Tuesday, October 18, 2011

เรื่องย่อ เสือสั่งฟ้า ตอน18ละครช่อง7



เรื่องย่อละคร เสือสั่งฟ้า
1 .เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน  ช่  อ  ง   7    
2..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7  
8  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7  
9  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7  
10  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 10  ช่  อ  ง   7  
11  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7  
12  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 12  ช่  อ  ง   7  
13  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 13  ช่  อ  ง   7  
14  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 14  ช่  อ  ง   7  
15  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 15  ช่  อ  ง   7  
16  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 16  ช่  อ  ง   7  
17  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 17  ช่  อ  ง   7  
17  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 18  ช่  อ  ง   7  
17  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 19  ช่  อ  ง   7  


ตอนที่ 18

ที่ด่านชั้นในท่าเรือพระนคร ซึ่งมีประตูไม้กั้นอีกชั้นหนึ่ง เพชรกับหาญในร่างของสมุนเสี่ยไพบูลย์ ลงจากรถ สมุนเสี่ยอีกสี่คนอาวุธครบมือ เดินเข้ามาสั่ง

“กลับไปได้แล้ว พวกฉันจะเช็กของแล้วขนไปไว้ที่โกดังเอง”

“แต่...” หาญหาทางท้วงติง ถูกมันตัดบทถามว่าแต่อะไร เพชรในร่างสมุนอีกคนรีบช่วยแก้สถานการณ์ว่า

“ฉันอยากขอเข้าห้องนํ้าหน่อย ท้องเสียตั้งแต่เช้าแล้ว”

มันอนุญาตให้ไปเข้าห้องนํ้าได้แต่ห้ามนาน เพชรกุมท้องรีบขอบใจ ส่วนสมุนทั้งสี่ของเสี่ยก็พากันไปเช็กของที่ท้ายรถ เพชรกับหาญในคราบสมุนของเสี่ยรีบตามกันไปข้างในทันที

สองพ่อลูกเดินผ่านประตูด่านชั้นในเข้าไป ขณะผ่านเข้าไปเกิดคลื่นใสๆวูบหนึ่ง เพราะยิ่งยศร่ายคาถาป้องกันบริเวณเอาไว้ ทำให้ร่างของทั้งสองกลับกลายมาเป็นเพชรและหาญตามเดิมทันที

“มนต์คุ้มกันของไอ้ยิ่ง!” หาญรู้ทันที

เป็นจังหวะที่สมุนสองคนเดินจากท้ายรถกลับมาเห็นเข้าเต็มตา มันร้อง “เฮ้ย!” แล้วชักปืนออกมาทันที

เพชรกับหาญรู้ว่ามันรู้ตัวแล้ว มีทางเดียวคือต้องเผชิญหน้ากัน สองพ่อลูกชักมีดออกมา ปาเข้าปักอกมัน แม่นฉมังราวกับจับวาง มันล้มตายไม่ได้ดิ้นไปทั้งสองคน

เพชรกับหาญวิ่งไปหลบที่หน้ารถบรรทุก สมุนอีกสองคนถือปืนเดินออกมาจากข้างรถคนละฟาก มองหาพวกหาญอย่างระวังตัว มาจนถึงใกล้หน้ารถ เพชรโผล่จากหลังคารถ โดดลงมาอัดมันจนร่วงไป แล้วโถมเข้าสู้กันแบบเอาชีวิตเข้าแลก ไม่มีใครยอมใคร

สมุนอีกคนที่เดินมาจากอีกข้างหนึ่งของรถ ถูกหาญกระโดดเข้าเตะปืนหลุดมือ แต่มันไม่ยอมแพ้ ชักมีดสั้นออกมาสู้แทงหาญสุดแรง หาญหลบพ้นใช้สนับเล็บเสือในมือสวนกลับไป แต่มันก็ใช่ย่อย หลบพ้น ทั้งสองต่างตั้งหลักดูเชิงกันอยู่

ฝ่ายเพชรใช้แม่ไม้มวยไทยที่กระทิงสอนให้ สู้กับสมุนเสี่ยคนนั้น ซัดจนมันเซถลาไป เป็นจังหวะที่หาญใช้สนับเล็บเสือต่อยเข้าที่ท้องสมุนเสี่ยคนนั้นจนทรุด มันกุมท้องร้องอย่างเจ็บปวด

หาญไม่รอช้า ตามไปเตะใส่หน้าจนมันหงายผลึ่งสลบไปทันที

“เรียบร้อยครับพ่อ” เพชรเดินเข้ามาบอกพอดี หาญพยักหน้ารับเครียดๆ แล้วว่าคาถาเป่ามนต์ออกไป ทันใดนั้นครอบแก้วที่ยิ่งยศทำไว้ก็ค่อยๆสลายไป หาญหันบอกเพชร “รีบไป ก่อนที่ไอ้ยิ่งยศจะรู้ตัว”

สองพ่อลูกพากันวิ่งตรงไปที่โกดังทันที

เมื่อไปถึงหน้าโกดัง ทั้งสองแอบดูสถานการณ์อยู่มุมลับตาใกล้ๆ เห็นประตูโกดังปิดสนิท มีสมุนเดินยามอยู่หน้าโกดังสองคน ครู่หนึ่งมีสมุนเสี่ยออกจากโกดังมาอีกสองคน ตรงไปขับรถบรรทุกออกไปทางท่าเรือ

“มันคงกำลังทยอยขนของไปไว้ที่เรือสินค้า” หาญคาดเดา แล้วทั้งสองก็พากันออกจากที่ซุ่ม เดินเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นที่เช็กด่านชั้นใน

ooooooo

บริเวณที่จอดเรือสินค้าภายในท่าเรือ รถบรรทุกจอดอยู่ใกล้เรือสินค้า สมุนเสี่ยสี่คนกำลังช่วยกันขนลังไม้ขนาดใหญ่ลงจากรถบรรทุก จู่ๆ ลังใหญ่มหึมาก็เกิดเบาหวิว แล้วเคลื่อนไปฝั่งตรงข้ามกับเรือ ทำเอาสมุนเสี่ยตะลึงอึ้ง พยายามฝืนไม่ให้ลังเคลื่อนไป ต่างก็มองแบบโทษกันว่าใครทำ

“ข้าเอง” เสียงหาญดังขึ้น พวกสมุนพากันมองเลิ่กลั่ก พริบตานั้น เพชรกับหาญปรากฏตัวขึ้น หาญว่าคาถา แบมือเป่าฝุ่นสีขาวใส่พวกสมุนทั้งสี่จนมันเปลี้ยสลบไปทันที

หาญกับเพชรยิ้มให้กันคิดว่าเรียบร้อยแล้ว แต่พริบตานั้นเอง สมุนอีกคนก็โผล่มาเอาท่อนเหล็กฟาดใส่หาญ ดีที่หาญรู้ตัวหลบทัน เอามือรับท่อนเหล็กไว้ เพชรเป่ามนต์ว่าคาถาใส่กำปั้น แล้วปล่อยควันลอยเข้าปะทะสมุนเสี่ยคนนั้นจนมันอ่อนเปลี้ยสลบไปอีกคน

“ทีนี้ก็เหลือแต่โกดัง” หาญบอก

เพชรหน้าเครียดเพราะถึงเวลาที่เขาต้องปะทะกับพ่อที่เลี้ยงตนมาแต่อ้อนแต่ออกจนเติบใหญ่แล้ว

ooooooo

ในโกดัง...ยิ่งยศอารมณ์ดีมาก เพราะคิดว่างานครั้งนี้สำเร็จราบรื่น เขาเช็กที่ลังไม้อยู่กับเสี่ยไพบูลย์ โดยมีสมุนเสี่ยกำลังตอกฝาลังอยู่

ทันใดนั้น ดามพ์เปิดประตูพรวดเข้ามาหน้าตาตึงเครียด มีสมุนของเสี่ยตามเข้ามาสองคน ดามพ์รายงานทันทีว่า

“ท่านครับ มีคนบุกเข้ามาที่ด่านชั้นใน คนของเราตายหมด มันคงแฝงตัวมากับรถขนของครับท่าน”

ยิ่งยศเครียดขึ้นมาทันที ด่าพวกที่คุมประตูว่าปัญญาอ่อน เสี่ยหน้าเสียต่อว่าทันทีเช่นกันว่า ไหนผู้การฯ บอกว่าทางสะดวกไง

“หุบปาก!” ยิ่งยศตวาด เสี่ยหน้าจ๋อยเงียบกริบ ยิ่งยศหันไปสั่งดามพ์ “ลื้อรีบเอาคนไปขนของลงเรือให้หมดเดี๋ยวนี้ ส่วนไอ้ตัวการ มันต้องเจอกับอั๊ว!”

ดามพ์รับคำสั่ง สมุนของเสี่ยอีกสามคนเข้ามาสมทบ ทันใดนั้น ประตูโกดังเปิดผาง แสงส่องเข้ามาสว่างจ้า พวกยิ่งยศมองไปเป็นตาเดียว เสี่ยกับพวกตกใจชักปืนเตรียมพร้อม ลมพัดกรูเข้ามาในโกดัง กระสุนไม่รู้มาจากไหน พุ่งเข้าใส่ลูกน้องเสี่ยล้มตายทั้งห้าคน เสี่ยเองก็ถูกกระสุนเข้าที่ต้นขาล้มลงร้องราวกับหมูถูกเชือด ไม่นานก็สลบไปเพราะใจเสาะ

ยิ่งยศกับดามพ์หน้าเครียดจัด ยิ่งยศมองพื้นดินรอบตัว เห็นเหมือนถูกย่ำวิ่งวนไปรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว ยิ่งยศกับดามพ์หันหลังพิงกันมองหาที่มาของเสียงแต่ก็ไม่พบอะไร จึงชักปืนขึ้นยิงส่งเดช

ที่แท้ หาญกับเพชรใช้คาถากำบังกาย เคลื่อนตัวไปรอบยิ่งยศอย่างรวดเร็ว ทั้งสองกำลังใช้เชือกอาคมล้อมมัดยิ่งยศกับดามพ์ไว้ด้วยกัน ทั้งสองดิ้นสุดแรง เชือกที่ล้อมไว้เรืองแสงขึ้นและรัดแน่นเข้าไปอีก ยิ่งยศรู้ทันบอกดามพ์ว่า

“อย่า...มันเป็นเชือกอาคม ยิ่งดิ้นก็ยิ่งตาย”

“รู้ก็ดีแล้ว” เสียงหาญเย้ยในที แล้วทั้งหาญและเพชรก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้ายิ่งยศและดามพ์ ยิ่งยศตกใจอุทานว่าทั้งสองคนยังไม่ตาย?

“พวกฉันกลับมาจากยมโลกเพื่อจับแกยังไงล่ะ!” หาญเยาะเย้ย

“พ่อ...พ่อหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ยอมมอบตัวจะดีกว่า” เพชรหว่านล้อม

“ใครเป็นพ่อแก แกไม่ใช่ลูกฉันอีกต่อไปแล้วไอ้เพชร... ไอ้เนรคุณ!”

“ผมยอมเนรคุณกับพ่อดีกว่าเนรคุณกับชาติบ้านเมือง” เพชรโต้

“แกคิดว่าเชือกอาคมกระจอกนี่ จะทำอะไรฉันได้งั้นรึ”

ยิ่งยศว่าคาถาทันที ตาขาวเขากลายเป็นสีดำทั้งหมด เปลวเพลิงสีดำระอุขึ้นจากตัวเขา เผาเชือกอาคมจนสลายไปหมดในพริบตา พอยิ่งยศอ้าปาก ภูติผีสีดำก็ลอยพุ่งออกจากปาก ตรงไปที่เพชรกับหาญทันที

หาญผลักเพชรออก เงาดำพุ่งเข้าใส่หาญ เขาเอามือกันไว้ ภูติผีกระจายหายไป แต่แรงปะทะทำให้หาญผงะกระอักเลือดออกมา ดามพ์ได้ทีปรี่เข้าซัดซ้ำทันที

เพชรจะเข้าไปช่วยหาญ ถูกยิ่งยศเคลื่อนตัวเข้าหาอย่างเร็ว ชักมีดหมอออกมาเงื้อจะฟัน ทันใดนั้น เพชรว่าคาถาแล้วเคลื่อนตัวหายไป ยิ่งยศเลยฟันอากาศวืด

เพชรไปโผล่ข้างหาญ ต่อยดามพ์หงายไปแล้วรีบเข้าประคองหาญ ยิ่งยศเห็นเพชรเป็นห่วงหาญก็คำรามอย่างแค้นใจ

“เก่งขึ้นมากนี่ไอ้เพชร...หึๆ แกคงรักไอ้พ่อโจรของแกมากสินะ”

ยิ่งยศเก็บมีดหมอ เคลื่อนตัวอย่างเร็วไปที่เพชรกับหาญ ตบหน้าเพชรด้วยหลังมือจนหงาย แล้วเข้ากระชากคอเสื้อหาญตะคอก “แกต้องตายด้วยน้ำมือฉัน ไอ้หาญ!” สิ้นเสียงก็ฉุดร่างหาญเคลื่อนออกไปจากโกดังอย่างเร็ว

“พ่อ...” เพชรตะโกนจะวิ่งตามไป มีกระสุนพุ่งเข้ามาเฉียดเท้าเขาไปเส้นยาแดงเดียว ทำให้เพชรชะงัก ดามพ์เดินเข้าหาทันที เล็งปืนใส่บอกเพชรเสียงเหี้ยม

“แกยังไปไหนไม่ได้ ไอ้เพชร!”

ที่ริมน้ำ...ยิ่งยศลากหาญไปต่อยไม่ยั้ง หาญรวบรวมกำลังว่าคาถาแล้วเคลื่อนกายอย่างเร็ว หลบยิ่งยศออกไปตั้งหลัก พูดทั้งที่เหนื่อยหอบ

“ไอ้ยิ่ง...หยุดทำชั่วเสียที เป็นคน ถ้าทำแต่ชั่วก็เสียชาติเกิด แกจำคำที่พ่อปู่สอนเราไม่ได้รึไง หา!”

“จะตายอยู่แล้ว ยังปากดี ถุย! โลกนี้มีแค่เงินแล้วก็อำนาจโว้ย แกจะโง่ก็ตามใจ แล้วสักวันฉันจะซื้อประเทศนี้ให้ดู! ฮ่ะๆๆๆ”

จากนั้น ยิ่งยศแบมือคว่ำลงที่พื้น ผงดินลอยตามขึ้นมาที่มือ พอเขาหงายมือว่าคาถา ผงดินก็กลายเป็นไฟ เพียงเขาสะบัดมือ เปลวไฟก็พุ่งเข้าปะทะร่างของหาญ ไฟลุกไหม้หาญไปทั้งตัว

แต่ขณะที่ยิ่งยศกำลังดูอย่างสะใจนั่นเอง เขาก็เอะใจเมื่อเปลวไฟที่ไหม้หาญอยู่ ถูกหาญว่าคาถาจนเสื้อที่ลุกไฟปริฉีกเผยให้เห็นยันต์เสือเผ่นของหาญเรืองแสงสีฟ้า เป็นรูปเสือคำราม แล้วกระโจนจากกองไฟ ตีลังกาพุ่งใส่ยิ่งยศอย่างดุร้าย ยิ่งยศตั้งตัวไม่ทัน กระเด็นไปไม่เป็นท่า

“หยุดเสียทีไอ้ยิ่ง หยุดซะที!” หาญเดินเข้าหายิ่งยศที่ยังนั่งจุกอยู่

พริบตานั้น ยิ่งยศลุกพรวดขึ้น ปลุกหนุมาน เกิดแสงสีแดงขึ้น ร่างเรืองแสงสีแดงกลายเป็นเปลวเพลิงระอุจนร่างยิ่งยศสลายไป เหลือแต่ร่างหนุมานพุ่งตรงเข้าเล่นงานหาญ

กลายเป็นหนุมานสู้กับเสือ ต่างก็ดุดัน ว่องไว จังหวะหนึ่ง หาญเงื้อมือจะซัดยิ่งยศที่เพลี่ยงพล้ำ...

ooooooo

ในโกดัง...

