Wednesday, August 31, 2011

เรื่องย่อ ในรอยรัก ตอน1 ละครช่อง7




เรื่องย่อ ละคร ในรอยรัก ช่อง7
1  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 1  ช่  อ  ง   7    
2  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7    
8  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7    
9  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7    
10  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน10  ช่  อ  ง   7   

11  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7   
ตอนที่ 1
 บนเครื่องบินชั้นบิสิเนสคลาส ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง แอร์โฮสเตสเดินตรวจดูการรัดเข็มขัดของผู้โดยสาร ท่าทางทุกคนหงุดหงิดเพราะต้องรอผู้โดยสารมาช้าคนหนึ่งเครื่องถึงจะออกได้ ต่างบ่นไม่พอใจที่คนเดียวทำให้คนส่วนใหญ่เสียเวลา กานนหรือปลิว นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ผู้สืบทอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสกุลรัตนรัช...ซึ่งเป็นตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ มีนิสัยสุขุม รอบคอบ เขานั่งริมนอกอ่านหนังสือพิมพ์ฝรั่งอย่างไม่สนใจ จนกระทั่งแอร์โฮสเตสเอ่ยขอประทานโทษ เขาจึงลดหนังสือพิมพ์ลงเห็นหญิงสาวสวมแว่นดำยืนข้างแอร์สาว เขารีบลุกขึ้นให้เธอเข้าไปนั่งข้างในและกล่าว “I’m sorry.” “ไม่เป็นไรค่ะ”ม่านมัสลินตอบเป็นภาษาไทย กานนประหลาดใจที่เธอเป็นคนไทย ตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่อง ม่านมัสลินยังคงสวมแว่นดำนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เธอคิดถึงเสียงสั่งที่ยังดังก้องในความคิด เสียงสั่งของจิรดาที่สั่งให้กลับเมืองไทยด่วน ทั้งที่เธอกำลังจะจบปริญญาโทในเทอมนี้ “หูแตกหรือยังไงฉันบอกให้รีบกลับเมืองไทย...รึอยากจะมาไม่ทันเผาพ่อแกก็ตามใจ” น้ำตาร่วงจากกรอบแว่นม่านมัสลิน เธอหวนนึกถึงเมื่อหกปีก่อน ครั้งที่เธอกับพ่อภาษิตช่วยกันปลูกดอกบัว เธอถามพ่อว่าครั้งนี้มันจะรอดไหม ภาษิตโยกหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู “หือ พูดซะเหมือนคนแก่เลย ตายอีกก็ปลูกอีก แค่นั้นแหละ” “แต่ปีนี้เราลงบัวไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็น ต้นไม้ที่พ่อชอบนะ มัสถอดใจไปนานแล้ว เอ๊ะ...มือพ่อเปื้อนนี่” ม่านมัสลินเห็นมือพ่อเปื้อนดินมาจับหัว “เออ จริงด้วยแฮะ งั้นเอาอีกที...ฮ่าๆๆๆ”ภาษิตจับหัวม่านมัสลินโยกไปมา ม่านมัสลินร้องลั่น สองพ่อลูกหัวเราะกันสนุกสนาน พลันจิรดาเข้ามากระชากกอบัวปาทิ้ง สองพ่อลูกตกใจถามทำไมทำแบบนี้ จิรดาจ้องภาษิตอย่างโกรธๆแล้วหันไปเหยียบกอบัวจนเละ ปากก็โวยวายว่าตนเกลียดดอกบัว “ไม่เฉพาะดอกบัวหรอก คุณเกลียดดอกไม้ทุกอย่าง” “แล้วมันแปลกด้วยเหรอ ฉันไม่ใช่นางเอกที่ต้องทำดัดจริตชอบดอกโน่นดอกนี่เหมือนนังนั่น...อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงอยากปลูกไอ้ดอกบัวดอกสวรรค์นี่นัก” “พอได้แล้วจิรดา”ภาษิตปราม จิรดาถามเยาะๆว่าไม่แปลกใจหรือทำไมถึงปลูกกันไม่สำเร็จ แล้วหันไปแหวใส่ม่านมัสลินให้ไสหัวไปปลูกที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตน ภาษิตโกรธมากตวาดจิรดาให้ขอโทษลูก แต่เธอเชิดหน้าเดินหนี ภาษิตตามไปอย่างไม่พอใจ ม่านมัสลินทรุดลงเก็บซากดอกบัวน้ำตาไหล พัดสาวใช้ซึ่งเลี้ยงดูม่านมัสลินมาแต่เล็กเข้ามาโอบไหล่อย่างเวทนา ปลอบอย่าไปใส่ใจ... “คุณครับ...” เสียงกานนสะกิดให้เธอรู้สึกตัว เธอสะดุ้งเล็กน้อย ม่านมัสลินหันมามองกานน เขายื่นถาดอาหารที่พนักงานเอามาเสิร์ฟให้ เธอเงอะงะนิดๆ ก่อนจะรับมาวางแล้วเบือนหน้ามองไปนอกหน้าต่างตามเดิม กานนรู้สึกเก้อที่ไม่มีคำขอบคุณ ooooooo วันนี้เป็นวันเผาศพภาษิต บัวบงกช อดีตนางเอกหนังชื่อดังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ยื่นมือจะรับดอกไม้จันทน์จากจิรดาที่ก้มหน้าก้มตาส่งให้แขก แต่พอเห็นแหวนเพชรบนมือขาวสวยจึงเงยหน้ามอง พอเห็นว่าเป็นบัวบงกชก็ชักสีหน้าถามว่าใครเชิญ บัวบงกชค้อมหัวให้แล้วขอ “ให้ฉันได้ลาภาษิตเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะคะ” “ลางั้นเหรอ...ทำไมไม่ตายไปซะด้วยกันเลยล่ะ” จิรดาตวาดไล่ให้กลับไปพร้อมปาดอกไม้ใส่หน้า พอเห็นบัวบงกชไม่หนีก็จะเขวี้ยงถาดในมือ พัดวิ่งมาจับจิรดาไว้ “คุณดา ไม่เอาค่ะ จวนได้เวลา แล้วนะคะ” “อยากได้ผัวฉันจนนาทีสุดท้ายเลยใช่มั้ย ปล่อยฉันนังพัด ฉันจะส่งมันเข้าเตาเผาไปด้วยกัน” พัดกระชับมือแน่นเกือบกลายเป็นจิกจนจิรดาเจ็บ และพูดรอดไรฟันดุๆราวกับไม่ใช่คนรับใช้พูดกับเจ้านาย “คุณดาคะ...แขกตกใจใหญ่แล้วไม่เห็นเหรอคะ” จิรดามองไปรอบๆเห็นทุกคนจ้องมองจึงบอกพัดว่า ตนกลับมาอย่าให้เห็นนังนี่อีก แล้วเดินไป บัวบงกชตามไปจับแขนจิรดาถามหาม่านมัสลิน จิรดาแหวใส่จะเอาเรื่อง “ฉันแค่อยากเจอหน้าหนูมัสลิน เขาต้องกลับมางานพ่อเขาสิ ใช่มั้ยคะ แล้วเขาอยู่ไหน” “ทำไมฉันต้องตอบเธอด้วย แล้วมันธุระอะไรของเธอถึงต้องอยากเจอมัสลิน...นอกซะจากว่ามันเป็นลูกในไส้ที่เธอไข่เรี่ยราดให้ผัวฉันเลี้ยง” จิรดาเห็นบัวบงกชนิ่งจึงสรุปเอง “ไม่ตอบ งั้นฉันจะคิดว่าเธอกับมัสลิน...” ไม่ทันที่จิรดาจะพูดจบ เสียงกริ่งสัญญาณได้เวลาเผาศพดังกลบเสียงเธอ...ม่านมัสลินวิ่งลงจากรถแท็กซี่เข้ามาที่ศาลา มองภาพผู้ตายไม่ใช่พ่อของเธอก็ร้องไห้วิ่งไปอีกศาลา ชนเข้ากับบัวบงกชที่ก้มหน้าก้มตาจ้ำเท้าออกมา บัวบงกชเห็นม่านมัสลินล้มก็รีบเข้าประคองขอโทษขอโพย แต่พอเห็นหน้าเธอก็ตะลึง ม่านมัสลินถามว่ามางานพ่อตนใช่ไหม ตอนนี้พ่อตนอยู่ไหน บัวบงกชไม่ได้ตอบแต่มองไปยังเมรุ ม่านมัสลินตกใจร้อง...ไม่นะ แล้ววิ่งพรวดพราดไป “พ่อ...” ม่านมัสลินร้องไห้โฮจะขึ้นไปบนเมรุ พัดเข้ามากอดรั้งไว้ ม่านมัสลินดิ้นจะขึ้น จิรดาเดินเข้ามาบอกให้ปล่อยให้ขึ้นไป ม่านมัสลินสงบลงหันมาฟูมฟายถาม “ทำไมแม่ไม่คอยมัส ทำไมไม่ให้มัสเห็นหน้าพ่อก่อน...แม่...ทำไมคะ” “มันเป็นความผิดของแกเอง ฉันบอกแล้วว่าให้บินมาเลย ช่วยไม่ได้ รอเก็บกระดูกพ่อแกพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” จิรดาแกะมือม่านมัสลินที่จับตนออก แล้วเดินไป สวนกับม่านมุกที่เดินเข้ามา “มัสลินไม่ทันเจอพ่อค่ะยาย มัสมาไม่ทัน...” ม่านมัสลินร้องไห้โฮเมื่อเห็นหน้าม่านมุก “ไม่เป็นไรลูกไม่เป็นไร พ่อเขารู้ว่าหนูมา หนูทำดีที่สุดแล้วนะลูกนะ” ม่านมุกกอดปลอบ ม่านมัสลินมองควันไฟที่พวยพุ่งออกจากปล่องไฟแล้วกระจายหายไปอย่างเศร้าเสียใจ ooooooo วันต่อมา ที่อาคารรัตนรัช กานนสั่งงานเลขาอยู่ในห้องทำงาน แล้วถามถึงตั๋วเครื่องบินที่ตนจะต้องไปซิดนีย์ แนนเลขาตอบว่ายังไม่ได้ออกตั๋วเพราะรอพาสปอร์ตเขาที่จะต้องต่อวีซ่าให้เรียบร้อยก่อน กานนหยิบตั๋วใบเก่ามาดู แววตาเขายิ้มๆ เพราะหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อน ขณะที่กานนเข็นรถสัมภาระออกมาพร้อมกับม่านมัสลิน และกำลังจะแยกไปอีกทาง เธอก็เอ่ยขึ้น “คุณคะ... ขอบคุณนะคะ ที่คุณช่วยเทกแคร์ฉัน ตอนอยู่บนไฟลท์” กานนคิดถึงทีไรก็ยิ้มอย่างมีความสุข