Tuesday, October 11, 2011

เรื่องย่อ รอยมาร ตอน15 ละครช่อง3–อวสาน–


ตอนที่ 15

อุปมาพาสไบนางกลับมาถึงหน้าเขตในตอนสาย จอดรถแล้วบอกเธอหน้านิ่งๆว่าถึงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องลงจากกรถจริงๆแล้ว สไบนางมองหน้าเขาอย่างใจหาย อุปมาบอกเธอว่า

“สิบกว่าชั่วโมงมานี่ ฉันมีความสุขมากนะ คิดว่าเธอก็คงรู้สึกประทับใจเหมือนกับฉัน ถ้านึกถึงการแต่งงานของเรา ฉันไม่อยากให้เธอพูดว่ามันเป็นฝันร้ายอีก เพราะสำหรับฉัน ยังไงมันก็ไม่ใช่”

สไบนางสบตาเขานิ่ง แล้วเปิดประตูรถลงไปก่อน อุปมาลงตาม อดถอนใจยาวไม่ได้

เมื่อไปนั่งที่โต๊ะจดทะเบียนหย่า ต่างก็ก้มหน้าก้มตาเซ็นใบหย่า สไบนางเซ็นแล้วลุกเดินออกไปทันทีก่อนที่น้ำตาจะร่วงผล็อย แม้อุปมาจะเรียกเธอก็เดินไปไม่เหลียวหลัง

เมื่อมาถึงหน้าเขต เจออาทิตย์ที่เอารถมาจอดรออยู่แล้ว เขาเปิดประตูรถให้สไบนางเข้าไปนั่ง อุปมาลงมาเห็น พูดเสียงประชด “ดีใจด้วยนะครับ”

อาทิตย์มองหน้าเขาถามว่าดีใจเรื่องอะไร อุปมาพูดหน้าตึงว่าดีใจที่สไบนางเป็นอิสระ ประชดว่าจะแต่งงานกันเมื่อไรเชิญตนด้วยก็แล้วกัน

“ผมกับบี คงเป็นได้แค่พี่น้องเท่านั้นล่ะครับ พัฒนาไม่ขึ้น” อาทิตย์เสียงขำๆ

อุปมาหางตาใส่อย่างไม่เชื่อ ส่งซองเอกสารให้บอกว่าฝากให้บีด้วย อาทิตย์รู้ว่าในนั้นคือใบหย่าบอกว่า “ผมว่าแค่กระดาษใบเดียว คงทำลายความผูกพันของคุณกับบีไม่ได้หรอก ผมเอาใจช่วยนะครับ”

อุปมามองอึ้ง ไม่รู้ว่าอาทิตย์จะมาไม้ไหนกับตนแน่ เมื่ออาทิตย์เอาซองไปให้สไบนางบอกว่า อุปมาฝากมาให้ ถามว่าไม่ลงไปลาเขาหน่อยเหรอ สไบนางนั่งนิ่ง อาทิตย์เลยบอกว่างั้นกลับกันเลยนะ

แต่พออาทิตย์สตาร์ตรถ จู่ๆสไบนางก็เปิดประตูรถโผเข้ากอดอุปมาร้องไห้อย่างหนัก อุปมากอดเธอไว้แน่น ต่างกอดกันนิ่งไม่มีใครพูดอะไร จนสไบนางเป็นฝ่ายผละออกมาแล้ววิ่งร้องไห้กลับมาที่รถอาทิตย์

อุปมายืนน้ำตาคลอ มองรถของอาทิตย์ที่ขับห่างออกไปทุกที เหมือนกระชากหัวใจเขาไปด้วย...

ooooooo

เมื่ออาทิตย์ได้คุยกับทศวรรษ เขาบอกว่าอุปมากับสไบนางหย่าก็เหมือนไม่ได้หย่า แล้วคุยกันสนุกๆว่า แสบๆซนๆอย่างสไบนางต้องเจอแบบอุปมาถึงจะปราบพยศอยู่ อาทิตย์พูดถึงตัวเองอย่างรู้ตัวว่า

“อย่างผมคงซอฟต์ไปสำหรับบี ไม่ทันกัน บี้กันไม่ลงเหมือนคุณมาร์ค เขาเลยคิดแค่เป็นเพื่อนมากกว่า”

ทศวรรษบ่นเสียดายเพราะถ้าอุปมาไม่ติดที่เมธาวี ก็คงเป็นคู่ที่เหมาะสมที่สุดกับสไบนาง อาทิตย์เลยถามว่า แล้วตอนนี้เมธาวียังอยู่ที่บ้านอุปมารึเปล่า

“เกาะเรือนหอไว้แน่น ป่านนี้คงเปิดแชมเปญฉลองแล้วล่ะ” ทศวรรษพูดแล้วส่ายหน้าระอาใจ

ครู่เดียวอาทิตย์ก็ไปหาเมธาวี บอกว่าสไบนางกับอุปมาหย่ากันเรียบร้อยแล้ว เมธาวียิ้มหยัน เขาเลยถามวัดใจว่า “คุณไม่รู้สึกเลยเหรอว่าเขาสองคนรักกัน” เมธาวีทำเสียง “ฮึ...” ในลำคอ อาทิตย์เลยบอกเธอว่า

“เขาสองคนรักกันมาก มาร์คต้องแต่งงานกับคุณทั้งที่ไม่ได้รัก ทั้งที่ไม่ได้เป็นพ่อของเด็กในท้องคุณ คุณไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ”

เมธาวีสวนไปอย่างไม่พอใจว่ามันเรื่องของตน ถ้าหมดธุระแล้วก็ไปเสีย อาทิตย์ตัดสินใจถามว่าแล้วถ้าตนจะขอแต่งงานกับเธอล่ะ เมธาวีชะงักมองหน้าเขาอึ้ง อาทิตย์พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“ความสัมพันธ์ของเราสองคนเริ่มต้นมาจากความรักนะเม แล้วผมก็เข้าใจและเห็นใจคุณมากที่ต้องเผชิญกับเรื่องร้ายๆขนาดนั้น มันโหดร้ายกับคุณเกินไป...แต่งงานกับผมนะเม คุณเหนื่อยมาพอแล้ว”

แทนที่เมธาวีจะเห็นถึงความปรารถนาดีของอาทิตย์ กลับมองว่าเขาต้องการช่วยให้สไบนางได้แต่งงานกับอุปมา จนอาทิตย์ถามอย่างเข้าใจไม่ได้ ว่าทำไมเธอถึงปฏิเสธน้ำใจของทศวรรษและของตน

“เมไม่ต้องการให้ใครมาแต่งงานกับเมเพราะความเวทนา” เธอตอบอย่างยะโส

“ที่คุณมาร์คจะยอมแต่งงานกับเมก็เพราะเหตุผลเดียวกันนี่แหละ แล้วที่เมเลือกจะแต่งกับคุณมาร์คให้ได้ก็เพราะเขาดูเหนือกว่าผมกับคุณทศใช่ไหม”

“แน่นอน เหนือกว่าทุกๆด้าน”

“แต่ที่ลึกกว่านั้น คือเมกลัวว่าบีจะได้ดีกว่า” อาทิตย์พูดแทงใจดำจนเมธาวีชะงักกึก “นี่คือสิ่งที่เมกลัวมาตลอดชีวิต เพราะเมรู้อยู่แก่ใจดีว่าบีเป็นคนเก่ง เมกลัวบีจะได้ดีเกินหน้าเม เมถึงไม่ยอมให้มาร์คได้แต่งงานกับบี เพราะมันจะทำให้เมดูด้อยกว่าบี ซึ่งเมทนไม่ได้”

“หุบปาก!” เมธาวีแผดเสียงน้ำตาท่วม “หุบปากแล้วไปให้พ้น!” ไล่อาทิตย์แล้วตัวเองก็วิ่งเข้าบ้าน เมื่อขึ้นไปในห้องหอ เธอปิดประตูพยายามตั้งสติ นั่งลงที่ปลายเตียง พึมพำ “แกไม่มีวันได้ดีเกินหน้าฉันหรอกนังบี!”

ooooooo

เพราะยังทำใจไม่ได้กับการถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องหย่ากับสไบนาง อุปมาตัดสินใจไปช่วยกลุ่มของหัสดินที่ไปช่วยกันทาสีห้องน้ำที่เพิ่งสมทบทุนกันสร้างเสร็จ หัสดินถามถึงการหย่าและการเตรียมจัดงานแต่งใหม่ ถามว่าจะโดนจับแต่งกันเมื่อไร

“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ฉันหมดแรงจะยื้อแล้ว” อุปมาตอบอย่างซังกะตายแล้วเลี่ยงไปทางอื่น

“อย่าเพิ่งท้อสิวะมาร์ค” หัสดินให้ความหวัง มองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

ฝ่ายทศวรรษเฝ้าสังเกตสไบนางด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เห็นเธอเริ่มร่าเริงเหมือนเดิมก็พูดกับบารมีว่า “บีก็ดูโอเคดีนะครับ อยู่ติดตัวคุณย่าตลอดเวลา” เมื่อบารมีถามถึงอุปมา ทศวรรษบอกว่า “ผมโทร.ไปหาแล้ว มาร์คบอกว่าจะไปช่วยงานหัสดินที่ต่างจังหวัด อาจจะไปสักอาทิตย์นึง สบายใจขึ้นแล้วถึงจะกลับ”

บารมีถอนใจหนัก...ด้วยความรู้สึกเห็นใจลูกชาย ทศวรรษถามด้วยความรู้สึกเดียวกันว่า

“พ่อไม่มีทางช่วยมาร์คกับบีเลยเหรอครับ ปล่อยไปแบบนี้ก็รู้ๆกันอยู่ว่าจะไม่มีใครสักคนที่มีความสุข”

บารมีไม่ตอบเอาแต่ถอนใจอย่างใช้ความคิดหนัก

ooooooo

วิจิตรากับเมธาวีดำเนินตามแผนการของตนทีละ ขั้นตอน ด้วยการให้ข่าวหนังสือพิมพ์วันละฉบับสองฉบับ จากกระแซะเป็นขุดคุ้ยจนกลายเป็นข่าวดังเรื่องอุปมาหย่ากับสไบนาง จนกระทั่งแผนการแต่งงานกับเมธาวี

วิมาดาไปอ่านเจอข่าวนี้เข้า มีความหวังขึ้นมาทันทีว่าอุปมาหย่ากับสไบนาง ตนจะใช้ช่องว่างช่วงนี้ชิงเขากลับมาเป็นของตนให้ได้

อุปมาเองก็อ่านเจอข่าวนี้ เมื่อเขากลับมาเมธาวีเร่งรัดเรื่องแต่งงาน เขาอ่านเกมออกว่าเป็นแผนของสองแม่ลูก ตอบอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า ให้เธอเตรียมงานตามความต้องการของเธอก็แล้วกัน

“เมเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่ เราจะจัดงานทันทีเลยนะคะ”

อุปมาไม่ตอบเดินหน้าเครียดเข้าบ้านไป เมธาวีถอนใจอย่างโล่งอกที่แผนการทุกขึ้นตอนดำเนินไปอย่างไม่มีอุปสรรค

เวลาเดียวกันนั้น สไบนางก็เตรียมเดินทางไปอเมริกาตามที่บารมีสัญญาไว้ เธอเก็บเสื้อผ้าโดยมีบังอรคอยช่วย จนมาถึงตุ๊กตาลูกหมา บังอรถามว่าจะเอาไปด้วยไหม เธอบอกว่าไม่ดีกว่าเลิกเห่อแล้ว

สไบนางเอาตุ๊กตาลูกหมาไปเก็บใส่ตู้เสื้อผ้าแล้วยกเสื้อผ้าในตู้ทับไว้มิดชิด เหมือนปิดฉากบทบาทของมันไปเลย

ooooooo

ด้วยความหวังจะฉกอุปมากลับมาเป็นของตน วิมาดาไปหาเขาที่บ้านไทยประยุกต์ แรมบอกว่าเขา ออกไปข้างนอก เธอขอนั่งรอ แรมจึงไปบอกเมธาวีที่ห้องหอ พอเมธาวีรู้ว่าเป็นพนักงานหญิงที่บริษัท เธอลง มาพบทันที  เมื่อเผชิญหน้ากันก็เปิดศึกน้ำลายทันที

ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าตนเป็นภรรยาของอุปมา วิจิตราลงมาช่วยลูกโต้กับวิมาดา พูดเย้ยว่า ถ้ายังติดใจที่นี่จะมาตอนงานรดน้ำของเมกับมาร์คก็ได้ วิมาดาจ้องหน้าวิจิตราย้อนถามกวนๆว่า