เพชรต่อสู้กับดามพ์ เพชรถูกต่อยจนหน้าหัน พอพลิกหน้ากลับมาอีกที เขาถามดามพ์อย่างเจ็บปวดว่า

“ทำไมพี่ต้องชั่วแบบนี้ด้วย”

“อิจฉาที่ฉันได้คุณดาเป็นเมียรึไง ฮ่ะๆๆๆ” ดามพ์หัวเราะเยาะเย้ย

เพชรสุดที่จะทนได้ พุ่งเข้าต่อย ดามพ์หยิบมีดพกออกมาแทงเข้าที่ท้องเพชรทันที พริบตานั้น ยันต์เก้ายอดของเพชรเรืองแสงขึ้น เพชรไม่สะดุ้งสะเทือนเพราะแทงไม่เข้า เพชรต่อยเสยคางดามพ์หงายไป บอกว่า

“นี่สำหรับที่แกทำกับคุณดา!”

เพชรว่าคาถาธนูมือ หมัดของเพชรเรืองแสงขึ้น เขาตามไปซัดดามพ์อีกหมัดเต็มๆ จนดามพ์กระดอนไปติดผนังรูดลงไปจุก

“หมัดนี้สำหรับพ่อแม่กระเต็น!”

ดามพ์แข็งใจว่าคาถา ปรากฏภูตผีลอยมาผนึกร่างดามพ์ ตาเขาเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด แสยะยิ้มแล้วเคลื่อนตัวอย่างเร็วไปหยิบชะแลงขึ้นมา โดดตัวลอยขึ้นไปอยู่บนลังไม้ที่กองซ้อนกันจนสูง แล้วขว้างชะแลงพุ่งใส่เพชร

เพชรหลับตาว่าคาถาปัดอาวุธยกมือขึ้นในท่าปัด ชะแลงที่พุ่งมาเปลี่ยนทิศทางทันที หันกลับพุ่งเข้าใส่ดามพ์จนเขาเซหลบ เพชรไม่รอท่าวิ่งแท็กตัวขึ้นบนลังไม้ ชาร์จดามพ์ทันที พลางตะโกนก้อง

“นี่สำหรับจ่าเฉย และพวกอาจารย์ของฉัน!”


เพชรใช้แม่ไม้มวยไทยเล่นงานดามพ์อย่างเท่ จนสุดท้ายดามพ์กระอักเลือดร่วงลงที่พื้น เพชรตามมาบอกอย่างเยาะหยันว่า

“เหนียวยังไงก็ช้ำในได้ พี่ดามพ์” แล้วส่งท้ายด้วยการเตะปากดามพ์อีกป้าบจนสลบก่อนยั้งมือ

ooooooo

ที่ประตูทางเข้าท่าเรือ กระเต็นกับเกศินีมาซุ่มดูอยู่ แต่มองไม่เห็นใคร กระเต็นพึมพำใจคอไม่ดีว่า

“ทำไมถึงไม่มีใคร รึว่า...พวกหมวดเพชรกำลัง...” กระเต็นฉุกคิดชักปืนออกมาเตือนเกศินีให้ระวังตัวด้วยแล้วสองหญิงก็เล็ดลอดเข้าประตูท่าเรือไป

ที่มุมหนึ่งในท่าเรือ หาญถูกยิ่งยศพุ่งจากมุมสูง เข้าชาร์จจนหาญกระอักเลือด ยิ่งยศมองหาญพูดอย่างสมเพช

“ฝีมือแกด้อยไปมาก คงยังช้ำในอยู่สินะ ถึงวันตายของแกซะที” สิ้นเสียงยิ่งยศก็เข้าขย้ำคอหอยหาญแน่น เห็นหาญหายใจไม่ออก ก็บีบแน่นเข้า หมายให้ตายคามือ

“หยุดนะ!” เสียงเพชรกร้าว “ปล่อยพ่อเดี๋ยวนี้นะ ผู้การยิ่งยศ”

ยิ่งยศหันมอง เห็นเพชรแข็งกร้าวเอาจริง ก็ยิ่งโมโห ตวาดถาม

“แกเรียกฉันว่า ผู้การยิ่งยศงั้นเหรอ ดี! ดี! ดีมาก!” แล้วยิ่งยศก็ยิ่งขย้ำคอหาญแน่นเข้าอีก ลากหาญด้วยแรงมหาศาลหิ้วยืนขึ้นทั้งที่บีบคออยู่

เพชรว่าคาถายันต์เก้ายอด ที่หลังเขาเรืองแสงขึ้น ที่หมัดก็เรืองแสงจ้า พริบตานั้น เพชรจะเหวี่ยงหมัดออกไป แต่แล้วลังเล หยุดแค่นั้น

“พ่อแกสอนคาถาอะไรบ้างล่ะ ฮ่ะๆๆ ยังไงแกก็ทำฉันไม่ลงหรอก ไอ้เพชร”

“ผมขอร้อง ปล่อยพ่อหาญ แล้วมอบตัวเสีย อย่าทำความชั่วอีกเลย” เสียงเพชรอ่อนลง

แต่ยิ่งยศไม่สนใจ ยังคงบีบคอหาญ พูดเย้ย “เห็นไหม ยังไงลูกแกก็ไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก”

เป็นจังหวะที่กระเต็นกับเกศินีวิ่งเข้ามาเห็นเพชร กระเต็นร้องบอกว่า “หมวดเพชรอยู่นั่นค่ะคุณนาย”

เกศินีเองก็เห็นยิ่งยศ หาญ และเพชร เห็นหาญกำลังถูกบีบคอ เธอตะโกนสุดเสียง “ไม่นะ...” แล้ววิ่งออกไปทันที กระเต็นตกใจเรียกไว้ไม่ทัน

ยิ่งยศทิ้งหาญทั้งยืน หาญล้มลงสำลักอากาศรีบฮุบหายใจ ยิ่งยศไม่สนใจ แต่หันไปเยาะเย้ยเพชรว่า

“ใจอ่อนจริงนะ ไอ้ลูกพ่อ...จะทำการใหญ่ ใจมันต้องเหี้ยมอย่างฉันนี่” พูดแล้วหยิบมีดหมอออกมา ว่าคาถา ตาจ้องเพชรเขม็งแล้วขว้างออกไป

วินาทีนั้นเอง เกศินีวิ่งมาถึงเธอเอาตัวเข้าบังเพชรถูกมีดหมอปักเข้ากลางอกเต็มๆ ปืนในมือที่ถือมาร่วงลงพื้นทันที เพชรตะลึงอึ้ง ร้องตะโกนสุดเสียง

“แม่...แม่...”

ยิ่งยศเองก็ตะลึงเมื่อเห็นคนที่รักจนหมดหัวใจกำลังจะตายไปต่อหน้าเพราะตน ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น

กระเต็นวิ่งมาถึงพอดี ร้องเรียกสุดเสียง “คุณนาย...” หาญพุ่งเข้าไปกอดเกศินีไว้ พร่ำเรียกไม่ขาดปาก แต่เกศินีกระอักเลือดอย่างหนัก หาญไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น อุ้มร่างเกศินีไปอีกมุมหนึ่งที่ริมตลิ่ง

ยิ่งยศได้แต่ยืนมอง ทั้งเสียใจ ทั้งแค้นใจระคนกัน

ooooooo

หาญวางร่างเกศินีลง เพชรเข้ามาช่วยรับศีรษะแม่ไว้ กระเต็นวิ่งเข้ามาอย่างไม่หายตระหนก

หาญดึงมีดหมอออกจากตัวเกศินี แล้วรีบเอามือทาบที่แผล ว่าคาถาสมานแผลเร่งทำเวลาเต็มที่ มือเขาสั่น แต่ก็พยายามรวบรวมสมาธิ จนกระทั่งที่แผลเรืองแสงขึ้น หาญจึงเลื่อนมือออก

แต่แผลไม่สมานเพราะพลังของเขาไม่พอ เขาพยายามเรียกเกศินีบอกว่าพลังตนไม่พอ ขอให้แข็งใจเอาไว้

“ถึงเวลาของเกศแล้ว เกศ...ฝากลูก...ด้วย...พี่หาญ...” สิ้นคำสั่งเสีย เธอก็สิ้นใจ

หาญกอดร่างเกศินีไว้ ร้องไห้คร่ำครวญอย่างทำใจไม่ได้

“เกศ...ไม่นะเกศ...ไม่...”

เพชรก้มหน้าร้องไห้ กำหมัดทุบดินอย่างคับแค้นใจ

ส่วนกระเต็นมองภาพตรงหน้าอย่างแค้นแทนเพชร หยิบมีดหมอวิ่งไปทางยิ่งยศทันที ไปถึงยิ่งยศยังยืนอยู่ กระเต็นพุ่งเข้าจะแทง ด่าลั่น

“ไอ้เลว! อย่าอยู่เลย!”

ยิ่งยศหลบ จับแขนกระเต็นบิดจนมีดหมอหลุดมือ แล้วเหวี่ยงกระเต็นกระเด็นไป เพชรเห็นดังนั้นรีบไปประคองกระเต็นขึ้นมา กระเต็นกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่ม แต่เธอก็ยังส่ายหน้าบอกเพชรว่าไม่เป็นไร

เพชรวางกระเต็นลง วิ่งเข้าไปต่อว่ายิ่งยศอย่างรุนแรง

“ขนาดเด็กผู้หญิงก็ยังไม่เว้น ทำไม...ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย คุณรู้ไหมว่าคุณทำอะไรลงไป”

“แกว่าเพราะฉันงั้นเหรอ เพราะไอ้หาญต่างหาก ถ้ามันไม่กลับเข้ามาในชีวิตเรา เรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้”

“ถึงขนาดนี้ ยังไม่สำนึกอีกเหรอ ทุกอย่างมันเป็นเพราะคุณ เพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัวของคุณต่างหาก!”

“ไอ้เพชร!!”

ยิ่งยศอ้าปากปล่อยผีพุ่งเข้ากระแทกเพชร ยันต์เก้ายอดของเพชรเรืองแสงวาบขึ้น ป้องกันเพชรไว้ได้ ผีพุ่งเข้าชนยันต์ก็แตกกระจายร้องโหยหวน บ้างกรีดร้องเสียงแหลม

แม้เพชรจะไม่เป็นอะไร แต่ด้วยแรงมหาศาลที่พุ่งชน ทำให้เขากระเด็นไปไกล กระเต็นรีบถลาไปประคองเพชรที่นั่งจุกอยู่ เพชรพยายามลุกขึ้นยืน  หาญวิ่งเข้ามาอย่างบ้าเลือด แผดเสียงลั่น

“ไอ้ยิ่งยศ ไอ้สารเลว!”

หาญปลุกเสือเผ่นอีกครั้ง ยิ่งยศที่แค้นไม่น้อยกว่ากัน ปลุกหนุมาน ทั้งเสือและหนุมานทะยานขึ้นไปสู้กันบนฟ้า เสียงสะเทือนเลื่อนลั่น

Monday, October 17, 2011

เรื่องย่อ เสาร์5 ทับทิมสยาม ตอน3 ละครช่อง7


ตอนที่ 3

ดร.วิทยา เล่าเรื่องทับทิมสยามให้อินทร์กับเสือสนธิ์ฟัง และว่า ดร.ฟอร์ดจะใช้พลังของทับทิมสยามแปลงเป็นระเบิดแบบใหม่ที่มีอานุภาพร้ายแรงกว่าระเบิดปรมาณูหลายเท่า แม้ยังไม่ค่อยเชื่อ อินทร์ถามว่าต้องการให้พวกเขาช่วยอะไร ดร.วิทยารีบบอกว่า อยากให้ช่วยชิงทับทิมทั้งสามก้อนไม่ให้ตกในมือ ดร.ฟอร์ด เพื่อจะได้ไม่มีการทดลองระเบิดบ้าๆนั่น

“ดร.มีข้อมูลไหมว่า ไอ้ทับทิมทั้งสามก้อนมันอยู่ที่ไหนกันบ้าง” เสือสนธิ์ถาม

“เท่าที่รู้ตอนนี้ ทับทิมสีชมพูอยู่กับนาตาชา ลูกสาวดร.ฟอร์ด ทับทิมสีม่วง ผมเชื่อว่าต้องอยู่ในสุสานช้าง เพราะสายของผมรายงานมาว่า ดร.ฟอร์ดกับลูกชายของมันกำลังค้นหาอยู่ ส่วนทับทิมสีแดง ข้อมูลล่าสุดอยู่กับผู้ชายที่ชื่อ

หนานคำ” ฮวงหยิบรูปถ่ายหนานคำให้ทั้งสองดู...

