน หาว่าสไบนางหาทางแทนที่ตนทุกอย่างแม้แต่ห้องหอก็ยังเข้ามานอนก่อนตน คำรามใส่ “ฉันอยากจะบีบคอเธอให้ตายคามือนัก”

“ผมขอเถอะคุณเม” อุปมารีบเข้ามาขวาง ถูกเมธาวีว่าเข้าข้างกัน  เขาก็ไม่สนใจบอกสไบนาง “บีกลับขึ้นข้างบนก่อนไป”

เมธาวียังด่าสไบนางไม่เลิก จนอุปมาขอให้พอ อายเด็กรับใช้บ้าง สไบนางจึงพยุงตัวขึ้นข้างบน

“ฉันเชื่อคำพูดของมาร์คว่าไม่ได้นอนกับเธอ” เมธาวีพูดตามหลัง แล้วเยาะเย้ยว่า “สารรูปกับสันดานอย่างเธอ แค่คุยด้วยมาร์คยังแขยง ถ้าจะให้มีอะไรกัน คงต้องเมาหรือเป็นบ้าเสียก่อน”

อุปมายืนเงียบกริบ สไบนางหันจ้องแล้วก้าวพรวดๆ ขึ้นไป โกรธจนลืมเจ็บ

เมธาวีเห็นความห่วงใยของอุปมาที่มีต่อสไบนางก็ทนไม่ได้ เดินฉับๆออกไปอย่างหัวเสีย อุปมาตัดสินใจตามเมธาวีไป สไบนางหันมองก่อนพยุงตัวขึ้นบันไดไปน้ำตาคลอ...

ooooooo

อุปมาเดินตามเมธาวีไปที่สนามหญ้า เธอพูดเสียงเข้มให้เขาไปจดทะเบียนหย่ากับสไบนางในวันพรุ่งนี้เลย อุปมานิ่งเงียบไป เธอดักคอว่าเกิดไม่อยากหย่าขึ้นมารึไง เขาจึงอ้างว่าตนต้องบอกพ่อก่อนเพราะพ่อไม่ยอมให้หย่า

เมธาวีคาดคั้นถามว่า เขายังรักตนอยู่หรือเปล่า อุปมาตอบเลี่ยงๆว่าเราแต่งงานกันแล้วนะ

“คุณตอบไม่ตรงคำถาม โอเค คุณไม่ต้องตอบก็ได้ เมยอมรับว่าเมไม่ใช่รักครั้งแรกของคุณเหมือนผู้หญิงที่ชื่อวิมาดา และเมก็ไม่อยากลดตัวไปเทียบกับผู้หญิงแบบนั้นด้วย”

อุปมายอมรับว่าตนปิดประตูเรื่องความรักมานานแล้วแต่พอเจอเธอก็รู้ว่าชอบและถูกใจเพราะเหมาะสมกันทุกด้านเชื่อว่าอนาคตตนรักเธอได้แน่นอน เมธาวีย้อนถามว่า แล้วกับสไบนางล่ะ อุปมาชะงักไปนิดหนึ่ง ถูกเธอยื่นคำขาดว่า “ถ้าคุณไม่รู้สึกพิเศษอะไรกับบี ก็ไล่บีให้ย้ายออกไปจากห้องนอนของเราวันนี้เลย”

อุปมายิ้มเจื่อนๆแหยๆ และเมื่อผ่านไปครู่ใหญ่ เขาขึ้นมาที่ห้องหอ ก็เจอสไบนางกำลังเก็บเสื้อผ้าของตัวเองกวาดจากตู้โยนกระจายเต็มพื้น พอเขาเข้าไปจะช่วย ก็ถูกไล่ให้ไปไกลๆเลย

“ผมเสียใจนะที่มีความเข้าใจผิดแบบนี้เกิดขึ้น”

“เก็บความเสียใจของนายไปให้พี่เมเถอะ แล้วก็ไม่ต้องลำบากใจอะไรทั้งนั้น เพราะระหว่างเรามันไม่ต้องแคร์อะไรกันอยู่แล้ว เราคือคนที่เกลียดขี้หน้ากัน ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้หรอก...ละครกำลังจะจบ แล้วชีวิตฉันก็กำลังจะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หลังจากตกนรกมานาน”

อุปมานิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก เลยถูกสไบนางไล่ให้ออกไปเร็วๆก่อนที่เมธาวีจะมาอาละวาดตนอีก อุปมาถอนใจเฮือกแล้วลุกเดินหงอยๆออกไป สไบนางนั่งพับผ้าที่กองอยู่ น้ำตาหยดแหมะลงที่เสื้อไม่รู้ตัว

ooooooo

เมื่อบารมีกลับมา สไบนางถามว่าวันนี้ขาดีขึ้นเยอะแล้วอยากไปเยี่ยมลุงประมุขได้ไหม บารมีหน้าขรึมลง สไบนางบอกว่าตนจะพาป้อมไปเป็นเพื่อนด้วยบารมีบอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวจะไปส่งเอง

อันที่จริงคุณหญิงอยากจะให้สไบนางไปเยี่ยมประมุขหลายวันแล้ว แต่กลัวจะผิดคำพูดกับบารมีที่ว่าต้องให้สไบนาง เสนอเอง จึงยังรอคอยอยู่อย่างกระวนกระวายใจเพราะอาการประมุขทรุดลงทุกทีแล้ว

ค่ำแล้ว สไบนางไปที่บ้านสวน พอเข้าห้องประมุขเธอใจหาย เมื่อเห็นเขานอนหน้าซีดเซียวมีสายระโยงระยางรอบเตียง เธออุทานเรียก “คุณลุงคะ...”

ประมุขตาเป็นประกายวาบขึ้นเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ มองสไบนางน้ำตารื้น เมื่อเธอเข้าไปกอด เขาลูบผมอย่างทะนุถนอมปลอบ “อย่าร้องไห้เลยลูก ลุงไม่อยากเห็นบีร้องไห้”

สไบนางกราบขอโทษที่มัวแต่ยุ่งเรื่องของตัวเองเลยไม่ได้มาเยี่ยมลุง ประมุขยกมือแนบแก้มสไบนาง พูดน้ำตาคลอ

“ลุงตะหากที่ต้องขอโทษบีกับเรื่องทั้งหมด...โกรธลุงรึเปล่า” เมื่อสไบนางส่ายหน้าแทนคำตอบ เขาเอ่ย “ลุงเสียใจ ลุงไม่ควรสร้างรอยดำบนหัวใจของหลาน ลืมเรื่องที่ลุงพูดไว้ทั้งหมดได้ไหม...ลุงไม่ใช่พ่อของบี ประจักษ์คนเดียวเท่านั้นที่เป็นพ่อที่แท้จริงของบี” ประมุขน้ำตาไหลพรากอย่างเจ็บปวดกับความรู้สึกของตัวเอง

“ตลอดชีวิตลุงไม่เคยทำอะไรถูกต้องเลย ยกโทษให้กับความผิดของลุงได้ไหมลูก” ประมุขเอ่ย มองหน้าสไบนางนิ่ง เมื่อเธอพยักหน้า ร้องไห้โฮซบกอด เขาโอบกอดเธอไว้แนบแน่นเช่นกัน  แม้จะน้ำตาคลอแต่ก็มีรอยยิ้มอย่างมีความสุข ที่วันนี้ เขาหมดกังวลแล้ว...

ooooooo

เมื่อสไบนางลงมา บารมีถามว่าลุงเราเป็นยังไงบ้าง สไบนางพูดเสียงสะอื้นว่า ไม่ดีเลย ถามบารมีว่าตนควรทำอย่างไรดี ตนผิดหรือเปล่า ตนควรเป็นอะไรดี บารมีบอกว่าเธอมีสิทธิ์เลือกเอง ถามว่า “ประมุขไม่ได้ขออะไรหนูไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะคุณลุง...ใจบีเป็นอะไรก็ไม่รู้ บีลืมไม่ได้ ใจบีก็อยากยอมรับ แต่พอบีไม่รับ ใจบีก็ทรมาน นี่มันอะไรกันคะคุณลุง”

บารมีปลอบใจหว่านล้อมว่า เรื่องนี้มีไม่กี่คนที่รู้ ถามว่าทนรับเรื่องนั้นไว้คนเดียวไม่ได้หรือ คิดไหมว่าถ้าวิจิตรากับเมธาวีรู้เรื่องนี้ จะเกลียดเธอกับประมุขขนาดไหน อย่าทำให้ประมุขนอนตาไม่หลับเลย

สไบนางคิดตาม พยักหน้าอย่างเห็นด้วย บารมีย้ำตอนท้ายว่า

“ถ้านี่คือความสุขอย่างสุดท้ายที่ประมุขปรารถนา หนูจะไม่ทำเพื่อเขาเลยหรือ”

สไบนางร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา จนบารมีต้องกอดปลอบด้วยความสงสาร...เห็นใจ

ooooooo

ค่ำวันเดียวกันนี้ อุปมากับเมธาวีไปทานข้าวในร้านอาหารหรูด้วยกัน เมธาวีเล่าเหตุการณ์ในวัน แต่งงานให้ฟังว่า ตนจำได้แม่นว่าเป็นชันษาแน่ๆ ตนพยายามสู้แล้วแต่โดนเอายาสลบโปะจมูกจนหมดสติ มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว


อุปมาขอให้เธออย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย ทำใจให้สบายดีกว่า เมธาวีถามว่ามันยังไม่สายเกินไปใช่ไหมที่เราจะจัดงานแต่งงานของเราใหม่ อุปมายิ้มบางๆบอกว่าแล้วแต่ผู้ใหญ่ จะจัดงานหรือแค่จดทะเบียนสมรสเฉยๆ ตนไม่ขัดข้อง

“ไม่ได้หรอกค่ะ ทุกคนเข้าใจว่าบีเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณอยู่ เราต้องจัดงานแต่งให้ใหญ่กว่าเดิม ให้ทุกคนรู้ว่าบีกับคุณหย่าขาดกันแล้ว”

เมื่อเมธาวียืนกรานเช่นนั้น อุปมาติงว่าสไบนางช่วยกู้หน้าพวกเราครั้งหนึ่งแล้วอย่าทำอะไรไปซ้ำเติมให้เธอต้องเสียชื่ออีกเลย เมธาวีไม่ยอม ยืนกรานต้องกู้ชื่อเสียงของตนให้ได้ เพราะตนกำลังจะเป็นภรรยาตัวจริงของเขา
พอดีพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ การสนทนาจึงยุติลง อุปมาเห็นอาหารมีมะเขือเทศเล็กน้อยจึงเอาช้อนกลางตักมาใส่ช้อนตัวเองป้อนใส่ปากเคี้ยวสองสามทีแล้วรีบกลืนอย่างฝืนใจ ตามด้วยการกรอกน้ำเข้าไป เมธาวีสังเกตอาการของเขาอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ติดใจอะไร

