Wednesday, August 17, 2011

เรื่องย่อ ละคร สามหนุ่มเนื้อทอง ช่อง3

เรื่องย่อ ละคร สามหนุ่มเนื้อทอง ตอน1 ช่อง3
เรื่องย่อ ละคร สามหนุ่มเนื้อทอง ตอน2 ช่อง3


ณ โรงแรมหรู...

ในห้องจัดงานเท่หรูของ “M Group” ผู้นำเข้ายานยนต์แห่งความฝันของผู้ที่รักความเร็วและลุ่มหลงในความงาม เท่ เก๋ ของนวัตกรรมยานยนต์
บนเวทีมีสัญลักษณ์ของ เอ็ม กรุ๊ป ติดอยู่ มีแดนเซอร์สาวเกือบ 10 คน ในชุดนักบิดเก๋ไก๋ เต้นออกมาตามจังหวะดนตรีเทค– โนบีทสนุกสนานทันสมัยที่กระหึ่มห้องอย่างเก๋ แฝงเซ็กซี่เล็กๆ

คอกเทลขนาดกลาง ที่มุมหนึ่ง ทั่วบริเวณงาน มีหนุ่มสาวล้วนหน้าตาดีลีลาเก๋แต่งตัวเท่ เดินไปมากันขวักไขว่ ที่ดูดีในรุ่นใหญ่วัย 50 มาดดี แต่งตัวโก้เก๋มีฐานะ ทุกคนจัดกันมาเต็ม ยืนกันเป็นกลุ่มๆคุยกันอย่างร่าเริงแจ่มใส

ทันใดนั้น ไฟกลางเวทีสว่างพรึบขึ้น อรุณศรี ยืนอยู่กลางเวทีในชุดราตรีสวยสง่า ความเด่นของเธอ เรียกความสนใจจากผู้ร่วมงานมองกันเป็นตาเดียว ทั้งห้องเงียบกริบโดยเฉพาะหนุ่มๆ มองเธอเหมือนถูกตรึง

บนเวทีเหลือแต่อรุณศรีเด่นเป็นสง่าคนเดียว เมื่อแดนเซอร์พากันวิ่งไปหลังเวทีหมด เธอพูดผ่านไมค์ไร้สายที่ติดอยู่กับตัวด้วยน้ำเสียงใส กังวาน มีเสน่ห์น่าฟังว่า

“ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่อาณาจักร “เอ็ม กรุ๊ป”

ผู้นำยานยนต์ ที่ตอบสนองความฝันของผู้ที่รักความเร็ว และลุ่มหลงในความงามของนวัตกรรมยานยนต์”

ในความนิ่งงันของแขกในงานนั้น มีเพียงหนุ่มเดียวที่มีการเคลื่อนไหว เขาใส่สูทเรียบเก๋ เท้าเดินช้าๆ แต่สายตาจับจ้องอยู่บนเวที แววตานิ่งขรึมแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจมีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

เขาคือ “กริชชัย” หนุ่มหล่อ มาดขรึม แต่แฝงไว้

ด้วยความละเอียดอ่อน โรแมนติก และเป็นสุภาพบุรุษ

อรุณศรียังคงตรึงความสนใจของแขกในงานอยู่บนเวทีด้วยน้ำเสียงมีเสน่ห์ชวนฟังว่า

“เอ็ม กรุ๊ป ถือกำเนิด เติบโต และยืนหยัดอยู่ในวงการมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ...”

กริชชัยยังคงมองอรุณศรีที่ทำงานอยู่บนเวทีอย่างตั้งอกตั้งใจด้วยความชื่นชม...อดไม่ได้ที่จะคิดถึง...เมื่อ 10 เดือนก่อนหน้านี้...

ooooooo

วันนั้น กริชชัยอยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดเก๋ๆ กางเกงยีนส์สุดเท่ เขาถือสมุดสเก็ตภาพหลวมๆสบายๆเดิน อยู่ที่ระเบียงชั้น 5 ที่เปิดโล่ง แต่ขณะเขาเลี้ยวมุมตึกนั่นเอง ชนกับคุณป้าคนหนึ่งที่ใส่แว่นหนาเตอะ จนสมุดหลุดมือ ตกที่พื้น