ในขณะที่หนานคำกำลังคุยอยู่กับนั้ม นักข่าวภูธรในร้านค้าแถวต่างจังหวัด โดยมีลูกน้องจันตา จันเป็ง และคำปัน ยืนสอดส่องคุ้มกัน หนานคำขอให้ช่วยติดต่อนาตาชา เพื่อจะขายทับทิมสยามสีแดงและเสนอให้ค่านายหน้า 30% นั้มว่าไม่มีปัญหา แต่เขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าทับทิมไม่ใช่ของปลอม หนานคำว่าเขาไม่กล้าหลอกพวกฝรั่งหรอก นั้มจึงถามไปได้มาอย่างไร

หนานคำอึกอักกว่าจะยอมเล่าว่า “คือว่า ไอ้ทับทิมที่ผมได้มาน่ะ เดิมมันเป็นของเจ้าจันทร์ทิพย์กับแม่นายแพรตอง”

“เจ้าจันทร์ทิพย์ ที่เป็นหลานเจ้าพวงจันทร์ เชื้อสายเจ้าเชียงรุ้งใช่มั้ย” นั้มพอรู้มาบ้าง

“นั่นแหละ ตอนที่ผมหนุ่มๆผมเข้าไปทำงานรับใช้ที่คุ้มเจ้าจันทร์ทิพย์กับแม่นายแพรตอง ตอนนั้น ม่านฟ้าอายุ 7 ขวบ มีบัวชุมเป็นพี่เลี้ยง”

หนานคำเล่าถึงอดีต เจ้าจันทร์ทิพย์มักจะไปไหว้พระธาตุทุกปีและจะนำทับทิมสีแดงติดตัวไปด้วย “เดิมทับทิมสีแดงประดับอยู่บนมงกุฎของเจ้าเชียงรุ้ง ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด มงกุฎหายไปเหลือแต่ทับทิม ผมวางแผนที่จะชิงทับทิม เพราะรู้มาว่าทับทิมสยามมีค่ามาก”

ขณะที่รถแล่นขึ้นเขา สักพักก็กระตุก หนานคำเลี้ยวเข้าข้างทางลึกๆเจ้าจันทร์ทิพย์ทักว่าทำไมต้องเข้ามาลึกขนาดนี้ หนานคำอ้างว่าเกรงรถบรรทุกเสยเอา ม่านฟ้าปวดท้องให้บัวชุมพาเข้าไปหาที่ปลดทุกข์ แพรตองเกรงจะโดนแมลงกัดต่อยจึงให้บัวชุมถือกระเป๋ายาไปด้วย ระหว่างยืนรอม่านฟ้า ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสองนัด  ม่านฟ้าสะดุ้งวิ่งมากอดบัวชุม ทั้งสองย่องกลับมาที่รถ เห็นแพรตองโดนยิงบาดเจ็บ และเจ้าจันทร์ทิพย์กำลังต่อสู้กับหนานคำ และหนานคำก็ยิงเจ้าจันทร์ทิพย์ล้มลง ชิงทับทิมมาได้ แพรตองกระเสือกกระสนมาหาเจ้าจันทร์ทิพย์ จึงโดนยิงอีกนัดแน่นิ่งไป ม่านฟ้าจะร้องกรี๊ด บัวชุมเอามืออุดปากไว้ทัน หลังจากนั้น หนานคำก็เอาศพทั้งสองคนใส่รถแล้วปล่อยให้รถแล่นตกเขาไป กลับมาตามหาม่านฟ้ากับบัวชุมแต่ไม่เจอ

นั้มฟังแล้วทึ่ง “หนานคำทำแนบเนียนมาก ความโลภมันทำให้คนทำได้ทุกอย่าง”

“ไม่มีใครสงสัยอะไร เพราะคิดว่ารถของเจ้าตกเขาไฟคลอกตายทั้งครอบครัว เรื่องทับทิมสยามก็ไม่มีใครรู้นอกจากผมคนเดียว”

“มิน่าล่ะ แกถึงได้รอดคดีมาเป็นสิบปี”

“ผมซ่อนทับทิมสยามเอาไว้ยังไม่รีบขายให้ใคร ก็เพราะอยากให้ทุกคนลืม จนมาเห็นแหม่มที่ประกาศหาซื้อทับทิมสยามสีแดงในทีวีนี่แหละ”

นั้มถามว่าเก็บไว้ที่ไหน หนานคำอึกอักก่อนจะยอมบอกว่าเก็บไว้ที่บ้าน นั้มจึงบอกว่าติดต่อแหม่มได้เขาจะไปบอกที่บ้าน หนานคำกับลูกน้องกลับไป นั้มโทร.บอกอินทร์ว่าเรื่องที่ให้สืบ ทับทิมสีแดงอยู่กับหนานคำที่บ้าน อินทร์จะส่งคนมาให้นั้มรอรับด้วย จากนั้นนั้มก็โทร.บอกฮวงอีกคน ฮวงมาพบกับนั้ม ทั้งสองตามจันตา จันเป็งและคำปันไปเที่ยวบาร์ในเมือง นั้มชี้บอกฮวงว่าสามคนนี้เป็นลูกน้องหนานคำ สามคนดื่มเหล้าคุยกันเฮฮา ฉลองที่จะได้เงินแสน

“โห...ถ้าพวกเราได้เป็นแสน แล้วพี่หนานคำจะได้เท่าไหร่” คำปันถามขึ้น

บัวชุมกับม่านฟ้าแอบฟังทั้งสามคุยกัน...อีกฟากฮวงนั่งมองสามคน คำปันสังเกตเห็นชี้ให้พวกดูว่าไอ้คนนั้นตามมาตั้งแต่ก่อนเข้าบาร์ พวกคำปันลุกจากโต๊ะมาหาเรื่องฮวงทันที เกิดการต่อสู้กันอย่างเมามัน บัวชุมจะพาม่านฟ้าหนีแต่เธอไม่ยอมไป จะรอตามสามคนกลับ เพราะเชื่อว่าต้องพบหนานคำแน่ ม่านฟ้าใช้วิธีร้องตะโกนว่าตำรวจมาๆได้ผลวงแตกหนีกันกระเจิง

เป็นอย่างที่คาด ม่านฟ้ากับบัวชุมตามสามคนมาจนถึงบ้านหนานคำ บัวชุมเห็นจำได้ว่าใช่หนานคำจริงๆม่านฟ้าจึงแอบย่องขึ้นบ้านไปค้นหาทับทิมสีแดง  ขณะที่หนานคำกำลังเอ็ดตะโรกับลูกน้องที่ไปก่อเรื่องกันมาจนสะบักสะบอมแบบนี้ และเกรงว่าพวกนั้นจะตามมาขโมยทับทิมของตน จึงสั่งให้ทั้งสามอยู่ยามรอบๆบ้าน

ม่านฟ้ากับบัวชุมรื้อค้นจนพบทับทิมสีแดง แต่หนานคำกับเมียเข้ามาเจอพอดี หนานคำจำบัวชุมได้ จึงเดาว่าอีกคนต้องเป็นม่านฟ้า เกิดการยื้อแย่งทับทิมกัน จันตา จันเป็งและคำปันได้ยินเสียง ไม่ทันจะขึ้นไปดู รถ ดร.วิทยาแล่นเข้ามา ฮวงและลูกน้องลงมาจากรถ จันเป็งกับพวกคิดว่าตามมาเอาเรื่อง จึงตะลุมบอนกันอีก...บนบ้าน บัวชุมถูกหนานคำฟาดหัวเลือดอาบ ม่านฟ้าเข้ามาช่วยจึงโดนหนานคำชิงทับทิมคืนไปได้ แล้ววิ่งหนีลงจากบ้านพร้อมกับเมีย ออกมาเห็นจันตา จันเป็ง และคำปันถูกพวกฮวงยิง สองผัวเมียชะงักยืนงง ดร.วิทยาลงจากรถมา ชักปืนยิงใส่หนานคำกับเมียตายคาที่ แล้วหยิบทับทิมสีแดงไป ม่านฟ้ากับบัวชุมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ม่านฟ้าจะไปแย่งทับทิมคืนมาเพราะอุตส่าห์ตามหามาเป็นสิบปี แต่บัวชุมรั้งไว้ ด้วยความรีบร้อนจึงชนของหล่น ดร.วิทยาได้ยินสั่งฮวงขึ้นไปดู สองคนซ่อนตัวมิดชิด ฮวงไม่เห็นจึงพากันกลับไป

ม่านฟ้าเสียใจมาก บัวชุมปลอบจะสืบหาที่อยู่ ดร.วิทยา คนนี้มาให้ได้ ม่านฟ้าสาบานจะตามล่าจนถึงที่สุด...

ได้ทับทิมแล้ว ดร.วิทยานำกลับมาให้อินทร์กับเสือสนธิ์ดู และขอบคุณถ้าไม่ได้คนของเสือสนธิ์ช่วย ตนคงทำงานไม่สะดวกแบบนี้ ทั้งอินทร์กับเสือสนธิ์ตะลึงกับความงามของทับทิม แล้วลองถามว่าถ้าขายจะได้ราคาสักเท่าไหร่ ดร.วิทยาตอบว่า เหยียบร้อยล้าน

“ถึงราคาจะสูงขนาดนี้ แต่ถ้าเอามาเทียบกับชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้หรอกครับ” ดร.วิทยาสร้างภาพเป็นคนดี

เสือสนธิ์กับอินทร์เห็นด้วย ถึงได้เงินมากมายแต่ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ จะมีประโยชน์อะไร ดร.วิทยาได้ทีรีบบอกว่าเป้าหมายต่อไปคือทับทิมสีชมพู ที่อยู่กับนาตาชา ทั้งสองยินดีร่วมมือ

ooooooo

สองสามวันต่อมา ดอนยืนมองรอบๆเซฟเฮาส์ดูความเรียบร้อย เดี่ยวขับรถพากระแตกับบุษกรเข้ามา บุษกรมาทำแผลให้นาตาชา เห็นว่าหายดีไม่มีอะไรน่าห่วง นาตาชาจึงขอกลับบ้านแต่เดี่ยวแย้งว่า จะไม่ปลอดภัย  เธอว่าเธอกลับไปอยู่กับพี่ชายที่คอนโดฯส่วนตัว กระแตบอกว่าตอนนี้สตีเฟ่นไม่อยู่ รู้สึกจะเข้าป่า นาตาชาแปลกใจที่ทำไมถึงรู้ บุษกรจึงถามว่ารู้ไหมว่าไปกับใคร

“ฉันพอเดาออกค่ะ ก็อย่างที่ทุกคนทราบว่าพ่อของเราหายสาบสูญไป ถ้าคุณเป็นลูกก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะนำพ่อกลับมา”

“อะไรทำให้คุณเชื่อว่า ดร.ฟอร์ดยังไม่ตาย” ดอนถาม

“ถ้าพวกคุณอยากรู้จริงๆฉันจะพาไป โอเคนะคะ” นาตาชามองทุกคนอย่างท้าทาย

เดี่ยวยอมขับรถพาทุกคนไปตามที่นาตาชาบอกทาง นาตาชาเล่าไปในรถว่า ซัมดองเป็นนักบวชชาวทิเบตที่มีความสามารถพิเศษเหนือธรรมชาติ ตนกับพี่ชายศรัทธา

“แปลกนะคะที่ฝรั่งอย่างพวกคุณ สนใจเรื่องแบบนี้” กระแตข้องใจ

“ก็ถ้าฉันไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง ก็คงเห็นว่ามันเป็นเรื่องงมงาย แต่สิ่งที่กลุ่มเสาร์ห้าแสดงให้ฉันเห็นในวันนั้น มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเรื่องเหนือธรรมชาติมีจริง”

ดอนกับเดี่ยวทึ่งอยากเจออาจารย์เก่งๆแบบนี้มานานแล้ว บุษกรเตือนให้แจ้งยูกิก่อนว่าจะพานาตาชาไปไหน นาตาชากลัวเสียแผนรีบแย้งไม่กลัวโดนจับสัญญาณได้ สะกดรอยตามหรือ ดอนถามความเห็นเดี่ยว นาตาชาเห็นสองหนุ่มลังเล จึงหว่านเสน่ห์ว่าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ พวกเสาร์ห้าก็อยู่หลายคน เดี่ยวกับดอนจึงยอม นาตาชาจึงขอร้องให้ทุกคนปิดมือถือด้วย

เจนนี่มาที่เซฟเฮาส์ รู้ว่าไม่มีใครอยู่ โทร.หาดอนกับคนอื่นๆก็ปิดสาย จึงโทร.ไปหาชลดาที่ออฟฟิศ ชลดาถามยูกิที่อยู่ด้วยกันว่า พวกดอนโทร.มาบอกไหมว่าไปไหน ยูกิส่ายหน้า

“เล่นหายตัวไปแบบนี้มันน่าเป็นห่วง ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า” เจนนี่กังวลใจ

“นั่นสิ พวกนั้นไม่มีใครแจ้งยูกิกันเลย” ชลดาบ่น

“ผิดขั้นตอนกันแบบนี้ คงต้องมีบทลงโทษกันบ้างแล้ว” เจนนี่ชักไม่พอใจ

“นึกออกแล้ว ที่รถคุณเดี่ยวติดสัญญาณกันขโมยแบบที่มีสัญญาณจีพีเอส เราจะแคร็กรหัสไปที่บริษัทประกันภัยแล้ว ให้เขาเปิดเครื่องสแกนสัญญาณให้” ยูกิเสนอ

“ได้ยินมั้ยเจนนี่” ชลดาพูดไปในโทรศัพท์

เจนนี่เห็นดีด้วย ให้ยูกิบอกเส้นทางมา ตนจะขับรถตามพวกดอนไป...

รถของเดี่ยวมาจอดหน้าศาลเจ้า ลุงที่เฝ้าศาลออกมาต้อนรับและบอกว่า ซัมดองลิมโปเซกำลังรออยู่ ทุกคนมองหน้ากันอย่างแปลกใจ ขณะที่นาตาชาแอบยิ้มมุมปาก ลุงพาทุกคนมาที่ห้องซัมดอง ซึ่งตกแต่งแบบทิเบต มีเครื่องรางและภาพเขียนที่ดูแปลกตา ดอนเดินมาหยุดมองที่ดวงตาสวรรค์ซึ่งวางอยู่บนหิ้ง เดี่ยวได้ยินเสียงบางอย่างเดินมาหยุดคู่กับดอน

“ผมได้ยินบางอย่าง ดังมาจากที่นี่” เดี่ยวเปรย

“ผมก็เห็นเหมือนมีใครถูกขังเอาไว้”

นาตาชาเข้ามาบอกว่า นี่เป็นของศักดิ์สิทธิ์จากทิเบต บุษกรกับกระแตเข้ามาสมทบถามว่า มันคืออะไร ซัมดองเดิน

ออกมาจากผนังห้องมาหยิบดวงตาสวรรค์ ทุกคนตะลึง ซัมดองทักทายทุกคนอย่างถูกต้อง บุษกรถามรู้จักพวกตนด้วยหรือ

“ข้ารู้ทุกอย่างที่อยากรู้...ดวงตาสวรรค์คือตาที่สาม มันทำให้ทุกคนมองเห็นในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอดีต อนาคต หรือแม้แต่สิ่งลี้ลับในอีกมิตินึง” ซัมดองร่ายมนต์

สักครู่ ดวงตาสวรรค์ส่องประกายเรืองรอง ทุกคนมองอย่างตื่นเต้น ภาพในลูกแก้วนั่นปรากฏภาพในวัยเด็กของกลุ่มเสาร์ห้าแต่ละคน

“เสาร์ห้า พวกเจ้าคือดวงแก้วห้าประการ เกิดมาเพื่อบำเพ็ญวิริยะบารมี...ตาทิพย์ของเอ็งไม่ต่างจากดวงตาสวรรค์ของข้า เห็นในสิ่งที่อยากเห็น” ซัมดองบอกดอนแล้วหันไปทางเดี่ยว “หูของเอ็งมันก็ได้ยิน ไปไกลเท่าที่ใจของเอ็งต้องการ แต่น่าเสียดายที่พวกเอ็งมีจุดอ่อน”

“จุดอ่อนของพวกเราคืออะไร” ดอนหยั่งเชิงถาม

“หลังจากพวกเอ็งใช้ความสามารถพิเศษแล้ว พลังของพวกเอ็งจะหมดลงอย่างรวดเร็วโชคยังดีที่พวกเอ็งเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง”

“อาจารย์สามารถแก้จุดอ่อนของพวกเขาได้ใช่มั้ยคะ” นาตาชาดึงเข้าแผน

ซัมดองยิ้มอย่างรู้กัน แล้วบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่เกินความสามารถของตน บุษกรกับกระแตรีบขอเป็นลูกศิษย์ด้วย ซัมดองยิ้มอย่างพอใจ

เจนนี่ขับรถมาถึงหน้าศาลเจ้า แล้วแอบย่องเข้าไปโดยติดต่อกับชลดาและยูกิตลอดทาง...ดอน เดี่ยว บุษกร และกระแตกำลังนั่งพนมมืออยู่หน้าดวงตาสวรรค์ ที่ส่องแสงกระทบหน้าทุกคน ซัมดองบริกรรมคาถาอยู่ไม่ห่าง บอกทุกคนให้ทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้าออก สักพักก็พยักหน้าให้นาตาชาออกไปจากห้อง แล้วเขาก็ยกดวงตาสวรรค์ขึ้น ร่ายมนต์อีกครั้งเกิดเงาดำพุ่งเข้าใส่หน้าผากดอน เดี่ยว บุษกร และกระแต ทุกคนลืมตาพรึ่บขึ้น ดวงตาเปลี่ยนไปราวคนละคน เจนนี่แอบมองเห็นเหตุการณ์พอดีตกใจมาก ซัมดองพูดกับทั้งสี่คนว่า