เมื่อกลับมาที่บ้าน พากันขึ้นไปบนห้องหอ เมธาวีลงมือจัดห้องหอให้เหมือนเดิม ทั้งยังบอกให้อุปมาไล่สไบนางให้ไปนอนที่บ้านสวนหรือที่ไหนก็ได้ เพราะไม่ไว้ใจที่จะให้อยู่บ้านเดียวกัน

เมธาวีกวาดตามองรอบห้องอย่างสำรวจ เจอกล้องวงจรปิดติดอยู่หลายตัว ถามว่าเขาติดกล้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ อุปมาปดว่าเพื่อนขายอยู่เลยช่วยซื้อไว้เท่านั้นเอง

ครั้นเธอไปรื้อตู้เสื้อผ้าเพื่อจัดใหม่ เจอกรรไกรตัดหญ้าเข้าถามว่าเอามาไว้ในตู้เสื้อผ้าทำไม อุปมาอึ้งไปนิดหนึ่ง ปดไม่แนบเนียนนักว่ามันติดมือมา เดี๋ยวจะเอาไปเก็บข้างล่างพลางรับกรรไกรถือเดินออกจากห้อง ย่องไปที่ห้องเล็กของสไบนาง เคาะเบาๆบอกว่า “ฉันเอากรรไกรตัดหญ้ามาคืน”

ไม่มีเสียงตอบรับจึงเปิดเข้าไป ไม่เจอสไบนางเพราะเธอยังไม่กลับจากบ้านสวน

ooooooo

ถือกรรไกรลงมาเจอแรมที่กำลังเอาขนมหวานมาให้ เลยฝากแรมเอาไปเก็บให้ด้วย ถามว่าแล้วสไบนางหายไปไหน แรมบอกว่าไปบ้านสวนกับคุณท่าน ก็พอดีสไบนางเดินน้ำตาคลอเข้ามา ต่างสบตากันแล้วเธอก็เดินเลี่ยงขึ้นข้างบน

อุปมาคิดว่าสไบนางเสียใจเรื่องของตนตามเข้าไปที่ห้องนอนเล็ก พูดอย่างเห็นใจว่าตนเข้าใจความรู้สึกของเธอ กลายเป็นว่าสไบนางไม่ได้คิดเรื่องของเขาเลย เธอเสียใจเรื่องประมุข พูดเย้ยเขาว่า

“ต่อให้นายพาผู้หญิงเข้าบ้านมานอนสักโหลนึงฉันก็ไม่แคร์” แล้วเล่าเรื่องอาการป่วยของประมุข เล่าไปน้ำตาซึมไป ทำเอาอุปมาหน้าเจื่อนจ๋อย สำคัญตนผิดไปจริงๆ

ตกกลางคืน สไบนางไปยืนที่ท่าน้ำเป็นห่วงประมุขและสับสนเรื่องของตัวเอง อุปมามาทักจากข้างหลัง เขาพูดคุยอย่างเห็นใจ ถามอาการของประมุข สไบนางบอกว่าไม่น่าจะพ้นวันสองวันนี้ พูดแล้วร้องไห้อีก

อุปมาแกล้งกระเซ้าให้บรรยากาศคลี่คลาย เอามือไปผลักหัวสไบนางพูดเบาๆ “ขี้แย” ปลอบว่า “ทุกคนก็ต้องมีวันสูญเสียคนที่เรารักกันทั้งนั้นแหละ เธอต้องยอมรับให้ได้” พอเธอจะเดินหนีเขาดึงไปกอด

สไบนางหมดแรงที่จะดันตัวออกมา ร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอกเขา อุปมาปลอบเหมือนปลอบน้องว่า

“จอมแสบปากร้ายร้องไห้ได้ยังไงเสียลุคหมด

ไม่เอา...ไม่ร้องแล้วครับ”

สไบนางกอดเขาไว้ร้องไห้อย่างหยุดไม่ได้ ต่างกอดและซึมซับสัมผัสของกันและกันจากปรารถนาลึกๆของหัวใจแต่อาศัยเรื่องประมุขบังหน้า...

บารมียืนมองลูกและหลานจากมุมสนามเงียบๆไม่ค่อยสบายใจนักกับภาพที่เห็น...

เมื่อพากันกลับมาที่บ้าน สไบนางทั้งปรามทั้งขู่อุปมาห้ามเอาเรื่องเมื่อครู่นี้ไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด อุปมารับปากว่าจะไม่พูด และเมื่อแยกกันแล้ว สไบนางก็บ่นตัวเองอย่างหงุดหงิดแอบเขินๆว่า

“เสียฟอร์มสุดๆเลยบู้บี้เอ๊ย...ให้เขากอดได้ยังไง... บ้า...ฉวยโอกาส”

ooooooo

รุ่งขึ้น อาทิตย์มาเยี่ยมสไบนางแต่เช้า พูดดักคออุปมาว่าตนคงพบได้ใช่ไหมเพราะสไบนางไม่ได้หลับ น้าแรมบอกว่าเธอเพิ่งเดินไปบ้านคุณลุงเดี๋ยวก็กลับ อุปมามองขวางๆอย่างไม่แคร์ แต่พอจะเดินผ่านไป อาทิตย์ก็ถามขึ้นอีกว่า “ตกลงคุณจะหย่าให้บีเมื่อไหร่ครับ”

“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณ” อุปมาเสียงเขียว พออาทิตย์บอกว่าตนสงสารบี อุปมาเย้ยว่า “ห่วงแฟนมากเรอะเสียใจด้วยนะ ผมไม่หย่า” อุปมายิ้มกวนๆ พออาทิตย์ชะงักมองอึ้ง อุปมาพูดยั่วอีกว่า

“แล้วก็อย่าคิดว่าผมเผลอไปหลงเสน่ห์เด็กหัวกะลานั่นล่ะ เพราะมันไม่มีทาง แต่ผมชอบทรมานใจคน...สะใจดี” พูดแล้วเดินออกไป แต่ต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงอาทิตย์พูดตามหลังว่า

“ยื้อไว้นานๆระวังจะทรมานใจตัวเองแทนนะครับ” พูดแล้วเห็นอุปมามองตาเขียวก่อนเดินฉุนเฉียวออกไป อาทิตย์พึมพำขำๆ “เสน่ห์แรงใช่ย่อยนะบู้บี้...”

ooooooo

ฝ่ายบารมีเริ่มสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างสไบนางกับอุปมา วันนี้เขาบอกสไบนางขณะยืนคุยกันที่มุมบ้านว่า ตนยังไม่ได้คุยกับอุปมาเรื่องเธอเลย บอกว่าถ้าเธอกับอุปมาหย่ากันเมื่อไร ก็จะส่งไปเรียนต่อที่อเมริกาตามที่รับปากไว้ อุปมาเดินผ่านมาได้ยินเลยหยุดฟัง

สไบนางถามว่าแล้วคุณลุงว่าตนควรหย่ากันเมื่อไร บารมีมองหน้าสไบนางอย่างสังเกตบอกว่า ถ้าเธอบอกคำเดียวว่าจะหย่าเดี๋ยวนี้ก็จะจัดการให้ทันที พูดแล้วลุ้นคอยคำตอบจากเธอ

“บีก็แล้วแต่คุณลุงเห็นสมควรค่ะ” เสียงสไบนางอ่อนลงจนผิดสังเกต อุปมาที่แอบฟังอยู่ยิ้มอย่างดีใจ ส่วนบารมีเริ่มแน่ใจในสิ่งที่ตนระแวงมากขึ้นทุกที

ทันใดนั้น   เสียงโทรศัพท์มือถือของอุปมาดังขึ้นทำให้บารมีกับสไบนางหันมอง เขาทำเฉไฉรับสายฟัง แล้วทำหน้าตกใจ บารมีถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

อุปมาบอกว่าคุณย่าโทร.หาสไบนางแต่ไม่ติดเลยโทร.หาตนบอกว่าอยากให้สไบนางไปเยี่ยมประมุขคิดว่าอาการเขาไม่น่าจะพ้นวันนี้ สไบนางน้ำตารื้นทันที อุปมาอาสาจะไปส่ง พอสไบนางมองหน้าเขาเก๊กบอกว่า

“ฉันจะไปหาคุณเมพอดี”

“บีไปก่อนนะคะคุณลุง” สไบนางยกมือไหว้บารมีแล้วเดินตามอุปมาไป

บารมีมองตามทั้งคู่ไปอย่างใช้ความคิด

แต่พอสไบนางเดินตามอุปมาถึงหน้าบ้านเจออาทิตย์ยังรออยู่ พอรู้ว่าสไบนางจะไปเยี่ยมประมุขจึงอาสาขับรถไปส่ง อุปมาสอดขึ้นกวนๆว่า “งั้นไปด้วยคนสิ พอดีขี้เกียจขับรถ” พูดแล้วเดินไปขึ้นนั่งคู่คนขับหน้าตาเฉย สไบนางหมั่นไส้ชวนอาทิตย์เดินไปกันดีไหม

“ช่างเขาเถอะนะ ขึ้นรถเถอะ” อาทิตย์เดินนำไปที่รถให้สไบนางนั่งเบาะหลังแล้วเขาก็ขึ้นรถขับไปด้วยสีหน้าอึดอัดใจ

ooooooo

เมื่อไปถึงบ้านสวน คุณหญิง  วิจิตรา  และเมธาวี ห้อมล้อมอยู่ข้างเตียงประมุขที่อ่อนล้าจนแทบไม่มี

แรงพูด ทุกคนเศร้ามาก จนเมื่อสไบนางเข้ามา วิจิตราจึงจูงมือเมธาวีออกไป สไบนางรีบเข้าไปคุกเข่าข้างเตียงประมุข กุมมือเขาไว้ บอกเบาๆ “คุณลุงคะ บีมาแล้วค่ะ”

ประมุขพยายามลืมตาขึ้น พูดอย่างยากลำบาก “บี...ฝากคุณย่าด้วย ดูแลให้ดี...ทำแทนลุงด้วย...”

“ค่ะคุณลุง บีจะดูแลคุณย่าอย่างดีที่สุด คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” สไบนางปล่อยโฮออกมากอดซบประมุขร้องไห้อย่างหนัก ประมุขขยับปากขมุบขมิบเล็กน้อย สีหน้าสบายใจเหมือนปลดปล่อยตัวเองแล้ว...

