Thursday, May 9, 2013

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน2 ละคร ช่อง3



ตอนที่ 2

กรองแก้วถูกจับไปเปลี่ยนชุด แล้วจึงมาให้ช่างเติมหน้า มะลิมาช่วยจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ดูดี มองหน้ากรองแก้วบอกว่าจะปัดมาสคาร่าเพิ่มให้

“ไม่ต้องค่ะ ตาแก้วหนักมากจนจะปิดอยู่แล้ว”

มะลิบอกว่าร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ต้องเอารองพื้นกลบแทบแย่ สาวเบอร์ 7 ได้ยินพูดแทรกขึ้นว่าร้องไห้ทำไม ใครๆ ก็ว่าเบอร์ 8 เป็นตัวเก็งทั้งนั้น หรือว่ากลัวแพ้ตน พูดแล้วหัวเราะคิกคัก มะลิหมั่นไส้เลยบอกว่าให้เธอได้ที่ 1 ไปก็แล้วกัน กรองแก้วเอาแค่ที่ 2 ก็พอเพราะที่ 1 ต้องไปเป็นอนุของท่านพินิจ

“เป็นอนุท่านพินิจสิดี ท่านให้บ้าน ให้รถ ให้ชีวิตใหม่ เราจะไม่ต้องยากจนอีกต่อไป มีเพชร มีทอง มีทุกสิ่งทุกอย่าง ที่สองได้แค่ 5 หมื่นเอง ที่ 1 ได้แสนบาท แล้วก็จะมีทุกอย่างที่ต้องการ” พูดแล้วเดินบิดสะโพกไปประจำที่

“ที่ 1 ได้ 1 แสน ที่ 2 ได้ 5 หมื่น...ต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลยเหรอ” กรองแก้วพึมพำ นิ่งไปอึดใจแล้วบอกมะลิทันที “พี่มะลิคะ ปัดขนตาให้แก้วเพิ่มอีกเถอะค่ะ”

การเปลี่ยนใจกะทันหันของกรองแก้ว ทำเอามะลิงง...

ooooooo

ที่หน้าเวที พิธีกรเริ่มประกาศรายชื่อผู้เข้าประ-กวดตามเบอร์... ชายพีร์ขยับตัวอย่างกระปรี้กระเปร่าขณะที่ชายภัทรนั่งกอดอกเซ็งๆ ทำท่าจะหลับเสียด้วยซ้ำ

เมื่อพิธีกรประกาศเบอร์ 8 สาวงามจากอยุธยา ร้านเสริมสวยอิงอรส่งเข้าประกวด

กรองแก้วเดินออกมาไหว้อย่างสวยงาม อ่อนช้อย แล้วเดินโชว์ตัวไปบนเวที เป็นจังหวะที่ชายภัทรดื่มน้ำโซดาหมดขวดกำลังก้มลงวางขวดที่พื้น พอเงยหน้าขึ้นเห็นกรองแก้วมองมาพอดี ชายภัทรถึงกับตะลึงงันกับความสวยงามของกรองแก้วตรงหน้า ชายพีร์เห็นอาการของพี่ชายก็แกล้งสะกิดแซว ยิ้มอย่างสมหวังที่พาชายภัทรมาตะลึงพรึงเพริดได้สมใจ

อิงอรเห็นท่านพินิจมองกรองแก้วตาเป็นมัน ก็กระซิบกับคุณนายใบบัวขอขึ้นค่าตัวกรองแก้ว คุณนายกระหยิ่มยิ้มย่องรับรองว่า ไม่ต้องห่วง เห็นอาการของท่านพินิจแล้ว ตอนนี้เราจะเอาอะไรท่านยอมหมดแน่ๆ

“ดิฉันขอเป็น 2 เท่าจากราคาเดิม พร้อมส่งยายแก้วถึงเตียงท่านคืนนี้” อิงอรเสนอทันที

“เจ็ดสิบสามสิบนะค้า...ฮ่าๆๆ” คุณนายใบบัวย้ำส่วนแบ่งแล้วจับมือกันหัวเราะคิกคักเบิกบานใจ

ระหว่างที่ช่างภาพรุมกันถ่ายภาพกรองแก้วมือเป็นระวิงนั้น ท่านพินิจลุกขึ้นประกาศกับพวกช่างภาพว่า

“นี่ๆ ช่างภาพทุกคน ถ่ายรูปน้องกรองแก้วแล้วอย่าลืมเอาลงหน้า 1 ฉบับพรุ่งนี้เช้าทุกฉบับนะ แล้วอั๊วจะให้รางวัลจุใจทุกฉบับเลย”

ชายพีร์เลยแกล้งพูดลองใจชายภัทรว่าท่านพินิจเชียร์ออกนอกหน้าขนาดนี้เธอคงไม่รอดแน่ ชายภัทรหน้าตึงโดยไม่รู้สาเหตุ บอกชายพีร์ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเราอย่าไปพูดถึงดีกว่า

“อ้าว...พี่ชายภัทรไม่รู้สึกอะไรหรือครับ พี่ชอบว่าพวกนางงามว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ สาเหตุมันก็เพราะมีคนอย่างท่านคนนี้ไงครับ ที่เป็นตัวการทำให้วงการนางงามเขาเสื่อมเสียน่ะ” ชายพีร์แกล้งแหย่ เลยถูกพี่ชายดุว่า

“ถ้าผู้หญิงพวกนั้นไม่ยอม ก็ควรจะปฏิเสธท่านสิ นี่ทุกคนก็อยากสบายทางลัด ไม่รักเกียรติ ไม่รักศักดิ์ศรีของตัวเอง เราอย่าไปสนใจเลย”