“ต่อไป พวกเจ้าจะต้องทำตามที่ข้าสั่ง เพราะพวกเจ้าคือบริวารของข้า”

“ครับ...ซัมดอง”... “ค่ะ...ซัมดอง”

“พวกเจ้าจงหาทางทำลายศัตรู โดยการแทรกซึมคอยสืบความลับอย่าให้มันรู้ตัว จำเอาไว้ ศัตรูของพวกเจ้าก็คือกลุ่มเสาร์ห้า”

เจนนี่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน พลันเห็นนาตาชาเดินมาจึงรีบหลบ...ซัมดองให้ทั้งสี่คนตามออกมาพบนาตาชาแล้วบอกเธอว่า พวกนี้ตกอยู่ใต้อำนาจมนต์ของตนแล้ว ต่อไปจะทำตามคำสั่งเธอ นาตาชาจึงขอทดสอบ เธอส่งปืนให้เดี่ยวแล้วสั่งให้ยิงบุษกร เดี่ยวรับปืนมาแล้วยกขึ้นยิงบุษกรทันทีเสียงปืนดังแชะ เพราะปืนไม่มีกระสุน นาตาชายิ้มอย่างพอใจ

“ดีมาก แสดงว่า เวทย์มนต์ของอาจารย์ได้ผลจริงๆถ้าทุกอย่างสำเร็จ ฉันจะบอกให้พ่อสมนาคุณอาจารย์ไม่อั้น”

“ข้าต้องได้ในสิ่งที่เหมาะสมกับข้า ฮึๆ” ซัมดองหัวเราะเยือกเย็นเพราะสิ่งที่เขาต้องการคือทับทิมสยามเช่นกัน แต่ไม่มีใครรู้ทัน

ooooooo


เมื่อเห็นเดี่ยว ดอน กระแต และบุษกรพานาตาชา ขึ้นรถไป เจนนี่ก็ออกจากที่ซ่อนขึ้นรถหมายขับตาม แต่ไม่ลืมที่จะติดต่อกลับไปบอกที่สำนักงานเสาร์ห้า ยอดรับสายแล้วบอกว่าเขารู้เรื่องจากชลดาแล้วจะรีบตามไปกับเทอดและกริ่ง โดยตามสัญญาณจีพีเอสรถเดี่ยว ให้สองสาวประจำการอยู่สำนักงาน เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้ติดต่อกันได้

รถของเดี่ยวแล่นไปตามถนน นาตาชายิ้มอย่างพอใจที่พวกเสาร์ห้าอยู่ในคำสั่งของตนอย่างง่ายตาย จึงออกคำสั่งให้กระแตกับบุษกร คอยรายงานความเคลื่อนไหวของพวกเสาร์ห้า ส่วนดอนกับเดี่ยว ให้ศึกษาแผนที่เส้นทางป่าสุสานช้างให้ละเอียด พร้อมเมื่อไหร่ตนจะสั่งให้พาตนกับซัมดองเข้าป่าไปหาพ่อกับพี่ชาย ทุกคนรับทราบ

นาตาชาสังเกตเห็นรถเจนนี่ตามมา ดอนกับเดี่ยวเห็นเช่นกัน จึงขับหนี สักพักนาตาชาสั่ง

“จอดรถ แล้วทำทุกอย่างให้ปกติ อย่าให้เจนนี่สงสัย”

พอรถจอดข้างทาง นาตาชา กระแต และบุษกรลงจากรถไปหาเจนนี่ เธอต่อว่าที่ไปไหนไม่รายงาน บุษกรกับกระแตแก้ตัวว่าออกมาขับรถเล่น ที่ปิดโทรศัพท์เพราะเกรงถูกจับสัญญาณได้ นาตาชาออกรับว่าเป็นความผิดของตน ขณะที่สาวๆอยู่นอกรถ เดี่ยวกับดอนเริ่มมองหน้ากันเพื่อสำรวจว่าอีกฝ่ายตกอยู่ในอำนาจมนต์ดำหรือไม่

“เดี่ยว...นาย...”

“ฉันเอง...ดอน ฉันยังเหมือนเดิม นายล่ะ”

“ฉันก็ยังเหมือนเดิม อำนาจพุทธคุณช่วยคุ้มครองเราสองคนไม่ให้ถูกครอบงำ จากมนต์ดำของซัมดอง”

เดี่ยวสงสัยแล้วกระแตกับบุษกร ดอนว่าอาจจะตกอยู่ในอำนาจแล้วเลยถามว่าเมื่อกี้ทำไมเดี่ยวถึงกล้ายิงบุษกร เดี่ยวบอกว่า โชคดีที่เขาชินกับน้ำหนักปืน จึงรู้ว่าปืนไม่มีกระสุน ดอนติงว่ามันเสี่ยงเกินไป เดี่ยวยอมรับว่าเขาบ้าไปหน่อย ทั้งสองตกลงกันว่าจะทำตามน้ำไปก่อนแล้วหาทางช่วยบุษกรกับกระแต โดยไม่ให้พวกมันจับได้

อีกมุมหนึ่ง รถของ ดร.วิทยากับลูกน้อง จับตามองกลุ่มของดอน รอจังหวะที่จะจับตัวนาตาชามา โดยพวกดอนไม่ทันเห็น...ดอนกับเดี่ยวลงจากรถมาช่วยเคลียร์กับเจนนี่ ว่าพวกเขาผิดที่ไม่โทร.รายงาน ทีหลังจะไม่ทำอีก แล้วชวนกันกลับเซฟเฮ้าส์ นาตาชาส่งสายตายิ้มเยาะเจนนี่จนเธอผิดสังเกต ทันใด...ลูกน้องอินทร์ก็เข้ามาจับตัวนาตาชา รถ ดร.วิทยาแล่นมารับตัวโดยลูกน้องยิงสกัดไว้ รถยอด กริ่ง และเทอดแล่นมาถึง เดี่ยวรีบตะโกนบอกให้ตามรถ ดร.วิทยาไป เดี่ยวรีบไปขับรถ กระแตกับบุษกรตามไปด้วย ดอนย้ายมาขับรถเจนนี่ ทั้งสามคันตามไปช่วยนาตาชา ดร.วิทยาวิทยุสั่งการ ไม่ทันไรก็มีระเบิดสกัดรถที่ตาม และกระหน่ำยิงใส่รถทั้งสามคัน พวกเสาร์ห้าพากันลงจากรถหาที่กำบังยิงต่อสู้ เจนนี่เห็นกระแตกับบุษกรไม่ยิงโต้เหมือนอย่างเคย

“กระแต บุษกร ทำไมคุณไม่ยิงโต้ตอบพวกมัน พวกคุณเป็นอะไรไป”

“เปล่า ไม่มีอะไร” กระแตรีบปฏิเสธ บุษกรถามว่าเจนนี่ข้องใจอะไร

“ฉันก็แค่เป็นห่วง”

“เป็นห่วงตัวเองก่อนดีกว่า” กระแตสวน แล้วหันปืนมาทางเจนนี่ ด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

เจนนี่ตกใจถามว่านี่มันอะไรกัน กระแตพูดยิ้มๆว่า ถ้าตนทำปืนลั่น ทุกคนก็คงเข้าใจว่าเธอถูกฝ่ายนั้นยิง เจนนี่หน้าเสีย กระแตทำท่าจะลั่นไก จู่ๆก็หัวเราะออกมาแล้วบอกว่าล้อเล่น เจนนี่รู้สึกหวั่นใจว่าเพื่อนทั้งสองเปลี่ยนไปแล้ว

กว่าควันระเบิดจะสงบ รถพวก ดร.วิทยาก็หนีไปได้ กลุ่มเสาร์ห้าปรึกษากันว่าคุ้นหน้าพวกนั้นว่าเป็นคนของเจ้าพ่ออินทร์ ต่างแปลกใจว่าทำไมไปร่วมมือกับ ดร.วิทยา ทั้งที่เดิมเป็นพวกตน กระแตกับบุษกรเข้ามาสมทบท่าทางเป็นปกติ บอกว่าจะช่วยเจนนี่สืบหาความจริง

ooooooo

หลังจากนั้น เจนนี่ก็จับตามองบุษกรกับกระแต สองคนมักจะทำงานกันเงียบๆไม่พูดคุยกับคนอื่นๆเหมือนเคย ชลดาถามเจนนี่ว่าเป็นอะไร ท่าทางเหมือนมีเรื่องอะไร ยูกิเข้ามาสมทบเจนนี่พยักพเยิดให้ดูบุษกรกับกระแต ตนดูท่าทางไม่เหมือนเดิม แต่ชลดากับยูกิมองไม่ออก เจนนี่กำลังจะเล่า ยอดยกอาหารออกมาขัดจังหวะ

“มาแว้วๆสุดยอดของความอร่อยจากพ่อครัวหัวป่า”

เทอดกับกริ่งถือของตามมา “รับรองอร่อยทุกอย่าง เทอดชวนชิมครับผม”

กระแตกับบุษกรชวนกันมาดูว่ามีอะไรบ้าง ยูกิกระซิบชลดากับเจนนี่ว่า ไม่เห็นบุษกรกับกระแตผิดปกติตรงไหน แล้วหาว่าเจนนี่คิดมากไป...ดอนกับเดี่ยวเห็นสายตาสงสัยของเจนนี่ จึงปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี เดี่ยวคิดว่า

“ถ้าเราบอกเธอ เรื่องของเราไม่ได้ถูกครอบงำ แผนการอาจจะล้มเหลว ผมว่าเราน่าจะปล่อยให้เจนนี่สงสัยอย่างนี้ไปก่อนดีกว่า”

ดอนตกลงตามนี้ เดี่ยวถือจานอาหารตามออกมา เจนนี่มองอย่างจับพิรุธแล้วเข้าไปหาดอนในครัว ตัดสินใจถามว่าพวกเขาไปทำอะไรที่ศาลเจ้า ดอนปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

“แต่ฉันเห็น”

“เห็นอะไร”

“พวกคุณทุกคนเหมือนถูกครอบงำ”

ดอนหาว่าเจนนี่ตาฝาดและพูดเป็นนัยๆว่า สิ่งที่เธอเห็นไม่เป็นอย่างที่คิดหรอก ดอนถือของเดินออกไป เจนนี่รู้สึกขุ่นใจมากขึ้น

ooooooo

ภายในบ้านเสือสนธิ์ นาตาชาถูกมัดไว้กับเก้าอี้ ฮวงค้นตัวหาทับทิมสยามแต่ไม่พบ นาตาชาโวยวายให้ปล่อยตน พลันมือถือเธอดังขึ้น ดร.วิทยาดึงมารับสายเอง สตีเฟ่นโทร.มา ดร.วิทยากรอกเสียงลงไปว่าตนจับน้องสาวเขาไว้ ให้เขาเอาทับทิมสีชมพูมาแลกเปลี่ยน

“แต่ฉันออกไปไม่ได้ ตอนนี้พวกฉันอยู่ในป่าสุสานช้าง” สตีเฟ่นพูดอึกอักๆ

ดร.ฟอร์ดข้องใจเข้ามาฟัง สตีเฟ่นบอก ดร.วิทยาว่าพวกเขากำลังค้นหาทับทิมสีม่วง เชื่อว่าอยู่แถวนี้ แล้วต่อรองให้เอาตัวนาตาชามาแลกที่นี่ จะได้ทั้งสองก้อนไป

“แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าแกไม่หลอกฉัน”

ดร.ฟอร์ดดึงโทรศัพท์มาพูดเอง “คนอย่าง ดร.ฟอร์ดไม่เคยโกหกหวังว่าแกคงจำฉันได้นะ”

ดร.วิทยาแปลกใจที่ ดร.ฟอร์ดยังไม่ตาย เขาจึงตกลงจะเดินทางไป จากนั้น ดร.วิทยาก็หันมาถามนาตาชาว่าจะไปสุสานช้าง นาตาชาย้อนถามว่ารู้เส้นทางลับหรือ ดร.วิทยาไม่เข้าใจ

“ใช่ เส้นทางลับที่จะผ่านเขตภาพลวงตาเข้าไปในป่าสุสานช้าง”

“ก็เธอไงนาตาชา เธอนั่นแหละที่จะนำทางฉันไป”

“ไม่ใช่ฉัน...คนที่จะนำทางได้คือ คุณเดี่ยว คุณดอน พวกเสาร์ห้า”

ดร.วิทยามองนาตาชาอย่างข้องใจ เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย...ไม่นาน นาตาชาก็ถูกแก้มัดให้ โทร.หาเดี่ยวกับดอน เดี่ยวรับสายเปิดเสียงให้ดอนฟังด้วย ทั้งสองทำเป็นรับฟังคำสั่ง นาตาชาสั่งสองหนุ่มให้เตรียมพร้อมเดินทางไปสุสานช้างพรุ่งนี้อย่าแพร่งพรายให้ใครรู้ สองหนุ่มรับทราบ

เรื่องย่อ เกมร้าย เกมรัก ตอน 3 ละครช่อง3


ตอนที่ 3

เช้าวันรุ่งขึ้น แตลอยมายืนตะโกนเรียกสายชลที่หน้าบ้าน สายชลสะดุ้งตื่น รีบลุกไปโผล่หน้าต่างตะโกนบอกว่า เดี๋ยวออกไป โดยไม่รู้ว่าหน้าตาตัวเองถูกนางฟ้าแต้มแต่งไว้สีจัดจ้าน ปากแดงแจ๋ ตาสีฟ้า คิ้วดำเมี่ยม แก้มชมพูแจ๊ด

แตลอยผงะ ขยี้ตาแรงๆพึมพำกับตัวเอง “นี่กูตาฝาดไปป่าววะ”

สายชลยังไม่รู้ตัว รีบตักน้ำบ้วนปาก ล้างหน้าลวกๆ ทำให้เครื่องสำอางที่แต้มไว้บนหน้าเลอะเทอะไปหมด เสร็จแล้วรีบเดินออกไป บอกแตลอยว่าไปได้แล้ว แตลอยมองหน้างงๆย้อนถามว่าแน่ใจว่าจะไปอย่างนี้หรือ

“เออ...เร็วสิ” พูดแล้วก็เดินนำอ้าวไป แตลอยเกาหัวแกรกๆแล้วรีบตามไป

พากันเดินไปจนถึงบริเวณชุมชน พวกสาวๆพากันมองสายชลตะลึงอึ้งจนเขาแปลกใจถามแตลอยเบาๆว่าเขามองอะไรกัน แตลอยบอกว่า “มองแกนั่นแหละ”

แตลอยยังไม่ทันบอกอะไรอีก อารีฟะก็อุ้มหนูแดงออกมา พอเห็นหน้าสายชลก็อุทานเหมือนถูกผีหลอก

“คุณพระช่วย...ทำไมหน้าตาเป็นแบบนี้สายชล...อย่าบอกนะว่าแกเป็นตุ๊ด”

สายชลเหวอไม่รู้ว่าอารีฟะหมายถึงอะไร จนกระทั่งเข้าไปที่หน้าบ้าน อารีฟะเอากระจกให้ส่องดู สายชลถึงกับตาเหลือกหันเล่นงานแตลอยว่าทำไมไม่บอกตน แตลอยยิ้มแหยๆบอกว่าไม่รู้จะบอกยังไง

“แล้วใครทำกับสายชลแบบนี้” อารีฟะถาม สายชล แทบไม่ต้องคิด กำหมัดแน่น นึกถึงนางฟ้าทันที พูดอย่างหัวเสีย

“จะใครซะอีกล่ะ!”

ooooooo

ที่ใต้ต้นมะพร้าว แม่ตัวแสบกำลังหัวเราะขำๆอยู่คนเดียว สวยถามว่าหัวเราะอะไร เธอบอกว่าไม่รู้ มันรู้สึกว่ามีความสุขเลยอยากหัวเราะ พูดแล้วก็หัวเราะคิกๆๆๆ

“นางฟ้า!” เสียงสายชลดังขึ้น ทันทีที่ได้ยินเสียง นางฟ้าตกใจเหมือนวัวสันหลังหวะ ลุกได้ก็วิ่งอ้าวไป สายชล วิ่งตามพลางร้องถาม “จะไปไหนตัวแสบ!”