เมื่อวิจิตราและเมธาวีออกมาที่โถงบ้านเจออุปมากับอาทิตย์นั่งอยู่ วิจิตราถามว่ามากันได้ยังไง อาทิตย์แย่งตอบว่าตนรับสไบนางมาส่ง อุปมามองหน้าเมธาวีพูดแก้เกี้ยวว่าตนเห็นว่ามาที่เดียวกันเลยขอติดรถมาด้วย

ทันใดนั้นเอง บารมีก็เดินเข้ามาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเดินมาหาวิจิตราพูดหน้านิ่งๆ

“รังเกียจไหม ถ้าผมจะขอเยี่ยมไข้ประมุข” พูดแล้วจ้องหน้ารอคำตอบแววตาขึงขัง

เมื่อบารมีเข้าไปในห้องประมุข เขาบอกคุณหญิงว่าขอคุยกับประมุขเป็นการส่วนตัวได้ไหม คุณหญิงจึงจูงมือสไบนางออกไป บารมีค่อยๆเดินเข้าหาประมุข เมื่อฝ่ายนั้นลืมตามอง บารมีมองนิ่งก่อนเอ่ยว่า

“แกทุกข์ทรมานมาทั้งกายทั้งใจ สาสมกับความผิดที่แกเคยทำไว้แล้ว ฉันอโหสิให้แกประมุข”

ประมุขน้ำตาไหล มีรอยยิ้มบางๆอย่างคนหมดกังวลแล้ว และกำลังจะจากไปอย่างเป็นสุข...

ครู่เดียว บารมีก็ออกมาบอกคุณหญิงว่าตนขอรับผิดชอบเรื่องการจัดงานศพให้ประมุขเอง เมธาวีร้องไห้โฮวิ่งกลับเข้าไปที่ห้องประมุข วิจิตราร้องไห้วิ่งตามลูกเข้าไป

บารมียังบอกคุณหญิงว่าเดี๋ยวจะให้อุปมาเอากุญแจบ้านอัคราชมาให้  เผื่อช่วงงานศพเหนื่อยจะได้มาพักที่บ้านโน้นเลย ไม่ต้องเดินทางไกล แล้วหันไปสั่งอุปมา “มาร์ค กลับบ้านพร้อมพ่อ”

“ครับพ่อ” อุปมารับคำแล้วเดินตามบารมีออกไป ส่วนอาทิตย์นั่งมองสไบนางที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสาร ทำได้แค่เข้าไปตบบ่าเบาๆอย่างให้กำลังใจ

ooooooo

ที่ศาลาสวดศพประมุข บารมีไปนั่งคุกเข่าหน้าโลงศพ พนมมือกับธูป 1 ดอก เอ่ยหน้านิ่งขรึม

“แกไม่ต้องห่วงทั้งบีและเม เด็กสองคนไม่รู้เรื่องและไม่เกี่ยวข้องกับความแค้นในอดีตของเรา...ฉันเป็นคนผูก ฉันก็ต้องเป็นคนแก้ ฉันคงรับปากแกไม่ได้ว่าจะไม่มีใครต้องเสียใจ แต่ฉันก็จะพยายามทำทุกอย่างให้ถูกที่ถูกทางมากที่สุด หลับให้สบายเถอะประมุข...”

แขกที่มางานต่างแสดงความเสียใจกับคุณหญิงและวิจิตรา เมธาวีคอยต้อนรับแขกและดูแลอุปมา แสดงความสนิทสนมกระทั่งโอบเอวเมื่อชวนไปหาอะไรทานกันก่อนไหม

อุปมากับอาทิตย์ต่างก็จับตามองกันและกันว่าจะใกล้ชิดกับสไบนางแค่ไหนเพียงไร อาทิตย์รับรู้ถึงความรู้สึกที่ห่วงใยกันของอุปมาและสไบนางตลอดงาน

เมื่อกลับถึงบ้านไทยประยุกต์แล้ว บารมีรู้สึกผิด บอกกับอุปมาว่าตนขอโทษที่ดึงเขามาเดินหมากแก้แค้น ทำให้ชีวิตเขาต้องพลอยวุ่นวายไม่มีความสุขไปด้วย

อุปมาบอกว่าสิ่งที่พ่อเอาคืนจากพวกนั้นเทียบไม่ได้เลยกับที่เขาทำกับพวกเรา แต่ก็ย้ำว่า ถ้าพ่อจะเอาคืนด้วยการลุกขึ้นมาฆ่าแกงพวกเขาตนก็ไม่เห็นด้วย

“ที่ผ่านมา ไม่มีใครเลยสักคนที่มีความสุข แม้แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยอย่างบี” บารมีเอ่ยบอกอุปมาว่าตนรู้สึกสงสารบีมากจนอยากจะล้มเลิกแผนการแก้แค้นทั้งหมดอยู่หลายครั้ง พูดแล้วถามหยั่งใจลูกว่า “ท่าทางเราสองคนจะใจอ่อนกับผู้หญิงคนเดียวกันเสียแล้วนะมาร์ค...แล้วแกจะหย่ากับบีได้เมื่อไหร่ เพราะทั้งคุณรุจาทั้งวิจิตราถามพ่อยังกะนัดกันมา”

อุปมาย้อนถามว่า พ่อตอบเขาไปอย่างไร บารมีบอกว่าตนอยากถามตัวเขาให้แน่ใจก่อนมากกว่าเลยตอบไปกลางๆ ว่ารอดูตามความเหมาะสมไปก่อน

“ก็รอให้งานศพเรียบร้อยไปก่อนก็ได้ครับคุณพ่อ ทุกคนกำลังเสียใจ ผมไม่อยากทำอะไรหักหาญน้ำใจกันตอนนี้” อุปมาถ่วงเวลา

“ก็ดี...แกจะได้มีเวลาทบทวนใจตัวเองให้ถี่ถ้วน จะได้ไม่ต้องตัดสินใจผิดๆ” บารมีสรุปแล้วเดินเข้าข้างใน

อุปมามองตามพ่อไปอึ้งๆ เหมือนพ่อจะรู้ความรู้สึกลึกๆของตนกระนั้น...

ooooooo

เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

เรื่ิองย่อ รอยมารตอน11ละคร ช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  

ตอนที่ 11

น้องหมาที่อาทิตย์เอามาให้เป็นของขวัญวันเกิด ทำให้สไบนางสดชื่นมีชีวิตชีวาขึ้นมากเพราะได้เล่นได้พูดคุยกับน้องหมาแก้เหงา คืนนี้ก็นั่งแปรงขนให้ลูบตัวน้องหมาไปมา นึกได้เลยตั้งชื่อให้ว่า “ซันไชน์” เพราะคนให้ชื่อ “ซันนี่” พอตั้งชื่อให้คล้องจองกันแล้วก็หัวเราะขำเองคนเดียว

มีเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา สไบนางรู้ว่าต้องเป็นอุปมาแน่ รีบวางซันไชน์ลงบนเบาะกระซิบบอกเบาๆว่า “ห้ามส่งเสียงดังนะ ยักษ์วัดแจ้งมาแล้ว”

แต่พออุปมาเดินเข้ามา เจ้าซันไชน์ก็เห่าต้อนรับทันที อุปมาฉุนขาดสั่งให้เอามันออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้เลย

“ไม่...ถ้าเอาซันไชน์ออกไป ฉันจะเห่าแทน ดูซิ เสียงเห่าตัวไหนจะดังกว่ากัน”

“เธอมันหมาบ้า...โอ๊ย...” อุปมาหัวเสียเดินไปเข้าห้องน้ำปิดประตูโครม

สไบนางบอกซันไชน์ว่าไม่ต้องกลัวนะ ยักษ์ไปแล้ว กู๊ดไนต์กับมันแล้วเลื่อนตัวลงนอนยิ้มอารมณ์ดี

อุปมาออกมาขึ้นเตียงนอนอย่างหงุดหงิด จนกระทั่งใกล้สางเขาก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะถูกเจ้าซันไชน์ลุกขึ้นมาเลียหน้าแผล็บๆ เขาลุกขึ้นโวยวายเอาเสื้อขึ้นเช็ดน้ำลายอย่างรังเกียจ

สไบนางเรียกซันไชน์ไปอุ้มอย่างแสนรัก อุปมาโวยวายขึ้นอีกเมื่อรู้สึกที่กางเกงบอกเซอร์แฉะๆจับดูเลยรู้ว่าถูกเจ้าซันไชน์ฉี่ใส่ เขาลุกพรวดจากเตียง สไบนางกลั้นหัวเราะถามว่า

“ฉี่ราดเองรึเปล่า”

“จะบ้าเรอะ เอามันออกไปจากห้องฉันเลยนะ ถ้าฉันออกมาจากห้องน้ำเจอมันอีกที จะเตะให้คอหักเลย” พูดแล้วเดินหัวเสียเข้าห้องน้ำ

“ไอ้ใจโหด” สไบนางด่าเบาๆกอดซันไชน์ไว้แน่น

ooooooo

อาทิตย์โทร.มาคุยกับสไบนางแต่เช้าถามว่า

เมื่อคืนเจ้าตัวเล็กสร้างความวุ่นวายอะไรรึเปล่า สไบนางคุยเสียงแจ่มใสว่าไม่เลย เลี้ยงง่าย คนมากกว่าที่เป็นตัวสร้างปัญหา แล้วบอกอาทิตย์ว่าตนตั้งชื่อให้น้องหมาว่า “ซันไชน์” ถามว่าชอบไหม พลางมองเจ้าซันไชน์ที่วิ่งอยู่แถวสนาม

อุปมากำลังจะออกไปข้างนอก เหล่ๆใส่สไบนางตาขวาง สไบนางได้ทีเลยพูดเสียงดัง

“ส่วนไอ้ตัวใหญ่ขนหน้าดกๆชื่อไอ้ซันเซตกำลังจะออกไปข้างนอกแล้ว”

เสียงอาทิตย์ขำครืดๆดังจากปลายสาย สไบนางยิ้มสะใจ ยิ่งเมื่อเห็นอุปมาเดินหน้าหงิกไปก็ยิ่งชอบใจ คุยโทรศัพท์ต่อแอบด่าไปด้วยว่า

“เปลี่ยนใจแล้ว ให้ชื่ออัพเซตดีกว่า คนบ้าอะไรจะหน้าหงิกหน้างอบูดบึ้งเป็นตูดได้ทั้งวัน”

เสียงอาทิตย์หัวเราะขำชอบใจดังมาอีก  สไบนางเอะใจกวาดตามองหาซันไชน์ไม่เห็นแล้ว เลยคุยโทรศัพท์ไปบ่นไปว่าไม่รู้ซันไชน์หายไปไหนแล้ว ตกคลองหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วเดินหาไปเรื่อย

ทันใดนั้น ซันไชน์ร้องเอ๋งสุดเสียงแล้วเงียบไป ตามด้วยเสียงแรมที่วี้ดว้ายอย่างตกใจ

“ว้าย...คุณมาร์ค ทับลูกหมาค่ะ”

อุปมาลงจากรถมาดู สไบนางวิ่งตะบึงมาถึงผลักอุปมาให้พ้นทาง ก้มมองร้องเรียกซันไชน์! ในขณะที่อุปมาเบือนหน้าหนีอย่างรู้สึกผิด เอ่ยขอโทษเบาๆ

สไบนางตาแดงก่ำตะโกนด่าอุปมา “ไอ้คนใจร้าย” อุปมาเสียงอ่อยว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แต่สไบนางไม่ฟังเสียงหาว่าเขาตั้งใจแกล้งตนด้วยการฆ่ามัน แล้วทุบตีอุปมา ด่า “ไอ้ฆาตกร ไปตายเลยไป”