พลันต้องสะดุ้งเมื่อเห็นหน้ามธุรินยืนอยู่ตรงหน้า “ตกใจอะไรขนาดนั้นคะกานน เดียร์ก็อยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว” มธุรินยิ้มหวานอย่างน่ารัก “แล้วทำไมไม่เรียกผมล่ะครับ” “ทั้งเดียร์ทั้งเลขาคุณเลยนะคะ แทบจะประสานเสียง แต่เรียกยังไงกานนก็ไม่สนใจ” กานนรีบเก็บตั๋วใส่ลิ้นชัก แล้วทักถามมธุรินว่ามีธุระอะไร เธอสีหน้าเศร้าลงแล้วตอบว่า ตั้งใจมาหาเขา เพราะอึดอัดที่พ่อกับแม่ตั้งท่าจะทะเลาะกันอีกแล้ว กานนเตือนว่าเธอคงว่างจึงคิดมาก มธุรินงอนที่หาว่าตนฟุ้งซ่าน จึงคว้ากระเป๋าจะกลับ กานนรีบขอโทษ มธุรินหัวเราะน่าเอ็นดู “ล้อเล่นค่ะ เดียร์จะโกรธท่านประธานที่อุตส่าห์เสียเวลามาปลอบเด็กเมื่อวานซืนอย่างเดียร์ได้ยังไงกันคะ ขอบคุณนะคะที่หวังดีกับเดียร์” “รอผมอีกไม่เกินชั่วโมง แล้วผมจะพาไปทานกลางวัน” “เห็นทีเด็กเมื่อวานซืนจะต้องเชิดใส่ท่านประธานซะแล้วล่ะค่ะ เดียร์นัดยัยกิ๊บไว้ค่ะ” กานนขมวดคิ้วถามว่าเธอไม่ได้อยู่อเมริกาหรือ มธุรินตอบว่า เพิ่งตามกุเทพกลับมานั่นแหละ กานนสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที... มธุรินมาพบกับพินสุดา สองสาวเดินดูเสื้อผ้าในร้านหรู พินสุดาตำหนิมธุรินที่บอกกานนไปแล้วว่าตนมา เพราะมันจะทำให้กุเทพไหวตัวแล้วหนีตนไปอีก พินสุดาต่อว่า “ใสซื่ออย่างนี้น่ะซี้ อาปลิวเขาถึงไม่คบแกเป็นจริงเป็นจังสักที” “ฉันไม่ชอบเลยนะที่แกพูดอย่างนี้” มธุรินไม่สบายใจ พินสุดายิ้มปลอบว่าที่พูดเพราะเป็นห่วง มธุรินย้อนว่าให้ห่วงตัวเองก่อน ตนไม่เห็นด้วยเลยที่ตามจิกกุเทพเรื่องไปติดพันรุ่นน้อง พินสุดาแค้นใจขึ้นมาทันที เข่นเขี้ยว...อีมัสลิน... “แกกับคุณกุเลิกกันแล้วนะกิ๊บ เขาจะคบใครก็ช่างเขาเหอะ ไหนแกเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าแฟนน่ะเลิกแล้วก็หาใหม่ได้” “ใครบอกแกว่ากุเป็นแฟนฉัน” มธุรินร้องอ้าว...พินสุดาขยายความ “ฉันกับกุอยู่ด้วยกันที่โน่นมากี่ปีแล้ว อย่างกุน่ะฉันเรียกว่าสามี” มธุรินฟังแล้วถึงกับผงะ ในขณะที่พินสุดาเคียดแค้นยิ่งขึ้น “นังมัสลิน อีนางแบบโลว์คลาสน่ะมันเหนือเมฆ ตอนมันย้ายมาเรียนยูเดียวกับกุมันทำเป็นเชิดใส่ไม่สนใจใคร สุดท้ายมันก็ฉกกุไปเนียนๆ กุเลิกกับฉันก็เพราะมัน” “ทำไมแกไม่คิดบ้างว่า ที่คุณกุเขาเลิกกะแกน่ะมันอาจมาจากสาเหตุอื่น” พินสุดาโวยวายว่าเป็นเพราะม่านมัสลิน และจะให้มธุรินช่วย มธุรินปฏิเสธพัลวัน... เป็นอย่างที่คิด กานนรีบมาหากุเทพที่โรงแรม กุเทพมีศักดิ์เป็นหลานอาของกานน แต่อายุเท่ากัน อุษยาเลี้ยงมาด้วยกันเพราะต่างก็พ่อแม่ตายตั้งแต่เด็กๆ...กานนมารับกุเทพ แต่กุเทพกลับบอกว่าต้องไปธุระก่อน กานนจึงขู่ว่าถ้าไม่ไปด้วยกัน จะโทร.ฟ้องอุษยา...ระหว่างนั่งมาในรถกานนถามกุเทพว่าจะหลบอยู่โรงแรมไปถึงเมื่อไหร่ กุเทพตอบว่าจนกว่าจะเสร็จเรื่องม่านมัสลิน กานนกระเซ้าอย่างกับเขารู้จัก กุเทพยิ้มอีกไม่นานก็รู้จักเพราะคนนี้ตนรักจริงหวังแต่ง กานนมองหน้า “ครับๆ ตอนผมคบกับกิ๊บก็เคยพูดอย่างนี้ แต่ครั้งนี้น่ะ ไม่เหมือนกัน เฮ้อ...พูดถึงกิ๊บแล้วผมเครียดขึ้นมาทันที เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่าครับ” “แกยังไม่รู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้ยัยกิ๊บอยู่เมืองไทยน่ะ” กุเทพตกใจ กานนจึงบอกว่าที่มาก็เพราะเรื่องนี้ เขาแนะนำให้รีบทำธุระแล้วกลับอเมริกาไป อย่าก่อเรื่องวุ่นวายเข้าหูคุณก๋งกับย่าอีกเลย กุเทพฟังแล้วเครียดเล่าให้กานนฟังว่าม่านมัสลินเป็นคนดีอย่างไรบ้าง กานนสงสัยเพราะที่ฟังจากพินสุดากับอุษยามันคนละเรื่องกันเลย “อย่างกิ๊บเขาจะสนอะไรว่าใครจะเจ็บใครจะตาย อย่างมากก็คิดได้แค่ว่าผมกับมัสแอบบินมาเที่ยวด้วยกัน เดี๋ยวอาปลิวเจอมัสก็จะรู้ว่ามัสไม่ได้เป็นอย่างที่กิ๊บเอาไปฟ้องคุณย่าเลย” กานนฟังผ่านๆยังไม่ปักใจเชื่อ ooooooo พ่อตายไปไม่ทันไร ขณะที่ม่านมัสลินเอาดอกบัวมาวางหน้ารูปภาษิต และกำลังคร่ำครวญเสียใจที่พ่อมาจากไป จิรดาท่าทางมึนเมาพาชายฉกรรจ์สามคนมาขนของในบ้าน อ้างว่าภาษิตสร้างหนี้ทิ้งไว้ ม่านมัสลินไม่เชื่อ รู้ว่าของทุกชิ้นพ่อหามาด้วยความรัก เธอไล่ตะเพิดชายสามคนให้ออกไปจากบ้าน ชายคนหนึ่งบ่นอย่างหงุดหงิดที่ไม่ตกลงกันเสียก่อน แล้วโทร.ฟ้องนาย จิรดาโวยใส่ม่านมัสลินว่าลูกเนรคุณ อยากเห็นตนต้องตายเพราะเจ้าหนี้ตามฆ่าหรือ “ผีพนันมันเข้าสิงแม่จนลืมความผิดชอบชั่วดีไปแล้ว แม่รู้ตัวรึเปล่า” “นี่แกด่าฉันนะอีมัส” จิรดาโกรธจนตัวสั่น ตบหน้าม่านมัสลินจนน้ำตาร่วง... ในขณะเดียวกัน บัวบงกชนั่งมองรูปถ่ายเด็กหญิงวัยสองขวบที่ภาษิตอุ้ม และรูปอื่นๆของเด็กหญิงหลายๆวัย เธอร้องไห้เสียใจที่ยังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณภาษิตเลยก็มาด่วนจากไป หน้าห้อง มธุรินถือถุงขนมเดินมาหน้าห้องทำงาน เจอกับเตชเข้าพอดี “ใจตรงกับเดียร์เลย มาหาคุณแม่เหมือนกันเหรอคะคุณพ่อ” พอเห็นพ่ออึกอักจะปฏิเสธก็รีบเกาะแขน “ไม่ต้องปิดเดียร์หรอกค่ะ เดียร์เห็นน้า...ที่คุณแม่งอนคุณพ่อเมื่อเช้าน่ะ” “แม่เขาคุยอะไรให้เดียร์ฟังรึเปล่า” เตชรีบถามลูกสาว มธุรินดึงแขนเตชบอกว่า แม่ให้พ่อไปง้อเดี๋ยวนี้ แต่พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นบัวบงกชน้ำตาอาบแก้ม ในมือยังถือรูปภาษิตอุ้มลูก มธุรินตกใจแต่เตชสีหน้าโกรธขึ้ง บัวบงกชรีบเก็บรูปลงลิ้นชัก...พออยู่กันตามลำพัง เตชตัดพ้อบัวบงกชว่าเขาทนไม่ได้ที่เห็นเมียตัวเองฟูมฟายกับรูปแฟนเก่า บัวบงกชตอบโต้อย่างไม่เกรงกลัว “มันก็พอกับการต้องทนอยู่กับสามีที่หวาดระแวง ไม่เชื่อใจกันนั่นล่ะค่ะ” สองคนโต้เถียงกันเสียงดัง มธุรินยืนฟังอยู่หน้าห้อง น้ำตานอง แม่บ้านเข้ามาเชิญให้ลงไปข้างล่างไม่ควรฟังผู้ใหญ่คุยกัน ไม่ทันที่มธุรินจะเดินลงไปก็ได้ยินเสียงเตชโวยเสียงดัง “นังเด็กในรูปนี่ก็เหมือนกัน กี่ครั้งแล้วที่ผมเข้ามาเจอคุณอยู่กับรูปมัน” มธุรินชะงักหยุดฟัง แม่บ้านดันให้เธอเดินออกไปจากตรงนั้น...เตชถามตรงๆว่าเด็กในรูปเป็นลูกเธอกับภาษิตหรือ บัวบงกชตาลุกวาวด้วยความโกรธ “หยุดนะคุณเตช สกปรกที่สุด แล้วคุณจะต้องเสียใจกับสิ่งที่คุณพูด” เตชจะแย่งรูปเอาไปทำลาย บัวบงกชไม่ยอมต่อว่าอย่ามายุ่งของส่วนตัวของตน เตชพลั้งปากว่าที่นี่บ้านเขาแล้วรู้สึกผิดรีบขอโทษ บัวบงกชน้อยใจบอกว่าตนรู้้ตัวว่าเป็นคนอื่น ถึงไม่ค่อยอยู่บ้านนี้นานๆ เตชขอร้องอย่าไปเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น “คุณสบายใจได้ ยังไงฉันก็ให้อภัยคุณค่ะ เพราะสิ่งที่คุณทำมันเล็กน้อยเหลือเกิน ถ้าเทียบกับความผิดครั้งนั้น...ที่ต่อให้ฉันตายฉันก็ไม่มีวันอภัยให้คุณ” เตชฟังแล้วหน้าร้อนผ่าว เพราะรู้ตัวดีว่าได้ทำผิดต่อเธอไว้อย่างมากในอดีต ooooooo ในซอยที่กุเทพให้กานนขับรถเข้ามา กานนเห็นม่านมัสลินเดินข้างทางก็ตกใจเหลียวมอง กุเทพยื่นกระดาษให้ดูเลขที่บ้านแล้วถามมองอะไร กานนอ้อมแอ้มตอบว่าเหมือนคนรู้จัก กุเทพว่าคนที่กานนรู้จักคงไม่มาเดินแถวนี้...แต่พอมาถึงบ้านม่านมัสลิน เธอไม่อยู่ ไม่ทันจะกลับก็ได้ยินเสียงจิรดาจิกด่าเรียกสาวใช้ กุเทพรู้สึกห่วงม่านมัสลินอย่างมาก