สวย กอยา และซาติน ที่มาสุมหัวกันอยู่กับนางฟ้า พากันมองงงๆ กอยาถามว่าสายชลกับนางฟ้าเล่นอะไรกัน สวยเองก็ไม่รู้ เลยชวนกันรีบตามไปดูดีกว่า

นางฟ้าวิ่งหนีสายชลเข้าไปในบริเวณชุมชน สายชลวิ่งตามไม่ลดละ เจอซะละกับนาราแบกท่อนไม้เดินมาตามทาง ซะละตกใจร้องลั่น “นางฟ้า ระวัง...”

ช้าไปแล้ว นางฟ้าหยุดไม่ทัน เลยก้มหัวลอดท่อนไม้ไป สายชลวิ่งตะบึงมาเบรกไม่ทัน เลยโดนท่อนไม้ฟาดจนหน้าหงายล้มผลึ่งเห็นดาวเต็มฟ้า มามิโผล่มาเห็น ตกใจตะโกนเรียก “สายชล...” นางฟ้าได้ยินหยุดกึกหันมอง เห็นสายชลนอนแผ่ที่พื้นก็หน้าเสีย

เหตุการณ์วุ่นวายยิ่งขึ้น เมื่อซะละตกใจปล่อยท่อนไม้ทำให้นาราเสียหลักเซแซดๆ แสงดาวกับปีร์กะถือตะกร้าผักมาเห็นนาราก็ตกใจ นาราพยายามประคองท่อนไม้ไว้ไม่ให้หมุนไปฟาดใครเข้า แตลอยตัวยุ่งมาถึงพอดีรีบเข้าไปช่วยจับนารา แต่สะดุดพุ่งถลาเข้าชนปีร์กะเข้าอย่างจัง ปีร์กะเซไปชนแสงดาวทำตะกร้าผักหล่น ผักหกกระจุยกระจาย...

นาราเสียหลักล้มลง ท่อนไม้หล่นทับตีนตัวเองจนร้องจ๊าก บอกให้สวยช่วยที สวยไม่สนใจพ่อเพราะตั้งหน้าตั้งตาแย่งกับมามิเข้าไปหาสายชล

นางฟ้าที่หยุดดูเหตุการณ์อยู่ เห็นเรื่องวุ่นวายกันใหญ่โตดูท่าไม่ดี เลยย่องหนีไป สายชลลุกขึ้นมองหาไม่เจอ เขาบ่นอย่างหัวเสีย “ตัวต้นเหตุหายไปไหนแล้ว”

ooooooo

สายชลโมโหมากทั้งเจ็บตัวทั้งเจ็บใจ เดินอ้าวกลับบ้านหมายคิดบัญชีกับนางฟ้าเสียให้เข็ด แต่พอเข้าบ้านมองหาไม่เห็นร้องเรียกก็ไม่ตอบ เลยแกล้งพูดว่าไม่อยู่ก็ดีแล้วตนจะออกข้างนอกดีกว่า เขาแกล้งเปิดประตูแล้วปิดปัง ทำเหมือนออกไปแล้ว

นางฟ้าซ่อนอยู่ใต้เตียง ได้ยินเสียงพูดและเสียงปิดประตูปังก็นึกว่าสายชลออกไปแล้ว ค่อยๆ คลานออกมากวาดตามองไปรอบๆอย่างระวัง พลันก็สะดุ้งโหยงเมื่อมีมือมาสะกิดไหล่ หันไปเห็นสายชลก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี

ช้าไปแล้ว เพราะสายชลคว้าแขนไว้กระชากอย่างแรง แต่แรงไปหน่อยนางฟ้าเลยถลาเข้าไปติดตัวเขา สายชลเป็นฝ่ายตกใจอึ้งไปเอง แล้วรีบผละออก ทำเสียงเข้มปราม “หนีสายชลไม่พ้นหรอก...”

นางฟ้าถูกสายชลเอาตัวไปที่แปลงผัก ที่ซะละ แสงดาว นารา มามิ และปีร์กะกำลังเก็บผักอยู่ เขาบอกให้นางฟ้าขอโทษทุกคน แต่ไม่มีใครโกรธเธอ และให้อภัย สายชลไม่ยอมยืนยันต้องลงโทษที่เธอทำให้ทุกคนวุ่นวายไปหมด

วิธีลงโทษของสายชลคือ ให้นางฟ้าเก็บผักแทนพวกซะละ ส่วนตัวเองนอนเปลญวนใต้ต้นไม้คอยมองไม่ให้นางฟ้าอู้งาน พอโดนค้อนก็พูดขู่ขำๆว่า

“เอ้า...ค้อนอยู่นั่นแหละ ตาเหล่ไม่รู้ด้วยนะ”

ไม่เพียงเท่านั้น ยังสั่งให้ไปกวาดใบไม้ที่ลานหมู่บ้าน โดยตัวเองนอนเอกเขนกคุมตามเคย ขู่ว่าถ้ากวาดใบไม้ไม่หมดวันนี้ไม่ให้กินข้าว

นางฟ้ากวาดไปเจอขี้แพะ เธอไม่รู้จักหยิบขึ้นมาดู แหงนมองต้นไม้เห็นมีผลไม้เล็กๆอยู่เต็มต้นก็นึกว่าขี้แพะ

คือผลไม้ที่หล่นลงมา เลยลองชิม ทำหน้าเหยเก บ่นว่ารสมันแปลกๆ

สายชลเห็นแต่ร้องห้ามไม่ทัน บอกเธอว่านั่นมันขี้แพะ แล้วอดหัวเราะขำไม่ได้ นางฟ้างอนถามว่ารู้แล้วทำไมไม่บอกกัน สายชลบอกว่า “ก็กำลังจะบอก แต่บอกไม่ทัน คนอะไรกินขี้แพะ ฮ่าๆๆๆ”

ขณะสายชลอ้าปากกว้างหัวเราะนั่นเอง นางฟ้าหยิบขี้แพะปาเข้าปากเขาพอดี สายชลหุบปากเพราะเธอปาขี้แพะเข้าปากลงไปถึงคอเลย ถามว่าปาอะไรมา

“ขี้แพะไง ฮ่าๆๆๆ” นางฟ้าหัวเราะทีหลังดังกว่า เห็นสายชลวิ่งไปอ้วกก็ยิ่งขำ

ooooooo

ตกบ่าย สายชลพานางฟ้าไปที่ริมผา ชี้ให้เธอดูหอยเม่นใต้น้ำ บอกว่า มันคือหอยเม่นที่มีหนามแหลมๆ รอบตัวพลางส่งถุงมือให้บอกว่า เราจะลงไปเก็บหอยเม่นกัน เตือนให้ระวังอย่าโดนหนามเข้าล่ะ เพราะว่ามันมีพิษ

“ถ้านางฟ้าเก็บหอยเม่นได้มากกว่าสายชล สายชลจะหยุดลงโทษนางฟ้า” สายชลบอก

ทั้งสองใส่ถุงมือดำลงไปเก็บหอยเม่น ปรากฏว่าสายชลเก็บได้มากกว่า 1 ตัว นางฟ้าเลยแพ้ แต่นางฟ้าเล่นบทขี้แพ้ชวนตี อ้างว่า สายชลแข็งแรงกว่าก็ต้องชนะอยู่แล้ว พาลหยิบหอยเม่นปาใส่เขา แต่ลืมใส่ถุงมือเลยถูกหอยเม่นตำร้องลั่น

สายชลตกใจรีบจับมือขึ้นมาดู นึกสงสารแต่ก็บ่น ถามว่าจะสมน้ำหน้าดีไหมที่เตือนแล้วไม่ระวังเอง

จนเย็นพากลับบ้าน นางฟ้ายังเจ็บมืออยู่ เขาบอกว่าอดทนหน่อยพรุ่งนี้ก็คงดีขึ้น แล้วนึกได้ว่าตั้งแต่กลางวันเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย จึงจัดหาอาหารมากินกัน นางฟ้ายังเจ็บมือกินข้าวไม่ถนัดจนปากเลอะเทอะ สายชลจึงป้อนให้ป้อนเธอคำตัวเองคำ

“รีบๆกินเข้า กินเสร็จสายชลจะพานางฟ้าไปดูอะไรบางอย่าง”

สิ่งที่สายชลพาไปดูคือชิงช้าที่เขาซ่อมเสร็จแล้วนั่นเอง นางฟ้าดีใจมากขึ้นนั่งชิงช้าชมว่า

“สายชลรู้ไหม ว่าสายชลเป็นคนที่น่ารักที่สุดในโลก” แล้วขอให้เขาไกวชิงช้าให้

นั่งชิงช้าอยู่นานจนสายชลชวนกลับกันเถอะตนง่วงแล้ว นางฟ้ายังติดใจ ไม่ยอมกลับ แหงนมองท้องฟ้าเห็นดวงดาวพราวเต็มฟ้า ก็รบเร้าสายชลอ้อนว่าอยากได้ดาวให้ไปเอามาให้หน่อยได้ไหม

สายชลบอกว่าไม่ได้ เพราะดวงดาวอยู่ในจักรวาล เราต้องนั่งจรวดถึงจะไปจักรวาลได้ แต่ตนไม่อยากไปเพราะไม่รู้ว่าโลกภายนอกมีอะไรบ้าง ที่นี่เป็นบ้านเกิดของตน พ่อแม่ของตนอยู่ที่นี่ แล้วก็...ตายที่นี่...

พูดถึงพ่อแม่แล้วเขาก็เศร้าไปถนัด นางฟ้าพลอยเศร้าไปด้วยถามว่า “พ่อกับแม่สายชลตายแล้วเหรอ”

“ฮื่อ...พายุพังบ้านสายชล แล้วมันก็เอาพ่อกับแม่ของสายชลไปด้วย สายชลพยายามจะช่วยพ่อกับแม่ แต่ตอนนั้นสายชลยังเด็กมาก สายชลได้แต่มองพ่อกับแม่ตายไปตรงหน้า” เสียงเขาสั่นเครือ มือกำแน่น น้ำตาคลอ จนนางฟ้ามองซึม...

ooooooo

ฟังสายชลเล่าเรื่องพ่อกับแม่แล้ว นางฟ้าเปรียบเทียบกับตัวเองว่าเขายังดีที่ได้เห็นหน้าพ่อแม่ แต่ตนจำไม่ได้เลยว่าตัวเองมีพ่อกับแม่หรือเปล่า พ่อแม่ ตนหน้าตาเป็นยังไง แล้วตอนนี้พ่อกับแม่ตนอยู่ที่ไหน... พูดแล้วก็ร้องไห้ สายชลเช็ดน้ำตาให้ปลอบโยนว่า

“ถึงนางฟ้าจะจำพ่อกับแม่ตัวเองไม่ได้ แต่นางฟ้าก็ยังมีสายชล ครอบครัวของสายชล ก็คือนางฟ้า”

นางฟ้ายิ้มออก พูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขึ้นว่า “ครอบครัวของนางฟ้าก็คือสายชล” สายชลย้ำว่าเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป นางฟ้าบอกให้เขาสัญญา

“สัญญา สายชลกับนางฟ้าจะอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไป”

“สัญญา” นางฟ้าพูดสบตากันดวงตาแจ่มใส สายชลจับหัวนางฟ้าซบที่ไหล่ตัวเอง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เหลือบมองหน้าสายชลแล้วยิ้มด้วยความรู้สึกดีๆ อย่างไม่เคยมีมาก่อน...

ooooooo

ชมพูแพรกับหมอวัฒนา ยังออกตามหาฟ้าลดาไม่ลดละ วันนี้ก็พากันไปไหว้พระอธิษฐานขอให้ตามเจอน้อง หมอวัฒนาเห็นเธอหน้าซีดๆ ถามว่าไม่สบายอีกหรือเปล่า เธอปฏิเสธ บอกว่าตนไม่อยากรู้สึกหมดหวัง แต่พอมาถึงวันนี้ก็นึกถึงอย่างที่ตำรวจบอก...น้องอาจจะตายไปแล้ว...ตนรู้สึกผิดกับน้อง พูดแล้วร้องไห้ จนหมอวัฒนาดึงเข้าไปกอดปลอบ

เมื่อทำใจให้เข้มแข็งได้แล้ว ชมพูแพรบอกว่า ต่อไปจะไม่ท้อ เราจะตามหาฟ้าลดากันต่อไป แล้วจับมือกันเดินออกไปอย่างมุ่งมั่น

ทั้งสองพากันไปที่ท่าเรือ ชมพูแพร หมอวัฒนา และตำรวจที่ไปด้วย ต่างเอารูปของฟ้าลดาให้ชาวประมงและคนที่ท่าเรือดู แล้วก็ต้องออกมาอย่างผิดหวังทุกครั้ง

ขณะเดินออกจากชาวประมงรายสุดท้ายนั้น ทั้งสองเห็นยาซะกำลังเดินอยู่ แต่พอจะเดินไปหา มือถือของชมพูแพรก็ดังขึ้นเสียก่อน

คุยโทรศัพท์แล้ว เธอบอกหมอวัฒนาหน้าตาเคร่งเครียดว่า ตนต้องรีบกลับกรุงเทพฯแล้ว เพราะหญิงฉวยโอกาสที่ตนไม่อยู่เล่นตุกติก ตอนนี้โรงแรมกำลังจะถูกโอนเป็นชื่อของหญิงคนเดียว บอกหมอวัฒนาแล้วก็เดินเลี่ยงออกไปโทร.ขอเลื่อนวันเดินทางกลับกรุงเทพฯกับสายการบิน ย้ำว่าต้องการไฟลต์เร็วที่สุด

ขณะทั้งสองกำลังร้อนใจเรื่องที่กรุงเทพฯนั้น ข้างหลังของทั้งสอง ยาซะ หมึก และฉลามก็ออกเรือไปแล้ว

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ ชมพูแพรตรงดิ่งไปที่โรงแรม บอกให้หมอวัฒนารอข้างนอกตนจะเข้าไปคนเดียวเพราะเป็นเรื่องระหว่างตนกับหญิงสองคนเท่านั้น

ชมพูแพรถูกพนักงานกันไม่ให้เข้าไปในโรงแรม เธอไม่สนใจเดินลุยตรงไปที่ห้องประชุม เจอหญิงพอดี หญิงบอกให้ รปภ.ออกไปได้แล้ว จากนั้นเธอก็เผชิญหน้ากับชมพูแพร พูดกันอย่างไม่เหลือความเป็นเพื่อน

หญิงอ้างว่าเราสร้างโรงแรมนี้มาด้วยกัน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอชอบแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงแรมแต่เพียงผู้เดียว ชมพูแพรบอกว่าตนไม่เคยคิดแบบนั้น หญิงไม่เชื่อเพราะรู้ “สันดาน” เธอดี ตัดบทว่า

“ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจให้โรงแรมนี้มากกว่าเธอ เพราะฉะนั้นโรงแรมนี้ควรเป็นของฉัน ไม่ใช่สิ โรงแรมนี้ต้องเป็นของฉัน...”