“มั่นใจว่าจะได้แต่งเหรอคะ ใครจะท้อง ใครจะมีลูกติด ฉันไม่สน ฉันรู้แต่ว่าเก้าอี้เจ้าสาวยังว่างอยู่ ตอนนี้โอกาสเราเท่ากัน” ทั้งยังสะกิดแผลเก่าว่า “ระวังให้ดีเถอะ จะโดนเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหันเป็นครั้งที่สอง ฮิๆๆ”

วิมาดานวยนาดไปแล้ว วิจิตรามองตามพึมพำอึ้งๆทึ่งๆ “ผู้หญิงยังงี้ก็มีด้วย”

แล้ววิมาดาก็ย้อนกลับมาถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่าอุปมาเคยทำอาหารให้เมธาวีทานไหม พอรู้ว่าไม่เคย เธอก็ทำเสียงขำๆ เย้ยๆ ก่อนเดินกลับไปอย่างอารมณ์ดี

เมธาวีถามแม่ว่าวิมาดามาถามเรื่องทำอาหารทำไม วิจิตราตอบตื้นๆง่ายๆว่า

“แม่บอกแล้วไงว่าอย่าไปใส่ใจ มันพูดยั่วประสาทลูกแม่ไปยังงั้นแหละ”

แต่เมธาวียังติดใจสงสัยว่าต้องมีอะไรที่ลึกกว่านั้น

เมื่อวิมาดาเดินไปถึงหน้าบ้าน ก็หันกลับมองตัวบ้านไทยประยุกต์ที่สง่างามเบื้องหน้า พึมพำ

“โอกาสสุดท้ายแล้ววิ...”

ooooooo

วันเดินทางของสไบนางมาถึงแล้ว ย่าหลานร่ำลากันอย่างอาลัยอาวรณ์ คุณหญิงไม่ยอมไปส่งที่สนามบินเพราะกลัวจะร้องไห้ สไบนางสัญญาว่าไปถึงปุ๊บจะโทร.มาหาคุณย่าทันทีเลย

“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัยนะลูกนะ” คุณหญิงอวยพรหลานรัก

เมื่อไปถึงสนามบิน สไบนางขอเวลาไปช็อปปิ้ง เพราะคุณย่าให้พ็อกเกตมันนี่ไว้เยอะ

“เดี๋ยวรอพี่ชายเราแป๊บนึง เขาขอไปด้วย” บารมีบอกยิ้มๆ สไบนางมองงงๆถามว่าพี่ทศไปด้วยหรือ ไม่ทันที่บารมีจะตอบ เสียงอุปมาก็ทักเข้ามาอย่างแจ่มใส

“รอนานไหมครับพ่อ”

สไบนางอึ้งไปเลย บารมีรีบชี้แจงว่าอุปมาต้องไปทำธุระให้บริษัทพอดี ที่ไม่บอกก่อนก็เพราะกลัวบอกแล้วเธอจะไม่ยอมไป สไบนางไม่พูดอะไรแต่หงุดหงิดเลยเดินล่วงหน้าไปก่อน

อุปมาขอบคุณพ่อที่ให้โอกาสตน เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่พ่อให้ เป็นหนึ่งอาทิตย์ที่มีค่าที่สุดของเขา

“ถ้าพ่อไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเมธาวีเป็นผลมาจากแผนการแก้แค้นของพ่อ พ่อคงให้แกย้ายไปอยู่กับบีที่อเมริกาเสียเลย” บารมีเอามือวางบนบ่าลูกชาย สีหน้าเห็นใจ ก่อนพูดต่อว่า “กรรมที่พ่อทำกลับมาตกที่แกแท้ๆ พ่อขอโทษนะมาร์ค ถึงบ้านแล้วก็หาเรื่องออกไปทำงานด้วยล่ะ พ่อจะได้ไม่ถูกบีมาถอนหงอกเอาได้ว่าปั้นน้ำเป็นตัว”

ooooooo

การหายไปของอุปมาทำให้เมธาวีร้อนใจมากเรียกแรมมาถาม แรมก็ไม่อาจให้คำตอบอะไรได้ นอกจากบอกว่าอุปมาใช้กระเป๋าเดินทางใบที่มักใช้ไปต่างประเทศเท่านั้น

ทั้งวิจิตราและเมธาวีตกใจ ฉุกคิดได้ว่าสไบนางก็เดินทางไปต่างประเทศเหมือนกัน เชื่อว่าอุปมาตามสไบนางไปแน่ๆ วิจิตราปลอบว่าอย่าเพิ่งตีโพยตีพายเพราะยังไม่รู้อะไรแน่ชัด

“เรื่องแค่นี้เมเช็กได้ไม่ยากหรอกค่ะ” พลางเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.เช็กรายชื่อคนเดินทางออกนอกประเทศ ฟังปลายสายแล้วเธอเม้มปากอย่างเจ็บใจมาก

วันต่อมา เมธาวีโทร.ไปหาวิมาดาอ่อยว่า ตนมีเรื่องอยากคุยด้วยมาเจอกันได้ไหม หลังจากนั้นทั้งสองไปพบกันที่ร้านอาหาร เมธาวีถามวิมาดาว่าเคยไปบ้านของอุปมาที่อเมริกาไหม วิมาดาคุยโวว่าที่นั่นเหมือนเรือนหอของตนกับอุปมาเลยก็ว่าได้

เมธาวีบอกว่าตอนนี้อุปมาไปอยู่ที่นั่นกับสไบนาง แล้วขอที่อยู่ วิมาดาดักคอว่าอย่าบอกว่าจะตามไปทั้งที่กำลังท้องอ่อนๆ

“แน่นอน ถ้าเด็กจะต้องแท้งเพราะเดินทางก็ยังดีกว่าคลอดออกมาแล้วพ่อไปอยู่กับผู้หญิงอื่น”

วิมาดาอ้างว่าตนจำไม่ได้แก้ตัวว่าตนไปอยู่บ้านนั้นไม่กี่วันเอง พูดแล้วตัดบทลุกขึ้นไปเลย เมธาวีมองตามลุ้นๆว่าแผนใช้วิมาดาไปป่วนอุปมาที่อเมริกาของตนจะสำเร็จหรือไม่

ooooooo

วิมาดาเดินทางอย่างด่วนที่สุด เมื่อไปถึงอเมริกา เธอตรงไปที่บ้านของอุปมาที่นั่น ไปซุ่มดูเห็นอุปมาเข้าครัวทำอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจ ครู่หนึ่งสไบนางเดินมาที่ส่วนครัว ทักว่า นึกว่าเขาออกไปทำงานพร้อมคุณพ่อแล้วเสียอีก

“พ่อเป็นห่วงเธอเลยให้ฉันอยู่เป็นเพื่อน” แล้วถามว่าหิวแล้วใช่ไหม ชวนมาทานกันเลยกำลังร้อนๆ

วิมาดาแอบดูการเคลื่อนไหวภายในบ้านอย่างเจ็บช้ำ ยิ่งเมื่อคิดถึงตอนที่ตัวเองมาอยู่กับเขาที่นี่ อุปมาทำอาหารให้ดูแลอย่างดี เหมือนอย่างที่เขากำลังปฏิบัติกับสไบนางเวลานี้ก็ยิ่งเจ็บปวด เพราะอุปมาเคยบอกว่า

“ผมทำอาหารให้เฉพาะคนที่ผมรักทานเท่านั้น นอกจากแม่แล้ว วิคือผู้หญิงคนแรกและจะเป็นคนเดียวที่ผมจะทำอาหารให้ทาน”

คิดถึงตอนนั้นแล้วก็ปลื้มปีติอย่างที่สุด แต่เห็นภาพตอนนี้แล้ว วิมาดาก็สะเทือนใจเจ็บปวด เมื่อตระหนักแล้วว่าสไบนางได้มาแทนที่ตนอย่างสมบูรณ์แล้ว เธอจึงเป็นฝ่ายถอยไปอย่างยอมรับความจริง

ฝ่ายเมธาวีหลังจากต่อสู้เพื่อเอาชนะสไบนางกับอุปมานานมากแล้ว จนวันนี้หลอกให้วิมาดาไปป่วนก็ไม่ได้ผล เธอบอกแม่ว่าตนเหนื่อยและอยากถอย เพราะตนคงไม่ตามง้ออุปมาไปจนตลอดชีวิตแน่

วิจิตราปลอบลูกให้ใจเย็นๆ เข้มแข็งไว้ เพราะเรายังมีลูกในท้องที่ต้องรับผิดชอบ อุปมาจะต้องรับผิดชอบกับการกระทำของเขา เมธาวีตัดสินใจถามว่าแล้วถ้าพ่อของเด็กในท้องไม่ใช่อุปมาล่ะ?

วิจิตราตกใจ ครั้นคาดคั้นหนักเข้า เมธาวีก็ขอร้องแม่อย่าคาดคั้นตนเลย แล้วลุกวิ่งกลับเข้าบ้าน แต่ไม่ทันถึงบ้านเธอก็ทรุดลงที่พื้นสนาม วิจิตราตกใจรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอะไร เมธาวีเจ็บปวดจนพูดไม่ออก วิจิตราเหลือบเห็นช่วงต้นขาลูกมีเลือดไหลออกมาร้องอย่างตกใจมือไม้สั่น

“แรม...แรม...ออกมานี่เร็ว...แรม...” ร้องเรียกแรมในขณะที่ตัวเองก็จะเป็นลมเพราะเห็นเลือด ส่วนเมธาวีก็นิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดและตกใจไม่น้อยกว่ากัน...

ooooooo

ทศวรรษเป็นคนแจ้งแก่คุณหญิงว่าเมธาวีแท้ง คุณหญิงตกใจมากจนทำมีดที่กำลังคว้านลิ้นจี่จะเอาไปให้เมธาวีบาดมือ

เมื่อไปเยี่ยมเมธาวี คุณหญิงถามว่าทำไมถึงแท้ง วิจิตราตอบแทนลูกสาวว่าคงเครียดมากทานอะไรไม่ค่อยได้ คุณหญิงพูดปลงๆว่า เด็กเขามีบุญไม่ต้องเกิดมาใช้กรรมเหมือนพวกเรา

ทศวรรษถามวิจิตราว่าตอนนี้เมธาวีแท้งแล้ว เรื่องแต่งงานจะว่าอย่างไร ถูกวิจิตราตาเขียวใส่ด่าว่าเป็นพวกผู้ชายเห็นแก่ได้ถึงได้คิดแบบนี้ คุณหญิงเลยตัดบทถามว่ามีใครแจ้งให้อุปมารู้แล้วหรือยัง
วิจิตราจัดแจงโทร.ไปบอกบารมี เขาตัดสินใจพาอุปมาและสไบนางรีบกลับมาเยี่ยมเมธาวีทันที

คำถามของทศวรรษทำให้วิจิตราเป็นกังวล เมื่อเมธาวี ตื่นขึ้นมาจึงบอกว่าตนโทร.ไปบอกบารมีว่าลูกแท้งอาการหนัก ทางนั้นเลยจะรีบกลับมา เล่าแล้วยุว่า

“เมถอยไม่ได้นะลูก ยังไงมาร์คก็ต้องแต่งงานกับลูกเมของแม่ ชื่อเสียงเราป่นปี้ก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุ จะไม่รับผิดชอบไม่ได้”

วิจิตรายํ้ากับเมธาวีว่า เมื่อแท้งแล้วก็ไม่มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ ฉะนั้นอุปมาไม่มีทางปฏิเสธได้ต้องแต่งงานอย่างเดียวเท่านั้น  เมธาวีรับรองกับแม่ว่าจะไม่ยอมให้การแท้งนี้เป็นประโยชน์กับสไบนาง ตนยังมีไม้ตายอีก ตนต้องเอาชนะสไบนางให้ได้

ooooooo

จู่ๆเย็นนี้อาทิตย์ก็มาที่ห้องพักผู้ป่วย มาขอวิจิตราแต่งงานกับเมธาวี ทำเอาทั้งวิจิตราและเมธาวีอึ้งคาดไม่ถึง อาทิตย์จึงชี้แจงว่า

“ผมไม่รังเกียจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเม แล้วตอนนี้เมก็ไม่มีพันธะอะไรแล้ว” เมธาวีมองหน้าถามว่าอาทิตย์เมาหรือเปล่า เขาย้อนถามจริงจังว่า “ผมเคยเมาที่ไหน คุณเมยังไม่ต้องตอบผมตอนนี้หรอกครับ ผมแค่อยากฝากไว้ให้พิจารณา”

อาทิตย์มาทิ้งประเด็นไว้แล้วก็ลากลับ วิจิตราที่สนใจข้อเสนอของอาทิตย์ปรึกษาหว่านล้อมเมธาวีว่าอาทิตย์เป็นตัวเลือกที่ไม่น่าเกลียดเลย เขารู้ความจริงทั้งหมดและยอมรับ มันได้ หาผู้ชายแบบนี้ไม่ได้ง่ายเลย

เมธาวีก็ยังตั้งแง่ว่าอาทิตย์อาจจะแค่หาทางช่วยสไบนาง ให้ได้แต่งงานกับอุปมาเท่านั้น วิจิตราติงว่าอย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย เพราะตนรู้จักพ่อแม่อาทิตย์ดี พูดอย่างพอใจว่า

“เทือกเถาเหล่ากอก็ผู้ดีทั้งตระกูล แม่ปลื้มกว่าไอ้พวกชาวสวนตกถังข้าวสารได้เมียรวยนั่นด้วยซํ้าไป เศรษฐีใหม่ไร้ชาติตระกูล” วิจิตราเบ้หน้าอย่างดูถูก เมื่อเมธาวีถอนใจคิดหนักก็รีบลุ้น “เก็บไปคิดดูให้ดีนะเม เมก็เคยชอบอาทิตย์อยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่เจอนายมาร์ค...”

“อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลยค่ะคุณแม่” เมธาวีตัดบทอย่างหงุดหงิด วิจิตรารีบบอกว่าไม่พูดก็ได้ แต่ก็อดหยอดทิ้งท้ายไม่ได้ว่า

“แต่แม่ไม่อยากให้เมตัดไมตรีอาทิตย์ตอนนี้ ถึงเขาจะรวยไม่เท่านายมาร์คแต่ชาติตระกูลก็ดีกว่าชนิดเทียบกันไม่ติดเลย รับรองว่า ถ้าเมแต่งงานกับอาทิตย์ ลูกจะไม่น้อยหน้าด้อยกว่านังบีแน่ๆ”
ooooooo

เพียงวันรุ่งขึ้น บารมี  และสไบนางก็กลับมาถึงเมืองไทย บารมีไปเยี่ยมเมธาวีทันที ถูกวิจิตราถามตรงๆว่า เมื่อเมธาวีแท้งไปแล้วยังจะจัดงาน แต่งงานอีกไหม บารมีบอกว่าตนตอบแทนอุปมาไม่ได้ คงต้องให้เด็กๆคุยกันเอง

“ใช่ค่ะ แต่ถ้าพูดในแง่ความรับผิดชอบอย่างสุภาพบุรุษแล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณมาร์คจะปฏิเสธไม่แต่งงานกับลูกเมนะคะ” วิจิตราพูดดักทางอย่างเหยียบเรือสองแคม ซึ่งบารมีก็ฝืนยิ้มอย่างรู้ทัน
เมื่ออุปมากับเมธาวีไปคุยกันที่สวนหย่อมของโรง พยาบาล อุปมายืนกรานว่าตนไม่เคยมีอะไรกับเธอ ซึ่งตัวเธอก็รู้ดี แต่ตนก็สงสารที่เธอต้องมามีชีวิตที่ยุ่งยากวุ่นวายอย่างนี้เพราะ...เขาพูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วตัดบทว่า “ช่างเถอะ ผมมีส่วนต้องรับผิดชอบก็แล้วกัน”

ในที่สุด เมธาวียอมบอกความจริงกับอุปมาเรื่องถูกชันษาข่มขืนและลักพาตัวไปจนเกิดอุบัติเหตุทำให้อุปมายิ่งสงสารเห็นใจ เมื่อเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นยอมรับว่าตนรักเขาจริงๆ ทำให้สงสารจนดึงเธอเข้าไปกอด ตัดสินใจยอมที่จะสละความสุขส่วนตัวเพื่อเธอ

หารู้ไม่ว่า ใบหน้าและดวงตาของเมธาวีที่ซบสะอื้นกับอกเขานั้นเจ้าเล่ห์นัก! เธอพอใจกับแผนการของตัวเองที่สำเร็จไม่ยากเลย

ooooooo

เพื่อดำเนินตามแผนที่วางไว้กับเมธาวี วิจิตราเอ่ยปากกับคุณหญิงขอจัดงานแต่งที่บ้านสวน ทำเล็กๆ เงียบๆอ้างว่าไม่อยากจัดที่บ้านไทย เพราะสงสารความรู้สึกของสไบนาง ซึ่งคุณหญิงก็ไม่ขัดข้อง

ค่ำวันนี้บารมีก็ยังย้ำถามกับอุปมาว่าตัดสินใจดีแล้วหรือที่จะแต่งงานกับเมธาวี อุปมายืนยันที่จะทำเพื่อเป็นการรับผิดชอบที่ทางบุญอนันต์ทำกับเมธาวีไว้ พูดจากความรู้สึกลึกๆกับพ่อว่า

“ให้ผมดันทุรังแต่งงานกับบีไป ใจของผมกับบีก็คงไม่มีความสุขอยู่ดี มันก็เหมือนต่อบาปต่อกรรมให้ยืดยาวไปอีกแทนที่จะยุติลงแค่นี้”

“พ่อขอโทษแกอีกครั้งที่เป็นต้นเหตุให้ชีวิตแกไม่มีความสุข...แกเป็นคนดีมากนะมาร์ค พ่อเชื่อว่ายังไงซะ จะช้า หรือเร็วชีวิตแกก็ต้องลงเอยด้วยความสุข”

บารมีตบบ่าลูกชายให้กำลังใจอย่างมีความหวัง แต่อุปมาทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ เพราะในหัวใจเขาไม่เหลือความหวังอะไรอีกแล้ว...

อุปมาพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ครบถ้วน วันนี้ก็ไปรับเมธาวีออกจากโรงพยาบาล เธอดีใจมากควงแขนเขาเดินออกมา พอออกจากลิฟต์เหลือบเห็นอาทิตย์ เธอไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้า จึงควงแขนอุปมาเดินเลี่ยงไปอีกทาง อาทิตย์ได้แต่มองตามไปแล้วถอนใจ ส่ายหน้าเบาๆ

ออกจากโรงพยาบาลแทนที่จะกลับบ้าน เมธาวีกลับชวนไปเดินห้างอย่างสดชื่น คุยถึงเรื่องแขกที่จะเชิญมาในงานว่า เชิญแขกฝ่ายตนสัก 20 คน ถามว่าทางเขามีกี่คน อุปมาตอบสั้นๆว่าสองคนคือตนกับพ่อ ถ้าจะนับทศวรรษเป็นญาติฝ่ายตนด้วยก็เป็นสาม

“แล้วอดีตเมียคุณนี่จะนับเป็นญาติฝ่ายไหนคะ ถ้าไม่เชิญจะตำหนิฉันไหม” เมธาวีถามประชด ค้อนงอนๆ แล้วเดินแยกเข้าไปในร้านหนึ่งอย่างหงุดหงิด

จนบ่ายแก่ๆทั้งคู่ยังอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า เมธาวีอ้อนอยากถ่ายรูปแต่งงานเก็บไว้ดูเล่น เมื่ออุปมาตามใจ เธอชวนไปดูร้านที่เพิ่งเดินผ่านมา

“เมไปดูเองแล้วกันเลือกที่เมชอบ ผมเชื่อเทสต์คุณอยู่แล้ว ผมไปรอที่รถนะ” ว่าแล้วเข็นรถใส่ของแยกไปเลย เมธาวีมองอึ้งอย่างน้อยใจที่ดูเขาไม่กระตือรือร้นกับการแต่งงานเอาเสียเลย


จนเย็น ขณะพากันนั่งรถกลับ เมธาวีชวนนั่งรถเล่นกันต่อ อุปมาอ้างว่ารถติดมาก เธอเสนอไปนอกเมืองไปหาอะไรอร่อยๆทานกันแล้วค่อยกลับเอาตอนมืดๆ

“ผมว่ากลับบ้านดีกว่า วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เพิ่งออกจากโรงพยาบาลด้วยน่าจะพักผ่อนมากๆ” อุปมาพูดอย่างห่วงใย เมธาวีฟังแล้วเซ็งบอกว่าถ้าอย่างนั้นไปส่งตนที่บ้านสวนก็แล้วกัน  อ้างว่าจะไปคุยเรื่องงานรดน้ำกับคุณย่า

“ได้เลยคับ” อุปมากระตือรือร้นขึ้นมาทันที เมธาวี

มองอย่างรู้ทันว่าอะไรที่ทำให้เขาที่เงียบเหงามาตลอดวัน กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้ขนาดนี้

ooooooo

บังอรจัดขนมหวานให้เป็นลอดช่องน้ำกะทิ พูดเป็นนัยๆว่าเขาคงไม่ชอบนักใช่ไหม อุปมาสวนไปทันทีว่า “ที่ไหนได้ของโปรดเลยล่ะ” แล้วยิ้มๆอย่างมีความหลังกับลอดช่องน้ำกะทิ

สไบนางนั่งทานอยู่ด้วย ทานได้ไม่กี่คำก็ลุกขึ้นบอกว่าอิ่มแล้ว เธอเดินอ้าวออกไปทางสนามเหมือนหนีความรู้สึกของตัวเอง ไปยืนทำใจต่อสู้กับความสับสนพลุ่งพล่านของตัวเอง

ครู่เดียวอุปมาก็ขอลากลับ บอกเมธาวีว่าไม่ต้องไปส่งให้เธอขึ้นไปพักผ่อนเสียเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

ที่แท้อุปมาต้องการไปหาสไบนางที่สนามบ้านสวน พอสไบนางรู้ว่าเขาเดินมาก็พูดประชดว่าดีใจด้วยนะ อุปมารีบบอกว่า

“ฉันอยากให้เธอรู้ไว้นะบี ทุกอย่างที่ฉันทำคือความรับผิดชอบ จากนี้ไป เมคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน แต่เขาไม่มีทางเป็นผู้หญิงที่ฉันรักที่สุดแทนที่เธอได้”

สไบนางน้ำตาร่วงผลอย วิ่งกลับไปขึ้นบ้านทันที อุปมายืนมองตามโดยไม่รู้ว่าเมธาวีมาแอบดูอยู่ เธอได้เห็นอากัปกิริยาและได้ยินทุกคำพูดของอุปมา สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ แต่ที่ลึกกว่านั้นคือความริษยาที่รุ่มร้อนอยู่ในอก

ooooooo

ความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะสไบนางของเมธาวีคลายเกลียวลงทีละน้อย วันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอรู้สึกอย่างรุนแรงว่าอุปมาไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเธอเลย เมื่อเธอนัดเขาให้ไปถ่ายรูปคู่แต่งงาน เขาบ่ายเบี่ยงเกี่ยงว่ากำลังขับรถอยู่ ถ้าเธอพร้อมก็ถ่ายคนเดียวไปก่อนเลย

แต่อีกเพียงครู่เดียว อุปมาก็ได้รับข้อความจากมือถือสไบนางว่า

“เจอกันหน่อยได้ไหม ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”

อุปมามีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีโทร.บอกเมธาวีว่าให้ทีมงานพักไปทานข้าวก่อนได้ไหม หรือไม่ก็ให้คิวอื่นถ่ายไปก่อนเพราะตนติดธุระสำคัญจริงๆ พูดพลางก็เดินเข้าไปในร้านที่สไบนางส่งข้อความนัดไว้

แต่พอเข้าร้าน อุปมาถึงกับผงะเมื่อกลายเป็นเมธาวีมารออยู่ เธอลดโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งคุยเสร็จลงจ้องหน้าเขาบอกว่า “เมยกเลิกนัดไปแล้วล่ะค่ะ มาร์คไม่ต้องรีบก็ได้...นี่เหรอคะธุระสำคัญจริงๆของมาร์ค นัดเจอกับนังบีมันสำคัญมากกว่าถ่ายรูปแต่งงานของเราเหรอคะ”

เมธาวีต่อว่าเขามากมายด้วยความเสียใจ น้อยใจ และโกรธ จากนั้นบอกแบบมัดมือชกว่า

“งานแต่งงานของเราจะจัดขึ้นพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า บ้านคุณย่า ช่วยมาให้ตรงเวลาด้วยนะคะ” พูดแล้วเปิดกระเป๋าถือหยิบโทรศัพท์ของสไบนางออกมายัดใส่มือเขา “เอาไปคืนนังบีด้วย”

ที่แท้เมธาวีแอบหยิบโทรศัพท์มือถือของสไบนางที่วางไว้มาโทร.หลอกจับโกหกอุปมานั่นเอง...