***แนะนำ ..ขับรถโครตเทพ   สามสิบหกล้าน เพจวิว ทำไปได้ KEN BLOCK GYMKHANA TWO THE INFOMERCIA  แล้วคุณจะชอบ...คลิก. 




เรื่องย่อ ละคร ในรอยรัก ช่อง7
1  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 1  ช่  อ  ง   7    
2  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7    
8  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7    
9  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7    
10  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน10  ช่  อ  ง   7   

11  เรื่องย่อละคร  ในรอยรัก ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7   



เรื่องย่อ รอยใหม ตอน3 ช่อง3


ตอนที่ 3

ไหมแมสงสัยว่าเรรินกลับไปหรือยัง จึงเดินออกมาดู เธอเห็นจักรยานจอดอยู่ ก็กลัวจะแอบเข้าไปทอผ้าอีกจึงลงไปดูชั้นล่าง เมื่อสวนกับช่างไฟ เธอถามหาเรริน ช่างยืนยันว่าไม่มีใครอยู่ในห้องทอผ้าแน่นอน แต่ไหมแมไม่วางใจ รีบเข้าดูให้เห็นกับตา

เรรินที่ซ่อนตัวอยู่หน้าเสีย กลัวไหมแมพบ เธอทำใจดีสู้เสือ ส่งยิ้มให้ไหมแมที่เดินตรงเข้ามา แต่ต้องแปลกใจ เมื่อไหมแมเดินผ่านไปเฉย ราวกับเรรินไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

ไหมแมเดินหาเรรินจนทั่วแต่ไม่พบจึงหันไปหยิบผ้าขาวมาปิดผ้าส่วนที่ทอไม่เสร็จไว้ตามเดิม แล้วเดินออกไปพร้อมล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา เพราะเข้าใจว่าเรรินคงขึ้นไปจุ้นจ้านอยู่ชั้นบนแล้ว

ด้านเรรินยังงงไม่หาย หันมาถามเจ้าศิริวัฒนาว่าทำไมไหมแมจึงไม่เห็นเธอ

“เรื่องบางเรื่องก็เป็นความจริงที่เหนือความจริง ยากที่จะเข้าใจ”

“ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่เข้าใจ”

“คุณจะทอผ้าต่อไหม” เจ้าศิริวัฒนาเปลี่ยนเรื่อง

“ใจฉันอยากจะทอทั้งวันทั้งคืนอยากจะให้ผ้าผืนนี้เสร็จสมบูรณ์จะแย่อยู่แล้วค่ะ”

“ถึงเวลาที่มันจะเสร็จสมบูรณ์จริงๆคุณอาจจะไม่อยากให้มันเสร็จก็ได้”

“คุณพูดอะไรคลุมเครือเสมอ วันนี้ฉันคงทอได้เท่านี้เพราะตอนนี้ฉันห่วงมากกว่าว่า ฉันจะออกไปจากห้องนี้ได้ยังไงคุณไหมแมเขาล็อกประตูคล้องกุญแจเสียแล้ว”

“ไม่ใช่เรื่องยากหรอกที่จะออกไปจากห้องนี้เพียงแต่คุณอาจจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อย” เจ้าศิริวัฒนามองไปที่ช่องระบายอากาศขนาดเล็ก แต่พอจะให้เรรินมุดออกไป

เรรินปีนออกมาทางช่องระบายได้สำเร็จ ไหมแมที่กำลังตามก็มาพบเข้าพอดี หญิงสาวปั้นยิ้มสู้อ้างว่าออกมาเดินเล่น

“สุมาเต๊อะเจ้าแถวนี้เป็นเขตหวงห้ามเป็นตี้ส่วนบุคคลเน้อเจ้า บ่ใจ่สวนสาธารณะ เจินคุณออกไปได้แล้วละเจ้า พิพิธภัณฑ์จะปิดแล้วโตย” ไหมแมเดินคุมเชิงต้อนเรรินออกไป

เรรินจำใจจูงจักรยานเดินออกจากคุ้ม คิดหาหนทางกลับเข้าไปทอผ้าต่อให้เสร็จ จู่ๆรถของสุริยวงศ์ก็แล่นเข้ามาประกบ เพราะชายหนุ่มรู้จากวันดาราว่า เรรินออกมาจากรีสอร์ตตั้งแต่เช้า เขาเชิญเธอไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านก่อน
ระหว่างนั่งดื่มกาแฟ สุริยวงศ์คุยให้เรรินฟังญาติทางคุ้มเจ้าหลวงมีโครงการจะเปิดคุ้มเป็นพิพิธภัณฑ์ เพราะทุกอย่างยังอยู่สมบูรณ์ และถ้าเรรินได้เข้าไปดูคงชอบ

“เหรอคะ” เรรินเริ่มเห็นลู่ทาง

“อีกสองวันจะมีงานเลี้ยงประจำตระกูล ความจริงก็งานรวมญาตินั่นแหละครับจัดทุกปีที่คุ้มเจ้าหลวง คุณรินสนใจไปด้วยกันไหมล่ะครับ”

“ฉันจะเข้าไปได้ยังไงล่ะคะ  ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย ซะหน่อย”

“ก็ไปเป็นแขกของผมกับพี่วันไงครับ” สุริยวงศ์สรุป

เรรินพบความหวังเรืองรอง

ooooooo

วงพระจันทร์ที่มีเฝือกอ่อนดามคอ เดินเชิดคอแข็งเข้ามาทักสุริยวงศ์

“คุณไปทำอะไรมา” สุริยวงศ์แปลกใจ

“แอกซิเดนท์ นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่ซีเรียสอะไร” วงพระจันทร์ตอบพลางปรายตามองเรรินด้วยหางตา แล้วสำแดงภูมินักเรียนฝรั่งเศสถามสุริยวงศ์ด้วยสำเนียงเริด “ใครกันแม่คนนี้ คุณจะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอคะ”

“นี่คุณเรรินเป็นแขกของพี่วันดารา คุณรินครับนี่

วงพระจันทร์ จะว่าไปก็เหมือนลูกพี่ลูกน้องผมล่ะครับ เพราะท่านพ่อของผม กับท่านแม่ของวงพระจันทร์เขาก็เป็นญาติกันห่างๆ”

วงพระจันทร์ขัดใจที่สุริยวงศ์แนะนำเธออย่างนั้น

“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณวงพระจันทร์” เรรินยิ้มให้

“ดูไกลๆก็พอดูได้ ดูใกล้ๆก็งั้นๆ จืดๆ ชืดๆ” วงพระจันทร์ตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศส

เรรินสงบนิ่งเป็นปกติทั้งที่ฟังรู้เรื่องทั้งหมด

สุริยวงศ์ฉุนแทน ถามวงพระจันทร์ว่ามีธุระอะไร เรรินเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดี ก็ขอตัวกลับ สุริยวงศ์อาสาไปส่ง แต่ขอเข้าไปสั่งงานเด็กๆที่หลังร้านก่อน

“คุณมาเชียงใหม่ทำไม มาเที่ยวเฉยๆหรือ” วงพระจันทร์ยิงคำถาม

“ก็ทำนองนั้นแหละค่ะ”

“เชียงใหม่ไม่เห็นมีอะไรเลย ก็เหมือนๆกรุงเทพฯน่ะแหละ คุณจะกลับเมื่อไหร่ล่ะคงอยู่ไม่กี่วันใช่ไหม” วงพระจันทร์ทิ้งท้ายก่อนเดินตามสุริยวงศ์ไป

วงพระจันทร์เข้ามาต่อว่าสุริยวงศ์เรื่องคอยเทียวรับเทียวส่งเรริน พร้อมให้เหตุผล “คนสมัยนี้เสือสิงห์กระทิงแรดกันทั้งนั้น ดูแต่หน้าตาไม่ได้หรอกแม่คนนี้ทำท่าหงิมๆแต่จริงๆแล้วมาทำอ่อยคุณ เพราะมันอาจจะรู้ก็ได้ว่าคุณนามสกุลอะไร”

“ขอบใจนะวงพระจันทร์ที่อุตส่าห์เตือน แต่ผมจะคบใครเป็นเพื่อน ผมคิดเองได้”

“หมายความว่าคุณจะคั่วแม่นี่ต่อไป”

“คุณเองบอกให้ผมแคร์นามสกุล แต่คุณไม่รู้ตัวรึไง ว่าแต่ละอย่างที่คุณคิด คุณพูดออกมามันทำให้นามสกุลดูแย่ลงไปขนาดไหน”

“คุณไม่มีทางได้ชื่นมื่นกับแม่คนนี้หรอก เพราะยังไง คุณย่าก็ไม่ชอบขี้หน้ามัน” วงพระจันทร์ทิ้งไม้ตาย

ooooooo

ด้านบัวเงิน เธอเข้ามาเรียกผีอีเม้ยในห้อง เพื่อถามเรื่องราวของเรริน ที่ใช้ให้ไปสืบ

“อีนังคนนั้นมันไปตี้คุ้มเจ้าหลวงเจ้าหม่อม บ่ฮู้ว่ามันไปยะอะหยั่ง เม้ยตวยมันเข้าไปบ่ได้ แต่มันเข้าไปอยู่ในนั้นเกือบทั้งวันเจ้า” อีเม้ยรายงานนาย

บัวเงินนั่งอึ้งคิดหนัก เป็นเวลาเดียวกับที่วงพระจันทร์ถามสุริยวงศ์เรื่องไปงานเลี้ยงที่คุ้มเจ้าหลวง เพราะจะให้ชายหนุ่มไปรับด้วย

“คุณย่าบัวเงินท่านสั่งเอาไว้ว่าให้วงพระจันทร์ไปกับคุณ ยังไงคุณก็ต้องไปรับคุณย่าอยู่แล้วนี้คะ วงพระจันทร์จะไปรอที่บ้านคุณย่าบัวเงินละกัน” วงพระจันทร์รวบรัดไม่ยอมให้สุริยวงศ์ได้ปฏิเสธ