ทันใดนั้นลมพัดวูบเข้ามาทำให้สมุดเปิดออก ภาพสเก็ตรูปรถยนต์มากมายที่ซ้อนอยู่ในสมุดปลิวกระจายว่อน

กริชชัยรีบวิ่งเก็บรูป คุณป้าคนนั้นก็ช่วยเก็บด้วย แต่ก็มีภาพสเก็ตรูปรถนานาชนิดจำนวนไม่น้อยที่ปลิวลงไปที่สวน กริชชัยชะโงกมองลงไปด้วยความเป็นห่วง...เสียดาย

แต่มีสิ่งที่ดึงความสนใจของเขาไปจนลืมภาพสเก็ตที่ปลิวลงไป คือ อรุณศรี หญิงสาวในชุดทำงานทะมัดทะแมง เซ็กซี่นิดๆกำลังวิ่งไล่เก็บภาพเหล่านั้นเอาจริงเอาจังด้วยความห่วง...หวงราวกับเป็นของมีค่าสำหรับเธอ...เขามองเธออย่างแปลกใจ

กริชชัยวิ่งจากชั้น 5 ลงมา ถึงชั้น 3 เขามองลงไปเห็นหญิงสาวถอดรองเท้าลุยลงไปในบ่อน้ำเพื่อเก็บภาพที่ตกลงไป เขาร้องเฮ้ย...อย่างทึ่ง ครั้นวิ่งลงไปถึงชั้น 2 มองลงไป เห็นเธอกำลังปีนต้นไม้เพื่อเก็บภาพที่ค้างอยู่บนกิ่งไม้ เขาอุทานเสียงดัง

“เฮ้ยยยยย” ทั้งทึ่งและประทับใจ ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว พอนึกได้ก็รีบลงไปที่ชั้น 1 ตรงไปที่สวนทันที

วิ่งลงมาถึงสวน  กวาดตามองไปรอบๆ  เห็นแต่ รปภ.กำลังวางกระดาษภาพสเก็ตที่เปียกน้ำผึ่งไว้ที่ม้านั่ง ส่วนแผ่นที่แห้งแล้วถูกจัดวางไว้รวมกันอย่างเรียบร้อย กริชชัยวิ่งไปถาม รปภ.ว่า

“ผู้หญิงคนที่เก็บภาพพวกนี้อยู่ไหน?”

ooooooo

เมื่อผ่านไปที่ห้องสอบสัมภาษณ์ กริชชัยเห็นอรุณศรีกำลังพูดถึงสมรรถนะของรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตที่จอดอยู่ โดยมีเบญลี่ เลขาของเขา และพนักงานอีกสองคนนั่งฟังและคอยให้คะแนน

อรุณศรีพูดอย่างฉะฉานคล่องแคล่วด้วยบุคลิกที่มั่นใจ สวยสง่า มีเสน่ห์ในขณะพูด ชายหนุ่มยืนดูอยู่นอกห้องด้วยความสนใจ ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมานิดหนึ่งก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือ มากดข้อความและส่งให้เบญลี่ทันที

หลังจากเบญลี่ได้รับข้อความจากโทรศัพท์แล้ว ถามอรุณศรีที่นั่งรอสัมภาษณ์อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงงงๆนิดๆว่า

“เมื่อครู่ มี รปภ.แจ้งว่า คุณวิ่งเก็บกระดาษอยู่ในสวน เราอยากรู้เหตุผลว่า คุณวิ่งเก็บกระดาษพวกนั้นทำไม”

กรรมการอีกสองคนหันมองเบญลี่งงๆ กับคำถามนั้น เบญลี่อ่านสายตานั้นออก ตอบด้วยสายตาทำนองว่าตนก็งงเหมือนกัน แต่อรุณศรีที่ถูกสัมภาษณ์ไม่งง เธอตอบฉะฉาน มั่นใจ ชัดถ้อยชัดคำว่า



“ฉันเสียดายค่ะ เพราะรูปพวกนั้นมันสวยมาก คนวาดคงจะตั้งใจวาดมันขึ้นมา ถึงฉันจะไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ฉันคิดว่าเขาคงไม่อยากให้มันเสียหาย”


กริชชัยที่แอบฟังอยู่ รับรู้โดยสัญชาตญาณว่า อรุณศรีตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาไร้มารยาปรุงแต่ง เขายิ่งตั้งใจฟัง

“ฉันก็แค่เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำในสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ และทำให้ดีที่สุดค่ะ”

อรุณศรีตอบยิ้มๆสบายๆ กริชชัยที่แอบดูแอบฟังอยู่พลอยยิ้มไปด้วย เบญลี่เหลือบเห็นเขาพอดีอุทานเรียก “ท่านค่ะ” อรุณศรีหันไปตามสายตาเบญลี่ แต่ไม่เห็นใคร ได้แต่นึกแปลกใจว่า “ท่านไหน?”