“ไม่สนใจจริงอ้ะ...” ชายพีร์แกล้งยั่ว จนชายภัทรหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่น่าเป็น

ooooooo

โชว์ตัวเสร็จ พวกนางงามพากันเดินมาที่หลังเวที กรองแก้วถอดรองเท้าพักขา มะลิรีบเอาน้ำมาให้ดื่ม อิงอรเข้ามาถามอย่างอ่อนหวานเอาใจว่าเจ็บหรือ แล้วสั่งให้มะลิช่วยนวดให้ ตัวเองก็หว่านล้อม พูดหวานเสียจนเลี่ยนว่า

“โอ๋ๆ ทนอีกนิดนะจ๊ะ หนูแก้วคนดี๊...คนดี เจ็บเท้าก็ต้องอดทนอย่าให้ใครรู้นะคะ หนูสวยที่สุด หวานที่สุด รูปร่างดีที่สุดบนเวทีนี้แล้ว เหลืออีกอย่างเดียว รอบสัมภาษณ์ หนูต้องแสดงความฉลาด และความงามของจิตใจออกมา...”

“ความฉลาด และความงามของจิตใจ?” กรองแก้วทวนคำทำหน้างง

“ใช่...พูดอะไรก็ได้ ให้ดูว่าเราการศึกษาสูง รู้อะไรลึกซึ้ง แต่ก็ต้องอ่อนหวาน น้ำใจงาม รักธรรมชาติ สายลม แสงแดด ไม่ดูถูกคนจน โดยเฉพาะเด็ก คนแก่และคนพิการ จำไว้ล่ะ ห้ามทำตัวบ้านนอก หรือทำตัวเห็น แก่เงิน หรืออยากเด่นอยากดังเด็ดขาด ไปล่ะ...ฉันจะไปคอยเอาใจช่วย เธอทำได้อยู่แล้ว...อ้อ...อย่าลืม ยิ้มตลอดเวลา อย่าทำหน้าบึ้งหน้างอ ยิ้มหวานๆให้ท่านด้วย ท่านนั่งแถวหน้าสุด ตรงกลางเลย ให้มองแล้วโปรยยิ้มไปแถวนั้นเป็นพิเศษล่ะ”

เข้ามาเอาอกเอาใจ สอน สั่ง แล้วอิงอรก็รีบออกไป กรองแก้วพึมพำกับตัวเอง “แถวกลาง...หน้าสุดเหรอ...”

มะลิเข้ามาบอกกรองแก้วว่า ยังมีทางให้เลือกเวลาให้สัมภาษณ์ก็แกล้งตอบโง่ๆไปคะแนนจะได้ตก เพราะว่า

“อย่างน้อย ได้ที่ 2 ก็รอดแล้ว เพราะท่านพินิจไม่ชอบพวกรองๆ ต้องครองมงกุฎเท่านั้น เข้าใจไหม ตอบโง่ๆว่าไม่ทราบค่ะ คิดไม่ออกค่ะ อะไรแบบนี้ไปเลย อาจรอด”

“ตอบว่าไม่ทราบ...คิดไม่ออก...แล้วอาจรอดเหรอ” กรองแก้วพึมพำอย่างสับสน

พอดีพวกนางงามในชุดราตรีเดินผ่านไป มะลินึกได้ลากกรองแก้วให้รีบไปเปลี่ยนเป็นชุดราตรีแทบไม่ทัน

ooooooo

เมื่อกรองแก้วออกไปโชว์ในชุดราตรี ก็ยิ่งได้รับเสียงเชียร์กึกก้อง กรรมการต่างก็กาเบอร์ 8 ราวนัดกันไว้

กรองแก้วตื่นเต้น ตึงเครียดยิ่งเมื่อมองไปที่แถวหน้าตามที่อิงอรย้ำเตือน เห็นแววตาเสือผู้หญิงของท่านพินิจก็ยิ่งผวา ใจสั่น แต่พอมองชายภัทรที่นั่งข้างๆท่านพินิจ กรองแก้วก็ใจชื้น เมื่อเห็นดวงตาใต้แว่นและใบหน้าที่ดูอ่อนโยน ดีงาม ที่กำลังมองมา เธอนึกให้กำลังใจตัวเองว่า

“เออ...คุณคนนี้หน้าตาท่าทางใจดีจัง ดูเขาน่าจะเป็นคนดีจริงๆด้วยสิ”

ชายพีร์จับตาดูอยู่ แกล้งกระทุ้งบอกชายภัทรว่า เบอร์ 8 ยิ้มให้พี่ ทำเอาชายภัทรหูแดงทำเสียงแข็งถามว่า ใครจะมายิ้มให้ตน พอถูกชายพีร์กระเซ้ามากเข้าก็ขู่จะกลับ

ส่วนท่านพินิจดี๊ด๊าจนลืมตัว ลุกขึ้นหันมองชายภัทร พูดเสียงดังลั่น

“เห็นไหม...เห็นไหมเบอร์ 8 ยิ้มให้ผม ฮ่ะๆๆ”

ชายภัทรมองอึ้ง คอแข็งขึ้นมาทันที ชายพีร์แอบดูอยู่เลยแอบขำพี่ชาย

พิธีกรขึ้นประกาศอย่างตื่นเต้นว่า ต่อไปจะประกาศ 5 คนสุดท้าย ขอให้เบอร์ที่ได้รับการเรียกชื่อก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว จากนั้นก็เรียกไปทีละเบอร์

อิงอรลุ้นสุดตัวเชียร์เบอร์ 8 สุนันท์เสนอทันทีว่าถ้ากรองแก้วได้แม่ต้องทำห้องนอนใหม่ติดแอร์ให้ตน ไกรฤกษ์ก็เสนออยากได้มอเตอร์ไซค์เวสป้า ส่วนอิงอรบอกว่า

“ฉันจะปรับปรุงร้าน ให้เป็นบรรยากาศฝรั่งเศสและขายเครื่องสำอางฝรั่งเศสเท่านั้น”