เมื่อได้ข้อสรุปที่น่าพอใจแล้ว วงพระจันทร์ก็ลากลับ สุริยวงศ์จึงมีโอกาสพาเรรินมานมัสการพระธาตุลำปางหลวงก่อนพากลับรีสอร์ต
“คุณรินไม่เบื่อที่จะเข้าวัดใช่ไหมครับ พี่วันเปิ้นก็มานั่ง วิปัสสนาที่วัดนี้แทบทุกวันพระละครับ” สุริยวงศ์ชวนคุย
“วัดสวยๆอย่างนี้ เข้ามากี่ครั้งก็ไม่เบื่อหรอกค่ะ ตรงกันข้าม ฉันรู้สึกผูกพันกับวัดนี้ยังไงก็ไม่ทราบค่ะ ที่นี่ทำให้พอจินตนาการออกนะคะว่าสมัยที่อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดน่ะงดงามขนาดไหน ฉันขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ อาจจะใช้เวลาสักหน่อย” เรรินขยับกล้องถ่ายรูปออกมาจากกระเป๋าแล้วเดินหามุมสวยๆ
สุริยวงศ์ตามดูแลไม่ห่าง แล้วทั้งคู่ก็ได้พบกับกลุ่มของสรัญญากับเพื่อนๆ สรัญญาไม่ชอบใจนักกลัวเรรินจะมาเป็นมารหัวใจเธออีกจึงแกล้งเปรยเรื่องธนินทร์ แต่เรรินไม่ใส่ใจเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง
สุริยวงศ์กลัวหญิงสาวจะไม่พอใจรีบตามไปอธิบาย “คุณหลี คุณยุ้ย เธอเป็นลูกค้าประจำที่ร้านผมน่ะครับ เธอเพิ่งแนะนำให้ผมรู้จักคุณสรัญญาเมื่อวาน คุณน่าจะดีใจนะครับที่ได้เจอเพื่อนร่วมงานที่นี่”
“ฉันกับสรัญญาไม่ได้สนิทอะไรกันมากหรอกค่ะ ก็แค่เพื่อนร่วมงาน ทำงานใกล้ๆกันเท่านั้นเอง”
“แต่ท่าทางเขาเหมือนสนิทกับคุณรินมากเลยนะครับ” สุริยวงศ์ยังข้องใจ
เรรินไม่ตอบอะไรเดินหามุมถ่ายรูปต่อ สุริยวงศ์เตือนว่า พื้นแถวนั้นลื่นให้จับมือเขาไว้ แต่เรรินดื้อดึงจะเดินเอง แล้ว ความซวยก็มาเยือน เพราะเธอลื่นเสียหลักจะล้ม แต่คว้ามือสุริยวงศ์ไว้ทัน เป็นจังหวะเดียวกับที่สรัญญาเก็บภาพได้พอดี เพราะเธอจับตาดูทั้งสองอยู่
สรัญญากดส่งภาพประทับใจผ่านมือไปให้ธนินทร์ ทำให้ธนินทร์โกรธมากโทร.มาสอบถามว่า เธอได้รูปนี้มาจากไหน สรัญญาพูดยั่วว่า เธอถ่ายเองกับมือ แต่ถ้ายังดูไม่อิ่มจะออนแอร์สดๆให้ดูตอนนี้ก็ยังได้
“ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร แล้วตอนนี้คุณอยู่ไหน” ธนินทร์ขบกรามแน่น
ooooooo
ขณะที่สรัญญาแต่งเรื่องให้ร้ายเรรินอยู่นั้นสุริยวงศ์ก็พาเรรินมาส่งที่รีสอร์ต วันดาราเดินออกมารับ เช่นเคย แต่เรรินยังหงุดหงิดเรื่องสรัญญา จึงขอตัวไปพักผ่อน วันดาราผิดสังเกตจึงถามน้องชายว่า เกิดอะไรขึ้น
“บ่มีอะหยังดอกครับปี้วันเปิ้นปะคนตี้บ่อยากจะปะเท่าอั้นเน่าะ”
“แล้ววันงานเลี้ยงตั๋วจวนคุณรินเปิ้นแล้วกา”
“จวนแล้วครับท่าทางเปิ้นสนใจ๋ เปิ้นว่าอยากจะผ่อวัฒนธรรมเก่าๆของล้านนาอยู่เหมือนกั๋น ผมกำลังจะบอกปี้วันอยู่เหมือนกั๋นว่า ผมคงมาฮับพี่วันกับคุณรินบ่ไดเพราะผมคงต้องไปฮับคุณย่าเปิ้นครับ”สุริยวงศ์ทิ้งท้าย
ด้านธนินทร์เมื่อฟังเรื่องราวจากสรัญญาจบ ก็รีบมาต่อว่าพรรณวรินทร์ เพราะไม่พอใจที่เธอปกปิดเรื่องเรรินอยู่เชียงใหม่พร้อมกับโชว์ภาพเรรินที่สรัญญาส่งมาให้ดู
“นี่มันอะไรกันธนินทร์แม่ไม่เข้าใจ”พรรณวรินทร์เป็นงง เมื่อเห็นลูกสาวจับมือถือแขนกับชายคนหนึ่ง
“มันก็ไม่น่าจะซับซ้อนจนคุณแม่ไม่เข้าใจนี่ครับ ลูกสาวคุณแม่ไปร่าเริงอยู่กับชายที่ไหนก็ไม่รู้ที่เชียงใหม่โน่น สมัยนี้เขาเรียกมีกิ๊กไงครับแต่ผมว่ามันไม่สะใจ ยังงี้ต้องเรียก มีชู้มันถึงจะถูกใช่ไหมครับคุณแม่” ธนินทร์ตะคอกใส่
พรรณวรินทร์นั่งใจสั่นรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
เวลาเดียวกันนั้นเอง บ่าวคลานเข้ามารายงานบัวเงิน “แม่คุณเจ้า...คุณสุริยะโทร.มาบอกฮื้อเรียนคุณแม่ว่า วันงานตี้ คุ้มเจ้าหลวงคุณสุริยะเปิ้นจะมาฮับแม่คุณ ตอนแลงหกโมงเจ้า” แต่บัวเงินนิ่งเหมือนไม่รับรู้อะไร บ่าวจึงถามต่อ “วันงานแม่คุณจะนุ่งผ้าผืนใดเจ้า ข้าเจ้าจะได้เตรียมเอาไปทำความสะอาดรีดหื้อ”
บัวเงินยังคงนิ่งเฉย จนบ่าวเดาอารมณ์ไม่ออกก็ชักกลัวเลยคลานถอยออกไป สักพักบัวเงินก็ลุกเดินเข้าห้องไปเปิดหีบไม้เก็บผ้าโบราณออก แล้วหยิบผ้าซิ่นไหมยกดิ้น เงินตระกูลผ้าลำพูน สีดอกตะแบกออกมาลูบคลำ พลัน...ความทรงจำในอดีตค่อยๆกลับมา
ในค่ำคืนนั้น บัวเงินในวัยสาวสะพรั่งสวมผ้าซิ่นยกดิ้นเงิน สีดอกตะแบกเข้ามารับใช้เจ้าศิริวัฒนาในห้อง
“เจ้ามาแล้วกา บัวเงิน”ผู้เป็นเจ้าของห้องหันมาทัก
“เจ้าปี้ เจ้า”บัวเงินส่งยิ้มหวานบาดใจ
“วันนี้ปวดเมื่อยไปตึงตั๋วเจ้านวดฮื้อปี้ได้ก่อ” เจ้าศิริวัฒนา เดินมาที่เตียง
“ได้เจ้า” บัวเงินขยับมาที่พื้นใกล้ศิริวัฒนาแล้วเริ่มบีบนวดขาให้
“ไผก่อนวดเก่งสู้เจ้าบ่ได้นะบัวเงิน”
“อู้จะอี้หมายความว่า เจ้าปี้เกยฮื้อไผนวดฮื้อกาเจ้า”
“เกย ก็ หมอนวดของเจ้าป้อเจ้าแม่เปิ้นน้าก๊า แต่เปิ้นก็มือหนักจนปี้ปวดระบมไปตึงตั๋ว”
“ถ้าเป๋นหมอนวดของเจ้าป้อเจ้าแม่ ก็แล้วไปเจ้า”บัวเงินทำจริต
“เวลาเจ้างอนนี่น่าเอ็นดูแต้ๆ บัวเงิน”
“ก่อข้าเจ้ากั๋ว กั๋วว่าเจ้าปี้จะหันคนอื่นดีกว่าบัวเงินจะฮักคนอื่นมากกว่าบัวเงิน”
“กั๋วอะหยังบ่เข้าเรื่อง ตี้ปี้ฮ้องใจ้เจ้ากู้คืนจะอี้ บ่ได้หมายความว่าปี้หันเจ้าสำคัญกว่าคนอื่นกา” เจ้าศิริวัฒนาเอื้อมมือมาจับมือบัวเงินแล้วดึงตัวให้ลุกขึ้นพลางเอ่ยชมซิ่นที่เธอนุ่งว่างามแท้ๆ
“ก็ซิ่นผืนนี้เจ้าปี้หื้อบัวเงินตั้งแต่วันปี๋ใหม่ปี๋ตี้แล้วจะไดเจ้า ปี๋นี้ข้าเจ้ายังรออยู่ว่าเจ้าปี้จะหื้อซิ่นอะหยังบัวเงินหรือว่าเจ้าปี้จะลืมไปแล้วก็บ่ฮู้ ว่าบัวเงินรออยู่”
“บ่ลืมหรอก จะลืมได้จะได” เจ้าศิริวัฒนาดึงตัวบัวเงินเข้ามาจูบๆ
บัวเงินทำเอียงอายแต่ก็ไม่ปัดป้อง หลังจากอยู่รับใช้เจ้าศิริวัฒนาจนท่านพอใจแล้ว บัวเงินก็กลับมาที่ห้อง ผ้าซิ่นยกสีดอกตะแบกที่เคยสวม ถูกวางไว้บนเตียง อีเม้ยขยับเข้ามาพับผ้าผืนนั้น บัวเงินหันมากำชับบ่าว
“อีเม้ย มึงต้องคอยผ่อหื้อดีๆว่ามีอีหน้าไหนมันมาแอบส่งสายตาหื้อเจ้าของกูรึเปล่า”
“หม่อมบ่ต้องเป็นกังวลไปหรอกเจ้า ทั้งคุ้มเจ้าหลวง นี่บ่มีไผมันกล้ายะจะอั้นหรอกเจ้า แต่เวลาเจ้าเปิ้นออกไปนอกคุ้ม เม้ยก็บ่แน่ใจ๋”
“มึงทำหื้อกูกังวล”
“โถ หม่อมเจ้าขา เม้ยบ่ได้แกล้งอู้เอาใจ๋ หม่อมเจ้า ทั่วทั้งเจียงใหม่นี่บ่มีไผจะงามสู้หม่อมบัวเงินของเม้ยไดหรอกเจ้า หม่อมอย่ากังวลไปเลย”
“วันไหนกูได้อภิเษกกับเจ้าปี้ศิริวัฒนาได้เป็นชายาเอกของเปิ้น มึงก่อจะได้สุขสบาย ได้เป็นใหญ่ในคุ้มเจ้าหลวงนี่เหมือนกั๋นกูบ่ลืมมึงหรอกอีเม้ยเอ๊ย” แววตาบัวเงินเต็มไปด้วยความหวัง เรื่องราวมากมายเกิดและฝากฝังความเจ็บแค้นไว้ในแววตาของบัวเงินในวันนี้
“คนบ่มีสัจจะ...คนบ่มีหัวใจ๋” บัวเงินตัดพ้อ เพราะเหนื่อยเหลือทนแล้ว
ooooooo
วันดารานำผ้าโบราณที่เธอสะสมไว้มาให้เรรินเลือกเพื่อนุ่งไปงานที่คุ้ม
“รินนุ่งกระโปรงเรียบร้อยๆไปก็พอมั้งคะพี่วัน” เรรินเกรงใจ
“บ่ได้งานนี้งานใหญ่ แขกทุกคนต้องแต่งตัวผ้าเมือง ขืนคุณรินนุ่งกระโปรงตัวเสื้อตัวต้องถูกมองแน่ๆเจ้า เลือกไปเต๊อะฮักผืนไหมก้อหยิบออกมาเลยปี้จะไปดูเครื่องประดับหื้อก่อน” วันดาราขยับไปเปิดตู้หยิบกล่องเครื่องประดับออกมาเลือก
ขณะที่เรรินหยิบผ้าโบราณออกมาทีละชิ้นๆจนเห็นผ้าผืนหนึ่งในหีบ เธอตะลึงมองราวต้องมนต์สะกดแล้วค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาพลางเอ่ยกับวันดาราว่า จะขอนุ่งผ้าผืนนี้
วันดาราหันมาเห็นก็ชอบใจบอกเล่าที่มาของผ้าซิ่นผืนนี้ว่า แต่เดิมเป็นของเจ้านางมณีริน
“แล้วพี่วันได้ผ้าผืนนี้มาได้ยังไงคะ” เรรินสนใจ


เรื่องย่อ กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3



เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3


ตอนที่ 4

ขึ้นมาคุยกันบนห้อง รัญเชื่อที่บัวเล่า และก็เข้าใจด้วยว่าบัวโกรธ แต่อ้อมเป็นแขกจะให้ตนไปว่าเธอได้ยังไง ส่วนรินลดาเดี๋ยวตนจะหาเวลาคุยด้วย

“ผมขอนะ อย่ามีเรื่องกับเขาอีก”

“แต่ถ้าเขาหาเรื่องบัวอีกล่ะคะ”

“คุณก็อดทนซักนิดแล้วกัน พยายามอยู่ห่างๆเขาไว้” บัวนิ่งไม่ตอบ รัญขยับเข้ามาจับมือเธอ “ผมขอโทษแทนเขาสองคนด้วย คิดซะว่าเห็นแก่ผมนะ”

“ก็ได้ค่ะ” บัวตอบรับอย่างจนใจ และไม่ยอมลงไปกินข้าวพร้อมเขา

ฝ่ายสองสาวเห็นรัญกลับลงมาแล้วไม่ดุไม่ว่าอะไรพวกตน ก็คิดว่าบัวคงโดนเอ็ดไปแล้ว อ้อมฉวยทำคะแนนต่อด้วยการเอาเสื้อที่ซื้อเมื่อกลางวันมาให้รัญ

“ขอบคุณครับ แต่ทีหลังไม่ต้องหรอกนะ พี่เองก็มีเสื้อเยอะแยะ”

“เล็กน้อยค่ะ อ้อมอยากซื้อให้พี่รัญ” อ้อมยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ รัญฝืนยิ้มตอบ

“พี่รัญ น้องว่าพี่รัญต้องจ้างแม่บ้านซักคนแล้วนะ” รินลดาเกริ่นขึ้นมา อ้อมได้ทีฟ้องเรื่องบัวไม่ยอมซักเสื้อให้ รัญฟังแล้วอึดอัดลำบากใจ แต่ก็รับปากจะลองคุยกับบัวให้

เมื่อรัญกลับขึ้นมาคุยกับบัว บัวตกลงจะทำอาหารเผื่อสองคนนั้นด้วย แต่เรื่องซักผ้าเธอไม่ยอม

“ผมไม่ได้ให้คุณทำเฉยๆนะ ผมจะจ่ายเงินเพิ่มให้”

“บัวไม่รับค่ะ แล้วบัวก็คิดว่าพี่รัญควรจะให้พวกเขาหัดทำกันเอง กะอีแค่ซักผ้ามันไม่ใช่เรื่องยาก บัวยังทำได้เลย”

“มันไม่เหมือนกันนะบัว คุณเคยทำงานบ้าน เคยดูแลตัวเองมาก่อน แต่สองคนนั่นเขามาจากครอบครัวที่มีคนรับใช้คอยทำให้”

“แต่บัวไม่ใช่คนรับใช้เขานะคะ”

“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น  เพียงแต่สองคนนั่นเขา...”

