Wednesday, August 17, 2011

สอนทำเว็บ รวมขั้นตอนการทำเว็บ ฟรี


1. วางแผนงาน
2. เลือก Web hosting และจด Domain name
3. ออกแบบเว็บไซต์
4. ลงมือสร้างและทดสอบ
5. การโปรโมทเว็บไซต์
Blogger Talk
การทำ SEO
การสร้าง Blog ด้วย Wordpress
การสร้างเว็บไซต์
การสร้างเว็บไซต์ ด้วย Joomla
คำศัพท์น่ารู้
บทความดีๆ ที่คัดสรรแล้ว
ภาษา
ร้านขายสินค้าออนไลน์
สุขภาพ
อื่นๆ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำเว็บ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

เรื่องย่อ ละคร สามหนุ่มเนื้อทอง ช่อง3

เรื่องย่อ ละคร สามหนุ่มเนื้อทอง ตอน1 ช่อง3
เรื่องย่อ ละคร สามหนุ่มเนื้อทอง ตอน2 ช่อง3


ณ โรงแรมหรู...

ในห้องจัดงานเท่หรูของ “M Group” ผู้นำเข้ายานยนต์แห่งความฝันของผู้ที่รักความเร็วและลุ่มหลงในความงาม เท่ เก๋ ของนวัตกรรมยานยนต์
บนเวทีมีสัญลักษณ์ของ เอ็ม กรุ๊ป ติดอยู่ มีแดนเซอร์สาวเกือบ 10 คน ในชุดนักบิดเก๋ไก๋ เต้นออกมาตามจังหวะดนตรีเทค– โนบีทสนุกสนานทันสมัยที่กระหึ่มห้องอย่างเก๋ แฝงเซ็กซี่เล็กๆ

คอกเทลขนาดกลาง ที่มุมหนึ่ง ทั่วบริเวณงาน มีหนุ่มสาวล้วนหน้าตาดีลีลาเก๋แต่งตัวเท่ เดินไปมากันขวักไขว่ ที่ดูดีในรุ่นใหญ่วัย 50 มาดดี แต่งตัวโก้เก๋มีฐานะ ทุกคนจัดกันมาเต็ม ยืนกันเป็นกลุ่มๆคุยกันอย่างร่าเริงแจ่มใส

ทันใดนั้น ไฟกลางเวทีสว่างพรึบขึ้น อรุณศรี ยืนอยู่กลางเวทีในชุดราตรีสวยสง่า ความเด่นของเธอ เรียกความสนใจจากผู้ร่วมงานมองกันเป็นตาเดียว ทั้งห้องเงียบกริบโดยเฉพาะหนุ่มๆ มองเธอเหมือนถูกตรึง

บนเวทีเหลือแต่อรุณศรีเด่นเป็นสง่าคนเดียว เมื่อแดนเซอร์พากันวิ่งไปหลังเวทีหมด เธอพูดผ่านไมค์ไร้สายที่ติดอยู่กับตัวด้วยน้ำเสียงใส กังวาน มีเสน่ห์น่าฟังว่า

“ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่อาณาจักร “เอ็ม กรุ๊ป”

ผู้นำยานยนต์ ที่ตอบสนองความฝันของผู้ที่รักความเร็ว และลุ่มหลงในความงามของนวัตกรรมยานยนต์”

ในความนิ่งงันของแขกในงานนั้น มีเพียงหนุ่มเดียวที่มีการเคลื่อนไหว เขาใส่สูทเรียบเก๋ เท้าเดินช้าๆ แต่สายตาจับจ้องอยู่บนเวที แววตานิ่งขรึมแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจมีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

เขาคือ “กริชชัย” หนุ่มหล่อ มาดขรึม แต่แฝงไว้

ด้วยความละเอียดอ่อน โรแมนติก และเป็นสุภาพบุรุษ

อรุณศรียังคงตรึงความสนใจของแขกในงานอยู่บนเวทีด้วยน้ำเสียงมีเสน่ห์ชวนฟังว่า

“เอ็ม กรุ๊ป ถือกำเนิด เติบโต และยืนหยัดอยู่ในวงการมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ...”

กริชชัยยังคงมองอรุณศรีที่ทำงานอยู่บนเวทีอย่างตั้งอกตั้งใจด้วยความชื่นชม...อดไม่ได้ที่จะคิดถึง...เมื่อ 10 เดือนก่อนหน้านี้...

ooooooo

วันนั้น กริชชัยอยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดเก๋ๆ กางเกงยีนส์สุดเท่ เขาถือสมุดสเก็ตภาพหลวมๆสบายๆเดิน อยู่ที่ระเบียงชั้น 5 ที่เปิดโล่ง แต่ขณะเขาเลี้ยวมุมตึกนั่นเอง ชนกับคุณป้าคนหนึ่งที่ใส่แว่นหนาเตอะ จนสมุดหลุดมือ ตกที่พื้น

ทันใดนั้นลมพัดวูบเข้ามาทำให้สมุดเปิดออก ภาพสเก็ตรูปรถยนต์มากมายที่ซ้อนอยู่ในสมุดปลิวกระจายว่อน

กริชชัยรีบวิ่งเก็บรูป คุณป้าคนนั้นก็ช่วยเก็บด้วย แต่ก็มีภาพสเก็ตรูปรถนานาชนิดจำนวนไม่น้อยที่ปลิวลงไปที่สวน กริชชัยชะโงกมองลงไปด้วยความเป็นห่วง...เสียดาย

แต่มีสิ่งที่ดึงความสนใจของเขาไปจนลืมภาพสเก็ตที่ปลิวลงไป คือ อรุณศรี หญิงสาวในชุดทำงานทะมัดทะแมง เซ็กซี่นิดๆกำลังวิ่งไล่เก็บภาพเหล่านั้นเอาจริงเอาจังด้วยความห่วง...หวงราวกับเป็นของมีค่าสำหรับเธอ...เขามองเธออย่างแปลกใจ

