Thursday, May 9, 2013

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอน7 ละคร ช่อง3




ตอนที่ 7

ที่วังจุฑาเทพ...

เช้านี้ ขณะหม่อมเอียดกำลังให้บ่าวนวดให้อยู่นั้น ย่าอ่อนที่เพิ่งหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดูก็ร้องอย่างตกใจ

“ตายแล้ว ตายๆๆๆๆ!”

แล้วย่าอ่อนก็เอาหนังสือพิมพ์ให้หม่อมเอียดดู หม่อมเอียดไม่ได้ใส่แว่นเห็นภาพลางๆถามว่า

“ผู้ชายคนนั้น....ชายภัทรใช่ไหม...อ๋อ...ภาพจากงานเลี้ยงวังท่านชายเกริกเมื่อคืนนี้ ชายภัทรดูสง่ามาก”

ย่าอ่อนทนไม่ได้ชี้ให้ดูผู้หญิงที่เต้นคู่กับชายภัทร พูดย้ำเสียงคับแค้นใจว่า

“ผู้ หญิงคนนี้คือกรองแก้วค่ะคุณพี่” หม่อมเอียดถามว่าเป็นภรรยาทูตที่ไหนหรือ “นี่คุณพี่จำไม่ได้เลยเหรอคะ กรองแก้วคนนี้คือนางสาวศรีสยามคนล่าสุด คนที่ตกเวทีแล้วก็ไปรักษาที่โรงพยาบาลของชายภัทรไงล่ะคะ คุณพี่ดูสิคะ ชายภัทรยิ้มปากแทบจะถึงหู อย่างนี้ไม่ปกติแล้วนะคะคุณพี่”

หม่อมเอียดยังเชื่อมั่นในชายภัทรว่าไม่ใช่คนเหลวไหลคงไม่มีอะไรเกินเลยกัน แต่ย่าอ่อนไม่เชื่อ ชี้ให้ดูรูปย้ำว่า

“ดูรูปสิคะ เต้นกันแนบเนื้อขนาดนี้ คุณพี่จะไม่เป็นกังวลได้หรือคะ”

“จริงของเธอ ไม่ได้การแล้ว จะปล่อยให้ชายภัทรเสียทีแม่ยั่วเมืองคนนี้ไม่ได้” หม่อมเอียดร้อนใจขึ้นมาทันที

พอดีมารตีถือหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันนั้นมาฟ้องหม่อมเอียดกับย่าอ่อนว่า

“พี่ ชายภัทรไม่เคยไว้หน้ามารตีเลย เมื่อคืนพี่ชายภัทรก็หายตัว ทิ้งให้มารตีหาทางกลับเองอีกแล้ว แล้วนี่...มันควรจะเป็นภาพคู่ของพี่ชายภัทรกับมารตีไม่ใช่เหรอคะ พี่ชายภัทรทำอย่างนี้แล้วมารตีจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

มารตีโวยวายคร่ำครวญเสียงเครือน้ำตาคลอ จนย่าอ่อนต้องกอดปลอบให้ใจเย็นๆ ส่วนหม่อมเอียดสั่งพวกบ่าวหน้าเครียดอย่างโมโหจัด

“ทำไมชายภัทรถึงได้เหลวไหลอย่างนี้...ไปตามชายภัทรมาไป!”

ooooooo

พวกบ่าวพากันรีบไปทางใครทางมัน ไม่นาน สมศรีก็กระหืดกระหอบมาบอกว่าชายภัทรไม่อยู่ พูดแล้วหยุดหอบจนย่าอ่อนถามว่าไปทำงานแล้วหรือ

“คือ...คือคุณชายภัทร ไม่ได้กลับบ้าน ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วขอรับกระหม่อม” สมบุญตามมาถึงเลยช่วยเล่าต่อ

“เห็น ไหมคะหม่อมย่า” มารตีโวยทันที “แบบนี้มันต้องไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาแล้ว ต้องเกิดเรื่องบัดสีขึ้นกับวงศ์ตระกูลของเราแล้วค่ะ มารตีจะไปฟ้องท่านพ่อ พี่ชายภัทรจะต้องรับผิดชอบที่ทรยศ”