“ทำไมหรือคะ สองคนนั่นแตกต่างจากบัวตรงไหน มีมือ มีหู มีตา ไม่เหมือนบัวหรือคะ หรือแค่เขามีเงินมากกว่าบัว หรือพี่รัญเห็นว่าบัวต่ำกว่าสองคนนั่น บัวเลยต้องทำได้ทุกอย่าง”

บัวน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจและแค้นใจ หันหนีไปที่หน้าต่าง รัญตามมาขอโทษ ครั้นเห็นเธอร้องไห้ก็ตกใจ ถามว่าร้องทำไม หรือว่าโกรธตน...บัวเอาแต่สะอื้นไม่ตอบ

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้คุณโกรธ ถ้าคุณไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ”

“ค่ะ บัวไม่ทำ”

“ก็แค่นั้นแหละ ไม่เห็นต้องร้องไห้เลย คุณเนี่ยขี้แยเป็นเด็กๆไปได้” เขาดึงเธอมากอดปลอบ บัวเผลอปล่อยความรู้สึกกอดตอบเขา รัญเองก็เคลิ้มกับกลิ่นกายหอมๆของบัว ที่สุดเขาก็หักห้ามใจไม่ไหวกอดจูบและเกือบจะเลยเถิดถ้าบัวไม่ตะปบมือเขาไว้ หลังจากนึกถึงคำพูดของการ์ตูนที่เตือนไม่ให้มีอะไรกับรัญ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นบัวจะเป็นฝ่ายเสียชื่อเสียง

“ไหนพี่รัญบอกว่าจะไม่แตะต้องตัวบัวไงคะ”

“ผมขอถอนคำพูด” รัญเคลื่อนหน้าเข้ามาจะจูบอีก บัวแตะปากรัญไว้ ทำท่าเหมือนชำนาญในอาชีพ

“แต่ถ้าพี่รัญจะทำอะไรมากกว่านี้ บัวต้องขอเงินเพิ่มนะคะ...ว่าไงคะ”

รัญชะงักแล้วผละออกอย่างไม่พอใจ “สำหรับคุณ ทุกอย่างเป็นเงินไปหมดเลยนะ”

“ก็ใช่สิคะ  มันเป็นอาชีพของบัวนี่คะ”

“อ้อ จริงสิ ผมลืมไปว่าอยู่กับใคร มิน่า พอเสนอให้ซักผ้าทำเป็นเสียใจร้องไห้ แต่เรื่องอย่างว่ากลับรีบทวงถามค่าจ้างพิเศษ คุณไม่ต้องห่วงหรอก คนอย่างผมไม่เคยจ่ายเงินเพื่อให้ผู้หญิงมานอนด้วย ผมสัญญา ผมจะไม่แตะต้องตัวคุณอีก”

รัญออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย โกรธตัวเองที่ไม่น่าเผลอใจไปกับผู้หญิงขายบริการ ขณะที่บัวน้ำตาเอ่ออยู่ในห้อง เสียใจที่ต้องพูดและทำอย่างนั้นลงไป

กระทั่งเช้าวันใหม่ซึ่งเป็นวันหยุด รัญก็ยังมีท่าทีมึนตึงกับบัวอย่างเห็นได้ชัดจนอ้อมกับรินลดาแอบซุบซิบกันว่าสองคนนี้แปลกไป สงสัยรัญคงเริ่มเบื่อบัวแล้ว ดังนั้นรินลดาจึงเห็นควรว่าอ้อมต้องเร่งทำคะแนนโดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เลย
สองสาวให้รัญพาเที่ยวรอบเมือง รัญตกลงทันทีโดยไม่ชวนบัวสักคำ อ้างว่าบัวเคยไปบ่อยแล้ว นั่นยิ่งทำให้สองสาวแน่ใจว่าระหว่างรัญกับบัวต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเป็นแน่

เมื่อได้ออกไปเที่ยวโดยปราศจากบัว รินลดาเปิดโอกาสให้อ้อมได้อยู่ตามลำพังกับรัญ อ้อมหว่านเสน่ห์ออดอ้อนออเซาะรัญเต็มที่ ถ่ายรูปกันอย่างแนบชิด บางครั้งเธอก็แสร้งถึงเนื้อถึงตัวเพื่อให้ชายหนุ่มหวั่นไหว ซึ่งช็อตนี้เองรินลดาได้แอบบันทึกภาพไว้แล้วรีบส่งไปให้แม่ทางเมืองไทยดูทันที

ขณะนั้นรมณีย์อยู่กับเพียงเพ็ญพอดี รมณีย์จึงเอาภาพนี้อวดเพียงเพ็ญ แล้วสองคุณแม่ก็ดี๊ด๊าหน้าบานไปด้วยกัน วาดหวังว่ารัญกับอ้อมต้องได้ลงเอยกันแน่ แต่เมื่อนึกถึงผู้หญิงที่ชื่อบัวระวง  เพียงเพ็ญก็ยังไม่วางใจร้อยเปอร์เซ็นต์ กลัวหล่อนจะออดอ้อนขอเป็นเมียเก็บ ซึ่งตนรับไม่ได้จริงๆ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันมั่นใจว่าตารัญไม่มีทางเก็บแม่บัวระวงไว้เป็นเมียน้อยหรอก เพราะครอบครัวเราไม่นิยมเรื่องแบบนี้”

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณหญิงว่าเราจะได้มาวางแผนเรื่องงานแต่งงานกันต่อ”

เสียงโทรศัพท์มือถือรมณีย์ดังขัดจังหวะ พอเจ้าตัวกดรับต้องตกใจเพราะเป็นนักเลงบ่อนพนันโทร.มาทวงหนี้พร้อมคำข่มขู่จะตัดนิ้วทิ้งถ้าพรุ่งนี้ไม่จ่ายหนี้ตามกำหนด รมณีย์กลัวทั้งเจ้าหนี้และกลัวเพียงเพ็ญที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะรู้จึงรีบพูดแล้ววางสายด้วยสีหน้าท่าทีแปลกๆ ทำให้เพียงเพ็ญสงสัยถามว่าใครโทร.มา

“พวกมูลนิธิน่ะโทร.มาขอให้บริจาคเงิน เมื่อวานพี่ก็เพิ่งบริจาคไปห้าแสน เออ พูดถึงเงินแล้วนึกขึ้นมาได้ พี่อยากจะยืมเงินสดคุณเพ็ญซักสองล้านได้มั้ย”

“สองล้านหรือคะ คุณหญิงจะเอาไปทำอะไรคะ”

“พอดีเงินสดของพี่มันฝากฟิกซ์ในแบงก์ จะครบดอกเบี้ยอีกสามเดือนข้างหน้า”

“คุณหญิงมีที่ดินตั้งเยอะไม่ใช่หรือคะ ไม่เอาไปโอดี แบงก์ก่อน”

“ขี้เกียจไปน่ะ มันเรื่องยุ่ง แล้วอีกอย่างพี่เพิ่งขายที่ดินที่บางพลีไปสามไร่ สิ้นเดือนนี้คนซื้อมันจะเอาเงินมาให้สี่สิบล้าน”

“ถ้าอย่างงั้นไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เดี๋ยวน้องเขียนเช็คให้”

“ขอบใจน้องเพ็ญมากจ้ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เราคนกันเอง” เพียงเพ็ญกุลีกุจอลุกออกไป รมณีย์ถึงกับผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก หายใจคล่องขึ้นหน่อย

ooooooo

ทางด้านรัญกับอ้อมที่ปราก อ้อมยังอ้อนให้รัญพาเที่ยวรอบๆเมือง โดยไม่รู้ว่าบัวแอบตามสังเกตการณ์ อยู่ห่างๆด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ยิ่งเห็นเขาทั้งคู่ใกล้ชิดโอบซบกันท่ามกลางอากาศหนาวเย็น บัวเจ็บปวดแทบน้ำตาซึม กลัวจะเสียรัญให้อ้อมไปจริงๆ

รินลดาที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นเดินมาเจอบัวโดยบังเอิญ บัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบคำถามของเธอว่า ตนว่างๆก็เลยออกมาเดินเล่น

“แล้วนี่ทำอะไร ดูลับๆล่อๆเหมือนแอบดูอะไร”

“เปล่าค่ะ พอดีเห็นพี่รัญอยู่ด้านนู้นกับคุณอ้อม ก็เลยไม่อยากขัดจังหวะ”

รินลดามองตามสายตาบัวไปเห็นอ้อมนั่งซบรัญ “หวังว่าเธอคงไม่หึงนะที่พี่อ้อมเขาสโลว์ซบกับพี่รัญ”

“อ๋อ ไม่ค่ะ ถ้าพี่รัญชอบคุณอ้อม บัวจะไปห้ามอะไรได้” ตอบแล้วบัวขยับจะไป

“แล้วนี่จะไปไหน”

“ก็กลับบ้านสิคะ”

“ไม่กลับด้วยกันหรือ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ บัวไม่อยากให้พี่รัญกับคุณอ้อมอึดอัด”

“ดีแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องบอกพี่รัญว่าเจอเธอ”

รินลดาหันกลับไปมองอ้อมกับรัญ เห็นอ้อมมองจ้องหน้าสบตารัญเหมือนจะจูบ จึงเชียร์ให้อ้อมจูบเลย แต่แล้วอ้อมก็พลาดเป้าเพราะรัญลุกขึ้นเสียก่อน เป็นเหตุให้ศีรษะอ้อมโขกเก้าอี้อย่างจัง

ตกเย็นกลับมาถึงหน้าบ้าน อ้อมยังอ้อนให้รัญพาไปเที่ยวอีกในอาทิตย์หน้า และรินลดาก็เน้นด้วยว่าขอไปแบบนี้แค่สามคน อ้อมทำเป็นเกรงใจท้วงรินลดาว่าบัวจะยอมเหรอ อยู่ๆเราจะควงแฟนเขาไปเที่ยวแล้วไม่ให้เขาไป

“บัวเขาไม่คิดอย่างงั้นหรอกครับ” รัญออกตัว

“ความจริงพี่รัญน่ะเหมาะกับพี่อ้อมมากกว่ายัยบัวระวงหลงทางนั่นตั้งเยอะ”

“น้องรินอย่าพูดอย่างงั้นสิจ๊ะ พี่เขินนะ” อ้อมทำทีบิดตัวจนขาพลิกร้องโอ๊ยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากรัญ อีกทั้งอยากเยาะบัวที่อยู่ในบ้าน

แล้วอ้อมก็ทำสำเร็จ รัญต้องประคองเธอเข้าบ้านแล้วใช้ให้บัวไปเอาเจลกับยามาให้ เขาจะปฐมพยาบาลอ้อมที่ขาแพลง บัวสะกดใจอย่างยิ่งทำตามที่รัญสั่ง พอเห็นอ้อมมารยาว่าเจ็บมากจนเดินไม่ไหวแล้วรินลดาก็จะให้รัญอุ้มไปส่งที่ห้อง บัวแทบทนไม่ไหวมองตามทั้งคู่ไปด้วยความเจ็บใจ แต่รินลดาสะใจมาก หันมาเย้ยบัวว่า

“ฉันว่าเธอเตรียมเก็บข้าวของย้ายออกจากที่นี่ได้แล้วนะบัวระวง”

บัวจี๊ดใจแต่ไม่พูดอะไรสักคำนอกจากหันหลังเดินกลับไปในครัว ส่วนรัญที่อุ้มอ้อมขึ้นไปวางบนเตียง พอเขาจะผละออกมา อ้อมก็จู่โจมหอมแก้มเขาอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยอุ้มอ้อมขึ้นมา”

ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว ยิ้มเก้อๆ บอกไม่เป็นไร อ้อมยิ้มกริ่มได้ใจ กล่าวกู๊ดไนต์พร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำ  ก่อนรัญจะหันกลับออกไป แล้วอ้อมก็บอกกับตัวเองอย่างหมายมาดว่าเธอจะดีดบัวระวงให้กระเด็นออกจากบ้านนี้ให้จงได้...