พอพิธีกรประกาศเรียกนางสาวกรองแก้วที่ร้านเสริมสวยอิงอรส่งเข้าประกวดออกมา อิงอรกับคุณนายใบบัวก็กรี๊ดกันลั่นกระโดดปรบมืออย่างลืมตัว

ท่านพินิจปรบมือเป่าปากปล่อยแก่ทั้งน่าขำและน่าสมเพช

คุณชายพุฒิภัทรนั่งตัวตรง เกร็ง ส่วนชายพีร์ลืมดูพี่ชายเพราะมัวแต่ดีใจพลอยเป่าปากไปกับท่านพินิจด้วย

กรองแก้วก้าวออกมายืน สวยสง่าอยู่กลางเวทีมองไปเห็นท่านพินิจกำลังดีใจเต็มที่ก็ยิ่งกลัว หันมองไปทางอิงอร สุนันท์ และไกรฤกษ์ทุกคนกระโดดโลดเต้นดีใจสุดๆ กรอง–แก้วหน้าสลดเมื่อคิดถึงสถานะของตัวเองในเวลานี้ว่า...

“เราเป็นม้าแข่งของคนพวกนี้สินะ ถ้าเราชนะเขาคงรวย แล้วถ้าเราแพ้...เขาจะทำยังไงกับเรา...แต่ถ้าเราชนะ เราต้องถูกขายให้ท่านพินิจคนนั้น!” กรองแก้วมองชายภัทรด้วยแววตาขอความช่วยเหลือ ในใจก็ภาวนา “คุณคนดีคะ คุณจะช่วยแก้วได้ไหม คุณได้นั่งที่ของพวกผู้ดีมีเงินด้วยนี่คะ...คุณต้องมีอำนาจวาสนาไม่แพ้ท่านคนนั้นแน่ๆ คุณจะช่วยไม่ให้เขาซื้อขายแก้วเหมือนแก้วไม่ใช่คน...ได้ไหมคะ...”

ชายภัทรเห็นแววตาเศร้าคู่นั้นที่จ้องมองตนอยู่ก็เหงื่อแตก หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อมือสั่นอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ที่หน้าเวที พิธีกรดำเนินรายการต่อเนื่อง เริ่มสัมภาษณ์สาวงามเบอร์ 7 ก่อน ซึ่งเธอก็ตอบได้เป็นที่ประทับใจทุกคน คนต่อไปคือเบอร์ 8 นางสาวกรองแก้ว ชายภัทรลุ้นอย่างตึงเครียดนั่งตัวตรงเกร็งมือสองข้างจับบีบกันแน่นอย่างไม่รู้ตัว

“คุณกรองแก้วครับ พร้อมไหมครับ” พิธีกรถามเมื่อเห็นเธอตื่นเต้น

“พร้อมค่ะ” ตอบทั้งที่เสียงประหม่ามาก

“หลังจากคุณชนะการประกวดในคืนนี้ คุณจะทำอะไรบ้าง และในฐานะที่เป็นนางสาวศรีสยาม คุณจะทำอะไรให้กับประเทศบ้างครับ”

“ทำไมถามยากแบบนี้ล่ะ” ชายภัทรเผลอพึมพำ ชายพีร์เห็นด้วย ในขณะที่กรองแก้วเงียบไป มองไปทางอิงอรเห็นออกท่าทางลุ้นแกมกดดัน

กรองแก้วนึกถึงที่อิงอรเข้าไปสอนและสั่งในห้องแต่งตัวและสุดท้ายจำได้ว่า อิงอรบอกให้มองไปที่ท่านที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดและโปรยยิ้มไปแถวนั้นเป็นพิเศษ กรอง–แก้วว้าวุ่นใจ แต่พอมองไปที่ชายภัทรเห็นเขามองอย่างเอาใจช่วย เธอก็มีกำลังใจมั่นใจมีสติขึ้น เธอยิ้มออกมา แววตาอ่อนโยน ตอบคำถามอย่างฉะฉาน...

“แก้วมาประกวดนางสาวศรีสยาม ก็เพื่อพ่อค่ะ หลังจากชนะการประกวดในคืนนี้แล้ว แก้วจะได้รางวัล แก้วก็จะเอารางวัลที่เป็นเงินไปเป็นค่ารักษาพ่อที่ป่วย เพราะในชีวิตนี้ แก้วมีพ่ออยู่คนเดียว พ่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของแก้ว ถ้าแก้วสามารถทำอะไรเพื่อช่วยพ่อได้ แก้วก็ยินดีทำอย่างเต็มใจค่ะ”

ทุกคนอึ้ง อิงอรขมวดคิ้วมองเขม็ง ท่านพินิจมองงงๆ ส่วนชายภัทรกับชายพีร์ปรบมือพร้อมกับทุกคน เสียงปรบมือกึกก้องไปทั้งงาน ชายพีร์ชมเสียงดังว่า

“เยี่ยม! คนกตัญญูแบบนี้ ถูกใจคนไทยแน่นอน ฉลาดมาก”

กรองแก้วรอจนเสียงปรบมือซาลง เธอยิ้มอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ขณะพูดอ่อนหวานแต่จริงใจจริงจังว่า

“และในฐานะที่เป็นนางสาวศรีสยาม แก้วจะเป็นตัวแทนประเทศของเรา ทำทุกอย่างที่จะบอกให้ชาวโลกรู้ว่า บ้านของเราคือเมืองพุทธ ที่มีแต่รอยยิ้มและความโอบอ้อมอารี ถ้าใครมาประเทศไทย ก็จะได้รับน้ำใจ การต้อนรับดูแลอย่างอบอุ่น และช่วยเหลือแก้ปัญหาให้ทุกท่าน ให้ทุกคนกลับไปประเทศของตนด้วยความประทับใจในเมืองไทยและคนไทยค่ะ”