ชมพูแพรถามว่าเธอต้องการแบบนี้ใช่ไหม ถ้างั้นเตรียมตัวไว้ ประกาศว่า “ฉันจะกลับมาทวงโรงแรมของฉันคืน”

“ถ้าเธอมีเงินสัก 500 ล้านแล้วค่อยมาว่ากัน ตอนนี้เชิญออกไปจากโรงแรมฉันได้แล้ว” หญิงไล่

ชมพูแพรออกมาด้วยความแค้นแน่นอก หญิงมองตามอย่างสะใจ

ออกมาเจอหมอวัฒนา เธอร้องไห้โฮ บอกหมอว่าตนไม่เหลืออะไรแล้ว หมอวัฒนากอดเธอไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

ที่เกาะมิน นางฟ้ายังคงสนุกกับชีวิตที่ลืมหมดทุกอย่างในอดีต ความนึกคิดเหมือนเด็กไร้เดียงสาจนสายชลปวดหัว

วันนี้เธอเก็บเสื้อให้สายชล เห็นเสื้อเขาขาด นึกอะไรได้ เอาเสื้อลายดอกของตัวเองมาขลิบที่ชายเอามาทาบที่รอยขาด พลันก็ตกใจรีบเอาซ่อนไว้ในตะกร้า เมื่อได้ยินเสียงสายชลร้องเรียกแล้วเดินเข้ามา ถามว่าทำอะไรอยู่

นางฟ้ารีบลุกขึ้นเดินออกไปบอกว่าจะไปเก็บผัก สายชล เห็นตะกร้าใส่ผักวางอยู่ก็บ่นขำๆว่าไปเก็บผักแล้วไม่เอาตะกร้าไป พลางหยิบตะกร้าขึ้นดูก่อนเดินตามไป

นางฟ้าเดินมาได้ยินเสียงนารากับอารีฟะอยู่หลังพุ่มไม้ สงสัยเลยแอบดู  เห็นทั้งสองกำลังจู๋จี๋กันประสาผัวเมีย นางฟ้าตกใจอ้าปากจะร้อง สายชลมาถึงพอดีรีบเอามือปิดปากเธอไว้แล้วลากออกจากตรงนั้น

นางฟ้าสงสัยตามเคยถามว่าเมื่อกี้นี้นารากับอารีฟะทำอะไรกัน สายชลตอบแบบผ่านๆไปว่าเขาจูบกันอยู่

นางฟ้ามองเขาตาแป๋วถามว่าทำไมต้องจูบ รบเร้าคาดคั้นจนสายชลจำต้องบอกว่าเป็นการแสดงความรักต่อกัน

“คนรักกันต้องกอดกันแล้วก็จูบกัน” นางฟ้าพึมพำ

“แต่คนที่จะกอด จะจูบกันได้ นอกจากเป็นคนรักกันแล้ว ยังต้องเป็นผัวเมียกันอีกด้วย” สายชลรีบบอกกลัวเธอจะไปทำอะไรแบบที่เอาหมอนไปซักอีก นางฟ้าฟังทำหน้างงๆ พึมพำคำว่า “ผัวเมีย...”

ที่ใต้ต้นมะพร้าว สวยทำตัวเป็นผู้รู้เรื่องชีวิตแบบผัวๆเมียๆ สุดท้ายพูดขู่นางฟ้าว่า ถ้าวันใดตนได้แต่งงานกับสายชล ก็ต้องอยู่กันสองคนประสาผัวเมียตามประเพณีของชาวเกาะ แล้วนางฟ้าก็ต้องออกจากบ้านนี้ไป

“สายชลไม่มีทางเอาสวยเป็นเมียหรอก” นางฟ้าเถียง เพราะ “สายชลบอกว่านางฟ้าเป็นคนในครอบครัวของสายชลแล้วสายชลก็สัญญากับนางฟ้าว่าเราจะอยู่ที่นี่ อยู่ด้วยกันตลอดไป เพราะฉะนั้น สายชลไม่มีทางให้ไปอยู่ที่อื่น”

พูดแล้วนางฟ้าก็เดินงอนๆไป สวยมองเหวอ กอยากับซาตินแอบขำ แต่พอสวยมองตาเขียวก็หุบปากเงียบ

กลับมาถึงบ้าน เห็นสายชลหลับสนิทอยู่ นางฟ้าย่องไปหยิบตะกร้าใส่ผัก เอาเสื้อสายชลมาปะอย่างตั้งอกตั้งใจ ถูกเข็มตำมือหลายครั้งก็ยังอดทนปะจนเสร็จ

ooooooo

รุ่งขึ้น สายชลตื่นขึ้นมาไม่เห็นนางฟ้า ได้ยินเสียงเจ้าแก้วตา นกแก้วแสนรู้ร้อง “หิว...หิว...” สายชลเลยไปหยิบอาหารจะมาเทให้ จับพลาดอาหารหกรดเสื้อเปื้อน เขาจึงไปหยิบเสื้อมาเปลี่ยน มามิที่มาหาแต่เช้า เจอสายชลกำลังถอดเสื้อจะเปลี่ยน เห็นกล้ามเป็นมัดๆ เห็นเขาอยู่คนเดียวด้วย เป็นโอกาสทองแท้ๆ จะเข้าไปปล้ำ

นางฟ้าที่ไปหลับอยู่หลังบ้านตื่นขึ้นมา มองเสื้อในมือแล้วยิ้มอย่างดีใจ บอกตัวเองว่าสายชลต้องชอบแน่ๆ ถือเสื้อเดินเข้าไป เจอมามิกำลังปล้ำจูบสายชลพอดี

นางฟ้านึกถึงคำพูดของสวยที่บรรยายความเป็นผัวเมียกันให้ฟังที่ใต้ต้นมะพร้าว นึกถึงที่สวยบอกว่าถ้าสายชลมีเมียเธอก็ต้องถูกเฉดออกจากบ้าน แต่พอนึกถึงคำมั่นสัญญาของสายชลที่บอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป นางฟ้าก็รับไม่ได้มองภาพตรงหน้ากำมือแน่น เสียใจอย่างที่สุด

เป็นจังหวะที่สายชลผลักมามิออก เห็นนางฟ้าเข้าพอดี เขาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ รีบเดินไปหา

“สายชลโกหก ไหนสายชลบอกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไหนบอกว่าจะอยู่กับนางฟ้าตลอดไป” ต่อว่าแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป สายชลร้องเรียก วิ่งตามไป

มามิมองเหวอร้องถามว่า สายชลจะไปไหน จะไปไหน...

แล้ววิ่งตามไปกอดสายชลไว้ บอกว่าเราต้องเป็นผัวเมียกันเพราะเขาจูบตนแล้ว สายชลบอกว่าเธอจูบตนต่างหาก แกะมือมามิออกแล้ววิ่งตามนางฟ้าไป

ooooooo

นางฟ้าวิ่งไปริมหาด เจอเรือจอดอยู่ก็กระโดดลงเรือพายออกไปสุดแรง สายชลกระโดดลงเรืออีกลำตามไป เมื่อตามทันก็ดึงเรือไว้ นางฟ้าเอาพายฟาดมือ แม้จะเจ็บแต่สายชลก็คว้าพายขว้างทิ้งไป แล้วกระโดดข้ามไปที่เรือของนางฟ้า

ทั้งคู่ยื้อยุดกันในเรือจนเรือล่ม พอนางฟ้าโผล่พ้นน้ำก็จะว่ายหนี ถูกสายชลคว้าตัวเข้าไปกอด ดุว่าทำอะไรให้หัดคิดเสียบ้าง ถ้าเธอเป็นอะไรไปตนจะอยู่ได้ยังไง

นางฟ้าต่อว่าสายชลว่าไม่รักษาสัญญา คร่ำครวญว่าถ้าสายชลเป็นผัวเมียกับมามิแล้ว  ตนต้องถูกไล่ออกจากบ้าน แล้วตนจะไปอยู่ที่ไหน ตนกลัวไม่กล้าอยู่คนเดียว พูดไปร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร สายชลเช็ดน้ำตาให้ชี้แจงว่า

“สายชลกับมามิไม่ได้เป็นผัวเมียกัน สายชลไม่ได้รักมามิ” นางฟ้าหยุดร้องไห้ถามว่าจริงหรือ “จริงสิ สายชลสัญญาว่าจะไม่ทิ้งนางฟ้าเราจะอยู่กันไปอย่างนี้เรื่อยๆดีไหม”

นางฟ้าถามว่าแล้วเขาจะไม่รักใครหรือ หรือว่าจนกว่าจะเจอคนที่ใช่เราถึงจะรู้ว่ารัก เหมือนอย่างที่เขาเคยบอกตน

“ใช่ และถึงสายชลจะรักใครนะ สายชลก็จะไม่ปล่อยให้นางฟ้าอยู่คนเดียว”

ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น มีความสุขกับคำมั่นสัญญาและความรู้สึกที่มีต่อกัน

ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้าน เจอมามิหิ้วปิ่นโตมาส่งสายชล นางฟ้าจึงบอกมามิว่าเลิกตื๊อสายชลได้แล้วเพราะสายชลไม่ได้รักเธอ มามิไม่เชื่อถามสายชลว่าพูดอย่างนั้นจริงหรือ พอสายชลบอกว่าจริง เธอก็แผดเสียงเหมือนคนบ้าใส่ทั้ง

สองคน กระทืบเท้าเร่าๆวิ่งกลับไป แต่พอกลับมาถึงหน้าบ้านมามิหยุดคำรามเบาๆอย่างหมายมาดว่า

“นางฟ้านะนางฟ้า ไม่ช่วยกันเล้ย...ยังไงฉันก็ไม่มีวันล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆหรอก สายชลต้องเป็นผัวฉันคนเดียวเท่านั้น!”

ส่วนสายชล พอมามิไปแล้วก็นึกได้ หยิบเสื้อที่นางฟ้าปะให้ออกมาถามว่า

“นางฟ้าทำให้สายชลเหรอ” พอเธอพยักหน้า เขายิ้มจับมือเธอขอบใจ แต่ไปจับถูกนิ้วที่ถูกเข็มตำ เธอร้องโอ๊ย... พอรู้ว่าเธอถูกเข็มตำเพราะปะเสื้อให้ตน สายชลก็ยิ่งซึ้งใจ ลูบหัวโอ๋ แค่นั้นนางฟ้าก็ยิ้มแฉ่งแล้ว พูดอย่างดีใจว่า

“ไม่เป็นไร นางฟ้าไม่เจ็บ นางฟ้าดีใจที่สายชลชอบ สายชลใส่สิ นางฟ้าอยากเห็น” พอสายชลใส่ถามว่าหล่อไหม เธอชมว่าหล่อ แล้วหัวเราะกันอย่างร่าเริง

ooooooo

ที่บ้านชมพูแพร ทนายนัดเปิดพินัยกรรม เมื่อชมพูแพรเข้ามานั่ง ทนายถามว่าพร้อมแล้วใช่ไหม แล้วเริ่มอ่านพินัยกรรม

ในพินัยกรรมของนายภมร พิมุขมนตรา ผู้เป็นพ่อ ระบุว่า

1. บ้านที่อยู่ในปัจจุบัน บ้านสวนหลังเล็ก บริษัทฟลายฟาสแอร์ไลน์ เครื่องเพชรทอง และเงินสดจำนวน 1,300 ล้านบาท ขอมอบให้นางสาวฟ้าลดา พิมุขมนตรา

2. กิจการบ้านเช่า และเงินสดจำนวน 300 ล้าน ขอมอบ ให้นางสาวชมพูแพร พิมุขมนตรา

ชมพูแพรนิ่งอึ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อทนายอ่านพินัยกรรมจบ เธอเอ่ยขึ้นว่า

“คุณอาคงทราบว่าตอนนี้เรายังหายัยฟ้าไม่พบ ถ้าเกิด...ยัยฟ้าเสียชีวิต ส่วนที่ยัยฟ้าต้องได้จะทำยังไงคะ”

ทนายสมคิดบอกว่าก็ต้องตกเป็นของทายาทลำดับต่อไปซึ่งก็คือตัวเธอนั่นเอง ชมพูแพรถามอีกว่า แล้วถ้าเกิดเราไม่รู้ว่าตอนนี้ฟ้าลดาเป็นหรือตายล่ะ

“ถ้ายังไม่พบคุณฟ้าลดาภายในห้าปี คุณฟ้าลดาก็จะเป็นบุคคลหายสาบสูญ แต่ในกรณีอย่างคุณฟ้าลดาที่หายตัวไปเพราะเรือล่ม คุณชมพูแพรมีสิทธิ์ที่จะยื่นเรื่องให้คุณฟ้าลดาเป็นบุคคลหายสาบสูญภายในหนึ่งปีครับ”

ชมพูแพรฟังทนายสมคิดแล้วนิ่ง แววตาตรึกตรอง

ooooooo

ป้าเนียมเก็บแก้วน้ำเข้าไปไว้ในครัว เจอแหวนสาวใช้รุ่นใหม่เจ๋อเข้ามาสาระแนว่า ชมพูแพรจ๋อยไปเลยที่ได้สมบัตินิดเดียว ป้าเนียมมองหน้าแหวนอย่างตำหนิ ถามว่าไปแอบฟังมาหรือ แหวนแก้ตัวว่าเปล่า แค่บังเอิญได้ยิน

“นังนี่...สาระแนจริงๆ เมื่อไหร่แกจะเลิกมองคุณแพรในแง่ร้ายเสียที” ป้าเนียมฉุน

แหวนยังเถียงว่าตนไม่ได้มองชมพูแพรในแง่ร้าย ถามป้าเนียมว่าไม่เห็นแววตาเธอหรือ มันไม่บริสุทธิ์เหมือนคุณฟ้าลดาเลย ทั้งยังพูดอย่างอวดรู้อวดดีว่า “ก็เพราะงี้แหละคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงถึงรักคุณฟ้ามากกว่าคุณแพร”

แหวนพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกป้าเนียมเขกหัวดังโป๊ก ปรามว่าถ้าไม่รู้อะไรอย่าพูด แทนที่จะหยุด แหวนทำตาโตถามว่าป้ารู้อะไรที่ตนไม่รู้เหรอ เลยโดนเขกหัวอีกโป๊กหนึ่งถึงหยุดแหวนได้ แหวนคลำหัวป้อยๆบ่นว่าเขกหัวตนแบบนี้สมองเสื่อมหมด

“ถ้าไม่อยากโดนอีก ก็เลิกเม้าท์เจ้านายได้แล้ว คุณแพรเธอเป็นคนน่าสงสาร แล้วตอนนี้ก็ยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่ เสียทั้งคุณพ่อคุณแม่ แล้วคุณฟ้าก็มาหายตัวไปอีก” พูดแล้วป้าเนียมกวาดตามองพวกคนใช้บอกว่า “พวกเราต้องเห็นใจคุณแพรให้มาก มีอะไรที่ช่วยได้ พวกเราต้องช่วย เข้าใจไหม”

ทุกคนพยักหน้ารับ ยกเว้นแหวนที่นั่งคอแข็งหน้างออยู่

ooooooo

ชมพูแพรเข้าไปในห้องนอนตัวเอง หยิบรูปครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ฟ้าลดา และตนเอง ถ่ายร่วมกันขึ้นดู อดคิดถึงอดีตไม่ได้...