“ต๊ายตาย...เสื่อม! เสื่อมมากๆ ชายภัทรที่เคยเป็นคนดีมาตลอด ต้องมาเสียผู้เสียคนกันคราวนี้” ย่าอ่อนไม่เบากว่ามารตี จนหม่อมเอียดต้องปรามว่า

“พอๆๆ หยุดฟูมฟายกันได้ไหม เรายังไม่รู้อะไรกันทั้งนั้น นอกจากชายภัทรไม่กลับบ้าน ก่อนที่จะสรุปอะไร เราต้องรู้กันให้ได้ก่อนสิว่า ชายภัทรไปไหน มีปัญหาหรือเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า ต้องหาเจ้าตัวเขาให้ได้ก่อน แล้วฟังเหตุผลของเขาด้วย”

เสียงปรามของหม่อมเอียด ทำให้ทุกคนเงียบไป แม้จะแอบขัดใจแต่ก็ไม่กล้าโวยวายอีก

ooooooo
บ้านพักตากอากาศจุฑาเทพที่หัวหิน...บรรยากาศยามเช้าริมทะเลสวยงาม สดชื่น สงบ มีสายลมและเสียงคลื่นที่ขับกล่อมหยอกล้อกันอยู่ชั่วนาตาปีให้ชายทะเลมีชีวิตชีวา...

ชายภัทรเพิ่งตื่นลุกจากโถงห้องรับแขกเดินไปดูห้องใหญ่ที่จัดให้แก้วนอน เห็นทุกอย่างในห้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยสวยงาม ชุดราตรีที่แก้วใส่เมื่อคืนอยู่ในไม้แขวนเสื้อแขวนไว้ที่มุมห้อง

แต่ในห้องไม่มีแก้วแล้ว...ชายภัทรสงสัยจึงเดินลงมา เห็นตาชุ่มกำลังกวาดทรายที่พื้นซีเมนต์ และยายนวลก็กำลังจัดโต๊ะอาหารวางชาม ช้อนและแก้วน้ำไว้สองที่

ชายภัทรยกมือไหว้ตาชุ่มกับยายนวลเอ่ยสวัสดีตอนเช้า ถามว่าสบายดีกันไหม

“โอ๊ย...คุณชาย หลับสบายไหมคะ...ต้องขอ ประทานโทษคุณชายด้วยที่ห้องอื่นๆไม่พร้อมรับแขก ตุ่มเลยเปิดใช้ห้องนอนประธานของบ้านได้ห้องเดียว ห้องอื่นมันทั้งรกทั้งฝุ่น” ยายนวลพูดออกตัวยืดยาว

“ยายนวลจ๋า...ไม่เป็นไรเลย ชายผิดเองที่มาแบบกะทันหัน ทุกอย่างสะอาดสะอ้านสะดวกสบายดีแล้วจ้ะ...” ชายภัทรพูดพลางมองหา ถามตาชุ่มว่า “เอ้อ...ตาชุ่ม แก้วล่ะ?”

ตาชุ่มบุ้ยไปทางห้องครัว ชายภัทรยิ้มให้แล้วเดินลิ่วไป ตาชุ่มกับยายนวลมองตากันปึ๊บทันที

ooooooo

ในครัวที่กว้างและมีเครื่องครัวทันสมัย แก้วกำลังหมุนไปหมุนมาอยู่กับเตาถ่านสองเตา เตาหนึ่งตั้งหม้ออีกเตาตั้งกระทะเจียวกระเทียมหอมฉุย บนโต๊ะมีผักและเครื่องที่เตรียมทำอาหารวางไว้พร้อมแล้ว ดูน่าสนุก

“หอมจัง...คนเก่งทำอะไรเอ่ย...” ชายภัทรทักพลางเดินเข้ามา

“คุณชายตื่นแล้วหรือคะ หิวรึยัง?” แก้วยิ้มสดใส พอชายภัทรบอกว่าเพิ่งหิวตอนได้กลิ่นกระเทียมเจียวนี่แหละ แก้วบอกว่าตนทำข้าวต้มปู แล้วเล่าบรรยากาศตอนเช้าให้ฟังอย่างแจ่มใสว่า