เสียงปรบมือ เสียงเฮ กึกก้องสนั่นไปทั้งงานโดยเฉพาะชายพีร์กับชายภัทรต่างแสดงความชื่นชมกันสุดใจ

“ชนะแน่ๆ เบอร์ 8 ชนะแน่ๆ” ท่านพินิจยืนขึ้นปรบมือเป่าปาก อิงอร สุนันท์ และไกรฤกษ์ผสมโรงเต็มที่

กรองแก้วเห็นความดีอกดีใจของท่านพินิจและพวกอิงอรมากเท่าไร เธอก็ยิ่งใจเสียจนหน้าซีดขาสั่นมากขึ้นเท่านั้น

ooooooo

เวลายิ่งผ่านไป กรองแก้วก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเวลาที่จะถูกผลักเข้าสู่หายนะใกล้เข้ามาทุกที ทันทีที่พิธีกรประกาศว่าเธอได้เป็นนางสาวศรีสยามประจำปี 2504 ก็เหมือนได้ฟังคำสั่งประหาร!

เมื่อเธอภาวนา ส่งกระแสจิตและสายตาขอความช่วยเหลือจากชายภัทรไม่ได้ผล กรองแก้วตัดสินใจบอกตัวเองว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เธอตัดสินใจก้าวไปยืนชิดขอบเวทีกระโดดลงไปจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่เท้า ยอมเจ็บเพราะคิดว่าคงไม่มีใครต้องการคนพิการอย่างนี้แน่

ทุกคนตกใจ ชายพีร์เสนอให้ชายภัทรพาส่งโรง– พยาบาล ท่านพินิจเรียกแพทย์สนามให้รีบมาดูแล อิงอรผสมโรงเรียกหาแพทย์สนาม

“เข้าไปเลยพี่ชาย...บอกเขาว่าเราเป็นแพทย์เลย” ชายพีร์ลุ้น

ชายภัทรนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงหันหลังเดินออกจากความวุ่นวายตรงนั้น ชายพีร์หันมาเห็นเลยวิ่งตามออกไป

กรองแก้วเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอเจ็บทั้งกายปวดทั้งใจ มองสภาพอย่างสิ้นหวัง...

ooooooo

ชายพีร์เดินจ้ำอ้าวตามชายภัทรออกมาด้วยสีหน้าตึงเครียด เพราะกลัวแพ้พนันพี่ๆ ที่วัง ถามชายภัทรว่า

“พี่ชายภัทรทำไมพี่ไม่เข้าไปช่วยคุณกรองแก้วล่ะ พี่ไม่อยากรู้จักเธอเหรอ พี่ทำไมไม่ใช้เอกสิทธิ์ความเป็นหมอล่ะครับ” ชายภัทรบอกว่าแพทย์สนามเขาก็มีขืนตนเข้าไปจะได้ถูกมองว่าเป็นหัวงู แล้วชี้แจงว่า

“พี่ทำอะไรไม่ได้ดีกว่าแพทย์สนามหรอก แผลลึกอย่างนั้น คงต้องส่งไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลอย่างเดียว”

ชายพีร์ได้ช่องยุให้ส่งไปที่โรงพยาบาลที่ชายภัทรอยู่เลย เพราะอยู่ใกล้แค่นี้เอง เร่งให้ไปบอกเขาพากรองแก้วไปส่งโรงพยาบาล ชายภัทรขัดขึ้นอย่างรู้ทันน้องชายว่า

“ชายพีร์ พี่ขอพูดชัดๆอีกทีนะ...พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางงามคนนั้น”

“แต่เขาสบตากับพี่เป็นพิเศษนะครับ ผมไม่เห็นเขามองใครเลย นอกจากพี่คนเดียว...บางที นี่อาจจะเป็นบุพเพสันนิวาสก็ได้”

“หยุดเพ้อเจ้อ! ชีวิตจริงไม่ได้มีอะไรโรแมนติกแบบในนิยายหรอก อาจจะเป็นแค่การโปรยเสน่ห์...ให้ท่า... เพื่อให้เรากระโจนเข้าไปร่วมประมูล อัพราคาค่าตัวของเขาแข่งกับท่าน...ก็แค่นั้น!”

ชายพีร์ถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมพูดอย่างนี้ ชายภัทรไม่ตอบตัดบทเร่งให้กลับบ้านกันได้แล้ว

“พี่ชายภัทร...ผมถามจริงๆ พี่ไม่ชอบคุณกรองแก้วสักนิดเลยเหรอ” ชายพีร์ยังพยายามต่อ แต่พอชายภัทรขยับจะพูด ก็ถูกดักคออย่างรู้ทัน “อ๊ะๆ โกหกเป็นบาป ตกนรกนะครับ”

“พี่จะกลับบ้าน!!” ชายภัทรเสียงเข้ม แล้วเข้านั่งในรถเลย ชายพีร์คอตก แต่พอออกรถอึดใจเดียว ชายภัทรก็ได้รับข้อความจากโรงพยาบาล ชายภัทรบอกชายพีร์ว่า ให้พาไปส่งที่โรงพยาบาลเลยคาดว่าอาจจะมีเคสด่วน

ชายพีร์พูดไม่ออก ได้แต่นิ่งไปอย่างเซ็งๆ เพราะแผนการทุกอย่างที่วางไว้ล้มเหลวหมด

ooooooo

กรองแก้วถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล มารตีเข้าเวรพอดี เธอกับพยาบาลจะมาทำแผลให้ กรองแก้วดิ้นสุดฤทธิ์ไม่ยอมให้ทำแผล แม้ถูกขู่ว่าถ้าไม่ให้ทำแผลเกิดติดเชื้ออาจต้องตัดขาก็ตาม

คำขู่ทำให้กรองแก้วชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ความกลัวอย่างอื่นมีมากกว่า เธอจึงดิ้นรนไม่ยอมให้ทำแผลเพื่อ ถ่วงเวลาและหาเหตุนอนโรงพยาบาล

อิงอรกับคุณนายใบบัวมาเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน อิงอรตั้งข้อสังเกตว่ากรองแก้วดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ทำเซ่อซ่ายังไงถึงตกเวทีมาได้

“อีนี่มันหลังเขาจะตายไปแม่ รองเท้าส้นสูงก็เพิ่งหัดใส่ ซุ่มซ่ามเซอะซะจะตาย” สุนันท์เหยียดปากดูถูก

แล้วทุกคนก็ต้องชะงักสำรวม เมื่อท่านพินิจเดินอ้าวมาพร้อมท่านผู้หญิง มีพวกนักข่าวและช่างภาพวิ่งตามเป็นพรวน บ้างวิ่งดักถ่ายรูปแสงแฟลชวาบ...วาบ...

ท่านพินิจพยายามแสดงตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดีบอกว่าเป็นห่วงกรองแก้วเหมือนลูกเหมือนหลาน โดยมีท่านผู้หญิงคอยเป็นลูกคู่ผสมโรงไปฝืดๆ ท่านพินิจฝากนักข่าวและช่างภาพให้รายงานข่าวและลงรูปของกรองแก้วเพื่อให้ประชาชนที่ติดตามข่าวนางงามของเขาได้สบายใจด้วย

“เราสองคน...เอ็นดูหนูกรองแก้วเหมือนลูก ท่านผู้หญิงเลยอยากให้รักษาหนูแก้วให้เต็มที่ สุดความ สามารถ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ดีที่สุด ยาที่แพงที่สุด ค่าใช้จ่ายจะกี่พันกี่หมื่นบาท ฉันรับผิดชอบเอง”

อิงอรกับคุณนายใบบัวเข้าประกบท่านพินิจ รับรอง ว่าเย็บแผลเสร็จคืนนี้จะรีบพาไปส่งให้ถึงที่ และเลียบเคียงเรื่องค่าตัว ท่านพินิจบอกว่า

“ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน จะมีรอยแผลนิดๆหน่อยๆ ผมไม่ถือ ขอแค่หนูแก้วยอมมาอยู่กับผมโดยสมัครใจ อย่าให้ต้องออกแรง คุณทำได้ใช่ไหม”

อิงอรกับคุณนายใบบัวรีบรับคำยิ้มแย้มนอบน้อม แต่พอส่งท่านพินิจกับท่านผู้หญิงขึ้นรถไปแล้ว คุณนายใบบัวก็ชักสีหน้าสั่งอิงอร

“ไปจัดการเด็กของเธอ อย่าทำให้ฉันเสียคำพูด ไม่อย่างนั้น อย่าว่าแต่ส่วนแบ่งที่เธอจะไม่ได้ ร้านเธอก็จะเจ๊งด้วย!”

อิงอรพูดไม่ออก มองตามคุณนายใบบัวไปอย่างเซ็งสุดๆ

ooooooo

กรองแก้วยังไม่ยอมให้ทำแผล พยศสุดฤทธิ์จนมารตีเรียกบุรุษพยาบาลร่างกำยำเข้ามาสองคนเพื่อ

จับเธอขึงพืดให้ทำแผล กรองแก้วตกใจแต่ข่มความกลัว ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยขู่ว่า

“ฉันเป็นนางสาวศรีสยาม ฉันเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ขาฉันต้องไม่มีริ้วรอย เพราะฉะนั้นคนที่จะเย็บแผลให้ฉันก็ต้องเป็นหมอฝีมือหนึ่งเท่านั้น เข้าใจไหม ไปตามหมอมา!!”

กรองแก้วอาละวาดจนไม่มีใครทำอะไรเธอได้ คุณนายใบบัวกับอิงอรที่รอจะพาเธอไปส่งให้ท่านพินิจ ก็เฝ้ารออย่างร้อนใจกลัวไม่ทันเวลาทำให้ท่านไม่พอใจแล้วจะถูกตัดราคา คุณนายใบบัวยื่นคำขาดกับเพียงพรว่า

“ฉันให้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงแล้วจะรับเด็กไปเลย”

เพียงพรในฐานะหัวหน้าพยาบาลรับคำแล้วรีบเข้าไปดูในห้องฉุกเฉิน เห็นมารตีใช้กำลังข่มกรองแก้วจะทำแผลให้ได้ก็ตกใจ บอกมารตีให้ออกไปสงบสติอารมณ์ด้านนอกก่อน แล้วตัวเองก็เข้าไปหว่านล้อม เอาน้ำเย็นเข้าลูบกรองแก้วว่าเลือดไหลออกไม่หยุดเลยเห็นไหม รู้ไหมว่าการทำอย่างนี้เป็นการทรมานตัวเอง ถามว่าไม่เจ็บบ้างหรือไง

“แก้วขอร้อง ช่วยไปตามหมอมานะคะ ไหว้ล่ะ นึกว่าเห็นแก่นางสาวศรีสยามคนนึงเถอะค่ะ”

พอดีพยาบาลมาบอกว่าหมอมาแล้ว กรองแก้วมองไปเห็นหมอยศวินซึ่งเป็นหมอเวรเดินเข้ามาแนะนำตัวเองว่า

“ผมนายแพทย์ยศวิน เป็นแพทย์เวรวันนี้ครับ...ให้ผมดูแผลหน่อยนะครับ”

เพียงพรหว่านล้อมว่าหมอยศวินเป็นหมอที่เก่งมาก จะเย็บแผลให้เสร็จภายในไม่ถึงชั่วโมงแล้วเธอก็จะได้กลับไปพร้อมพวกสปอนเซอร์กับพี่เลี้ยงที่รออยู่ข้างนอก ฟังแล้วกรองแก้วยิ่งตกใจ คิดหาทางเพื่อจะค้างที่โรงพยาบาลอีก โวยวายเรียกร้องขอหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาล เมื่อเห็นท่าจะไม่สำเร็จเลยร้องไห้โฮๆขู่ว่า

“ฉัน...เป็นถึงนางสาวศรีสยาม พรุ่งนี้รูปฉันจะลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ...ถ้าคุณหาหมอศัลยกรรมที่เก่งที่สุดมาไม่ได้ ฉันก็จะนั่งให้เลือดไหลหมดตัวอยู่ตรงนี้ ฉันยอมตาย แต่จะไม่ยอมมีแผลเป็นเด็ดขาดเข้าใจไหม...แล้วคอยดูสิว่า พรุ่งนี้พวกนักข่าวจะเขียนถึงโรง พยาบาลคุณว่ายังไง ฮึ!”