กริชชัยที่หลบมุมอยู่ค่อยๆ ยิ้มออกมาบางๆ...จนยิ้มเต็มหน้าอย่างถูกใจ...

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 10 เดือนก่อน...

ooooooo

จนวันนี้ ภาพอรุณศรีที่ยืนอยู่บนเวที พูดจาฉะฉาน มั่นใจด้วยท่าทีสง่างามและมีเสน่ห์ ก็ยิ่งทำให้กริชชัยมีความรู้สึกพอใจยิ่งขึ้น ชายหนุ่มยืนฟังเธอพูดต่อด้วยสีหน้าชื่นชม...

“และในวันนี้...ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างสำคัญของพวกเราชาว เอ็ม กรุ๊ป ก้าวที่เราภาคภูมิใจ และถือเป็นก้าวใหม่ที่จะพา เอ็ม กรุ๊ป ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

ระหว่างนั้น มีเจ้าหน้าที่จัดอีเวนต์เดินมาเชิญเขาเข้าประจำที่ กริชชัยพยักหน้ารับ กระชับสูทและเดินตามไปเป็นจังหวะที่อรุณศรีพูดบนเวทีด้วยน้ำเสียงแจ่มใสชัดถ้อยชัดคำว่า

“ขอเชิญทุกท่านพบกับประธานกรรมการบริหารคนใหม่ ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งอาณาจักร เอ็ม กรุ๊ป คุณกริชชัย พงษ์โภคิน”

อรุณศรีผายมือไปด้านหลังแล้วเดินเลี่ยงลงข้างเวที เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้น และเสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์ก็กระหึ่มขึ้นพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คันโตเกือบ 10 คันทยอยเคลื่อนขึ้นมาบนเวทีอย่างเท่ อลังการจนตรึงคนทั้งห้องมองกัน

ครู่เดียวรถมอเตอร์ไซค์ก็ค่อยๆ เคลื่อน คลี่ออกเผยให้เห็นกริชชัยยืนอย่างสุดเท่อยู่กลางเวที กล้องโทรทัศน์มากมาย แสงแฟลชวูบวาบ กระหน่ำถ่ายกันเต็มที่

เบญลี่ถือกล้องระดมถ่ายรูปกริชชัยทุกแง่ทุกมุมอย่างเมามัน อรุณศรีมองเบญลี่และบรรดาสาวๆที่มองกริชชัยตาแป๋วตาเป็นมันก็รับรู้ถึงความเด่นดังของเขา แม้แต่เบญลี่ก็ยังไม่ยอมหยุดแม้วินาทีเดียว เมื่อตนเดินไปสมทบและจะคุยด้วย เบญลี่พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า

“เดี๋ยวก่อนแอ๊ว นาทีนี้อย่าเพิ่งกวน พี่ขอเก็บรูปท่านประธานก่อน ส่วนเธอไว้ทีหลัง”

อรุณศรีหรือแอ๊วที่เบญลี่เรียกอย่างกันเอง ได้แต่มองแล้วส่ายหน้ากับความเห่อเจ้านายของเธอเห็นความเด่นดังของกริชชัยแล้ว อรุณศรีก็อดนึกถึงวันที่พบเขาครั้งแรกเมื่อ 10 เดือนก่อนไม่ได้

ooooooo

วันนั้น เธอเริ่มงานเป็นวันแรก อรุณศรีรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ เบญลี่พาเธอเดินคุยไปแนะนำตัวและสถานที่ไปว่า ตนชื่อเบญลี่เป็นเลขาท่านประธาน อรุณศรี บอกว่าตนชื่อ “แอ๊วค่ะ” จากนั้นเบญลี่ก็เรียกเธอว่าแอ๊วอย่างติดปาก แนะนำว่า