“ปูม้าตัวโตๆเพิ่งขึ้นมาจากทะเลเลยค่ะ ตาชุ่มเล่าให้ฟังว่า เจอเขายกเข่งลงจากเรือ เลยขอแบ่งมา 3-4 ตัว ตัวใหญ่มากก”

ชายภัทรนึกสนุกเข้าไปจับทัพพีคนในหม้อขอทำบ้าง เลยกลายเป็นสองแรงแข็งขันช่วยกันคนละไม้ละมือทำข้าวต้มปูกันอย่างร่าเริงแจ่มใสมีความสุข

ฝ่ายยายนวลกับตาชุ่มมีหน้าที่จัดโต๊ะเตรียมผลไม้อยู่ข้างนอก อดแอบมองเขาไปในครัวอย่างมีความสุขไปด้วยไม่ได้

สายๆชายภัทรกับแก้วพากันขี่จักรยานไปตามถนนซอยระหว่างบ้านพัก แก้วยังไม่หายตื่นเต้นกับทะเลที่ตนเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกในชีวิต ปั่นจักรยานพลางคุยกับชายภัทรที่ปั่นคู่กันมาว่า

“อากาศที่นี่สดชื่น สบายจังเลยนะคะ”

“แก้วคงต้องแอบอยู่ที่นี่สักพักนะ อยู่ได้ไหม”

แก้วอึ้งไป แล้วพากันลงจากจักรยานไปนั่งคุยกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ด้วยบรรยากาศที่เครียดขึ้น...

แก้วตำหนิตัวเองที่นำความเดือดร้อนมาให้ชายภัทรอีกจนได้ ชายภัทรบอกว่าตนกับน้องๆไปฉุดเธอมาเองต่างหาก

แก้วถามอย่างกังวลและเป็นห่วงว่า “ท่าน...จะทำอะไรพวกคุณชายหรือเปล่าคะ”

“แก้ว...ครอบครัวฉันไม่ใช่พวกสิ้นไร้ไม้ตอกนะ ท่านก็ไม่ได้ใหญ่คับบ้านเมืองอยู่คนเดียวในประเทศนี้ ท่านใช้วิธีโจรๆกับเธอแบบนี้ ถ้าพวกฉันนิ่งดูดายสิ จะถือว่าขี้ขลาด น่าอาย ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย”

“แต่แก้วกลัว...”

“ไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องคุ้มครองเธอเอง” แก้วบอกว่าไม่ได้กลัวสำหรับตัวเองแต่กลัวสำหรับชายภัทรเพราะท่านมีอำนาจมาก “ถ้าคนดีกลัวคนเลว ปล่อยให้เขาทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ โลกนี้มันก็คงเป็นโลกต่อไปไม่ได้แล้วล่ะแก้ว”

“คุณชายอย่าประมาทนะคะ”

“ฉันไม่โง่หรอกน่า...จะทำอะไรฉันก็ต้องคิดคำนวณไม่ใช่น้อย เธออยู่ที่นี่ ที่บ้านฉัน ทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คนแถวนี้ พวกของท่านคงสืบได้ไม่ง่ายนักหรอก”

แก้วรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เมื่อได้ฟังสุภาพบุรุษจุฑาเทพคุณชายพุฒิภัทร แสดงความเข้มแข็ง หนักแน่น ที่จะปกป้องตนและต่อสู้กับอิทธิพลเถื่อนของผู้มีอำนาจเยี่ยงท่านพินิจ

จากนั้น ทั้งสองขี่จักรยานไปที่ตลาดฉัตรไชยหาซื้อเสื้อผ้าของใช้ มีเสื้อผ้าแบบชาวบ้านทั้งกางเกงเล เสื้อคอกระเช้า และเสื้อแขนยาวสำหรับพวกตังเกใส่ แขวนขายทั้งตลาด แม่ค้าเห็นทั้งคู่ไม่ใช่คนท้องถิ่น มีแก่ใจแนะนำว่า