ooooooo

วิมาดาผิดหวังจากอุปมา ตัดสินใจหันกลับไปหาธนู แต่ด้วยการช่วยเหลือของหยาดฝนที่อยากให้ธนูกลับมาคืนดีกับสายทิพย์และมาเป็นพ่อที่ดีของแคปปิตอลหลานชายวัยน่ารัก กอปรกับธนูสำนึกผิดรู้ตัวว่ารักลูกเมียมาก พยายามตามง้อ จนในที่สุดสาย- ทิพย์ยอมอ่อนข้อให้ ทำให้วิมาดาลอยคว้าง หาที่เกาะไม่ได้

ในที่สุดเธอก็ไปเกาะเสี่ยคนหนึ่ง ซึ่งก็อยู่ในฐานะเมียน้อย จนเมื่อธนูกับสายทิพย์เห็นเธอฉอเลาะกับคนใหม่ สายทิพย์พูดอย่างสมเพชว่า “ตกลงเขาจะเอาดีทางเมียน้อยจริงๆหรือ บาปกรรมจะตามสนองเข้าสักวัน”

ooooooo

คืนก่อนวันแต่งงาน คุณหญิงเรียกเมธาวีเข้าไปพบที่ห้องนอน เพื่อบอกความจริงที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาในภายหลัง เมธาวีมองหน้าย่าอย่างสงสัย อยากรู้ คุณหญิงเล่าอย่างสะเทือนใจ  ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในปัจจุบัน ว่ามาจากความอาฆาตพยาบาทของบารมีและประมุขในอดีต

คุณหญิงเล่าว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นผลจากแผนการแก้แค้นของบารมี เล่าถึงเหตุแห่งความแค้นให้ฟัง เมธาวีฟังอย่างตั้งใจ แล้วบอกคุณหญิงว่า

“พ่อทำกับพวกเขาขนาดนี้ก็สมควรแล้วล่ะที่เขาจะกลับมาแก้แค้น”

“มาร์คก็คือหมากตัวหนึ่งของพ่อมี เผอิญเขามาถูกอกถูกใจเมเข้าพอดี ถ้าเมไม่โชคร้ายถูกชันษาพาตัวไป เรื่องทั้งหมดอาจจะจบสวยไปแล้วก็ได้...แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงตอนนี้ทุกอย่างก็จะลงเอยด้วยดีแล้ว มาร์คเป็นคนดีมาก ย่าดีใจด้วยที่เมจะได้คู่ชีวิตที่ดี”

เมธาวียิ้มบางๆน้ำตารื้น เพราะรู้แก่ใจดีว่าอุปมาไม่ได้รักตนเหมือนที่รักสไบนาง

หลังจากนั้น คุณหญิงมอบเครื่องประดับให้ชุดหนึ่งพลางบอกความจริงที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งว่า ที่แท้แล้วสไบนางคือน้องสาวแท้ๆของเธอ น้องน่าสงสารมาก เพราะมีพ่ออยู่กับตัวแท้ๆแต่ก็ถูกปิดบัง ต้องเป็นเด็กกำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่มาตลอดชีวิต

คุณหญิงยังขอให้เมธาวีรักน้องให้มาก เพราะน้องไม่มีวันที่จะมีอะไรที่สมบูรณ์เพียบพร้อมเหมือนเธอ น้องมีแม่ที่เขาเก็บมาเลี้ยงที่เป็นลูกใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่ผู้ลากมากดีมีชาติตระกูลแบบจิตรา แล้วขอร้องหลานสาวว่า

“ให้สัญญากับย่าได้รึยังล่ะเม อย่าคิดชิงดีชิงเด่นอะไรกับบีอีกเลย ถ้าทำใจให้รักไม่ได้ก็อย่าเกลียดน้องเลยนะ สุดท้ายจริง เราก็มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้องเท่านั้นนะ ย่าขอแค่นี้แหละ ย่าจะได้นอนตายตาหลับ”

เมธาวีมองหน้าย่าอย่างเห็นใจแต่ก็ทำใจยังไม่ได้ เธอลุกเดินไปส่องกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้ง เสชมเครื่องประดับที่ย่าสวมให้ว่า “สวยจังเลยค่ะคุณย่า...”

ooooooo

รุ่งขึ้น อันเป็นวันจัดพิธีแต่งงานเป็นการภายในที่บ้านสวนตามคำขอของเมธาวี อุปมาแต่งหล่อแต่หน้าเศร้า จนทศวรรษแซวว่าทำหน้าตาให้สดชื่นหน่อยสิเจ้าบ่าว บารมีก็บอกว่าให้ทำใจเหมือนวันที่เขาแต่งงานกับเมธาวีครั้งแรกสิ เผื่อหน้าตาจะสดชื่นขึ้น

“ผมจำความรู้สึกวันนั้นไม่ได้แล้วล่ะครับพ่อ” อุปมาตอบซึมๆแล้วเดินเลี่ยงไปเศร้าๆ

แล้วประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยจนได้ เมื่อช่างแต่งหน้าจะเข้าไปแต่งหน้าแต่งตัวให้เมธาวี ปรากฏว่าเธอหายไปแล้ว ทิ้งไว้แต่เครื่องประดับที่คุณหญิงให้เมื่อคืนนี้กับจดหมายฉบับหนึ่ง...โดยทศวรรษเป็นคนอ่านให้ทุกคนฟัง

เมธาวีบรรยายในจดหมายถึงความรู้สึกที่ทนไม่ได้ที่ต้องเสียความภูมิใจในตัวเองเพื่อแลกกับความว่างเปล่าปราศจากความหมายของใคร มันไม่ยุติธรรมสำหรับตนกับอุปมาและสไบนางด้วย

ตอนหนึ่งเธอเขียนว่า “ฉันไม่ได้เปิดทางให้เธอ มาร์คเองก็ไม่ใช่ของเหลือจากใคร และเธอก็ไม่ใช่เจ้าสาวสำรองของใครนะบี เธอคือเจ้าสาวเต็มตัวที่เจ้าบ่าวดีๆอย่างมาร์คปรารถนาจะแต่งงานด้วยมากที่สุด...มาร์คเป็นคนดี แต่เขาไม่เหมาะสมกับฉัน เพราะเขาขาดคุณสมบัติสำคัญที่ฉันปรารถนา นั่นก็คือ หัวใจของเขา...แต่งงานแทนฉันทีนะบี...”

ในตอนสุดท้าย เมธาวีเขียนว่า “พิธีวันนี้คือเซอร์ไพรส์ที่ฉันฝากไว้เป็นของขวัญให้เธอก่อนการจากไปของฉัน ฉันหวังว่าเธอคงยอมรับของขวัญชิ้นแรกจากพี่สาวคนนี้...”

เหตุนี้เอง จึงต้องมีการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกันอีกครั้ง แต่การเปลี่ยนตัวครั้งนี้ยังความยินดีแก่ทุกคน ยกเว้นวิจิตราที่ฟังทศวรรษอ่านจดหมายจบก็เป็นลมพับไปทันที

เหตุการณ์เป็นใจเช่นนี้ อุปมาเข้าไปขอสไบนางว่า “ให้เกียรติแต่งงานกับผมอีกครั้งได้ไหมครับ” สไบนางร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ โผเข้ากอดอุปมาไว้แน่น ท่ามกลางสายตาที่ปลาบปลื้มของทุกคน ในขณะที่วิจิตราหมดสติพิงพนักโซฟา โดยมีบังอรคอยเอายาดมรอจมูกให้

ooooooo

อาทิตย์ไปส่งเมธาวีที่สนามบิน เขาแสดงความยินดี ดีใจที่เธอตัดสินใจแบบนี้ เมธาวีตัดใจบอกอาทิตย์ว่าเลิกพูดเรื่องนี้เถอะ อาทิตย์ขอโทษแล้วถามว่าทำไมเธอถึงต้องหนีไปไกลขนาดนั้น

“พอดีวีซ่ายังเหลือก็ตัดสินใจไปทีเดียวเลยไม่อยากให้ใครตามไปง่ายๆ”

อาทิตย์ถามอ้อนๆ ว่า รวมทั้งตนด้วยใช่ไหม ตกลงเธอไม่รับข้อเสนอของตนจริงๆ หรือ เธอตอบอย่างหนักแน่นว่า ไม่อยากให้เขาแต่งงานกับตนเพราะความสงสาร และไม่อยากให้เขาคิดว่าตัวเองเป็นช้อยส์สำรอง ขอให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินทุกอย่างดีกว่า
เมธาวีจากไปแล้ว เธออาจจะไปเรียนต่อ บอกอาทิตย์ว่า กว่าทุกอย่างจะลงตัว บางทีเราสองคนอาจจะได้เจอคนใหม่ไปแล้วก็ได้

“แล้วถ้าเรากลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง แล้วต่างคนต่างไม่มีใคร ตอนนั้นขอผมเป็นช้อยส์แรกมั่งจะได้ไหม...ชีวิตนี้เป็นอันดับสองตลอดเลย”

อาทิตย์พูดติดตลกจนเมธาวีขำหัวเราะออกมา ทั้งคู่จากกันด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจกัน

ooooooo

หลังพิธีแต่งงานที่จัดอย่างเรียบง่ายภายในหมู่ญาติแล้ว สไบนางกับอุปมาก็พากันไปฮันนีมูนที่บังกะโลชายทะเล ทั้งคู่ยังคงจิกๆกัดๆ กันอย่างร่าเริงตามเคย ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างที่อาทิตย์พูดไว้จริงๆ

เมื่อขนข้าวของเข้าบังกะโลแล้ว อุปมาพูดอย่างมันเขี้ยวว่า ในที่สุดก็ได้ฮันนีมูนกับเขาจริงๆเสียที พลางก็ทำกรุ้มกริ่ม จนสไบนางเขินปรามว่าอย่ามาทะลึ่ง

“หวังว่าคืนนี้คงไม่เอากรรไกรตัดหญ้ามาขวางกลางเตียงอีกนะครับ”

สไบนางพูดหน้าตาเฉยว่า ไม่เอามาให้หนักหรอก อุปมายิ้มกว้างชมว่าน่ารักที่สุด แต่แล้วเธอก็หยิบกรรไกรเล็กออกมาพูดหน้าตายว่า “เพราะอันแค่นี้ก็ตัดขาด ชับๆๆๆ แล้ว” พูดแล้วขำเอง

อุปมาทำท่าขึงขังหยอกว่า “โห...ดูถูกกันแบบนี้ต้องพิสูจน์ตอนกลางวันแสกๆนี่แล้ว” พูดแล้ววิ่งไล่จับสไบนางไปรอบห้องหัวเราะกันสนุกสนาน

หลังจากนั้นก็นั่งเรือกล้วย ติดข้างเรือว่า Just Married แต่งด้วยดอกไม้ผูกลูกโป่งสวรรค์หลากสี อุปมากับสไบนางสวมชูชีพนั่งไปด้วยกัน อุปมานั่งหน้าสไบนางนั่งหลัง เธอเกาะเอวเขาไว้

ขณะไกลฝั่งออกไปทั้งคู่ปล่อยมือบ๋ายบายมาที่ฝั่ง เป็นจังหวะที่เรือตีโค้งแรงๆ ทั้งคู่เลยตกน้ำ หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงคลื่นที่สาดซัดเป็นระลอก...

ooooooo

–อวสาน–

เรื่ิองย่อ รอยมาร ตอน14 ละครช่อง3



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  



ตอนที่ 14

แยก​จาก​หยาด​ฝน​ที่​ริม​คลอง​แล้ว สไบ​นาง​เดิน​กลับ​มา​ที่​บ้าน​ไทย​ประยุกต์ เจอ​บารมี​กับ​อุปมา​เดินออกมา​พอดี เธอ​ตรง​เข้าไป​บอก​บารมี​ว่า ตน​ต้องการ​หย่าและ​อยาก​ไป​เรียน​ต่อ​ทันที

อุปมา​ตกใจ​รีบ​ยืนยัน​ว่า​ตน​ไม่​มี​อะไร​กับ​เมธา​วี​จริงๆ สไบ​นาง​ไม่​สนใจ​ตัดบท​ว่า​เรื่อง​นั้น​เขา​ต้อง​ไป​เคลียร์​กับ​เมธา​วี​เอง ​ยืนยัน​ทั้ง​น้ำตา​ว่า

“ฉัน​ต้องการ​หย่า ฉัน​ต้องการ​ชีวิต​ของ​ฉัน​กลับคืน​มา ฉัน​ต้องการ​เริ่ม​ต้น​ชีวิต​ใหม่ ไป​ให้​พ้นๆจาก​เรื่อง​เฮงซวย​พวก​นี้​เสียที​เข้าใจ​ไหม”