กริชชัยวิ่งจากชั้น 5 ลงมา ถึงชั้น 3 เขามองลงไปเห็นหญิงสาวถอดรองเท้าลุยลงไปในบ่อน้ำเพื่อเก็บภาพที่ตกลงไป เขาร้องเฮ้ย...อย่างทึ่ง ครั้นวิ่งลงไปถึงชั้น 2 มองลงไป เห็นเธอกำลังปีนต้นไม้เพื่อเก็บภาพที่ค้างอยู่บนกิ่งไม้ เขาอุทานเสียงดัง

“เฮ้ยยยยย” ทั้งทึ่งและประทับใจ ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว พอนึกได้ก็รีบลงไปที่ชั้น 1 ตรงไปที่สวนทันที

วิ่งลงมาถึงสวน  กวาดตามองไปรอบๆ  เห็นแต่ รปภ.กำลังวางกระดาษภาพสเก็ตที่เปียกน้ำผึ่งไว้ที่ม้านั่ง ส่วนแผ่นที่แห้งแล้วถูกจัดวางไว้รวมกันอย่างเรียบร้อย กริชชัยวิ่งไปถาม รปภ.ว่า

“ผู้หญิงคนที่เก็บภาพพวกนี้อยู่ไหน?”

ooooooo

เมื่อผ่านไปที่ห้องสอบสัมภาษณ์ กริชชัยเห็นอรุณศรีกำลังพูดถึงสมรรถนะของรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตที่จอดอยู่ โดยมีเบญลี่ เลขาของเขา และพนักงานอีกสองคนนั่งฟังและคอยให้คะแนน

อรุณศรีพูดอย่างฉะฉานคล่องแคล่วด้วยบุคลิกที่มั่นใจ สวยสง่า มีเสน่ห์ในขณะพูด ชายหนุ่มยืนดูอยู่นอกห้องด้วยความสนใจ ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมานิดหนึ่งก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือ มากดข้อความและส่งให้เบญลี่ทันที

หลังจากเบญลี่ได้รับข้อความจากโทรศัพท์แล้ว ถามอรุณศรีที่นั่งรอสัมภาษณ์อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงงงๆนิดๆว่า

“เมื่อครู่ มี รปภ.แจ้งว่า คุณวิ่งเก็บกระดาษอยู่ในสวน เราอยากรู้เหตุผลว่า คุณวิ่งเก็บกระดาษพวกนั้นทำไม”

กรรมการอีกสองคนหันมองเบญลี่งงๆ กับคำถามนั้น เบญลี่อ่านสายตานั้นออก ตอบด้วยสายตาทำนองว่าตนก็งงเหมือนกัน แต่อรุณศรีที่ถูกสัมภาษณ์ไม่งง เธอตอบฉะฉาน มั่นใจ ชัดถ้อยชัดคำว่า



“ฉันเสียดายค่ะ เพราะรูปพวกนั้นมันสวยมาก คนวาดคงจะตั้งใจวาดมันขึ้นมา ถึงฉันจะไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ฉันคิดว่าเขาคงไม่อยากให้มันเสียหาย”


กริชชัยที่แอบฟังอยู่ รับรู้โดยสัญชาตญาณว่า อรุณศรีตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาไร้มารยาปรุงแต่ง เขายิ่งตั้งใจฟัง

“ฉันก็แค่เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำในสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ และทำให้ดีที่สุดค่ะ”

อรุณศรีตอบยิ้มๆสบายๆ กริชชัยที่แอบดูแอบฟังอยู่พลอยยิ้มไปด้วย เบญลี่เหลือบเห็นเขาพอดีอุทานเรียก “ท่านค่ะ” อรุณศรีหันไปตามสายตาเบญลี่ แต่ไม่เห็นใคร ได้แต่นึกแปลกใจว่า “ท่านไหน?”

กริชชัยที่หลบมุมอยู่ค่อยๆ ยิ้มออกมาบางๆ...จนยิ้มเต็มหน้าอย่างถูกใจ...

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 10 เดือนก่อน...

ooooooo

จนวันนี้ ภาพอรุณศรีที่ยืนอยู่บนเวที พูดจาฉะฉาน มั่นใจด้วยท่าทีสง่างามและมีเสน่ห์ ก็ยิ่งทำให้กริชชัยมีความรู้สึกพอใจยิ่งขึ้น ชายหนุ่มยืนฟังเธอพูดต่อด้วยสีหน้าชื่นชม...

“และในวันนี้...ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างสำคัญของพวกเราชาว เอ็ม กรุ๊ป ก้าวที่เราภาคภูมิใจ และถือเป็นก้าวใหม่ที่จะพา เอ็ม กรุ๊ป ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

ระหว่างนั้น มีเจ้าหน้าที่จัดอีเวนต์เดินมาเชิญเขาเข้าประจำที่ กริชชัยพยักหน้ารับ กระชับสูทและเดินตามไปเป็นจังหวะที่อรุณศรีพูดบนเวทีด้วยน้ำเสียงแจ่มใสชัดถ้อยชัดคำว่า

“ขอเชิญทุกท่านพบกับประธานกรรมการบริหารคนใหม่ ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งอาณาจักร เอ็ม กรุ๊ป คุณกริชชัย พงษ์โภคิน”

อรุณศรีผายมือไปด้านหลังแล้วเดินเลี่ยงลงข้างเวที เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้น และเสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์ก็กระหึ่มขึ้นพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คันโตเกือบ 10 คันทยอยเคลื่อนขึ้นมาบนเวทีอย่างเท่ อลังการจนตรึงคนทั้งห้องมองกัน

ครู่เดียวรถมอเตอร์ไซค์ก็ค่อยๆ เคลื่อน คลี่ออกเผยให้เห็นกริชชัยยืนอย่างสุดเท่อยู่กลางเวที กล้องโทรทัศน์มากมาย แสงแฟลชวูบวาบ กระหน่ำถ่ายกันเต็มที่

เบญลี่ถือกล้องระดมถ่ายรูปกริชชัยทุกแง่ทุกมุมอย่างเมามัน อรุณศรีมองเบญลี่และบรรดาสาวๆที่มองกริชชัยตาแป๋วตาเป็นมันก็รับรู้ถึงความเด่นดังของเขา แม้แต่เบญลี่ก็ยังไม่ยอมหยุดแม้วินาทีเดียว เมื่อตนเดินไปสมทบและจะคุยด้วย เบญลี่พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า