“ถ้าคุณๆจะซื้อให้คนงานก็มีอย่างที่เห็นนี่แหละ แต่ถ้าจะซื้อใส่เอง เสื้อผ้าสวยๆที่นี่ไม่มีหรอกนะจ๊ะ ต้องไปซื้อที่ร้านแถวโฮเต็ลของพวกผู้ดีเขา”

“ชุดแบบนี้คงไม่ต้องลองหรอกนะแก้ว” ชายภัทรหยิบขึ้นมาทาบๆกับตัวดู แก้วบอกว่าเป็นเสื้อผ้าที่เข้ากับทุกรูปร่าง ชายภัทรหันไปบอกแม่ค้าว่า 
“รับหมดนี่ล่ะจ้ะ เท่าไหร่จ๊ะ”

แม่ค้ายิ้มดีใจ รีบพับเสื้อผ้าใส่ถุงโชคดีให้ แก้วกับชายภัทรรับไปช่วยกันถือ เดินไปหาซื้ออาหารในตลาดกันต่อ ทั้งผักปลาผลไม้อาหารทะเล ผูกร้อยด้วยเชือกกล้วยหิ้วเป็นพวงถือกันเต็มมือ...

ooooooo

หลังจากซื้อของเสร็จ ชายภัทรพาแก้วไปแวะที่ที่ทำการไปรษณีย์ แก้วแวะดูของประดับที่ประดิษฐ์จากเปลือกหอยวางขายอยู่หน้าไปรษณีย์ ส่วนชายภัทรเดินเข้าข้างใน ไม่นานชายภัทรก็เดินยิ้มสบายใจออกมาบอกว่า

“เรียบร้อยแล้ว ฉันโทรศัพท์ไปบอกคุณหมอเจ้าของไข้ของพ่อเธอ ขอให้เขาดูแลพ่อเธอแบบปิดเป็นความลับไม่ให้ใครเข้าถึงตัวได้” แก้วถามว่าแล้วพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ชายภัทรเล่าว่าอาการความดันดีขึ้น แต่น้ำหนักตัวยังน้อยไป ต้องบำรุงให้แข็งแรงกว่านี้จึงจะส่งเข้ากรุงเทพฯได้ พูดแล้วเห็นแก้วสีหน้ากังวล จึงปลอบใจ

“แล้วยังไงฉันจะหาทางพาเธอไปเยี่ยมให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ เธอควรเก็บตัวที่นี่ก่อน ไม่งั้นพวกมันอาจใช้พ่อเธอเป็นเหยื่อ ทำให้ท่านมีปัญหาได้”
“ขอบคุณคุณชายมากค่ะ” แก้วยกมือไหว้ แต่ใจก็อดเป็นห่วงพ่อไม่ได้

“ส่วนตัวฉันก็โทรเลขไปลางานที่โรงพยาบาลแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะตั้งแต่ฉันกลับมาทำงานเป็นหมอที่เมืองไทยมา 4 ปี ฉันเคยลาหยุดแค่หนสองหนเท่านั้นเอง มีวันลาสะสมไม่รู้เท่าไหร่ก็ไม่เคยนับ เวลาคนอื่นเขาลาฉันก็รับหน้าที่แทนเขาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”

“แก้วทราบ...คุณชายหมอเป็นคนรักงานมาก”

“ใช่แล้ว เพราะฉะนั้น ขอเวลาให้ฉันได้หยุดพัก ไปรักอย่างอื่นบ้าง...”

แก้วรู้ความนัยของเขา มองเขินแล้วหลบตา ชวนว่าเสร็จธุระแล้วกลับกันดีไหม เพราะแดดเริ่มร้อนแล้ว


“เธอจะไม่ถามว่า ฉันหยุดพักจากรักงาน...ไปรักอะไร...หรือรักใครหรือ?” แก้วเขินจนตอบเสียงประหม่าว่าไม่ถามหรอกค่ะ ชายภัทรมองหน้าเธอเต็มตาถามว่า “ไม่ถาม...เพราะไม่อยากรู้ หรือว่า รู้อยู่แล้ว?”