เวลานั้นเธอเพิ่งอายุได้ 5 ขวบ ลัดดากับภมรไปรับเธอจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อพี่เลี้ยงจูงเธอมา ลัดดาเป็นคนอุ้มเธอขึ้น ชวนอย่างอบอุ่น เมตตาว่า “มาเป็นลูกของแม่นะลูกนะ”

แต่หลังจากนั้นไม่นาน วันหนึ่งลัดดาก็บอกเธอว่า “ดีใจไหมแพร ลูกกำลังจะมีน้องแล้วนะ” ชมพูแพรไม่ตอบแต่กำมือแน่น ตาแข็งกร้าวอย่างไม่พอใจ

5 ปีผ่านไป ชมพูแพรอายุได้ 10 ขวบ และฟ้าลดาอายุได้ 5 ขวบ เธอแย่งของเล่นกับน้อง เธอดุจนน้องร้องไห้ ภมรมาเจอเข้าเอ็ดชมพูแพรว่า “เราเป็นพี่ ทำไมถึงแย่งของน้อง คืนน้องไปซะ”

ลัดดาขอว่าอย่าดุชมพูแพรเลย ภมรไม่ยอม บ่นอย่างเบื่อหน่ายว่า

“ไม่ได้ เด็กอะไรนิสัยไม่ดี ไม่น่าเอามาเลี้ยงเลยจริงๆ”

นั่นคือตราบาปที่อยู่ในใจของชมพูแพรตลอดมา แต่นั้นมา เธอรู้สึกว่าชีวิตตัวเองเป็นส่วนเกินของครอบครัว 

คิดถึงอดีตแล้วก็ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำของตนกับฟ้าลดา เธอเดินไปมองตัวเองในกระจกพึมพำอย่างสมเพชตัวเองว่า

“ขนาดพ่อกับแม่ตายไปแล้ว ก็ยังยกทุกอย่างให้ ยัยฟ้ามากกว่าแพร...” 

ป้าเนียมมาเคาะประตู ชมพูแพรรีบปรับสีหน้าหันไปดูเห็นป้าเนียมเอาน้ำส้มมาให้ เธอขอบคุณพลางวางกรอบรูปไว้บนชั้น ป้าเนียมถามว่าได้ข่าวฟ้าลดาบ้างหรือยัง เธอส่ายหน้าบอกว่ายังไม่พบเบาะแสอะไรเลย แล้วเล่าว่า

“ใครๆก็บอกให้แพรถอดใจ บอกว่ายัยฟ้าไม่รอด แต่ตราบใดที่ยังไม่พบศพน้อง แพรเชื่อว่าน้องต้องยังไม่ตายค่ะ”

“คุณฟ้าเธอเป็นคนดี เธอต้องไม่เป็นอะไร ส่วนคุณแพร...คุณก็เป็นคนดีเช่นกัน ถึงใครไม่เห็นแต่เบื้องบนต้องเห็นเชื่อป้านะคะ”

ชมพูแพรพยักหน้าน้ำตาไหลด้วยความอัดอั้น  ป้าเนียมขยับเข้ามากอดเธอไว้อย่างให้กำลังใจ ชมพูแพรมองไปทางรูปของฟ้าลดาอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่เกาะมินวันนี้ ขณะที่สายชลกำลังสอนนางฟ้าเกี่ยวกับการทำธนาคารปูอยู่นั้น สวยก็เดินมาหาอย่างรีบร้อน ขอร้องนางฟ้าให้ช่วยตนด้วย นางฟ้าบอกว่าต้องรู้ก่อนว่าจะให้ช่วยอะไรถึงจะรับปากได้ สวยบอกว่าจะให้นางฟ้าเข้าประกวดธิดาสมุทรในปีนี้ สายชลถามอย่างสงสัยว่านึกยังไงถึงมาชวนนางฟ้าเข้าประกวด

สวยจึงยอมบอกว่า เพราะปีนี้มามิจะเข้าประกวด ตนเชื่อว่าถ้านางฟ้าเข้าประกวดต้องชนะเลิศแน่ๆ แตลอยฟังแล้วเชียร์สุดใจขาดดิ้น ท้าพนันกับสายชลว่า ถ้านางฟ้าชนะสายชลต้องแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะ แต่ถ้านางฟ้าแพ้ตนจะแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะเอง

สายชลตอบตกลงทันที สวยสัญญาว่าตนจะทำให้นางฟ้าชนะเลิศให้ได้

แสงดาวรับเป็นพี่เลี้ยงให้นางฟ้า นอกจากสอนเดินให้ไม่เป็นม้าดีดกะโหลกแล้วยังจับสอนให้เต้นระบำเกาะมิน

อีกด้วย แสงดาวเต้นให้ดูเป็นตัวอย่าง เธอเต้นได้พลิ้วไหวสวยงามมาก แต่พอนางฟ้าทำบ้างก็แข็งทื่อกระโดกกระเดกขัดๆเขินๆ

“ค่อยๆทำ ไม่ต้องรีบร้อน เราต้องให้ความรู้สึกประสานไปกับท่าเต้น แล้วจะทำให้การเต้นของเรามีเสน่ห์จนไม่มีใครละสายตาไปได้” แสงดาวแนะเคล็ดลับให้

นางฟ้าพยักหน้าแล้วพยายามทำตาม มานิมาแอบดูเห็นนางฟ้าเต้นได้ดีก็กำมือแน่นอย่างแค้นใจ มุ่งมั่นจะเอาชนะนางฟ้าให้ได้

ooooooo

นางฟ้าพยายามทำตามคำแนะนำของแสงดาว ไม่ว่าจะทำอะไร เดินไปไหน ก็พยายามฝึกทั้งกลางวันกลางคืน มามิก็ไม่ประมาท ฝึกอย่างหนักทั้งกลางวันกลางคืนเช่นกัน พูดกับตัวเองอย่างมั่นใจว่า

“คนอย่างมามิไม่เคยกลัวใคร และฉันมั่นใจว่าฉันต้องชนะ นางฟ้าไม่มีทางสู้ฉันเรื่องเต้นได้แน่นอน”

มามิซ้อมเต้นอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่เวลายกถาดสมุนไพรไปตากแดดก็ยังไปในท่าเต้น ทั้งยังคิดท่าเต้นใหม่ๆเพื่อเอาชนะนางฟ้า จนปีร์กะบอกว่าพักเสียบ้างเถอะ เดี๋ยวเอวเคล็ดถึงวันประกวดจริงๆจะเต้นไม่ได้

“อ้าวป้า...ทำไมปากเสียแบบนี้ล่ะ คนอย่างมามิ

ไม่มีทางแพ้หรอก” ว่าแล้วก็เต้นต่อ พลันก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่เอวแต่ยังทำเหมือนไม่เป็นไร ปีร์กะมองหลานสาวอย่างรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร ไม่อยากถูกด่าว่าปากเสียอีก

ooooooo

วันงานมาถึงแล้ว ยาซะ หมึก และฉลามมาเที่ยวงานเหมือนทุกปี ยาซะคึกคักเป็นพิเศษเพราะจะได้ดูอาหารตาเสียให้เต็มอิ่ม ระหว่างเดินเที่ยวก็ทักทายบรรดาสาวๆไปตลอดทางอย่างแช่มชื่นเบิกบานใจ

ไม่นาน ซะละในฐานะหัวหน้าเกาะออกมาประกาศกลางลานอย่างน่าตื่นเต้นว่า

“สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวเกาะมิน พ่อแม่พี่น้องคงอยากเห็นสาวๆผู้เข้าประกวดกันแล้วใช่ไหม” เสียงตอบรับ

กันกึกก้อง โดยเฉพาะเสียงของพวกหนุ่มๆ ซะละหัวเราะชอบใจประกาศว่า “ถ้าอย่างนั้น เชิญพบกับสาวงามทั้งเจ็ดได้เลย” ซะละผายมือแล้วถอยไป

สาวงามทยอยเดินออกมาท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงเชียร์และเสียงเป่าปากของหนุ่มวัยคะนองจ้องบนเวทีเขม็ง มามิเดินมาเป็นคนที่หกตามด้วยนางฟ้า พอนางฟ้าเดินออกมาเสียงเชียร์ก็ยิ่งกึกก้อง สายชลมองตะลึง แตลอยมองตาค้าง

ยาซะกับหนุ่มชาวเกาะอีกส่วนหนึ่ง มองนางฟ้าที่วันนี้นอกจากจะสวยแล้วยังดูเซ็กซี่ใสๆด้วย ยาซะมองหื่น

มามิจับตามองสายชล รู้สึกแปลกๆกับสายตาของเขาที่มองนางฟ้า สวยก็เช่นกัน ถึงจะเป็นคนเชียร์นางฟ้าให้มาประกวดเพื่อเอาชนะมามิ แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆกับสายตาของสายชลไม่ได้
เมื่อถึงเวลาเต้นโชว์ ปรากฏว่ามามิเต้นได้ไม่นานก็ปวดเอวจนเต้นไม่ไหวล้มลง เธอเสียใจมาก แต่ก็ได้รับกำลังใจจากซะละว่า “พวกเราปรบมือให้มามิกันหน่อย ไม่เป็นไรนะมามิ ไม่เป็นไร”

สุดท้ายคือนางฟ้า เธอเต้นได้สวยงามมาก ตลอดเวลาที่เต้นก็นึกถึงคำแนะนำของแสงดาวที่ว่า “เราต้องให้ความรู้สึกประสานไปกับท่าเต้น แล้วจะทำให้การเต้นของเรามีเสน่ห์จนไม่มีใครละสายตาได้” แล้วเธอก็ทำได้จริงๆ

หลังจากนั้น ซะละประกาศว่า “หนุ่มๆชาวเกาะมิน ถูกใจสาวคนไหน ให้เอาพวงมาลัยมาคล้องคอสาวๆ ที่ชื่นชอบได้เลย เชิญไปหยิบพวงมาลัยดอกไม้ที่แม่แสงดาวกับอารีฟะได้เลยจ้ะ”

หนุ่มๆพากันไปหยิบพวงมาลัย รุมกันไปคล้องให้นางฟ้า แตลอยไปหยิบแล้วยิ้มให้มามิ แต่กลับเดินไปคล้องให้นางฟ้า ยาซะคล้องพวงมาลัยให้นางฟ้าชมว่าวันนี้นางฟ้าสวยมาก ส่วนสายชลถือพวงมาลัยเดินมา มามิยิ้มรอรับพวงมาลัย เขาเดินมาชมว่าวันนี้เธอเต้นได้สวยมาก แต่กลับเดินไปคล้องพวงมาลัยให้นางฟ้า มามิยิ้มเก้อ มองอย่างไม่พอใจมาก

ooooooo

เมื่อถึงเวลาตัดสินผู้ครองตำแหน่งธิดาสมุทร ปรากฏว่านางฟ้าได้คะแนนท่วมท้น ท่ามกลางเสียงเฮชอบใจจากชาวบ้าน โดยเฉพาะหนุ่มๆ แตลอยกระโดดตัวลอยบอกสายชลว่าแพ้ตนแล้ว ต้องแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะตามสัญญา พูดอย่างสะใจมากว่า

“เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ฉันเอาชนะแกได้ อย่าลืมสัญญานะเว้ย วิ่งแก้ผ้า ฮ่าๆๆๆ” แตลอยหัวเราะชอบใจมาก

สายชลมองไปที่นางฟ้า เห็นยาซะกับพวกหนุ่มๆกำลังกลุ้มรุมเธออยู่ เขาพรวดเข้าไปจับแขนเธอบอกให้กลับบ้านได้แล้ว ซะละติงว่ายังมีงานฉลองต่ออีก เดี๋ยวจะให้นางฟ้าเลือกผู้ชายที่อยากออกไปเต้นรำด้วย สายชลเลยต้องปล่อยมือ

“เลือกเลยนางฟ้า อยากเต้นรำกับใคร” ซะละร้องบอก นางฟ้ามองไปรอบๆ แล้วเธอก็เลือกสายชล เธอตรงไปจับมือสายชลพากันออกไปเต้นรำ ทำให้ยาซะไม่พอใจ หาทางกันนางฟ้าออกจากสายชล ด้วยการเต้นเข้าไปแทรกกลางระหว่างสายชลกับนางฟ้า สองหนุ่มแก่งแย่งนางฟ้ากันไปมาด้วยลีลาการเต้นที่กลมกลืนแนบเนียน

สายชลยังไม่หายหงุดหงิดที่ยาซะพยายามเข้าแทรกระหว่างตนกับนางฟ้า เลยเข้าไปลากแขนนางฟ้าพูดเสียงดังสั่งให้กลับบ้าน แต่นางฟ้ายังไม่อยากกลับ ยังอยากสนุกต่อ สายชลถามอย่างไม่พอใจว่า เพราะอยากเต้นรำกับยาซะใช่ไหม ทำให้นางฟ้าไม่พอใจ บอกว่าเสียงดังใส่ตนแบบนี้ตนไม่ชอบ แล้วเดินหัวเสียไป

ยาซะมองสายชลอย่างสะใจที่ถูกนางฟ้าทิ้ง สายชลจะตามนางฟ้าไปแต่ก็ถูกพวกสาวๆพากันมาห้อมล้อมจนไปไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่มองตามนางฟ้าไปด้วยความรู้สึกหึงหวงโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

กลายเป็นความไม่พอใจกันระหว่างนางฟ้ากับสายชล เมื่อกลับมาถึงบ้านนางฟ้าชมยาซะว่าเต้นรำเก่งกว่าสายชลอีก ทั้งยังไม่เคยเสียงดังกับตน เป็นคนใจดีซื้อของมาให้ตนบ่อยๆ ผิดกับสายชลที่ใจร้าย ชอบทำหน้าโหดใส่ ตนไม่ชอบเลย

สายชลโมโหรับไม่ได้ นางฟ้าตกใจวิ่งหนีออกจากบ้านไป สายชลขยี้หัวตัวเองอย่างหัวเสีย เดินออกจากบ้านไปอีกคน

เช้าวันรุ่งขึ้น นางฟ้าเห็นสายชลนอนหลับเป็นตายอยู่ ก็ย่องออกจากบ้านไปที่ชายหาด ยาซะอยู่บนเรือเห็นนางฟ้าก็รีบลงมาหา แกล้งหยอกด้วยการวักน้ำใส่ นางฟ้าสนุกเลยเล่นด้วย สายชลมาเจอยิ่งโมโหลากนางฟ้าขึ้นจากทะเลพากลับบ้าน

สายชลดุนางฟ้า สั่งไม่ให้ไปเล่นกับผู้ชายอื่นแบบนี้อีก ยิ่งเมื่อนางฟ้าพูดชื่นชมยาซะ สายชลก็ยิ่งโมโหกวาดของที่ยาซะซื้อให้นางฟ้าใส่ถุงเอาไปทิ้งทะเล ทำให้นางฟ้ายิ่งไม่พอใจ ตะโกนใส่หน้าว่า