“เดี๋ยวก่อนแอ๊ว นาทีนี้อย่าเพิ่งกวน พี่ขอเก็บรูปท่านประธานก่อน ส่วนเธอไว้ทีหลัง”

อรุณศรีหรือแอ๊วที่เบญลี่เรียกอย่างกันเอง ได้แต่มองแล้วส่ายหน้ากับความเห่อเจ้านายของเธอเห็นความเด่นดังของกริชชัยแล้ว อรุณศรีก็อดนึกถึงวันที่พบเขาครั้งแรกเมื่อ 10 เดือนก่อนไม่ได้

ooooooo

วันนั้น เธอเริ่มงานเป็นวันแรก อรุณศรีรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ เบญลี่พาเธอเดินคุยไปแนะนำตัวและสถานที่ไปว่า ตนชื่อเบญลี่เป็นเลขาท่านประธาน อรุณศรี บอกว่าตนชื่อ “แอ๊วค่ะ” จากนั้นเบญลี่ก็เรียกเธอว่าแอ๊วอย่างติดปาก แนะนำว่า

“โอเค...น้องแอ๊วเป็นพนักงานคนแรกที่เข้ามาทำในตำแหน่งประชาสัมพันธ์พิเศษ เรื่องรายละเอียดการทำงานพี่จะค่อยๆบอก วันนี้วันแรก คงไม่มีอะไรมาก ไป...พี่จะพาไปที่โต๊ะ”

ขณะเดินตามเบญลี่ไปนั้น กริชชัยในชุดสูทดูขรึมเท่ เดินออกมา เขามองตามอรุณศรีไปอย่างสนใจ จนอรุณศรีรู้สึกว่ามีคนมองตนอยู่ หันขวับไปเจอกริชชัยมองอยู่จริงๆ กริชชัยมองนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาแล้วเดินไปเสียงั้น อรุณศรีมองตามงงๆไม่เข้าใจสายตาสงบนิ่งคู่นั้น

จนมานั่งในห้องประชุมร่วมกับพนักงานอีก 3-4 คน ครู่หนึ่งเธอรู้สึกอีกแล้วว่ามีคนมองตนอยู่ พอหันขวับไปเจอกริชชัยมองอยู่จริงๆ แล้วเขาก็มองไปทางอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อรุณศรีเริ่มผิดสังเกต เพราะถูกมองสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน นึกสงสัยว่าชายหนุ่มมาดนิ่งดูดีคนนี้เป็นใคร?

ต่อมา ที่หน้าออฟฟิศขณะเธอจะเดินเข้าไปก็รู้สึกมีคนมองอยู่ หันไปที่ร้านกาแฟหรูข้างออฟฟิศเห็นกริชชัยมองอยู่จริงๆ แต่พอเธอมองไปเขาก็ก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อะไรกันเนี่ย...อรุณศรีเริ่มเอะใจกับการถูกแอบมองเป็นครั้งที่สาม

แล้วก็มีครั้งที่สี่อีกจนได้ ขณะที่เธอกำลังพรีเซนต์รถยนต์รุ่นใหม่อย่างตั้งใจ รู้สึกว่ามีคนมองตนอยู่ ครั้นมองขึ้นไปที่ชั้นบนก็เห็นกริชชัยยืนมองอยู่ แต่พอสบตากันเขาก็หันหน้าหนีแล้วเดินไปทางอื่น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกตามเคย

อรุณศรีเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับท่าทีแปลกๆ ของชายหนุ่ม

นั่นคือ เหตุการณ์หลายๆครั้งที่ทำให้อรุณศรีเริ่มสะกิดใจ กับชายหนุ่มคนนี้

ooooooo




จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะเธอนั่งเขียนสคริปต์ แต่เขียนแล้วไม่ถูกใจขยำปาใส่ถังขยะ แต่ปาไม่เข้าตกเกลื่อนอยู่ข้างถัง ครั้นจะก้มลงเก็บ ปรากฏว่ากริชชัยมาเก็บใส่ถัง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังยกถังเข้าไปวางใกล้ๆ เพื่อเธอจะปาลงถังได้แม่นๆ อรุณศรีเงยหน้ามอง

ฟึ่บ! หน้ากับหน้าใกล้กันจนเธอตกใจ แต่ที่แปลกคือแอบตื่นเต้นกับหน้าที่ใกล้จนเกือบสัมผัสกัน เธอรีบเลื่อนเก้าอี้ออกห่าง กริชชัยเห็นแล้วพยายามกลั้นยิ้ม อรุณศรีมองหน้าเหมือนจะรอฟังคำพูดจากเขา แต่แล้วก็แป่ว...เพราะเขาเพียงแค่มองหน้าอึดใจเดียวแล้วหันหลังเดินไป
อรุณศรีหมดความอดทน ลุกพรวดไปยืนขวางหน้า ถามห้วนๆว่า “คุณมีปัญหาอะไรกับฉันรึเปล่าคะ?”

“ทำไมผมต้องมีปัญหากับคุณ” น้ำเสียงเรียบจนเย็นชาของเขา ทำให้อรุณศรียิ่งไม่พอใจ ยืนยันว่าเห็นเขาแอบมองตนมานานแล้ว ถามไม่ยั้งปากว่า เขามีอะไรกับตนหรือเปล่า

กริชชัยหน้าร้อนวาบขึ้นมา ยืนอึ้ง พูดไม่ออก แต่ใจเต้น ตุ๊มต่อม...ตุ๊มต่อม...อรุณศรีได้ทีเอามือกอดอกรุกอย่างนักเลงว่า

“ถ้าคุณมีปัญหาอะไร คุยกันตรงๆ ก็ได้นะคะ

แอบมองฉันแบบนี้ ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือถ้าคุณคิดอะไรที่มัน...เอ่อ...อย่างนั้นน่ะ...ฉันขอบอกก่อนเลยนะว่าฉันมีแฟนแล้ว”

กริชชัยใจเต้นแรงพยายามคุมเสียงไม่ให้ตื่นเต้น รีบชี้แจงว่า “ขอบคุณที่บอก...และผมขอโทษถ้าทำให้คุณรู้สึกว่าโดนคุกคาม แต่ทุกอย่างที่ผมทำ....ผมทำตามหน้าที่”

“หน้าที่อะไรคะ” อรุณศรีเปลี่ยนจากกอดอกเป็นเท้าเอว ลอยหน้าพูดกวนๆว่า “อย่าบอกนะว่าคุณมีตำแหน่งเป็นกล้องวงจรปิดของบริษัท”
ทันใดนั้นเอง เบญจาเข้ามาเรียกอย่างรีบร้อน

“ท่านประธานคะ ท่านประธาน...ที่ประชุมพร้อมแล้วค่ะ เชิญท่านประธานที่ห้องประชุมได้เลยค่ะ”

อรุณศรีรู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้ามึน อึ้ง ตะลึงงัน มองหน้ากริชชัยอีกครั้งพึมพำเหมือนละเมอ “คุณ...”