“ฮื้ออออ...” แก้วทำเสียงในคอแล้วรีบไปที่รถอย่างเขินจัด ชายภัทรหัวเราะอย่างเอ็นดูแล้วรีบตามไป

ooooooo

ชายภัทรกับแก้วขี่จักรยานกลับมาพร้อมของที่ซื้อจากตลาดหลายอย่าง แต่ไม่ทันได้ขึ้นบ้านก็ต้องรีบไปเพราะมีชาวประมงชายสองคนมาตามคุณหมอพุฒิภัทร คนหนึ่งอ้อนวอนว่าเมียตนเจ็บท้องคลอดตั้งแต่เมื่อคืนจนป่านนี้ยังไม่คลอดเลย

ถามไถ่จนรู้ว่าบ้านหญิงคนนั้นอยู่ที่เขาหัวกะโหลก ชายภัทรลงเรือเร็วบอกแก้วให้ไปด้วยกัน

ขับเรือไปจนใกล้เกาะ ชายภัทรถามอย่างรู้ภูมิ ประเทศดีว่า

“เขาหัวกะโหลกด้านไหน ใกล้มาทางปากน้ำปราณหรือเปล่า”

“ค่อนไปทางเกาะนมสาวขอรับคุณชาย หมู่บ้านตรงปลายแหลมที่เห็นนั่นแหละขอรับ” ชาวประมงชี้ให้ดู

ชายภัทรเบนหัวเรือไปทางนั้นทันทีอย่างชำนาญ แก้วมองคุณชายอย่างทึ่งในความคล่องแคล่วทะมัดทะแมง

พอไปถึง ชายภัทรบอกแก้วว่า “เธอต้องเป็นผู้ช่วยฉันนะ ทำได้ไหม”

“ต้องได้สิคะ” แก้วตอบอย่างมุ่งมั่น แล้วรีบตามชายภัทรกับชาวบ้านบ่ายหน้าไปยังกระท่อมหลังหนึ่ง

เมื่อมาถึง แม่ของหญิงสาวคนนั้นก็ติติงว่าหมอเป็นผู้ชาย และยังถูกหมอตำแยมองอย่างไม่ต้อนรับ แต่ด้วยจรรยาแพทย์ ชายภัทรเห็นอาการของหญิงสาวแล้วรีบเข้าไปทำงานทันที

แก้วเห็นชาวบ้านยังมุงกันอยู่ จึงบอกชาวบ้านอย่างรู้หน้าที่ให้ออกไปก่อนคนเจ็บจะได้มีอากาศหายใจ

ชายภัทรตรวจแล้วเด็กยังไม่กลับหัวอย่างที่ชาวบ้านบอก แต่ก็ไม่หนักใจเพราะแม่เด็กตัวใหญ่เชิงกรานไม่เล็กเกินไปคงแก้ปัญหาไม่ยากนัก

ชายภัทรลงมือทำงานท่ามกลางชาวบ้านที่บ้างลุ้น บ้างไม่แน่ใจเพราะเห็นหมอหน้าอ่อน โดยเฉพาะหมอตำแยทั้งเสียหน้าทั้งเคืองบอกว่าตนจะกลับ จนพ่อของหญิงสาวต้องขอร้องให้อยู่ช่วยกันดูก่อน

ไม่นานแก้วก็โผล่หน้ามาบอกข่าวดีว่าเด็กกลับหัวแล้ว ชาวบ้านพากันตื่นเต้นคอยลุ้นฟังเสียงข้างใน พอเสียงเด็กร้องอุแว้...เท่านั้น ชาวบ้านก็เฮขึ้นพร้อมกันด้วยความดีใจ

แก้วทำหน้าที่ผู้ช่วยหมอได้แทบไม่มีที่ติ ประสานร่วมมือกับชายภัทรได้ราวกับมืออาชีพ ทั้งสองต่างปลื้มปีติกับชีวิตใหม่ที่ลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย และลึกกว่านั้นคือ ผ่านการฟันฝ่าอุปสรรคช่วยชีวิตแม่ลูกมาด้วยกัน ทำให้ต่างรู้สึกดีๆต่อกันมากมาย พ่อขอหญิงสาวที่พูดดูแคลนคุณชายหมอพุฒิภัทรตอนแรกก็มาขอโทษ ส่วนแม่ก็เอ่ยอย่างซาบซึ้งว่า