“โอเค...น้องแอ๊วเป็นพนักงานคนแรกที่เข้ามาทำในตำแหน่งประชาสัมพันธ์พิเศษ เรื่องรายละเอียดการทำงานพี่จะค่อยๆบอก วันนี้วันแรก คงไม่มีอะไรมาก ไป...พี่จะพาไปที่โต๊ะ”

ขณะเดินตามเบญลี่ไปนั้น กริชชัยในชุดสูทดูขรึมเท่ เดินออกมา เขามองตามอรุณศรีไปอย่างสนใจ จนอรุณศรีรู้สึกว่ามีคนมองตนอยู่ หันขวับไปเจอกริชชัยมองอยู่จริงๆ กริชชัยมองนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาแล้วเดินไปเสียงั้น อรุณศรีมองตามงงๆไม่เข้าใจสายตาสงบนิ่งคู่นั้น

จนมานั่งในห้องประชุมร่วมกับพนักงานอีก 3-4 คน ครู่หนึ่งเธอรู้สึกอีกแล้วว่ามีคนมองตนอยู่ พอหันขวับไปเจอกริชชัยมองอยู่จริงๆ แล้วเขาก็มองไปทางอื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อรุณศรีเริ่มผิดสังเกต เพราะถูกมองสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน นึกสงสัยว่าชายหนุ่มมาดนิ่งดูดีคนนี้เป็นใคร?

ต่อมา ที่หน้าออฟฟิศขณะเธอจะเดินเข้าไปก็รู้สึกมีคนมองอยู่ หันไปที่ร้านกาแฟหรูข้างออฟฟิศเห็นกริชชัยมองอยู่จริงๆ แต่พอเธอมองไปเขาก็ก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อะไรกันเนี่ย...อรุณศรีเริ่มเอะใจกับการถูกแอบมองเป็นครั้งที่สาม

แล้วก็มีครั้งที่สี่อีกจนได้ ขณะที่เธอกำลังพรีเซนต์รถยนต์รุ่นใหม่อย่างตั้งใจ รู้สึกว่ามีคนมองตนอยู่ ครั้นมองขึ้นไปที่ชั้นบนก็เห็นกริชชัยยืนมองอยู่ แต่พอสบตากันเขาก็หันหน้าหนีแล้วเดินไปทางอื่น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกตามเคย

อรุณศรีเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับท่าทีแปลกๆ ของชายหนุ่ม

นั่นคือ เหตุการณ์หลายๆครั้งที่ทำให้อรุณศรีเริ่มสะกิดใจ กับชายหนุ่มคนนี้

ooooooo




จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะเธอนั่งเขียนสคริปต์ แต่เขียนแล้วไม่ถูกใจขยำปาใส่ถังขยะ แต่ปาไม่เข้าตกเกลื่อนอยู่ข้างถัง ครั้นจะก้มลงเก็บ ปรากฏว่ากริชชัยมาเก็บใส่ถัง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังยกถังเข้าไปวางใกล้ๆ เพื่อเธอจะปาลงถังได้แม่นๆ อรุณศรีเงยหน้ามอง

ฟึ่บ! หน้ากับหน้าใกล้กันจนเธอตกใจ แต่ที่แปลกคือแอบตื่นเต้นกับหน้าที่ใกล้จนเกือบสัมผัสกัน เธอรีบเลื่อนเก้าอี้ออกห่าง กริชชัยเห็นแล้วพยายามกลั้นยิ้ม อรุณศรีมองหน้าเหมือนจะรอฟังคำพูดจากเขา แต่แล้วก็แป่ว...เพราะเขาเพียงแค่มองหน้าอึดใจเดียวแล้วหันหลังเดินไป
อรุณศรีหมดความอดทน ลุกพรวดไปยืนขวางหน้า ถามห้วนๆว่า “คุณมีปัญหาอะไรกับฉันรึเปล่าคะ?”