“ใช่ ผมเอง กริชชัย พงษ์โภคิน ซีอีโอของที่นี่” อรุณศรีมือตกจากเอว ยืนอึ้ง มองเหวอ พูดไม่ออก “ส่วนคุณ อรุณศรี ไตรสถาพร เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์พิเศษ” กริชชัยพูดชัดถ้อยชัดคำ

“โห...เต็มยศเลย...” อรุณศรีพึมพำในลำคอ แล้วยืนหน้าซีดจ๋อยสนิท กริชชัยพูดต่อเรียบๆ แต่มีอำนาจว่า

“เดี๋ยวคุณเข้าประชุมด้วยในงานเลี้ยงเปิดตัวผม คุณมีงานสำคัญต้องทำ”

“เอ่อ...ค่ะ...” เสียงตอบรับเบาๆ ด้วยท่าทีอ่อนน้อม อิหลักอิเหลื่อ ทั้งเขิน ทั้งอาย ทั้งเสียหน้า

สั่งงานแล้วกริชชัยเดินนำไป เบญลี่รีบเดินตาม แต่หันมาลากอรุณศรีที่ยืนจ๋อยอยู่ตรงนั้นติดมือไปด้วย

จนวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปถึง 10 เดือนแล้ว แต่ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจของอรุณศรีก็ยังไม่หายไป

ooooooo

กริชชัยยืนอยู่บนโพเดียม แม้จะเห็นแค่ช่วงอกขึ้นไป เขาก็ยังดูดีมาก เมื่อเสียงดนตรีเบาลง  เขาเตรียมพูด ทุกคนในห้องพากันเงียบ

ไม่ทันที่กริชชัยจะพูดอะไร เสียงมือถือก็ดังขึ้น เสียงอยู่ใกล้ๆ เขาชะงักปรายตาไปทางต้นเสียง เป็นตำแหน่งที่  “ธีธัช” ยืนเป็นบอดี้การ์ดห้อมล้อมเขาอยู่ ธีธัชรู้ตัวยิ้มแห้งๆ รู้สึกผิดหน่อยๆ รีบกดปิด แล้วหันไปเหล่ยิ้มหลีพวกสาวๆ ที่อยู่หน้าเวทีต่อ กริชชัยพยายามสงบใจ เริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานว่า

“ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้....”

อรุณศรียืนอยู่กับเบญลี่ เธอเอนตัวมาถามเบญลี่ทั้งที่ตายังมองธีธัชอยู่ว่า โมเดลคนนี้มาจากไหน ไม่มีมารยาทเลย เอามือถือขึ้นเวทีแล้วยังเปิดไว้อีก

“คนนี้ไม่ใช่นายแบบจ้ะ แต่เป็นเพื่อนสนิทของคุณกริช” เบญลี่กระซิบบอก พออรุณศรีพึมพำว่าเพื่อนสนิท เบญลี่ก็ลากเสียงยาวว่า “มากกกกกกก ชื่อคุณธีธัช พี่เห็นหล่อดีเลยเชิญมาเป็นนายแบบกิตติมศักดิ์”

อรุณศรีมองธีธัชไม่วางตา เห็นเขายิ้มหวานหว่านเสน่ห์ให้สาวๆ หน้าเวที และที่สำคัญ ตรงหน้าเวทีมีเกย์ล่ำรสนิยมดียืนจ้องจิกธีธัชตาเป็นประกายอยู่ อรุณศรีพยักหน้าพึมพำคิดว่ากริชชัยกับธีธัชมีอะไรกันอยู่ว่า

“เห็นเนี้ยบๆ เฮี้ยบๆ ที่แท้ประธานก็แนวนี้นี่เอง...” อรุณศรียิ้มเมื่อคิดว่าตัวเองรู้จักตัวตนของกริชชัยแล้ว

ooooooo

กริชชัยยังคงยืนพูดอยู่กลางเวทีด้วยความมั่นใจ มีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยมต่อไปว่า

“แนวทางการทำงานของเราคือ มุ่งมั่นทำงานอย่างมืออาชีพ แต่อยู่ร่วมกันแบบครอบครัว ลูกค้าทุกคนคือเพื่อน คือญาติ พี่น้องผู้มีความรักในรถและเครื่องยนต์เหมือนพวกเรา เอ็ม กรุ๊ป คือภาพสะท้อนในทุกๆด้าน ของคนในสังคมปัจจุบัน”

ระหว่างนั้น ธีธัชที่ยังอยู่บนเวที ก็ส่งสายตาให้สาวเอ็กซ์หมวยไม่สวยนักที่มองตนอยู่ ทั้งสองส่งสายตาให้กัน แต่กริชชัยก็ยังคงพูดต่ออย่างมีสมาธิว่า

“พวกเราทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีวิต และมีรถในฝันสักคันเพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ...”