ถึงเวลาเข้านอน รัญทำเหมือนบัวไม่มีตัวตนในห้อง เขาเดินผ่านเธอไปหยุดยืนที่หน้ากระจกอย่างไม่สนใจ แล้วบัวก็ทำลายด้วยความเงียบ โพล่งขึ้นมาด้วยความน้อยใจ

“ฉันว่าความจริงไม่เห็นคุณต้องอุ้มเธอขึ้นมาเลย กะอีแค่ขาแพลงหน่อยเดียว”

“คุณหึงเหรอ” เขาถามโดยไม่หันมามอง

“เปล่า ฉันจะไปหึงคุณเรื่องอะไร เพราะฉันไม่ได้เป็นแฟนคุณจริงๆ”

“ดีแล้วที่คุณรู้ตัว” รัญพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วขึ้นเตียงดึงผ้าห่มคลุมตัวก่อนหันมาบอก “ผมว่าบางทีคุณอาจจะได้กลับบ้านเร็วกว่ากำหนดนะ”

บัวรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ลงนอนน้ำตาไหลริน...

ooooooo

เช้าขึ้นบัวตื่นมาทำอาหารตามปกติ ขณะที่รัญก็ยังวางท่ามึนตึงหมางเมิน ไม่ออกความเห็นเมื่อเธอถามเขาว่าอยากทานอะไร...รัญออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งแล้วโทร.หาเพชรที่เมืองไทย บอกให้เพื่อนรู้ว่าตนอาจจะส่งบัวระวงกลับบ้านก่อนกำหนด

“หมายความว่าแกชอบน้องอ้อมแล้วหรือ”

“ก็...ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะเท่าที่ดูเขาก็น่ารัก หน้าตาก็สวย มีการศึกษา แถมมาจากครอบครัวดี ฉันคิดว่าฉันคงรักเขาได้ไม่ยาก”

“เออ ฉันดีใจกับแกด้วย ว่าแต่ว่าแกจะไม่แตะน้องบัวระวงก่อนส่งกลับจริงหรือ”

“ไม่ ฉันไม่นอนกับผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน”

“ทำไมน้ำเสียงแกดูซีเรียสจังวะ หรือว่าน้องบัวระวงเรียกค่าบริการเพิ่ม”

“เปล่า  ฉันแค่โทร.มาบอกให้แกรู้ว่าฉันอาจจะส่งบัวระวง กลับก่อนสิ้นเดือน”

“ก็แล้วแต่แก ฉันไม่มีปัญหาอะไร”

รัญกดปิดโทรศัพท์เดินหน้าเครียดไปตามทางในสวนสาธารณะอย่างหงอยๆ ส่วนในบ้านของรัญ เวลานี้กำลังจะเกิดศึกระหว่างบัวกับอ้อม ต้นเหตุมาจากอ้อมที่หมั่นไส้บัวที่เก่งกาจทำอาหารฝรั่งได้ ก็เลยจงใจพูดจาเสียดสีดูถูก ทำให้บัวเหลืออดไล่ให้ไปเห่าหอนไกลๆ

“นี่แกว่าฉันเป็นหมางั้นหรือ”

“ฉันไม่ได้พูด แค่เปรียบเปรย”

อ้อมโกรธจัดจะเข้าไปตบ แต่บัวยกตะหลิวร้อนๆขึ้นท้าให้เข้ามาเลย ถ้าไม่กลัวเสียโฉม อ้อมจึงกล้าๆกลัวๆ จังหวะนี้เองรินลดาลงมาเห็นพอดี

“มันจะมากไปแล้วนะบัวระวง พี่อ้อมเป็นแขกของพี่รัญนะ เธอไม่มีสิทธิ์มาทำกิริยาไร้มารยาทแบบนี้”

“น้องรินมาก็ดีแล้ว เป็นพยานให้พี่นะว่ามันจะเอาตะหลิวตบหน้าพี่”

“ค่ะ เดี๋ยวพี่รัญมาน้องจะบอกให้พี่รัญจัดการ”

พูดขาดคำ รัญโผล่เข้ามาพอดี รินลดาจึงฟ้องพี่ชาย ว่าบัวระวงจะเอาตะหลิวตบหน้าพี่อ้อม แถมยังว่าพี่อ้อม
เป็นหมาด้วย

“ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ บัวระวง”

บัวไม่ทันจะอธิบาย ถูกอ้อมชิงตัดหน้าแต่งเรื่องเสียก่อน

“เป็นความผิดของอ้อมเองค่ะพี่รัญ อ้อมเห็นว่าบัวเขาทำอาหารให้พวกเรากินทุกวันก็เลยอยากจะเข้ามาช่วย แต่เขากลับด่าอ้อมว่าไม่ต้องมายุ่ง บอกว่าอย่างอ้อมน่ะทำไปพี่รัญก็ไม่กิน อ้อมก็เลยบอกว่าทำไมถึงพูดอย่างนี้กับอ้อม”

“คุณอ้อมมีเจตนาดี ทำไมคุณถึงพูดจาหยาบคายกับเขา”

“นี่คุณเชื่อเรื่องที่เขาพูดงั้นหรือ”  บัวมองรัญอย่างตัดพ้อ

“แล้วฉันจะโกหกทำไม” อ้อมสวนทันควัน

“ใช่...รินเป็นพยานได้ค่ะพี่รัญว่าบัวระวงด่าพี่อ้อมจริงๆ พี่รัญต้องจัดการนะคะ ขืนปล่อยให้ทำอย่างนี้ ต่อไปเขาก็จะด่ารินอีกคนนึง”

“ขอโทษคุณอ้อมซะบัวระวง”

บัวไม่พอใจโยนตะหลิวลงกระทะแล้วเดินออกไปทันที

“เห็นรึยังคะพี่รัญ ว่าเขาไร้มารยาทแค่ไหน”

“เอาล่ะ พี่ขอโทษแทนบัวด้วย เดี๋ยวพี่จะจัดการเรื่องนี้เอง”

“พี่ต้องจัดการให้ถึงที่สุดนะคะ”

รัญเดินหน้าเครียดออกไป สองสาวแสบหันมายิ้มให้กันอย่างสะใจ...รัญตามบัวออกไปนอกบ้าน ย้ำเตือนเรื่องที่เคยขอร้องว่าอย่ามีเรื่องทะเลาะกับสองคนนั้น

“ฉันไม่ได้หาเรื่องนะ แต่น้องสาวคุณกับคุณอ้อมหาเรื่องฉันก่อน”

“แล้วทำไมคุณต้องไปด่าเขาด้วย”

“แล้วทำไมคุณไม่ถามว่าเขาด่าฉันว่ายังไงบ้าง”

“แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร คุณก็ควรจะอดทน คุณลืมไปแล้วหรือคุณกำลังรับจ้างผมทำงานอยู่นะ ผมบอกให้คุณอดทน อย่าทะเลาะกับเขา คุณก็ต้องทำตาม และผมก็หวังว่าจากนี้ไป คุณจะให้เกียรติคุณอ้อมมากกว่านี้ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็กลับไป”

รัญพูดรวดเดียวจบแล้วเดินจากมาทันที ทิ้งให้บัวนั่งน้ำตาอาบแก้มด้วยความน้อยใจ...เสียใจ