“บี...ใจเย็นๆก่อน​นะ​ลูก ขอ​ลุง​กับ​มาร์ค​กลับ​ไป​คุย​กับ​คุณวิ​จิตรา​ก่อน ได้​ข้อ​สรุป​ยัง​ไง​เรา​ค่อย​มา​คุย​กัน​อีก​ที” พูด​แล้ว​บารมี​เดิน​นำ​ไป อุปมา​อด​ไม่ได้​ที่​จะ​มอง​สไบ​นาง​หน้าจ๋อยๆ ก่อน​เดิน​ตาม​พ่อ​ไป

หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน บารมี​เดิน​มา​เจอ​สไบ​นาง​นั่ง​เซ็งๆอยู่​ที่​ม้า​สนาม เขา​เดิน​ไป​ขอ​คุย​ด้วย บอก​เธอ​ว่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ขอ​ให้​เป็น​เรื่อง​ของ​ผู้ใหญ่​ไป​จัดการ​กันเอง ยืนยัน​ว่า

“ผู้ใหญ่​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​จะ​แก้​ปัญหา​นี้​บน​พื้นฐาน​ของ​ความ​รัก​ที่​มี​ให้​กับ​บี หนู​เม แล้ว​ก็​มาร์ค ลุง​รับรอง​ว่า​จะ​เป็น​ทางออก​ที่​ดี​กับ​ทั้ง​สาม​คน​ที่สุด” แต่​ก็​ย้ำ​กับ​เธอ​ว่า “ลุง​เชื่อ​ว่า​มาร์ค​ไม่​โกหก​ลุง​แน่ๆ”

และ​เพื่อ​ให้​สไบ​นาง​ไม่​ต้อง​ถูก​กดดัน​จาก​ปัญหา​ที่​นี่ บารมี​บอก​ให้​ไป​พักผ่อน​ที่​คอน​โดฯ​ของ​ตน​ที่​หัว​หิน ทาง​นี้​ได้​ข้อ​สรุป​ยัง​ไง​จะ​โทร.​ไป​บอก​เอง สไบ​นาง​กอด​บารมี​ไว้​ด้วย​ความ​ตื้นตันใจ​น้ำตา​รื้น

“ไม่​มี​ใคร​จะ​ฝัน​ร้าย​ไป​ตลอด​เวลา​โดย​ไม่​ตื่น​หรอก​นะบี หนู​กำลัง​จะ​ตื่น​ขึ้น​มา​พบ​กับ​ชีวิต​ใหม่​ที่​สดใส​กว่า​เดิม​แล้ว อดทน​อีก​นิด​นะ หลาน​รัก​ของ​ลุง” บารมี​กอด​ปลอบ​หลาน​สาว​ด้วย​ความ​รัก สงสาร และ​เป็น​ห่วง

แล้ว​สไบ​นาง​ก็​ไป​จัด​เตรียม​เสื้อ​ผ้า​เดินทาง​ไป​หัว​หิน โดย​มี​ยาย​จันทร์​กับ​บังอร​คอย​ช่วย​หยิบ​โน่น​หยิบ​นี่​ให้ โดยเฉพาะ​ตุ๊กตา​ลูก​หมา​ลืม​ไม่ได้​เป็นอันขาด

ยาย​จันทร์​บ่น​กับ​บังอร​ว่า​ไม่​เข้าใจ​จริงๆ คน​ไม่ได้​รักกัน​แต่งงาน​จดทะเบียน​กัน​หลอกๆ แต่​พอ​จะ​หย่า​กัน​ทำไมมัน

​ถึง​ได้​ยากเย็น​นักหนา​ก็​ไม่​รู้

“หรือ​กามเทพ​จะ​เล่น​ตลก​ซะ​ก็​ไม่​รู้​นะ​ยาย​จันทร์” บังอร​ฉุกคิด​ขึ้น​มา

ooooooo

ค่ำ​นี้ คุณหญิง​เรียก​เมธา​วี​ไป​พบ​ที่​โถง​บ้าน​สวน เมธา​วี​ระแวง​ว่า​บารมี​สั่ง​ให้​คุณ​ย่า​มา​บอก​อะไร​ตน​หรือ คุณหญิง​เสียงแข็ง​ว่า​ไม่​มี​ใคร​จะ​มา​สั่ง​อะไร​ย่า​ได้​หรอก แล้ว​บอก​หลาน​สาว​ด้วย​น้ำเสียง​อ่อนโยน​ว่า

“ตลอด​เวลา​ที่​ผ่าน​มา เรา​สอง​คน​ย่า​หลาน​เหมือนมีกำแพง​ที่​มอง​กัน​ไม่ค่อย​เห็น แต่​ย่า​ก็​รัก​เม​มาก​นะ​ลูก พร้อม​ที่​จะ​ให้​คำ​ปรึกษา​เม​ได้​ทุก​เรื่อง”

คุณหญิง​หว่านล้อม​อยู่​นาน สุดท้าย​ชม​เมธา​วี​ว่า​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน​การ​งาน​เจริญ​ก้าวหน้า​ขึ้น​ทุก​วัน ​ย่า​ภูมิใจ​มาก และ​บ่นๆสไบ​นาง​ว่า​เหลวไหล​ไม่ได้​เรื่อง​ยิ่ง​เห็น​เมธา​วี​ก้าวหน้า​ก็​อยาก​ให้​น้อง​เจริญรอย​ตาม พูด​แล้ว​เห็น​เมธา​วี​นั่ง​เหม่อๆถาม​ว่า​ฟัง​ย่า​อยู่​รึ​เปล่า

“พูด​เถอะ​ค่ะ​คุณ​ย่า เม​กำลัง​ฟัง​อยู่”

คุณหญิง​พูด​ถึง​การ​ดำเนิน​ชีวิต​ของ​คน​ที่​ต้อง​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป ​แม้​ทาง​จะ​คดเคี้ยว​หรือ​ปีน​เขา​สูง แต่​ยิ่ง​เรา​อยู่​สูง​เท่าไร ก็​ยิ่ง​เป็น​จุด​สนใจ​ของ​คน​ทั่วไป ย้ำ​ว่า

“สิ่ง​นี้​แหละ​คือ​ความ​สำคัญ​ของ​การ​เดินทาง​ของ​ชีวิต เรา​ต้อง​ไต่เต้า​เดิน​ต่อ​ไป​อย่าง​สง่า​งาม​นะ​เม”

ระหว่าง​ที่​คุณหญิง​หว่านล้อม​กล่อม​เมธา​วี​ให้​ใจเย็นๆ เพราะ​ทุก​คน​กำลัง​ช่วย​กัน​ร่วม​รับผิดชอบ​กับ​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​อยู่​นั่นเอง ทศวรรษ​ก็​เข้า​มา​เสนอ​ตัว​ว่า​จะ​แต่งงาน​กับ​เธอ ถาม​ว่า “เม​ไม่​รังเกียจ​พี่​ใช่​ไหม”

เมธา​วี​ไม่​รังเกียจ ​แต่​ปฏิเสธ​เพราะ​ถือ​เป็น​การ​เอาเปรียบ​เขา​มาก​เกินไป พูด​อย่าง​เชื่อ​มั่น​ใน​ตัว​เอง​ว่า ตน​ไม่​ต้องการ​ความ​เวทนา​จาก​ใคร ตน​จะ​ขอรับ​ผิด​ชอบ​เรื่อง​นี้​ด้วย​ตัว​เอง แล้ว​เดิน​ออก​จาก​บ้าน​ไป​เลย ทศวรรษ​เป็น​ห่วง​ตาม​ไป​คุย​ที่​หน้า​บ้าน ถาม​ว่า​เธอ​จะ​รับผิดชอบ​คน​เดียว​ได้​ยัง​ไง เพราะ​อุปมา​ไม่​ยอมรับ​ว่า​เด็ก​เป็น​ลูก​ของ​เขา ต้อง​พิสูจน์​ด้วย​การ​ตรวจ​ดี​เอ็น​เอ​เท่านั้น

นอกจาก​นี้ ทศวรรษ​ยัง​เตือนสติ​ให้​เธอ​คิดถึง​หน้าที่การงาน​ที่​รับผิดชอบ​สูง​ของ​เธอ แล้ว​จะ​ปล่อย​ให้​ท้อง​ไม่​มี​พ่อ​ได้​อย่างไร ย้ำ​ว่า แต่งงาน​กับ​ตน​เสีย นี่​เป็น​ทางออก​ที่​ดี​ที่สุด​สำหรับ​เธอ

แต่​เมื่อ​ทศวรรษ​ยืนยัน​ให้​เธอ​พิจารณา​ให้​ดี ก็​กลับ​ถูก​หา​ว่า​เขา​ทำ​เพื่อ​สไบ​นาง แล้ว​พาล​ด่า​สไบ​นาง​อีก​ว่า​แย่ง​ทุก​อย่าง​ไป​จาก​ตน เขา​เอง​ก็​เป็น​บุญ​อนันต์​จึง​ต้อง​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​เอาใจ​บารมี​เหมือน​กัน

ใน​ที่สุด​ไม่​อาจ​คุย​กัน​ได้ เมธา​วี​โกรธ​จน​กระแทก​ไหล่เขา​เดิน​หนี​ไป

ฝ่าย​สไบ​นาง​ไป​อยู่​คอน​โดฯ​ที่​หัว​หิน ดู​ซี​ดี​ซี​รี่​ย์​เกาหลี​สูง​เป็น​ตั้ง​แล้วแต่​ก็​ไม่​อาจ​ทำใจ​ให้​สงบ​ได้ ใจ​วอกแวก​ไป​ทางอื่น ตา​ก็​คอย​ชำเลือง​ไป​ทาง​ตุ๊กตา​ลูก​หมาใน​ตะกร้า จน​ถามตัวเอง​ว่า “เป็นบ้า​อะไร มัน​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ฉัน...”

หลังจากรู้ว่าอาทิตย์รู้เรื่องตนกับชันษาและถูกอาทิตย์ขู่ว่าถ้าไม่หยุดโยนกลองใส่อุปมา เขาจะเปิดเผยเรื่องนี้ วันนั้นจากกันไปอย่างหงุดหงิด จนวันนี้เมธาวีคิดได้ โทรศัพท์ไปหาอาทิตย์บอกว่า อยากให้เขาปิดเรื่องชันษากับตนไว้เป็นความลับ

“ถ้าผมคิดจะพูดเรื่องนี้คงพูดไปนานแล้วล่ะ ถ้าเมไม่คิดให้ร้ายคุณมาร์ค เรื่องนี้จะเป็นความลับตลอดไป”

“โอเค เมจะหยุด แต่ถ้าเขายังอยากจะแต่งงานกับเมเอง จะมาโทษเมไม่ได้นะ” พูดแล้วเห็นอาทิตย์เงียบ เธอสรุป “งั้นตกลงตามนี้ เมจะไม่บังคับให้มาร์ครับเป็นพ่อเด็ก แต่ยังไงบีก็ต้องหย่ากับมาร์คมันคนละเรื่องกัน หวังว่าอาทิตย์คงจะแยกออก” พูดแล้วกดตัดสายไปเลย จากนั้นคว้ายานอนหลับหลายเม็ดมากรอกใส่ปากดื่มน้ำตามแล้วล้มตัวลงนอน

ooooooo

รุ่งขึ้น ขณะคุณหญิงกับบารมีไปทำบุญที่วัดด้วยกัน ต่างพูดถึงเมธาวีอย่างเป็นห่วงกลัวเธอจะเลือกทางออกด้วยการทำแท้ง แต่ทั้งสองก็มีความเห็นพ้องกันว่าถ้าเมธาวียอมแต่งงานกับทศวรรษได้จะเป็นการดีที่สุด กระนั้น คุณหญิงก็ยังมีความหวังกว่านั้น เสนอบารมีว่า

“ถ้าถึงที่สุดแล้ว พ่อมีสามารถหยุดกงล้อกรรมนี้ได้ด้วยการสั่งมาร์คให้เสียสละ ยอมแต่งงานกับเมล่ะ พ่อมีจะทำไหม”

“แล้วคุณน้าทนเห็นหนูบีต้องผิดหวังเสียใจได้รึเปล่าล่ะครับ” บารมีย้อนถาม คุณหญิงเลยเงียบหน้าจ๋อยๆ