แม้จะหลีสาวอยู่แต่ธีธัชก็ฟังที่กริชชัยพูด พอกริชชัยพูดทิ้งท้าย ธีธัชก็ปรบมือนำทำตัวเป็นหน้าม้าเต็มที่ ทุกคนปรบมือตาม เสียงกรี๊ด เสียงเป่าปาก หัวเราะกันด้วยความสะใจ ถูกใจกับคำพูดของกริชชัย


และสุดท้ายละคร “สามหนุ่มเนื้อทอง” ... บทประพันธ์โดย “อาริตา” บทโทรทัศน์โดย  “พรดี” กำกับการแสดงโดย “กฤษณ์ ศุกระมงคล” ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์วาย จำกัด นำแสดงโดย   ปริญ สุภารัตน์  –  ปกรณ์  ฉัตรบริรักษ์ –   ภูภูมิ  พงศ์ภานุ – คิมเบอรี่ แอนด์ เทียมศิริ – มารี แบรินเนอร์ – จริญพร จุนเกียรติ ฯลฯ
เรื่องย่อละครสามหนุ่มเนื้อทอง
เรื่องวุ่นๆ ของสามหนุ่ม ที่เป็นเพื่อนรักกัน คนแรกคือ กริชชัย หนุ่มหล่อแสนสุภาพ ที่หลงรักอรุณศรี หญิงสาวที่มีคนรักแล้ว แต่ความรักของเขาก็ยังมั่นคง จนสุดท้ายเธอก็หันมารักเขาจนได้ คนที่สอง คือ ธีธัช หนุ่มเจ้าชู้ที่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ความน่ารักของลำเภา สัตวแพทย์สาวที่อ่อนกว่าเขาเป็นสิบปี คนสุดท้ายคือวัชระ ตำรวจหนุ่มที่เกือบถูกล่าเข้าประตูวิวาห์กับแฟนสาวที่คบกันมานานแต่สุดท้ายเขาก็กลับมาพบรักกับฝ้าย สาวห้าวที่ทำให้เขาได้พบรักแท้ ความรักของทั้งสามคู่เป็นรักอลวนของคนรุ่นใหม่ที่สนุกสนานและลุ้นไปตั้งแต่ต้นจนจบ

เรื่องย่อ ละคร เกมร้าย เกมรัก ช่อง3 ณเดชน์ -อุรัสยา

ส่วนละคร “เกมร้าย เกมรัก” ... บทประพันธ์โดย “บุษบาพาฝัน” บทโทรทัศน์โดย “ณ สราญ”  กำกับการแสดงโดย “อำไพพร จิตต์ไม่งง” ควบคุมการผลิตโดย “หทัยรัตน์ อมตวณิชย์” ผลิตโดย บริษัท ละครไท จำกัด นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ – อุรัสยา เสปอร์บันต์ – ณัฐวรา วงศ์วาสนา – ธนวรรธน์    วรรธนะภูติ – สาวิตรี สุทธิชานนท์ (โบว์ AF 5) – เมธัส  ตรีรัตนวารีสิน (แจ็ค AF) – เฉลิมพล ทิฆัมพรวงศ์ (แจ็ค แฟนฉัน)  ฯลฯ                      

       