“ทำไมผมต้องมีปัญหากับคุณ” น้ำเสียงเรียบจนเย็นชาของเขา ทำให้อรุณศรียิ่งไม่พอใจ ยืนยันว่าเห็นเขาแอบมองตนมานานแล้ว ถามไม่ยั้งปากว่า เขามีอะไรกับตนหรือเปล่า

กริชชัยหน้าร้อนวาบขึ้นมา ยืนอึ้ง พูดไม่ออก แต่ใจเต้น ตุ๊มต่อม...ตุ๊มต่อม...อรุณศรีได้ทีเอามือกอดอกรุกอย่างนักเลงว่า

“ถ้าคุณมีปัญหาอะไร คุยกันตรงๆ ก็ได้นะคะ

แอบมองฉันแบบนี้ ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือถ้าคุณคิดอะไรที่มัน...เอ่อ...อย่างนั้นน่ะ...ฉันขอบอกก่อนเลยนะว่าฉันมีแฟนแล้ว”

กริชชัยใจเต้นแรงพยายามคุมเสียงไม่ให้ตื่นเต้น รีบชี้แจงว่า “ขอบคุณที่บอก...และผมขอโทษถ้าทำให้คุณรู้สึกว่าโดนคุกคาม แต่ทุกอย่างที่ผมทำ....ผมทำตามหน้าที่”

“หน้าที่อะไรคะ” อรุณศรีเปลี่ยนจากกอดอกเป็นเท้าเอว ลอยหน้าพูดกวนๆว่า “อย่าบอกนะว่าคุณมีตำแหน่งเป็นกล้องวงจรปิดของบริษัท”
ทันใดนั้นเอง เบญจาเข้ามาเรียกอย่างรีบร้อน

“ท่านประธานคะ ท่านประธาน...ที่ประชุมพร้อมแล้วค่ะ เชิญท่านประธานที่ห้องประชุมได้เลยค่ะ”

อรุณศรีรู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้ามึน อึ้ง ตะลึงงัน มองหน้ากริชชัยอีกครั้งพึมพำเหมือนละเมอ “คุณ...”

“ใช่ ผมเอง กริชชัย พงษ์โภคิน ซีอีโอของที่นี่” อรุณศรีมือตกจากเอว ยืนอึ้ง มองเหวอ พูดไม่ออก “ส่วนคุณ อรุณศรี ไตรสถาพร เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์พิเศษ” กริชชัยพูดชัดถ้อยชัดคำ

“โห...เต็มยศเลย...” อรุณศรีพึมพำในลำคอ แล้วยืนหน้าซีดจ๋อยสนิท กริชชัยพูดต่อเรียบๆ แต่มีอำนาจว่า

“เดี๋ยวคุณเข้าประชุมด้วยในงานเลี้ยงเปิดตัวผม คุณมีงานสำคัญต้องทำ”

“เอ่อ...ค่ะ...” เสียงตอบรับเบาๆ ด้วยท่าทีอ่อนน้อม อิหลักอิเหลื่อ ทั้งเขิน ทั้งอาย ทั้งเสียหน้า

สั่งงานแล้วกริชชัยเดินนำไป เบญลี่รีบเดินตาม แต่หันมาลากอรุณศรีที่ยืนจ๋อยอยู่ตรงนั้นติดมือไปด้วย

จนวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปถึง 10 เดือนแล้ว แต่ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจของอรุณศรีก็ยังไม่หายไป

ooooooo

กริชชัยยืนอยู่บนโพเดียม แม้จะเห็นแค่ช่วงอกขึ้นไป เขาก็ยังดูดีมาก เมื่อเสียงดนตรีเบาลง  เขาเตรียมพูด ทุกคนในห้องพากันเงียบ

ไม่ทันที่กริชชัยจะพูดอะไร เสียงมือถือก็ดังขึ้น เสียงอยู่ใกล้ๆ เขาชะงักปรายตาไปทางต้นเสียง เป็นตำแหน่งที่  “ธีธัช” ยืนเป็นบอดี้การ์ดห้อมล้อมเขาอยู่ ธีธัชรู้ตัวยิ้มแห้งๆ รู้สึกผิดหน่อยๆ รีบกดปิด แล้วหันไปเหล่ยิ้มหลีพวกสาวๆ ที่อยู่หน้าเวทีต่อ กริชชัยพยายามสงบใจ เริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานว่า

“ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้....”