ฤทธิ์พยศของกรองแก้ว ทำเอาหมอกับพยาบาลปวดหัว เริ่มหมดความอดทน หมดกำลังใจ ไม่มีใครอยากตอแยกับเธออีก กรองแก้วตะกายไปยืนที่หน้าต่าง จนเพียงพรเข้ามาเห็นดุเบาๆว่า


“คุณกรองแก้ว...นี่คุณลุกเดินมาเองเหรอคะ โถ จากแผลเล็กๆแค่เย็บก็กลับบ้านได้ ประเดี๋ยวแผลได้ฉีกจนต้องนอนค้างโรงพยาบาลหรอกค่ะ”

ฟังแล้วกรองแก้วเห็นทางแก้ปัญหาของตนทันที ทำเป็นหิวน้ำให้เพียงพรไปเอาน้ำให้ดื่ม พอเพียงพรออกไปก็แกล้งไถลตัวให้ตกเตียง บอกตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“เอาให้มันพิการไปจริงๆเลย”

ooooooo

คุณชายพุฒิภัทรมาดูแลคนไข้ที่ไม่มีญาติมาเฝ้า พอเดินออกมาก็เจอหมอยศวินหน้าเครียดมาขอความช่วยเหลือเรื่องกรองแก้วอาละวาดไม่ยอมให้เย็บแผลจนทั้งหมอและพยาบาลหัวปั่นกันไปหมดแล้ว

ชายภัทรไม่อยากยุ่งด้วย ขอตัวผละไปไม่กี่ก้าวก็ถูกผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรียกด้วยรหัสฉุกเฉิน เขาเดาได้ทันทีว่า ต้องเป็นกรณีกรองแก้วแน่ๆ พึมพำประชดว่า “หึๆคนไข้คนนี้ท่าทางจะวีไอพี มากเลยนะ”

เมื่อเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ชายภัทรเห็นกรองแก้วกำลังอาละวาดไม่ยอมให้ใครเข้าแตะต้องตัว โวยวายว่า

“ไปตามหมอมา ฉันต้องการหมอที่เย็บแผลเก่งที่สุดของโรงพยาบาลนี้ ศัลยแพทย์ฝีมือดีที่สุด ไม่มีรึไง!”

“หมอที่คุณต้องการอยู่ที่นี่แล้วครับ” ชายภัทรเอ่ยขึ้น พอกรองแก้วหันมา ต่างมองกันตะลึง ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก “ผม...นายแพทย์พุฒิภัทร ศัลยแพทย์สมองประจำโรงพยาบาลนี้ครับ ไม่ทราบว่าดีพอสำหรับคุณนางสาวศรีสยามรึเปล่า”

แม้จะดีใจที่ได้เจอกันอีก แต่กรองแก้วก็ทำใจไม่ได้ที่เขาหนีไปซึ่งหน้า ขณะตนต้องการความช่วยเหลือจากเขาอย่างที่สุด จ้องหน้าชายภัทรปากคอสั่น แววตาระริกอย่างผิดหวัง

แต่ในที่สุดเธอก็ต้องยอมให้ชายภัทรเย็บแผลให้ การตรวจแผลที่ต้นขาอย่างใกล้ชิด สัมผัสที่แผ่วเบา ทำให้กรองแก้วได้มีโอกาสมองใบหน้าเขาเพลิน พอชายภัทรถามว่าเจ็บไหม เธอสะดุ้งบอกว่าไม่เจ็บ พอนึกได้ก็เปลี่ยนเป็นเจ็บมากครางออกมา คร่ำครวญว่าสงสัยขาหักแน่เลย ชายภัทรมองอย่างรู้ทันมารยา พูดหน้านิ่งว่า

“กระดูกไม่หักหรอก เพราะถ้าหัก คุณคงเดินและออกฤทธิ์ไม่ได้มากขนาดนี้ เอาเป็นว่า ผมจะฉีดยาชาแล้วก็เย็บแผลให้ จากนั้นคุณก็กลับบ้านได้”

เพียงพรขอตัวไปเตรียมห้องผ่าตัดเล็ก กรองแก้วตึงเครียดทันที ทั้งมารยาทั้งอ้อนวอนถามว่า ตนไม่กลับบ้านได้ไหม เพราะเจ็บแผลมาก ควรจะได้นอนค้างที่นี่สักคืน พอชายภัทรบอกว่าแผลแค่นี้ไม่จำเป็นต้องค้าง เธอก็เปลี่ยนจากมารยา อ้อนวอนเป็นอาละวาดทันที

“ฉัน-จะ-ค้าง!! ฉันต้องมั่นใจว่า พอเย็บแผลเสร็จแล้ว ขาฉันจะไม่มีรอยแผลเป็น คุณก็รู้ว่าฉันได้ตำแหน่งมา เรื่องนี้สำคัญกับฉันมาก”

ชายภัทรฉุนกึก ตำหนิว่าเพราะเรื่องแค่นี้เธอก็โวยวายลั่นโรงพยาบาลจนทุกคนหัวปั่นไม่เป็นอันปฏิบัติหน้าที่ แล้วคนไข้อุบัติเหตุอีกสามสี่รายต้องนั่งเจ็บรออยู่ด้านนอกเพราะความวุ่นวายของเธอคนเดียว