เรื่องย่อ ละคร รอยมาร ช่อง3 ปกรณ์-ราศรี


เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  




***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ




ตอนที่ 1
เช้านี้ ที่หน้าบ้านไทยประยุกต์ บรรยากาศครึกครื้นรื่นเริงด้วยขบวนขันหมากที่มีดนตรีบรรเลงมีผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กลอยหน้ารำกันเฉิบๆ อยู่หน้าขบวน
เป็นขบวนขันหมากของอุปมาหรือมาร์ค หนุ่มลูกครึ่งพ่อไทยคือบารมี และแม่อเมริกันอาหรับคือซาร่า เพื่อไปสู่ขอเมธาวีหรือเม ลูกสาวของประมุขกับวิจิตรา ที่บ้านของคุณหญิงรุจา อัคราช ผู้เป็นย่า
บรรยากาศครึกครื้นกลายเป็นตึงเครียดทันที เมื่ออุปมาในชุดเจ้าบ่าวควงแขนซาร่าเดินลงบันไดมา ถูกวิมาดาที่เป็นคนรักเก่า นั่งรถคันหรูเข้ามาทวงถามความรักที่เคยมีต่อกันด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“มาร์ค ทำกับวิแบบนี้ได้ยังไง มาร์คไม่รักวิแล้วเหรอคะ” วิมาดาโผเข้ากอดอุปมาร้องไห้โฮๆ
ooooooo
ส่วนที่บ้านคุณหญิงรุจา บังอรคนสนิทของคุณหญิง ไปเคาะประตูเรียก บีหรือสไบนาง หลานสาวคนเล็กของตระกูลอัคราช ลูกสาวของประจักษ์กับศรีอำไพซึ่งเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ สไบนางจึงอยู่ในความดูแลของคุณย่าตลอดมา
บังอรเคาะประตูปลุกสไบนาง เร่งให้รีบแต่งตัวเพราะขบวนขันหมากจะมาถึงแล้ว สไบนางลุกพรวดร้องบอกว่า
“ตื่นแล้วค่ะคุณบังอร บีอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอกระโดดแผล็วจากเตียงวิ่งตึงตังไปเข้าห้องน้ำ
ส่วนที่ห้องเมธาวี ยังปิดประตูเงียบ จนช่างแต่งหน้าแต่งผมต้องไปตามวิจิตรามาเพราะเกรงจะแต่งหน้าแต่งผมไม่ทัน วิจิตราเอากุญแจไขห้องเข้าไปอย่างเร็วแล้วก็ต้องแจ้นไปบอกประมุขกับคุณหญิงว่าไม่รู้ว่าเมธาวีหายไปไหนแล้ว
“รึว่ายัยเมจะรู้ความจริงว่าต้องแต่งงานเพราะอะไร” คุณหญิงมองหน้าประมุขอย่างหนักใจ
“งานล้มไม่ได้เด็ดขาดนะคะคุณแม่ เสียหน้าตายเลย แขกผู้ใหญ่ทั้งนั้น นี่นักข่าวก็มารอทำข่าวอยู่หน้าบ้านเต็มไปหมดแล้ว เราจะทำยังไงกันดีคะ” วิจิตราโพล่งขึ้น
“ไม่มีเจ้าสาวแล้วจะให้พ่ออุปมาแต่งงานกับใครล่ะจิตรา” คุณหญิงเสียงขุ่น
“ถ้าเราเปลี่ยนตัวเจ้าสาวตอนนี้ก็ยังทันนะครับคุณแม่” ประมุขเสนอหน้าขรึม วิจิตรากับคุณหญิงหันมองเขาขวับ
ระหว่างที่บ้านไทยประยุกต์กำลังวุ่นๆ นั่นเอง บารมีก็ได้รับโทรศัพท์จากประมุข บอกให้หยุดขบวนขันหมากไว้ก่อนแล้วให้รีบมาที่บ้านตนเดี๋ยวนี้เลย
“มีเรื่องอะไร” บารมีถาม เหลือบมองไปทางอุปมาที่กำลังโต้เถียงกับวิมาดาอยู่อย่างหนักใจ
ooooooo
ที่บ้านอัคราช เวลาผ่านไป แขกผู้มีเกียรติทั้งหลายเริ่มทะยอยกันมาแล้ว ทั้งคุณหญิงที่บินตรงจากอังกฤษเพื่อมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ และหม่อมเกศ หญิงฉัตร วิจิตราต้อนรับแขกอย่างยิ้มแย้มยินดี แต่พอแขกถามว่ารดน้ำไปแล้วหรือยัง วิจิตราก็ยิ้มแหยๆบอกว่า
“ยังเลยค่ะ ฤกษ์คลาดเคลื่อนนิดหน่อยน่ะค่ะ น่าจะอีกสักครึ่งชั่วโมงนะคะ”
ขณะที่วิจิตราต้อนรับแขกรับหน้าสถานการณ์อยู่นั้น ที่ห้องทำงานของคุณหญิงรุจา ทั้งคุณหญิง ประมุข และบารมีกำลังคุยกันอย่างตึงเครียด
บารมีไม่เห็นด้วยที่จะเอาบีมาเกี่ยวข้องด้วย เธอไม่ควรเสียหายเพราะเรื่องนี้ แต่ประมุขยืนกรานว่าบีนั้นคืออัคราชคนหนึ่งก็ต้องร่วมชดใช้ด้วย ถูกบารมีตำหนิว่าพูดเห็นแก่ได้ ประมุขตัดบทเอาดื้อๆว่า
“ถ้าแกไม่ยอมรับบีเป็นเจ้าสาว หนี้สินทั้งหมดก็ถือว่าหายกัน”
คุณหญิงรุจาแทรกขึ้นอย่างหนักใจว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน ให้ช่วยกันคิดหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ก่อนจะดีกว่า
“ผมก็หาทางออกให้อยู่นี่ไงครับคุณแม่” ประมุขโต้แล้วหันไปทางบารมี “ลูกชายแกก็ไม่ได้รักอะไรยัยเมอยู่แล้ว ยอมแต่งเพื่อความสาแก่ใจของแกเท่านั้น จะเปลี่ยนเจ้าสาวเป็นอัคราชคนไหนก็มีค่าเท่ากัน”
บารมีสบตาคุณหญิงรุจา ถูกประมุขเร่งรัดว่า “จะเอายังไงก็รีบตัดสินใจ แขกเหรื่อมากันเต็มบ้านแล้ว ผมไม่อยากขายขี้หน้าเอาตอนแก่” คุณหญิงติงว่า ไม่ว่างานล่มหรือเปลี่ยนตัวเจ้าสาวมันก็ขายขี้หน้าไม่ต่างกัน ประมุขเถียงทันทีว่า “ต่างสิครับคุณแม่ ถ้างานแต่งล่มเพราะแกไม่รับยัยบีเป็นเจ้าสาวมันก็เท่ากับว่าแกปฏิเสธการใช้หนี้ ยอมยกหนี้สินทั้งหมดให้ฉันเอง”
บารมีจ้องหน้าประมุขอย่างชิงชัง บอกแทนคำตอบว่า
“ขบวนขันหมากจะมาถึงหน้าบ้านแกภายใน 15 นาที”