สายๆ บารมีก็โทรศัพท์บอกสไบนางว่าพรุ่งนี้จะส่งคนขับรถไปรับกลับมาจดทะเบียนหย่ากับมาร์ค สไบนางฟังแล้วเงียบกริบ จนบารมีถามว่าได้ยินที่ลุงพูดไหม เธอจึงตอบรับ บารมีหันบอกอุปมาที่นั่งอยู่ด้วยว่า

“พรุ่งนี้เราไปรอบีที่เขตได้เลย ส่วนเรื่องแต่งงาน เมเขาไม่ได้บังคับอะไรแก สุดแล้วแต่แกจะเชื่อหรือเปล่า จะพิสูจน์เมื่อไหร่ก็ได้” พออุปมาทำท่าจะชี้แจงว่าตนไม่เคยมีอะไรกับเมธาวี ก็ถูกบารมียกมือห้ามพูดขัดขึ้นว่า “ทศวรรษก็ไม่ได้เป็นพ่อเด็กเหมือนกัน เขาเต็มใจเสียสละแทนทุกคนแล้ว อยู่ที่เมจะยอมรับน้ำใจจากเขารึเปล่าก็เท่านั้น”

เมื่ออุปมาเงียบบารมีย้ำว่า “สิ่งที่แกจะแสดงน้ำใจกับหนูเมได้ตอนนี้ก็คือหย่าขาดกับบีให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นก็ปล่อยให้โชคชะตาเป็นตัวกำหนดก็แล้วกัน”

สายมากแล้ว เมธาวียังไม่ออกจากห้อง วิจิตราเป็นห่วง ไปเคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบจึงหากุญแจสำรองเปิด ก็พอดีเมธาวีลุกมาเปิดในสภาพหน้าตาอิดโรยหมองคล้ำจนวิจิตราตกใจ ชวนไปทานข้าวกัน

“จะทานให้มันโตไวรึไงคะ” เมธาวีไม่ยอมไปทานอาหาร ทั้งไม่ยอมกลับไปอยู่บ้านอัคราชด้วย บอกวิจิตราว่าตนจะอยู่ที่นี่เป็นก้างขวางคอแบบนี้ต่อไป ฝากแม่ให้โทร.ลางานอย่างไม่มีกำหนดให้ตนด้วย  พูดแล้วร้องไห้โฮวิ่งเข้าห้องน้ำปิดประตูโครม วิจิตรามองตามลูกไปด้วยความสงสารจับใจ

ooooooo

พรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯแล้ว คืนนี้สไบนางจึงเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า จู่ๆอุปมาก็มาเคาะประตูเรียก พอสไบนางเปิดประตูเขาก็สวมกอดเธอไว้อย่างไม่ให้ตั้งตัว สไบนางตกใจแต่ไม่ขัดขืน

“ฉันมีเรื่องอยากบอกเธอก่อนที่จะต้องหย่ากัน...ฉันคิดว่า...ฉันแอบรักเธออยู่...ฉันอยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากหย่า ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

สไบนางร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้นกอดเขาไว้แน่น อุปมาน้ำตารื้นเอ่ยเสียงเครือ

“คืนนี้ฉันขออยู่กับเธอ อย่าไล่ฉันกลับไปเลยนะบี...”

ไม่มีคำตอบจากสไบนาง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดเขา ต่างพูดไม่ออก แต่สัมผัสที่มีต่อกันถ่ายทอดความรู้สึกให้กันอย่างลึกซึ้ง...

คืนนี้ทั้งสองนอนบนเตียงเดียวกันโดยมีตุ๊กตาลูกหมาคั่นกลาง ต่างก็นอนไม่หลับ อุปมาค่อยๆหยิบตุ๊กตาลูกหมาไปวางข้างๆค่อยๆเลื่อนมือมาแตะร่างสไบนางแล้วจึงขยับเข้ามาชิดซุกหน้ากับลำคอเธอแผ่วเบา เมื่อสไบนางไม่ขัดขืน อุปมาจึงกอดเธอไว้แนบตัว กระซิบข้างหู

“ฉันไม่อยากให้เช้าเลย อยากอยู่กับเธอแบบนี้ไปทุกวัน...ฉันรักเธอนะบี...”

สไบนางน้ำตารื้น อุปมาซับน้ำตาและโน้มหน้าหอมอย่างปรารถนา...และเมื่อเขาเปลี่ยนท่าเท้าก็กระทบถูกตุ๊กตาลูกหมาหล่นลงไปหายใจกระเพื่อม...กระเพื่อม...อยู่ที่พื้นข้างเตียงโดยไม่มีใครสนใจเลย

ooooooo

แต่พอตื่นเช้า อุปมาตกใจเมื่อไม่เห็นสไบนางแล้ว ออกตามหาทั่วห้องก็ไม่พบ โทร.ไปบอกบารมี ก็ถูกตำหนิว่าใครใช้ให้ไปรับสไบนาง ยุ่งไม่เข้าเรื่อง ถามว่าไปหากันตั้งแต่เมื่อไหร่ อุปมาปดพ่อว่าเมื่อเช้านี้เอง

“หนูบีจะไปไหนล่ะ เอางี้ แกรีบกลับมาก่อน เผื่อบีจะกลับมาหาย่าของเขา ทีหลังจะทำอะไรปรึกษาพ่อก่อนนะมาร์ค” บารมีบ่น ส่วนอุปมารับปากพ่อแล้วก็ผลุนผลันออกจากห้องไป เพราะเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้สไบนางไม่กลับไปบ้านสวนตอนนี้แน่นอน

กลายเป็นเรื่องร้อนใจกันไปหมด ทุกคนช่วยกันสืบข่าวโทร.เช็กและตามหาสไบนางไปตามบ้านเพื่อนก็ไม่เจอ หัสดินฉุกคิดว่าเธออาจจะไปที่รีสอร์ตของสายทิพย์ก็ได้ ดังนั้น อุปมาจึงรีบไปที่นั่น เจอธนูกำลังตามง้อสายทิพย์ขอคืนดี แต่สายทิพย์ยืนกรานจะฟ้องหย่า

พออุปมาโผล่มา ทั้งคู่ก็หยุดโต้เถียงกัน อุปมาถามทันทีว่า “บีมาที่นี่รึเปล่าครับ”

หารู้ไม่ว่า สไบนางนัดอาทิตย์ให้มารับและพาไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดของเขา สไบนางสดชื่นขึ้นเมื่อได้อยู่กับอาทิตย์เพื่อนซี้ที่ทำให้ตนหัวเราะได้ทั้งในยามสุขและทุกข์

เวลาเดียวกัน เมธาวีก็ขนของย้ายมาอยู่ห้องหอกับอุปมาเป็นการถาวร เธอบอกว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด เชื่อว่าคนทางนี้เกรงใจคุณย่าคงไม่มีใครกล้าไล่ตนแน่ เมื่อบารมีมาเจอก็พูดอย่างเหนื่อยใจว่า อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แล้วเดินออกจากบ้านไปเลย

ooooooo

เมื่อตามหาที่ไหนก็ไม่เจอ อุปมาฉุกคิดถึงอาทิตย์ ไปที่โรงพักตำรวจที่นั่นบอกว่าอาทิตย์ลา

พักร้อน เขาจึงฝากความกับตำรวจที่นั่นว่า

“งั้นฝากบอกหมวดอาทิตย์ด้วยแล้วกันว่า อย่ามายุ่งกับเมียคนอื่นให้มันมากเกินไปนัก”


และเมื่อกลับมาถึงบ้าน พอเข้าห้องก็ชะงักกึกเมื่อเจอเมธาวีในชุดนอนนั่งอ่านแมกกาซีนอยู่บนเตียง เธอยิ้มให้เขาบอกว่า “เมจะย้ายมาอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด” อุปมาถามว่าเพื่ออะไร เธอลงจากเตียงเดินมาหา พูดโดยไม่สบตาว่า

“มีคนหน้าด้านหนีไปไม่ยอมหย่าได้ เมก็หน้าด้านย้ายมาอยู่ที่นี่ได้เหมือนกัน”

อุปมาถอนใจอย่างสุดเซ็ง หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที เมธาวีรีบออกมาดักหน้าถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าต่างจังหวัด จะไปทำงาน และไปไม่มีกำหนด

เมธาวีน้ำตาคลอตามไปถามอีกว่า “คุณรู้ใช่ไหมว่านังบีอยู่ที่ไหน คุณจะตามไปอยู่กับมันใช่ไหม...”

“ถ้าผมรู้ว่าบีอยู่ไหน ผมคงไม่กลับมาที่นี่ให้เสียเวลาหรอก” พูดแล้วเดินหลีกลงบันไดไปทันที

เมธาวีน้ำตาร่วง วิ่งกลับเข้าห้องหอเอายานอนหลับกรอกปาก ดื่มน้ำตามแล้วทิ้งตัวนอนคว่ำซบหน้ากับหมอน ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

เมื่อตามหาที่ไหนก็ไม่เจอ อุปมากลับไปคอนโดฯที่หัวหิน เห็นห้อง เห็นบรรยากาศในห้องก็ยิ่งคิดถึงคืนที่ผ่านมา ทนไม่ได้ระดมกดโทร.หา แต่ปลายทางปิดเครื่อง

สไบนางอยู่บ้านญาติของอาทิตย์ที่ต่างจังหวัดอย่างสบายใจ เธอปิดโทรศัพท์แต่ยังเอาเครื่องติดตัว เช้านี้เธอวางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะอาหารแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ อาทิตย์เห็นปิดเครื่อง เลยนึกสนุกกดเปิด ก็พอดีอุปมาโทร.เข้ามา เขากด รับ สไบนางเดินกลับมา เลยรีบวางไว้ที่เดิมแล้วเลี่ยงไปทางหลังบ้าน ให้พ้นจากสถานการณ์ตรงนั้น

อุปมาดีใจมากที่โทร.ติด ภาวนา ลุ้นให้รับสาย สไบนาง กลับมาเห็นมีโทร.เข้าก็เอะใจ เห็นเป็นชื่ออุปมาโชว์อยู่ เธอไม่พูดแต่เงี่ยหูฟังเสียงปลายสายใจระทึก

อุปมาอ้อนวอนมาตามสาย ขอให้พูดกับตน เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงรำพันความรู้สึกของตัวเองให้ฟังว่าเหตุการณ์เมื่อคืนทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความรัก เธออย่าปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองเลย กลับมาหาตนแล้วฝ่าปัญหาไปด้วยกัน อ้อนวอนว่า “อย่าทิ้งฉันไปอีกเลยนะบี...”

สไบนางตัดสินใจกดตัดสายแล้วปิดเครื่องเลย อุปมาร้องเรียกอย่างผิดหวัง เสียใจ ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงหน้าเครียดจัด

พออาทิตย์กลับมา ก็ถูกสไบนางเล่นงานที่มาเปิดมือถือ ของตน อาทิตย์อ้างว่าตนกลัวคุณย่าเป็นห่วงเลยเปิดเครื่องไว้ สไบนางบอกว่าตนจะส่งข่าวบอกคุณย่าวันนี้แหละ

“งั้นก็รีบโทร.เลย ก่อนที่พวกเขาจะแจ้งความ” อาทิตย์ดีใจ ลุ้นเต็มที่ สไบนางเชิดใส่บอกว่า

“บีไม่โทร.หรอก”

แล้วเธอก็ส่งข่าวกลับไปจริงๆ แต่ใช้อีเมล์แทน บารมีเป็นคนรับอีเมล์ปริ๊นต์ออกมาแล้วถือกระดาษเดินตามหาอุปมาอย่างตื่นเต้น เปิดห้องนอนเข้าไปก็เจอแต่เมธาวีเลยเซ็งย้อนกลับมา ไปที่บ้านสวนเอาอีเมล์ให้ทศวรรษอ่านให้คุณหญิงฟัง

สไบนางกราบขอโทษคุณลุง คุณย่าและทุกคน ที่หนีไปโดยไม่บอกกล่าว บอกว่าตอนนี้ตนอยู่ในที่ปลอดภัย จากนั้นก็พรรณนาถึงความห่วงใยเมธาวีที่ต้องแบกรับความอับอายไว้โดยลำพังซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลย ตอนหนึ่งระบุว่า

“ลูกชายคุณลุงเท่านั้น คือคนที่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นร่วมกับพี่เม” จากนั้นก็ยืนยันว่าตนต้องการหย่าเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด อ้อนวอนบารมีให้ช่วยคุยกับอุปมาอย่ารั้งตนไว้อีกเลย สุดท้ายยื่นคำขาดว่า