ooooooo
นอนคิดตัดสินใจมาเกือบทั้งคืน พอเช้าขึ้นยังมาเห็นภาพบาดตาระหว่างอ้อมกับรัญเข้าอีก บัวจึงหิ้วกระเป๋า ออกจากบ้านหลังจากรัญออกไปทำงานแล้ว ยังความยินดีปรีดาให้แก่อ้อมกับรินลดาแทบจะกระโดดโลดเต้น
“ในที่สุดเราก็กำจัดนังบัวระวงออกไปจากชีวิตพี่รัญได้แล้ว”
“ขอบใจมากจ้ะน้องริน” อ้อมหอมแก้มรินลดาซ้ายขวา
“คราวนี้ก็เป็นโอกาสของพี่อ้อมแล้วที่จะได้อยู่กับพี่รัญ หวังว่าพี่คงไม่ทำให้น้องผิดหวังนะคะ”
“พี่เคยบอกแล้วไง เรื่องจับผู้ชาย พี่ไม่เคยเป็นรองใคร”
“งั้นเดี๋ยวน้องต้องรีบโทร.รายงานคุณแม่ก่อน”
“จ้ะ พี่ก็ต้องบอกคุณแม่พี่เหมือนกัน”
ทั้งสองแยกกันไปคนละทางด้วยท่าทีกระดี๊กระด๊าสุดๆ พอรมณีย์แม่ของรินลดาทราบเรื่องนี้ก็หน้าบานไปอีกคน
“จริงเหรอ...อืม ดีมาก แล้วพี่ชายแกว่าไง”
“พี่รัญยังไม่รู้เรื่องค่ะ แต่ถึงรู้หนูก็ว่าเขาไม่ไปตามหรอก เพราะระยะหลังเนี่ยดูพี่รัญไม่ค่อยปลื้มยัยบัวระวงนี่เท่าไหร่”
“แล้วกับหนูอ้อมล่ะ”
“ท่าทางจะมีใจอยู่ค่ะ”
“จริงหรือลูก ตารัญชอบหนูอ้อมแล้วหรือ”
“ค่ะ แต่แม่ต้องไม่ลืมสัญญานะคะว่าจะให้หนูเรียนต่อ เพราะหนูก็ช่วยพี่อ้อมเต็มที่แล้ว”
“เอาเถอะน่า ขอให้พี่ชายแกได้กับยัยอ้อมก่อนเถอะ ต่อให้แกจะเรียนถึงปริญญาเอก แม่ก็ส่งแกได้ ว่าแต่แกเถอะพยายามเปิดโอกาสให้เขาอยู่กันตามลำพังนะอย่าไปเป็นก้างขวางคอเขาล่ะ”
“ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง แค่นี้ก่อนนะคะ หนูได้ยินเสียงเหมือนพี่รัญมา”
รินลดาวางสายด้วยรอยยิ้ม ส่วนรมณีย์ยิ้มกว้างกว่า คาดหวังว่าถ้าเป็นจริงอย่างที่ลูกสาวว่า ตนก็จะได้กลับมามีเงินอีกครั้ง...
รัญกลับจากทำงานเดินเข้ามาในครัว แปลกใจที่ไม่มีอาหารเหมือนทุกวัน เขาหันมาถามน้องสาวที่เดินนำหน้าอ้อมเข้ามาว่า บัวระวงไปไหน วันนี้เขาไม่ทำกับข้าวหรือ
“เขาไปแล้วค่ะ”
“ไปไหน”
“น้องก็ไม่รู้ เมื่อตอนบ่ายเขามาเก็บเสื้อผ้าไป สงสัยจะกลับเมืองไทย เพราะเห็นบอกว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก”
“อ้อมก็พยายามรั้งเขาไว้แล้วนะคะ บอกเขาแล้วว่าอย่าเพิ่งไปเลยให้รอพี่รัญก่อน แต่เขาบอกว่าเขาไม่รอเขาหมดรักพี่รัญแล้ว” อ้อมโกหกไฟแลบ รัญเหลือบมองหน้าอ้อมแต่ไม่พูดอะไร
“แล้วพี่รัญจะไปตามหาเขาไหมคะ” รินลดาถามลองใจ
“ไม่ ในเมื่อเขาอยากไปก็ต้องปล่อยเขา เอาล่ะ เธอสองคนอยู่นี่นะ พี่จะไปซื้อพิซซ่ามาให้”
พอรัญเดินพ้นไป สองสาวก็ตีมือกันอย่างเริงร่า...ขณะเดียวกันนั้นเอง บัวไปถึงสนามบินแล้ว เธอบอกตัวเองทั้งน้ำตาคลอๆว่า ถ้าเราอยู่ต่อก็คงหน้าด้านเกินไปแล้ว แต่พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ก็นึกดีใจว่ารัญคงโทร.ตาม แต่เปล่าเลย การ์ตูนต่างหากที่โทร.มาถามความคืบหน้าเรื่องความรักของบัว
“แกโทร.มาก็ดีแล้ว ฉันจะบอกว่าพรุ่งนี้ไปรับฉันที่แอร์พอร์ตด้วย”
“เฮ้ย...บัว ทำไมแกถอดใจง่ายๆแบบนี้ หรือพี่รัญเขาบอกว่าเขาชอบยัยอ้อม”
“ใช่ เขาชอบยัยอ้อม”
“เป็นไปได้ยังไง ฉันไม่อยากเชื่อเลย เขาบอกแกหรือ”
“เปล่า ฉันดูจากการกระทำของเขา ฉันว่าเขาคงไม่ชอบฉันหรอก”
“ไม่เอาน่า แกอย่าเอาอารมณ์ของแกมาตัดสินสิ เมื่อไหร่ที่เขายังไม่ออกปากบอกให้แกกลับ นั่นก็หมายความว่าเขายังไม่ได้เลือกยัยอ้อม”
“แต่ฉันไม่อยากทนต่อไปแล้ว แกไม่รู้หรอกว่าฉันต้องเจออะไรกดดันบ้าง”
“บัว...ความรักมันไม่ได้มาง่ายๆนะ แกลืมไปแล้วหรือว่าแกปลอมตัวบินไปหาเขาเพื่ออะไร ถ้าแกกลับ ก็หมายความเรื่องของแกกับพี่รัญต้องจบกันเลยนะ”
“ฉันรู้” บัวปิดโทรศัพท์หน้าเศร้า ข้างฝ่ายการ์ตูนสีหน้ายังงงไม่หาย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างบัวจะยอมแพ้ง่ายๆ
ooooooo
ใช่ว่ารัญจะไม่แคร์บัวเอาเสียเลย เขาดูเหม่อๆ ซึมๆจนอ้อมกับรินลดาสังเกตได้ พิซซ่าที่ซื้อมาก็กินไม่กี่คำก่อนจะขอตัวขึ้นข้างบนไปอาบน้ำ อ้อมได้โอกาสตามขึ้นไปยั่วยวน รินลดาเลยต้องเก็บล้างถ้วยจานไปคนเดียว
อ้อมเข้ามาเป็นจังหวะที่รัญออกจากห้องน้ำพอดี เธอยั่วยวนแนบชิดจนเขาเคลิ้มไปเหมือนกัน แต่จู่ๆรัญก็ได้สติถอยห่างจากอ้อมแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้อ้อมยืนฮึดฮัดขัดใจ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้
รัญหนีอ้อมลงมาชงกาแฟกินข้างล่าง ไม่นึกว่าจะเจอบัวอยู่ในครัว เขาซ่อนความดีใจ ถามเธอว่าไปไหนมา
“อ๋อ บัวเอาเสื้อผ้าไปซัก พอดีเครื่องที่บ้านมันเสีย”
“เห็นรินกับคุณอ้อมบอกว่าคุณกลับเมืองไทย”
“บัวไม่ได้บอกว่าบัวจะกลับเมืองไทย แต่ถ้าพี่รัญอยากให้บัวกลับก็บอกมา แค่พี่รัญพูดคำเดียวบัวก็จะไปเดี๋ยวนี้เลย”
รัญนิ่งเงียบจนบัวใจเสีย พูดเสียงแผ่ว
“แสดงว่าพี่รัญอยากให้บัวไปจริงๆ”
“บัวระวง...ในสัญญาผมจ้างคุณสามเดือนไม่ใช่หรือ”
“ค่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นคุณก็อยู่ให้ครบตามสัญญาแล้วกัน” รัญบอกเสียงเรียบขรึมแล้วหันหลังให้ พอบัวหิ้วกระเป๋าขึ้นข้างบน เขาก็หันกลับมามองตามเธอไปด้วยรอยยิ้มบางๆ
เสียงลูกบิดประตูห้องดังทำให้อ้อมที่ยังอยู่ข้างในรีบปิดไฟแล้วลงนอนหันหลังบนเตียง บัวเปิดประตูแง้มเข้ามาไม่ทันจะเปิดไฟก็ได้ยินเสียงหวานๆของอ้อมดังขึ้น
“พี่รัญคะ ให้อ้อมนอนด้วยคนนะคะ ไม่รู้เป็นอะไรวันนี้อ้อมกลัวผีจังเลย”
พอบัวเดินไปนั่งข้างเตียง อ้อมพลิกตัวหันกลับมารวบเอวกอดไว้ทันที
“มาสิคะพี่รัญ นอนเถอะค่ะ อากาศหน๊าวหนาว ให้อ้อมกอดหน่อยนะคะ...แหม พี่รัญเนี่ยกล้ามใหญ่จังเลย”
“ขอโทษค่ะ ไม่ใช่กล้ามค่ะ นั่นหน้าอกฉัน”
อ้อมสะดุ้งดีดตัวลุกขึ้นเปิดไฟหัวเตียงอย่างเร็ว “หา...
บัวระวง!”
“ใช่ ฉันเอง”
“นี่แกกลับมาทำไม ไหนแกบอกว่าแกจะกลับเมืองไทยไง”
“ใครบอกคุณ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรซักคำ คุณพูดอยู่คนเดียว”
“แกมาทำอะไรที่นี่”
“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าคุณมาทำอะไรในห้องนอนฉันกับพี่รัญ เชิญคุณออกไปได้แล้ว”
“แกนี่มันร้ายจริงๆ” อ้อมก้าวลงจากเตียงอย่างเจ็บใจ
“เดี๋ยวค่ะ เอาชุดชั้นในของคุณไปด้วย”
บัวโยนชุดชั้นในลอยหวือ อ้อมคว้าไว้ด้วยความโกรธ แล้วเดินปึงปังออกไป
“ฉันจะไม่ยอมให้เธอแย่งพี่รัญไปง่ายๆหรอก” บัวพึมพำบอกตัวเอง
เมื่อรัญกลับขึ้นมานอน บัวก็นอนในที่ของตน ต่างคนต่างเงียบแต่ยังลืมตาโพลงเหมือนอยากจะพูดอะไรกัน ที่สุดรัญก็ทำลายความเงียบขึ้นว่า
“บัวระวง...ผมอยากขอโทษที่ผมพูดไม่ดีกับคุณ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ บัวเป็นลูกจ้างก็ต้องอดทน”
“นี่คุณพูดประชดผมเหรอ”
“เปล่าค่ะ บัวพูดจริงๆ ต่อไปนี้ไม่ว่าพี่รัญจะว่ายังไง บัวก็จะไม่โกรธพี่รัญ บัวจะอดทนเพื่อพี่รัญ”
บัวบอกความในใจจนรัญอึ้งเงียบไป สายตาจับจ้องมองมาที่บัวด้วยความหวั่นไหว
ooooooo
ที่เมืองไทย ลูกน้องของฉัตรชัยได้ข้อมูลแน่ชัดแล้วว่าบัวไม่ได้ไปอเมริกา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าบัวไปประเทศไหน ฉัตรชัยจึงให้สืบต่อไป โดยให้เงินค่าจ้างไปอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนตัวเองก็จะไปเค้นเอากับการ์ตูนอีกครั้ง
ตอนเช้า การ์ตูนยังไม่ทันจะออกไปทำงาน บัวโทร.มาพูดคุยเรื่องที่ตนเปลี่ยนใจไม่กลับเมืองไทย ซึ่งพอตนย้อนกลับไปที่บ้าน รัญก็ไม่ได้ว่าอะไรสักคำ แถมยังบอกให้ตนอยู่ ให้ครบตามสัญญาด้วย
“แสดงความว่าเขาต้องเสียดายแกอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเขาไม่ชอบแกจริง เขาก็ต้องส่งแกกลับแล้ว”
“แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทนแรงเสียดสีได้นานแค่ไหน เพราะน้องสาวเขากับยัยอ้อมคงไม่หยุดเล่นงานฉันแค่นี้แน่”
“แกอย่าไปสนใจพวกมัน สิ่งที่แกต้องทำก็คือพยายามมัดใจพี่รัญให้ได้ แกเคยเห็นตัวอิจฉาในหนังในละครมั้ย”
“เคย...ทำไม”
“นั่นแหละ แกก็เลียนแบบตัวอิจฉา ทำออเซาะออดอ้อนเอามารยาหญิงที่มีทั้งหมดออกมาใช้”
“แกหมายความว่าจะให้ฉันเอาตัวเข้าแลกหรือ”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่หว่านเสน่ห์ใส่เขาเยอะๆ ให้เขาหลงแก”
“ฉันจะพยายามทำให้ได้”
“ไม่ใช่แค่พยายาม แต่แกต้องทำให้ได้”
“เออ ฉันรู้ นี่ตูน ฉันอยากให้แกมาหาฉันที่นี่ได้มั้ย อย่างน้อยฉันจะได้มีเพื่อนคู่คิด”
“ฉันจะไปได้ยังไง ขืนไปฉันก็โดนพ่อแกไล่ออกจากงานสิ และที่สำคัญพี่เพชรต้องไม่ยอมให้ไปแน่”
“ก็อย่าให้พี่เพชรรู้สิ นะตูน ฉันรู้ว่าแกต้องมีวิธีที่จะหนีมาหาฉันได้”
“ฉันยังไม่รับปากหรอกนะ ต้องคิดแผนก่อน”
“ไม่รู้ล่ะ ฉันรอแกนะ”
“แกนี่มันจริงๆเลยนะ แค่นี้ก่อนนะ ไม่รู้ใครมา”
“เดี๋ยวนี้นัดผู้ชายมาที่ห้องเลยหรือ”
“ไอ้บ้า คนส่งผ้าซักรีดน่ะสิ”


เรื่่องย่อละคร กลรักลวงใจ
ละคร กลรักลวงใจ ตอน1 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน2 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน3 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน4 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน5 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน6 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน7 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน8 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน9 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน10 ช่อง3
ละคร กลรักลวงใจ ตอน11ช่อง3