ooooooo
คุณหญิงรุจากับประมุขไปคุยกับสไบนางที่ห้องนอน เธอกอดคุณย่าร้องไห้ไม่ยอมแต่งงานกับอุปมา บอกคุณย่าอย่างมีอารมณ์ว่า “บีเกลียดไอ้มาร์ค เกลียดมันค่ะคุณย่า”
คุณหญิงกอดหลานสาวไว้ด้วยความสงสาร สไบนางมองหน้าประมุขผู้เป็นลุง ตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า
“บียังมีความฝันอีกเยอะแยะ มันไม่ใช่เวลาแต่งงานของบี นี่คุณลุงรักหน้าตัวเองมากขนาดยอมแลกกับอนาคตของบีเลยเหรอคะ”
“นี่ไม่ใช่แค่การแต่งงานธรรมดานะบี แต่มันคือการล้างหนี้ให้กับตระกูลของเรา” ประมุขหว่านล้อมเมื่อสไบนาง หันมองหน้าย่า ประมุขตอกย้ำว่า “ถ้าบีไม่ยอมแต่งงานแทนพี่เม เราจะล้มละลาย บ้านก็จะไม่มีให้ซุกหัวนอน คุณย่าก็จะต้องลำบากไปด้วยนะลูก”
สไบนางมองหน้าย่า คุณหญิงพานจะน้ำตาไหลเลยเบือนหน้าไปทางอื่นกลบเกลื่อนเสีย
“ทำเพื่อคุณย่ากับลุงสักครั้งได้ไหมบี ถือว่าขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไขกันทีหลัง”
สไบนางโผเข้ากอดย่าร้องไห้โฮออกมาอย่างกดดัน คุณหญิงได้แต่ลูบหลังหลานสาวด้วยความสงสาร ประมุขเองก็สงสารหลานแต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่าความสงสาร...
ooooooo
ในที่สุด พิธีแต่งงานก็เริ่มขึ้น มีพิธีรดน้ำสังข์ที่โถงบ้าน เจ้าบ่าวอุปมานั่งหน้านิ่งขรึมสวมมงคลพร้อมรอรดน้ำสังข์อยู่ข้างๆเจ้าสาวสไบนางที่ตาแดงก่ำ กะพริบตาถี่ๆกลืนน้ำตาไม่หยุด
คุณหญิงรุจาเข้ามารดน้ำสังข์ให้เจ้าบ่าวต่อด้วยรดเจ้าสาว พูดพอได้ยินกันแค่สามคนว่า
“ขอบใจทั้งสองคนมากที่ช่วยรักษาหน้าผู้ใหญ่ ผ่านงานวันนี้ไปก่อน แล้วเราค่อยหาทางแก้ไขกัน” แล้วพูดกับสไบนางอย่างสะเทือนใจจนน้ำตาคลอ “ย่าขอโทษนะบี”
คุณหญิงรีบเดินออกไปก่อนที่น้ำตาจะไหลท่วม บารมีเดินเข้ามารดน้ำสังข์ สั่งลูกชายเสียงเข้ม
“แกห้ามล่วงเกินน้องเด็ดขาดเข้าใจไหมมาร์ค นี่คือคำสั่ง...รับปากพ่อ” เมื่ออุปมารับปาก บารมีเดินไปรดน้ำสังข์ ให้สไบนางต่อ พูดอ่อนโยนอย่างเห็นใจ “คิดเสียว่านี่คือการเล่นละครฉากนึงก็แล้วกันนะหนูบี”
สไบนางช้อนตาขึ้นมอง บารมีพูดจริงจังว่า “ลุงจะดูแลชีวิตหนูและหาทางชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหนูในวันนี้ให้ดีที่สุด ลุงสัญญา”
“ชีวิตบีจบแล้วล่ะค่ะลุงมี” สไบนางทนไม่ได้ร้องไห้ออกมา ถูกมาร์คแขวะว่าจะร้องทำไมนักหนา ดีใจมากหรือ สไบนางจิกมองด่าเบาๆ “ไอ้บ้ามาร์ค ฉันเกลียดแก”
“ฉันรักเธอตายล่ะ” อุปมาพึมพำใส่แล้วทำหน้านิ่ง
“ชีวิตฉันพังพินาศหมดแล้ว” สไบนางร้องไห้โฮออกมาคาตั่งรดน้ำสังข์นั่นเอง...
ooooooo
ย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อน...
ที่บ้านสวน สไบนางในวัย 17 ปี เด็กสาวผู้แก่นแก้ว ดื้อรั้น มั่นใจตัวเอง และเอาแต่ใจนุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อยืด ไปกระโดดน้ำเล่นที่สะพานสูง โดยมีระเบียบเด็กหญิงรุ่นน้องเป็นลูกไล่
ทั้งสองไปกระโดดน้ำจากสะพานสูง จนยายจันทร์คนเฝ้าบ้านสวนตกใจเฝ้ามองอย่างใจหายใจคว่ำจนสไบนางโผล่ขึ้นมาจึงโล่งอก
เมื่อกลับถึงบ้าน บังอรบอกให้รีบไปอาบน้ำสระผมเดี๋ยว จะเป็นหวัด สไบนางเถียงว่าตนหัวแข็งอยู่แล้วไม่เป็นไรหรอก ครั้นวิจิตรามาเห็นถามว่าไปทำอะไรมา ก็ตอบหน้าตายว่าโดดน้ำคลองเล่นมา
วิจิตราบ่นว่าไม่รู้จักโตเสียที แทนที่จะเอาเวลาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย สอนให้เอาอย่างพี่เมเขาที่เรียนเก่งได้เกียรตินิยมอันดับ 1
สไบนางพูดต่อให้อย่างรู้ทางว่า “สอบทุนรัฐบาลได้ไปเรียนเมืองนอกได้ทำงานมีหน้ามีตาในกระทรวงต่างประเทศ” เลยถูกวิจิตราเอ็ดว่าตนเตือนเพราะความหวังดี พอดีคุณหญิงรุจาเดินมาได้ยินถามว่า มีอะไรกันอีก แต่พอเห็นสภาพเปียกม่อลอก ม่อแลกของสไบนางก็บ่นว่าไปเล่นน้ำคลองมาอีกแล้วสินะ
สไบนางยิ้มแหยๆ ครั้นคุณย่าไล่ให้ไปอาบน้ำก็ทำพูดทะเล้นว่า “ขอบคุณค่ะคุณย่า มาช่วยชีวิตหนูทันพอดี” แล้วโผเข้ากอดทั้งที่ตัวเองเปียก จนคุณหญิงโวยวายไล่ให้รีบไปอาบน้ำเสีย
เมื่อสไบนางวิ่งขึ้นห้องไปแล้ว วิจิตรายังบ่นว่าไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย คุณหญิงเหล่มองสะใภ้อย่างไม่พอใจนัก สั่งบังอรให้ช่วยเก็บเสื้อผ้าของสไบนางให้เรียบร้อยด้วยพรุ่งนี้จะกลับแล้ว
“เอ่อ...คุณแม่ค่ะ ที่ท้ายคลองใครย้ายมาอยู่เหรอคะ เห็นสร้างบ้านซะใหญ่โต” วิจิตราถาม
“แม่ก็ไม่แน่ใจนะ กว้านซื้อที่ไปทั่ว เห็นยายจันทร์บอกว่าเป็นเศรษฐีย้ายกลับมาจากเมืองนอก”
ooooooo