“บีต้องการขอคืนอิสระ การหย่าขาดกับลูกคุณลุงเท่านั้นคือสิ่งที่บีต้องการ ถ้าบีไม่ได้หย่า ชาตินี้ทุกคนก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าบีอีกเลย”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างคิดหนัก ทศวรรษพึมพำว่ามันไม่ยุติธรรมกับอุปมาเลย บารมีเสียงอ่อนลงว่าแต่มันเป็นความต้องการของสไบนาง คุณหญิงก็ขอร้องบารมีให้ตามอุปมากลับมาหย่ากันเสียตนเป็นห่วงหลานและให้บอกอุปมาให้ทำใจเสียว่า “เขากับบีคงไม่ใช่คู่กันหรอก”

“ครับคุณน้า” บารมีตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ooooooo

บารมีโทร.ตามอุปมาบอกว่าสไบนางติดต่อกลับมาแล้ว อุปมาดีใจมากถามว่าตอนนี้เธออยู่ไหน บารมีบอกว่าอยู่ไหนไม่สำคัญ แต่ตอนนี้เธอต้องการหย่า ขู่ว่าถ้าไม่หย่าให้ก็จะไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีกเลยปลอบใจลูกให้ทำใจเสีย แล้วนัดวันหย่ากันเลย เพราะคุณหญิงเป็นห่วงหลานสาวมาก

“พ่อจัดการตามที่เห็นสมควรไปได้เลย” อุปมาตอบอย่างสิ้นหวัง เศร้าไปถนัดใจ

ส่วนอาทิตย์รู้ว่าสไบนางใช้อีเมล์ส่งข่าวไปทางบ้านก็อยากรู้ เดาใจว่าเธอจะใช้อีเมล์อะไร พอนึกได้ก็รีบเข้าห้องล็อกประตูเปิดคอมต่อเข้าอินเตอร์เน็ตอย่างเร็ว ปากก็พูดไปเรื่อยว่า

“ขออ่านหน่อยนะน้องรัก ส่งอีเมล์อะไรไป อย่าโกรธกันเลยนะบู้บี้”

ooooooo

จู่ๆอาทิตย์ก็ได้รับโทรศัพท์จากหยาดฝน พอรู้ว่าเพื่อนโทร.มาสไบนางขู่อาทิตย์ว่าห้ามบอกว่าตนอยู่ที่นี่ อาทิตย์เลยต้องโกหกหยาดฝนไปว่าไม่เจอสไบนางเลย รับปากว่าถ้าได้ข่าวแล้วจะรีบแจ้ง

พอวางสายจากหยาดฝน สไบนางถามว่าหยาดฝนโทร.มาคุยเรื่องอะไร อาทิตย์บอกว่า

“เมย้ายเข้าไปอยู่บ้านมาร์คแล้ว ไม่รู้ว่าเข้าไปอยู่ในฐานะอะไร ถ้าไม่รักษาสัญญาพี่ก็จะไม่รักษาสัญญาเหมือนกัน” อาทิตย์เล่าหน้าเครียด แล้วบอกว่า “พี่จะเข้ากรุงเทพฯก่อนนะ พรุ่งนี้มาใหม่” แล้วออกไปเลย

อาทิตย์บึ่งรถไปหาเมธาวีทันที ตรงไปต่อว่าเธอว่าไม่รักษาคำพูด เพราะตอนนี้มาร์คยังไม่ได้หย่ากับบี เมธาวีทำปากแข็ง เถียงว่าวันนี้ยังไม่หย่าอีกสองวันก็ต้องหย่าตนเข้ามาอยู่ก่อนแล้วผิดตรงไหน

“ไม่ผิดหรอก ถ้าเมไม่ได้อ้างว่าท้องกับมาร์คทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่เป็นความจริง”

เมธาวีกลัวอาทิตย์จะเผยความจริงออกมาตวาด “เงียบไปเลยนะอาทิตย์”

“จำไว้นะเม ถ้าเมใช้วิธีสกปรกแบบนี้เพื่อจับคุณมาร์ค ผมก็จะบอกให้ทุกคนรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องของเมคือชันษา”

แรมที่จะเอาของหวานมาให้เมธาวีได้ยินทั้งสองโต้เถียงกัน ตกใจรีบถอยไปที่ห้องครัวถามตัวเองอย่างว้าวุ่นใจว่าจะทำยังไงดี แล้วก็ยิ่งตกใจเมื่อเมธาวีเดินตามมาถามว่าได้ยินอะไรไปบ้าง แรมรีบบอกเสียงสั่นว่าไม่ได้ยินอะไร เมธาวีย่างสามขุมเข้าหา ขู่ว่า

“ในโลกนี้มีคนรู้เรื่องที่ฉันคุยกับอาทิตย์แค่ 3 คน อีกคนตายไปแล้ว ถ้ามีคนอื่นรู้เรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกก็ต้องจากปากเธอ” พูดพลางเดินไปหยิบมีดทำครัว “เพื่อรักษาชื่อเสียงของฉัน ฉันทำได้ทุกอย่าง คนที่รู้ความลับเรื่องนี้จะมีชีวิตอยู่ได้แค่สองคนตามเดิม!” พูดแล้วโยนมีดลงอ่างล้างจานอย่างแรง ขู่สำทับ “เพราะฉะนั้นอย่าปากสว่าง!”

เมธาวีเดินออกไปแล้ว แรมหน้าซีดปากสั่นยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น

ooooooo

บารมีไปหาอุปมาที่ห้องทำงานบริษัท ถามว่าใจคอจะไม่ยอมกลับบ้านเลยหรือ เขาบอกพ่อว่ามันอึดอัด บารมีจึงบอกว่าตนนัดสไบนางเอาไว้แล้ว ศุกร์นี้ให้ไปหย่ากัน รอให้สไบนางตอบอีเมล์มาแล้วตกลงตามนี้

อาทิตย์แอบเข้าไปดูอีเมล์ของสไบนางอีก เห็นบารมีนัดวันหย่ามาก็คิดหนัก เลื่อนเมาส์ไปกดดีลีตจดหมายทิ้งพึมพำ “จดหมายนี้ติดไวรัส ขออนุญาตลบทิ้งนะครับคุณลุง” แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

ที่บ้านสวน บ่ายวันศุกร์ ผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายมานั่งรอสไบนาง รอจนผ่านไปสองชั่วโมงก็ยังไม่มา บารมีเอะใจว่า

สไบนางอาจจะไม่ได้รับอีเมล์ก็ได้ คุณหญิงจึงลองโทรศัพท์ดูก็ไม่ติด เมธาวีเสนอว่าเล่นแง่กันอย่างนี้ก็ฟ้องหย่าเสียเลย

“ผมกับบีไม่ได้หย่าจากกันเพราะเกลียดชังอะไร ไม่มีเหตุผลที่ต้องฟ้องหย่า ยังไงผมก็จะรอบีกลับมาก่อนครับ” อุปมาตัดบทแล้วเดินออกจากห้องไป เมธาวีรีบตาม พอทันกันที่หน้าบ้านถามว่า สไบนางดีกว่าตนตรงไหน แล้วสาธยายทั้งหน้าตา รสนิยม การงาน ชาติตระกูลว่าแม่ของสไบนางก็แค่เป็นเด็กที่คุณปู่ เขาเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น สไบนางไม่มีอะไรเทียบกับตนได้เลย

“แต่สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผมจะรักใคร ถ้าผมมองเปลือกพวกนั้นก่อน ผมคิดว่าไม่ใช่ความรัก”

“มาร์คไม่ได้รักมันหรอก มันก็แค่ความหลง ความรักความหลงนี่ตะหากที่คือเปลือก ความเหมาะสมกันในทุกๆด้านมากกว่าที่จะทำให้ชีวิตคู่อยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง”

อุปมาหันมาบอกว่านั่นคือเหตุผลที่เธอเลือกตน เธอสวนไปว่าเขาก็เหมือนกัน


“ก็เพราะผมคิดว่าผมคงรักใครไม่ได้อีกแล้วไงครับ”

“สรุปว่า ผู้หญิงสามคนของคุณ มีเมคนเดียวใช่ไหมที่คุณไม่ได้รัก” เมธาวีน้ำตาท่วม อุปมาไม่พูดอะไรแต่เดินหนีไปเสียเฉยๆ เมธาวีมองตาม พึมพำอย่างมุ่งมั่น “คนที่คุณไม่รักคนนี้แหละ ที่จะได้เป็นเจ้าของคุณคนเดียว!”

ooooooo

อาทิตย์ยังคงแอบดูอีเมล์ของสไบนาง จนถูกสไบนางจับได้ว่าเป็นคนลบอีเมล์ของบารมีที่นัดให้ไปหย่ากับอุปมา สไบนางโมโหมากบ่นว่าถ้าตนรู้ป่านนี้ก็หย่ากับอุปมาเรียบร้อยไปแล้ว

ทั้งสองโต้เถียงกันอีกเรื่องการท้องของเมธาวี สไบนางยืนยันว่าอุปมาทำเธอท้องก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนอาทิตย์ที่รู้ข้อมูล

เบื้องลึก คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ยอมบอกสไบนางว่า เมธาวีท้องกับชันษาตอนที่ชันษามาลักพาตัวเธอไป

สไบนางรู้ความจริงแล้วสงสารเมธาวีมากและรู้สึกผิดที่เข้าใจอุปมาผิดมาตลอด ส่วนอาทิตย์เมื่อได้บอกสไบนางไปแล้วก็โล่งใจที่ทุกอย่างจะได้จัดการได้อย่างถูกต้องและรับผิดชอบต่อผู้ที่ไม่ได้ทำผิด

ส่วนคุณหญิงอยู่ที่บ้านสวน นับวันก็ยิ่งเครียดเมื่อไม่ได้ข่าวสไบนางเลย นั่งคุยกับทศวรรษและบังอรจนบังอรฉุกคิดขึ้นมาว่า เรายังไม่ได้ถามอาทิตย์เลย เพราะตั้งแต่สไบนางหายไปอาทิตย์ก็เงียบหายไปเหมือนกัน คุณหญิงจึงให้รีบหาเบอร์โทร.ของอาทิตย์
คุณหญิงโทร.ไปหาอาทิตย์ พอสไบนางรู้ว่าคุณย่าโทร.มาก็ทำปากบอกอาทิตย์อย่าให้คุณย่ารู้ว่าตนอยู่ที่นี่ เมื่ออาทิตย์คุยเสร็จบอกเธอว่า

“คุณย่าถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหม อยากชวนไปทานข้าวกลางวันที่บ้าน”

ทั้งอาทิตย์และสไบนางต่างรู้ว่า นี่ไม่ใช่การนัดทานข้าวธรรมดาแน่นอน

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่ออาทิตย์ไปถึงบ้านสวน พบคุณหญิงและทศวรรษคอยอยู่แล้ว พออาทิตย์สวัสดีแล้วถามว่าคุณย่าสบายดีไหมครับ เข้าทางคุณหญิงพอดี รีบบอกว่าไม่สบายเพราะกำลังตรอมใจที่สไบนางหายไป

อาทิตย์ทำไขสือถามว่า “อีกแล้วหรือครับ” คุณหญิงถามว่าแล้วสไบนางโทร.ไปหาบ้างหรือเปล่า เขาปฏิเสธว่าไม่มีเลย คุณหญิงแอบสบตากับทศวรรษแวบหนึ่ง แล้วบอกอาทิตย์ว่า ถ้าสไบนางโทร.มาหาช่วยบอกด้วยว่าย่าไม่ค่อยสบาย ถ้ายังรักย่าก็ขอให้กลับมาหา และอุปมาเองก็พร้อมที่จะหย่าให้แล้ว การหลบหนีหน้าไปไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา

“คุณต้องหาทางบอกบีให้ได้นะครับ คุณย่าท่านอายุ มากแล้ว ถ้าล้มป่วยขึ้นมา บีจะเสียใจที่เป็นต้นเหตุนะครับ” ทศวรรษ จงใจย้ำ จนอาทิตย์หน้าจ๋อยไป ลังเลว่าจะบอกความจริงดีหรือไม่

ระหว่างนั้นคุณหญิงกับทศวรรษชำเลืองมองหน้ากันแบบลุ้นๆว่าแผนของพวกตนจะสำเร็จไหม
ฝ่ายอุปมาหลบหน้าเมธาวีออกมานั่งเล่นที่ห้องโถง  เขาพิมพ์ข้อความส่งให้สไบนางทางมือถือ

“ผมดีใจที่บีไม่มาตามนัด ผมอยากถ่วงเวลาไปเรื่อยๆเผื่อจะมีอัศจรรย์เกิดขึ้นกับเรา”