อรุณศรียืนอยู่กับเบญลี่ เธอเอนตัวมาถามเบญลี่ทั้งที่ตายังมองธีธัชอยู่ว่า โมเดลคนนี้มาจากไหน ไม่มีมารยาทเลย เอามือถือขึ้นเวทีแล้วยังเปิดไว้อีก

“คนนี้ไม่ใช่นายแบบจ้ะ แต่เป็นเพื่อนสนิทของคุณกริช” เบญลี่กระซิบบอก พออรุณศรีพึมพำว่าเพื่อนสนิท เบญลี่ก็ลากเสียงยาวว่า “มากกกกกกก ชื่อคุณธีธัช พี่เห็นหล่อดีเลยเชิญมาเป็นนายแบบกิตติมศักดิ์”

อรุณศรีมองธีธัชไม่วางตา เห็นเขายิ้มหวานหว่านเสน่ห์ให้สาวๆ หน้าเวที และที่สำคัญ ตรงหน้าเวทีมีเกย์ล่ำรสนิยมดียืนจ้องจิกธีธัชตาเป็นประกายอยู่ อรุณศรีพยักหน้าพึมพำคิดว่ากริชชัยกับธีธัชมีอะไรกันอยู่ว่า

“เห็นเนี้ยบๆ เฮี้ยบๆ ที่แท้ประธานก็แนวนี้นี่เอง...” อรุณศรียิ้มเมื่อคิดว่าตัวเองรู้จักตัวตนของกริชชัยแล้ว

ooooooo

กริชชัยยังคงยืนพูดอยู่กลางเวทีด้วยความมั่นใจ มีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยมต่อไปว่า

“แนวทางการทำงานของเราคือ มุ่งมั่นทำงานอย่างมืออาชีพ แต่อยู่ร่วมกันแบบครอบครัว ลูกค้าทุกคนคือเพื่อน คือญาติ พี่น้องผู้มีความรักในรถและเครื่องยนต์เหมือนพวกเรา เอ็ม กรุ๊ป คือภาพสะท้อนในทุกๆด้าน ของคนในสังคมปัจจุบัน”

ระหว่างนั้น ธีธัชที่ยังอยู่บนเวที ก็ส่งสายตาให้สาวเอ็กซ์หมวยไม่สวยนักที่มองตนอยู่ ทั้งสองส่งสายตาให้กัน แต่กริชชัยก็ยังคงพูดต่ออย่างมีสมาธิว่า

“พวกเราทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีวิต และมีรถในฝันสักคันเพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ...”

แม้จะหลีสาวอยู่แต่ธีธัชก็ฟังที่กริชชัยพูด พอกริชชัยพูดทิ้งท้าย ธีธัชก็ปรบมือนำทำตัวเป็นหน้าม้าเต็มที่ ทุกคนปรบมือตาม เสียงกรี๊ด เสียงเป่าปาก หัวเราะกันด้วยความสะใจ ถูกใจกับคำพูดของกริชชัย


และสุดท้ายละคร “สามหนุ่มเนื้อทอง” ... บทประพันธ์โดย “อาริตา” บทโทรทัศน์โดย  “พรดี” กำกับการแสดงโดย “กฤษณ์ ศุกระมงคล” ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์วาย จำกัด นำแสดงโดย   ปริญ สุภารัตน์  –  ปกรณ์  ฉัตรบริรักษ์ –   ภูภูมิ  พงศ์ภานุ – คิมเบอรี่ แอนด์ เทียมศิริ – มารี แบรินเนอร์ – จริญพร จุนเกียรติ ฯลฯ
เรื่องย่อละครสามหนุ่มเนื้อทอง
เรื่องวุ่นๆ ของสามหนุ่ม ที่เป็นเพื่อนรักกัน คนแรกคือ กริชชัย หนุ่มหล่อแสนสุภาพ ที่หลงรักอรุณศรี หญิงสาวที่มีคนรักแล้ว แต่ความรักของเขาก็ยังมั่นคง จนสุดท้ายเธอก็หันมารักเขาจนได้ คนที่สอง คือ ธีธัช หนุ่มเจ้าชู้ที่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ความน่ารักของลำเภา สัตวแพทย์สาวที่อ่อนกว่าเขาเป็นสิบปี คนสุดท้ายคือวัชระ ตำรวจหนุ่มที่เกือบถูกล่าเข้าประตูวิวาห์กับแฟนสาวที่คบกันมานานแต่สุดท้ายเขาก็กลับมาพบรักกับฝ้าย สาวห้าวที่ทำให้เขาได้พบรักแท้ ความรักของทั้งสามคู่เป็นรักอลวนของคนรุ่นใหม่ที่สนุกสนานและลุ้นไปตั้งแต่ต้นจนจบ

No comments:

Post a Comment