บ้านใหญ่โตหลังที่ว่านั้น คือบ้านไทยประยุกต์ที่บารมีสร้างให้อุปมาผู้เป็นลูกชายนั่นเอง หัสดินที่เป็นสถาปนิกเพื่อนสนิทของอุปมาซึ่งดูแลงานนี้อยู่ บอกบารมีว่า ได้ติดต่อขอซื้อที่ดินทำถนนไว้แล้วเขาเรียก 7 ล้าน 5
บารมีเห็นว่า 7 ล้าน 5 แพงไปสำหรับความจริง แต่ถูกมากถ้าจะทำให้ความฝันเป็นจริง หันมองไปรอบๆถอนใจ พลางรำพึง
“สามสิบกว่าปี ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก แต่ลุงก็ดีใจนะที่ได้กลับมาเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้อีกครั้ง ไม่ใช่สิ ของเจ้ามาร์คมันตะหาก บ้านลุงหลังเล็กโน่น”
บารมีชี้แจงว่าตนไปๆมาๆจะอยู่บ้านหลังใหญ่ทำไม สร้างบ้านหลังนี้ไว้เป็นเรือนหอของมาร์คต่างหาก หัสดินตกใจพึมพำงงๆ “เรือนหอเหรอครับ...”
ooooooo
ตกค่ำสไบนางในชุดอยู่กับบ้าน รำไทยโชว์คุณหญิง ประมุข บังอร และยายจันทร์ดูที่ลานบ้าน ยายจันทร์คนเก่าแก่ชมว่ารำได้สวยงามไม่แพ้คุณแม่เธอเลย บังอรยิ้มปลื้มบอกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นก็แบบนี้แหละ
รำโชว์เสร็จประมุขให้รางวัลหลานสามพันบาท ทำเอาสไบนางดีใจจนเต้นเป็นลิงเป็นค่างรับเงินแล้วยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มประมุขซ้ายขวา จนคุณหญิงพูดขำๆว่า
“ตายๆนางรำฉันกลายเป็นหนุมานไปเสียแล้ว”
ส่วนวิจิตรานั่งหน้าบึ้งตำหนิประมุขว่าให้มากไปรำกะโหลกกะลาแก้บนแค่นี้ให้ร้อยสองร้อยก็พอแล้ว เลยทำให้บรรยากาศกร่อยไปทันที ยายจันทร์บ่นเบาๆ
“วงแตกแล้วคุณบังอร...นังเบียบไปนอน”
สไบนางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำตำหนิของวิจิตรา ซ้ำยังย้อนถามว่าแล้วเมธาวีรำได้สวยเท่าตนรึเปล่าล่ะ ทำให้วิจิตราโกรธ พาลหาว่าสไบนางทำแต่เรื่องไร้สาระ อยากรู้นักว่าเอาเวลาตอนไหนไปอ่านหนังสือสอบ จนคุณหญิงตัดบทไล่ให้สไบนางไปอ่านหนังสือในห้องเสีย
วิจิตราบ่นไม่พอใจหาว่าทุกคนถือหางสไบนางจนแตะต้องไม่ได้น่าหมั่นไส้นัก แต่ประมุขกลับเห็นว่าเด็กรุ่นใหม่อย่างสไบนางสนใจอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างนี้น่าชื่นชมมากกว่า
“เข้าข้างกันเสียจริ๊ง คุณก็เลิกรักหลานสาวให้มันออก นอกหน้าได้แล้วนะ ยัยเมน้อยใจจะตายอยู่แล้ว รู้ตัวมั่งไหมว่าลูกสาวในไส้ตัดพ้อว่าพ่อรักบีมากกว่าตัวเองให้ฉันฟังแทบทุกคืน ฉันสงสารลูกจนพูดไม่ออกเพราะคุณทำตัวน่าเกลียดยังงั้นจริงๆ”
ว่าแล้วค้อนกระแทกใส่อีกทีก่อนเดินไป ประมุขสบตาคุณหญิงอย่างอ่อนใจ คุณหญิงถอนใจแล้วเบือนหน้าไปอีกทางอย่างไม่อยากออกความเห็น
ooooooo
เมธาวีในวัย 24 ปี ลูกหัวแก้วหัวแหวนของวิจิตรา เป็นญาติผู้พี่ของสไบนาง เธอดีพร้อมทุกกระเบียดนิ้ว วางมาดระเหิดระหงตลอดเวลา มีเพื่อนชายคนสนิทคืออาทิตย์ ผู้กองหนุ่มนักเรียนนอก
คืนนี้ ทั้งเมธาวีและอาทิตย์กับเพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวชะอำเดินคุยกันที่หน้าตลาดโต้รุ่งเพื่อหาอะไรทานกัน แต่เมธาวีไม่ยอมเข้าตลาด เธอหยุดมองอย่างรังเกียจ บอกอาทิตย์ว่าอยากนั่งร้านห้องแอร์ บรรยากาศดีๆสบายๆไม่ต้องมาเบียดเสียดผู้คนอย่างนี้
อาทิตย์เห็นว่ามาทะเลทั้งทีเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีเพราะร้านแบบนั้นก็ทานกันที่กรุงเทพฯเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เมธาวีไม่ยอมจะปลีกตัวไป ชายหนุ่มจึงตามไปโดยโทร.บอกเพื่อนๆว่าเมธาวีไม่สบายต้องพากลับ นัดเจอกันที่โรงแรมก็แล้วกัน
เมธาวีพอใจที่อาทิตย์ต้องตามใจตน เห็นตนสำคัญกว่าเพื่อนๆกลุ่มนั้น
ooooooo
สไบนางก็มีเพื่อนสนิทที่เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็กคือชันษา ชันษาเรียนจบมีอาชีพเป็นทนายความเล็กๆ แต่ก็ยังเล่นกับสไบนางเหมือนตอนเด็กๆ มีความรู้สึกดีๆกับสไบนาง แต่สไบนางแก่นกะโหลกจนไม่สนใจอะไร
วันนี้ชันษามาหาแต่เช้า บังอรขึ้นไปตาม สไบนางวิ่งพรวดๆลงมา ชนวิจิตราที่เดินเลี้ยวจากห้องรับแขกพอดี เลยโดนตำหนิตามเคยทั้งยังทวงคำขอโทษด้วย สไบนางยกมือไหว้ขอโทษอย่างขอไปที ยังโดนด่าว่าเดินประสาอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ

เรืองย่อ ละคร รอยมาร 
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน1   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน2   
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน3  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน4  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน5  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน6  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน7  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน8  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน9  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน10  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน11  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน12  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน13  
เรื่องย่อละคร รอยมาร   ตอน14  







***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ






ละคร “รอยมาร”... บทประพันธ์โดย “พัดชา” บทโทรทัศน์โดย “เอกลิขิต” กำกับการแสดง “ผิน เกรียงไกรสกุล” ควบคุมการผลิตโดย “ณัฎฐนันท์ ฉวีวงษ์”   ผลิตโดย “บริษัท ทีวีซีน จำกัด นำแสดงโดย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ – ราศรี บาเลนซิเอก้า – เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ – มิรา โกมลวณิช – ชานนท์ ทิพกนก – เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์ – พิศมัย วิไลสักดิ์ – อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ – กรุณพล เทียนสุวรรณ ฯลฯ