“บุญคุณที่คุณชายช่วยลูกสาวกับหลานของฉัน ฉันจะไม่ลืมพระคุณนี้เลย”

“ไม่ต้องหรอกครับ เพราะยังไงหมอก็มีหน้าที่ต้องรักษาคนไข้อยู่แล้ว ถ้างั้นผมขอตัวกลับฝั่งโน้นก่อนดีกว่า ถ้าใน 2-3 วันนี้มีอะไรฉุกเฉินตามตัวผมได้ตลอดเลยนะครับ”

พ่อเด็กจะไปส่ง ชายภัทรบอกไม่ต้องเพราะเรือจอดอยู่แค่นี้เองแล้วหันชวนแก้วกลับกัน แม่เด็กเรียกไว้ ขอให้ชายภัทรช่วยตั้งชื่อให้เป็นเกียรติเป็นมงคลกับลูกชายด้วย ชายภัทรขอให้แก้วตั้งให้ดีกว่า แก้วทำท่าคิด...

“อื้ม...เด็กคนนี้เกิดในหมู่บ้านชาวประมง บนเกาะ กลางทะเล เป็นเด็กชาย...งั้นให้ชื่อว่า เด็กชายสมุทรไทยดีไหมคะ”

ชายภัทรชมว่าเพราะมาก เอามือจับหัวแก้วโยกไปมาอย่างชื่นชม จนแก้วติงเขินๆว่าทำอย่างกับตนเป็นเด็กไปได้

“คุณชายกับคุณแก้ว ดูเป็นคู่รักที่รักกันมากเลยนะคะ สวยและหล่อ เหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกอีกนะคะ” แม่เด็กเอ่ยอย่างชื่นชม แต่ทำเอาทั้งชายภัทรและแก้วสบตากันเขินๆที่ถูกจับให้เป็นคู่รักกัน...

ooooooo

เพราะคุณหมอพุฒิภัทรโทรเลขไปที่โรงพยาบาลขอลาพัก 3 วัน เพียงพรปรารภกับยศวินว่าต้องแจ้งหมอใหญ่เพื่อหาหมอมาเข้าเวรแทน ยศวินเชื่อว่าชายภัทรทำงานตลอดเวลาไม่เคยลาเลย ครั้งนี้คงสำคัญจริงๆ ถึงได้ลาพักร้อน

ระหว่างนั้น มารตีเข็นรถอุปกรณ์ยาออกจากห้อง คนไข้ได้ยินเข้า เป็นเรื่องทันที คาดคั้นถามยศวินว่าชายภัทรลาไปไหน ไปทำอะไร ก็ไม่ได้ความอะไรเพราะยศวินเองก็ไม่รู้ เธอเลยขอดูโทรเลขที่ชายภัทรส่งมาขอลางาน พลิกดูเห็นว่าต้นทางมาจากหัวหินก็ยิ่งเดือดร้อน

“คุณชายคงจะเหนื่อยมาก ไม่รู้เมื่อวานไปเจอเรื่องหนักหนาสาหัสอะไร เพราะใคร ผมก็ไม่ทราบ...แล้วคุณชายหมอไม่ได้ชวนคุณมารตีเหรอครับ...ว้า...แย่จัง” ยศวินทิ้งระเบิดแล้วฉากออกไปยิ้มๆ

มารตีทั้งแค้นใจ น้อยใจ แจ้นไปฟ้องหม่อมเอียดกับย่าอ่อนถึงวังจุฑาเทพ สองย่านึกเป็นห่วงชายภัทรไม่เคยหายไปแบบนี้ แต่มารตีตีโพยตีพายว่าเพราะชายภัทรต้องการหนีตน คราวนี้ไปไกลถึงหัวหิน ถามหม่อมเอียดว่าจะให้ตนทำอย่างไร

No comments:

Post a Comment