ครู่หนึ่ง สไบนางไปดึงผ้าเช็ดตัวจากแรมไปห่อเจ้า

ซันไชน์อุ้มเดินร้องไห้ไปทางสนาม อุปมามองตามแล้วสั่งแรมให้เรียกเด็กมาทำความสะอาดให้เกลี้ยงเลย อดหันมองตามหลังสไบนางไปหน้าจ๋อยๆไม่ได้

สไบนางเอาเจ้าซันไชน์ไปฝังไว้ที่ริมสวน คุกเข่าเอ่ยลาน้ำตาคลอ อุปมาเดินมาคุกเข่าลงข้างๆเธอ เขาเด็ดดอกไม้จากในสวนมากิ่งหนึ่ง ปักลงที่หลุมศพเจ้าซันไชน์ สไบนางเหลือบมองด่าว่าเขาเป็นตัวมารทำลายความสุขทุกอย่างในชีวิตตนแล้วลุกขึ้นดึงกิ่งดอกไม้ที่อุปมาปักปาหน้าเขาก่อนวิ่งหนีไป

อุปมาถอนใจยาว ลุกขึ้นยืนมองหลุมเจ้าซันไชน์ เอ่ยอย่างเสียใจว่า

“แกคงรู้นะว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ” ก้มหยิบดอกไม้กิ่งนั้นปักไว้ที่เดิมแล้วเดินหงอยๆกลับไป

ooooooo

ตกเย็น อาทิตย์มาปลอบใจสไบนางว่าไม่ต้องเสียใจเดี๋ยวจะหาซื้อให้ใหม่ สไบนางไม่เอากลัวจะตายอีก อาทิตย์บอกว่าอุปมาคงไม่ได้ตั้งใจก็ถูกหาว่าพูดแก้ต่าง

ให้กัน อาทิตย์เลยไม่พูดต่อ ส่วนสไบนางขอโทษเขาที่ดูแลของขวัญไว้ไม่ได้

“อย่าคิดมากเลยบี กรรมของมัน” อาทิตย์ปลอบ แล้วนึกสนุกแซวว่า “เดี๋ยวมันก็ไปเกิดเป็นลูกเธอเองแหละ” ทำให้สไบนางพลอยขำไปด้วย ถามว่าลูกตนออกมาหน้าจะเหมือนซันไชน์ใช่ไหม อาทิตย์ถามแซวๆว่า “คุณมาร์คหน้าเหมือนซันไชน์เหรอ”

“ซันนี่!” สไบนางคว้าแก้วน้ำตั้งท่าจะสาด อาทิตย์หัวเราะแล้ววิ่งหนี ถูกสไบนางไล่ตามสาดใส่จนได้ ทั้งสองวิ่งไล่

หัวเราะร่าเริงไปทางสวน

คุณหญิงกับบังอรยืนดูอยู่บนบ้าน คุณหญิงพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจนักว่า

“เดี๋ยวบีจะกลับไปบ้านโน้น ให้ระเบียบตามไปส่งนะ อย่าให้กลับไปกับอาทิตย์ตามลำพัง”

ooooooo

ด้วยความรู้สึกผิด อุปมาซื้อลูกหมามาใช้ให้ สไบนางไม่เอาบอกว่าซันไชน์มีได้แค่ตัวเดียวเลยถูกอุปมาประชดว่า แน่ซิก็เป็นของคนรักให้นี่ หมาตัวไหนก็ทดแทนไม่ได้

สไบนางตอบประชดว่าแน่อยู่แล้ว ตัวนี้เอามาจากไหน คืนเจ้าของไปเลย อุปมาบอกว่าตนจะเลี้ยงเอง เลยถูกสไบนางขู่ๆว่า

“ก็เรื่องของคุณ บ้านของคุณ ถ้าฉันไม่เห็นเดินเหยียบมันตายอย่ามาว่ากันก็แล้วกัน”

“คนใจยักษ์” อุปมาด่า เลยถูกสวนไปทันควันว่า “ไอ้ฆาตกรใจโหด” แล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นบ้านไปเลย อุปมาถอนใจพรืด แล้วอุ้มลูกหมาเดินออกจากบ้านไป

ooooooo

ตกค่ำ ยายจันทร์ยกอาหารและผลไม้ไปให้ประมุขที่ห้องนอน พบประมุขนอนหมดสติอยู่ข้างเตียง คุณหญิงรีบให้คนพาส่งโรงพยาบาล แล้วโทร.บอกวิจิตราให้กลับมาเยี่ยมประมุขบ้าง แต่อย่าบอกเมธาวีเรื่องพ่อเธอป่วยเข้าโรงพยาบาลเดี๋ยวจะทรุดไปอีกคน

“แม่คุยกับหมอแล้ว บอกตามตรงว่าแม่ไม่สบายใจเลย” คุณหญิงเปรยๆ

“ค่ะคุณแม่ วันสองวันนี้หนูจะกลับไปบ้านสวนค่ะ...ค่ะ... ค่ะ...สวัสดีค่ะคุณแม่” วางสายจากคุณหญิงแล้ว วิจิตราหันมองเมธาวีที่นอนหลับอยู่ น้ำตารื้น รู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูกที่ลูกยังนอนอาการไม่ดีอยู่ สามีก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไปอีกคน

ooooooo

ที่บริษัทอุปมา มีการประชุมเตรียมจัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า หลังจากเลขารายงานเรื่องอาหารที่จะจัดในงาน ว่าจะเลือกแต่เจ้าอร่อยจากทุกย่าน และจะมีการจับสลากของขวัญ 20 รางวัลด้วย

“น่าจะมีการแสดงสักหน่อยไหม งานจะได้ไม่กร่อย” บารมีเสนอ อุปมาบอกว่าหัสดินจะให้วงของเพื่อนมาเล่นให้ บารมีเห็นด้วย เลขายกมือเสนอว่า

“หนูว่าน่าจะให้คุณบีรำโชว์ในงานด้วยนะคะ ได้ยินว่า คุณบีเธอรำเก่ง ลูกค้าคงตื่นเต้นที่จะได้เจอตัวภรรยาคุณมาร์คด้วย”

“ไอเดียไม่เลวเหมือนกันนะ” บารมียิ้มพอใจ พออุปมาตั้งท่าจะแย้ง บารมีก็ตัดบทว่า “เลี้ยงขอบคุณลูกค้าทั้งที ก็ต้องมีอะไรพิเศษหน่อยสิมาร์ค ภรรยาเอ็มดี ลงทุนขึ้นเวทีรำเอง มันแสดงให้เห็นถึงความจริงใจกับลูกค้านะมาร์ค”

อุปมาเลยพูดไม่ออก บารมีถามว่ามีใครเห็นด้วยบ้าง ทุกคนในห้องประชุมก็ยกมือกันพรึบ อุปมาเลยหน้าจ๋อยไป

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อุปมาอาศัยบารมีของคุณหญิงมาเจรจาให้สไบนางรำในงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า สไบนางปฏิเสธอ้างว่าไม่อยากช่วยฆาตกรใจโหด และไม่ใช่งานบริษัทของตน

คุณหญิงกล่อมว่าไม่ใช่ก็เหมือนใช่ เพราะตัวเองเป็นภรรยาของอุปมายังไงก็คือ สไบนาง บุญอนันต์อยู่ดี แล้วเอ่ยขอ

“ทำเพื่อบริษัทของตระกูลตัวเอง ไม่ควรปฏิเสธหรอกบี ไปจ้างคนอื่นมารำ ก็รำสวยสู้บีของย่าไม่ได้หรอก”

เจอลูกยอเข้า สไบนางก็แกล้งทำหน้าเซ็งต่อรองว่า รำชุดเดียวกับงานคุณย่าก็แล้วกัน อุปมาแอบโล่งใจแต่ก็อดแขวะไม่ได้ว่า “แต่เอาแบบเต็มเพลงนะครับ”

สไบนางค้อนควับพูดเชิดๆอย่างไม่เต็มใจว่า ก็อย่าคาดหวังอะไรนักตนไม่มีเวลาซ้อม รำถูกรำผิด พวกพ่อค้าลูกค้าเขาก็คงดูไม่ออกหรอก พูดแล้วเหยียดปากดูถูก ลุกเดินกระแทกไหล่อุปมาออกไป

อุปมาเหล่มองตามทั้งเจ็บใจทั้งหมั่นไส้ คุณหญิงส่ายหน้ายิ้มๆ อ่อนใจกับคู่กัดคู่นี้เหลือเกิน

ooooooo

เมื่อรู้ว่าประมุขเข้าโรงพยาบาล สไบนางจึงไปเยี่ยม แต่พอฟังประมุขโอดครวญเรื่องหนี้สินว่า บารมียึดบ้านไปแล้วยังชำระหนี้ได้แค่ 1 ใน 3 เท่านั้น สไบนาง ถามว่าทำไมหนี้ถึงได้มากมายขนาดนั้น ประมุขก็ด่าบารมีว่าโกงตน พลิกลิ้นไปเรื่อย คิดดอกเบี้ยอะไรก็ไม่รู้จนตนไม่มีแรงจะสู้รบปรบมือด้วยแล้ว

พอเห็นสไบนางไม่สบายใจ ประมุขก็หว่านล้อมให้สไบนางช่วยขอร้องให้บารมีปลดหนี้ให้ แบบนี้ตนก็ยังพอจะมีความหวังในชีวิตกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

“บีคงช่วยลุงไม่ได้หรอกค่ะ” สไบนางหน้าเครียด พอประมุขทำท่าจะอ้อนอีก เธอตัดบทว่า “ถ้าลุงยังพูดเรื่องนี้ อีก บีจะไม่มาเยี่ยมลุงอีกเลย” พูดแล้วเดินไปทางประตูห้องคุณหญิงแอบฟังอยู่รีบหลบออกไป พอสไบนางเดินออกจากห้อง คุณหญิงได้แต่มองตามด้วยความเห็นใจหลานสาว

ปากก็บอกอุปมาว่าตนไม่มีเวลาซ้อมและขี้เกียจซ้อมฉะนั้นอาจจะรำได้ไม่ดี แต่ปรากฏว่า ค่ำนี้อุปมาเห็นเธอไปซุ่มซ้อมอยู่ข้างสนามท่ามกลางแสงสลัวๆ เขายิ้มทั้งขำๆและพอใจแล้วหลบไป

วิมาดามารับเช็คพร้อมค่าขนมปลอบใจจากอุปมาที่บริษัทเป็นงวดสุดท้าย ทราบจากเลขาว่าจะมีการจัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าโดยมีสไบนางรำโชว์ด้วย นึกหมั่นไส้ แต่ทำทีตื่นเต้นอยากดูขออนุญาตมางานได้ไหม พนักงานยินดีจัดให้ วิมาดายิ้มสมใจที่จะได้มาทำอะไรให้สะใจตัวเอง

ooooooo

ที่สนามบ้านไทยประยุกต์ เย็นนี้ขณะสไบนางปูเสื่อนอนอ่านตำราภาษาอังกฤษที่สนาม อุปมาในชุดนักกีฬาจ๊อกกิ้งผ่านมาแวะชวนไปจ๊อกกิ้งกันไหม สไบนางปฏิเสธเลยถูกแซวว่านอนทั้งวัน ระวังบั้นท้ายใหญ่ใส่ชุดรำไม่เข้า