เรื่องย่อ เสือสั่งฟ้า ตอน6 ช่อง7






เรื่องย่อละคร เสือสั่งฟ้า
1 .เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน  ช่  อ  ง   7    
2..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7  
8  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7  
9  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7  
10  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 10  ช่  อ  ง   7  
11  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7  
12  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 12  ช่  อ  ง   7  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ



ตอนที่ 6

หาญเรียกบรรดาสมุนในชุมโจรมาประชุม ประกาศให้รู้ว่า ตอนนี้ชุมของเราถูกทางการหมายหัวเป็นอันดับหนึ่ง ปลุกระดมให้พวกเราต้องเตรียมรับมือตำรวจต้องเข้มงวดเรื่องเวรยาม ต้องฝึกอาวุธหนักเบาให้พร้อมสู้ตลอดเวลา
ทับอาสาจะช่วยฝึกพวกนี้ให้เอง แต้มกับแหลมอาสาจะช่วยดูแลเรื่องเวรยาม และเตรียมอาวุธวางกับดักรอบๆค่าย ชัดทักท้วงว่าตอนนี้พวกแต้มกับแหลมยังถูกลงโทษต้องหาบน้ำตำข้าวอยู่
“ข้าจะเว้นโทษของพวกมันเอาไว้ก่อน เวลานี้เราต้องการกำลังคนที่จะมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะตำรวจไม่ปล่อยเราไว้แน่” หาญตัดสินอย่างมั่นใจ แม้ชัดไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่เถียง
เมื่อทุกคนกระจายกำลังกันออกไป หาญเรียกชัด ทับ แต้ม กับแหลมให้รอก่อน แล้วเข้าไปบอกเบาๆ ว่า “เรื่องที่ไอ้ทับโดนตำรวจจับแล้วข้าไปช่วย ขอให้ปิดเป็นความลับอย่าเพิ่งให้ใครรู้
ชัดถามว่าแม้แต่พี่เมฆหรือ หาญตอบว่าใช่แล้วพูดกับทับว่า
“เรื่องเอ็ง ยังไงก็ต้องบอกความจริงพี่เมฆ เพียงแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”
ชัดทำเป็นหน้าจ๋อย เข้าใจ แต่ลึกๆ แล้วสะใจ ที่หาญกำลังติดกับดักของตน
หลังประชุมแล้ว ชัดเดินออกมาเห็นพลับพลึงกำลังยืนดูดอกคูณพยายามจะเอื้อมเก็บเพื่อเอาไปทำยา เอื้อมไม่ถึงก็หยิบกิ่งไม้มาเขี่ย
ชัดเห็นดังนั้นขว้างเคียวหมุนคว้าไปตัด กิ่งดอกคูณร่วงลงมา แล้วเคียวก็โค้งตวัดกลับไปเข้ามือชัด พลับพลึงเห็นจะจะ แต่ทำเก๊กตาเขียวใส่ พอชัดบอกว่า “ข้าช่วย” พลับพลึงก็เสียงเขียวไปว่า “ใครขอให้ช่วย”
“เอ็งจะเก็บดอกคูณไปทำยาสมุนไพรรึ” ชัดยิ้มเจื่อนพยายามชวนคุยต่อ
“ทำยาพิษ!” พลับพลึงตอบประชด
ชัดหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวล มีลายลูกไม้ที่ขอบออกมาให้พลับพลึง พูดเสียงอ่อนโยนว่า
“ข้าไปตลาด เจอผ้าเช็ดหน้าผืนนี้สวยดี นึกถึงเอ็งเลยซื้อมาฝาก”
แต่พอส่งให้ พลับพลึงรับไปมองอย่างไม่แยแสซ้ำพูดให้ปวดใจว่า “ของแบบนี้ข้าไม่ใช้หรอก” เท่านั้นไม่พอ ปาลงพื้นแล้วเหยียบขยี้จนเปรอะเปื้อนแล้วเดินเชิดไป ชัดมองตามครางออกมาเบาๆ “พลับพลึง...”
กลับไปถึงหน้าเรือนพักแล้วพลับพลึงยังเอาตุ๊กตายัดนุ่นเก่าๆ ไปมัดติดกับต้นไม้แล้วปามีดใส่อย่างเกรี้ยวกราด จนลออมาถามว่าโกรธชัดเรื่องอะไร พักนี้เห็นชักสีหน้าใส่ตลอด พลับพลึงลอยหน้าบอกว่าเปล่า
ลออชี้ไปที่ตุ๊กตาบอกพลับพลึงว่าตุ๊กตานั่นชัดซื้อให้ตั้งแต่สมัยเด็กๆ เห็นตอนนั้นนอนกอดไม่เว้นวันเตือนว่าจะโกรธจะอะไรก็ให้มันพอดี...พอดี เตือนสติอีกว่า
“มันให้เอ็งโขกสับมาตั้งแต่เด็กจนโต ถามจริงๆ เอ็งไม่เห็นคุณงามความดีมันบ้างรึไงวะ ฮึ”
พลับพลึงนิ่ง มองตุ๊กตาแล้วเอามือลูบพุงที่ถูกปามีดใส่จนปริแตกเบาๆ
ooooooo
ทับเริ่มพาสมุนโจรหลายสิบคนฝึกอย่างหนักกลางแดดเปรี้ยง จนสมุนเหล่านั้นอ่อนเปลี้ยก็ยังตะโกนให้เข้มแข็งอย่าวิ่งเหยาะแหยะอย่างนี้ บางคนเสนอให้พักก่อน ทับตอบเด็ดขาดว่าไม่ได้ต้องวิ่งครบร้อยรอบก่อน
ส่วนแต้มกับแหลม ลงมือทำงานทันทีเช่นกัน ทั้งสองหิ้วถังนํ้าไปที่โรงเก็บอาวุธ บอกให้หยดกับพวกที่กำลังช่วยกันเอาผ้าชุบนํ้าเช็ดทำความสะอาดอาวุธอยู่ว่า ให้ไปกินข้าวเสีย พวกตนสองคนจะจัดการให้เอง
พอหยดกับสมุนคนอื่นพากันออกไป แต้มกับแหลมก็เปิดฝาหีบดินปืนเทนํ้าลงไปให้ดินปืนชื้น แต้มพูดอย่างสะใจว่า “ทีนี้ ระเบิดพวกนี้ก็ใช้งานไม่ได้แล้ว”
มันทั้งสองหัวเราะกันอย่างผยอง พอนึกได้ก็กลั้นเสียงหัวเราะกันตัวกระเพื่อม
ooooooo
วันนี้ชิดใจแต่งตัวสวยเดินมาหาดามพ์ที่กองปราบ เห็นดาลินเดินเข้าไปในกองปราบพอดีมองตามอย่างเจ็บใจแล้วเดินตามเข้าไป
ดาลินมาหาเพชร ตำรวจบอกว่าวันนี้เขาลา ดามพ์ผ่านมาเห็นรีบเข้าไปทักทาย บอกว่าวันนี้หมวดเพชรไม่เข้า ดาลินบอกว่าได้ข่าวว่าไม่สบายเลยมาเยี่ยม ถามว่าเพชรเป็นอะไรมากไหม



เรื่องย่อละคร เสือสั่งฟ้า
1 .เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน  ช่  อ  ง   7    
2..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 2  ช่  อ  ง   7    
3..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 3  ช่  อ  ง   7    
4..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 4  ช่  อ  ง   7    
5..เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 5  ช่  อ  ง   7    
6  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 6  ช่  อ  ง   7    
7  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 7  ช่  อ  ง   7  
8  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 8  ช่  อ  ง   7  
9  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 9  ช่  อ  ง   7  
10  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 10  ช่  อ  ง   7  
11  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 11  ช่  อ  ง   7  
12  เรื่องย่อละคร  เสือสั่งฟ้า ดูละครย้อนหลัง ตอน 12  ช่  อ  ง   7  



***แนะนำ +++หุ่นยนต์เต็น nobody wonder girl น่ารักโครตๆๆๆ



Sunday, August 28, 2011

เรื่องย่อ ตะวันเดือด ตอน13 ละคร ช่อง3


ตอนที่ 13
บนเส้นทางออกนอกภูพระกาฬ ศร กรณ์ และไกร พาจรัญขี่ม้ามาอย่างเร็ว แต่แล้วจู่ๆศรก็ตัดสินใจหยุดม้าขวางทางของจรัญไว้ บอกว่า

“เราไม่ไปแล้วพ่อเลี้ยง เราแยกกันตรงนี้”

จรัญซึ่งระแวงอยู่แล้ว บอกให้ศรหลีกทางให้ตน กรณ์แทรกเข้ามาพูดกวนๆว่า เชิญพ่อเลี้ยงตามสบายแต่ต้องทิ้งทรัพย์สินที่ขนมาไว้กับพวกตน

“ไอ้สารเลว นี่พวกเอ็งหักหลังข้างั้นเหรอ” จรัญด่า ชักปืนออกมา แต่ศรยกปืนขู่ไว้ก่อน บอกว่าตอนนี้เรามากันสุดทางแล้ว ขอให้เราแยกกันอย่างสันติเถอะ
ศรพูดเสร็จ กรณ์ก็ยกเท้ายันจรัญตกจากหลังม้า แล้วเข้าค้นเอาทรัพย์สินทั้งที่ตัวและที่กระเป๋าข้างอานม้าซึ่งมีกล่องเครื่องเพชรอยู่มากมาย จรัญยกให้โดยดีแต่เมื่อได้ของแล้วก็ไสหัวไปเสีย

“พวกเราไปแน่   แต่ต้องส่งพ่อเลี้ยงลงนรกเสียก่อน” ศรยกปืนเล็งจรัญ แต่ไม่ทันเหนี่ยวไกเสียงปืนปริศนาก็ดังขึ้น พวกมันทั้งสามหันมองตามเสียงปืน เห็นเดชายืนย้อนแสงอยู่ที่เนินเขา

กรณ์กับไกรชักม้าจะต่อสู้ เดชาสั่งอย่าขยับระยะแค่นี้ตนยิงหัวมันไม่พลาดแน่ กรณ์ไม่ฟังสั่งลุยสามต่อหนึ่ง แต่มันไม่ทันขยับก็ถูกเดชายิงบ่าจนผงะ พร้อมกับร้องท้า

“เอาเลย...ถ้าพวกเอ็งอยากวัดดวงกับข้า ถ้าคิดว่าไวกว่าเดชาคนนี้ละก็ ลงมือได้เลย”

ศรใช้ไม้อ่อน หว่านล้อมว่าพวกเราต่างก็ทำเพื่อผลประโยชน์เขาก็น่าจะเข้าใจ เดชาย้อนเยาะว่า

“แน่นอนไอ้ศร คนอย่างเอ็งข้ารู้จักดี พวกเอ็งเอาถุงเงินไป ส่วนเครื่องเพชรกับไอ้จรัญทิ้งไว้ที่นี่” ศรบอกไกรให้เอาถุงเงินแล้วรีบขึ้นม้า เดชาพูดส่งท้ายว่า “คราวนี้ข้าจะไว้ชีวิตเอ็งเพื่อเห็นแก่มิตรภาพเมื่อครั้งอดีต แต่ถ้ามีคราวหน้าอีกละก็ เอ็งตายแน่ไอ้ศร”

พวกศรพากันขี่ม้าพร้อมถุงเงินไปแล้ว เดชาหันมองจรัญถามว่าไม่แปลกใจใช่ไหม จรัญพูดอย่างเจ็บใจว่า “เอ็งเป็นคนฉลาดเดชา เสียอย่างเดียว เลี้ยงไม่เชื่อง”

“ไม่ต้องห่วงพ่อเลี้ยง ผมจะยังไม่ฆ่าพ่อเลี้ยงตอนนี้ แต่ผมจะใช้ชีวิตของพ่อเลี้ยงเป็นเครื่องเบิกทางกลับสู่ภูพระกาฬ” เดชาพูดอย่างผยอง

ooooooo