“ยิ่งห่างกัน ผมก็ยิ่งคิดถึงเหมือนใจมันเต้นอ่อนลงเรื่อยๆไม่รู้บีรู้สึกเหมือนกันไหม”

สไบนางอ่านแล้วเผลอยิ้มออกมา แต่ก็ทำเป็นปฏิเสธ ทำเสียงแหวะแล้วหันไปบอกตุ๊กตาลูกหมาว่าเลี่ยน แต่แล้วก็ตกใจเมื่อตุ๊กตาลูกหมาไม่หายใจแล้ว เธอรีบคว้าออกไป เจออาทิตย์กลับมาพอดี ถามเขาว่ามีถ่านไหมจะเอาใส่ตุ๊กตาลูกหมา

พอได้ถ่านมาเปลี่ยนจนตุ๊กตาลูกหมาหายใจได้อีกแล้ว สไบนางถอนใจโล่งอก ยิ้มออกมาได้ อาทิตย์ถามว่าอุปมาให้มาหรือ ทำเอาสไบนางตีหน้าไม่ถูก ตีขาเขาแก้เกี้ยวบ่นว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง แล้วอุ้มตุ๊กตาลูกหมาออกไปเลย

“เอาไงดีวะ โยนหัวโยนก้อยดีไหมเนี่ย” อาทิตย์ถามตัวเองอย่างลำบากใจไม่รู้จะบอกเรื่องคุณย่ากับสไบนางดีหรือไม่ดี เพราะนั่นหมายถึงการจะให้สไบนางหย่ากับอุปมาหรือไม่นั่นเอง

ooooooo

สายทิพย์นัดธนูไปหย่ากันที่เขต ไม่ว่าธนูจะออดอ้อนอย่างไรเธอก็ไม่ใจอ่อน ตกลงเรื่องลูกกันได้โดยสายทิพย์จะเป็นคนเลี้ยงลูกเองและจะให้พบกับธนูเป็นครั้งคราวตามข้อตกลง

เมื่อเซ็นหย่าเรียบร้อยแล้ว ธนูถามอ้อนๆว่า “เรายังมีโอกาสกลับมาดีกันเหมือนเดิมใช่ไหม” สายทิพย์มองหน้าถามว่ายังกล้าถามตนอย่างนี้หรือ ธนูตอบหน้าจ๋อยๆว่า “ผมกล้า เพราะผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่าถ้าไม่มีคุณกับลูก ผมอาจจะอยู่ไม่ได้”

ธนูยอมรับน้ำตาคลอ สายทิพย์ถามว่าแล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ เขาขอเวลาอีกหน่อย ถ้าจัดการกับชีวิตให้เรียบร้อยเมื่อไหร่จะกลับมาหาเธอ อ้อนขอโอกาสตนอีกครั้ง

หยาดฝนยิ้มให้กำลังใจธนูก่อนแยกไปกับสายทิพย์ แต่ที่มุมหนึ่งในเขต วิมาดาแอบดูอยู่ เธอรู้สึกไม่สบายใจเลย เพราะถ้าธนูหย่ากับสายทิพย์จริงๆ ธนูจะต้องมาเกาะแจอยู่กับตนแน่ๆ

จนวันนี้ซึ่งเป็นวันเกิดของธนู หยาดฝนเห็นของขวัญที่สายทิพย์ซื้อไว้ ถามพี่สาวอย่างลุ้นๆว่าซื้อของขวัญวันเกิดให้ธนูหรือ สายทิพย์บอกว่าซื้อไว้นานแล้ว เพราะเคยซื้อให้เลยซื้อทิ้งไว้ พอดีเขาลดราคาด้วย หยาดฝนถามว่าตนจะเอาไปให้เอาไหม

“ให้ยามหน้าหมู่บ้านยังมีประโยชน์กว่า” สายทิพย์พูดอย่างไม่แยแส หยาดฝนติงว่าพี่เคยให้เขาทุกปี

สายทิพย์น้ำตารื้นถามว่า “แล้วเขาเคยใส่ใจไหมล่ะ ป่านนี้คงนัดดินเนอร์หรูกับเมียใหม่เขาแล้วล่ะ อิสระแล้วนี่”

จริงอย่างที่สายทิพย์คาดเดา เพราะธนูนัดดินเนอร์กับวิมาดา เขาไปสั่งไวน์คอยเธอที่ร้านอาหารหรู พอโทร.ถามว่าถึงไหนแล้ว เธอบอกว่ากำลังอยู่ระหว่างทางทั้งยังจะไปธุระที่ร้านก่อนด้วย

วิมาดาตอบอย่างรำคาญ จนธนูหน้าเจื่อน พอดีโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ธนูเปิดดูพบข้อความกับรูปภาพ เป็นของขวัญชิ้นที่สายทิพย์ซื้อให้นั่นเอง แต่เป็นฝีมือของหยาดฝนส่งภาพมาพร้อมข้อความว่า

“พี่ทิพย์ซื้อของขวัญวันเกิดไว้ให้พี่นูค่ะ อย่าบอกว่าฝนส่งภาพมาให้ดูนะคะ...เบิร์ธเดย์ค่ะ...ฝน”

ธนูดูรูป อ่านข้อความแล้วยิ้มออก อย่างน้อยก็ยังมีสายทิพย์ที่เสมอต้นเสมอปลายกับตนตลอดมา

ooooooo

เพราะอาทิตย์เคยบอกสไบนางให้ช่วยไปรำในงานชุมนุมศิษย์เก่าที่โรงเรียน  วันนี้ถึงวันงานแล้ว  ขณะสไบนางเตรียมชุดจะไปงานนั้น อาทิตย์ตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย โทร.ไปหาคุณหญิง เสร็จแล้วเอ่ยอย่างรู้สึกผิดเบาๆ “ขอโทษนะบี”

บ่ายแก่ๆวันนี้เอง คุณหญิง ทศวรรษ และบังอรก็มาถึงบริเวณหอประชุมที่จัดงาน ต่างเตรียมจะไปพบสไบนางที่ห้องแต่งตัวเพื่อเจรจากันขั้นสุดท้าย รอแต่อุปมาที่คิดว่ายังมาไม่ถึง

แต่ที่แท้อุปมาแอบไปหาสไบนางที่ห้องแต่งตัว ไม่เพียงไปพูดคุยเท่านั้น หากยังพาตัวเธอออกจากห้องแต่งตัว เมื่อเธอขัดขืนก็อุ้มขึ้นบ่าแบกไปต่อหน้าอาทิตย์ที่ทำทีตกใจแต่เอาใจช่วยอุปมาเต็มที่

หลังจากนั้นอาทิตย์ก็ออกมาบอกคุณหญิงว่าอุปมาพาสไบนางไปแล้ว ไม่ทราบพาไปไหน พริบตานั้นทุกคนก็เห็นอุปมาขับรถผ่านไปในรถมีสไบนางถูกมัดปากล็อกตัวไว้ที่เบาะหลังดิ้นขลุกขลัก­ ทุกคนพากันตกใจ แต่อาทิตย์กลับมองขำๆ บอกคุณหญิงว่า

“ผมว่าคุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เขาเป็นสามีภรรยากัน คงมีเรื่องต้องตกลงกันเป็นธรรมดา”

ทศวรรษเปรยๆว่าถ้าเมธาวียอมถอยสักคน  เรื่องนี้ก็คงจบสวย ทั้งภาวนาอยากให้พ่อเด็กตัวจริงออกมารับผิดชอบเร็วๆ

“หรือไม่...ก็ต้องมีใครสักคนที่คุณเมยอมรับให้เข้ามาแทนคุณมาร์คได้ ขี่ม้าขาวมาช่วยได้ทันเวลา” อาทิตย์เสนอขึ้น เพราะเชื่อว่าแนวทางที่ทศวรรษพูดนั้นเป็นไปไม่ได้ เขาคิดอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อการนี้

ooooooo

เมื่อเรื่องกลายเป็นเช่นนี้ คุณหญิง ทศวรรษ และบังอรจึงกลับบ้านสวน คุณหญิงเล่าให้วิจิตราฟังอย่างเหนื่อยใจบอกว่าจบเสียทีก็ดี อีกแค่อึดใจเดียว

“แค่คืนเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้นะคะคุณแม่ หวังว่าหลานรักของคุณแม่คงไม่ผูกปมให้เชือกมันรัดแน่นจนคลายปมไม่ออกยิ่งกว่านี้นะคะ” วิจิตราพูดอย่างไม่ไว้ใจ

เมื่อบารมีเล่าแผนการให้ฟังว่า หลังการหย่าแล้วตนจะพาสไบนางไปอเมริกาทันที วิจิตรายิ่งดีใจขอไปบอกข่าวดีแก่เมธาวีที่บ้านไทยประยุกต์

เล่าเหตุการณ์และแผนการของบารมีให้ฟังแล้ว เมธาวีบอกว่าตนก็ยังไม่ไว้ใจสไบนางอยู่ดีไม่รู้จะมีแผนการอะไรอีกวิจิตราเสนอให้เธอต้องลดสเปกงานแต่งลงมา จะได้จบเร็วๆเพราะท้องโตขึ้นทุกวันแล้ว

เมธาวีกลัวจะไม่เป็นที่รับรู้ในสังคมว่าตนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของอุปมา วิจิตราเสนอแผนที่ใช้กันอยู่ทั่วไปว่า ให้ปล่อยข่าวว่าอุปมากับสไบนางเตียงหักเพราะถูกจับคลุมถุงชน เลยต้องหย่ากันและมาแต่งานกับคนที่เขารักคือคู่แท้ แล้วส่งรูปแต่งงานที่เราจัดเงียบๆไปกระจายข่าว แค่นี้ก็ หมดเคราะห์หมดโศกกันแล้ว

ฟังแผนการของแม่แล้ว เมธาวีก็สบายใจขึ้น

ooooooo

ฝ่ายอุปมา อ้างว่าต้องการทำความเข้าใจและสร้างความประทับใจที่ดีต่อกันก่อนวันหย่า เขาขับรถพาสไบนางไปเรื่อยๆ พอเธอถามเขาก็บอกว่า ต้องการทำให้เธอประทับใจจะได้เลิกพูดเสียทีว่าแต่งงานกับตนคือฝันร้ายเสียที

ระหว่างนั้น ต่างก็พูดถึงความรู้สึกนับแต่แรกพบจนถึงปัจจุบัน อุปมาบอกว่าที่เขาจำไม่ลืมเลยคือวันแรกที่พบกันขณะเขาถ่ายเอกสารที่บริษัท เธอจะเข้ามาสมัครงาน แล้วพาลด่าเขาเสียไม่มีดีเมื่อเขาบอกว่าหมดเวลาบริษัทปิดแล้ว ทั้งยังเรื่องที่ถูกสไบนางสาดน้ำใส่จนเปียกในวันที่เขาไปหาคุณหญิงที่บ้านอีก

เล่าแล้วอุปมาถามบ้างว่าแล้วเธอประทับใจตนตอน ไหนบ้าง

“ตอนฉันตกน้ำมั้ง ฉันมั่นใจว่านายจะไม่ปล่อยมือฉันเด็ดขาด” พูดแล้วแอบปลื้ม อดถามไม่ได้ว่า แล้วเขาประทับใจอะไรดีๆกับตนบ้างหรือเปล่า

“เคย...ก็คืนที่หัวหินไง” อุปมายิ้มกริ่มทำหน้าทะเล้นใส่ สไบนางเขินจนฟาดเขาป้าบใหญ่ สั่งห้ามเขาคิดเรื่องนี้อีกทั้งทุบทั้งตีจนอุปมาต้องยอมแพ้รับปากว่าไม่คิดไม่ยิ้มไม่พูดแล้ว

ขับรถคุยกันไปเรื่อยๆจนอุปมาถามขึ้นว่า เธอเชื่อไหมว่าเมธาวีไม่ได้ท้องกับตน สไบนางไม่ตอบคำถามแต่กลับบอกว่าถึงจะใช่หรือไม่เขาก็ยอมแต่งงานกับเมธาวีอยู่แล้ว

“คงงั้นมั้ง เพราะฉันคิดว่าฉันรักเม” อุปมายักไหล่ตอบอย่างไม่แคร์ แล้วย้อนถามว่าเธอไม่สงสารตนบ้างหรือ สไบนางยิ้มเหยียดบอกว่าดีเสียอีกแต่งปุ๊บได้ลูกปั๊บเลย อุปมาถามว่าลูกใคร เธอลอยหน้าตอบว่า

“คิดเสียว่าทำบุญ เลี้ยงแต่แรกเกิดเดี๋ยวก็รักไปเองแหละ”



เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14