พอดีแรมมาบอกว่าอาทิตย์มาหา สไบนางรีบไปพบเพราะฝากให้ช่วยซื้อชุดนางรำมาให้ ปรากฏว่าอาทิตย์ซื้อได้ ถูกใจมาก อาทิตย์แบมือขอบัตรเข้างานเป็นรางวัล สไบนางคุยว่าให้บัตรวีไอพีเข้างานไปดูตนรำฟรีๆได้เลย

อุปมายืนฟังอยู่ขัดขึ้นขวางๆว่างานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า คนนอกไม่เกี่ยว สไบนางเลยเล่นแง่บ้างว่าถ้าอาทิตย์เป็นคนนอกตนก็เป็นคนนอกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นตนก็ไม่เกี่ยว ถ้าเข้างานไม่ได้ตนก็ไม่รำ

“ไม่มีคนรักมาดู สงสัยจะไม่มีแรงรำ” อุปมาแขวะอย่างหมั่นไส้ สไบนางเลยยั่วเดินไปโอบบ่าอาทิตย์ชวนไปจ๊อกกิ้งกันดีกว่า เย้ยอุปมาว่า

“กำลังใจตัวจริงอยู่นี่ นายมันตัวปลอม ไปจ๊อกกิ้งกันเถอะซันนี่ บีชอบจ๊อกกิ้งกับตำรวจ ปลอดภัยไม่ต้องกลัวถูกจับปล้ำ” ว่าแล้วลากแขนอาทิตย์ออกไปจากบ้าน อุปมาเหล่ตามอย่างหมั่นไส้เต็มที

ooooooo

ค่ำวันจัดงาน จู่ๆวิมาดาในชุดสุดสวยก็นวยนาดเข้ามา พอเจออุปมาเธอเข้าไปอ้อนว่าคงไม่ไล่ตนออกจากงานใช่ไหม ตนอยากมาชมรำเปิดงานโดย ภรรยาของเขา เห็นร่ำลือกันว่าสวยไม่แพ้มืออาชีพ

อุปมาบอกว่าถ้าไม่มาสร้างความวุ่นวายในงานก็ไม่มีปัญหาอะไร วิมาดาสัญญาว่าถ้าตนสร้างความวุ่นวายปุ๊บก็จะออกจากงานทันทีเลย อุปมาหันไปบอกหัสดินให้คอยจับตาเอาไว้ให้ดี มองตามวิมาดาไปอย่างไม่สบายใจ

พอพ้นจากสายตาของอุปมา วิมาดาก็ตรงไปที่ห้องแต่งตัวรี่เข้าไปหาสไบนางที่นั่งอยู่หน้ากระจก พอสไบนางมองจากกระจกเห็นวิมาดา เธอตั้งหลักเตรียมรับมือเต็มที่

หลังจากทักทายแบบประชดประชันกันไม่กี่คำ วิมาดาก็เข้าไปพูดได้ยินกันเพียงสองคนว่า

“ฉันรู้นะว่าเธอเป็นเจ้าสาวส้มหล่นของคุณมาร์ค อย่าหวังเลยว่าจะหว่านเสน่ห์จับคุณมาร์คได้สำเร็จ” พูดแล้วจ้องตาผ่านกระจกกันอย่างไม่มีใครลงให้ใคร

พอดีอาทิตย์ในชุดลำลองเดินเข้ามา สไบนางได้ทีร้องเสียงดังพลางชี้ไปทางวิมาดา

“คุณตำรวจช่วยด้วยค่ะ เมียน้อยบุกค่ะคุณตำรวจ ผิดศีลธรรม จับเข้าคุกไปเลยค่ะ”

ทุกคนหันมองไปทางวิมาดาเป็นตาเดียว จนวิมาดาทำท่าไม่ถูกด่าสไบนาง “อีเด็กบ้า” แล้วเดินงุดๆออกจากห้องแต่งตัวไปเลย ขณะที่ทุกคนพากันงงนั้น อาทิตย์กลับหัวเราะตำหนิสไบนางว่าขยันสร้างศัตรูเสียจริง สไบนางยักไหล่อย่างไม่แคร์ ยิ้มสะใจที่ได้ฉีกหน้าวิมาดาจนต้องเป็นฝ่ายถอยไปไม่เป็นท่า

ฝ่ายอุปมาก็เริ่มรู้สึกดีๆกับสไบนางขึ้นเมื่อเห็นเธอมาแอบซ้อมรำก่อนขึ้นเวทีอย่างจริงจัง นึกสนุกจะเดินไปชมไปแซวเล่น แต่พอเดินพ้นมุมตึกก็เห็นอาทิตย์นั่งขัดสมาธิกับพื้นคอยถ่ายคลิปวีดิโอให้สไบนางอยู่

สุดท้ายอุปมาก็ถอยออกไปเซ็งๆ

ooooooo

เกิดเรื่องจนได้ เมื่อสไบนางถูกวิมาดาสาดซ่าหริ่มใส่ขณะเตรียมออกไปรำ สาดเสร็จตัวเองก็เดินกระหยิ่มยิ้มย่องออกจากงานไป

เมื่อเพลงขึ้น สไบนางตัดสินใจออกไปรำทั้งที่ซ่าหริ่มย้อยทั้งที่หน้าและตัว เธอรำไปยิ้มแย้มไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่บารมีและอุปมาที่ดูอยู่ต่างสงสัยว่าทำไมตัวเธอถึงได้เลอะเทอะขนาดนั้น

อาทิตย์ที่ถ่ายวีดิโออยู่ถึงกับชะงักหยุดการถ่ายคลิปมองสไบนางด้วยสีหน้าเป็นห่วงมาก แต่เธอก็ยังยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาทิตย์เห็นวิมาดาเดินยิ้มกริ่มออกไป ฉุกคิดได้ว่าต้องเป็นฝีมือแม่นั่นแน่ๆรีบตามไป แต่พอถาม วิมาดา

ก็ทำไขสือจนอาทิตย์จับไม่มั่นคั้นไม่ตายต้องปล่อยไป

พอรำเสร็จ สไบนางจะกลับหลังเวที อุปมาก็ก้าวขึ้นไปคว้าไมค์จากหัสดินแล้วไปดึงมือสไบนางมากลางเวที พูดกับแขกในงาน โดยมือหนึ่งจับไมค์และอีกมือจับมือสไบ– นางบีบแน่น

“คุณบีตั้งใจฝึกรำชุดนี้อย่างเต็มที่เพื่อแสดงให้แขกทุกคนในงานชม แต่เผอิญก่อนแสดงเจอแอกซิเดนท์นิดหน่อย แต่เธอก็ยังมีสปิริตออกมารำจนจบเพลง ขอเสียงปรบมือให้ภรรยาผมอีกครั้งด้วยครับ”

สิ้นเสียงอุปมา เสียงปรบมือก็กึกก้องไปทั้งห้องจัดงาน แขกทุกคนยืนขึ้นอย่างให้เกียรติ อุปมาปล่อยมือที่จับมือสไบนางปรบมือให้อย่างชื่นชม จังหวะนั้นเอง สไบนางน้ำตารื้นรีบวิ่งกลับเข้าหลังเวทีไป

อุปมามองตามตกใจเล็กน้อย แต่หัสดินเชาว์ดีรีบคว้าไมค์จากอุปมาพูดอารมณ์ดีว่า

“จบโชว์ซึ้งๆของสามีภรรยาแล้ว เรามาสนุกกับลีลาหางเครื่องของพนักงานสาวๆอวบๆของบริษัทกันต่อเลยนะครับ ขอเสียงปรบมือด้วยคร้าบบบบ”

ooooooo

สไบนางร้องไห้ทั้งอายทั้งปลาบปลื้มระคนกัน  อุปมารีบเดินตามมา แต่เจออาทิตย์มาจากอีกทางหนึ่งอุปมาเลยชะงัก

พอเห็นคนรู้ใจเข้าใจกัน สไบนางก็ร้องไห้ออกมาจนตัวสั่น อาทิตย์สงสารจับใจกอดเธอไว้ปลอบใจ ให้กำลังใจชมว่า เธอทำหน้าที่เสร็จแล้วเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า สไบนางพูดทั้งที่ยังร้องไห้ว่า

“ไม่เอาซ่าหริ่มนะ”

อาทิตย์​อด​ขำ​ไม่ได้ เลย​กอด​สไบ​นาง​ไว้​ทั้ง​มัน​เขี้ยว​ทั้ง​เอ็นดู อุปมา​มอง​ภาพ​นั้น​อย่าง​บาดตา​บาดใจ​ตัดสินใจ​หัน​เดิน​กลับ​ไป​ตาม​ทาง​เดิน พอดี​อาทิตย์​เห็น​เข้า เขา​หน้า​ขรึม​ลง​มอง​ตาม​อุปมา​อย่าง​ครุ่นคิด

จนกระทั่ง​จะ​กลับ​บ้าน อุปมา​บอก​สไบ​นาง​ว่า​จะ​กลับ​กับ​อาทิตย์​ก็ได้​นะ สไบ​นาง​สวน​ไป​ว่า​ตน​ก็​อยาก​กลับ​ด้วย​แต่​อาทิตย์​ต้อง​กลับ​ไป​อาบ​น้ำ​แล้ว​เข้า​เวร อาทิตย์​จึง​ฝาก​อุปมา​พา​สไบ​นาง​กลับ​ไป​ด้วย กระซิบ​บอก​เธอ​ว่า

“ขึ้นรถ​ก็​ทำ​เป็น​หลับ​ไป​เลย​รู้​ไหม เถียง​กัน​ไป​เถียง กัน​มา​เดี๋ยว​ก็​ทะเลาะ​กัน​อีก”

พอดี​อุปมา​บีบ​แตร​เร่ง ​สไบ​นาง​จึง​ไป​ขึ้น​รถ แต่​พอ​นั่งรถ​เธอ​ก็​เอียง​ตัว​หัน​หน้า​ไป​ทาง​หน้าต่าง​รถ ​จน​ดูเหมือน​หัน​หลัง​ให้​อุปมา​เลย​ทีเดียว แต่​เขา​ก็​ไม่​สนใจ ชวน​คุย​อย่าง​สนุกสนาน​อารมณ์​ดี​ว่า

“วัน​นี้​มี​แต่​คน​ชม​เธอ​กัน​ยกใหญ่​เลย​นะ” เงียบ... “นอกเหนือ​จาก​เรื่อง​รำ​สวย​แล้ว ทุก​คน​ชื่นชม​สปิริต​ของ​เธอ​ที่สุด” ยัง​เงียบ​อยู่​อีก...อุปมา​เลย​ชะโงก​ไป​ดู พูด​ขำๆ “หลับ​ไป​ซะ​แล้ว เธอ​เข้มแข็ง​กว่า​ที่​ฉัน​คิด​ไว้​เยอะ...ฉัน​นับถือ​ใจ​เธอ วัน​นี้​ฉัน​ชื่นชม​เธอ​จาก​ใจ​จริง”