“สายชลใจดำ  ใจร้ายที่สุด สายชลไม่น่ารักเลย นางฟ้าไม่ชอบสายชลแล้ว” พูดแล้ววิ่งออกไป แม้สายชลจะใจคอไม่ดีแต่ก็ทำฟอร์มว่าไม่แคร์ พูดเหมือนปลอบใจตัวเองว่า อยากรู้นักว่าจะไปไหนได้สักกี่น้ำ

นางฟ้าวิ่งร้องไห้ไปทางท่าเรือ ยาซะรีบลงมาหา ถามว่าเป็นอะไร สายชลว่าอะไรหรือ

“สายชลใจร้าย สายชลทิ้งของที่พี่ยาซะให้นางฟ้าหมดเลย นางฟ้าไม่อยากอยู่กับสายชลแล้ว”

ยาซะมองนางฟ้าอย่างมีแผน ชวน “ถ้างั้นไปอยู่กับพี่ยาซะไหม”

นางฟ้ามองหน้ายาซะนิ่งอย่างชั่งใจ

ooooooo

นางฟ้าถูกหว่านล้อมจนลงเรือไปกับยาซะ ยาซะสั่งหมึกกับฉลามให้รีบออกเรือ แต่เจ้ากรรมเรือสตาร์ตไม่ติด เสียเวลาจนสายชลตามมาเจอเรือติดแล้วจะออกไปพอดี สายชลตะโกนเรียก พอได้ยินเสียงสายชลนางฟ้าบอกให้หยุดเรือ ยาซะเห็นทีจะฝืนไปไม่ได้เลยทำเป็นทักสายชลแล้วสั่งให้หยุดเรือ สายชลไม่สนใจขึ้นเรือไปจับแขนนางฟ้าบอกให้กลับบ้าน

เหมือนถูกลูบคม ยาซะไม่ยอม เกิดชกต่อยกันขึ้น หมึกกับฉลามเข้าช่วยยาซะรุมสายชล นางฟ้าเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยสายชลด้วยการคว้าถังน้ำครอบหัวหมึกกับฉลาม มันสองคนคว้ามือลากกันตกน้ำไปทั้งคู่ นางฟ้ารีบเข้าไปดูสายชลที่ถูกชกจนปากแตก ยาซะเลยได้แต่ยืนมองเซ็งๆ

เมื่อพานางฟ้ากลับถึงบ้าน เธอทำแผลให้เขา สายชลขอโทษที่พูดไม่ดีกับเธอ ขอร้องว่าต่อไปอย่าเข้าใกล้ยาซะ

ได้ไหม เพราะเขาไม่ใช่คนดี นางฟ้าเชื่อฟังรับปากว่าจะไม่เข้าใกล้ยาซะอีก

ไม่ทันไรแตลอยก็มาตะโกนเรียกสายชลที่หน้าบ้านบอกว่าชาวบ้านมารอกันเต็มหาดแล้วจะดูเขาแก้ผ้าวิ่งรอบเกาะเพราะแพ้พนันตน สายชลมึนแต่ต้องรักษาสัญญา เดินตามแตลอยไป พอไปถึงทุกสายตาจ้องรอเขาแก้ผ้าวิ่งกันลุ้นๆ

สายชลแก้สถานการณ์แบบศรีธนญชัย เขาแก้กางเกงออก พอถูกประท้วง เขายกกางเกงชูขึ้นถามว่านี่ผ้าใช่ไหม ทุกคนบอกว่าใช่ เขาบอกว่าตนแก้ผ้าแล้วแต่ไม่ได้สัญญาว่าจะแก้หมด ฉะนั้นตนไม่ได้ผิดสัญญา
แตลอยเสียท่าสายชลตามเคย บ่นกับตัวเองเซ็งๆว่า “โธ่เว้ย...เมื่อไรฉันจะฉลาดกว่าไอ้สายชลวะ!”

ส่วนชาวบ้านก็พากันผิดหวัง แต่ก็โล่งอกที่ตาไม่ต้องเป็นกุ้งยิงกันทั้งเกาะ

ooooooo

หลังจากรู้ว่าตนจะได้เงินสดแค่ 300 ล้าน ชมพู-แพรคิดหนักว่าจะหาเงินที่ไหนมาซื้อโรงแรมที่หญิงบอกว่าต้องใช้เงินถึง 500 ล้านบาท ตัดสินใจโทร.

นัดทนายสมคิดมาปรึกษา

หลังจากนัดพบกันที่ร้านกาแฟ เมื่อชมพูแพรแสดงเจตนาของตนแล้ว ทนายสมคิดบอกว่า

“การยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ต้องจัดการมรดก อย่างเช่น จำเป็นที่จะต้องใช้หนี้”

คำพูดของทนายทำให้ชมพูแพรสนใจขึ้นมาทันที

ooooooo

ชมพูแพรไปที่ออฟฟิศสายการบินที่พ่อยกเป็นมรดกให้ฟ้าลดา ไปตรวจและขอดูเอกสารกับบัญชีต่างๆ หลังจากนั้นก็เอากลับบ้าน ทำทีตรวจบัญชีหน้าดำคร่ำ เคร่ง หมอวัฒนามาเห็น ถามอย่างตกใจว่าทำไมตัวเลขติดลบมากอย่างนี้

ชมพูแพรตีหน้าเศร้า  บอกว่าตนไม่เคยรู้เลยว่าบริษัทขาดทุนมีหนี้สินมากมาย กำลังจะถูกธนาคารยึดถ้าหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทัน ทำเอาหมอวัฒนาตกใจถามว่า มีปัญหามากมายอย่างนี้ทำไมไม่บอกตน มีอะไรจะให้ตนช่วยได้ไหม

“พี่หมอช่วยเป็นกำลังใจให้แพรก็พอค่ะ แพรคิดว่าแพรรับมือกับปัญหานี้ได้ค่ะ”

เมื่อเธอกลับเข้าห้องนอน เธอมองฟ้าลดาในรูปบอกน้องอย่างรู้สึกผิดว่า

“พี่ขอโทษนะฟ้า พี่จำเป็นต้องโกหก ถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้ พี่ก็ไม่มีเงินมาซื้อโรงแรมของพี่คืน”

แต่แล้วก็ความแตกจนได้ เมื่อคุณเจตน์เพื่อนของภมรพ่อชมพูแพรที่ทำงานในสายการบินป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอวัฒนามาตรวจ พบว่าความดันสูง เจตน์บ่นว่าตั้งแต่ไม่มีภมรมันก็วุ่นไปหมด หมอบอกว่าตนพอรู้เรื่องจากชมพูแพรบ้างแล้ว

คุยกันจึงรู้ว่าสายการบินของภมรไม่ได้ขาดทุนอย่างที่ชมพูแพรบอก เมื่อหมอเจอเธออีกครั้งจึงบ่นเชิงตำหนิว่าทำไมต้องโกหกตน เพราะบริษัทไม่ได้ขาดทุนอย่างที่เธอพูด ชมพูแพรยอมรับผิดและบอกถึงความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้น ขอหมออย่าโกรธตนเลย

“ผมไม่โกรธแพรหรอกครับ ผมแค่น้อยใจที่แพรไม่พูดความจริง ทั้งที่ผมเป็นแฟนแพร วันหลังถ้าแพรมีปัญหา ต้องบอกผมนะครับ อย่าเก็บไว้คนเดียว เราจะได้ช่วยกัน”

“ค่ะ...” เธอตอบเศร้าๆ บอกว่าเวลานี้ตนคิดถึงน้องที่สุด ถามว่าถ้าน้องอยู่หมอรู้ไหมว่าน้องจะทำอย่างไร หมอวัฒนาเลยทำหน้าหมูหยอก จนเธอหัวเราะออกมา พอดีฝนทำท่าจะตก หมอจึงชวนกลับบ้านกันก่อนดีกว่า

ooooooo

เพราะในวันประกวดธิดาสมุทร มามิกับสวย ต่างเห็นเหมือนกันว่า สายชลมองนางฟ้าด้วยสายตาแปลกๆ เลยรวมหัวกันคิดหาทางพิสูจน์ความจริง จากนั้น พากันไปแอบดูที่หน้าบ้านสายชล

เห็นสายชลกับนางฟ้าอยู่กันอย่างมีความสุข กระจุ๋ง กระจิ๋งกัน เวลากินข้าวสายชลก็คอยป้อนคอยเช็ดรอยเปื้อน ที่ปากให้ เห็นสายชลถักเปียให้นางฟ้า แม้จะถักเปียไม่เป็นแต่ สายชลก็พยายามทำให้ ระหว่างนั้นก็หยอกล้อกันอย่างแจ่มใส

มามิกับสวยเห็นพ้องกันว่า สงสัยสายชลจะชอบนางฟ้าแล้วจริงๆ

ระหว่างนั้น เจ้าแก้วตา  นกแก้วแสนรู้เห็นมามิกับสวย

ก็ร้อง “ขโมย...ขโมย...” สายชลวิ่งออกมาดูเลยเจอสองสาวถามว่ามาทำอะไร มามิโกหกว่าจะมาหานางฟ้า พอดีนางฟ้าวิ่งออกมา มามิเลยฉวยมือชวนไปกันเถอะ แล้วพาวิ่งไปเลย

พากันไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ แล้วมามิก็ถามนางฟ้าว่าชอบสายชลรึเปล่า นางฟ้าตอบทันทีว่าชอบ เพราะสายชลเป็นคนดี คอยดูแลตน มามิคาดคั้นให้นางฟ้ารับปากว่าจะไม่ชอบสายชลแบบคนรัก เพราะเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนต้องทำให้เพื่อนได้ทุกอย่าง นางฟ้าเลยตกลง

“ดีมาก แต่เรื่องนี้นางฟ้าต้องเก็บเป็นความลับนะ ห้ามบอกสายชลเด็ดขาดว่าเราคุยอะไรกัน”

นางฟ้าพยักหน้ารับ ทำให้มามิกับสวยมองหน้ากันอย่างสบายใจขึ้น

ความสวยของนางฟ้าทำให้บรรดาหนุ่มๆ บนเกาะมินพากันหลงใหล บ่ายวันนี้ก็มีพวกหนุ่มๆพากันทยอยเอาดอกไม้มาให้นางฟ้าบ้าง เอาปลามาฝากนางฟ้าบ้าง แตลอยก็ไม่

น้อยหน้าใครเอามะพร้าวมาฝากนางฟ้า

ทั้งหมดถูกสายชลกันท่าไม่ให้พบนางฟ้า  บอกว่านางฟ้าไม่ชอบของพวกนี้ให้เอากลับไปให้หมด  สองหนุ่มหัวอ่อนพากันกลับ  แต่แตลอยหัวดื้อรออยู่หน้าบ้าน  จนสายชลออกมาอีกทีพบว่ายังอยู่ เลยลงไปสั่งให้หันหลังล่อลูกแปเข้าป้าบหนึ่งแล้วสั่ง
“กลับไปก่อนที่ฉันจะโมโหมากกว่านี้...ไป!”

แตลอยเลยโกยแน่บไป

เมื่อนางฟ้ากลับมา สายชลปะเหลาะถามว่าไปคุยอะไรกันมา  นางฟ้าเกือบพลั้งปากบอกไปแล้ว  แต่นึกถึงคำเตือนของมามิที่ว่าต้องเก็บเรื่องที่คุยกันเป็นความลับ  เลยปดสายชลว่าแค่ไปเดินเล่นมา

สายชลเอาปลาปิ้งให้กิน  กินแล้วนางฟ้าบอกว่าหิวน้ำ แล้วลุกจะไปเอาน้ำ รู้สึกหน้าร้อนผ่าว จนสะดุดจะล้ม สายชลประคองไว้จมูกชนกันเบาๆ ต่างมองหน้ากันอึ้งๆ แล้วสายชลก็รีบผละไป บอกว่าจะไปเอาน้ำให้เองดีกว่า

พอสายชลเดินไป นางฟ้ายกมือลูบหน้าตัวเองบ่นเบาๆ “ทำไมรู้สึกหน้าร้อนๆนะ”

ฝ่ายสายชลเดินเข้าไปเอาน้ำ เอามือจับหน้าตัวเอง

บ่นเบาๆ

“ทำไมหน้าร้อนยังงี้วะ เป็นไรเนี่ย...”

ooooooo

วันนี้ ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง บ้างไปเก็บผัก บ้างเลี้ยงไก่ อารีฟะเก็บผักครู่หนึ่งก็คลื่นไส้เวียนหัวอยากอาเจียน

นาราคาดว่าเมียตัวเองท้อง  เมื่อพาไปหาปีร์กะหมอผีและหมอยาสมุนไพรประจำเกาะ ปีร์กะบอกว่าอารีฟะท้องเลยเป็นที่รู้กันทั่ว นางฟ้าถามท้องเป็นอย่างไร ทำไมถึงท้องได้ แตลอยทะเล้นบอกว่าตนจะสอนให้เอาไหม  เลยถูกสายชลเอ็ด บอกนางฟ้าว่าอย่าไปฟังมัน

“เงียบ...” ปีร์กะตวาด พอทุกคนเงียบก็ตำหนิว่า “พวกเอ็งนี่มันจริงๆเลย  นางฟ้า...ถ้าใครมาบอกว่าจะทำให้เอ็งท้องอย่าไปเชื่อ เอ็งต้องท้องกับคนที่เอ็งรักเท่านั้น”

นางฟ้าพยักหน้าหงึกๆ

ooooooo

คืนนี้ฝนตกหนักฟ้าคำราม นางฟ้าตกใจจนสายชลต้องปลอบว่าไม่เป็นไรแค่ฟ้าร้องเท่านั้น

ไม่นานนักแตลอยมาตะโกนบอกสายชลว่าที่บ้านน้าสนโดนต้นไม้ล้มทับบ้านให้ไปช่วยกันหน่อย  สายชลลุกขึ้นทันที นางฟ้าขอตามไปด้วย เขาบอกว่าข้างนอกอันตรายให้อยู่บ้านดีกว่า ไม่ต้องกลัวเพราะมีแก้วตาเป็นเพื่อน  แล้วสั่งแก้วตาว่า

“แก้วตาดูแลนางฟ้าด้วยนะ” เจ้าแก้วตาก็น่าหมั่นไส้ตอบเสียงใสว่า “จ้าาาา”

สายชลกับแตลอยพากันวิ่งฝ่าสายฝนไป  ฟ้ายังร้องเป็นระยะ ฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างหนัก

ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น นางฟ้าดีใจนึกว่าสายชลกลับมาแล้ว  แต่พอเปิดประตูก็ตกใจเมื่อเห็นยาซะยืนถือขวดเหล้าสีเงินอยู่  ถามว่ามาทำอะไร  ยาซะตอบเมาๆว่า  เห็นนางฟ้าอยากรู้ว่าทำยังไงถึงท้องได้ ตนเลยอยากมาสอนให้

“ไม่...ป้าปีร์กะบอกว่าเราต้องท้องกับคนที่เรารักเท่านั้น นางฟ้าไม่ได้รักพี่ยาซะ”

ยาซะในสภาพเมาหื่น บุกเข้ารวบตัวนางฟ้าไว้ เธอพยายามดิ้นร้องให้ปล่อย แต่ถูกยาซะกอดไว้แน่นลากตัว

นางฟ้าออกไป

นางฟ้าดิ้นสุดฤทธิ์  ทั้งจิกทั้งข่วนยาซะก็ไม่ยอมปล่อย อุ้มเธอออกจากบ้านไป ทำขวดเหล้าสีเงินหล่นไม่รู้ตัว