คำตำหนิของชายภัทรทำให้กรองแก้วรู้สึกผิด ยอมรับว่าตนไม่ได้อยากทำตัวอย่างนี้ ต้องเห็นใจตนบ้างเพราะกลัวเย็บแผลแล้วจะไม่สวยเหมือนเดิม แม้ชายภัทรจะนึกแขยงแขงขนกับความคิดของเธอแต่ก็รับปากเพื่อให้หมดเรื่องไปว่า

“ผมรับปากว่าจะเย็บแผลให้ดีที่สุด ให้มีแผลน้อยที่สุด ผมรู้ดีว่าอาชีพคุณ...จำเป็นต้องใช้ต้นขาหากิน”

“เอ่อ...ค่ะ...ขอบคุณค่ะ” กรองแก้วเสียงอ่อย แต่พอชายภัทรจะออกไป เธอก็เรียกไว้อีก “เดี๋ยว...คืนนี้ ฉันขอค้างที่โรงพยาบาลนะคะ”

ชายภัทรเห็นแววตาเว้าวอนของกรองแก้วก็สะดุดใจ ตอบอย่างมีข้อแม้ว่า เธอจะนอนก็ได้ แต่ถ้ามีคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้เตียงมากกว่า เธอก็ต้องเสียสละ กรองแก้วรีบรับคำ ชายภัทรจึงเดินไปอย่างอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเธอจึงดูสิ้นหวังขนาดนี้?

ooooooo

แต่พอมารตีมาแจ้งอิงอรว่ากรองแก้วจะค้างที่โรงพยาบาล อิงอรก็โวยวายขึ้นมา มารตีปัดว่าตนมีหน้าที่มาแจ้งเท่านั้น สงสัยอะไรก็ถามคุณชายหมอเอง

สุนันท์ได้ยินมารตีอ้าง “คุณชายหมอ” ก็เอะใจถามว่าคือคุณชายพุฒิภัทรหนึ่งในห้าสิงห์จุฑาเทพหรือเปล่า มารตียิ้มยโสบอกว่าใช่

สุนันท์ตื่นเต้นมาก พึมพำว่าถ้ารู้ว่าจะเจอคุณชายภัทรก็จะแต่งตัวให้สวยกว่านี้ แล้วชวนอิงอรกลับกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ตนไม่อยากให้คุณชายเห็นในสภาพนี้ แต่อิงอรยืนกรานจะรอจนกว่าจะพากรองแก้วกลับไปด้วยได้

“คุณคะ คุณชายหมอท่านคงเกรงว่าถ้าคุณแก้วเคลื่อนไหวมากแผลที่เย็บไว้จะปริ และอาจเป็นรอยใหญ่ พักสักคืนไม่เป็นไรหรอกค่ะ หรือคุณกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”

อิงอรบอกว่าตนไม่ได้ห่วงเรื่องเงิน สุนันท์เลยลากแม่ออกไปคุยขู่ๆว่า ขนาดแม่เล้าใบบัวยังกลับไปแล้ว และถ้าได้ตัวกรองแก้วไปคืนนี้ก็ใช่ว่าจะทำงานอะไรได้ เดี๋ยวเลือดสาดเต็มเตียงแม่จะยิ่งซวย ส่วนเรื่องกลัวกรองแก้วจะหนีก็ไม่ต้องกังวล แล้วบุ้ยใบ้ไปทางชายฉกรรจ์สองคนบอกว่า “คนของท่านเฝ้าอยู่เต็มเลยไม่เห็นเหรอ” อิงอรคิดๆแล้วจึงยอมกลับไป

มารตีเห็นสองแม่ลูกบุ้ยใบ้และมองชายฉกรรจ์สองคนนั้น จึงเดินไปถามยิ้มๆว่า พวกเขามาดูแลอารักขาคนสำคัญที่นี่หรือ และเมื่อกลับมาที่ห้องผ่าตัด เห็นชายภัทรกำลังเตรียมเย็บแผลให้กรองแก้ว เดินเข้ามาดูถามอย่างหมั่นไส้ว่า

“เย็บแผลแค่นี้ถึงกับต้องให้ยาสลบเลยเหรอคะ” แล้วบอกชายภัทร “รีบๆทำให้ยัยคนนี้ออกไปจากโรงพยาบาลเราเร็วๆเถอะค่ะ...ได้ตำแหน่งมาไม่ทันไรก็เบ่งคับเมืองเสียแล้ว แล้วนี่ท่านพินิจส่งคนมาคุมเต็มโรงพยาบาล ประเดี๋ยวเย็บแผลเสร็จก็คงถูกส่งตัวเข้าวิมานสีชมพูได้เป็นอนุท่านพินิจแล้ว ไม่รู้จะยิ่งบ้าอำนาจขนาดไหนอีก”

แม้ชายภัทรจะไม่ชอบพฤติกรรมของกรองแก้ว แต่ก็ไม่พอใจที่มารตีนินทารังเกียจคนไข้ ฉุกคิดได้ถามว่าวันนี้เธอต้องไปอยู่ข้างล่างไม่ใช่ที่ห้องฉุกเฉินไม่ใช่หรือ พอถูกจับได้มารตีก็ทำหน้างอน กระเง้ากระงอดออกไป

คืนนี้ ชายภัทรกลับถึงห้องนอนที่วังจุฑาเทพแล้วก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า กรองแก้วอยากเป็นอนุท่านนายพลมากถึงกับต้องมาประกวดนางสาวศรีสยามเลยหรือ แต่ก็แย้งตัวเองว่า