อุปมา​พูด​คน​เดียว ยิ้ม​คน​เดียว ใน​ขณะ​ที่​สไบ​นาง​นั่ง​หลับตา​พริ้ม​เหมือน​นอน​หลับ แต่​ที่แท้​เงี่ยหู​ฟัง​อยู่ อด​แอบ​ยิ้ม​ปลื้ม​กับ​คำ​ชม​นั้น​ไม่ได้

กลับ​ถึง​บ้าน เมื่อ​สไบ​นาง​เข้า​ห้องน้ำ อุปมา​ก็​เปิด​คอมฯ​ดู​รูป​เธอ​ที่​รำ​อย่าง​อ่อนช้อย​ยิ้มแย้ม​ทั้งที่​มี​เส้น​ซ่าหริ่ม​ห้อย​รุงรัง เห็น​แล้ว​ก็​อด​ขำ​ไม่ได้

พอ​สไบ​นาง​ออก​มา​เขา​ก็​รีบ​ปิด​หน้า​จอ แต่​สไบ​นาง​รู้ทัน​ว่า​ต้อง​มี​อะไร​ผิด​ปกติ​จึง​เปิด​ดู​เห็น​รูป​ตัว​เอง​แล้ว​ก็​ยิ่ง​เจ็บใจ ซ้ำ​มา​ถูก​อุปมา​หัวเราะ​ขำๆอีก เลย​คว้า​หมอนข้าง​ไล่​ฟาด​เสีย​ฝ่าย​นั้น​จุก​ตัว​งอ​อยู่​บน​เตียง

ooooooo

หลังจาก​คุณหญิง​โทร.​บอก​ให้​วิ​จิตรา​กลับ​มา​เยี่ยม​ประมุข​บ้าง​แล้ว วิ​จิตรา​บอก​เมธา​วี​ว่า​จะ​กลับ​กรุงเทพฯ เมธา​วี​จะ​ตาม​ไป​ด้วย วิ​จิตรา​อ้าง​ว่า​กะทันหัน​เกินไป​เอา​ไว้​แม่​กลับ​มา​ปรึกษา​หมอ​แล้ว​คราว​หน้า​ไป​ด้วย​กัน

กล่อม​จน​เมธา​วี​ยอม​แล้ว วิ​จิตรา​ก็​นึก​กังวล​ว่ายัง​มี​ อีก​หลาย​เรื่องราว​ที่​ลูก​ไม่​รู้ จะ​บอก​ลูก​อย่างไร​ดี

เมื่อ​กลับ​มา​เห็น​สภาพ​ที่​ทรุดโทรม​ของ​ประมุข วิ​จิตรา​ตกใจ​มาก​ถาม​ว่า​ทำไม​ถึง​เป็น​ขนาด​นี้ คุณหญิง​บอก​ว่า

“ใจ​ประมุข​ไม่​สู้​เสีย​แล้ว โรค​ที่​เป็น​อยู่​มัน​ก็​ยิ่ง​รุม ข้าว​ปลา​อาหาร หยูกยา​ก็​ไม่​ยอม​กิน อีก​ไม่​นาน​ก็​คง​เหลือ​แต่​หนัง​หุ้ม​กระดูก”

วิ​จิตรา​เสนอ​ให้​พา​ไป​อยู่​โรงพยาบาล​เลย​ดี​ไหม คุณหญิง​ส่าย​หน้า​เล่า​ว่า​ประมุข​ไม่​ยอม​ไป​ถ้า​ไม่​ล้ม​หมด​สติ​ก็​ไม่​มี​ทาง​ได้​เจอ​หน้า​หมอ​หรอก

วิ​จิตรา​ถอน​ใจ​อย่าง​กลัดกลุ้ม คุณหญิง​พูด​หน้า​เครียด​จริงจัง​ว่า ถ้า​เมธา​วี​หาย​ก็​ให้​รีบ​กลับ​มา​ได้​ไหม ตน​กลัว​จะ​ไม่ทัน​ได้​เห็นใจ...

คุณหญิง​น้ำ​ตา​รื้น​พูด​ไม่​ออก ใน​ขณะ​ที่​วิ​จิตรา​ตกใจ​มาก​เมื่อ​แม่​คาด​การณ์​ถึง​ขั้น​นั้น...

ฝ่าย​เมธา​วี​ที่​รักษา​ตัว​อยู่​ใน​โรงพยาบาล​ที่​เชียงใหม่ วันนี้​พยาบาล​พา​นั่ง​รถ​เข็น​ไป​เปลี่ยน​บรรยากาศ​ข้าง​นอก เธอ​เห็น​พยาบาล​ถือ​หนังสือพิมพ์​อยู่​จึง​ขอ​อ่าน

เธอ​รับ​หนังสือพิมพ์​มา​เปิด​ดู​ไป​เรื่อยๆ จน​เจอ​กรอบ​ข่าว​ประชาสัมพันธ์ มี​รูป​อุปมา​ถ่าย​หมู่​ยิ้มแย้ม​ใน​กลุ่ม​ลูกค้า​และ​มี​รูป​กรอบ​เล็ก​ตรง​มุม เป็น​รูป​เดี่ยว​สไบ​นาง​ใน​ชุด​นางรำที่สวยงาม เมธา​วี​หยุด​กึก​รีบ​อ่าน​เนื้อ​ข่าว สีหน้า​เธอ​เครียด​ขึ้น​ทุกที จนกระทั่ง​มือ​สั่น ตา​เบิก​โพลง

เมื่อ​พยาบาล​รีบ​พา​ขึ้น​ห้อง​พัก เมธา​วี​โวยวาย​ดิ้นรน​ไม่​ยอม​อยู่ จะ​กลับ​กรุงเทพฯ​ให้​ได้ พยาบาล​จะ​ฉีดยา​เธอ​ก็​ดิ้น​สุด​แรง​ไม่​ยอม​ให้​ฉีด ร้อง​จะ​ขอ​กลับ​กรุงเทพฯ​  ร้อง​ถาม​หา​แม่ตลอดเวลา

แต่​ใน​ที่สุด​หมอ​และ​พยาบาล​ก็​จับ​ฉีดยา​จน​ได้ เมธา​วี​อ่อน​แรง​ไม่​ดิ้นรน​ขัดขืน​อีก แต่​ร้องไห้​ฟูมฟาย​กับ​ข่าว​อุปมา​และ​สไบ​นาง​ที่​อ่าน​พบ เป็น​ปัญหา​ค้าง​คา​ใจ​ที่​ไม่​อาจ​ลบเลือนได้...จนกว่า​จะ​ตื่น​ขึ้น​มา​อีก​ครั้ง...

ooooooo

เช้า​นี้ สไบ​นาง​นั่ง​ทาน​อาหาร​อยู่​คน​เดียว เมื่อ​อุปมา​ลง​มา​ใน​ชุด​เตรียม​ไป​ทำ​งาน เขา​ถาม​ว่า​เย็น​นี้​ว่าง​ไหม​ตน​อยาก​เลี้ยง​ขอบ​คุณ​ที่​ช่วย​งาน​บริษัท

“ไม่​เป็นไร​หรอก ถือว่า​ทำเอา​บุญ ไม่​มี​อะไร​แล้ว​ใช่ไหม” พูด​แล้ว​ลุก​จาก​โต๊ะ ทำเอา​อุปมา​ยืน​เห​วอ มอง​ตาม​พลางถอนใจยาว...

สไบ​นาง​เลี่ยง​ไป​คุย​โทรศัพท์​กับ​หยาด​ฝน  เล่า​บรรยากาศ​เมื่อ​คืน​ที่​ตัว​เอง​รำ​ให้​เพื่อน​รัก​ฟัง เล่า​ว่า​พอ​ตน​รำ​เสร็จ​คน​ดู​ต่าง​ลุก​ขึ้น​ปรบมือให้​กำลังใจ หยาด​ฝน​บอก​เพื่อน​ว่า​ฟังแล้ว ขนลุกเลย

แต่​พอ​ถาม​ว่า อุปมา​เป็น​อย่างไร​บ้าง เขา​ไม่​หัวเราะ​กลิ้ง​กับ​ซ่าหริ่ม​เต็มตัว​ของ​เธอ​หรือ สไบ​นาง​กลับ​นิ่ง​เงียบ สุดท้าย​อ้อมแอ้ม​บอก​ว่า​หัวเราะ​นิดหน่อย แล้ว​เงียบ​ไป

“วัน​นี้​แก​แปลกๆนะ​บี ไม่​เห็น​ด่า​คุณ​มาร์ค​ให้​ฉัน​ฟัง​เลย” หยาด​ฝน​เอะใจ สไบ​นาง​ตัดบท​ว่า ตน​ปวด​หัว​นิดหน่อย​ขี้เกียจ​พูด​ถึง​เขา บอก​หยาด​ฝน​ให้​จัด​กระเป๋า​เสีย​แล้ว​กด​ตัด​สาย แต่​แล้วก็​ชะงัก​เมื่อ​เห็น​บารมี​กำลัง​เดิน​มา

“เมื่อ​คืน​เกิด​อะไร​ขึ้น เล่า​ให้​ลุง​ฟัง​อย่าง​ละเอียด​ซิ” บารมี​เข้า​มา​โอบ​ไหล่​พา​เดิน​คุย​กัน​ไป​ทาง​ริม​น้ำ...

ตก​เย็น​เมื่อ​อุปมา​กลับ​จาก​ทำ​งาน​มา​ถึง​ห้อง​นอน​ไม่​เจอ​สไบ​นาง​ก็​เอะใจ​เปิด​ตู้​เสื้อ​ผ้า​ก็​ยิ่ง​ตกใจ ลง​บันได​พลาง​ร้อง​เรียก​แรม​ลั่น​ไป​หมด ถาม​ว่า​สไบ​นาง​ไป​ไหน กระเป๋า​เสื้อ​ผ้าก็ไม่อยู่

แรม​ถาม​ว่า เธอ​ไม่ได้​บอก​เขา​หรือ​ว่า​จะ​ไป​เที่ยว​ต่างจังหวัด ตน​ก็​ไม่​แน่ใจ​ว่า​จังหวัด​ไหน อุปมา​ถาม​เสียง​ดัง​ว่า​แล้วไป​กับใคร แรม​ตกใจ​ผงะ อุปมา​ถาม​อย่าง​ไม่ทัน​ใจ​ว่า “ฉัน​ถาม​ว่า​ไปกับใคร”


“ไป​กัน​หลาย​คน​น่ะ​ค่ะ เห็น​คุณ​หัสดิน​เอา​รถ​ตู้​มา​รับ​ไป​น่ะ​ค่ะ”

อุปมา​ไม่​พอใจ​มาก บ่น​ว่า​ทำไม​ไม่​ขอ​อนุญาต​ตน​สัก​คำ เขา​คำราม​ชื่อ​หัสดิน​ออก​มา​อย่าง​เจ็บใจ​แล้ว​กด​โทรศัพท์​มือ​ถือ​เดิน​ออก​ไป​จาก​บ้าน​อย่าง​หัวเสีย

ooooooo

ที่แท้ สไบ​นาง อาทิตย์ หยาด​ฝน  และ​หัสดินพา​กัน​ไป​เที่ยว “ฮัท​ริม​แคว” ของ​สาย​ทิพย์​ที่​สร้าง​บน​ที่ดิน​มรดก เธอ​จะ​มา​ดูแล​รี​สอร์ต​เพื่อ​เตรียม​เปิด​เป็น​ทางการ​เร็วๆนี้​ถี่​ขึ้น ส่วน​ลูก​ชาย​ก็​ฝาก​ไว้​กับ​คุณ​ตา​คุณ​ยาย กลับ​เมื่อ​ไร​ก็​รับ​ไป​อยู่​บ้าน

หยาด​ฝน​เล่า​ให้​เพื่อนๆฟัง​ว่า พี่​สาว​สดชื่น​ขึ้น​เยอะ​หลังจาก​เริ่ม​ทำ​รี​สอร์ต ส่วน​ธนู​นั้น​อย่า​พูด​ถึง​เลย เพราะ​กลับ​ไป​ขลุก​อยู่​กับ​วิ​มา​ดา​ตามเคย

สี่​หนุ่ม​สาว​ชวน​กัน​พาย​เรือ​แคนู​ล่อง​ไป​ตาม​ลำธาร​น้ำตก​อย่าง​สนุกสนาน อาทิตย์​กับ​สไบ​นาง​อยู่​แค​นู​ลำ​เดียวกัน ส่วน​หัสดิน​ไป​กับ​หยาด​ฝน หยอก​ล้อ​กัน​ประสา​หนุ่ม​สาว​ที่​กำลัง​มี​ความ​รัก

เมื่อ​กลับ​มา​ที่​ห้องพัก หัสดิน​ก็ได้​รับ​โทรศัพท์​จาก​อุปมา โดน​ด่า​ว่า​ทำไม​ไม่​รับ​โทรศัพท์ หัสดิน​บอก​ว่า​ตน​เพิ่ง​ไป​พาย​เรือ​มา​เลย​ทิ้ง​โทรศัพท์​ไว้​ที่​ห้อง​พัก

หัสดิน​เล่า​ว่า รี​สอร์ตของ​สาย​ทิพย์​บรรยากาศ​ดี มี​กิจกรรม​เยอะ​แยะ​สนุก​มาก ถูก​อุปมา​ต่อว่า​ที่​ไม่​ชวน​ตน​มา​ด้วย หัสดิน​โต้​ว่า “อ้าว...ก็​คุณ​บีบ​อก​แก​แล้ว​นี่ แก​ไม่​อยาก​มา​เอง”

ความ​เลย​แตก​ว่า​สไบ​นาง​ไม่ได้​บอก หัสดิน​บ่น​ว่า​ตน​ถูก​เธอ​ต้ม​เสีย​แล้ว

“ตกลง​แก​ไป​เที่ยว​ที่ไหน​กัน” อุปมา​ถาม​อย่าง​อยาก​รู้ หัสดิน​บอก​แล้ว​ดักคอ​เพื่อน​ว่า​จะ​ตาม​มา​หรือ

“ฉัน​จะ​ตาม​ไป​ทำไม ไม่​อยาก​เป็น​ก้างขวางคอ​ใคร” อุปมา​ตอบ​อย่างหมั่นไส้​เพราะ​นึก​ว่า​หัสดิน​ไป​กับ​สไบ​นาง​เพียง​สอง​คน

เพียง​เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น อุปมา​ก็​มา​ถึง “ฮัท​ริม​แคว” ของ​สาย​ทิพย์ เข้าไป​เจอ​พวก​สไบ​นาง​กำลัง​ทาน​อาหาร​เช้า​อยู่ พอ​สไบ​นาง​เห็น​อุปมา​เท่านั้น​ก็​หมด​สนุก ยิ่ง​เมื่อ​สาย​ทิพย์​ถาม​เขา​ว่า​ทาน​อะไร​มา​หรือ​ยัง อุปมา​ตอบ​ทำ​ตา​กรุ้มกริ่ม​ไป​ทาง​สไบ​นาง​ว่า

“ยัง​เลย​ครับ เป็น​ห่วง​ภรรยา​เลย​รีบ​ขับ​รถ​ตรง​ดิ่ง​มา​เลย” พอ​สาย​ทิพย์​เชิญ​ทาน​ด้วย​กัน เขา​มอง​หน้า​อาทิตย์​พูด​กวนๆ “ขอ​ผม​นั่ง​ติด​กับ​ภรรยา​ตัว​เอง​ได้​ไหม​ครับ” ว่า​แล้ว​ก็​ทำท่า​จะ​เข้าไป​นั่ง

สไบ​นาง​ลุก​พรวด​พูด​กระแทก​ใส่​ว่า “หมด​อร่อย​แล้ว ไป​นอน​ต่อดี​กว่า” ว่า​แล้ว​ลุก​ไป​เลย

ooooooo

หลัง​อาหาร​เช้า​ก็​เตรียม​ทัวร์บริเวณ​รี​สอร์ตกัน​ สาย​ทิพย์​แนะนำ​ว่า​ใคร​ชอบ​ขี่​ม้า​ก็​มี​ให้​บริการ พอดี​พนักงาน​มา​บอก​ว่า​วัน​นี้​อย่า​เพิ่ง​ไป​พาย​เรือเล่น​กัน​เพราะ​น้ำ​ค่อนข้าง​เชี่ยว

แม้​บรรยากาศ​จะ​น่า​เที่ยว แต่​เวลา​นี้​ทุก​คนใจ​ไม่​อยู่​กับ​ตัว​เพราะสไบ​นาง​หาย​ไป จึง​ต้อง​ช่วย​กัน​ออก​ตาม​หา พนักงาน​ใน​รี​สอร์ตก็​ถูก​เกณฑ์​มา​ช่วย​ตาม​หา​ด้วย ครู่​หนึ่ง​พนักงาน​เข้า​มา​รายงาน​ว่า​ตาม​หา​ที่ไหน​ก็​ไม่​เจอ แต่​พบ​ว่า​เรือ​แค​นู​หาย​ไป​ลำ​หนึ่ง

ที่แท้​สไบ​นาง​แอบ​เอา​เรือ​แค​นู​ไป​พาย​เล่น​ใน​ลำธาร เรือ​แล่น​ไป​ตาม​แรง​น้ำ​ที่​เชี่ยว​กราก​จน​เธอ​เริ่มใจไม่ดี ยิ่ง​ไป​ก็​ยิ่ง​ใจเสีย เลย​ทั้ง​จิ้ม​ทั้ง​งัด​ริม​ธาร​หมาย​ให้​เรือ​หยุด แต่​น้ำ​เชี่ยว​มาก​เรือ​พุ่ง​ไป​จนถึง​แอ่ง​น้ำ​เชี่ยว​เพราะ​ลำธาร​ลด​ระดับ​ลง

“ช่วย​ด้วย...” สไบ​นาง​ร้อง​อย่าง​ขวัญ​เสีย น้ำ​สาด​เข้า​จนไม่​เห็น​อะไร แต่​เลย​แก่ง​ไป​มี​แต่​เรือ​แค​นูตะแคง​เกย​ข้าง​ลำธาร ไม่​มี​สไบ​นาง​อยู่​บริเวณ​นั้น​แล้ว!

เมื่อ​อุปมา​รู้​ว่า​เรือ​แค​นู​ลำ​หนึ่ง​หาย​ไป เขา​เอา​เรือแคนู​ลง​ลำธาร​พาย​ไป​อย่าง​ชำนาญ​เพราะ​เคย​พาย​ตอน​อยู่​เมืองนอก​มา​แล้ว มือ​พาย​เรือ​ปาก​ก็​ตะโกน​เรียก

“บี...บี...ได้ยิน​ผม​ไหม...บี...”

สไบ​นาง​ถูก​น้ำ​ซัด​ไป เธอ​พยายาม​เกาะ​ยึด​หิน​ไว้ ตาก็​กวาด​มอง​หา​คน​ช่วย แต่​เพราะ​อ่อน​แรง​และ​เกาะ​โขด​หิน​ไม่​มั่น เธอ​ถูก​น้ำ​ซัด​หลุด​ไป โชค​ดี​ที่​คว้า​ราก​ไม้​ไว้​ได้ แต่​ก็​หมิ่นเหม่​เต็มที

อุปมา​พยายาม​พาย​เรือ​ไป​ให้​เร็ว​ที่สุด ปาก​ก็​ตะโกน​เรียก​สไบ​นาง​ไม่​หยุด เขา​ดีใจ​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​ร้องขอ​ความ​ช่วยเหลือ​ของ​สไบ​นาง​แว่ว​มา รีบ​พาย​ไป​ตาม​เสียง​จน​เจอ​เธอ​ใน​สภาพ​จะ​หลุด​มิ​หลุด​แหล่​จาก​ราก​ไม้ เขา​ตะโกน​ให้​อดทน​อีก​นิด จับ​ราก​ไม้​ไว้​แน่นๆ

สไบ​นาง​มือ​หลุด​จาก​ราก​ไม้ อุปมา​ฉวย​ไว้​ทัน​ร้อง​บอก​ให้​กอด​เอว​ตน​ไว้​แน่นๆ สไบ​นาง​กอด​ไว้​แน่น จน​ใน​ที่สุด​ทั้ง​คู่​ก็​ปลอดภัย​เมื่อ​พนักงาน​รีสอร์ต​ตาม​มา​ช่วย​ได้​ทัน

เมื่อ​พา​ขึ้น​ฝั่ง อาทิตย์ หยาด​ฝน และ​หัสดิน​ก็ตาม​มาถึง สาย​ทิพย์​เสนอ​ให้​พา​สไบ​นาง​ไป​โรงพยาบาล​ดี​กว่า เพราะ​ท่าทาง​อิดโรย​มาก อุปมา​เห็น​ด้วย ฝาก​หยาด​ฝน​ให้​ช่วย​เก็บ​เสื้อ​ผ้า​ของใช้​ส่ง​ตาม​ไป​ด้วย

อุปมา​อุ้ม​สไบ​นาง​เดิน​ตาม​สาย​ทิพย์ไป สไบ​นาง​ยอม​ให้​อุ้ม​โดย​ดี จน​หยาด​ฝน​คุย​กับ​หัสดิน​ว่า

“บี​เงียบกริบ ไม่​มี​ปาก​มีเสียง​เลย สงสัย​จะ​เจ็บ​จริง”