“แล้วทำไมเขาดูไม่มีความสุขเลย” คิดแล้วรู้สึกตัวเองจะเตลิดไปหน่อย บอกตัวเองว่า “พอๆๆก็แค่ผู้หญิงรักสบาย ชอบให้มีคนเลี้ยงดู จะไปคิดมากทำไม...นอน... หลับตา...นอน”

ชายภัทรทิ้งตัวนอน พยายามทำใจสงบ ข่มตาให้หลับ...

ooooooo

รุ่งขึ้น ชายภัทรแต่งตัวออกจากบ้านแต่เช้ามืด ย่องลงมาเจอชายเล็กเพิ่งกลับจากเที่ยว ชายเล็กกระเซ้าว่ากำลังจะย่องไปไหนเอ่ย

ชายภัทรบอกว่าไม่ได้ย่องแค่จะไปทำงาน ถูกดักคอว่าผ่าตัดหรือ พอชายภัทรบอกว่าจะไปเยี่ยมคนไข้ก็ถูกดักคออีก

“คนไข้? นางสาวศรีสยามสุดสวยใช่ไหมล่ะ” พูดแล้วเห็นชายภัทรชะงักจึงยื่นหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวตัวไม้ว่า ‘นางสาวศรีสยามตกเวที’ ให้ดู พูดเหมือนหยั่งท่าทีว่า “เขาส่งตัวเธอไปโรงพยาบาลพี่นี่”

ชายภัทรตอบปัดๆไปว่าไม่เกี่ยวกับตน หมอเวรมีอยู่ก็ดูแลกันไป ตนมีคนไข้ของตนไม่เกี่ยวกันสักหน่อย ชายภัทรพูดปัดพูดออกตัวเสียจนถูกชายเล็กดักคออีกว่าตนยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ชายภัทรเลยตัดบทขอไปทำงานดีกว่า แต่ชายเล็กทนไม่ไหวตามไปแซวอีกจนชายภัทรไม่อยากยุ่งด้วยขับรถออกไปทันที

“สมบุญ ท่าทางฉันกะชายพีร์จะชนะพนันพวกพี่ๆแน่เลยว่ะ” ชายเล็กพูดกับสมบุญที่เอารถมารอชายภัทร พอสมบุญถามว่าพนันอะไร “ไม่บอก...ฮ่ะๆๆ”ชายเล็กเดินหัวเราะร่าออกไป ไม่สนใจสมบุญที่มองตามงงๆ

ooooooo

ชายภัทรไปถึงห้องรวมของโรงพยาบาลที่กรองแก้วพักอยู่เมื่อคืนนี้ มองหาอย่างไรก็ไม่เห็น จนพยาบาลมาบอกว่ากรองแก้วไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว พาชายภัทรเดินไปยังตึกใหม่หรูพลางเล่า

“เมื่อคืน ท่านพินิจโทร.มา สั่งให้จัดห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุดให้กับคุณกรองแก้วค่ะ...เราเลยจำเป็นต้องย้ายให้มาพักที่ตึกนี้”

พยาบาลพามาส่งที่หน้าห้องแล้วขอตัว ชายภัทรยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน เปิดประตูเข้าไป พบกรองแก้วเพิ่งลืมตาขึ้น พอเห็นชายภัทรก็ผวาลุกขึ้นปฏิเสธลนลาน

“ไม่!! แก้วไม่ไป...ไม่ไป...ออกไป...ออกไป๊!!”

“คุณกรองแก้ว...ผมเอง...หมอของคุณ ผมไม่ได้มาทำร้าย ผมเป็นหมอ” ชายภัทรจับตัวเขย่าเรียกสติ พอกรองแก้วได้สติเห็นชัดว่าเป็นหมอก็ทิ้งตัวลงนอนดึงผ้าคลุมมาถึงคอ เอ่ยขอโทษเบาๆ ชายภัทรถามว่า “เป็นยังไงบ้าง เจ็บแผลอยู่ไหม”

“เจ็บนิดหน่อยค่ะ” ตอบแล้วรู้ตัวว่าพลาดอีกแล้วรีบกลับลำทำหน้าเจ็บปวดบอกว่าเจ็บมาก ทั้งปวดทั้งเจ็บแล้วทำตัวงอให้ดูสมจริง แต่ชายภัทรไม่สนใจมารยานั้น บอกว่าเดี๋ยวให้พยาบาลเอาอาหารเช้ามาให้ทานข้าวเสียแล้วจะได้ทานยา

ขณะนั้นเอง กรองแก้วจะลงจากเตียงแต่เซไปเกือบวูบจนชายภัทรต้องรีบประคองไว้สบตากันอย่างใกล้ชิดมาก เธออึ้งไปอึดใจ เห็นชายภัทรมองอย่างเย็นชา เฉยเมย เธอรีบผละออก บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ชายภัทรเตือนว่าเธอเพิ่งดมยาสลบไปเมื่อวานไม่ควรรีบลุกจะหน้ามืดได้ แล้วอาสาพาไปส่งที่ห้องน้ำ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเดินได้” กรองแก้วพยายามถอดถุงน้ำเกลือหิ้วไปด้วย แต่เข่าอ่อนจะทรุดจนชายภัทรต้องช่วยประคองอีกครั้ง แล้วพาเธอไปส่งหน้าห้องน้ำพร้อมกับลากเสาน้ำเกลือไปให้ด้วย แต่ขอยืนตรงหน้าห้องน้ำ บอกให้เธอแค่งับประตูไว้อย่าลงกลอนและถ้ามีอะไรให้เรียก

“ไปยืนไกลๆ หน่อยได้ไหมคะ...ไกลอีกค่ะ...ไปอีก...ไปอีก...” กรองแก้วบอกให้ชายภัทรไปไกลเสียจนเขาอดขำไม่ได้กับอาการเขินของเธอ

ooooooo

อ่านต่อ... เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร  ตอน 3  ละคร ช่อง3





No comments:

Post a Comment