“วัน​นี้​สอง​คน​นี้​ค่อย​ดู​เป็น​สามี​ภรรยา​กัน​ขึ้น​หน่อย​ว่า​ไหม”

หยาด​ฝน​สะกิด​หัสดิน​ให้​มอง​ไป​ทาง​อาทิตย์ เห็น​อาทิตย์​นั่ง​จ๋อยๆอยู่​คน​เดียว เขา​ชะเง้อ​มอง​ตาม​อุปมา​ที่​อุ้ม​สไบ​นาง​ไป​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง...

ooooooo

จาก​การ​ตรวจ​ของ​หมอ ปรากฏ​ว่า​ประมุข​เป็น​มะเร็ง​ใน​กระเพาะ​อาหาร ทั้ง​คุณหญิง​และ​วิ​จิตรา​ตกใจ ใจเสีย ต่าง​มี​ความ​เห็น​ตรง​กัน​ว่า​ไม่​ต้อง​บอก​ประมุข ให้​ประมุข​รู้​แค่​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​ความ​ดัน​กับ​โรค​หัวใจ​ตาม​เดิม​เท่านั้น เพราะ​เกรง​ว่า​รู้ความ​จริง​แล้ว​จะ​ยิ่ง​ทรุด

คุณหญิง​บอก​วิ​จิตรา​ให้​รีบ​พา​เมธา​วี​กลับ​มา​ดูใจ​พ่อ ก็​พอดี​วิ​จิตรา​ได้​รับ​โทรศัพท์​จาก​พยาบาล​ที่​ดูแล​เมธา​วี​อยู่ เธอ​บอก​คุณหญิง​อย่าง​กังวล​ว่า ไม่​รู้​มี​อะไร​รึ​เปล่า

วิ​จิตรา​เดินทาง​ไป​หา​เมธา​วี​เร็ว​ที่สุด ไป​ขอ​อนุญาต​หมอ​พา​ลูก​กลับ​กรุงเทพฯ อีก​ทั้ง​เล่า​เรื่อง​อุปมา​กับ​สไบ​นาง​ให้​ฟัง​เพื่อ​ให้​ลูก​เตรียม​ทำใจ​รับ​สถานการณ์ เมธา​วี​เสียใจ​คิด​ไม่​ตก​กลัว​สไบ​นาง​จะ​ไม่​คืน​อุปมา​ให้​ตน วิ​จิตรา​บอก​ว่า​ไม่​ต้อง​ห่วง​เพราะ​เท่า​ที่​รู้​มา สอง​คน​นั้น​โต้เถียง​กัน​ทุก​วัน

“แต่​ที่​แม่​ยอม​ขอ​คุณ​หมอ​ให้​เม​กลับ​กรุงเทพฯ ทันที​ไม่​ใช่​เพราะ​เรื่อง​นี้​หรอก​ลูก” วิ​จิตรา​พูด​หน้า​เครียด​ขรึม​จน​เมธา​วี​สงสัย​ถาม​ว่า​มี​เรื่องอะไร​อีก​หรือ วิ​จิตรา​จึง​ตัดสินใจ​เล่า​ให้​ฟัง “คุณ​พ่อ​ไม่สบาย​มาก จะ​จาก​เรา​ไป​วัน​นี้​พรุ่งนี้​ก็​ไม่​รู้” พูด​ได้​แค่​นั้น​วิ​จิตรา​ก็​ร้องไห้​จน​พูด​ไม่​ออก

เมธา​วี​ยัง​เข้าใจ​ว่า​พ่อ​เป็น​ความ​ดัน​และ​โรค​หัวใจ เชื่อ​ว่า​มี​ยา​คุม​ได้​ไม่​น่า​จะ​มี​อะไร

“ไอ้​ที่​มี​อะไร​มัน​ไม่​ใช่​โรค​พวก​นี้​น่ะ​สิ​เม หมอ​เพิ่ง​ตรวจ​เจอ​มะเร็ง​ใน​กระเพาะ​อาหาร​ระยะ​สุดท้าย ตอน​นี้​ลาม​ไป​ทั่ว​แล้ว” วิ​จิตรา​ร้องไห้​โฮ​ออก​มา โผ​เข้า​กอด​เมธา​วี​ที่​ตกใจ​จนช็อก

ooooooo

เพียง​เย็นๆ อุปมา​ก็​พา​สไบ​นาง​กลับ​ถึง​บ้าน​ไทย​ประยุกต์ บารมี​ออก​มา​รับ​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง​ถาม​ว่า​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง อุปมา​บอก​ว่า​ข้อ​เท้า​พลิก​ข้าง​หนึ่ง ขา​อีก​ข้าง​ต้อง​ใส่​เฝือก​อ่อน

เมื่อ​สไบ​นาง​ผลัก​ประตู​เข้า​มา อุปมา​จะ​เข้าไป​ช่วย​อุ้ม ถูก​เธอ​ปัด​มือ​ออก อุปมา​ขู่​ว่า

“หมอ​กำชับ​ไม่​ให้​ลง​น้ำหนัก​ที่​ขา ยัง​จะ​อวด​เก่ง​อีก อยู่​เฉยๆฉัน​เกือบ​ตาย​เพราะ​เธอ​แล้ว​อย่า​มา​ทำ​ฤทธิ์​เยอะ​แยะ” สไบ​นาง​ทำ​ปาก​ขมุบขมิบ​ว่า​ไม่ได้​ขอร้อง​ให้​ช่วย​ซะ​หน่อย อุปมา​ถลึงตา​ใส่ บอก​บารมี​ว่า “ผม​เอา​หลาน​คุณ​พ่อ​ไป​โยน​ทิ้ง​บน​เตียง​ก่อน​นะ​ครับ”

สไบ​นาง​เริ่ม​กลัว​มอง​บารมี​เรียก “คุณ​ลุง” หวัง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ ถูก​อุปมา​ตวาด “เงียบ!” เท่านั้น​เธอ​ก็​เงียบกริบ หน้า​แหยๆปล่อย​ให้​อุปมา​อุ้ม​ขึ้น​ไป​ที่​ห้อง​นอน

บารมี​มอง​อุปมา​กับ​สไบ​นาง​อย่าง​เริ่ม​สงสัย​ใน​ความรู้สึก​ที่​มี​ต่อ​กัน​ของ​ทั้ง​คู่​ขึ้น​มา​ตงิดๆ

ooooooo

ขณะ​คุณหญิง​นั่ง​สวด​มนต์​อยู่​ใน​ห้อง​พระ​บ้านสวน​นั้น บังอร​เข้า​มา​ขอโทษ​บอก​ว่า​ประมุข​ต้องการ​พบ​ด่วน​เลย​ต้อง​รีบ​เข้า​มาร​บก​วน

เมื่อ​คุณหญิง​ไป​พบ​ประมุข​ที่​ห้อง​นอน คุณหญิง​บอก​ว่าวิ​จิตรา​กับ​เมธา​วี​กลับ​ถึง​กรุงเทพฯแล้ว​พัก​อยู่​ที่​บ้าน​แม่​เขา พรุ่งนี้​คง​จะ​มา​เยี่ยม ประมุข​ยิ้ม​ออก​มา​ด้วย​ความ​ดีใจ คุณหญิง​ถาม​ว่า​อยาก​พบ​แม่​เรื่อง​อะไร ประมุข​หน้า​เศร้า​ถาม​ว่า “ตกลง​บี​เชื่อ​รึ​เปล่า​ครับ​ว่า​ผม​เป็น​พ่อ”

“มัน​สำคัญ​สำหรับ​แก​มาก​เหรอ​เจ้า​มุข”

“ครับ...ผม​เพิ่ง​รู้ตัว​ว่าความ​รัก​ของ​ผม​เป็น​สิ่ง​ผิด ผม​ควร​ให้​เขา​บริสุทธิ์ เป็น​ลูก​ของ​ประจักษ์...ความ​รัก​ที่​ผม​จะ​มอบ​ให้​เขา​ได้​มาก​ที่สุด​ก็​คือ เก็บ​ทุก​อย่าง​ไว้​เป็น​ความ​ลับ ให้​มัน​ดับ​ไป​พร้อม​กับ​ชีวิต​ของ​ผม...”

ประมุข​น้ำตา​ซึม แต่​คุณหญิง​น้ำตา​ท่วม เลื่อน​มือ​ไป​บีบ​แขน​ประมุข บอก​ให้​ทำใจ​ดีๆไว้​อย่า​เพิ่ง​คิด​อะไร​มาก

“ผม​รัก​บี​ครับ​แม่...อยาก​ได้ยิน​คำ​ว่า​พ่อ​จาก​ปาก​ของ​เขา​สัก​ครั้ง ผม​ไม่​เคย​ได้ยิน​จาก​ปาก​เขา​ตั้งแต่​เล็ก​จน​โต...ผม​เพิ่ง​รู้​ว่า รัก​ของ​ผม​คือ​บาป คำ​ว่า​พ่อ​ของ​ผม​คือ​รอย​ดำ​ที่​ทำให้​บี​สกปรก ผม​ไม่​ควรทำร้าย​ลูก​ใช่​ไหม​ครับ​แม่...” ประมุข​น้ำตา​ไหล​ร้องไห้​อยู่​เงียบๆ

“ทำไม​ลูก​ถึง​รัก​บี​มาก ไม่​ยอม​ให้​เรื่อง​ทั้งหมด​ตาย​ไป​เหมือน​ประจักษ์​กับ​ศรี​อำไพ”

ประมุข​เล่า​อย่าง​เจ็บปวด​ว่า เพราะ​ตน​รัก​ศรี​อำไพ​มาก ตน​สุขใจ​ที่​ได้​รัก​เธอ​แต่​ก็​เจ็บปวด​เหลือเกิน​ที่​เธอ​ไม่​รัก​ตอบ คุณหญิง​ถาม​ว่า​เพราะ​เขา​ทำ​กับ​พ่อ​แม่​เธอ​ไว้​หรือ​เปล่า

“อาจจะ​ใช่ ผม​เสียใจ ผม​อยาก​แก้ไข​ความ​ผิด แต่​ชีวิต​คน​แก้ไข​ตามใจ​เรา​ไม่ได้ ผม​ทำร้าย​เขา​ทั้งที่​รัก” ประมุข​ยิ่ง​เล่า​ก็​ยิ่ง​เศร้า คุณหญิง​ถาม​ว่า เรื่อง​อุบัติเหตุ​นั้น​ใช่​ไหม เขา​ส่าย​หน้า “ผม​ทำร้าย​เขา​จริง แต่​ผม​ไม่​เคย​คิด​ฆ่า​ไพ ผม​ทำ​ไป​เพราะ​ผม​รัก​บี...ไพรักบี ลูก​ที่​เกิด​จาก​ผม ผม​ควร​พอใจ​เท่านั้น ผม​ไม่​น่า​เลย​จริงๆ...”

ประมุข​ร้องไห้​ออก​มา​ด้วย​ความรู้สึก​ผิด เจ็บ​ช้ำ ทรมาน​ใจ.

เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14